เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
5 ตอน
0 วิจารณ์
502 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 14.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
3) เขาเป็นของฉัน
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความวินเทรส—นามสกุลที่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในอาณาจักรวอร์เกน ในฐานะตระกูลของรัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจ
วินเซนต์ วินเทรส ผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีควบสองกระทรวง—การคลังและกลาโหม ผู้กุมทั้งการเงินและกำลังทหารไว้ในมือเดียว
เขามีบุตรสองคน คาริน—ผู้เป็นพี่ และเอลินเซีย—ผู้เป็นน้อง ทั้งสองคือความภาคภูมิใจของบิดามารดาและต่างเลือกเดินบนเส้นทางเดียวกัน—รับราชการทหาร
คาริน วินเทรส โดดเด่นจนยากจะหาใครเทียบ เขาฉลาด สุขุม และเพียบพร้อมในทุกด้าน
ส่วนเอลินเซีย หญิงสาวผู้สวยงามราวกับนางฟ้า ยิ้มเก่ง ร่าเริง และเปี่ยมด้วยเสน่ห์ เธอเก่งไม่แพ้พี่ชายแม้แต่น้อยเหล่าหนุ่มไฮโซต่างเข้าหาแข่งขันกันเพื่อเอาชนะใจเธอจนเรียกได้ว่า “หัวกระไดไม่เคยแห้ง” แต่สุดท้าย…ทุกคนก็ต้องผิดหวังเพราะหัวใจของเธอถูกครอบครองไปแล้วโดยชายคนเดียว— “อาเธียน โซลวาร์” เพื่อนสนิทของพี่ชายเธอ
เอลินเซียเกิดมาพร้อมกับพลังที่น่าพิศวง พลังแห่งความเย็น มันตื่นขึ้นและมีชีวิตตั้งแต่วันที่เธอลืมตาดูโลก วินเซนต์จึงตั้งชื่อเล่นให้เธอว่า “น้ำแข็ง” พลังนั้น…มีทั้งส่วนที่ควบคุมได้และส่วนที่ไม่อาจควบคุม ราวกับหัวใจของเธอที่เต้นไปตามความรู้สึกของมันเอง
ในวันที่เธอได้เรียนรู้ความหมายของ “ความรัก” วันที่เธอจับมือกับอาเธียนเดินเคียงกันกลับบ้าน พลังของเธอ…ได้ตอบสนอง ดอกกุหลาบแก้วเล็ก ๆ ถือกำเนิดขึ้นในมือของเธอ มันเย็น…แต่ไม่เย็นเฉียบ งดงาม…แต่เปราะบาง และไม่นาน…มันก็ละลายหายไป
หลังจากนั้น—กุหลาบแก้วจะปรากฏขึ้นทุกครั้งเมื่อเธอมีความสุข เมื่อเธอได้อยู่เคียงข้างอาเธียน จนกระทั่งวันที่เขาสารภาพรัก—กุหลาบแก้วดอกนั้นสมบูรณ์แบบที่สุด งดงามที่สุด และคงอยู่ได้นานที่สุด…เจ็ดวัน แม้จะถูกเก็บรักษาไว้ในความเย็นเพียงใดสุดท้าย…มันก็ละลาย
ไม่นานหลังจากนั้น อาเธียนได้เชิญผู้ใหญ่ไปสู่ขอเอลินเซียอย่างเป็นทางการ ทั้งสองจึงได้หมั้นหมายกัน
แต่แล้ว—ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป คาริน และอาเธียนได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนนักเรียนแลกเปลี่ยนและแฝงตัวเข้าไปเพื่อปฏิบัติภารกิจสืบราชการลับในอาณาจักรออร์เดเรีย ดินแดนที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดและอันตรายที่คาดเดาไม่ได้ งานแต่ง…จึงต้องถูกเลื่อนออกไป
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เอลินเซียตัดสินใจรับภารกิจเช่นกัน เธอถูกส่งไปยังอัลเทรัสในฐานะเจ้าหน้าที่ฝึกงาน
เบื้องหน้า—คือการฝึกงาน และการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักร แต่เบื้องหลัง เธอคือสายข่าว ผู้ส่งข้อมูลกลับไปยังวอร์เกนอย่างลับ ๆ และหนึ่งในผู้ที่เธอติดต่อ คือ ธีรยุทธ กาลธารา บิดาของกรกรรณ
ข้อมูลของตระกูลกาลธาราอยู่ในมือของเธอทั้งหมดรวมถึง “เขา” กรกรรณ ชายผู้ใช้ชีวิตอย่างเพียบพร้อมและมีความสุขกับเรื่องธรรมดาในชีวิต เรียบง่าย ไร้ความทะเยอทะยาน และไม่เคยต้องดิ้นรน
ในบรรดาข้อมูลทั้งหมด—มีเพียงชื่อเดียวที่ทำให้เธอ “อมยิ้ม” เมื่อได้อ่าน กรกรรณ สำหรับเธอเขาเหมือน “แมวเลี้ยง” ที่ถูกโอบล้อมด้วยความสบายและได้รับการปกป้องจากโลกภายนอกและเธอ…ก็เชื่อเช่นนั้น
มันค่อย ๆ กลายเป็นความสนใจในยามว่างของน้ำแข็ง
“วันนี้…เขาจะทำอะไร?”
เธอแฮ็กเข้ากล้องวงจรปิดภายในบ้านของกรกรรณเพียงเพื่อเล่นพนันกับตัวเอง ถ้าทายผิด—งดขนมหวานหนึ่งวัน วันนี้เขาจะทำอะไร? อ่านหนังสือหรือไม่… ถ้าอ่าน—จะนั่งมุมไหนของบ้าน หรือออกไปทำสวน หรือซื้อดอกไม้อะไรมาปลูกเพิ่ม เรื่องเล็กน้อย…ไร้ความหมาย แต่เธอกลับเฝ้าดูมันทุกวัน
ภารกิจของน้ำแข็งดำเนินไปอย่างราบรื่น ไม่มีข้อผิดพลาด แต่ในที่สุดข่าวร้ายก็มาถึง ข่าวร้ายจากส่วนกลาง ภารกิจของพี่ชายเธอ…ถูก “จำหน่ายออก” คารินและอาเธียนถูกจำหน่ายออก…ทั้งคู่ คำว่า “จำหน่ายออก” ไม่มีความหมายอื่นนอกจาก—พวกเขา “หายไป” จากระบบ และในโลกของพวกเขานั่นแทบไม่ต่างจากคำว่า “เสียชีวิต”
โลกของเธอ…พลิกกลับด้านในทันที ร่างของน้ำแข็งทรุดลงในห้องพักอันมืดมิด เธอสูญเสียทั้งพี่ชายและคนรักในเวลาเดียวกันและจากจุดนั้น เธอไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้อีก วอร์เกนจึงมีคำสั่งเรียกตัวเธอกลับ
น้ำแข็งเดินล่องลอยอยู่ในสนามบิน เธอสวมแว่นตาดำและผ้าปิดปาก เพื่อไม่ให้ใครเห็นว่า—เธอร้องไห้หนักแค่ไหน
ศีรษะก้มต่ำ สายตาไม่มองใคร จนกระทั่งเธอชนเข้ากับใครบางคนโดยไม่ได้สนใจ แต่คนคนนั้น…สนใจเธอเพราะเขาคือกรกรรณ
“โอ้ย! ขอโทษครับ…คุณเป็นอะไรไหม?” ทั้งที่เขาเป็นฝ่ายถูกชนแต่เขากลับเอ่ยขอโทษก่อน
น้ำแข็งยังคงมีสติอยู่เพียงเล็กน้อย เสียงนั้น…เธอจำได้ เสียงที่เธอเคยได้ยินผ่านหน้าจอ “งานอดิเรก” ของเธอ แต่ตอนนี้—มันไม่สำคัญอีกแล้ว เธอไม่ตอบ เพียงก้มลงเก็บของที่ตกหล่นแต่ในหัว—คำถามหนึ่งผุดขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ
วันนี้…เขาทำอะไร?
อ่านหนังสือ?
ทำสวน?
ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง
เขาอยู่ที่สนามบินและยังมีเวลาอีก—สองชั่วโมงก่อนเครื่องออก
“คุณมาทำอะไรที่นี่?” เธอถามเสียงอู้อี้ผ่านผ้าปิดปาก
กรกรรณชะงักไปเล็กน้อยเขาไม่รู้จักผู้หญิงตรงหน้าแต่คำถามนั้น—เหมือนคนที่รู้จักเขาดี เขาจึงตอบ…อย่างงุนงง
“มาดูผู้หญิงครับ…”
คำตอบนั้น—ทำให้น้ำแข็งสะดุดจากความว่างเปล่า บางอย่าง…เริ่มก่อตัวขึ้น ความร้อนเล็ก ๆ ราวควันจากน้ำที่เริ่มเดือด ความโกรธ…บางเบา ภาพของ “คนบริสุทธิ์” ที่เธอเคยสร้างไว้…สั่นคลอน
“เอ่อ…แต่จะบอกอย่างนั้นก็ไม่ถูก” กรกรรณรีบแก้ “เธอเป็นรูปปั้นสตรีขนาดจิ๋วครับ เห็นว่าเป็นของเลียนแบบที่เหมือนจริงมาก ผมเลยอยากมาดูด้วยตาตัวเอง”
น้ำแข็งนิ่งไป ความรู้สึกหนึ่ง…ผุดขึ้นมาอย่างแปลกประหลาด โล่งใจ ทั้งที่…มันไม่ควรเกี่ยวอะไรกับเธอเลย แต่...เขาอยู่ตรงนี้แล้วและเธอ—ยังมีเวลาอีกสองชั่วโมงก่อนเครื่องจะออก
ดูเหมือนว่าคำว่า “ยังมีเวลา” กลายเป็นข้ออ้างเดียวที่เธอมีในตอนนี้ที่จะ....
ปกติแล้ว—น้ำแข็งเป็นผู้หญิงที่ร่าเริง รอยยิ้มของเธอ ทำให้ผู้ชายใจละลายได้ง่ายดาย
เธออ้อนอาเธียน…จนเขาหลงรักและมองแต่เธอ
เธออ้อนพี่คาริน…จนได้เครื่องประดับราคาแพงอย่างที่ต้องการ
เธอรู้ดี—ว่าจะทำตัวน่ารักให้ใคร “รักเธอ” ได้อย่างไร แต่ตอนนี้—เธอไม่เหลือใครให้ยึดเหนี่ยวอีกแล้วและสำหรับที่นี่ ผู้คนเหล่านี้ เธอไม่จำเป็นต้องรักษามารยาท หรือหน้าตาอะไรอีก เพราะเธอกำลังจะไปและจะไม่กลับมาอีก
ดังนั้น—คนที่อยู่ตรงหน้านี้ “ไม่กล้าต่อปากต่อคำกับใคร” อย่างกรกรรณ
“รูปปั้น? …ไม่ใช่” เสียงของเธอเย็นและแข็ง “คุณทำของฉันเสียหาย…จ่ายมา”
กรกรรณชะงักถอยหลังเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่ทันตั้งตัวแต่เขาไม่ได้โกรธ
“ใจเย็น ๆ นะครับ ผมยินดีชดใช้นะ…เท่าไหร่ดี?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงเกรงใจ
“แต่ผมไม่มีเงินสดติดตัว เราคุยกันก่อนได้ไหมครับ”
น้ำแข็งไม่ตอบ เธอกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดที่ร้านกาแฟ ขนมหลากหลายวางเรียงอยู่ในตู้กระจก
เธอโยนกระเป๋าใส่เขาอย่างแรงและไร้คำอธิบาย
“ตามมา…ลากกระเป๋ามาด้วย” เธอเดินนำทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
กรกรรณยืนงงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรีบตามไป ทั้งหอบของ ทั้งลากกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอ และในใจ—ก็แอบเสียดายรูปปั้นที่เขาตั้งใจมาดู
น้ำแข็งสั่งเครื่องดื่ม สั่งขนมโดยไม่รอเขา ไม่ถาม ไม่อธิบาย เหมือนเขา “ต้อง” อยู่ตรงนั้น แล้วเธอก็เริ่มพูด
พูดเรื่อย ๆ พูดไม่หยุด หาเรื่องด้วยความหงุดหงิด ความโกรธ ความว่างเปล่า ทุกอย่าง—ถูกเทออกมาโดยไม่มีทิศทาง ไม่มีเหตุผล
แต่สิ่งแปลกคือ—กรกรรณไม่ได้รู้สึกอึดอัดเขาไม่ตอบโต้ ไม่หนี ไม่หงุดหงิด เขานั่งฟัง ยิ้มบาง ๆ และตอบเธออย่างธรรมดาราวกับว่า—ทุกอย่างที่เธอเป็นในตอนนี้ “ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเลย”
ยิ่งเธอปล่อยอารมณ์มากเท่าไหร่ มันกลับยิ่ง—เบาลง เหมือนความโกรธของเธอถูกดูดกลืนไปโดยเขา ทีละนิด ทีละนิด และตลอดเวลานั้น—มือของน้ำแข็งล้วงอยู่ในกระเป๋าสะพาย กำแน่น ตลอดเวลา เพราะ
เธอกลัว
กลัวว่าเขาจะโกรธ
กลัวว่าเขาจะลุกหนี
กลัวว่า—
“สิ่งสุดท้ายที่ยังอยู่ตรงหน้าเธอ” จะหายไปอีก
แต่เขาไม่ไปไหนและนั่นทำให้เธอรู้สึกบางอย่างที่เธอเสียไปและไม่คิดว่าจะได้เจออีกแล้วมัน “อบอุ่น” น้ำตาของเธอไม่ไหลออกมา แต่มัน…ตกอยู่ข้างใน
เธอเริ่มสับสน ไม่เข้าใจตัวเองไม่เข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่จนกระทั่งถึงเวลาขึ้นเครื่อง กรกรรณเดินไปส่งเธอที่เกต
เขายังยิ้มเหมือนเดิม ไม่มีคำถาม ไม่มีคำคาดหวัง ไม่มีแม้แต่การขอให้เธออยู่ แค่—
“ดูแลตัวเองดี ๆ นะครับ” แล้วเขาก็หันหลังและเดินจากไป
น้ำแข็งยืนอยู่ตรงนั้น นิ่งจนกระทั่งเขาหายไปจากสายตา
เธอถึงเพิ่งรู้ตัวว่า—มือของเธอเย็นลงอีกครั้งและในฝ่ามือมีบางอย่าง…เกิดขึ้น
ดอกกุหลาบแก้ว ใส สมบูรณ์แบบ ไร้ตำหนิ
มันไม่ละลายและไม่มีแม้แต่สัญญาณว่ามันจะละลายตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
หลังจากกลับมาถึงวอร์เกน พิธีศพของคารินและอาเธียนถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ แต่ในโลงศพมีเพียงความว่างเปล่า หนุ่ม ๆ หลายคนมองเห็น “โอกาส” เมื่อคู่หมั้นของเธอจากไป พวกเขาเข้าหาเธออีกครั้งอย่างไม่ปิดบัง พยายามแย่งชิงหัวใจของเธอ แต่น้ำแข็ง…ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไป เด็กสาวที่เคยยิ้มง่ายอ่อนโยนเอาใจเก่งหายไป เหลือเพียง—คำพูดห้วน สายตาเย็นชา และท่าทีที่ผลักทุกคนออกไป แม้จะเป็นเช่นนั้นพวกเขาก็ยังไม่ยอมถอย แต่ไม่มีใครรู้ว่า ไม่มีใครแทนที่ “เขา” ได้อีกแล้ว
ความต้องการของเธอค่อย ๆ บิดเบี้ยว อยากรู้มากขึ้น มากขึ้น เขาทำอะไรอยู่ อยู่ที่ไหน ยังเหมือนเดิมหรือไม่ จนในที่สุด เธอก็ข้ามเส้น จ้างนักสืบให้ติดตามชีวิตของเขา ถ่ายรูป รายงาน ทุกอย่าง
หนึ่งปีเต็ม
ก่อนนอนทุกคืนน้ำแข็งจะเปิดดูรูปของเขา ทีละภาพ ทีละภาพ และในมือของเธอ จะถือดอกกุหลาบแก้วลูบไล้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหมือนพิธีกรรม เหมือนสิ่งเดียวที่ยึดเธอไว้กับโลกนี้
จนกระทั่ง—ฝนตก และมันไม่ใช่แค่ฝน
น้ำแข็งฟังข่าว และเป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งปีที่เธอ “ร้อนรน” อย่างควบคุมไม่ได้ เธอติดต่อทุกช่องทาง หน่วยข่าวกรอง สายลับ แหล่งข้อมูลทุกอย่างที่เธอมี เพื่อหาคำตอบเพียงข้อเดียว
“เขายังมีชีวิตอยู่ไหม”
และในที่สุด—คำตอบก็มาถึง กรกรรณอยู่ที่ชายแดนของวอร์เกน
ในเวลาเดียวกันสภาผู้แทนของวอร์เกนกำลังประชุมอย่างเคร่งเครียด ญัตติด้านมนุษยธรรมเปิดรับผู้อพยพจากอัลเทรัส การถกเถียงยืดเยื้อกินเวลาสามวันก่อนจะมีมติ “รับ” และทันทีที่คำสั่งถูกประกาศ คำสั่งเคลื่อนกำลังเพื่อช่วยเหลือผู้ลี้ภัยถูกส่งออกไป น้ำแข็งไม่รอใคร เธอพุ่งออกไปก่อนคำสั่งจะอ่านจนจบ ลุยเดี่ยว เข้าสู่เขตค่ายผู้ลี้ภัย สายตาของเธอมีเพียง “เป้าหมายเดียว” หาเขา
จนกระทั่งเธอพบกรกรรณ นั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของสัตว์ประหลาด ความตายอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่กี่วินาที และในวินาทีนั้นน้ำแข็งไม่ได้คิด ไม่ได้ลังเล สิ่งเดียวที่หลุดออกจากปากเธอคือ
“ของฉัน…”
พร้อมพลังระเบิดออกในชั่วพริบตากวาดล้างทุกชีวิตที่เป็นอันตรายต่อเขา
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ