เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
27) Fight Dot 01 (ภาค2)
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความแนะนำตัวละคร
กรกรรณ กาลธารา ฉายา: แกะดำ 03 / เจ้าชายแกะดำ ชายหนุ่มอายุประมาณ 25 ปี รูปร่างสูงโปร่ง ไม่ใช่สายกล้ามใหญ่ ผมสีดำเข้มไม่ได้เซ็ตหรือดูโดดเด่นมักปล่อยผมแบบธรรมชาติ ดูเรียบร้อยแต่ไม่เนี้ยบช่วงแรกให้ความรู้สึกเหมือน “ลูกคุณหนูที่ไม่เหมาะกับสนามรบ” แต่พออยู่ในสนามจริง บรรยากาศรอบตัวจะเปลี่ยนเป็นคนที่ “นิ่งและน่ากลัวแบบเงียบ ๆ”
ความสามารถ การมองเห็น “จังหวะ / จุดอ่อน / ความผิดปกติ” อ่านสนามรบได้เหมือนภาพช้าลง ร่างกายปรับตัวจากประสบการณ์ต่อสู้ได้เร็วมาก ใช้พลังธรรมชาติผ่าน “ความตั้งใจ”
ประวัติโดยย่อ อดีตลูกชายตระกูลทหารใหญ่แห่งอัลเทรัส แต่ตัวเองกลับไม่ใช่นักสู้ เขาชอบอ่านหนังสือ ดูแลสวน และใช้ชีวิตเรียบง่ายมากกว่าการถืออาวุธ ชีวิตของเขาพังลงเมื่อ “ฝนสัตว์ประหลาด” ทำลายอัลเทรัส ครอบครัวหายสาบสูญ เมืองล่มสลาย และเขากลายเป็นผู้ลี้ภัย ระหว่างหลบหนี เขาสูญเสียผู้คนมากมาย รวมถึง ศศินา เวธา หญิงนักรบที่ปกป้องเขาจนวาระสุดท้าย เหตุการณ์นั้นทำให้กรเริ่ม “ลุกขึ้นสู้” เป็นครั้งแรก หลังเดินทางถึงวอร์เกน เขาถูกผลึกปริศนาเลือก และถูก อเล็ก ไกรเซอร์ ดึงเข้าสู่หน่วย “แกะดำ” แม้จะดูอ่อนแอที่สุดในทีม แต่กรกลับค่อย ๆ กลายเป็นศูนย์กลางของทุกคน
เมโลดี้ สกาเล็ต ชื่อเรียก: หนูแดง / แกะดำ 02 ฉายาในโลกใต้ดิน: เมโลดี้ เอ็มม่า
ร่างเล็ก (ร่างหลักที่อยู่กับแกะดำ) เด็กสาวตัวเล็ก สูงประมาณ 130 ซม. ผมสีขาวยาว ดวงตาสีแดงสด ผิวขาวซีด รูปร่างผอมบาง เหมือนตุ๊กตา มักใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือชุดนอนง่าย ๆ ภาพรวมให้ความรู้สึก: น่ากลัว แปลก เหมือน “ผีเด็ก” มากกว่าเด็กธรรมดา
ร่างโต (เมโลดี้ เอ็มม่า) หญิงสาวอายุราว 28 ปี ผมสีแดงยาว รูปร่างสูงสง่า สัดส่วนสมบูรณ์แบบ มีเสน่ห์รุนแรงมากเวลาขึ้นเวที
ความสามารถ เส้นผมมีชีวิต️ พิษ การต่อสู้ระยะประชิด
นักฆ่าระดับสูง อดีตมือสังหารของน็อกเทีย ถูกประกาศจับตาย เคยรับภารกิจลอบสังหารโรฮาน มีประสบการณ์ฆ่าคนจริงจำนวนมาก แต่ปัจจุบัน: เธอพยายาม “เป็นมนุษย์ปกติ” อยู่กับแกะดำ
เมโลดี้ สกาเล็ต เคยเป็นเด็กที่เติบโตในโลกมืดของน็อกเทีย และถูกสร้างให้กลายเป็น “อาวุธ” เธอเรียนรู้เรื่องพิษ การฆ่า และการเอาชีวิตรอดตั้งแต่อายุน้อย จนกลายเป็นมือสังหารระดับสูงที่แม้แต่โลกใต้ดินยังหวาดกลัว ต่อมา พลัส ไกรเซอร์ ดึงตัวเธอเข้ามาใช้งานให้วอร์เกน และสุดท้ายฝากเธอไว้กับ อเล็ก ในหน่วยแกะดำ แม้ภายนอกเธอจะดูเพี้ยนและอันตราย แต่จริง ๆ แล้วเธอเป็นคนที่ “พัง” มานานมากแล้ว หลังได้พบกรกรรณ ชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป
หมีดำ ชื่อเต็ม: ดรากอส เวลครอน รหัสทีม: แกะดำ 01 ชายร่างยักษ์ สูงประมาณ 230 ซม. ตัวใหญ่มหาศาลเหมือนหมี กล้ามเนื้อหนาแน่นผิดมนุษย์ ผิวเข้ม มีรอยแผลจำนวนมากทั่วร่าง มือใหญ่จนกำโทรศัพท์แตกได้โดยไม่ตั้งใจ
ความสามารถ พละกำลังระดับสัตว์ประหลาด สายป้องกันสมบูรณ์แบบ
ประวัติโดยย่อ ดรากอส เวลครอน เคยเป็นผู้นำกองกำลังรบขนาดใหญ่ และเป็นนักสู้ระดับแนวหน้าที่โด่งดังจากความโหดและความอึดผิดมนุษย์ ในอดีตเขาถูกมองว่า “อันตรายเกินกว่าจะปล่อยไว้” แต่ตอนนี้เขาคือ:“พี่ใหญ่ของบ้าน”
เอลินเซีย วินเทรส ชื่อเล่น: น้ำแข็ง ฉายา: เจ้าหญิงน้ำแข็ง หญิงสาวอายุประมาณ 22–23 ปี
ความสามารถ️ พลังน้ำแข็ง
เอลินเซีย วินเทรส คือบุตรสาวของ วินเซนต์ วินเทรส รัฐมนตรีผู้ทรงอำนาจแห่งวอร์เกน เธอเติบโตมาอย่างสมบูรณ์แบบ: มีชื่อเสียง มีพรสวรรค์ มีคู่หมั้นที่รักกันและมีพี่ชายที่เธอเคารพมาก ต่อมาพี่ชาย “คาริน” และคู่หมั้น “อาเธียน” ถูกส่งไปปฏิบัติภารกิจลับในออร์เดเรีย และถูก “จำหน่ายออกจากระบบ” ซึ่งแทบหมายถึงความตาย
ในช่วงเวลาเดียวกัน น้ำแข็งกำลังแฝงตัวอยู่ที่อัลเทรัสในฐานะสายข่าวและที่นั่นเอง เธอเริ่มสนใจ “กรกรรณ” แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นความหมกมุ่นเงียบ ๆ หลังสูญเสียทุกอย่าง เธอบังเอิญพบกรที่สนามบินก่อนกลับวอร์เกน และความใจดีธรรมดาของเขากลายเป็นสิ่งที่ช่วยพยุงหัวใจเธอไว้ หลังจากนั้นเธอเฝ้าติดตามชีวิตของกรเกือบหนึ่งปีจนกระทั่งวันที่อัลเทรัสล่มสลาย และเธอรู้ว่าเขากำลังจะตายที่ชายแดนทันทีที่วอร์เกนอนุมัติช่วยผู้ลี้ภัยน้ำแข็งจึงบุกเข้าไปช่วยเขาด้วยตัวเอง พร้อมพูดคำเดียวว่า: “ของฉัน…”
กลุ่มชุดขาวกรานเวล
นิโคล วิเรล (Nicole Virel) ความสามารถ️ ต่อสู้ระยะประชิด + กระบองทอง
ไคลน์ อาร์เดล (Klein Ardel) ความสามารถ️ แรงโน้มถ่วง
เรน วัลคีร์ (Rain Valkyr) ความสามารถ️ ใบมีดลม
มังกรดำ
ชิน อาซ่ากอน (Shin Azargon) มังกรดำ 01 ความสามารถ️ สายฟ้า ปลุกพลัง
วิสเปอร์ (White Mask - Whisper) ความสามารถ️ คลื่นแส้ คลื่นโจมตี
ไรโอ — มังกรดำ 02 ความสามารถ️ หมัดเพลิง หมัดมวย
เนล — มังกรดำ 03 ความสามารถ️ เทเลพอร์ต ระบบเครื่องหมาย (Mark) คลังระเบิด
หลายวันผ่านไป
ข่าวชัยชนะของ “กรานเวล” ยังคงถูกพูดถึงไม่หยุด
ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ และวงสนทนาทั่วทั้งวอร์เกน ต่างเต็มไปด้วยเรื่องของสงครามครั้งนั้น
บางคนพูดถึง “ชัยชนะ”
บางคนพูดถึง “ความสูญเสียมากเกินจะรับได้”
ขณะที่นักวิชาการด้านการทหารเริ่มออกมาวิพากษ์วิจารณ์แผนป้องกันของกรานเวลอย่างหนัก โดยเฉพาะ:
- การกระจายกำลัง
- ความผิดพลาดในการประเมินมาสเตอร์มังกรดำ
- และการปล่อยให้แนวป้องกันแตกพร้อมกันถึงสามทิศ
หลายคนมองว่า: หากแนวเหนือพังลงอีกเพียงจุดเดียวกรานเวลอาจหายไปจากแผนที่แล้วจริง ๆ
ในโลกใต้ดินเอง ข่าวของศึกครั้งนี้ยิ่งลุกลามหนักกว่าเดิม เงินผิดกฎหมายไหลสะพัดมหาศาลจากการพนันผลสงครามทั้งคนที่รวยขึ้นในคืนเดียว และคนที่หมดตัวเพราะเดิมพันผิดฝั่ง
ชื่อของ: ❄️ เอลินเซีย วินเทรส และกรกรรณ กาลธารา “แกะดำ 03”
ถูกพูดถึงไปทั่วทุกอาณาจักรทั้งในฐานะ: “ฮีโร่แห่งกรานเวล”
และในฐานะ: “ตัวแปรอันตรายที่ไม่ควรปล่อยไว้”
ภาพจากเฮลิคอปเตอร์ข่าว ในวินาทีที่ทั้งคู่ยืนท่ามกลางพายุน้ำแข็ง ถูกเผยแพร่ซ้ำแล้วซ้ำอีกจนเริ่มมีคนเรียกพวกเขาว่า—“เจ้าหญิงน้ำแข็ง และ เจ้าชายแกะดำ”
แม้แต่บริษัทเสื้อผ้า อาวุธ และแบรนด์หรูจำนวนมาก ยังเริ่มติดต่อกองทัพวอร์เกน เพื่อขอเป็นผู้สนับสนุน “ชุดขาว” อย่างเป็นทางการ
สงครามเพียงครั้งเดียวเปลี่ยน “นักรบ” ให้กลายเป็น “สัญลักษณ์” ของประเทศไปแล้ว
แต่สำหรับคนที่อยู่ในสนามรบจริง ๆ สิ่งที่เหลืออยู่หลังชัยชนะกลับไม่ใช่ชื่อเสียงแต่เป็น “ช่องว่าง”
โรงพยาบาลทั่วกรานเวลยังเต็มไปด้วยผู้บาดเจ็บหลายคนสูญเสียแขน ขา หรือคนสำคัญในชีวิต
ผู้รอดชีวิตจากศึกมังกรดำ ต่างพยายามรักษาทั้งร่างกายและหัวใจของตัวเองต่อไป
กรกรรณ ยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเดิม หลายวันหลังศึกมีคนมาเยี่ยม คือสมาชิกทีมไฮดร้าที่เหลือ
โคลท์และเซียร่า ทั้งสองยืนทำความเคารพเขาอย่างจริงจัง ก่อนถามถึง “วินาทีสุดท้าย” ของเรย์นาร์ หัวหน้าทีมของพวกเขา
กรเล่าเรื่องทุกอย่างเงียบ ๆ เล่าถึงจังหวะที่เรย์นาร์ผลักเขาออกจากทางตาย เล่าถึงมือที่ลูบแก้มเขาเป็นครั้งสุดท้าย
และเล่าถึงรอยยิ้มสุดท้ายของเธอ
ไม่มีใครพูดอะไรหลังจากนั้นอยู่พักใหญ่ สุดท้าย โคลท์เพียงยืนตรง แล้วพูดเบา ๆ ว่า
“หัวหน้าทีม…คงดีใจ”
“ที่ตัวเองช่วยคนได้ถึงที่สุดแล้ว”
ก่อนทั้งสองจะกลับไปปฏิบัติหน้าที่กับหน่วยบลูเฟรมต่อทันที
ส่วน: นิโคล ไคลน์️ เรน ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้อง ICU ของโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในกรานเวลแม้จะพ้นขีดอันตรายแล้วแต่สภาพร่างกายยังหนักเกินกว่าจะกลับมาลงสนามได้ในเร็ววัน โดยเฉพาะไคลน์ ที่ใช้พลังเกินขีดจำกัด ขณะที่เรน ยังไม่พูดกับใครเลยตั้งแต่ฟื้นขึ้นมา
ส่วนทางเมืองหลวง น้ำแข็งและเอเดรียนถูกส่งตัวกลับไปรักษาในโรงพยาบาลส่วนกลางของวอร์เกนทันที หลังอาการคงที่ ข่าวลือบอกว่า วินเซนต์ วินเทรส ถึงขั้นสั่งปิดทั้งชั้นของโรงพยาบาล เพื่อกันนักข่าวและผู้คนออกจากพื้นที่และในเวลาเดียวกันพิธีศพของผู้เสียชีวิตจากศึกกรานเวล ก็ถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติที่สุดเท่าที่วอร์เกนเคยมีมา
รายชื่อของ: ดาริอุส️ โซลาร์ ลูเซีย ราฟีนต้า และผู้เสียชีวิตอีกมากมายถูกจารึกไว้ในอนุสรณ์สถานกลางเมืองหลวงส่วน “ชุดขาว” ที่เสียชีวิตในสนามรบจะได้รับการสร้าง “รูปปั้นขนาดเท่าตัวจริง” จัดแสดงไว้ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองหลวงเพื่อให้วอร์เกนจดจำว่า—ครั้งหนึ่งพวกเขาเคยยืนหยัดต่อสู้จนหมดลมหายใจ
โรงพยาบาลของหน่วยงานรัฐแห่งเดิมในเมืองกรานเวล
ห้องพักห้องเดิม…แต่ต่างออกไปเล็กน้อย
ผนังถูกทาสีใหม่ มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เครื่องทำน้ำอุ่น และเฟอร์นิเจอร์ใหม่หลายอย่าง ราวกับพยายามลบภาพของสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไม่เปลี่ยนเลย คือ “ความวุ่นวาย”
เสียงโวยวายดังออกมาจากห้องพักตั้งแต่เช้ายันเย็น จนพยาบาลทั้งชั้นเริ่มจำได้ว่า ถ้าเสียงดังขนาดนี้…แปลว่า “แกะดำ” ยังอยู่ครบทุกคน
“ที่ร๊ากกกกก เค้าเป็นห่วงแทบแย่~”
หนูแดง ใช้เส้นผมสีขาวของตัวเองมัดกรกรรณไว้กับเตียง ก่อนพยายามดึงกางเกงคนเจ็บลงอย่างจริงจัง
“รู้นะว่ามีแผลเต็มตัว มาให้เค้าเลียสิ เดี๋ยวหายเร็วขึ้น~ แถมดูดให้ด้วยก็ได้น้า…”
“ไม่เอา!!” กรกรรณดิ้นสุดชีวิต มือหนึ่งดึงกางเกงตัวเอง อีกมือพยายามแกะเส้นผมที่พันตัวไว้
“ไม่ให้เลีย! แล้วไม่ให้ดูดด้วย!?”
“หยุดกินอาหารคนไข้ได้แล้ว หมีดำ!” อเล็กตะโกนลั่น “นั่นของเจ้ากรนะ!”
หมีดำเงยหน้าจากถาดอาหารที่สามของวัน สีหน้าสับสนจริงจัง “ก็มันหิวอีกแล้วนี่ครับ…”
พยาบาลสาวสองคนที่ดูแลห้องนี้เป็นประจำยืนอยู่หน้าประตู สีหน้าเหมือนคนผ่านสงครามมาเหมือนกัน
“เงียบหน่อยได้ไหมคะ ทั้งทีมเลย…” คนหนึ่งพูดเสียงอ่อนแรง “ห้องอื่นเขาต้องการพักผ่อนนะคะ…”
อีกคนถอนหายใจ แต่ก็ไม่ได้ดูโกรธจริงนัก เธอยกมือถือขึ้นดูข่าวที่กำลังดังที่สุดของประเทศ
ภาพบนหน้าจอคือภาพจากเฮลิคอปเตอร์ข่าว ภาพของน้ำแข็งกับกรกรรณ ท่ามกลางพายุน้ำแข็งสีขาว
“ไม่น่าเชื่อเลยนะ…” เธอพึมพำ “คุณกรกรรณคนนี้…กับคนในข่าวจะเป็นคนเดียวกัน”
“ใช่เลย…” พยาบาลอีกคนยิ้ม “ตอนที่เขาปกป้องคุณน้ำแข็ง…ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังร่ายรำถวายผลึกดอกเบญจมาศจริง ๆ”
“เหมือนเจ้าชายที่พยายามปกป้องเจ้าหญิงเลย…”
ทั้งสองคนยืนคุยกันด้วยสีหน้าชื่นชมและแน่นอน—เสียงนั้นเข้าหูหนูแดงชัดเจนทุกคำ
“หนวกหูนะ…ยัยพวกนกแซงแซว!” หนูแดงหันขวับไปทันที “แบบนั้นใครก็ทำได้! ฉันก็เต้นได้เหมือนกัน!”
พูดจบ เธอก็กระโดดขึ้นบนเตียง แล้วเริ่มเต้นดุ๊กดิ๊กประหลาด ๆ ทันที
แขนแกว่งไปมา หมุนตัวผิดจังหวะแถมยังลื่นผ้าห่มตัวเองเกือบตกเตียงอีกต่างหาก
กรกรรณได้โอกาสหายใจในที่สุด รีบคลานหนีออกจากระยะอันตรายทันที
อเล็กมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าเหมือนนักวิชาการกำลังวิเคราะห์งานศิลปะ
“ฉันว่าเหมือนแมงง่องแง่งโดนโรยเกลือมากกว่า”
ห้องทั้งห้องเงียบไปหนึ่งวินาที จากนั้น—
“อ๊ากกกกกกกก!!”
หนูแดงพุ่งกัดแขนอเล็กเต็มแรงทันที
“ช่วยด้วย! มันกัดฉัน!” อเล็กโวยวายเสียงหลง “พิษ! ฉันโดนสัตว์มีพิษกัดแล้ว!”
เขาพยายามสะบัดหนูแดงออก จนเสียหลักล้มชนโต๊ะอาหาร
ถาดข้าวของคนไข้ปลิวกระจายและหมีดำ รีบพุ่งไปรับของกินก่อนตกพื้นทันที
พยาบาลทั้งสองคนยืนมองภาพตรงหน้าเงียบ ๆ
และเป็นอีกวันที่ กรกรรณ กาลธารา…ยังไม่ตาย
ไวท์คราวน์เมืองหลวงวอร์เกน
วินเซนต์ วินเทรส ยืนอยู่กลางห้องทำงานของพลัส ไกรเซอร์ ภายในห้องเงียบสนิท ประตูถูกปิดลงตั้งแต่ต้น บรรยากาศหนักอึ้งจนแทบหายใจไม่ออก
“คุณทำเกินไปแล้ว…ที่ปรึกษา”
รัฐมนตรีกลาโหมและการคลังเอ่ยเสียงต่ำ ดวงตาคมกริบจ้องอีกฝ่ายตรง ๆ
พลัสเอนตัวพิงโต๊ะทำงานอย่างไม่ทุกข์ร้อน สีหน้าสงบนิ่งเหมือนเดิม
“ถ้าไม่พอใจ…ก็ทำเรื่องปลดฉันสิ ท่านรัฐมนตรี”
น้ำเสียงเรียบเฉย แต่แฝงการเย้ยหยันและท้าทายอย่างชัดเจน
เส้นเลือดบนขมับของวินเซนต์กระตุกเล็กน้อย
“ถ้าน้ำแข็งไม่ได้เป็นสัญลักษณ์ของวอร์เกน…ไม่ได้ถูกเสนอชื่อรับเหรียญเกียรติยศจากศึกกรานเวล…”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกัดฟันพูดต่อ
“ผมปลดคุณไปแล้ว”
ภายในห้องกลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง
วินเซนต์สูดลมหายใจลึก พยายามกดอารมณ์ทั้งหมดไว้ ก่อนพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
“ผมมาบอกไว้ตรงนี้ ตั้งแต่วันนี้ น้ำแข็งไม่ใช่ชุดขาวอีกต่อไป”
ดวงตาของพลัสขยับขึ้นมามองเขาเล็กน้อย
“เธอถูกย้ายออกจากหน่วย ต่อไปจะเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ประจำสภาสูงของวอร์เกน”
วินเซนต์จ้องอีกฝ่ายนิ่ง
“และอย่ายุ่งกับเธออีก”
พูดจบ เขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องทันที โดยไม่รอฟังคำตอบ
เหลือเพียงเสียงประตูปิดดัง “ปัง” สะท้อนอยู่ในห้องเงียบ ๆ
พลัสมองประตูนั้นอยู่พักหนึ่ง ก่อนถอนหายใจแผ่วเบา
“เฮ้อ…”
“ปกป้องลูกสาว…หรือขังเธอไว้กันแน่นะ ท่านรัฐมนตรี…”
คำสั่งโยกย้ายถูกเซ็นอนุมัติในวันถัดมา เอลินเซีย วินเทรส ถูกถอดจากตำแหน่งชุดขาวอย่างเป็นทางการและถูกย้ายไปดำรงตำแหน่ง “เลขานุการรองเลขาธิการสภาสูงวอร์เกน” ในวันที่เธอออกจากโรงพยาบาลพอดี
ภายในคฤหาสน์วินเทรสอันกว้างใหญ่ น้ำแข็งยืนเงียบอยู่กลางห้องแต่งตัว รอบตัวมีเพียงความเงียบ บ้านหลังนี้เต็มไปด้วยคนรับใช้แต่กลับไม่เคยให้ความรู้สึกว่า “มีคนอยู่”
วินเซนต์แทบไม่ได้กลับบ้าน เดือนหนึ่ง…อาจไม่ถึงห้าครั้งด้วยซ้ำ
บนราวแขวนเสื้อ มีชุดทำงานของสภาสูงถูกเตรียมไว้เรียบร้อยแล้วผ่านการซักรีดจนไร้รอยยับ เหมือนทุกอย่างถูกกำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว คนรับใช้สาวเดินเข้ามาอย่างระมัดระวัง ก่อนยื่นแฟ้มเอกสารให้เธอ
“คุณหนูคะ…นี่รายละเอียดคำสั่งย้ายค่ะ…”
น้ำแข็งรับมันมาเงียบ ๆ สายตากวาดผ่านตัวหนังสือทีละบรรทัด คำสั่งย้าย คำสั่งระงับการปฏิบัติหน้าที่ภาคสนาม
ทุกอย่างจบลงในกระดาษไม่กี่แผ่น
“……”
เธอนิ่งไปพักใหญ่ก่อนภาพหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัวภาพของกรกรรณในวันสุดท้ายก่อนเข้าสงคราม
“ถ้านายไม่ตาย…ฉันจะรอ” “รอ…จนกว่านายจะพร้อม แล้วมาหาฉัน”
ปลายนิ้วของน้ำแข็งกำเอกสารแน่นขึ้นเล็กน้อยจากนั้นเธอก็ค่อย ๆ หลับตาลง
“…ฉันจะรอนาย กรกรรณ…”
เสียงนั้นเบามากแทบไม่ต่างจากเสียงกระซิบแต่กลับหนักแน่นกว่าครั้งไหน
เธอยอมรับตำแหน่งใหม่อย่างเงียบงันเหมือนหิมะที่หยุดตกลงแล้วแต่ยังคงหนาวเย็นอยู่ลึก ๆ ในหัวใจ
บ้านพักของครูฝึกอเล็ก ไกรเซอร์ และหน่วยแกะดำ
“โอ้ววววววววววววววววว!!!”
ทันทีที่ทุกคนเปิดประตูเข้ามา เสียงร้องตกใจก็ดังลั่นบ้าน
หน้าประตูเต็มไปด้วย: จดหมาย ช่อดอกไม้ กระเช้าของเยี่ยม การ์ดอวยพร ของฝากสารพัด
กองพะเนินแทบปิดทางเข้าบ้านทั้งหมด
ส่วนใหญ่ถูกส่งถึง: “แกะดำ 03”
และอีกมุมหนึ่งก็มี: การ์ดบอกรักถึง “แกะดำ 02” กองเล็ก ๆ วางอยู่ไม่ห่างกัน
“กระเช้าาาาา!!! ของกิน! นมหมี!!!”
หมีดำพุ่งเข้าใส่กระเช้าของฝากทันทีเป็นคนแรก ราวกับเจอสมบัติแห่งชาติ
“พวกเขาคงเริ่มยอมรับในตัวนายมากขึ้นแล้วนะ กรกรรณ”
อเล็กพูดขึ้นสบาย ๆ พลางใช้เท้าเขี่ยกองของฝากออกจากหน้าประตูเพื่อเดินเข้าบ้าน
“มันก็…รู้สึกแปลก ๆ อยู่นะครับ ไม่ค่อยชินเลยแบบนี้”
กรหัวเราะแห้ง ๆ ก่อนช่วยทุกคนขนของเข้าบ้าน
“แต่อย่างน้อย ได้กลับมาบ้านพักที่สงบแบบนี้ก็ดีครับ ดีกว่านอนโรงพยาบาล อย่างน้อยก็มีความเป็นส่วนตั—”
กรชะงัก…ก่อนดวงตาจะเบิกกว้างทันที
“พวกคุณมาทำอะไรที่นี่ครับเนี่ยยยย!!!”
ตรงโต๊ะกินข้าวกลางบ้าน นิโคล ไคลน์️ เรน กำลังนั่งกินพิซซ่ากันอย่างสบายใจราวกับเป็นบ้านตัวเอง
“ไงงงง กลับมาแล้วหรอออ กรรรร~” นิโคลโบกมือทักเสียงใส พร้อมคาบพิซซ่าอยู่ในปาก
อเล็กกับหมีดำกลับไม่มีท่าทีตกใจแม้แต่นิดเดียวทั้งคู่ทิ้งของลงพื้น ก่อนเดินไปนั่งร่วมวงทันทีอย่างเป็นธรรมชาติ
“อ่า…ขอบคุณสำหรับอาหาร”
หมีดำถูมือไปมา มองพิซซ่าตาเป็นประกาย
“น่าอายชะมัดเลย พี่หมีดำ…” กรกุมขมับ ก่อนหันกลับไปถามนิโคล “แล้วมารวมตัวกันที่นี่ทำไมครับ”
“ไม่มีอะไรหรอก~ก็แค่ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์”
นิโคลยิ้มกว้าง ก่อนหันไปทางอเล็ก
“ต่อจากนี้พวกเราจะมาฝึกกับทีมแกะดำบ่อย ๆ ได้ไหมค้าาา~ ครูฝึกอเล็กกกก”
“ได้สิ ได้ เธอน่ะลูกศิษย์คนโปรดของฉันเลย…”
อเล็กตอบทั้งที่ยังเคี้ยวพิซซ่าเต็มปาก
“โอ๊ย…หัวจะปวด…” กรถอนหายใจยาว
แต่จู่ ๆ สีหน้าของไคลน์ก็จริงจังขึ้นเล็กน้อย
“กร…นายรู้หรือยัง น้ำแข็งถูกย้ายแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบลงทันที
“เธอถูกปลดจากชุดขาว ตอนนี้ถูกย้ายไปทำงานเป็นเลขาในสภาสูง”
“ไงนะครับ?”
กรเงยหน้าทันที สีหน้าตกใจชัดเจน
“ทำไมถึงเป็นแบบนั้น นี่มันเหมือนตั้งใจกลั่นแกล้งเธอเลย…มีคนไม่ชอบเธอเหรอครับ”
“ไม่…” ไคลน์ส่ายหน้าเบา ๆ
“ตรงกันข้ามเลย” เขานิ่งไปชั่วครู่ก่อนพูดต่อ
“พ่อของเธอ…วินเซนต์ วินเทรส รัฐมนตรีกลาโหมกับการคลัง”
“เขาพยายามกันน้ำแข็งออกจากสนามรบมากกว่า”
กรนิ่งเงียบ
เรนจึงพูดเสริมขึ้นเบา ๆ
“ครั้งก่อน ตอนโดนวิสเปอร์เล่นงานหนัก เธอก็ถูกลดให้เป็นตัวสำรองไปแล้ว”
“……”
กรค่อย ๆ ก้มหน้าลงช้า ๆ ตอนนั้นเอง เขาถึงเข้าใจทุกอย่างเข้าใจว่าทำไม: น้ำแข็ง ถึงไม่ได้ร่วมรบกับชุดขาวในศึกมังกรดำตั้งแต่ต้น
และเข้าใจว่า—สิ่งที่เธอทำในช่วงท้ายของสงคราม
คือการ: “ขัดคำสั่งของพ่อตัวเอง” เพื่อกลับลงสนาม เพื่อมาหาเขา เพื่อยืนข้างเขา กรเงียบไปพักใหญ่ ก่อนยิ้มบาง ๆ ออกมา
“พอมองแบบนี้แล้ว…น้ำแข็งเป็นคนที่กล้าจริง ๆ นะครับ”
เขามองมือตัวเองเงียบ ๆ
“เธอกล้าตัดสินใจ แล้วก็กล้ารับผลของมันทั้งหมด”
กรหัวเราะเบา ๆ กับตัวเอง
“ต่างจากผมเยอะเลย…”
นึกขึ้นได้ กรก็รีบคว้าโทรศัพท์ของน้ำแข็ง แล้วแอบเดินออกมาหลังบ้านเงียบ ๆ คนเดียว เขารีบเสียบสายชาร์จ ก่อนสูดหายใจลึกแล้วกดโทรออก
เสียงรอสายดังไม่ถึงสองครั้งปลายสายก็รับทันทีแต่เสียงที่ดังกลับมา…เย็นชาจนน่าตกใจ
“สวัสดี…ที่นี่ไม่มีคนชื่อน้ำแข็ง…”
“…..” กรอึ้งไปเล็กน้อยเพราะนั่นคือเสียงของน้ำแข็งชัด ๆ
“คุณน้ำแข็งครับ สวัสดีครับ ผมกรเองนะ”
ปลายสายเงียบไปพักหนึ่งก่อนตอบกลับมาเบา ๆ
“รู้แล้ว…”
น้ำเสียงยังนิ่งอยู่
“โทรศัพท์เครื่องนั้นเป็นของฉันและมีอยู่คนเดียวที่ถือมันอยู่…” เธอเว้นช่วงเล็กน้อย
“…ก็นายนั่นแหละ”
แม้จะยังฟังดูเย็นชาแต่กรเริ่มจับได้แล้วว่า—เธอกำลังงอน
“แล้วโทรมาทำไมตอนนี้…”
กรยิ้มแห้ง ๆ นิดหน่อย ก่อนรีบพูดต่อ
“คือ…ผมได้ยินว่าคุณน้ำแข็งถูกย้ายครับ…”
“เป็นอะไรมากไหม? งานใหม่เป็นยังไงบ้างครับ”
“งานก็คืองาน…” น้ำแข็งตอบสั้น ๆ แล้วเงียบไปอีกครั้ง ลมกลางคืนพัดผ่านเบา ๆ กรกำโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย
“คุณน้ำแข็ง…อดทนหน่อยนะครับ” เสียงของเขาจริงจังขึ้นช้า ๆ
“ผมจะหาทางย้ายเข้าเมืองหลวงไปให้ได้ ผมอยาก…ทำอะไรสักอย่างเพื่อคุณน้ำแข็งบ้าง”
“……” ปลายสายเงียบสนิทจนกรเริ่มไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายยังฟังอยู่หรือเปล่าแต่เขาก็ยังพูดต่อ
“เดี๋ยวผมจะลองคุยกับครูฝึกอเล็กก่อนนะครับ”
“แต่ถ้ามันไม่มีทางจริง ๆ…”
กรสูดหายใจเข้า
“ผมจะลาออกแล้วเข้าเมืองหลวงไปเอง”
“ผมสัญญา”
หลังจากนั้นปลายสายก็เงียบไปนานมากนานจนกรได้ยินแม้แต่เสียงหัวใจตัวเอง
ก่อนสุดท้าย เสียงของน้ำแข็งจะดังกลับมาแผ่วเบา
“…..ฉันจะรอ…..”
เธอหยุดไปเล็กน้อย
“…คิดถึงนะ…..”
แล้วสายก็ตัดทันที
“……”
กรยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเคลิ้มอยู่กับคำว่า “คิดถึงนะ” จนเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ก่อนเขาจะค่อย ๆ หันกลับไป—แล้วแทบหัวใจวายเพราะทุกคนในบ้านกำลังยืนมุงอยู่ครบได้ยินกันหมดทุกคำ
“เอ้ย!!!” ไคลน์พุ่งเข้ามาทันที “นั่นโทรศัพท์สำรองของน้ำแข็งนะเว้ย!! แก เจ้ากร!! เอามาเดี๋ยวนี้เลย!!!”
เขาเบียดทุกคนเข้ามาแย่งโทรศัพท์จากมือกรทันที
“อุ๊ย ๆ ๆ~มีคนรออยู่เมืองหลวงด้วยแหละ~” นิโคลแซวเสียงใส
“ที่ร๊ากกกก~จะหนีเค้าไปเมืองหลวงหรอออ~” หนูแดงวิ่งเข้ามาเกาะขากรทันที
“ไม่ได้น้าาา~ผู้หญิงเมืองหลวงน่ะหลายใจจะตายยย~”
“โอ๊ย!! หยุดก่อนครับ!! มีสติกันหน่อย!!” กรพยายามดิ้นสุดชีวิต พร้อมกำโทรศัพท์แน่นไม่ยอมให้ไคลน์แย่งไปได้บ้านทั้งหลังเริ่มวุ่นวายเหมือนสนามรบย่อม ๆ
แต่จู่ ๆ
“มันก็มีทางอยู่นะ…” เสียงของอเล็ก ดังขึ้น
ทุกคนหยุดแทบจะพร้อมกันทันที
อเล็กที่ถือพิซซ่าในมือเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ความจริง…พวกเราก็อยู่เมืองชายแดนนี่มานานแล้ว” เขากัดพิซซ่าคำหนึ่ง ก่อนพูดต่อ
“เดี๋ยวฉันจะลองคุยกับพลัสดู ถ้าได้ย้ายเข้าเมืองหลวง หลายอย่างก็คงสะดวกขึ้น”
“แต่คงต้องใช้เวลาเดินเรื่องนานหน่อย เข้าไปในนั้นไม่ง่ายหรอก” ดวงตาของกรสว่างขึ้นทันที
“เดี๋ยว!! ไปได้จริงหรอครับ!?” เขารีบวิ่งเข้าไปจับมืออเล็กทันที
“สุดยอดเลย ครูฝึกอเล็ก! ขอบคุณมากครับ!”
“โอ๊ย…เขย่าทำไมเนี่ย…” อเล็กบ่น แต่ก็ไม่ได้ดึงมือกลับ
“ถ้าครูฝึกอเล็กจะย้ายจริง…” นิโคลรีบยกมือทันที
“หนูก็จะขอย้ายไปเมืองหลวงด้วย! ที่นั่นเสียคนไปตั้งสามตำแหน่ง น่าจะย้ายได้เหมือนกัน”
เธอหันไปทางสองคนข้าง ๆ “ไคลน์ เรน ไปด้วยกันไหม?”
“ก็ได้…” ไคลน์ตอบทันที “ถ้าได้ไปอยู่ใกล้น้ำแข็ง”
เรนพยักหน้าเงียบ ๆ เห็นด้วย
“ยังไงก็ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้หรอก” อเล็กพูดตัดบท ก่อนเดินกลับเข้าไปในบ้าน
“เดี๋ยวฉันคุยกับพลัสดูก่อน”
แล้วเขาก็กลับไปกินพิซซ่าต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังความวุ่นวายเริ่มสงบ
ทุกคนทยอยเดินกลับเข้าบ้านพักแต่ก่อนเข้าไป ไคลน์ กลับหยุดเดิน แล้วหันมากำชับกรด้วยสีหน้าจริงจัง
“เฮ่…”
“นั่นโทรศัพท์ของน้ำแข็งนะ”
เขาชี้ไปที่มือถือในมือกร
“ห้ามเปิดดูข้อมูลส่วนตัวของเธอเด็ดขาด เข้าใจไหม”
“……”
กรพยักหน้าทันทีแต่หลังจากไคลน์เดินเข้าไปแล้วเขากลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นเพราะจริง ๆ ก่อนหน้านี้…เขาไม่เคยคิดเรื่องนี้เลยแม้แต่นิดเดียว
ไม่แม้แต่จะเอะใจด้วยซ้ำ แต่พอไคลน์พูดขึ้นมา—สมองของกรก็เริ่มคิดทันที ตอนที่น้ำแข็งให้โทรศัพท์มา เธอไม่ได้ล้างเครื่อง ไม่ได้ลบข้อมูล ไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลย ถ้าอย่างนั้น…ในเครื่องนี้…ก็ต้องยังมี รูปถ่าย ข้อความ บันทึก หรืออะไรบางอย่างที่เป็น “ตัวตนของคุณน้ำแข็ง” อยู่แน่ ๆ
แค่คิดหน้าของกรก็เริ่มแดงขึ้นเรื่อย ๆ
“มะ…ไม่ดีมั้ง…” เขารีบส่ายหัวแรง ๆ “แบบนั้นมันเสียมารยาท…”
แต่เงียบไปได้ไม่ถึงสามวินาที
“…ดูนิดเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”
และในคืนนั้นเองกรกรรณ กาลธาราก็หายตัวออกจากบ้านพักอย่างเงียบ ๆ ด้วยสีหน้าจริงจังที่สุดตั้งแต่จบสงครามมาเพื่อไปแอบเปิดดู “ข้อมูลในโทรศัพท์ของคุณน้ำแข็ง” อย่างจริงจังที่สุดในชีวิต…
ณ ที่มืดเงียบงันแห่งหนึ่งไม่มีใครรู้ว่ากรกรรณแอบมานั่งอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร มีเพียงแสงจากหน้าจอโทรศัพท์เท่านั้นที่สะท้อนอยู่บนใบหน้าของเขา
“ระ…ระ…” กรกลืนน้ำลาย
“รูปถ่าย…” นิ้วของเขาค่อย ๆ แตะเปิดแกลเลอรี่อย่างระมัดระวัง ราวกับกำลังทำเรื่องผิดมหันต์ ในเครื่องมีรูปเก็บไว้ไม่มากนัก
ส่วนใหญ่เป็น: รูปถ่ายเล่น รูปไปเที่ยว รูปในวัยเด็ก เขาเลื่อนดูไปช้า ๆ และก็เห็นน้ำแข็งในช่วงเวลาที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เด็กผู้หญิงผมสีดำที่หัวเราะสดใส รอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายต่างจากผู้หญิงเย็นชาที่เขาเห็นในตอนนี้แทบคนละคน
“……” กรเผลอยิ้มออกมาเบา ๆ โดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็เจอรูปที่เธอถ่ายกับพี่ชายและหลังจากนั้น…
ก็เป็นรูปของชายอีกคน อาเธียน คู่หมั้นเก่าของเธอตั้งแต่ตอนยังเป็นเด็ก จนโตเป็นวัยรุ่น ทั้งคู่ยืนข้างกันเสมอ
ยิ้มให้กันอย่างเป็นธรรมชาติ ดูเหมาะสมกันมากแม้ในแกลเลอรี่จะมีรูปของอาเธียนไม่เยอะแต่แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
ที่จะทำให้หัวใจของกรหนักขึ้นมาเงียบ ๆ
ความตื่นเต้นก่อนหน้านี้ค่อย ๆ จางหายไป เขาเพิ่งเข้าใจจริง ๆ ว่า—ก่อนจะมาพบเขาน้ำแข็งเคยมี “โลกทั้งใบ” ของเธออยู่แล้ว
กรนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนเลื่อนรูปต่อโดยไม่ได้คิดอะไรอีกจนกระทั่ง—เขาเห็นโฟลเดอร์หนึ่ง
ชื่อว่า: “กรกรรณ”
“……” กรกะพริบตาช้า ๆ
“…กะ…กรกรรณ?” เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามประมวลผลสิ่งที่เห็น
“เดี๋ยวนะ…มันชื่อกรกรรณ…แล้วฉันก็ชื่อกรกรรณ…” เขานิ่งค้างอยู่หลายวินาทีก่อนเริ่มพูดกับตัวเองรัวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ
“อ่า…มันคงเชื่อมกับ Email…เป็นคลาวด์เก็บรูปหรืออะไรแบบนั้น…”
“ฉันไม่ควรดู จะเปิดดูรูปตัวเองทำไม…” กรพยายามกดปิดทันทีแต่นิ้วกลับค้างอยู่ตรงหน้าจอ
“…ดูนิดเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง” เขาหัวเราะแห้ง ๆ
“ก็รูปเรานี่นา…” สุดท้าย นิ้วของเขาก็กดเข้าไปจนได้และในวินาทีนั้นเองดวงตาของกรก็เบิกกว้างขึ้นช้า ๆ
ในโฟลเดอร์นั้น…เต็มไปด้วย “รูปของเขา” ตั้งแต่สมัยยังอยู่ที่อัลเทรัส ตอนยังเป็นคุณชายของตระกูลกาลธารา
รูปตอน: ไปร้านหนังสือ ซื้อต้นไม้ เดินตลาด นั่งอ่านหนังสือ จัดสวน ถือกาแฟ นั่งเหม่อริมหน้าต่าง แทบทุกวัน…
จะมีรูปของเขาอยู่ 1–2 รูปเสมอ
บางรูปถ่ายจากไกล ๆ บางรูปเหมือนแอบถ่าย บางรูปเบลอ
“……” กรมองหน้าจอเงียบ ๆ ก่อนค่อย ๆ พึมพำออกมาเบา ๆ
“คุณน้ำแข็ง……”
แต่แปลกตรงที่เขาไม่ได้รู้สึกโกรธเลยตรงกันข้าม—เขากลับเริ่ม “เข้าใจเธอ” มากขึ้นเข้าใจว่าทำไมเธอถึงผูกพันกับเขาขนาดนั้นและเข้าใจ…ว่าตลอดเวลาที่เธอเสียใจเธออาจกำลังใช้ “เขา” เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมาตลอดก็ได้
กรเลื่อนดูรูปไปเรื่อย ๆ ช้า ๆ ก่อนค่อย ๆ ปิดหน้าจอลง คืนนั้นเขาไม่ได้พูดอะไรอีกเพียงเดินกลับบ้านพักเงียบ ๆ คนเดียวพร้อมหัวใจที่หนักขึ้นกว่าเดิมแต่ในขณะเดียวกัน…ก็อบอุ่นขึ้นอย่างประหลาดเช่นกัน
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ