เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  27 ตอน
  0 วิจารณ์
  3,741 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

26) ศึกมังกรดำ 7 (จบภาค1)

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

        ช่วงเวลาก่อนหน้านั้น…ไม่นาน

เนลเทเลพอร์ตมุ่งตรงมาที่ไรโอ เมื่อมาถึงเขาเห็นไรโอคุกเข่าข้างหนึ่งหมัดหนึ่งยันพื้นเพื่อพยุงตัว

เนลเลิกคิ้วนิด ๆ ก่อนจะกวาดสายตามองรอบ ชุดขาว…สี่คน ทุกคน “สะบักสะบอม” แทบไม่เหลือสภาพจะสู้แล้ว 

ไคลน์เห็นเนลปรากฏตัวข้างไรโอหัวใจเขาหล่นวูบทันที นิโคลไปแนวเหนือเพื่อไปถ่วงเวลาเนล แต่ตอนนี้เนล 

        “อยู่ที่นี่” นั่นหมายความว่า…พวกนั้นล้มหมดแล้ว

เขากำหมัดแน่น…ขอแค่ยังมีชีวิตอยู่ก็พอ

เอเดรียนที่พยุงร่างเรนอยู่ ฝืนก้าวออกมาด้านหน้าสายตาสั่นเล็กน้อยเมื่อเห็นเนล แม้จะรู้ดีว่าสู้ไม่ไหวแล้ว

รอสยังคงนั่งนิ่งดวงตาที่มองไม่เห็นแต่ “รับรู้” แมลงสีขาวของเขายังคงกระจายตัวควบคุมพื้นที่อย่างเงียบงัน

        “น่าสนใจจริง ๆ…” เนลพูดเรียบ ๆ “ชุดขาวสี่คน…ขวางไรโอได้”

        “อย่ามาตลก…” ไรโอหัวเราะแผ่วก่อนจะลุกขึ้นร่างเซเล็กน้อยแต่สายตายังดุ

        “ฉันแค่สะดุดขาตัวเองล้ม”

        “นายเองก็ดูไม่ได้เลยไม่ใช่เหรอ”

        “………” เนลเงียบไปครู่หนึ่ง “จัดการแกะดำ 03 ไม่ได้…”

        “ชุดขาวสามคน…ล้มไปแล้วสอง…เหลือหนึ่ง” น้ำเสียงมีแวว “หงุดหงิด”

        “หึ…” ไรโอยิ้มมุมปาก “งั้นก็เก็บตรงหน้าให้สิ้นซากก่อน”

เขาตั้งท่ารอสตะโกนทันที

        “โจมตีวงกว้างกำลังมา!!”   “ตั้งรับ!!”

ไคลน์กัดฟันใช้พลังที่แทบไม่เหลือเพื่อ “ดัน” แรงโน้มถ่วงบิดตัวกดใส่ไรโอเพื่อลดแรงระเบิด

เอเดรียนยกมือขึ้นลูกบาศก์แสงนับร้อยก่อตัวเรียงซ้อนเป็นกำแพง

แมลงสีขาวของรอสพุ่งเข้าเกาะดูดซับพลังที่รวมอยู่ในหมัดของไรโอมือของเขาขาวโพลนแต่—

ไรโอ “ไม่สนใจ”เหมือนมันเป็นเรื่องปกติในสนามรบนี้ไปแล้วและครั้งนี้เขา “ไม่ต่อยตรง”

        “ตู้ม!!!”

หมัดอัดลงพื้นแรงระเบิด “ปะทุ” พื้นดินแตก แผ่นดินสั่น อาคารถล่ม  ถนนพังกลายเป็นสีดำหินแดงร้อนระอุเหมือนพื้นนรก อนุสาวรีย์“ถล่ม” ไม่มีใครหยุดได้ ผลึกดอกเบญจมาศหลุดออกจากแท่นร่วงกลิ้งไปตามพื้นแตก

ระหว่างนั้นในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนกำลัง “ตั้งรับ”

เนล “ขยับแล้ว”

        ฟึบ

        ฟึบ

        ฟึบ

เขาเทเลพอร์ต แตะ “ทำเครื่องหมาย” ทุกคนแล้วกลับมายืนที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “เรียบร้อยแล้ว…” เนลพูดขึ้น “…จบมันซะ” ทุกอย่างเงียบลงและครั้งนี้ “พวกมัน…หนีไม่ได้แล้ว”

ชุดขาวทั้งสี่ไม่มีใครรู้ว่า “โดนอะไร” รู้แค่ว่าเนลโผล่มาใกล้ตัวแค่ “แปะ” ฝ่ามือลงบนร่าง

ไม่มีการโจมตี ไม่มีบาดแผลแต่ “มันน่ากลัวกว่าเดิม”

เพราะในจังหวะเดียวกัน ไรโอเริ่มตั้งท่าชกอีกครั้ง ครั้งนี้ “ต่างออกไป”

ช้า มั่นคง นิ่ง และ “หนัก”

มัดขวาของเขาง้างถอยหลังจนสุดเหมือนคันธนูที่ถูกดึงจนตึง

แมลงสีขาวของรอสพุ่งเข้าเกาะอีกครั้ง ทั่วร่าง ดูดซับพลัง

แต่ “แทบไม่มีผล” ไรโอต่อย “ตรงหน้า” ไม่ขยับไปไหนและในจังหวะเดียวกันดวงตาของเนลสว่างเป็นแสงสีฟ้า ทุกอย่างลงตัว

        “ตู้มมมมมม!!!!!!”

รอสถูก “ดึง” เทเลพอร์ตมาอยู่ตรงหน้า รับหมัดของไรโอ “เต็มแรง” ร่างเขาพุ่งเป็นเส้นตรงกระเด็นออกไปไกลเกือบหลุดออกนอกสนาม ไคลน์ เอเดรียน และเรน มองตามไม่เข้าใจ

        “มันเกิดอะไรขึ้น…”

แต่ไม่มีเวลาให้คิดไรโอ “ไม่หยุด” หมัดซ้ายตามมาและเนล “ดึง” 

ไคลน์ เป็นรายที่สอง

        “ตู้มมมมมม!!!!!!”

ไคลน์กระเด็นชนซากอนุสาวรีย์ “แตกกระจาย”

ไรโอหมุนตัว“ต่อย”อีกสองครั้ง เอเดรียน และเรน ถูกดึงเข้าไปรับหมัดทีละคน

        “ตู้ม!!”

        “ตู้ม!!”

ร่างทั้งสองกระเด็นไปคนละทิศแล้ว “นิ่ง”

สี่หมัดของไรโอ “เกือบปลิดชีพ” ชุดขาวทั้งสี่แต่พวกเขายังโชคยังดีเพราะไรโอ “บาดเจ็บมาก่อน”

ไรโอกระอักเลือด

        “อึก…ไอ้พวกนี้…” เขาหอบ

        “…อึดเอาเรื่อง” เนลเดินเข้ามาข้าง ๆ

        “ถามหน่อย ใครทำให้นายอยู่ในสภาพนี้ได้” 

ไรโอยกมือขึ้นแตะข้างตาซ้าย

        “พลังแรงดึงดูด…มันสร้างหลุมดำ ปั่นไส้ฉันซะเกือบแย่” เขาหัวเราะแผ่ว

        “แล้วก็ไอ้คนใช้ใบมีดลม…มันตัดเส้นประสาทตาซ้ายฉัน”

        “ตอนนี้…มองไม่เห็นแล้ว” เขาเคาะข้างดวงตาเบา ๆ เหมือนจะให้มันกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

        “……” เนลเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดเรียบ ๆ

        “จบงานนี้…จะซ่อมให้ก็แล้วกัน” เขาหันหลังเริ่มเดินสายตากวาดหาผลึก

สนามรบเงียบเหลือเพียงสี่ร่างของชุดขาวที่นอนนิ่ง และสองเงายังคงยืนหยัดย่ำลงบนพื้นหินที่ร้อนแดง
เรืองแสงเหมือนถ่านไฟ

ทั้งสนามเหมือน “นรก”

 

 


แต่แล้ว “บางอย่าง”ฉีกลงมาจากท้องฟ้า

        “ตึ่งงงง!!!”

แรงกระแทกราวกับเทพเจ้าพิโรธ หินสีแดงที่ลุกไหม้ “ดับ” ในพริบตา ความเย็นแผ่กระจาย รวดเร็ว
รุนแรง พื้นทั้งหมดกลายเป็นน้ำแข็งแตกร้าว เปราะเหมือนแก้ว อุณหภูมิดิ่งลงจนลมหายใจของทุกคนกลายเป็นไอ

ไรโอเงยหน้ามองแม้แต่เขายังต้องชะงัก

        “ชุดขาว…” เสียงเขาแผ่ว 

เอลินเซีย วินเทรส (น้ำแข็ง) ยืนอยู่กลางสนาม นิ่ง แต่เดือดดาลในความเงียบ

แท่งน้ำแข็งพุ่งขึ้นจากพื้น

        “ครืดดด—!!”

ร่างของเพื่อนร่วมทีมถูกยกขึ้น ทีละคน เอเดรียน ไคลน์ เรน รอส

ลอยสูงปลอดภัยเหนือสนามนรก เฮลิคอปเตอร์บินวนให้หนูแดงดึงพวกเขาพาร่างทั้งหมดขึ้นไปก่อนจะถอยออกจากสนาม

กลางสนาม ผลึกดอกเบญจมาศถูกยกขึ้นช้า ๆ น้ำแข็งเกาะตัว “แช่แข็ง” ราวกับถ้วยรางวัลของผู้ที่ยืนสุดท้าย

ในวินาทีถัดมา

        “ตึ่งงงง!!!”

อีกหนึ่งแรงกระแทกของ กรกรรณ ลงสู่สนาม เขาใช้เสาน้ำแข็งรองรับแรงตก พื้นแตกร้าวแต่เขายืนได้

หอบ แต่สายตายัง “นิ่ง”

เนลหรี่ตาระวังเป็นครั้งแรกที่เขา “ไม่ขยับ”

พระอาทิตย์คล้อยต่ำ แสงสีส้มตัดกับน้ำแข็งสีฟ้า สนามรบนิ่งลงแต่ไม่ใช่เพราะจบ

เพราะ “กำลังจะตัดสิน” ในไม่กี่อึดใจ

สองฝั่งยืนประจัน ช่วงเวลาสุดท้าย

 

 


ห้องผู้อำนวยการ พิพิธภัณฑ์กลาง

ชิน อาซ่ากอน และ ไวท์แมส วิสเปอร์ ยังคงนั่งอยู่ที่นั่น หน้าจอโทรศัพท์สะท้อนแสงข่าวภาพสนามรบกำลังถูกถ่ายทอดสดแบบเถื่อน

        “ดูสิ…ช่องถ่ายทอดเถื่อนพวกนี้ยังแอบเข้าไปถ่ายทอดสดในสนามรบได้อยู่เลย” ชินเอนตัวพิงเก้าอี้ผู้บริหาร
ยกเท้าพาดโต๊ะอย่างสบาย

        “คนพวกนี้…เห็นทุกอย่างเป็นเงินเป็นทองหรือไม่ก็เป็นแค่ความบันเทิง”

        “อืม…”

วิสเปอร์นั่งอยู่บนโซฟากำลังเล่นเกมยิงลูกแก้วในมือถือแทบไม่ได้เงยหน้ามอง

        “พวกเขาคงลงพนันกันไว้สูง”

 

        “…” เสียงประตูถูกเปิดออก

        “แกร๊ก—”

ทำลายความเงียบ

อเล็ก ไกรเซอร์ก้าวเข้ามา ท่าทางยังคงดูระแวงสายตากวาดมองรอบห้องเล็กน้อย

        “สะ…สวัสดี ชิน  ไม่เจอกันนานเลยนะ”

        “สวัสดีครับ…มาสเตอร์ไกรเซอร์” ชินลุกขึ้นยืนยิ้มบางราวกับตัวเองเป็นเจ้าของห้องนี้

        “ผมรอคุณทั้งวันเลยรู้ไหม? คิดว่าจะไม่มาซะแล้ว”

        “ไปมา 4 ที่ ผิดหมด…” อเล็กหัวเราะแห้ง “กะว่าถ้าไม่เจอที่นี่ ก็คงเลิกหาแล้ว…แฮะ ๆ…”

เขาหยุดสูดลมหายใจแล้วเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงจริงจัง

        “หยุดได้ไหม……สิ่งที่นายทำอยู่”

        “เราสูญเสียกันทั้งสองฝ่ายแล้วนะ มันมากเกินไปแล้ว”

เสียงของอเล็ก “จริง” เขาหวังว่าชินจะเข้าใจ

 

        “สูญเสีย…” ชินทวนคำ เว้นจังหวะ

วิสเปอร์หยุดเกมวางเครื่องลงแล้วเอนตัวนั่งไขว่ห้างมองทั้งสองคน

 

        “สำหรับมังกรดำ…” ชินพูดช้า ๆ “…มันไม่ใช่การสูญเสียหรอกครับ มาสเตอร์”

สายตาเขาอ่อนลง

        “พวกเขา…มีชีวิตอยู่เพื่อสิ่งนี้ …. เพื่ออุดมการณ์ของพวกเขา”

 

        “อยู่เพื่อสละชีวิตงั้นเหรอ…” อเล็กขมวดคิ้ว “ฉันว่ามันไม่ถูกเลยนะ ชิน…”

เขาพยายามดึงอีกฝ่ายกลับมา

 

        “คุณไม่รู้จักพวกเขา…เหมือนผม” ชินหันไปมองนอกหน้าต่าง แสงสีแดงของอาทิตย์ยามเย็น
สาดเข้ามาในห้อง

        “วีด… เขาแค่พิการทางสติปัญญา”

        “แต่ผู้คน…อยากให้เขาตาย”

 

อเล็กนิ่ง….

 

        “มอร์เทร่า วัลซิน…แม่ที่เสียลูกไป…เพราะความต่ำต้อย”

        “ลูกของเธอ…ถูกพวกชนชั้นสูงรังแกมาตลอดชีวิต”

        “สำหรับเด็กคนหนึ่ง…มันยาวนานแค่ไหนรู้ไหม”

        “และสำหรับคนเป็นแม่……มันยาวนานเท่าชีวิตเธอ”

บรรยากาศหนักลง

        “ซิลวาส ซิลทริส…”

        “บาทหลวงแห่งเอลดริน”

        “คนที่เห็นความมืดของศาสนจักร…”

        “แล้วเลือกเดินออกมาเอง”

        “เพราะอยากให้โลกนี้ดีขึ้น”

 

        “ไคเซล วอร์เกียร์…” ชินหยุดนานกว่าทุกครั้ง

        “…เด็กสาวที่ถูกตัดแขน ตัดขา”

        “ถูกใช้งาน…ยิ่งกว่าสิ่งของ”

        “แขนขาใหม่ของเธอ……ถูกสร้างมาเพื่อกวาดพื้น ล้างจาน”

        “เธอยิ้ม…ที่ได้ช่วยงานในครัว”

        “แต่เธอไม่เคยพูดอะไรเลย”

 

ห้องเงียบและเย็นลง

ชินหลับตาเล็กน้อยก่อนพูดต่อ

        “แล้วคุณล่ะ……มาสเตอร์”

        “คุณก็แค่หลับตา…แล้วไม่สนใจมัน”

ห้องทั้งห้อง “นิ่ง” แสงอาทิตย์สุดท้ายทอดยาวเข้ามาเหมือนแบ่งโลกออกเป็นสองฝั่ง

ฝั่งของ “ความจริง” กับฝั่งของ “คนที่เลือกจะไม่มอง”

        “ระ…เรา…” อเล็กพยายามพูดต่อ “เราช่วยทุกคนไม่ได้หรอกนะ”

เขาหยุดหายใจเล็กน้อย “แล้วอีกอย่าง…ทหารพวกนั้นก็เป็นคนบริสุทธิ์”

        “คนที่ไม่เกี่ยวข้อง…แต่ต้องตาย”

 

        “มาสเตอร์…” ชินหันกลับมามองตรง ๆ

        “พวกเขาก็มีปืน”

        “ถ้าผมส่งชาวบ้าน ส่งคนธรรมดา…ที่ใส่ชุดดำเข้าไป”

        “คุณคิดว่าจะเป็นยังไง”

        “พวกเขาคงตายตั้งแต่กระสุนสามนัดแรก”

เงียบ

ชินก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว

        “ยอมรับตัวเองได้แล้ว…มาสเตอร์”

        “ลึก ๆ แล้ว…”

        “คุณต้องการให้มันเป็นแบบนี้”

        “มังกรดำ…”

        “คือกระจกสะท้อนตัวตนที่แท้จริงของคุณ”

        “กองกำลังนี้……คือสิ่งที่คุณ ‘อยากให้เกิดขึ้น’”

 

        “……” ภาพหนึ่งแว็บขึ้นมาในหัวของอเล็ก

เขายืนอยู่กลางกองกำลังมังกรดำ สายตาเย็นชา คำสั่งเด็ดขาด พร้อม “ลงทัณฑ์ทุกสิ่ง” ที่ผิดในสายตาเขา

        “……” อเล็กหลับตา

        “ไม่……นั่นไม่ใช่ฉัน” เสียงเขาเบาแต่หนักแน่น

ชินไม่ตอบทันทีเขาเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแสงอาทิตย์ยามเย็นแดงฉาน

        “คุณรู้…ผลึกดอกเบญจมาศ ในอีกหลายร้อยปี…หรือพันปีมันจะกลายเป็น ‘ผลึกจริง’”

        “กว่าจะถึงตอนนั้น…ทั้งคุณและผม…คงไม่อยู่ดูมันแล้ว”

ชินหันกลับมาสายตานิ่ง

        “แล้วถ้ามันเลือก…คนที่ไม่สมควรได้รับมันล่ะ มันจะเป็นยังไง”

อเล็กนิ่งก่อนตอบช้า ๆ

        “นั่นเป็นเรื่องของอนาคตมันควรปล่อยให้เป็นไปตามยุคสมัย” น้ำเสียงเหมือนตัดขาด เหมือนไม่ใช่หน้าที่ของเขา

 

        “แล้วถ้ามีคนรู้…”ชินพูดแทรก “ว่าผลึกนั้นมีพลังมากพอจะ ‘เปลี่ยนประเทศ’ ได้”

        “การแย่งชิง…การครอบครอง…ความวุ่นวาย…” เขาก้าวเข้ามาอีกครั้ง

        “คุณคิดว่ามันจะไม่เกิดขึ้นจริงเหรอ”

 

        “……” อเล็กไม่ตอบทันทีเพราะเขา “รู้” วอร์เกนเองก็แทบปกป้องมันไม่ไหวแล้ว

        “นายคิดมากไป…” เขาพูดออกมาในที่สุด “…ถึงตอนนั้นก็เป็นหน้าที่ของอาณาจักรวอร์เกน”

        “ไม่ว่ายังไง…นายก็ไม่ควรทำแบบนี้” แต่น้ำเสียงเขา “ไม่มั่นใจ” เลยแม้แต่น้อย

 

        “คุณก็ยังเหมือนเดิมนะ…มาสเตอร์” ชินพูดเรียบ

        “ปัดความรับผิดชอบ…แล้วไม่สนมัน”

        “เหมือนทุกครั้ง” ลมหายใจเขาหนักขึ้นเล็กน้อย

        “แต่ถึงอย่างนั้น…” ชินถอนหายใจเบา ๆ “ถึงพวกเราจะอยากทำลายผลึกมากแค่ไหน”

        “เราก็ยังมี ‘ศักดิ์ศรี’ เราไม่ใช่โจร” เขายกมือขึ้นเล็กน้อย

        “เรายังให้โอกาสพวกคุณได้ปกป้องมัน ถ้าคุณทำได้ตามเงื่อนไขเราจะไม่แตะต้องมันอีก”

        “ความรับผิดชอบ……จะอยู่ที่พวกคุณ”

        “มาสเตอร์”

 

        “……” อเล็กนิ่งนานกว่าทุกครั้งก่อนเงยหน้าขึ้น

        “ใช่……ฉันต้องรับผิดชอบ”

        “ไม่ใช่แค่เรื่องนี้…แต่ทุกเรื่อง”

บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไป

        “ฉันคงต้องจัดการนายแล้ว”

น้ำเสียงนิ่งแต่ “เย็น” จนเหมือนอุณหภูมิในห้องลดลง

วิสเปอร์ลุกขึ้น ในมือของเธอถือ “จอกศักดิ์สิทธิ์” เธอเดินไปที่หน้าต่างแต่สายตาไม่ละจากอเล็กแม้แต่วินาทีเดียว

ชินวางมือลงบนโต๊ะ มองต่ำ เหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่างก่อนจะยิ้มจาง ๆ

        “น่าผิดหวังจริง ๆ……ที่มาสเตอร์ไม่เข้าใจเรา”

        …

        …

        …

สำนักงานของพิพิธภัณฑ์กลาง

        “ตู้ม!!!”

        การระเบิดฉีกอาคารทั้งหกชั้นถล่มลงมาราวกับมันไม่เคยมีโครงสร้างอยู่เลยไม่มีใครอยู่แถวนั้น ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกอย่างพังลงและหลอมละลาย

        ด้วยความร้อนที่ยังคงคุกรุ่นควันลอยคลุ้งกลบภาพทั้งหมด ท่ามกลางซากปรักหักพัง อเล็กเดินออกมาก้าวช้า ๆ บนถนน ร่างกายเต็มไปด้วยร่องรอยแรงระเบิด ผมฟูเล็กน้อย เสื้อผ้าไหม้เป็นหย่อม ๆ ควันยังลอยออกจากตัวเขาแต่—เขา “ไม่เป็นอะไร” อย่างน้อยก็ไม่ถึงขั้นบาดเจ็บ

        “ชิน…” เขาพึมพำเบา ๆ 

        “มันเก่งขึ้นทุกครั้งที่เจอจริง ๆ” เขาหยุดมองซากอาคารด้านหลัง

        “อาจเป็นเพราะผลึก…”

        “…แบบนี้สักวัน ฉันคงตามมันไม่ทันแน่ ๆ” ไม่มีคำตอบมีเพียงลมหายใจหนัก ๆ

        อเล็กหันหลังเริ่มเดินกลับไปยังศูนย์บัญชาการชั่วคราวโดยไม่รีบร้อน เมื่อมาถึงเขานั่งลงในพื้นที่ปฐมพยาบาลเหมือนคนธรรมดาคนหนึ่งไม่มีใครหันมามอง ไม่มีใครถามอะไร ไม่มีใครรู้ว่าเขาเพิ่งออกมาจาก “การต่อสู้ตัดสินเป็นตายกับหัวหน้ากลุ่มกบฏมังกรดำ”

อเล็กนั่งนิ่งสายตาเหม่อลอย เสียงรอบตัวค่อย ๆ หายไป เหลือเพียงความคิดและเงาของใครบางคนที่เขา “ยังหยุดไม่ได้”

 

 


แนวป้องกันสุดท้าย — อนุสาวรีย์ผลึกดอกเบญจมาศ

ไอเย็นแผ่ปกคลุมพื้นผิวเริ่ม “กลายเป็นน้ำแข็ง” อาคารโดยรอบถูกแช่แข็งทีละส่วนและความเย็นนั้น

        “ทวีขึ้นเรื่อย ๆ”

ไรโอ และ เนล เริ่มหายใจเป็นไอ น้ำแข็งเกาะตามเส้นผมแต่ทั้งคู่ไม่สะทกสะท้าน

ท่ามกลางอุณหภูมิระดับนั้นมีเพียงคนเดียวที่ไม่ถูกกระทบ กรกรรณ

        “พลังฉันแพ้ทางมัน…” ไรโอกำหมัด ถุงมือเหล็กร้อนแดงวาบไอน้ำระเหยออกทันที

        “สภาพสนามแบบนี้…พลังทำลายคงลดไปเกือบครึ่ง”

แม้พูดแบบนั้นแต่แรงกดดันจากตัวเขาไม่ลดลงเลย

        “ระเบิดของฉันก็ใช้ไม่ได้…” เนลเดินมาหยุดข้างไรโอ บาดเจ็บหนักแต่ยังยืนมั่นคง

        “งั้นก็คงต้องลุยแบบซึ่ง ๆ หน้าแล้ว”

อีกฝั่ง กรก้มมองมือตัวเองไม่มีน้ำแข็งกัดกิน 

        “ผมเพิ่งสังเกต…” เขาพึมพำ “พลังของคุณน้ำแข็ง…ไม่ทำร้ายผมเลย”

        “อาจเป็นผลของผลึก…”

น้ำแข็งเหลือบมองเขาแววตา“อ่อนลง”เพียงเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมา “นิ่ง”

        “มีสมาธิ กร ได้ยินว่าเนลสามารถทำเครื่องหมาย…แล้วเทเลพอร์ตเป้าหมายได้ตามใจใช่ไหม?”

        “ใช่ครับ…” กรพยักหน้า

        “อย่างที่คุณนิโคลบอก…เราต้องระวังทุกเมื่อ”

แต่แล้วเขา “ชะงัก” บางอย่างกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

        “……” น้ำแข็งยกมือขึ้น น้ำแข็งก่อตัวเป็น “เกราะ” ชิ้นแล้วชิ้นเล่าประกบเข้ากับร่างของเธอจนกลายเป็น

        “นักรบ” 

        “เกราะน้ำแข็งวาลคิรี……ใช้ได้เฉพาะผู้หญิง” เธอพูดเรียบ 

        “ทะ…เท่มากครับ” กรหลุดพูดออกมาสายตาไม่ละ “อย่างน้อย…ก็กันการสัมผัสโดยตรงได้เกือบทั้งตัว”

        “มันกันหมัดของไรโอไม่ได้” น้ำแข็งตอบสั้น ๆ 

        “แต่ดีกว่าไม่มี” เธอก้าวไปข้างหน้า

        “มาเถอะ…ยืนให้ได้…จนสิ้นแสงพระอาทิตย์”

        “ครับ” สองคนตั้งท่าพร้อมกัน

และในวินาทีถัดมา

        “ฟึบ!!!”

ไรโอ และ เนล “หายไป” สายตาทั่วไปมองไม่ทัน

 

แต่….

กร “เห็น” โลกช้าลง เส้นทาง จังหวะ แรง ทุกอย่างชัด มือเขาพุ่งไปคว้าแขนน้ำแข็ง

        “ตอนนี้!”

น้ำแข็ง “รับรู้ทันที” ไม่ถาม ไม่ลังเล เธอเบี่ยงตัวตามแรงดึง

        “ตู้ม!!!”

หมัดของไรโอพุ่งผ่านจุดที่น้ำแข็งเคยยืน แรงระเบิดลากยาวเผาทุกอย่างตรงหน้าพื้นน้ำแข็งแตกกลายเป็นไอน้ำ

แต่น้ำแข็งไม่หยุดเธอ “สวน” หลาวน้ำแข็งพุ่งออกไปพร้อมการหลบ แทงตรง

        “ปัง!!!”

หลาวน้ำแข็งแตกกระจายไม่ระคายผิวไรโอแม้แต่น้อย

        “……!” 

นี่คือความต่างของพลังตรงไปตรงมาแต่ในจังหวะเดียวกัน—

        “ฟึบ—” เงาอีกด้านขยับแล้ว

เนลกำลังเข้ามาและครั้งนี้เป้าหมายไม่ใช่การแตะแต่คือ “การโจมตีที่มาร์คตำแหน่ง” เพียงเสี้ยวจังหวะการโจมตีมาพร้อมกันสองทิศทาง ไรโอและเนล คอมโบที่ “สมบูรณ์แบบเกินไป”

กรเห็นแต่“หลบไม่พ้น” มืออีกข้างยังจับน้ำแข็งอยู่ ไม่มีเวลา 

เขาตัดสินใจดึงแรงขึ้นพลิกร่างน้ำแข็งหมุนกลับมารับแทน

        “ตึง!!!”

หมัดของเนลอัดเข้าที่ไหล่ของน้ำแข็ง เกราะวาลคิรีรับไว้ได้ แม้แรงไม่เท่าไรโอแต่สร้างความเสียหายไม่น้อย เกราะร้าว แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่กระเด็นล้มจนไถล 

น้ำแข็งยันตัวขึ้นทันที สายตาเธอเคืองแบบไม่อยากเชื่อว่าเขา “ดึงเธอมาเป็นโล่”

        “ผมขอโทษ…” กรพูดเสียงหลง

ยังไม่ทันจบหมอกสีแดงท่วมตัวหนาแน่นถึงขั้นตาย ไม่มีเวลาลุกแล้ว กรดึงให้ทั้งคู่กลิ้งต่อ

        “ตูม!!!”

ส้นเท้าของไรโอฟาดลงพื้นน้ำแข็ง แรงจนระเบิด และเฉียดเพียงนิดเดียว

แต่เนลวาร์ปไรโอไปมาตรงหน้าทั้งสองที่ยังลุกไม่ขึ้น ไม่มีจังหวะ ไม่มีระยะ

        “ตู้ม!!!!!!!”

ลูกเตะไฟอัดเข้าเต็มแรง กรและน้ำแข็งลอยพุ่งขึ้นฟ้าไปไกล ก่อนตกกระแทกอีกฝั่งของสนาม

        “อึก…” กรกระอักร่างสั่น “…จริงสิ……มันเทเลพอร์ต ‘ไรโอ’ ได้…” เสียงเขากรรณแผ่ว

        “แบบนี้…โกงเกินไปแล้ว…แค่โดนแตะครั้งเดียวทั้งร่างยังชา ” 

น้ำแข็งก็ไม่ต่างกัน เกราะวาลคิรีแตกร่วงเหมือนแก้วแต่เธอสร้างใหม่แทบจะทันที

        “กร…เป็นไรไหม?” เธอพุ่งมาประคอง

        “คุณน้ำแข็ง—ระวัง!!!”

สายไป

        “ตู้ม!!!”

หมัดระเบิดไฟของไรโอพุ่งเข้าท้องเธอ ตรง ไม่มีระยะ มีแค่

        “วาร์ป…แล้วชก”

แรงระเบิดกระแทก แม้แต่กรที่อยู่ข้างกันยังโดนแรงสะเทือนกระเด็นออกไป

ส่วนน้ำแข็งพุ่งตรงจนกระแทกซากอาคาร “อั่ก!!” เลือดพุ่งออกจากปาก ทรุดลงและนอนนิ่ง

กรนอนนิ่งสายตาสั่นมองภาพตรงหน้า

        “พวกมัน……เป็นปีศาจหรือไง…” กำหมัดแต่แรงแทบไม่เหลือ

        “นี่เรา……จะทำอะไรมันไม่ได้เลยเหรอ…” ความคิดนั้น

        “เริ่มฝังลึก” ช้า ๆ และครั้งนี้มันไม่ใช่แค่ความกลัว แต่มันคือความสิ้นหวัง

กรยอมรับความต่างของพลังที่ห่างกันเกินไป ความพ่ายแพ้ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายและความตายก็เป็นเพียง “เรื่องน่าเสียดาย” เท่านั้น

แต่ความคิดนั้นกลับทำให้เขา “สงบ”

โลกค่อย ๆ ช้าลงอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อเตือนการโจมตี ไม่ใช่เพื่อหลบ แต่เพื่อเข้าใจสนามรบนี้ 

        “คุณนิโคล…” กรพึมพำในใจ “เธอแกร่ง ว่องไว”

        “กระบองทองของเธอ…สร้างความเสียหายรุนแรง และผม…”

        “ทำให้ ‘Critical Rate’ ของเธอเป็น 100% ได้”

        “…น่าเสียดายที่ตอนนั้น…กำจัดเนลไม่ได้”

ภาพเปลี่ยน

        “แต่คุณน้ำแข็ง…เธอควบคุม ‘สนาม’ ได้ทั้งหมด”

        “แต่แรงโจมตี…ไม่พอจะล้มไรโอ”

 

        “งั้น…เราต้องใช้ ‘สนาม’ นี้ให้เต็มที่” กรเงยหน้าขึ้นมองไปยังร่างของน้ำแข็งที่ยังนอนนิ่ง

        “คุณน้ำแข็ง…ยังไหวไหมครับ” เขาตะโกนถาม

ไม่มีคำตอบกลับ ไม่มีเวลา ร่างกายเขาพื้นพลังบางส่วนจากผลึก เขาดีดตัวพุ่งชิ่งเสาน้ำแข็งเร่งความเร็วตรงไปหาเธอ

        “หึ…” ไรโอชะงักเล็กน้อย “ยังมีแรงเหลืออยู่อีกเหรอ”

เขาตั้งท่า “งั้นก็—”

 

        “คุณน้ำแข็ง ลุกครับ!!!” กรพุ่งเข้าไปช้อนอุ้มร่างเธอขึ้นแล้ววิ่งไม่หยุด ไม่ให้ตัวเองกลายเป็นเป้านิ่ง

        “กร…?” น้ำแข็งลืมตาขึ้น สายตาเลือนแทบไม่เหลือแรงเหมือนจะ “ยอมแพ้”

        “ไหวไหมครับ” กรถามเสียงมั่นคง

        “ถ้ายังไหว…”

        “ช่วยสร้างเสาน้ำแข็งให้ผม…แล้วก็ ‘เคียว’ สำหรับไต่”

เขาวิ่ง หลบ เบี่ยง เหมือน “รู้” ว่าทิศไหน “ไม่ควรไป”

เนลมองตามเล็งแต่ “จับจังหวะไม่ได้” ยัง “วาร์ปไรโอไม่ได้”

 

        “นายจะทำอะไร…” น้ำแข็งถามเสียงแผ่วแต่เริ่มมี “ความหวัง”

กรหันไปมองเธอสายตานิ่งและมั่นใจ

        “ใช่ครับ…ผมจะลองดู” เขาหยุดเสี้ยววินาทีแล้วพูดต่อ

        “และครั้งนี้…”สายตาเขาไม่สั่นอีกแล้ว

        “ผมนำเอง”

น้ำแข็งรู้ทันทีว่าบางทีอาจมีความหวัง 

เสาน้ำแข็งขนาดใหญ่ “งอก” สูง หนา พอให้ปีน ให้ไต่ ให้ซ่อน

ในพริบตา สนามรบก็รกไปด้วยป่าของเสา 

ไรโอพุ่งไล่ทุบทำลายอย่างบ้าคลั่ง

        “ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!”

แต่เสาใหม่งอกขึ้นแทนความเย็นยิ่ง “หนักขึ้น” มองแทบไม่ออกแล้วว่าจุดไหนคือเดิม

กรพาน้ำแข็งถอยวางเธอลงในมุมหนึ่งที่ตอนนี้ไม่มีใครรู้พิกัด

        “รอนี้นะครับ…” กรหายใจนิ่ง

        “ถ้าเป็นไปได้…ผมอาจเก็บใครสักคนได้”

เขาลุกขึ้นอย่างมั่นใจเป็นครั้งแรกที่น้ำแข็ง “ขนลุก”

เธอไม่รู้ว่าเขาจะทำได้จริงไหมแต่ความมั่นใจนั้น

        “ดึงเธอกลับมา”

 

        “ได้…” เธอกำมือเขา “…ถ้าลุกไหว ฉันจะตามไป”

ลมหายใจเย็นจัดถูกเป่าลงบนฝ่ามือกร

น้ำแข็งก่อตัวเป็น “เคียว”

คม แน่น แกร่งที่สุดเท่าที่เธอสร้างได้

        “ขอบคุณครับ”

กรชิ่งเสาน้ำแข็งหายไปไร้ร่องรอย

 

        “ใช้เสาพวกนี้บังตางั้นเหรอ…” เนลหรี่ตา “เข้าใจเล่น…ไอ้แกะดำ 03…” เขาหงุดหงิด

โดรนที่ปล่อยขึ้นไปบินได้ไม่ถึงสิบวินาทีก็ “ดับ” ความเย็นกัดกินทุกอย่าง

ไรโอหยุดทุบมองรอบตัว

        “ไม่มีประโยชน์…” เขาเริ่มฟังเริ่มมองไปรอบๆ

        “ถูกกดดันกลับ…?”เขาพึมพำ

        “…ทั้งที่พลังต่างชั้น…สมแล้วที่เป็นคนของตระกูล ‘กาลธารา’

กรเกาะนิ่งอยู่บนเสาต้นหนึ่งลมหายใจเบาสายตา “คม” เขาเห็นตำแหน่งของไรโอชัดเจนและ

        “บางอย่างผิดปกติ” หมอกด้านซ้ายสำหรับการโจมตี “เข้มกว่าทุกทีบริเวณหัว” การไหลของพลัง ซ้ายของไรโอมีอาจบาดแผล อาจเป็นหูหรือดวงตา 

        “ถ้างั้น…” เขาเริ่มขยับและ

พุ่ง ตามทิศของหมอกเข้าจุดอับสายตา สัญชาตญาณนำทางถูกต้อง ด้านหลังซ้ายของไรโอ

        “ฟึบ!!!”

ชิ่งเสาต้นสุดท้ายพุ่งเข้าหาเป้าหมาย

แม้แต่เนลยังไม่ทันตั้งตัว 

แรงจากการชิ่งคาดเดาไม่ได้

เนลยกมือจะ “วาร์ป” ไรโอออกแต่—

กรปาเศษละอองน้ำแข็งเข้าตาเนลทำให้เขาเสียจังหวะชะงักและ

        “ตอนนี้!!!”

กรเหวี่ยงเคียวสุดแรง ไรโอ “รู้ตัวช้าไป”

        “ฉึก!!!” 

คมเคียวปักเข้าขมับซ้ายฝังเพียงนิดก่อนใบมีด“หัก”ติดหัวไรโอ

        “เป๊าะ!”

และกรพุ่งหายไปกลับเข้าสู่ป่าเสา

เนลตาค้าง เคียวยังปักค้างอยู่บนศีรษะไรโอ

        “เฮ่! แกเป็นไรไหม!?”

ไรโอไม่ตอบทันทีมือแตะคลำแล้วค่อย ๆ

        “ดึงออก”

เลือดไหล

        “ไรวะ…เนี่ย…” เขาหัวเราะแห้ง “…แบบนี้เล่นเอาปวดหัวเลย”

เนลกัดฟัน “บ้าเอ้ย…ยังไม่จบแต่นี้”

เสียง  “ฟึบ—” “ฟึบ—” ดังขึ้นอีกครั้ง

กรกำลัง “เคลื่อน” เร็วขึ้นคมขึ้น

แต่เนลเริ่มรน “มันมาแล้ว…มาจากทางไหน…ไม่—เราต้องเร็วกว่ามัน”

        “ต้องตัดเกมของมัน!!!”

        “เคลื่อนที่ไปอย่าหยุด!!!” เนลสั่งไรโอและทั้งคู่ก็หายไปจากตรงนั้น

        “ฟึบ!!!”

เนล “วาร์ป” นับครั้งไม่ถ้วนขึ้นไปยืนบนเสาทุกเสา ราวกับภาพกระพริบ สายตากวาดหาเป้าหมาย ไม่ใช่กรแต่เป็น “น้ำแข็ง”

        “เธอต้องตายก่อน แค่นั้นกรกรรณ…ก็จะสู้ต่อไม่ได้”

ในที่สุด                

        “นั่นไง…ชุดขาวเอลินเซีย!”เนลหรี่ตา

        “ฉันเจอแกก่อน…จบแล้ว!!!”

        “ฟึบ!!!”

ไรโอถูก “วาร์ป” มาทันที ยังไม่ทันนัดกันแต่แค่สบตาก็ “เข้าใจ”

ไรโอกวาดสายตาเจอน้ำแข็งแล้วพุ่งใส่ทันที

แต่ “ฟึบ!!!” กร “แทรก” พุ่งเข้ารับคว้าร่างน้ำแข็งดึงออกก่อนหมัดจะถึง

        “ตู้ม!!!!!!”

แรงระเบิดซัดพื้นแตก สองร่างกระเด็นแต่ “รอด”

        “กร…” น้ำแข็งพูดเบา 

        “ขอโทษนะ…ฉันทำอะไรไม่ได้เลยตอนนี้…เป็นตัวถ่วงเปล่า ๆ”

        “ไม่เป็นไรครับ” กรตอบทันทีเสียงนิ่ง

        “เรามาได้ขนาดนี้…ก็ดีมากแล้ว” เขาหลบ ชิ่ง วิ่งต่อ

        “เราไม่มีอะไรแรงพอจะปิดเกมพวกเขา…”

        “ทั้งที่…พวกเขาก็ใกล้ล้มแล้ว” เขากัดฟัน

        “ถ้าได้โจมตีหนักๆ อีกสักครั้ง…”

        “ผมเห็น พวกเขาก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”

แต่เขาหยุดความคิดนั้น

        “แต่พอเถอะครับ…ถอยกันเถอะมันสุดแล้วจริง ๆ” ครั้งนี้เขาถอยจริง ๆ

น้ำแข็งกอดเขาแน่นขึ้น

        “มีอยู่นะ…” เธอพูดเบา “การโจมตีที่หนักกว่านี้”

กรชะงัก

        “…แต่เสี่ยงมาก” ลมหายใจเธอสั่นเล็กน้อย “ถ้านายยอมเสี่ยง…”

        “…ฉันก็ยอม”

กรหยุดวิ่งหันมองเธอ

        “มันคืออะไรครับ…พลังโจมตีของคุณน่ะ”

น้ำแข็งค่อย ๆ ลงจากอ้อมแขนยืนด้วยตัวเองแม้จะยังไม่มั่นคง

        “จำท่ารำถวายผลึกได้ไหม”

 

กรนิ่งไปก่อนยิ้มบาง

        “จำได้ครับ……คุณน้ำแข็งสวยมาก”

        “แต่…มันเกี่ยวอะไรครับ”

 

เธอหลับตาแล้วพูด

        “ท่ารำถวายผลึกดอกเบญจมาศ…”

        “ถ้าใช้ในการต่อสู้…”

        “มันคือการโจมตีที่แรงมากอันตรายมาก”

        “และ…”

        “มันไม่เลือกมิตรหรือศัตรู”

        “แต่…มันต้องใช้เวลา” 

 

กรมองเธอไม่ถอย

น้ำแข็งลืมตาสายตานิ่ง

        “…บางที….นายอาจเป็นคนที่พลังของฉัน ‘เลือก’ ให้ปกป้อง”

        “หรือไม่ก็…ล้มไปด้วยกัน”

ลมหนาวพัดผ่าน

กรหยุดนิ่ง ตัดสินใจไปพร้อมเธอ

        “ถ้าเป็นแบบนั้น…” เขาพูดช้า ๆ

        “ผมจะปกป้องคุณด้วยทุกอย่างที่มี”

        “ถ้าล้ม……ก็ล้มไปด้วยกัน”

เงียบ

น้ำแข็ง “ยิ้ม” ครั้งแรกในสนามรบ ไม่มีคำพูดอีก

เธอยกมือขึ้นเริ่ม

        “ร่ายรำ”

        “เคลื่อนไหวให้สอดคล้องกันถ้านายทำได้…”

        “อย่าออกจากวงนี้”

        “วูม—”

วงเวทย์ปรากฏ แสงสีขาวใต้เท้าของทั้งคู่ อ่อนโยนแต่ “ทรงพลัง” มันไม่ผลักกรออกตรงกันข้าม มัน “ตอบรับ”

พลังบางอย่างไหลผ่านเชื่อมต่อ

        “รำตามสิ” น้ำแข็งวาดมือขึ้น

        กร “ทำตาม” ในทิศตรงข้าม

        “ครืด…”

เสาน้ำแข็งขนาดเล็ก

งอกขึ้น

รอบวง

ทั้งจากเธอและจากเขา

        “เธอทำได้…กร ใช่…มัน…”

เขาพูดไม่ออกแต่ร่างกายเข้าใจ

ทั้งสอง “รำ” พร้อมกัน ช้า แต่แม่น 

พลังรวมตัวที่จุดศูนย์กลาง เข้มขึ้น หนาแน่นขึ้น

 

        “ฟึบ!!!”

ไรโอและเนลมาถึงแล้วทั้งสองคนหยุดตะลึง ไม่หัวเราะ ไม่ดูถูก เพราะพวกเขารู้ พลังนี้“อันตรายจริง”

        “ทำลายมัน!!! ไรโอ!!!” เนลตะโกนทันทีก่อนที่มันจะสายเกินไป

ไรโอพุ่งใสไม่มีจังหวะคิดมีแค่

        “ต่อยทุกอย่างตรงหน้าให้แหลก”

กรหมุนตัวคุกเข่ายกแขนขึ้นกันสุดแรง

        “ตู้มมมมมมม!!!!!!”

แรงระเบิดกระแทกทุกทิศ ควันคละคลุ้งแล้วค่อย ๆ จาง

ครั้งนี้เขาไม่กระเด็น ไม่ลอย ไม่ถอย พลังน้ำแข็งที่ไหลเวียนในตัวต้านไว้ แต่สะเทือนทั้งร่าง

ด้านหลังน้ำแข็งยังคง “ร่ายรำ” ช้า นิ่ง

        “ราวพิธีศักดิ์สิทธิ์”

ไม่สนเสียงระเบิด ไม่สนความตาย เพราะเธอ “ไว้ใจ” คนที่ยืนขวางอยู่ตรงหน้า

 

        “อีกที!!!” เสียงเนลดังขึ้น ร้อนรน

ไรโอกำหมัดถุงมือเหล็ก“แดงจัด”ไฟลุกแรงกว่าเดิม แต่ร่างเขารับไม่ไหว เลือดกระอักออกมาแต่ยังไม่หยุด

        “ฟึบ!!!” เนลวาร์ปไรโอไปอีกด้าน 

เป้าคือน้ำแข็ง…แต่

กรกับน้ำแข็งหมุนสลับตำแหน่งไหลลื่น

ไรโอ “ต่อย” เข้าอกกร

        “ตู้ม!!!”

เสียงกระแทก “กร๊อบ—” เสียงบดกระดูกแต่มันเหมือนเดิม ไม่กระเด็น ไม่ถอย อุณหภูมิต่ำลดลงอีกจนสนามนี้แทบไม่ใช่ที่ของสิ่งมีชีวิต

เนลเริ่มสั่นร่างกายปวด ไรโอไฟเริ่มมอด

        “อีกครั้ง!!!!” เนลคำราม

คราวนี้ทั้งคู่ “เข้า” พร้อมกัน ไรโอถูกวาร์ปซัดใส่น้ำแข็ง เนลพุ่งใส่กร แต่ทั้งคู่สลับต่ำแหน่งได้อย่างแม่นยำ กรเข้ารับหมัดไรโอ น้ำแข็งเข้ารับหมักเนล

        “ตึง!!!” 

หมัดอัดเข้าที่หน้าน้ำแข็งแต่เกราะวาลคิรีที่คลุมทั่วตัว “รับแทน” มันแตกร้าว

น้ำแข็ง “เซ” แต่แล้วกลับมารำต่อแม้ร่างจะสั่นเหมือนจะแตกได้ทุกเมื่อ

        “อีกที!!!”

        “ตู้มมมมม!!!!!”

ซ้ำอีก และอีก ไม่ว่ารูปแบบไหนผลลัพธ์เหมือนเดิม

        ไรโอโจมตีโดน “กร”

        เนลโจมตีโดน “น้ำแข็ง”

ไม่มีช่อง ไม่มีจังหวะ “ไม่มีการแตะตัว”

เนล “ทำเครื่องหมายไม่ได้”

ไรโอแรงตกจากหมัดระเบิดกลายเป็น“หมัดธรรมดา”

แต่กรยัง “รับ”ไม่ถอย ไม่ล้ม

น้ำแข็ง “รำ”จน

 

        “ท่าสุดท้าย”

 

เธอประสานมือ“ยกขึ้น” เหนือศีรษะ

ขณะเดียวกัน กรก็ทรุดลงคุกเข่าก้มหน้านิ่ง

พลัง…ถึงจุดสูงสุด

 

        “วูมมมมมม!!!” พายุน้ำแข็งสีขาว “ปะทุ” 

 

ทุกอย่างขาวโพลนกลืนไรโอที่คุกเข่าหมดแรง และเนลที่ยังยืนมองด้วยสายตาไม่ยอมแพ้

แผ่นน้ำแข็งซ้อนทับสูงเกือบสิบเมตรในรัศมีร้อยเมตรกลายเป็น

 

        “ภูเขาน้ำแข็ง”

 

กลางสนามรบและทุกอย่างเงียบสนิท ไม่มีเสียง ไม่มีการเคลื่อนไหว เหลือเพียง

        “ร่าง”ของสองคนที่ยังอยู่บนจุดเหนือสุดของถูเขาน้ำแข็ง

ไม่มีใครรู้ชะตากรรมของไรโอและเนลและในวินาทีนั้นไม่มีใครสนใจแล้ว

พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นบนท้องฟ้าไร้เมฆ แสงสีเงินสาดลงบนภูเขาน้ำแข็ง

พระอาทิตย์ลับไปนานแล้ว

กลางความเงียบน้ำแข็งทรุดคุกเข่าโอบกอดกรกรรณที่ตอนนี้ร่างเขานิ่งเลือดท่วมเย็น “ไร้ลมหายใจ”

เหมือนรูปปั้น

เธอกอดเขาอ่อนโยนแน่นขึ้นแล้วกระซิบ

        “สำเร็จแล้วนะกร…พวกเราทำสำเร็จแล้ว…”

        “การเสียสละของทุกคน…”

        “…ของนาย”

        “ไม่เสียเปล่า”

เสียงใบพัดดังขึ้น เฮลิคอปเตอร์หลายลำบินวนเหนือท้องฟ้า ไฟสปอตไลต์ส่องลงมาจับภาพยอดภูเขาน้ำแข็ง

        “ผู้ที่ยังยืนอยู่เป็นคนสุดท้าย”

โดรนสำรวจนับไม่ถ้วนส่งภาพกลับ ผลึกดอกเบญจมาศยังคงอยู่ ถูกแช่แข็ง ถูกปกคลุมด้วยภูเขาน้ำแข็งอีกชั้น

สงบนิ่งเหมือนโลกทั้งใบหยุดหายใจ

น้ำแข็งยกมือขึ้นลูบแก้มเขาเบา ๆ

        “นายจะอยู่ในใจฉัน……ตลอดไป”

เธอก้มลงช้า ๆ เพื่อจูบแต่—

 

        “ดีใจ…”

        “…ที่ได้ยินแบบนั้นครับ” เสียงแผ่วแทบไม่ใช่เสียง

 

น้ำแข็งสะดุ้งถอยออกทันที ดวงตาเบิกกว้าง

        “ก—กร…!?”

 

เขายิ้มจาง ๆ  “เวลาคุณน้ำแข็งตกใจ……ก็น่ารักดีนะครับ” เสียงยังสั่นก่อนที่ร่างเขาจะเอนลงซบไหล่ของเธอและครั้งนี้มันอุ่นสบายจริงๆ ลมหายใจเขา         “กลับมาแล้ว”

น้ำแข็งนิ่งไปก่อนจะ…“โกรธไม่ลง” เธอเพียงลูบหลังเขา ช้า ๆ เหมือนกลัวว่าเขาจะหายไปอีกครั้งแล้วเงยหน้าขึ้นมองแสงจากเฮลิคอปเตอร์ ยกมือโบกบอกพวกเขาว่าตรงนี้จบแล้วและต้องการความช่วยเหลือ

กล้องบันทึกภาพช่วงเวลาสุดท้ายของชัยชนะของวอร์เกนและในภาพนั้นมีรอยยิ้มที่หายไปนานของน้ำแข็ง

        “กลับมาอีกครั้ง”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา