เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  27 ตอน
  0 วิจารณ์
  3,760 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

24) ศึกมังกรดำ 5

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

คลื่นทำลายในครั้งที่สองแผ่กระจายออกไปอีกครั้ง แรงสั่นสะเทือนกวาดล้างพื้นที่ใจกลางเมืองเป็นวงกว้างแต่ครั้งนี้ไม่รุนแรงเท่าครั้งแรก

เฮลิคอปเตอร์หลายลำยังคงทรงตัวอยู่บนท้องฟ้า บินวนเก็บภาพความเสียหายและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเฮลิคอปเตอร์พลเรือนไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าใกล้แต่ก็ยังมีโดรนข่าวบางลำแอบฝ่าเข้ามาเพื่อเก็บภาพ “ของจริง” อย่างไม่มีใครควบคุมได้

สนามรบ…สงบลงแล้ว ทุกทิศเงียบงันแต่ความเงียบนั้นไม่ได้หมายถึงความปลอดภัย ซากอาคารพังยับ
ถนนแตกร้าว เศษคอนกรีตกระจายไปทั่ว

 

แต่ทิศตะวันตก

        “ต่างออกไป” มันไม่ใช่แค่ความเสียหายจากการต่อสู้ของมนุษย์ มันเหมือนถูก “บดขยี้” พื้นดินยุบ
อาคารแหลก ไม่มีแม้แต่ที่ยืน ราวกับเป็นสนามรบของยักษ์ 

กลางซากนั้นมีร่างหนึ่งลอยอยู่เหนือพื้นเล็กน้อย เฟนริค บลัดฟาง มาสเตอร์มังกรดำ หมาป่าสีดำขนาดมหึมาร่างสูงกว่า 3 เมตร

ทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล รอยไหม้ รอยฉีกขาด กระดูกบางส่วนโผล่พ้นเนื้อ บาดแผลที่ 

        “น่าจะถึงฆาตแล้วหลายครั้ง”

เลือดหยดลงช้า ๆ กลายเป็นแอ่งใต้ตัวมัน แต่มันยัง “หายใจ” เหล็กแหลมสีดำพุ่งขึ้นจากพื้นแทงทะลุร่างมันหลายจุดไม่ได้มีไว้ฆ่าแต่มีไว้ “หยุด”

เพราะก่อนหน้านั้นพวกเขา “ลองมาแล้วทุกวิธี” มันก็ไม่ตาย ทำยังไงมันก็ยัง “ลุกขึ้นมา” สุดท้ายพวกเขาเลิกคิดจะฆ่าและเลือก “ตรึงมันไว้แทน” เหล็กสีดำแตกแขนงออกจากบาดแผลงอกเป็นกิ่งก้านราวต้นไม้ ยึดตรึงมันไว้กลางอากาศขยับไม่ได้รอบบริเวณหน่วยรบยังยืนอยู่

นำโดย มิเรล มายา และ ราฟีนต้า ไลท์ ออร่าสีทองจากการเสริมพลังยังคงเรืองแสงชัดเจนพวกเขาบาดเจ็บแต่ยัง “คุมสถานการณ์ได้”

        “จบแล้วสินะ…” มิเรลเอ่ยขึ้นเบา ๆ แท่งโลหะสีดำค่อย ๆ หดกลับเข้ามือของเธอช้าๆ
              

        “จะ…เจ็บชิบหาย…” เสียงแหบของเฟนริคดังขึ้นผ่านลำคอ มันยังหัวเราะได้ทั้งที่ร่างกาย…ควรพังไปแล้ว

มิเรลมองมันนิ่ง

        “แท่งเหล็กพวกนั้น…จะกระตุ้นระบบประสาทของแกตลอดเวลา”

        “จนแกเริ่มคิดว่า…การตาย…อาจจะดีกว่า”

ดูเหมือนทางตะวันตก…จะควบคุมได้แล้ว สิ่งที่เหลือคือกำลังเสริมเพื่อหาวิธี “คุมขัง” หรือ “จัดการ” กับสิ่งที่ยังไม่มีใครฆ่าได้ แต่ไม่มีใครสังเกตว่ามี “อีกคน” นั่งอยู่ไม่ไกลจากสนามรบ

ฮาคุเรย์ เซ็นโด้

ชายชราตาบอดนั่งเงียบ ๆ ไม่ขยับ ไม่พูด ไม่สนใจใคร เหมือนแค่ “คนแก่ที่มานั่งดู” แต่เขารู้ว่าเฟนริคแพ้แล้ว เขาลุกขึ้นช้า ๆ ปัดกางเกงเบา ๆ เหมือนคนธรรมดา

        “จบแล้วหรือ……แย่จริง” เขาหันหน้าไปทางหนึ่ง แม้ไม่มีดวงตาแต่เหมือน “มองเห็นทุกอย่าง”

        “แล้วแกะดำก็ไม่มา…”

เขาตะโกนออกไป

        “ฉันจะกลับแล้วนะ เฟนริค!!!”

        “ตาแก่!!!” เฟนริคตะโกนสวนทันที

        “จะทิ้งฉันไว้แบบนี้จริงดิ!!? ช่วยที! ยอมแล้ว!! พาฉันกลับด้วย!!!”

เงียบไปเสี้ยววินาที ฮาคุเรย์ถอนหายใจ

        “น่ารำคาญ…”

แต่เขาเดินตรงเข้าไปไม่สนแนวป้องกัน ไม่สนออร่า ไม่สนพลัง

เหมือนสิ่งเหล่านั้น “ไม่มีอยู่”

        “ไม่!!” มิเรลพุ่งขึ้นหน้า

        “พวกเราไม่ยอมให้แกหนีไปหรอก!!!”

ราฟีนต้ากางพลังทันทีแสงสีทองระเบิดออก

ออร่าของทุกคนในแนวพุ่งสูงขึ้นอีกระดับ สนามรบตึงเครียดขึ้นในทันที

แต่ฮาคุเรย์ยังคงเดินช้าๆ นิ่งและมั่นคง ไม่มีท่าทางจะต่อสู้ ไม่มีแม้แต่ “แรงกดดัน” และนั่นยิ่งทำให้ทุกคนไม่กล้าขยับ

ลมพัดผ่านซากปรักหักพัง ฝุ่นลอยขึ้นช้า ๆ

        “ตาแก่นี่…คือ ฮาคุเรย์ เทพดาบ…” ราฟีนต้า ไลท์ คิดในใจ “…เราไม่รู้สึกอะไรจากมันเลย”

        “มันว่างเปล่าเกินไป…” ยิ่งว่างเปล่า ยิ่งอันตราย เธอกำพลังแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว

ฮาคุเรย์ เซ็นโด้ เดินเข้าไปช้า ๆ เหมือนแค่คนแก่ธรรมดา เขาเอื้อมมือไปแตะแท่งเหล็กสีดำที่แทงยึดตรึงร่างของ
เฟนริค บลัดฟางไว้กลางอากาศ

        “โอ๊ย…แท่งสยองนี่มันอะไรกัน…” น้ำเสียงเหมือนบ่น จากนั้นเขาจัดดาบเสียบดาบเข้าที่ผ้าพันเอวขยับเล็กน้อย

ท่วงท่าเรียบง่ายแต่ “นิ่ง” มือหนึ่งจับปลอกอีกมือจับด้าม

              ชัก

ไม่มีเสียง ไม่มีแรงปะทะมีเพียง

        “ฟัน…ฟัน…ฟัน”

จังหวะธรรมดาทุกคน “มองเห็น” ไม่ได้เร็วเกินไป ไม่ได้เหนือสายตาแต่ไม่มีใคร “เข้าใจ” แท่งเหล็กสีดำที่ตรึงเฟนริคไว้

“ขาด” ทีละเส้น ทีละกิ่ง เหมือนมันเป็นแค่ของธรรมดา

ร่างของเฟนริคหล่นลงมา

ตึง—!!

กระแทกพื้นอย่างแรง

        “หยุดนะ!!!”

มิเรล มายา ยกมือขึ้นโจมตีทันที พลังพุ่งเข้าใส่ฮาคุเรย์แต่ “เพียงแค่นั้น” ไม่มีใครเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น

        “ทุกอย่าง…เงียบลง”

ภาพตัด

 

 


ฮาคุเรย์กำลังเก็บดาบเข้าฝัก ช้า ๆ เรียบ นิ่ง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “ฉันจะกลับจริง ๆ แล้ว…” เขาพูดเบา ๆ ก่อนจะหันไปทางเฟนริค

        “แกก็ไปได้แล้ว”

ชายชราตาบอดหยิบไม้เท้าจากเอวแตะพื้นก้าวแล้วเดินจากไปไม่หันกลับมา

        “ขอบใจ…” เสียงของเฟนริคดังขึ้นแผ่ว แต่ชัด ร่างของเขาค่อย ๆ คืนสภาพเป็นมนุษย์

นอนอยู่กับพื้นหมดสภาพแต่ยัง “ไม่ตาย” เขาหลับตารอให้ร่างกายฟื้นกลับมาอีกครั้ง

ไม่มีใครขยับ ไม่มีใครไล่ตาม

เพราะไม่มีใคร “เหลือ” ให้ขยับแล้ว

แนวป้องกันทางทิศตะวันตก เงียบ

ทหารวอร์เกนล้มลงทั้งหมดไม่มีผู้รอด

และมาสเตอร์มังกรดำ“ถอนตัว”

 

 


ที่ซ่อนตัวของมังกรดำ

ห้องเงียบ… มีเพียงเสียงข้อมูลวิ่งผ่านหน้าจอ เนล นั่งกุมขมับสายตาจ้องข้อมูลตรงหน้า

        “ไม่…ไม่มีใครผ่านเข้าไปถึงผลึกได้เลย”

ความเงียบตกลงมา ไรโอ ยืนมองออกไปนอกหน้าต่าง

        “จบแล้วหรือ?”

เนลเลื่อนข้อมูลอีกครั้งเหมือนพยายาม “หาความผิดพลาด” แต่ไม่มี

        “ไคเซล วอร์เกียร์ ถอนตัว…”

        “สภาพจิตใจย่ำแย่…คงพักยาวๆ”

ภาพข้อมูลเลื่อน

        “ซิลวาส ซิลทริส…” เขาหยุดเล็กน้อย

        “…แทนที่จะถอนตัว...ดันเลือกเดินต่อ” เนลถอนหายใจ

        “น่าเสียดายจริง ๆ”

ข้อมูลถัดไป

        “มอร์เทร่า วัลซิน กับ วีด…”

เขานิ่งไปเสี้ยววินาที “…แม่ผู้ผิดหวังและหัวใจดวงน้อยได้พักแล้วจริง ๆ” ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมแต่ความหมายชัดเจน

        “เฟนริค บลัดฟาง กับ ฮาคุเรย์ เซ็นโด้…” เนลหัวเราะเบา ๆ

        “คู่นี้…เป็นการจับคู่ที่ห่วยที่สุด”

ข้อมูลสุดท้ายปรากฏ

        “นักรบมังกรดำที่อาสา…เหลือไม่ถึงยี่สิบคน” เนลเอนหลัง

        “สรุป...ไม่มีใคร…เข้าถึงผลึกดอกเบญจมาศได้”

เขาลุกขึ้นเก็บอุปกรณ์ ระเบิดในมือ

        “หายไป” ถูกส่งกลับเข้าคลังเหมือนของเล่นที่ยังไม่ถึงเวลาหยิบใช้

        “ถึงตาเราแล้วใช่ไหม?”

ไรโอพูดขึ้น ยังมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตานิ่งแต่มี “ไฟ”

เนลไม่ตอบทันทีเขาเปิดข้อมูลใหม่ ภาพสนามรบทั้งเมือง

        “ทิศตะวันออก…ล่มแล้ว”

        “ทิศตะวันตก…ล่มแล้ว”

        “ทิศใต้…ล่มแล้ว”

เขาหยุด

        “เหลือแค่…ทิศเหนือ” ภาพแสดงจุดสุดท้ายของแนวป้องกัน

        “มีแกะดำ…โรกัน…และแนวป้องกันสุดท้าย”

        “แกะดำ 03…” เขาพูดช้า ๆ เนลหรี่ตาเล็กน้อย

        “ฉันอยากคุยกับเจ้านั่น นายไปลุยแนวรับสุดท้ายก่อนเลยก็ได้ ฉันจะตามไปทีหลัง”

ไรโอหันมารอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏ

        “งั้นฉันไม่รอนะ” เขาเดินไปหยิบถุงมือเหล็ก สวมมัน เสียงโลหะกระทบกันเบา ๆ

        “ถ้าฉันไปถึงผลึกก่อน…” เขากำหมัด “ฉันจะทำลายมันทิ้งเลย”

เนลพยักหน้าเบา ๆ

        “อืม…” แต่สายตาเขายังไม่ละจากหน้าจอ ข้อมูลของกรกรรณยังแสดงอยู่เหมือนกำลัง “วิเคราะห์บางอย่าง”

หรือ…“ตัดสินใจ” ห้องเงียบอีกครั้งก่อนที่รอบตัดสินจะเริ่ม

 

 


ศูนย์บัญชาการชั่วคราววอร์เกน

              หน้าจอขนาดใหญ่แสดง “รายงานสรุปสนามรบ” ตัวอักษรสีแดงเรียงลงมาอย่างไร้ความปรานี 

        แนวป้องกันทิศเหนือ ยังคงเหลือกำลังรบนำโดยโรกัน — บาดเจ็บสาหัส สูญเสียแขนขวา กำลังพลที่เหลือ 48 นาย และ“แกะดำ”

        แนวป้องกันทิศใต้ ล่มสลายถอนกำลังทั้งหมด

        แนวป้องกันทิศตะวันออก ล่มสลายถอนกำลังทั้งหมด

        แนวป้องกันทิศตะวันตก ล่มสลายถอนกำลังทั้งหมด

เงียบ

         แนวป้องกันสุดท้าย — ใจกลางอนุสาวรีย์ นิโคล วิเรล ไคลน์ อาร์เดล เรน วัลคีร์ และบลูเฟรม 10 นาย

        สถานะ:“ยังยืนอยู่”

        สภาพ: “สมบูรณ์”

        แต่นั่นไม่ได้แปลว่า “ปลอดภัย”

เอลินเซีย วินเทรส เดินเข้ามาเธอไม่มองภาพรวม เธอเลือก “ดูรายชื่อ” ปลายนิ้วกดลงบนหน้าจอ “ค้นหา…ชุดขาวที่เสียชีวิต”

ผลลัพธ์ปรากฏ

        ดาริอุส เครน — ไวท์คราวน์

        โซลาร์ เฟลิกซ์ — ไวท์คราวน์

        ลูเซีย เฟลน — ไวท์คราวน์

        มิเรล มายา — เวลมาริส

        ราฟีนต้า ไลท์ — เวลมาริส

        “…ห้าคน” เสียงเธอเบา

        “ดาริอุส…โซลาร์…ลูเซีย…”

เธอหยุด

        “…พวกนาย…”

มือกำแน่นไม่มีน้ำตามีแต่ “แรงกด”

เธอรู้

เธอ “คุยกับใครไม่ได้แล้ว”

วาร์กัส ไรน์ฮาร์ตจะไม่ยอมให้เธอลงสนาม งั้นก็ต้อง “ข้ามเขาไป” 

น้ำแข็งหันหลังเดินออกจากโซนหลักไปยังห้องว่าง

ห้องที่ไม่มีใครใช้ ประตูปิดลงและเธอเชื่อมสายไปยังคนเดียวที่ “ตัดสินใจได้”

พลัส ไกรเซอร์

        “…สวัสดีน้ำแข็ง” เสียงปลายสายเรียบเหมือน “รู้อยู่แล้ว”

        “เป็นยังไงบ้าง”

        “สวัสดีค่ะท่านที่ปรึกษา…” น้ำแข็งสูดลมหายใจลึก

        “เราสูญเสียบุคลากรระดับหัวกระทิไปมากเกินไปแล้ว…” เธอกำหมัด

        “แต่…มันยังไม่จบ” เงียบไปเสี้ยววินาที

        “ตราบใดที่พระอาทิตย์ยังไม่ตกศึกนี้จะยังดำเนินต่อและเราไม่รู้…ว่าจะมีอะไรมาอีก”

        “ในขณะที่แนวป้องกัน…ล่มไปแล้วสามทาง”

ปลายสายเงียบ

ก่อนเสียงของพลัสจะดังขึ้น

        “แล้วเธออยากให้ฉันทำยังไง” น้ำเสียงยังเรียบ

        “เกณฑ์กำลังจากที่อื่นไปเพิ่ม?”

        “หรือ…”

        “…เธอจะขอลงไปช่วยเอง” หยุดนิดหนึ่ง “คิดว่าตัวคนเดียวจะพลิกสถานการณ์ได้งั้นหรือ” ประชดชัดเจน

        “ไม่ค่ะ…” น้ำแข็งตอบทันที “ฉันไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น” เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย

        “…แค่อยากช่วย อีกแรงหนึ่งก็ยังดี”

 

และคำตอบกลับมา

        “ไม่ได้”

        “ไม่ใช่เพราะเธอสำคัญ…ถึงไม่ให้ลงสนาม”

        “…แต่เพราะเธอไม่ได้สำคัญอะไรเลยต่างหาก”

น้ำเสียงธรรมดาแต่—“เจ็บ”

น้ำแข็งกำฟันแน่นความโกรธแล่นขึ้นมาแต่—เธอกดมันลงทันทีเธอรู้

        “ต้องต่อรอง” และต้องต่อรองด้วยสิ่งที่…

        “พลัสปฏิเสธไม่ได้”

เธอเงยหน้าขึ้น

        “ท่านค่ะ…” เสียงนิ่งขึ้น

        “ถึงฉันจะไม่มีค่าในสนามรบนี้แล้ว…”

        “…แต่”

        “กรกรรณ กาลธารา ไม่ใช่…ใช่ไหมคะ”

ปลายสาย “เงียบ”

น้ำแข็งก้าวต่อ “ตอนนี้เขายังไม่พร้อม ถ้าเกิดอะไรขึ้น…”

        “คุณ…และครูฝึกอเล็ก…จะเสียหมากสำคัญไป”

เงียบ—ครั้งนี้ยาวกว่าเดิม และอีกฝั่ง—มี “รอยยิ้ม” ที่ไม่มีใครเห็น

น้ำแข็งพูดต่อ

        “…ฉันจะรับประกันให้” เสียงเธอแน่นขึ้น 

        “ว่าเขาจะไม่เป็นไร” เธอหลับตา

        “…ด้วยชีวิตของฉัน”

ลมหายใจของเธอหนักขึ้นเล็กน้อย

 

แล้วเสียงปลายสายก็ดังขึ้น

        “มั่นใจดีนี่…ก็ดี”

        “ตกลง”

        “กรกรรณจะต้องไม่ตาย”

        “ตามนั้น”

ตัดสายทันทีไม่มีคำอธิบาย ไม่มีคำเตือน มีแค่ “เงื่อนไข”

น้ำแข็งยืนนิ่งโทรศัพท์ในมือยังไม่ลดลง เธอรู้ตั้งแต่วินาทีนั้นเธอไม่ได้ “ขออนุญาตลงสนาม”

แต่—“เดิมพันชีวิตตัวเองไปแล้ว” และถ้าเธอพลาดไม่ใช่แค่เธอแต่ทุกอย่างจะพังพร้อมกัน

ศึกสุดท้ายกำลังจะมา

 

 


แนวป้องกันทางทิศเหนือ

โรกันนั่งพัก มองแขนขวาที่หายไปของตัวเองอยู่เงียบ ๆ กำลังพลที่ยังดูแลพื้นที่เหลือไม่ถึง 50 คน ส่วนที่เหลือถูกส่งตัวคนเจ็บและลำเลียงร่างผู้เสียชีวิตกลับศูนย์ไปหมดแล้ว

กรกรรณนั่งมองแขนเหล็กที่ขาดและพังยับของไคเซลและเขาไม่อยากคิดเลยว่า... แขนจริง ๆ ทั้งสองข้างของเธอหายไปไหน

สายตาเขาเลื่อนไปด้านหน้าไกลออกไป—มีความเคลื่อนไหว ใครบางคนกำลังเดินเข้ามา

เด็กเนิร์ดผมสีม่วง ทรงกลม ใส่แว่นหนากลมสวมปลอกแขนเหล็กประหลาด และสะพายบางอย่างคล้ายกระเป๋าโลหะ—หรืออาจเป็นเกราะรูปทรงเหมือนกระดองและที่สำคัญ... เขาใส่ชุดสีดำ พวกมังกรดำ!!!

        “คุณโรกัน!! ทุกคน!! มังกรดำ…มันมาอีกคนแล้วครับ!” กรกรรณตะโกนเตือน

ทุกคนรีบเคลื่อนตัวมารวมกันที่ลานกลางถนนโรกันก้าวออกมายืนด้านหน้า แม้จะเหลือเพียงแขนซ้ายข้างเดียว

เนลเดินเข้ามาหยุดตรงแนวป้องกัน

        “หลีกไป ฉันมีธุระกับแกะดำ 03” น้ำเสียงเขาเรียบเฉย ไม่แม้แต่จะชายตามองโรกัน

        “หุบปาก แกไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น” โรกันตั้งท่าโจมตีทันที

เนลยกมือขึ้นดวงตาเรืองแสงสีฟ้าชั่ววูบ…ก่อนจะดับลง เสียงระเบิดดังขึ้นพร้อมกันจากอาคารทั้งสองฝั่งถนน
โครงสร้างทั้งหมดถูกทำลาย—ตึกทรุดตัวถล่มลงมากลายเป็นกองซากคอนกรีต

โรกันพุ่งเข้าโจมตีทันทีหมัดซ้ายเล็งใส่ลำตัวเต็มแรงแต่เนลเพียงบิดตัวหลบ

        “แปะ…”

ฝ่ามือของเขาแตะที่สีข้างโรกันเบา ๆแค่นั้น—ร่างของโรกันหายไปทันที

กรกรรณที่ยืนมองอยู่ถึงกับชะงักคำเตือนของครูฝึกอเล็กผุดขึ้นมาในหัวทันที

        “เนลสามารถทำเครื่องหมายใส่วัตถุได้… ถ้าถูกทำเครื่องหมาย เขาจะเทเลพอร์ตมันไปได้ตามต้องการ”

เมื่อครู่…โรกันโดนทำเครื่องหมายแล้วแล้วเขาถูกส่งไปไหน—

        ตูม!!

เสียงกระแทกดังสนั่น พื้นดินสั่นสะเทือนตามด้วยแรงระเบิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทันใดนั้น—ซากคอนกรีตที่กองพังอยู่ก็ระเบิดออกจากด้านบน โรกันพุ่งทะลุขึ้นมา

        “แก—”

ยังไม่ทันพูดจบร่างเขาก็หายไปอีกครั้งไม่ต้องเดาก็รู้ว่า…เนลส่งเขาไปที่ไหน

เนล ไม่แม้แต่จะมองไปรอบตัว

เขา “ไม่สนใจ” เขาเดินตรงไปหา กรกรรณ กาลธารา 

ทหารวอร์เกนที่เหลืออยู่ นิ่ง ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครกล้าโจมตี

        “เนล…มังกรดำ 03 มาแล้ว…” เสียงทหารรายงานผ่านวิทยุ

เพียงแค่นั้นเนลหายจากจุดที่ยืน

—และในวินาทีเดียวกัน—

ทหารทุกคน

        “หายไป”

        “อ้าก—!”

        “เฮ้ย!!”

        “อะไรกันวะ—!!”

เสียงแตกกระจายแล้ว “ตัด”

ไม่ถึงลมหายใจเดียว สนามรบว่างเปล่า ไม่มีศพ ไม่มีร่องรอย เหลือเพียงกรกรรณที่ยืนนิ่ง

และเนลกลับมายืนที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “กรกรรณ…แกะดำ 03” เนลเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “ผมไม่แปลกใจเลย…ที่มาสเตอร์เลือกคุณเข้าทีม”

เขาขยับแว่นเล็กน้อย

        “คุณเหมือนชิน…มากจริง ๆ”

กรกรรณกำหมัดแน่น

        “นาย…ฆ่าพวกเขาแล้วเหรอ…” เสียงเขาตึง

เนลส่ายหน้าเบา ๆ

        “ไม่” … “แค่โยนออกไปไกล ๆ สบายใจขึ้นไหม” น้ำเสียงธรรมดาเหมือนกำลังพูดเรื่องเล็กน้อย

กรไม่ตอบสายตายังจับจ้องพยายาม “อ่าน”

แต่ไม่มีอะไรให้อ่านไม่มีแรงกดดัน ไม่มีคลื่นพลัง เหมือนคนธรรมดา นั่นแหละที่น่ากลัว

        “จะคุยอะไร…” กรพูดขึ้น

        “เพราะฉันเป็นลูกทีมของครูฝึกอเล็กงั้นเหรอ…”……“หรือแค่สนใจรุ่นน้อง”

เนลไม่ตอบทันที เขามองกร นิ่ง เหมือนกำลัง “ประเมิน”

        “คุณกำลังเสียเวลา” เสียงเขาเรียบ

        “เสียเวลา…กับการหาว่าตัวเองคือใคร” เขาก้าวเข้าไปอีกก้าว

        “ผมก็แค่จะมาบอกทางลัด”

        “มาอยู่กับพวกเรา

        กองกำลังมังกรดำ…”

        “คือที่สุดท้ายที่คุณจะไปถึงอยู่ดี”

กรกรรณส่ายหน้าทันที

        “ไม่!!” เสียงเขาแข็งขึ้น

        “ฉันไม่ใช่คนแบบพวกนาย! ฉันไม่ใช่พวกเหี้ยมโหด! มีคนตายมากเกินไปแล้วแต่พวกนาย…”

        “ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!” ลมหายใจเขาหนักขึ้น

        “ฉันไม่เหมือนชิน! และฉันเชื่อในตัวครูฝึกอเล็ก!!!”

เนลไม่โต้ทันทีเขาขยับแว่นอีกครั้ง ช้า ๆ

        “…คนตายมากมาย” เขาทวนคำน้ำเสียงยังนิ่ง

        “งั้นเหรอ” เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

        “นี่มันยังไม่ถึง1ส่วนเลยนะ”

หยุด

        “ของวันที่อาณาจักรอัลเทรัสล่มสลาย”

        “ห้า…ล้านคน”

        “ในเจ็ดวัน”

เงียบ…

        “แล้วคุณ…” สายตาเนลนิ่งขึ้น

        “ยังมายืนเล่นบทพระเอกหน้าเศร้าอยู่ตรงนี้งั้นเหรอ”

คำพูดนั้น “แทง” จริง

        “ครอบครัวคุณ”

        “บ้านเกิดคุณ”

        “คนที่คุณรู้จัก”

        “ตายหมด”

เขาก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด

        “แล้วคุณ……ทิ้งมันไว้แบบนั้นเลยเหรอ”

 

        “อะ…อะไร…” กรชะงัก

        “นาย…พูดอะไร…” ลมหายใจเขาสะดุด

        “นาย…รู้อะไร…” ภาพในหัวเริ่ม “ไหลย้อน”

ฝนที่ตกลงมาเป็นสัตวประหลาด เสียงกรีดร้อง เลือด ทุกอย่างที่เขา “พยายามไม่คิดถึง” ถูกดึงขึ้นมาตรงหน้า

 

เนลมองเขาเงียบเหมือนคนที่ “รู้คำตอบอยู่แล้ว” และกำลังรอให้กรกรรณ “ยอมรับมัน”

        “พวกเรารู้…” เนล พูดขึ้นนิ่ง ๆ

        “มังกรดำรู้…ว่าอะไรทำให้ฝน ‘ตกลงมาเป็นสัตว์ประหลาด’”

เงียบ

กรกรรณ กาลธารา เซถอยหลัง หนึ่งก้าว สองก้าว ลมหายใจสะดุด

        “พวกนาย…รู้งั้นเหรอ…”

        “รู้จริง ๆ เหรอว่าทำไม…” เสียงเขาเริ่มสั่น

        “ทำไม…?” หัวใจเต้นแรง

คำตอบที่เขา “ตามหา” อยู่ตรงหน้า

แล้วความคิดหนึ่งก็พุ่งขึ้นมา

        “พวกแกเป็นคนทำใช่ไหม!!!” เขาตะคอก

พลังในร่างปะทุขึ้นทันที พร้อมจะพุ่งเข้าแลกชีวิต ศัตรู ที่ทำลายทุกอย่างของเขา

 

        “ไม่” เนลตอบทันที

        “…พวกเราพยายามขัดขวางมัน”

เขาเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้ามองไปยัง “ที่ใดที่หนึ่ง” ที่แม้แต่มังกรดำ

        “ก็ยังไม่มีคำตอบ”

กรชะงัก ทั้งร่างสั่นสมองปั่นป่วน นี่คืออะไรโกหก? หรือความจริง?

แล้วถ้าไม่ใช่มังกรดำ…

        “แล้วพวกนาย…กำลังทำอะไรกันอยู่…” เสียงเขาเบาลงเหมือนถามตัวเอง

เนลไม่ตอบทันทีเขาหันกลับมา สายตานิ่ง

        “ตอนนี้…ยังบอกอะไรไม่ได้”

        “แต่คุณเลือกได้” ลมรอบตัวเริ่มนิ่งลง

บางอย่าง…“เปลี่ยน”

        “มาร่วมกับพวกเรา” น้ำเสียงยังเรียบ “…หรือไม่ก็”

สายตาเขาคมขึ้นเล็กน้อย

        “ตายไปซะตั้งแต่ตอนนี้”

 

หมอกสีแดงเริ่ม “ไหล” ฝนสายตาของกร จากพื้น จากอากาศ ค่อย ๆ กระจาย ไม่หนาแต่ “อยู่ทุกที่” ไม่มีสีอื่น 

เหมือนกำลังรอคำตอบ อยู่หรือตาย

กรกรรณสูดลมหายใจลึกความสับสนยังอยู่แต่การตัดสินใจชัด

        “ไม่…”

เขาพูดเสียงนิ่งขึ้น

        “ฉันไม่เข้าร่วมกับพวกนาย”

เขายกมือขึ้นตั้งท่าพลังในร่างเริ่มไหลโดยไม่ต้องควบคุม

        “และเมื่อฉันพร้อม…” สายตาเขาแน่นขึ้น

        “ฉันจะหาความจริง…ด้วยวิธีของฉัน”

หมอกสีแดงปกคลุมพื้นที่ทั้งหมดสนามรบหายไปเหลือแค่ “สองคน”

เนลพยักหน้าเบา ๆ

        “น่าเสียดาย”

เขายกมือขึ้นดวงตาสว่างแสงสีฟ้าพลุ่งขึ้นภายใน

ลูกระเบิดปรากฏ

หนึ่ง

สอง

สิบ

“งั้นก็…”

        ตู้ม!!!

        ตู้ม!!!

        ตู้ม!!!       

        ตู้ม!!!

แรงระเบิดปะทุขึ้นรอบตัวกรกรรณ พื้นแตก อากาศฉีกแต่

เนลชะงักคิ้วขมวด “?”

ระเบิด

        “ระเบิดก่อนถึงเป้า”

เขายกมือขึ้นกันแรงสะท้อนย้อนกลับควันหนาทึบปกคลุมพื้นที่

แต่ในหมอกนั้น

        “มีบางอย่าง”

หมุน ควง เร็ว แหวกอากาศ แสงกระทบมันสะท้อนเป็น “สีทอง” แวววาวแล้ว

ตึง!!!

มันปักลงบนพื้นคอนกรีตแน่นไม่ขยับ

กระบองทองคำและร่างหนึ่งยืนอยู่ข้างมัน ระหว่างกรกรรณและเนล นิโคล วิเรล

        “คุณนิโคล!!!” เสียงกรแตกออกทันที โล่งแม้เพียงเสี้ยววินาที แต่เขารู้ เขา “ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว”

และนั่นเปลี่ยนทุกอย่างศึกสุดท้ายกำลังจะเริ่มขึ้นจริง ๆ

        “ชุดขาว…นิโคล” เนล เอ่ยเสียงเรียบคิ้วเขาขมวดเล็กน้อย

        “น่ารำคาญ…”

        “เย่— ทันเวลา!” นิโคล วิเรล โผล่มาพร้อมรอยยิ้ม

        “ทันทีที่ได้ยินว่า เนล มังกรดำ 03 โผล่มาทางทิศเหนือ”

        “ฉันก็วิ่งสุดชีวิตมาที่นี่เลย!”

เธอก้าวเข้ามาหากรกรรณ กาลธารา

        “กร เป็นอะไรไหม?” น้ำเสียงสดใสเหมือนสนามรบไม่ใช่สนามรบ

        “เดี๋ยวก่อนครับ!” กรรีบพูด

        “คุณทิ้งแนวป้องกันสุดท้ายมาที่นี่ไม่ได้นะครับ!”

แต่นิโคลไม่ฟัง เธอใช้สองมือ

        “แปะ” ลงบนแก้มเขา

        “ไม่เอาน่า~”

เธอเอียงหน้าเข้ามาใกล้ ใกล้เกินไป

        “จะปล่อยให้นายยืนเสี่ยงอยู่ตรงนี้ได้ไง”

ยิ้ม

        “แฟนเพื่อนก็เหมือนแฟนเราแหละ…จริงไหม?”

        “เดี๋ยวครับ—”

        “…ประโยคนี้มันแปลก ๆ นะครับ”

        “แล้วก็……ปล่อยก่อนครับ ใกล้เกินไปแล้ว” 

ในจังหวะนั้น

        “ตู้ม!!!”

ลูกระเบิดพุ่งเข้าใส่ทั้งคู่โดยไม่มีสัญญาณเตือนแต่—กระบองทอง

        “ขยับเอง”

ฟาดกลางอากาศระเบิดแตกควันกระจายแรงสะเทือนกระแทกพื้นแต่—มือของนิโคลยัง “บีบแก้มกร” อยู่เหมือนเดิม

เธอไม่แม้แต่จะหันไปมอง

        “โอเค~” เธอพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

        “ว่าแต่…” นิโคลกวาดสายตามองรอบ ๆ

        “โรกันกับคนอื่น ๆ หายไปไหนแล้ว?”

        “เอ่อ…คุณ…” กรพยายามแกะมือออก “โรกันโดนเทเลพอร์ตไปไหนไม่รู้ครับ”

        “แต่คนอื่น…น่าจะปลอดภัย”

        "งั้นเราคงต้องจัดการเรื่องนี้แค่ 2 คน" นิโคลหันกลับไปหาเนลอย่างมั่นใจ

ซึ่งกรมีแต่ความกังวล เพราะมีแค่คุณนิโคลคนเดียวไม่มีทางรับมือเนลได้แน่ ไม่มีทางเลย แต่คุณนิโคลก็คงไม่ฟังเขาเหมือนกัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา