เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.
27 ตอน
0 วิจารณ์
3,760 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย
21) ศึกมังกรดำ 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความค่ำคืนผ่านไป…ช้า ยืดยาว เหมือนพยายามจะยื้อเวลาเอาไว้แต่สุดท้าย—ก็ไม่อาจหยุดแสงแรกของวันใหม่ได้
ทหารทุกคนประจำตำแหน่ง บางคนหลับคามุมกำแพง บางคนนั่งตรวจอาวุธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่รู้ว่ามันพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีใครพูดแต่ทุกคน “รอ”
ห่างออกไปไม่ไกลนักโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดถูกดัดแปลงเป็นฐานสนับสนุนทั้งคลังเสบียง ศูนย์สื่อสาร และพื้นที่รองรับผู้บาดเจ็บ
ภายใน—แสงไฟขาวซีดจากเครื่องปั่นไฟส่องสลัว หมีดำและหนูแดงหลับอยู่บนม้านั่งคนละตัวเหมือนโลกภายนอกไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย
มีเพียง “น้ำแข็ง” เธอนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์สายตาจับจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดนับสิบจอ
ถนน ตรอก หลังคา ทุกมุมของเมืองถูกเฝ้ามอง …ไม่ใช่เพราะไม่ง่วงแต่เพราะ “ไม่กล้าหลับ”
เสียงเฮลิคอปเตอร์ของสำนักข่าวดังวนอยู่บนฟ้าไกล ๆ โดรนลาดตระเวนบินตัดอากาศเป็นช่วง ๆ
วันนี้…ไม่มีใครเรียกมันว่า “พิธีบวงสรวง” อีกแล้ว แต่มันคือสนามรบ
กองกำลังของวอร์เกนตั้งแนวป้องกันล้อม “อนุสาวรีย์ผลึกดอกเบญจมาศ” ทุกทิศทาง
ทิศเหนือ โรกัน และ รอส ยืนคุมแนว เบื้องหลังคือทีมไฮดร้า—เรย์นาร์ โคลท์ เซียร่า
ทิศใต้ เอเดรียน และ ดาริอุส กับทีมไททัน—บรอน และ โดร่า
ทิศตะวันออก ลูเซีย และ โซลาร์ ทีมโกลเด้น
ทิศตะวันตก มิเรล และ ราฟีนต้า ทีมไวเปอร์
และ “จุดกลาง” หน้าอนุสาวรีย์ผลึก— นิโคล ไคลน์ เรน พร้อมกำลังบลูเฟรมที่เหลืออีกเกือบสามสิบชีวิต
เงียบ
เงียบจนเหมือนเมืองทั้งเมืองหยุดหายใจ
กรกรรณอยู่ที่ทิศเหนือ ในอาคารที่ถูกตัดไฟทั้งหมดมีเพียงสายไฟจากเครื่องปั่นที่ลากเข้ามาให้แสงสลัว เขานั่งอยู่ข้างลังอาวุธ ช่วยขนกระสุน จัดเรียงจรวด เตรียมทุกอย่างให้ “คนอื่นใช้”
เหมือนเดิม เขามองออกไปนอกอาคาร ถนนโล่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่เขารู้สึกได้—
“มันมาแล้ว แต่กำลังรอ…รอบางอย่าง?”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นใกล้เข้ามาชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“ตรวจสอบความพร้อมหรือยัง” เสียงเรียบ…แต่กดลงมาหนัก
“เราพร้อมแล้ว” อีกสองเสียงตอบทันที
และเมื่อเงานั้นก้าวเข้ามาในแสง คือทีมไฮดร้า ที่แขนมีปลอกแขนสีฟ้า—พวกเขาเป็นบลูเฟรมที่นำโดย เรย์นาร์
กรกรรณเงยหน้าขึ้นมองสายตาของเขาสบกับเธอเพียงเสี้ยววินาที
“นั่น…แกะดำ 03…?” เธอหยุดมองเขานานกว่าที่ควรจะเป็น
มีบางอย่างในแววตานั้น ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดแต่คือ—
“การตัดสิน”
“…นี่ไง” เธอพูดช้า ๆ “ผลของสิ่งที่อเล็กทำ”
เสียงของเธอไม่ได้ดังแต่ชัดจนทุกคนในห้องได้ยิน
“มันไม่สมควรอยู่ในฐานะครูฝึก…” เว้นจังหวะ “…มันควรถูกเนรเทศไปนานแล้ว”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เรย์นาร์หันหลังเดินผ่านเขาไป โคลท์และเซียร่าเดินตามโดยไม่แม้แต่จะมอง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ หายไปเหลือเพียงความเงียบ
กรกรรณนั่งนิ่ง ไม่ตอบ ไม่เถียง ไม่แม้แต่จะขยับ แต่บางอย่างในอก…หนักขึ้น หนักกว่าการโดนปาไข่หนักกว่าน้ำสกปรกที่เคยโดนสาด
เพราะครั้งนี้—เขา “เข้าใจ” ว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้น สายตาของเขาค่อย ๆ หันกลับไปที่ถนนว่างเปล่า ลมหายใจช้าลง นิ่งขึ้น
“…สนามรบ” เขาพึมพำในใจ “…ของจริง”
ท้องฟ้าเริ่มเรืองรอง
แสงแรกของวันค่อย ๆ แทรกผ่านขอบฟ้า พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเต็มดวง แต่สีแดงเข้มของมัน…เหมือนเลือดที่ถูกย้อมลงบนท้องฟ้า
ไม่มีใครรู้ว่า “วินาทีไหน” คือจุดเริ่มต้น
แต่ทุกคนรู้ว่า—มันเริ่มแล้ว
ทหารทุกนายเข้าประจำตำแหน่ง ในบังเกอร์ บนถนน ในอาคารที่ปิดไฟ รถถังหันปากกระบอกปืนเข้าหาจุดเดียวกัน เครื่องยิงจรวดถูกตั้งมุมไว้เรียบร้อย
ชุดขาว—ยืนนิ่ง
บลูเฟรม—อยู่แนวหน้า
ไม่มีเสียงพูด ไม่มีคำสั่งซ้ำ มีแค่—
“การรอ”
เวลาผ่านไปช้า…ช้ามาก ช้าจนเหมือนโลกทั้งใบถูกดึงยืดออก จนกระทั่ง—
แสงแดดพาดถึง “ผลึกดอกเบญจมาศ” มันสะท้อนแสงสีทองแดงออกมาอย่างงดงาม งดงาม…จนน่าขนลุก
และในจังหวะนั้นเอง—
“มีบางอย่าง…เดินเข้ามา”
จากทิศใต้
ช้า ๆ
ไม่รีบ
ไม่หลบ
เหมือนคนที่ “รู้” ว่าจะไม่มีใครหยุดเขาได้
ร่างในชุดสีดำ เครื่องแบบของมังกรดำ แต่—
ผิดปกติชัดเจนเกินไป ชายคนนั้นมีใบหน้าของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ดวงตาไม่โฟกัส ปากเบี้ยวเล็กน้อยเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้
ร่างกายอ้วน หนัก เดินเซนิด ๆ และ—
“ไม่สนใจอะไรเลย”
เขาเดินตรงเข้าหาแนวป้องกัน ไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีต่อสู้ แต่ไม่มีใคร…กล้าละสายตา
จนเข้าระยะยิง ทหารหลายคนชะงัก ลังเล นี่มัน…อะไร?
กับดัก? ตัวล่อ? หรือ …
“ฆ่ามัน”
เสียงของเอเดรียนดังขึ้น สั้น ชัด เย็น ไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว คำสั่งนั้น…ตัดความเป็นมนุษย์ออกจากสนามรบทันที
“ยิง”
ปืนทุกกระบอกลั่นพร้อมกัน เสียงกระสุนปะทะอากาศดังถี่รัว เหมือนฝนเหล็กตกใส่ร่างเดียว
กระสุนกระแทกใส่เขา เป็นสิบ เป็นร้อย แต่—
ไม่เข้า
ไม่ทะลุ
แม้แต่เลือด…ก็ไม่มี
มีเพียงแรงกระแทกที่ทำให้ร่างเขาเซไปบ้าง ชายคนนั้นยกมือขึ้น โบกไปมาอย่างรำคาญเหมือนกำลังปัด “แมลง” ใบหน้าเริ่มบิดเหมือนจะร้องไห้แต่เขา—
“ยังเดินต่อ”
“ปืนใหญ่! ยิง!!” เอเดรียนสั่งทันที
รถถังสองคันหมุนปากกระบอก ล็อกเป้า แล้ว—
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดสะเทือนพื้นถนน เปลวไฟและแรงอัดกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง ควันหนาทึบปกคลุมร่างนั้น
ทุกคนหยุดหายใจ
…จบไหม?
ลมพัดผ่าน ควันค่อย ๆ จาง และ—
“เขายังอยู่”
วีด….ยืนอยู่กลางหลุมระเบิด สองมือยกขึ้นกันหน้าอก ร่างสั่นเล็กน้อย แต่—
“ไม่ล้ม”
ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยตอนนี้“เปลี่ยนไป” มันแดง มันสั่น มันโกรธ เหมือนเด็กที่ถูกแกล้งจนถึงขีดสุด
และในวินาทีถัดมา—เขา
“วิ่ง”
พุ่งเข้าหาแนวป้องกันทันที หนัก เร็ว และไม่สนอะไรทั้งนั้น พื้นถนนสั่นตามจังหวะเท้า
“มันมาแล้ว!!”
ทหารบางคนเผลอถอยแต่ก่อนที่เขาจะถึงแนว—
ปัง!
ร่างของวีดกระแทกเข้ากับบางสิ่งอย่างจัง
“โล่แสง”
พลังสีทองขยายออกสะท้อนแรงปะทะจนพื้นแตกร้าว วีดหยุดอยู่ตรงนั้น ร่างสั่นเหมือนพยายามดันต่อ แต่ไม่ผ่าน
“หยุดตรงนั้นเลย…ไอ้สัตว์ประหลาด” เสียงหนึ่งดังขึ้น ดาริอุสก้าวออกมาข้างหน้า ช้า ๆ มั่นคง แสงจากโล่สะท้อนขึ้นบนใบหน้าเขา
“ถ้าจะเข้ามา…” เขายกมือขึ้นเล็กน้อย “ก็ต้องผ่านฉันไปก่อน”
ทหารทุกคนยืนนิ่งไม่มีใครขยับ ไม่มีใครรู้ว่าควรทำอะไรต่อ ภาพตรงหน้ามันเกินกว่าจะเข้าใจได้แต่—
“ชุดขาวยังอยู่”
และแค่นั้น…ก็พอให้พวกเขายืนต่อได้
วีดยืนอยู่หน้าโล่แสง มือหนาทุบลงไปซ้ำ ๆ ช้า…แต่แรง
ปัง
ปัง
ปัง
โล่สั่น แต่ไม่แตก เขาเริ่มหายใจแรงขึ้น
ถี่ขึ้น
ถี่ขึ้น
ไหล่สั่น
มือกำแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้และในวินาทีถัดมา—เขา “ร้อง”
“กว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
เสียงนั้น—ไม่ใช่แค่ “ดัง” แต่มัน “กดทับ”
อากาศสั่น พื้นสะเทือน เสียงเหมือนฉีกเข้าไปในหัว
ไม่มีใครตั้งตัวทัน
ตู้ม—!
คลื่นเสียงกระแทกออกเป็นวงกว้าง กระจกแตกพร้อมกันทั้งแถบ ผนังอาคารแตกร้าวเป็นเส้น พื้นถนนสั่นจนทรุดโล่แสงของดาริอุส—
“แตก”
แสงสีทองกระจายออกเหมือนกระจกถูกทุบ ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีขาวชั่วขณะ
ทั้งเมืองได้ยิน ทุกแนวป้องกัน ทุกบังเกอร์ ศูนย์บัญชาการ—สั่นสะเทือน เสียงสัญญาณเตือนดังมั่วซ้อนกันคนล้ม คนกุมหัว บางคนอาเจียน บางคน…หมดสติทันที
โดรนที่บินอยู่ ร่วงทีละลำเหมือนของเล่นที่ถูกตัดเชือก เฮลิคอปเตอร์เสียการควบคุม ต้องเร่งถอยออกจากพื้นที่หาโอกาสลงฉุกเฉิน
ตัดภาพ พิพิธภัณฑ์กลาง
ห้องทำงานผู้อำนวยการกรวิชญ์ เงียบสนิทเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ชินนั่งอยู่บนเก้าอี้ของผู้อำนวยการเอนหลังสบาย ๆ ในมือเขามี “จอกศักดิ์สิทธิ์ของจริง” มันถูกกลิ้งไปมาบนโต๊ะช้า ๆ เหมือนของเล่น
ข้าง ๆ กัน วิสเปอร์นั่งอยู่บนโต๊ะขาไขว่ห้างมองเขาด้วยรอยยิ้ม เสียงกรีดร้องจากระยะไกลยังคงสะท้อนเข้ามาเบา ๆ
ชินยิ้ม
“ระฆังเปิดฉาก…ดังแล้ว” น้ำเสียงเขาเบาแต่แน่น
“เพื่อมังกรดำ”
วิสเปอร์ยิ้มโน้มตัวลง
“เพื่อมังกรดำ”
แล้วเธอก็จูบเขาเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก—เป็นแค่ “ฉากที่จัดไว้”
ตัดกลับ แนวป้องกันทิศใต้
ฝุ่นยังไม่ทันจาง เสียงยังค้างอยู่ในหู วีดยืนอยู่กลางซากความเสียหายหายใจแรงเหมือนเพิ่ง “ปล่อยบางอย่างออกไป”
รอบตัวเขา เงียบ ทหารส่วนใหญ่ล้มลงกับพื้นหมดสติ ขยับไม่ได้ เหลือเพียง—เอเดรียน, ดาริอุส และทีมไททันที่ยังยืนอยู่แต่ขาสั่นแทบทรงตัวไม่อยู่
“ระ…ระดับนี้…” บรอนพึมพำ “มันอะไรกันวะ…” บรอนพยายามยืนทรงตัว มีเลือดออกหูทั้งสองข้าง และในจังหวะนั้นเอง—
“พวกมัน” ก็เดินออกมาจากด้านหลังวีด นักรบมังกรดำ…20 คน
และตรงกลาง—“มอร์เทร่า” “ราชินีบาดแผล”
เธอเดินช้า ๆ ผ่านร่างคนที่ล้มอยู่เหมือนไม่มีค่าอะไร
สายตาเย็น นิ่ง เหมือนรู้ผลลัพธ์ตั้งแต่ก่อนเริ่ม
เอเดรียนกัดฟันแน่น เขาฝืนยืน ฝืนตั้งสติ
“ขอกำลังเสริม!!” เสียงเขาดังลั่น “ใครยังไหว—ติดต่อส่วนกลาง!!”
ไม่มีเสียงตอบ
“…ขอบลูเฟรมจากกองกลาง ด่วน!!”
ยังเงียบ
มีแค่เสียงลม เสียงไฟไหม้ เสียงคนหายใจรวยรินแนวใต้ไม่มีใครเหลือแล้วนอกจากพวกเขา….
แนวตะวันออก
ลูเซียและโซลาร์ ยืนนิ่งตะลึงกับเสียงที่ได้ยิน เสียงกรีดร้องจากทิศใต้ยังคงสะท้อนอยู่ในอากาศแรงสั่นสะเทือนยังไม่หายไปจากพื้น
มันไม่ใช่แค่เสียงแต่ มันคือ “ลางร้าย” แต่พวกเขาขยับไม่ได้เพราะตรงหน้า
“พวกมันมาแล้ว”
เงาดำจำนวนมากค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เหมือนถูกวาดออกมาจากอากาศ นักรบมังกรดำ…สามสิบคนและตรงกลาง—
ซิลวาส “เจ้าแห่งหุ่นเงา”
เขายืนยิ้มบาง ๆ เหมือนกำลังมองของเล่น
“ตรึงแนวไว้!! เตรียมปะทะ!!” ลูเซียตะโกนเสียงคม ทหารทุกคนตั้งปืน บลูเฟรมขยับขึ้นแนวหน้าไม่มีใครถอย
ซิลวาสเอียงคอเล็กน้อย
“ดี…” รอยยิ้มกว้างขึ้น
“งั้นเราจะบุก” ฟึบ—
เขา “หายไป”
ในจังหวะเดียวกัน กองกำลังมังกรดำก็แตกกระจายทันที
บางส่วนพุ่งเข้าชนแนวหน้า บางส่วนปีนเข้าอาคาร บางส่วน “หายเข้าไปในเงา”
เสียงปืนระเบิดขึ้น
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกรีดร้องดังจากด้านใน สั้น ขาด และหายไป
สนามรบกลายเป็น “เขาวงกตแห่งความตาย”
ทีมโกลเด้น ซาซึ นำหน้า นิมบัส และ อากิ ตามติด
“เข้าไปกดมัน!”
ทั้งสามพุ่งเข้าชนแนวรบปะทะกับหน่วยมังกรดำทันที
โลหะปะทะกัน พลังปะทะกัน เสียงดังสนั่นในทุกทิศ
ลูเซียยืนคุมแนว สายตากวาดหาซิลวาส แต่…ไม่เจอ
“มันไปไหน…”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นข้างตัว เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามามายืนชิดเกินระยะปลอดภัย
“เป็นถึงชุดขาวเสียเปล่า…”
น้ำเสียงเรียบแต่แปลก
“…ปล่อยให้มาสเตอร์หลุดสายตาไปได้”
“…น่าโดนลงโทษจริง ๆ”
เงียบ เพียงเสี้ยววินาที ลูเซีย “ฟัน”
วาบ—!
คมพลังเฉือนผ่านร่างนั้นทันที
“ซิลวาส!!!”
ร่างเจ้าหน้าที่ “แตก” เป็นเงาสลายหายไปในอากาศ
โซลาร์ขยับเข้ามาข้างเธอทันทีตั้งท่าคุมเชิง
เงาจำนวนมากเริ่มเคลื่อนไหวรอบตัว
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจาก “ทุกทิศ”
“ทำของหายหรือ……”
แนวตะวันตก
ลมพัดแรง กลิ่นเลือด…ยังไม่ทันเกิดแต่ “ความตาย” อยู่ตรงหน้าแล้ว
มิเรลและราฟีนต้า ยืนคู่กัน สายตาจับจ้องตรงหน้าเพราะสิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น—ไม่ใช่มนุษย์
หมาป่ายักษ์สูงเกือบสามเมตร กล้ามเนื้อขยับใต้ขนสีเข้ม
เฟนริค “อสูรหมาป่า”
ข้าง ๆ กัน มีชายตาบอดถือดาบเก่า ๆ
ฮาคุเรย์ “เทพดาบ”
และด้านหลังนักรบมังกรดำอีกสามสิบคน
แนวนี้ “หนักจริง”
“พร้อมไหม ราฟีนต้า” มิเรลยกมือขึ้นพลังเริ่มรวมตัว
“ทุกคนพร้อมแล้ว” ราฟีนต้ากางมือออกพลังสีทองแผ่กระจาย
“กองกำลังมนุษย์ทองคำของฉัน—พร้อม”
อากาศตึงทันที
แต่—
“ไม่เห็นแกะดำ…” เสียงหนึ่งดังขึ้น ฮาคุเรย์พึมพำคนเดียว ไม่มองใครเพราะเขาตาบอด
“…สงสัยมาเสียเที่ยว…”
เขานั่งลงวางดาบไว้ข้างตัวและกอดอก เหมือนทุกอย่างตรงหน้า—ไร้ค่า
“เฮ้ย ตาแก่…” เสียงต่ำ ๆ ดังขึ้นจากร่างหมาป่า เฟนริคไม่อ้าปากแต่เสียงกลับออกมาจากลำคอ
“…คิดว่าตัวเองเป็นตัวแถมหรือไง”เขาขยับเล็บลงพื้น
“มานั่งแบบนี้ ลุกเลย” เสียงเริ่มหงุดหงิด
“เอาดาบเก่า ๆ นั่นไปตัดผลึกก็จบแล้ว จะได้กลับบ้าน”
เว้นจังหวะ
“…ทำงานหน่อยสิ”
ไม่มีคำตอบ ฮาคุเรย์ยังนั่งนิ่ง
เฟนริคถอนหายใจแรง
“ช่างมัน…”
เขาก้มตัวกล้ามเนื้อเกร็งแล้ว—พุ่ง พื้นถนน “ระเบิด” ใต้ฝ่าเท้าร่างยักษ์ทะยานเข้าหามิเรลและราฟีนต้า ความเร็ว—สวนทางกับขนาด
“มาแล้ว!!”
…
แนวทิศเหนือ
เสียงวิทยุจากส่วนกลางแตกพร่า ดังแทรกเข้ามาไม่หยุด
“แนวทิศใต้ล่มแล้ว…ย้ำ แนวทิศใต้ล่มแล้ว…เหลือแค่ เอเดรียน กับ ดาริอุส…คงต้านได้อีกไม่นาน…”
“บลูเฟรม 20 นายกำลังเข้าพื้นที่…ขอกำลังทั้งหมดช่วยขนคนเจ็บออก—ด่วน!”
“ตะวันออกและตะวันตกเกิดการปะทะหนัก…สูญเสียกำลังกว่าครึ่ง…”
เสียงซ้อนกัน ขาด ๆ หาย ๆ เหมือนระบบกำลังจะพังตามสนามรบ
กรกรรณนั่งนิ่งอยู่ในอาคาร เขาไม่ได้ขยับ ไม่ได้พูด แค่ฟัง และ “คำนวณ”
ใต้…พัง
ออก…ใกล้พัง ตก…เวลาเท่านั้น
แล้ว—เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง
“พวกมัน…พวมาแล้ว”
ถนนด้านหน้า กองกำลังมังกรดำ…มากกว่าห้าสิบคน เดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ
ไม่มีเสียงตะโกน
ไม่มีความวุ่นวาย
เหมือน “ขบวนศพ”
และตรงกลาง—ไคเซลในเกราะสีดำสนิท เกราะปิดทุกส่วนของร่าง แม้แต่ใบหน้า
ร่างไม่ได้ใหญ่แต่ “หนัก”
หนักจนเหมือนอากาศรอบตัวมัน…จมลง
นิ่ง เหมือนเครื่องจักรที่ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน
กรมอง สายตาของเขา “เห็น” พลังที่แผ่ออกมาจากเกราะนั้น มันไม่ใช่แค่พลังแต่มันคือ—
“แรงกด” ดำ แน่น รุนแรง เหมือนความโกรธของคนจำนวนมหาศาลถูกอัดรวมอยู่ในร่างเดียว
หนักกว่า…วิสเปอร์ เขากลืนน้ำลายช้า ๆ
“ยิง!!”
โรกันสั่งทันที เสียงปืนใหญ่รถถังคำราม
ตู้มมม!!!
แรงระเบิดปะทะตรงตัวเป้าหมาย
เปลวไฟพุ่งสูงควันหนาทึบกลืนร่างนั้นไปทั้งร่าง ทุกคนหยุดหายใจ
ลมพัดควันจางและ—
“มันยังยืนอยู่”
ไม่ถอย ไม่ล้ม ไม่แม้แต่จะเอนไปด้านหลัง เหมือนสิ่งที่โดนไป—
“ไม่มีความหมาย”
ความเงียบตกลงมาหนักกว่าเสียงระเบิด
ไคเซลยกมือขึ้น ช้า นิ่ง เหมือนสัญญาณที่ถูกคำนวณไว้แล้ว
แล้ว—
โบกไปข้างหน้า
เพียงเท่านั้น
กองกำลังมังกรดำ “พุ่ง” ไม่มีใครลังเล ไม่มีใครกลัว พวกเขาวิ่งเข้าหาแนวป้องกันเหมือนคนที่ “ตายไปแล้ว”
ในจังหวะเดียวกัน—ไคเซล “ขยับ” มันย่อตัว
ช้า
ชัด
แล้วกระโดด
เหมือนภาพถูกดึงสโลว์แต่—
ไม่มีใครหยุดเขาได้ กระสุนยิงใส่ แต่ไม่เข้า ไม่สะกิด ร่างสีดำตกลง—
“ปัง!!!”
กระแทกลงบนรถถัง พื้นยุบ โครงเหล็กส่งเสียงลั่น
มือของเขาจับปากกระบอกปืนใหญ่แล้ว— “งัด” เสียงโลหะฉีกดัง หัวปืนใหญ่ถูกดึงหลุดออกมาเหมือนของเล่น
ก่อนจะ—“ทุบ”
ตูม! ตูม! ตูม!
รถถังทั้งคันยุบ บิด แตก เหมือนกล่องกระดาษที่ถูกขยำ
ไม่มีใครยิงต่อ ไม่มีใครสั่งทุกคน “ชะงัก”
โรกันยืนนิ่งเหงื่อไหลลงข้างหลังช้า ๆ
รอสขยับเท้าถอยครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“…สัตว์ประหลาดอะไรวะนั่น…”
ในขณะที่สนามรบทิศเหนือเริ่มปะทะอย่างดุเดือดยังมีอีกจุดหนึ่ง…ที่เปราะบางที่สุด
ศูนย์บัญชาการชั่วคราวและศูนย์ดูแลผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่วิ่งกันวุ่นวาย เปลสนามถูกยกเข้าไม่หยุด คนเจ็บถูกลำเลียงมาอย่างต่อเนื่อง…เกินกว่าที่จะรองรับไหว
เสียงครวญครางแผ่วเบาปะปนกับเสียงสั่งการเร่งรีบ บางคนยังหายใจ
บางคน…ไม่แล้ว
แต่ไม่มีเวลาให้หยุด ทุกวินาทีคือ “ลมหายใจ” ของคนที่ยังเหลืออยู่
หนูแดงวิ่งไปกลับระหว่างแนวปะทะทิศใต้กับศูนย์รักษา เส้นผมยาวของเธอแผ่กระจายพันร่างผู้บาดเจ็บไว้แน่นแล้วลาก…แล้วแบก…แล้วพากลับมา
เธอวิ่งสี่ขา เร็ว เงียบ ไม่หยุด เหมือนถูกตั้งโปรแกรมไว้ มือและเท้าแตกเลือดซึมแต่เธอไม่สน
“หนูแดง…พักก่อนก็ได้ มือแตกหมดแล้วนะ” แพทย์สนามคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง
เธอชะงักเล็กน้อยก้มมองมือของตัวเอง
“…อ๋อ มือนี่เหรอ…” เธอยิ้มบาง ๆ
แล้ว—เลียเหมือนแมว
“แป๊บเดียวก็หายแล้ว”
แพทย์สนามนิ่งไปครู่หนึ่ง
“…จ้ะ ตามใจละกัน”
เธอหันหลังเดินกลับแล้ว—
ปึก!
ชนเข้ากับอะไรบางอย่างแข็ง ๆ
“โอ๊ย! ขอโทษ—”
คำพูดหยุดลงทันทีเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น
หมีดำยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีผ่อนคลายแบบที่เคยเห็น
มีแต่—“ความนิ่ง” และ “แรงกด”
แพทย์สนามถอยหลังทันทีไม่พูดอะไรอีก
หมีดำไม่สนใจเขาเดินผ่านเข้าไป ก้าวช้า ๆ หนัก มั่นคง ตรงไปยังทางออกอาคาร
หนูแดงมองตามเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า—“อย่าเข้าใกล้หมีดำ…”
ด้านนอกอาคาร
ถนนเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงปืน ไม่มีเสียงคน เหมือนโลกหยุดไปชั่วขณะ
หมีดำเดินออกมาแล้ว หยุด
มีใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า นิ่ง ตึง ไม่ต่างกัน
ไรโอ มังกรดำ 02
อากาศระหว่างทั้งคู่บิดเบี้ยว ไม่ต้องมีพลังก็ “รู้สึกได้”
“ถอยไป…” ไรโอพูดเสียงนิ่ง ต่ำ กดลงมาเหมือนแรงกดดันที่มองไม่เห็น
“ที่นี่ต้องพังราบ”
หมีดำไม่ตอบทันที เขามอง นิ่ง แล้วพูด
“…ไม่ได้” เสียงเรียบ ไม่ดัง แต่หนัก
“อเล็กบอกให้ฉันเฝ้าที่นี่”
เงียบ
ไม่มีใครขยับ
ไม่มีใครโจมตี
แต่แรงกดระหว่างทั้งคู่
ทำให้อากาศสั่น
พื้นใต้เท้าเหมือนจะแตก
วินาทีผ่านไปช้า…ยาว…อึดอัด
แล้ว—
ไรโอ “ถอนสายตา”
“…ก็ได้” เขาพูดสั้น ๆ “ถ้าแกอยากเก็บที่นี่ไว้…”
เว้นจังหวะ
“…ก็เฝ้ามันไป”
เขาหันหลัง
“…มันไม่ได้ทำให้พวกแกได้เปรียบขึ้นหรอก”
แล้ว—เขาหายไปในเมือง
ความกดดันหายไปทันที
หมีดำยืนค้างอยู่ครู่หนึ่งแล้ว—
ทรุดลงนั่งกับพื้นเหมือนเพิ่งหายใจได้ ยกมือขึ้นพัดตัวเอง
“โอ้ย…”เขาพึมพำทำหน้าเหมือนเห็นผี
“…โคตรน่ากลัวเลย…”
ระหว่างทาง — ไรโอ
ไรโอเคลื่อนตัวผ่านเมืองอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปหาเนล
“ทำลายศูนย์สั่งการไม่ได้…แกะดำ 01 เฝ้าอยู่” ไรโอพูดขึ้น
เนลที่กำลังประกอบระเบิดหยุดมือ แล้วเงยหน้ามอง
“คำสั่งอเล็กงั้นสิ? …ถ้าแบบนั้นก็ดีสำหรับเรา” เขาเอียงคอเล็กน้อย
“แกะดำ 01 กับ 02 ไม่ลงสนาม…เหล่ามาสเตอร์ก็ยังมีโอกาศ ถ้างั้นเราปรับแผนนิดหน่อย”
ไรโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ
“…ถ้าเราสองคนร่วมมือกัน…จะล้มแกะดำ 01 ได้ไหม?”
เนลตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ไม่”
เขากลับไปประกอบระเบิดต่อ
“มีแค่ชิน…กับโรฮาน…ที่มีพลังพอจะฆ่าเขาได้”
เว้นจังหวะ
“อ้อ…แล้วก็ ดาร์คมาสเตอร์... ฉันหมายถึง ครูฝึกอเล็ก นะเขาเคยชนะหมีดำมาแล้ว”
ไรโอหันมองไปยังใจกลางเมือง สายตานิ่งเหมือนกำลัง “ชั่งน้ำหนัก”
“ดีแล้ว ให้พวกเขาได้พิสูจน์” เสียงเขาต่ำลง
“มาสเตอร์ทั้งหก…ควรได้โอกาสทำลายผลึก”
เนลยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ตามนั้น…”
เขาประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายของระเบิด
คลิก
เงยหน้าขึ้น
“ถ้าพวกเขาล้มหมด…”
“…เราถึงจะไปจบงาน”
แนวทิศเหนือปะทะกันอย่างหนักหน่วง
เสียงปืน เสียงระเบิด และเสียงเหล็กกระแทกกันดังไม่หยุด สนามรบแตกกระจายเป็นจุดเล็กจุดน้อย…ไม่มีแนวชัดเจนอีกต่อไป
กรกรรณมองเห็นทุกอย่างและยิ่งเห็น…ยิ่งรู้ว่า “พวกเขากำลังแพ้”
นักรบมังกรดำเพียงคนเดียวสามารถไล่สังหารทหารวอร์เกนได้หลายคน
เร็ว
โหด
ไม่ลังเล
ทหารแทบไม่มีโอกาสตั้งหลัก การต่อสู้เกิดขึ้นทุกที่ ทุกมุม คาดเดาไม่ได้
มีเพียงทีมไฮดร้า เรย์นาร์ โคลท์ เซียร่า ที่ยัง “ยืนอยู่” พวกเขาเหนือกว่าพวกเขายังปะทะได้
อีกด้านหนึ่ง โรกัน และ รอส กำลัง “ยัน” ไคเซลเอาไว้
แรงต่อยของโรกันอัดเข้ากับหมัดของมัน
ปัง!!
แรงกระแทกสะเทือนพื้นคอนกรีตแตกร้าวเป็นวงแต่—
ร่างเหล็กของโรกันเป็นฝ่ายถอย
มัน…ไม่สะเทือน
ไม่ถอย
ไม่หลบ
ไม่แม้แต่จะชะงัก
เหมือนไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในนั้นเลย
รอสพยายามหน่วง แมลงเวทย์จำนวนมากพุ่งเข้าเกาะ กัด รัด ชะลอการเคลื่อนไหวแต่ “มัน” ก็ยังขยับ ช้า แต่ต่อเนื่อง
กรหันกลับมาทันใดนั้น—ทหารวอร์เกนสองคนวิ่งหนีตายเข้ามาเสียงฝีเท้าหนักและกระชั้นและด้านหลัง มีนักรบมังกรดำพุ่งเข้าฟัน
ฉัวะ!!
หนึ่งในนั้นล้มลงทันทีเลือดกระเซ็น
อีกคนยังวิ่งตรงมาทางกร
“ต้องช่วย…” แต่—ไม่ทัน มันไกลเกินไป
ในวินาทีนั้นเองสายตาของกร “ทำงาน” ทุกอย่าง…ช้าลง เสียงหายไปเหลือแค่ภาพ สีเริ่มปรากฏเหมือนหมอกบาง ๆ ลอยอยู่เหนือสนามรบ
บางจุด…แดงก่ำ
บางจุด…เขียว
บางจุด…ม่วงและอื่นๆ
กระจายเต็มพื้นที่ และตรงนั้น—ใต้เท้าของนักรบมังกรดำจังหวะที่เขากำลังก้าวลงมี
“สีแดง” เข้มและชัด
“ตรงนั้น…” กรพึมพำ “…คือจุดแตก”
เขาไม่คิด ไม่วิเคราะห์ แค่ “เชื่อ” และคว้าคอนกรีตขนาดกำมือที่แตกกระจายอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ แล้ว—ขว้าง
ฟึบ—
ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เสียงกลับมา เวลาไหล ก้อนหินพุ่งไปกระแทก—
“ปัง!”
ตรงตำแหน่งที่เท้าของนักรบมังกรดำกำลังลงพอดีเขาสะดุด เสียหลัก และล้ม
ทหารที่เหลือรอดวิ่งอ้อมมาอยู่หลังกร มือยังถือปืนแต่ร่างสั่น
“ขะ…ขอบคุณ…” เสียงเขาสั่น “หนี…หนีเถอะ…เราสู้ไม่ได้แล้ว…” เขาทิ้งปืนแล้ววิ่งต่อ
กรไม่ขยับเขายืนอยู่ที่เดิม มองดู นักรบมังกรดำพยายามลุกขึ้น ยาก ช้าและผิดปกติ
ข้อเท้าเขา“หัก”
แต่เขาไม่หยุด เขา “กระโดด” ใช้ขาอีกข้างพุ่งเข้าหากรใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น ปลายดาบพุ่งเขาหาเขา กรยังตกใจ ไม่ถอยเพราะถอยไม่ทันแล้ว
เสียงกระแทกดังขึ้นจากนอกอาคาร ก่อนที่ร่างหนึ่งจะพุ่งเข้ามา ไหลลื่นและรวดเร็ว มือของเธอ “คว้า” บีบคอของนักรบมังกรดำอย่างแม่นยำ
กร๊อบ—
เสียงหักดังชัดร่างนั้นทรุดลงตรงหน้ากรกรรณ
เรย์นาร์ เธอเข้ามาช่วยเขาทันเวลา เธอหันมามองเขา
“ยืนบื้ออะไรอยู่! ถอย!! แนวป้องกันแตกแล้ว!”
“ไม่…” กรตอบทันที เสียงเขาไม่ดัง “ผมช่วยได้…”
เรย์นาร์ขมวดคิ้ว มองเขาเพียงเสี้ยววินาที
“…อย่างแกนี่นะ?” เธอแค่นหัวเราะเบา ๆ
“ก็ได้—ตามมา” เธอหันหลัง
“แต่ฉันจะไม่ช่วยแกอีกแล้วนะ”
ทั้งคู่วิ่งออกไปผ่านแนวบังเกอร์ชั้นใน สู่แนวสุดท้ายของทิศเหนือ ไกลออกไป—
โรกัน และ รอส ยังคงปะทะกับ “มัน” แรงกระแทกดังเป็นจังหวะพื้นสั่นไม่หยุด
บนพื้นเต็มไปด้วยร่าง ทหารวอร์เกน นักรบมังกรดำ นอนปะปนกันไม่มีใครรู้ว่าใครยังมีชีวิต
“โคลท์! เซียร่า! ไหวไหม! ถอยมาแนวหลัง!!” เรย์นาร์ตะโกนสุดเสียงมองหาเพือนของเธอ
คำตอบ—คือความเงียบ
ไกลออกไปโคลท์และเซียร่าถูกล้อมนักรบมังกรดำสี่คนกำลังบีบวงเข้าหา ทั้งสองบาดเจ็บ ตั้งหลักแทบไม่ได้
“บ้าเอ้ย…!” เรย์นาร์กัดฟัน “โคลท์! เซียร่า!”
เธอ “พุ่ง” ไม่คิด ไม่ลังเลแต่—
กรเห็น
หมอกนั้นกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างช้าลงเสียงหายไป
สีแดงพุ่งเป็นเส้น เธอกำลังจะเข้าไปในเส้นนั้น และมันจะ
“ทะลุ”
จากขมับซ้าย…ออกขวาของเรย์นาร์
“ไม่ได้…” กรกระซิบ
“หยุด!!!”
เสียงเขาขาดกลางอากาศ แต่ร่างเขาขยับไปแล้ว เท้าเขา “ง้าง” กระแทก—ก้อนหินที่พื้น
ฟึบ—
เวลา “กลับมา”
ก้อนหินพุ่งไปชนข้อพับขาของเรย์นาร์
“ปึก!”
เธอเสียหลัก ล้ม กลิ้ง
ฉึบ—มีดบินพุ่งผ่านจุดที่เธอยืนเมื่อครู่ เฉียดต้นคอ ตัดเส้นผม เลือดซึม
เงียบ
เพียงเสี้ยววินาที
“…บะ บ้าน่า” เรย์นาร์แตะต้นคอเห็นเลือดที่ปลายนิ้วสายตาเธอ “เปลี่ยน” ทันที
เธอไม่พูดอะไรอีกแค่ “พุ่ง” ต่ำ เร็ว ราวกับเลื้อยไปกับพื้น
กร๊อบ—
เธอหักคอนักรบมังกรดำที่ปามีดใส่เธอ แล้วลุกขึ้นหันกลับมามองกร แววตาไม่เหมือนเดิมแล้ว
“เฮ้ย!! ไอ้แกะดำ!!” เสียงเธอดังชัด
“ทำไปอย่าหยุด!” เธอชี้ไปทั่วสนาม
“แบบนั้นนั่นแหละ—ช่วยทุกคน!!”
ไม่รอคำตอบ เธอหันหลังพุ่งเข้าหาวงล้อมของโคลท์กับเซียร่า
ทิ้งกรไว้ตรงนั้นคนเดียวกลางสนามรบ
แต่ครั้งนี้—เขาไม่ได้ “ยืนเฉย”
หมอกสียังคงลอยอยู่ทั่วสนามและเขา…
“เริ่มเข้าใจมัน”
วิ่งไปทุกทางที่หมอกสับสนพาเขาไป ที่นั่น—มีการปะทะและมันก็จริงอย่างที่เขาคิด ทุกอย่าง…เริ่มชัดขึ้น ไม่ใช่ภาพ ไม่ใช่เสียงแต่เป็น “ความเข้าใจ”
ทหารบางกลุ่มยังสู้ได้ ยังยืนอยู่ ยังไม่ยอมถอย
กรไม่เสียเวลา เขาก้มลงคว้าก้อนหินใส่กระเป๋าหลายก้อนมากพอจะใช้เป็น “กระสุน” เขาเล็งแล้วปา ไม่ได้ปาเพื่อฆ่า แต่ปาเพื่อ “ให้มันเป็นไปในแบบที่เขาต้องการ”
พลาดบ้าง แต่ส่วนใหญ่—เข้าเป้า ก้อนหินเล็ก ๆ กระแทกจังหวะสำคัญ สะดุด เสียหลัก ชะงัก
การฟันที่ควรโดน—พลาด
การตั้งรับที่ควรพัง—รอด
กรไม่ได้สู้แต่เขา “เปลี่ยนสนาม”
เปลี่ยนทิศทางของการต่อสู้
ทีละนิด
ทีละจังหวะ
จนกระแสที่กำลังพัง—เริ่ม “นิ่ง”
จากเสียเปรียบกลายเป็นสูสี
และจากสูสี—เริ่ม…คุมได้ บลูเฟรมที่เหลือเรย์นาร์เพียงคนเดียวไล่เก็บ นักรบมังกรดำ ทีละคน ทีละคน
นักรบมังกรดำเริ่มลด
เริ่มบาง
เริ่ม “หยุด” แล้ว—ก็มีคนเห็นเขา เห็นความสำคัญของกรกรรณ แต่..
ไม่ใช่ทหารวอร์เกน แต่เป็น—
“นักรบมังกรดำ”
เขาบุกเข้ามาจนยืนอยู่ตรงหน้ากร สายตานิ่ง รู้ รู้ว่ากรทำอะไรอยู่
ไม่มีคำพูด ไม่มีการเตือนมีแค่ “ต้องฆ่า”
ดาบถูกง้างแล้วฟันทันที เร็ว ตรง แม่น แต่—
กร “เห็น” ไม่ใช่หมอก ไม่ใช่สีแต่เป็น—“ภาพซ้อนของนิโคล” จากวันฝึก ท่าทาง จังหวะ ระยะ ทุกอย่าง—ซ้อนทับอยู่บนร่างตรงหน้า
ดาบจะลงตรงไหน แรงเท่าไหร่ ต้องรับยังไง เขา “รู้” มือที่กำก้อนหินยกขึ้น ไม่ลังเล
รับ—ตรงจุดที่ “แตก”
“แคร๊ง!!!!”
เสียงกระแทกดังลั่น ปลายดาบ—หักหมุนคว้างกลางอากาศแล้ว ปัก เข้าไหล่ของเจ้าของมันเอง
นักรบมังกรดำชะงักเพียงเสี้ยววินาที เงาหนึ่งพุ่งเข้ามา
“อึ๊ก!”
เรย์นาร์กดดาบนั้นให้ลึกลงไปอีกแล้ว—หักคอร่างนั้นทรุดลงกองกับพื้น
เธอเงียบ หายใจหนัก
เรย์นาร์หันกลับมามองกรสายตา…ประหลาดใจ
“แก…”
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งเหนื่อย ทั้งไม่เข้าใจ
“แกทำได้ไง…”
กรยังยืนงง “ผม…ไม่รู้ครับ…” เขามองมือของตัวเอง
“ผมแค่…รับดาบด้วยก้อนหิน…”
“ไม่ใช่…” เรย์นาร์ส่ายหน้า เธอถอยออกไปหนึ่งก้าว เปิดทางให้เขา “มองทั้งสนาม”
“ฉันไม่ได้หมายถึงนั่น…” เสียงเธอเบาแต่หนัก
กรเงยหน้ามองสนามรบ นักรบมังกรดำ—เหลือไม่ถึงสิบ กระจายตัว บาดเจ็บ ลังเล ไม่ขยับ
ทหารวอร์เกน—ยังยืนมากกว่าร้อย คุมเชิง และพร้อมสู้ต่อ
ทุกอย่าง… “พลิก” ไม่ใช่เพราะคำสั่ง ไม่ใช่เพราะกำลัง
แต่เพราะ—“แกะดำ”
“…เรา คุมได้…” เรย์นาร์พูดช้า ๆ เหมือนกำลังยืนยันกับตัวเอง
ก่อนจะมองกรอีกครั้ง
“…แกทำได้”
ลมหายใจของสนามรบ…เปลี่ยนไปและเป็นครั้งแรกที่กรกรรณรู้ว่าเขาไม่ได้ “อยู่รอด”แต่เขา—
“กำลังเปลี่ยนมัน”
ทหารทุกคนประจำตำแหน่ง บางคนหลับคามุมกำแพง บางคนนั่งตรวจอาวุธซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่รู้ว่ามันพร้อมอยู่แล้ว ไม่มีใครพูดแต่ทุกคน “รอ”
ห่างออกไปไม่ไกลนักโรงพยาบาลเอกชนที่ใกล้ที่สุดถูกดัดแปลงเป็นฐานสนับสนุนทั้งคลังเสบียง ศูนย์สื่อสาร และพื้นที่รองรับผู้บาดเจ็บ
ภายใน—แสงไฟขาวซีดจากเครื่องปั่นไฟส่องสลัว หมีดำและหนูแดงหลับอยู่บนม้านั่งคนละตัวเหมือนโลกภายนอกไม่ได้เกี่ยวข้องกับพวกเขาเลย
มีเพียง “น้ำแข็ง” เธอนั่งนิ่งอยู่หน้าจอมอนิเตอร์สายตาจับจ้องภาพจากกล้องวงจรปิดนับสิบจอ
ถนน ตรอก หลังคา ทุกมุมของเมืองถูกเฝ้ามอง …ไม่ใช่เพราะไม่ง่วงแต่เพราะ “ไม่กล้าหลับ”
เสียงเฮลิคอปเตอร์ของสำนักข่าวดังวนอยู่บนฟ้าไกล ๆ โดรนลาดตระเวนบินตัดอากาศเป็นช่วง ๆ
วันนี้…ไม่มีใครเรียกมันว่า “พิธีบวงสรวง” อีกแล้ว แต่มันคือสนามรบ
กองกำลังของวอร์เกนตั้งแนวป้องกันล้อม “อนุสาวรีย์ผลึกดอกเบญจมาศ” ทุกทิศทาง
ทิศเหนือ โรกัน และ รอส ยืนคุมแนว เบื้องหลังคือทีมไฮดร้า—เรย์นาร์ โคลท์ เซียร่า
ทิศใต้ เอเดรียน และ ดาริอุส กับทีมไททัน—บรอน และ โดร่า
ทิศตะวันออก ลูเซีย และ โซลาร์ ทีมโกลเด้น
ทิศตะวันตก มิเรล และ ราฟีนต้า ทีมไวเปอร์
และ “จุดกลาง” หน้าอนุสาวรีย์ผลึก— นิโคล ไคลน์ เรน พร้อมกำลังบลูเฟรมที่เหลืออีกเกือบสามสิบชีวิต
เงียบ
เงียบจนเหมือนเมืองทั้งเมืองหยุดหายใจ
กรกรรณอยู่ที่ทิศเหนือ ในอาคารที่ถูกตัดไฟทั้งหมดมีเพียงสายไฟจากเครื่องปั่นที่ลากเข้ามาให้แสงสลัว เขานั่งอยู่ข้างลังอาวุธ ช่วยขนกระสุน จัดเรียงจรวด เตรียมทุกอย่างให้ “คนอื่นใช้”
เหมือนเดิม เขามองออกไปนอกอาคาร ถนนโล่ง ไม่มีการเคลื่อนไหวแต่เขารู้สึกได้—
“มันมาแล้ว แต่กำลังรอ…รอบางอย่าง?”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นใกล้เข้ามาชัดขึ้นเรื่อย ๆ
“ตรวจสอบความพร้อมหรือยัง” เสียงเรียบ…แต่กดลงมาหนัก
“เราพร้อมแล้ว” อีกสองเสียงตอบทันที
และเมื่อเงานั้นก้าวเข้ามาในแสง คือทีมไฮดร้า ที่แขนมีปลอกแขนสีฟ้า—พวกเขาเป็นบลูเฟรมที่นำโดย เรย์นาร์
กรกรรณเงยหน้าขึ้นมองสายตาของเขาสบกับเธอเพียงเสี้ยววินาที
“นั่น…แกะดำ 03…?” เธอหยุดมองเขานานกว่าที่ควรจะเป็น
มีบางอย่างในแววตานั้น ไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความเกลียดแต่คือ—
“การตัดสิน”
“…นี่ไง” เธอพูดช้า ๆ “ผลของสิ่งที่อเล็กทำ”
เสียงของเธอไม่ได้ดังแต่ชัดจนทุกคนในห้องได้ยิน
“มันไม่สมควรอยู่ในฐานะครูฝึก…” เว้นจังหวะ “…มันควรถูกเนรเทศไปนานแล้ว”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ เรย์นาร์หันหลังเดินผ่านเขาไป โคลท์และเซียร่าเดินตามโดยไม่แม้แต่จะมอง เสียงฝีเท้าค่อย ๆ หายไปเหลือเพียงความเงียบ
กรกรรณนั่งนิ่ง ไม่ตอบ ไม่เถียง ไม่แม้แต่จะขยับ แต่บางอย่างในอก…หนักขึ้น หนักกว่าการโดนปาไข่หนักกว่าน้ำสกปรกที่เคยโดนสาด
เพราะครั้งนี้—เขา “เข้าใจ” ว่าทำไมพวกเขาถึงคิดแบบนั้น สายตาของเขาค่อย ๆ หันกลับไปที่ถนนว่างเปล่า ลมหายใจช้าลง นิ่งขึ้น
“…สนามรบ” เขาพึมพำในใจ “…ของจริง”
ท้องฟ้าเริ่มเรืองรอง
แสงแรกของวันค่อย ๆ แทรกผ่านขอบฟ้า พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นเต็มดวง แต่สีแดงเข้มของมัน…เหมือนเลือดที่ถูกย้อมลงบนท้องฟ้า
ไม่มีใครรู้ว่า “วินาทีไหน” คือจุดเริ่มต้น
แต่ทุกคนรู้ว่า—มันเริ่มแล้ว
ทหารทุกนายเข้าประจำตำแหน่ง ในบังเกอร์ บนถนน ในอาคารที่ปิดไฟ รถถังหันปากกระบอกปืนเข้าหาจุดเดียวกัน เครื่องยิงจรวดถูกตั้งมุมไว้เรียบร้อย
ชุดขาว—ยืนนิ่ง
บลูเฟรม—อยู่แนวหน้า
ไม่มีเสียงพูด ไม่มีคำสั่งซ้ำ มีแค่—
“การรอ”
เวลาผ่านไปช้า…ช้ามาก ช้าจนเหมือนโลกทั้งใบถูกดึงยืดออก จนกระทั่ง—
แสงแดดพาดถึง “ผลึกดอกเบญจมาศ” มันสะท้อนแสงสีทองแดงออกมาอย่างงดงาม งดงาม…จนน่าขนลุก
และในจังหวะนั้นเอง—
“มีบางอย่าง…เดินเข้ามา”
จากทิศใต้
ช้า ๆ
ไม่รีบ
ไม่หลบ
เหมือนคนที่ “รู้” ว่าจะไม่มีใครหยุดเขาได้
ร่างในชุดสีดำ เครื่องแบบของมังกรดำ แต่—
ผิดปกติชัดเจนเกินไป ชายคนนั้นมีใบหน้าของผู้ป่วยดาวน์ซินโดรม ดวงตาไม่โฟกัส ปากเบี้ยวเล็กน้อยเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้
ร่างกายอ้วน หนัก เดินเซนิด ๆ และ—
“ไม่สนใจอะไรเลย”
เขาเดินตรงเข้าหาแนวป้องกัน ไม่มีอาวุธ ไม่มีท่าทีต่อสู้ แต่ไม่มีใคร…กล้าละสายตา
จนเข้าระยะยิง ทหารหลายคนชะงัก ลังเล นี่มัน…อะไร?
กับดัก? ตัวล่อ? หรือ …
“ฆ่ามัน”
เสียงของเอเดรียนดังขึ้น สั้น ชัด เย็น ไม่มีความลังเลแม้แต่นิดเดียว คำสั่งนั้น…ตัดความเป็นมนุษย์ออกจากสนามรบทันที
“ยิง”
ปืนทุกกระบอกลั่นพร้อมกัน เสียงกระสุนปะทะอากาศดังถี่รัว เหมือนฝนเหล็กตกใส่ร่างเดียว
กระสุนกระแทกใส่เขา เป็นสิบ เป็นร้อย แต่—
ไม่เข้า
ไม่ทะลุ
แม้แต่เลือด…ก็ไม่มี
มีเพียงแรงกระแทกที่ทำให้ร่างเขาเซไปบ้าง ชายคนนั้นยกมือขึ้น โบกไปมาอย่างรำคาญเหมือนกำลังปัด “แมลง” ใบหน้าเริ่มบิดเหมือนจะร้องไห้แต่เขา—
“ยังเดินต่อ”
“ปืนใหญ่! ยิง!!” เอเดรียนสั่งทันที
รถถังสองคันหมุนปากกระบอก ล็อกเป้า แล้ว—
ตู้ม!!!
เสียงระเบิดสะเทือนพื้นถนน เปลวไฟและแรงอัดกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง ควันหนาทึบปกคลุมร่างนั้น
ทุกคนหยุดหายใจ
…จบไหม?
ลมพัดผ่าน ควันค่อย ๆ จาง และ—
“เขายังอยู่”
วีด….ยืนอยู่กลางหลุมระเบิด สองมือยกขึ้นกันหน้าอก ร่างสั่นเล็กน้อย แต่—
“ไม่ล้ม”
ดวงตาที่เคยเลื่อนลอยตอนนี้“เปลี่ยนไป” มันแดง มันสั่น มันโกรธ เหมือนเด็กที่ถูกแกล้งจนถึงขีดสุด
และในวินาทีถัดมา—เขา
“วิ่ง”
พุ่งเข้าหาแนวป้องกันทันที หนัก เร็ว และไม่สนอะไรทั้งนั้น พื้นถนนสั่นตามจังหวะเท้า
“มันมาแล้ว!!”
ทหารบางคนเผลอถอยแต่ก่อนที่เขาจะถึงแนว—
ปัง!
ร่างของวีดกระแทกเข้ากับบางสิ่งอย่างจัง
“โล่แสง”
พลังสีทองขยายออกสะท้อนแรงปะทะจนพื้นแตกร้าว วีดหยุดอยู่ตรงนั้น ร่างสั่นเหมือนพยายามดันต่อ แต่ไม่ผ่าน
“หยุดตรงนั้นเลย…ไอ้สัตว์ประหลาด” เสียงหนึ่งดังขึ้น ดาริอุสก้าวออกมาข้างหน้า ช้า ๆ มั่นคง แสงจากโล่สะท้อนขึ้นบนใบหน้าเขา
“ถ้าจะเข้ามา…” เขายกมือขึ้นเล็กน้อย “ก็ต้องผ่านฉันไปก่อน”
ทหารทุกคนยืนนิ่งไม่มีใครขยับ ไม่มีใครรู้ว่าควรทำอะไรต่อ ภาพตรงหน้ามันเกินกว่าจะเข้าใจได้แต่—
“ชุดขาวยังอยู่”
และแค่นั้น…ก็พอให้พวกเขายืนต่อได้
วีดยืนอยู่หน้าโล่แสง มือหนาทุบลงไปซ้ำ ๆ ช้า…แต่แรง
ปัง
ปัง
ปัง
โล่สั่น แต่ไม่แตก เขาเริ่มหายใจแรงขึ้น
ถี่ขึ้น
ถี่ขึ้น
ไหล่สั่น
มือกำแน่น ใบหน้าบิดเบี้ยวเหมือนเด็กที่กำลังจะร้องไห้และในวินาทีถัดมา—เขา “ร้อง”
“กว๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก!!!”
เสียงนั้น—ไม่ใช่แค่ “ดัง” แต่มัน “กดทับ”
อากาศสั่น พื้นสะเทือน เสียงเหมือนฉีกเข้าไปในหัว
ไม่มีใครตั้งตัวทัน
ตู้ม—!
คลื่นเสียงกระแทกออกเป็นวงกว้าง กระจกแตกพร้อมกันทั้งแถบ ผนังอาคารแตกร้าวเป็นเส้น พื้นถนนสั่นจนทรุดโล่แสงของดาริอุส—
“แตก”
แสงสีทองกระจายออกเหมือนกระจกถูกทุบ ภาพตรงหน้ากลายเป็นสีขาวชั่วขณะ
ทั้งเมืองได้ยิน ทุกแนวป้องกัน ทุกบังเกอร์ ศูนย์บัญชาการ—สั่นสะเทือน เสียงสัญญาณเตือนดังมั่วซ้อนกันคนล้ม คนกุมหัว บางคนอาเจียน บางคน…หมดสติทันที
โดรนที่บินอยู่ ร่วงทีละลำเหมือนของเล่นที่ถูกตัดเชือก เฮลิคอปเตอร์เสียการควบคุม ต้องเร่งถอยออกจากพื้นที่หาโอกาสลงฉุกเฉิน
ตัดภาพ พิพิธภัณฑ์กลาง
ห้องทำงานผู้อำนวยการกรวิชญ์ เงียบสนิทเหมือนอยู่อีกโลกหนึ่ง ชินนั่งอยู่บนเก้าอี้ของผู้อำนวยการเอนหลังสบาย ๆ ในมือเขามี “จอกศักดิ์สิทธิ์ของจริง” มันถูกกลิ้งไปมาบนโต๊ะช้า ๆ เหมือนของเล่น
ข้าง ๆ กัน วิสเปอร์นั่งอยู่บนโต๊ะขาไขว่ห้างมองเขาด้วยรอยยิ้ม เสียงกรีดร้องจากระยะไกลยังคงสะท้อนเข้ามาเบา ๆ
ชินยิ้ม
“ระฆังเปิดฉาก…ดังแล้ว” น้ำเสียงเขาเบาแต่แน่น
“เพื่อมังกรดำ”
วิสเปอร์ยิ้มโน้มตัวลง
“เพื่อมังกรดำ”
แล้วเธอก็จูบเขาเหมือนสิ่งที่เกิดขึ้นข้างนอก—เป็นแค่ “ฉากที่จัดไว้”
ตัดกลับ แนวป้องกันทิศใต้
ฝุ่นยังไม่ทันจาง เสียงยังค้างอยู่ในหู วีดยืนอยู่กลางซากความเสียหายหายใจแรงเหมือนเพิ่ง “ปล่อยบางอย่างออกไป”
รอบตัวเขา เงียบ ทหารส่วนใหญ่ล้มลงกับพื้นหมดสติ ขยับไม่ได้ เหลือเพียง—เอเดรียน, ดาริอุส และทีมไททันที่ยังยืนอยู่แต่ขาสั่นแทบทรงตัวไม่อยู่
“ระ…ระดับนี้…” บรอนพึมพำ “มันอะไรกันวะ…” บรอนพยายามยืนทรงตัว มีเลือดออกหูทั้งสองข้าง และในจังหวะนั้นเอง—
“พวกมัน” ก็เดินออกมาจากด้านหลังวีด นักรบมังกรดำ…20 คน
และตรงกลาง—“มอร์เทร่า” “ราชินีบาดแผล”
เธอเดินช้า ๆ ผ่านร่างคนที่ล้มอยู่เหมือนไม่มีค่าอะไร
สายตาเย็น นิ่ง เหมือนรู้ผลลัพธ์ตั้งแต่ก่อนเริ่ม
เอเดรียนกัดฟันแน่น เขาฝืนยืน ฝืนตั้งสติ
“ขอกำลังเสริม!!” เสียงเขาดังลั่น “ใครยังไหว—ติดต่อส่วนกลาง!!”
ไม่มีเสียงตอบ
“…ขอบลูเฟรมจากกองกลาง ด่วน!!”
ยังเงียบ
มีแค่เสียงลม เสียงไฟไหม้ เสียงคนหายใจรวยรินแนวใต้ไม่มีใครเหลือแล้วนอกจากพวกเขา….
แนวตะวันออก
ลูเซียและโซลาร์ ยืนนิ่งตะลึงกับเสียงที่ได้ยิน เสียงกรีดร้องจากทิศใต้ยังคงสะท้อนอยู่ในอากาศแรงสั่นสะเทือนยังไม่หายไปจากพื้น
มันไม่ใช่แค่เสียงแต่ มันคือ “ลางร้าย” แต่พวกเขาขยับไม่ได้เพราะตรงหน้า
“พวกมันมาแล้ว”
เงาดำจำนวนมากค่อย ๆ ปรากฏขึ้น เหมือนถูกวาดออกมาจากอากาศ นักรบมังกรดำ…สามสิบคนและตรงกลาง—
ซิลวาส “เจ้าแห่งหุ่นเงา”
เขายืนยิ้มบาง ๆ เหมือนกำลังมองของเล่น
“ตรึงแนวไว้!! เตรียมปะทะ!!” ลูเซียตะโกนเสียงคม ทหารทุกคนตั้งปืน บลูเฟรมขยับขึ้นแนวหน้าไม่มีใครถอย
ซิลวาสเอียงคอเล็กน้อย
“ดี…” รอยยิ้มกว้างขึ้น
“งั้นเราจะบุก” ฟึบ—
เขา “หายไป”
ในจังหวะเดียวกัน กองกำลังมังกรดำก็แตกกระจายทันที
บางส่วนพุ่งเข้าชนแนวหน้า บางส่วนปีนเข้าอาคาร บางส่วน “หายเข้าไปในเงา”
เสียงปืนระเบิดขึ้น
ปัง! ปัง! ปัง!
เสียงกรีดร้องดังจากด้านใน สั้น ขาด และหายไป
สนามรบกลายเป็น “เขาวงกตแห่งความตาย”
ทีมโกลเด้น ซาซึ นำหน้า นิมบัส และ อากิ ตามติด
“เข้าไปกดมัน!”
ทั้งสามพุ่งเข้าชนแนวรบปะทะกับหน่วยมังกรดำทันที
โลหะปะทะกัน พลังปะทะกัน เสียงดังสนั่นในทุกทิศ
ลูเซียยืนคุมแนว สายตากวาดหาซิลวาส แต่…ไม่เจอ
“มันไปไหน…”
เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นข้างตัว เจ้าหน้าที่คนหนึ่งเดินเข้ามามายืนชิดเกินระยะปลอดภัย
“เป็นถึงชุดขาวเสียเปล่า…”
น้ำเสียงเรียบแต่แปลก
“…ปล่อยให้มาสเตอร์หลุดสายตาไปได้”
“…น่าโดนลงโทษจริง ๆ”
เงียบ เพียงเสี้ยววินาที ลูเซีย “ฟัน”
วาบ—!
คมพลังเฉือนผ่านร่างนั้นทันที
“ซิลวาส!!!”
ร่างเจ้าหน้าที่ “แตก” เป็นเงาสลายหายไปในอากาศ
โซลาร์ขยับเข้ามาข้างเธอทันทีตั้งท่าคุมเชิง
เงาจำนวนมากเริ่มเคลื่อนไหวรอบตัว
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นจาก “ทุกทิศ”
“ทำของหายหรือ……”
แนวตะวันตก
ลมพัดแรง กลิ่นเลือด…ยังไม่ทันเกิดแต่ “ความตาย” อยู่ตรงหน้าแล้ว
มิเรลและราฟีนต้า ยืนคู่กัน สายตาจับจ้องตรงหน้าเพราะสิ่งที่ยืนอยู่ตรงนั้น—ไม่ใช่มนุษย์
หมาป่ายักษ์สูงเกือบสามเมตร กล้ามเนื้อขยับใต้ขนสีเข้ม
เฟนริค “อสูรหมาป่า”
ข้าง ๆ กัน มีชายตาบอดถือดาบเก่า ๆ
ฮาคุเรย์ “เทพดาบ”
และด้านหลังนักรบมังกรดำอีกสามสิบคน
แนวนี้ “หนักจริง”
“พร้อมไหม ราฟีนต้า” มิเรลยกมือขึ้นพลังเริ่มรวมตัว
“ทุกคนพร้อมแล้ว” ราฟีนต้ากางมือออกพลังสีทองแผ่กระจาย
“กองกำลังมนุษย์ทองคำของฉัน—พร้อม”
อากาศตึงทันที
แต่—
“ไม่เห็นแกะดำ…” เสียงหนึ่งดังขึ้น ฮาคุเรย์พึมพำคนเดียว ไม่มองใครเพราะเขาตาบอด
“…สงสัยมาเสียเที่ยว…”
เขานั่งลงวางดาบไว้ข้างตัวและกอดอก เหมือนทุกอย่างตรงหน้า—ไร้ค่า
“เฮ้ย ตาแก่…” เสียงต่ำ ๆ ดังขึ้นจากร่างหมาป่า เฟนริคไม่อ้าปากแต่เสียงกลับออกมาจากลำคอ
“…คิดว่าตัวเองเป็นตัวแถมหรือไง”เขาขยับเล็บลงพื้น
“มานั่งแบบนี้ ลุกเลย” เสียงเริ่มหงุดหงิด
“เอาดาบเก่า ๆ นั่นไปตัดผลึกก็จบแล้ว จะได้กลับบ้าน”
เว้นจังหวะ
“…ทำงานหน่อยสิ”
ไม่มีคำตอบ ฮาคุเรย์ยังนั่งนิ่ง
เฟนริคถอนหายใจแรง
“ช่างมัน…”
เขาก้มตัวกล้ามเนื้อเกร็งแล้ว—พุ่ง พื้นถนน “ระเบิด” ใต้ฝ่าเท้าร่างยักษ์ทะยานเข้าหามิเรลและราฟีนต้า ความเร็ว—สวนทางกับขนาด
“มาแล้ว!!”
…
แนวทิศเหนือ
เสียงวิทยุจากส่วนกลางแตกพร่า ดังแทรกเข้ามาไม่หยุด
“แนวทิศใต้ล่มแล้ว…ย้ำ แนวทิศใต้ล่มแล้ว…เหลือแค่ เอเดรียน กับ ดาริอุส…คงต้านได้อีกไม่นาน…”
“บลูเฟรม 20 นายกำลังเข้าพื้นที่…ขอกำลังทั้งหมดช่วยขนคนเจ็บออก—ด่วน!”
“ตะวันออกและตะวันตกเกิดการปะทะหนัก…สูญเสียกำลังกว่าครึ่ง…”
เสียงซ้อนกัน ขาด ๆ หาย ๆ เหมือนระบบกำลังจะพังตามสนามรบ
กรกรรณนั่งนิ่งอยู่ในอาคาร เขาไม่ได้ขยับ ไม่ได้พูด แค่ฟัง และ “คำนวณ”
ใต้…พัง
ออก…ใกล้พัง ตก…เวลาเท่านั้น
แล้ว—เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง
“พวกมัน…พวมาแล้ว”
ถนนด้านหน้า กองกำลังมังกรดำ…มากกว่าห้าสิบคน เดินเข้ามาอย่างเป็นระเบียบ
ไม่มีเสียงตะโกน
ไม่มีความวุ่นวาย
เหมือน “ขบวนศพ”
และตรงกลาง—ไคเซลในเกราะสีดำสนิท เกราะปิดทุกส่วนของร่าง แม้แต่ใบหน้า
ร่างไม่ได้ใหญ่แต่ “หนัก”
หนักจนเหมือนอากาศรอบตัวมัน…จมลง
นิ่ง เหมือนเครื่องจักรที่ยังไม่ถูกเปิดใช้งาน
กรมอง สายตาของเขา “เห็น” พลังที่แผ่ออกมาจากเกราะนั้น มันไม่ใช่แค่พลังแต่มันคือ—
“แรงกด” ดำ แน่น รุนแรง เหมือนความโกรธของคนจำนวนมหาศาลถูกอัดรวมอยู่ในร่างเดียว
หนักกว่า…วิสเปอร์ เขากลืนน้ำลายช้า ๆ
“ยิง!!”
โรกันสั่งทันที เสียงปืนใหญ่รถถังคำราม
ตู้มมม!!!
แรงระเบิดปะทะตรงตัวเป้าหมาย
เปลวไฟพุ่งสูงควันหนาทึบกลืนร่างนั้นไปทั้งร่าง ทุกคนหยุดหายใจ
ลมพัดควันจางและ—
“มันยังยืนอยู่”
ไม่ถอย ไม่ล้ม ไม่แม้แต่จะเอนไปด้านหลัง เหมือนสิ่งที่โดนไป—
“ไม่มีความหมาย”
ความเงียบตกลงมาหนักกว่าเสียงระเบิด
ไคเซลยกมือขึ้น ช้า นิ่ง เหมือนสัญญาณที่ถูกคำนวณไว้แล้ว
แล้ว—
โบกไปข้างหน้า
เพียงเท่านั้น
กองกำลังมังกรดำ “พุ่ง” ไม่มีใครลังเล ไม่มีใครกลัว พวกเขาวิ่งเข้าหาแนวป้องกันเหมือนคนที่ “ตายไปแล้ว”
ในจังหวะเดียวกัน—ไคเซล “ขยับ” มันย่อตัว
ช้า
ชัด
แล้วกระโดด
เหมือนภาพถูกดึงสโลว์แต่—
ไม่มีใครหยุดเขาได้ กระสุนยิงใส่ แต่ไม่เข้า ไม่สะกิด ร่างสีดำตกลง—
“ปัง!!!”
กระแทกลงบนรถถัง พื้นยุบ โครงเหล็กส่งเสียงลั่น
มือของเขาจับปากกระบอกปืนใหญ่แล้ว— “งัด” เสียงโลหะฉีกดัง หัวปืนใหญ่ถูกดึงหลุดออกมาเหมือนของเล่น
ก่อนจะ—“ทุบ”
ตูม! ตูม! ตูม!
รถถังทั้งคันยุบ บิด แตก เหมือนกล่องกระดาษที่ถูกขยำ
ไม่มีใครยิงต่อ ไม่มีใครสั่งทุกคน “ชะงัก”
โรกันยืนนิ่งเหงื่อไหลลงข้างหลังช้า ๆ
รอสขยับเท้าถอยครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
“…สัตว์ประหลาดอะไรวะนั่น…”
ในขณะที่สนามรบทิศเหนือเริ่มปะทะอย่างดุเดือดยังมีอีกจุดหนึ่ง…ที่เปราะบางที่สุด
ศูนย์บัญชาการชั่วคราวและศูนย์ดูแลผู้บาดเจ็บ
เจ้าหน้าที่วิ่งกันวุ่นวาย เปลสนามถูกยกเข้าไม่หยุด คนเจ็บถูกลำเลียงมาอย่างต่อเนื่อง…เกินกว่าที่จะรองรับไหว
เสียงครวญครางแผ่วเบาปะปนกับเสียงสั่งการเร่งรีบ บางคนยังหายใจ
บางคน…ไม่แล้ว
แต่ไม่มีเวลาให้หยุด ทุกวินาทีคือ “ลมหายใจ” ของคนที่ยังเหลืออยู่
หนูแดงวิ่งไปกลับระหว่างแนวปะทะทิศใต้กับศูนย์รักษา เส้นผมยาวของเธอแผ่กระจายพันร่างผู้บาดเจ็บไว้แน่นแล้วลาก…แล้วแบก…แล้วพากลับมา
เธอวิ่งสี่ขา เร็ว เงียบ ไม่หยุด เหมือนถูกตั้งโปรแกรมไว้ มือและเท้าแตกเลือดซึมแต่เธอไม่สน
“หนูแดง…พักก่อนก็ได้ มือแตกหมดแล้วนะ” แพทย์สนามคนหนึ่งพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง
เธอชะงักเล็กน้อยก้มมองมือของตัวเอง
“…อ๋อ มือนี่เหรอ…” เธอยิ้มบาง ๆ
แล้ว—เลียเหมือนแมว
“แป๊บเดียวก็หายแล้ว”
แพทย์สนามนิ่งไปครู่หนึ่ง
“…จ้ะ ตามใจละกัน”
เธอหันหลังเดินกลับแล้ว—
ปึก!
ชนเข้ากับอะไรบางอย่างแข็ง ๆ
“โอ๊ย! ขอโทษ—”
คำพูดหยุดลงทันทีเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น
หมีดำยืนอยู่ตรงนั้น
ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีท่าทีผ่อนคลายแบบที่เคยเห็น
มีแต่—“ความนิ่ง” และ “แรงกด”
แพทย์สนามถอยหลังทันทีไม่พูดอะไรอีก
หมีดำไม่สนใจเขาเดินผ่านเข้าไป ก้าวช้า ๆ หนัก มั่นคง ตรงไปยังทางออกอาคาร
หนูแดงมองตามเป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่า—“อย่าเข้าใกล้หมีดำ…”
ด้านนอกอาคาร
ถนนเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงปืน ไม่มีเสียงคน เหมือนโลกหยุดไปชั่วขณะ
หมีดำเดินออกมาแล้ว หยุด
มีใครบางคนยืนอยู่ตรงหน้า นิ่ง ตึง ไม่ต่างกัน
ไรโอ มังกรดำ 02
อากาศระหว่างทั้งคู่บิดเบี้ยว ไม่ต้องมีพลังก็ “รู้สึกได้”
“ถอยไป…” ไรโอพูดเสียงนิ่ง ต่ำ กดลงมาเหมือนแรงกดดันที่มองไม่เห็น
“ที่นี่ต้องพังราบ”
หมีดำไม่ตอบทันที เขามอง นิ่ง แล้วพูด
“…ไม่ได้” เสียงเรียบ ไม่ดัง แต่หนัก
“อเล็กบอกให้ฉันเฝ้าที่นี่”
เงียบ
ไม่มีใครขยับ
ไม่มีใครโจมตี
แต่แรงกดระหว่างทั้งคู่
ทำให้อากาศสั่น
พื้นใต้เท้าเหมือนจะแตก
วินาทีผ่านไปช้า…ยาว…อึดอัด
แล้ว—
ไรโอ “ถอนสายตา”
“…ก็ได้” เขาพูดสั้น ๆ “ถ้าแกอยากเก็บที่นี่ไว้…”
เว้นจังหวะ
“…ก็เฝ้ามันไป”
เขาหันหลัง
“…มันไม่ได้ทำให้พวกแกได้เปรียบขึ้นหรอก”
แล้ว—เขาหายไปในเมือง
ความกดดันหายไปทันที
หมีดำยืนค้างอยู่ครู่หนึ่งแล้ว—
ทรุดลงนั่งกับพื้นเหมือนเพิ่งหายใจได้ ยกมือขึ้นพัดตัวเอง
“โอ้ย…”เขาพึมพำทำหน้าเหมือนเห็นผี
“…โคตรน่ากลัวเลย…”
ระหว่างทาง — ไรโอ
ไรโอเคลื่อนตัวผ่านเมืองอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าไปหาเนล
“ทำลายศูนย์สั่งการไม่ได้…แกะดำ 01 เฝ้าอยู่” ไรโอพูดขึ้น
เนลที่กำลังประกอบระเบิดหยุดมือ แล้วเงยหน้ามอง
“คำสั่งอเล็กงั้นสิ? …ถ้าแบบนั้นก็ดีสำหรับเรา” เขาเอียงคอเล็กน้อย
“แกะดำ 01 กับ 02 ไม่ลงสนาม…เหล่ามาสเตอร์ก็ยังมีโอกาศ ถ้างั้นเราปรับแผนนิดหน่อย”
ไรโอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ
“…ถ้าเราสองคนร่วมมือกัน…จะล้มแกะดำ 01 ได้ไหม?”
เนลตอบทันทีโดยไม่ต้องคิด
“ไม่”
เขากลับไปประกอบระเบิดต่อ
“มีแค่ชิน…กับโรฮาน…ที่มีพลังพอจะฆ่าเขาได้”
เว้นจังหวะ
“อ้อ…แล้วก็ ดาร์คมาสเตอร์... ฉันหมายถึง ครูฝึกอเล็ก นะเขาเคยชนะหมีดำมาแล้ว”
ไรโอหันมองไปยังใจกลางเมือง สายตานิ่งเหมือนกำลัง “ชั่งน้ำหนัก”
“ดีแล้ว ให้พวกเขาได้พิสูจน์” เสียงเขาต่ำลง
“มาสเตอร์ทั้งหก…ควรได้โอกาสทำลายผลึก”
เนลยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“ตามนั้น…”
เขาประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายของระเบิด
คลิก
เงยหน้าขึ้น
“ถ้าพวกเขาล้มหมด…”
“…เราถึงจะไปจบงาน”
แนวทิศเหนือปะทะกันอย่างหนักหน่วง
เสียงปืน เสียงระเบิด และเสียงเหล็กกระแทกกันดังไม่หยุด สนามรบแตกกระจายเป็นจุดเล็กจุดน้อย…ไม่มีแนวชัดเจนอีกต่อไป
กรกรรณมองเห็นทุกอย่างและยิ่งเห็น…ยิ่งรู้ว่า “พวกเขากำลังแพ้”
นักรบมังกรดำเพียงคนเดียวสามารถไล่สังหารทหารวอร์เกนได้หลายคน
เร็ว
โหด
ไม่ลังเล
ทหารแทบไม่มีโอกาสตั้งหลัก การต่อสู้เกิดขึ้นทุกที่ ทุกมุม คาดเดาไม่ได้
มีเพียงทีมไฮดร้า เรย์นาร์ โคลท์ เซียร่า ที่ยัง “ยืนอยู่” พวกเขาเหนือกว่าพวกเขายังปะทะได้
อีกด้านหนึ่ง โรกัน และ รอส กำลัง “ยัน” ไคเซลเอาไว้
แรงต่อยของโรกันอัดเข้ากับหมัดของมัน
ปัง!!
แรงกระแทกสะเทือนพื้นคอนกรีตแตกร้าวเป็นวงแต่—
ร่างเหล็กของโรกันเป็นฝ่ายถอย
มัน…ไม่สะเทือน
ไม่ถอย
ไม่หลบ
ไม่แม้แต่จะชะงัก
เหมือนไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดอยู่ในนั้นเลย
รอสพยายามหน่วง แมลงเวทย์จำนวนมากพุ่งเข้าเกาะ กัด รัด ชะลอการเคลื่อนไหวแต่ “มัน” ก็ยังขยับ ช้า แต่ต่อเนื่อง
กรหันกลับมาทันใดนั้น—ทหารวอร์เกนสองคนวิ่งหนีตายเข้ามาเสียงฝีเท้าหนักและกระชั้นและด้านหลัง มีนักรบมังกรดำพุ่งเข้าฟัน
ฉัวะ!!
หนึ่งในนั้นล้มลงทันทีเลือดกระเซ็น
อีกคนยังวิ่งตรงมาทางกร
“ต้องช่วย…” แต่—ไม่ทัน มันไกลเกินไป
ในวินาทีนั้นเองสายตาของกร “ทำงาน” ทุกอย่าง…ช้าลง เสียงหายไปเหลือแค่ภาพ สีเริ่มปรากฏเหมือนหมอกบาง ๆ ลอยอยู่เหนือสนามรบ
บางจุด…แดงก่ำ
บางจุด…เขียว
บางจุด…ม่วงและอื่นๆ
กระจายเต็มพื้นที่ และตรงนั้น—ใต้เท้าของนักรบมังกรดำจังหวะที่เขากำลังก้าวลงมี
“สีแดง” เข้มและชัด
“ตรงนั้น…” กรพึมพำ “…คือจุดแตก”
เขาไม่คิด ไม่วิเคราะห์ แค่ “เชื่อ” และคว้าคอนกรีตขนาดกำมือที่แตกกระจายอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ แล้ว—ขว้าง
ฟึบ—
ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติ เสียงกลับมา เวลาไหล ก้อนหินพุ่งไปกระแทก—
“ปัง!”
ตรงตำแหน่งที่เท้าของนักรบมังกรดำกำลังลงพอดีเขาสะดุด เสียหลัก และล้ม
ทหารที่เหลือรอดวิ่งอ้อมมาอยู่หลังกร มือยังถือปืนแต่ร่างสั่น
“ขะ…ขอบคุณ…” เสียงเขาสั่น “หนี…หนีเถอะ…เราสู้ไม่ได้แล้ว…” เขาทิ้งปืนแล้ววิ่งต่อ
กรไม่ขยับเขายืนอยู่ที่เดิม มองดู นักรบมังกรดำพยายามลุกขึ้น ยาก ช้าและผิดปกติ
ข้อเท้าเขา“หัก”
แต่เขาไม่หยุด เขา “กระโดด” ใช้ขาอีกข้างพุ่งเข้าหากรใกล้ขึ้น ใกล้ขึ้น ปลายดาบพุ่งเขาหาเขา กรยังตกใจ ไม่ถอยเพราะถอยไม่ทันแล้ว
เสียงกระแทกดังขึ้นจากนอกอาคาร ก่อนที่ร่างหนึ่งจะพุ่งเข้ามา ไหลลื่นและรวดเร็ว มือของเธอ “คว้า” บีบคอของนักรบมังกรดำอย่างแม่นยำ
กร๊อบ—
เสียงหักดังชัดร่างนั้นทรุดลงตรงหน้ากรกรรณ
เรย์นาร์ เธอเข้ามาช่วยเขาทันเวลา เธอหันมามองเขา
“ยืนบื้ออะไรอยู่! ถอย!! แนวป้องกันแตกแล้ว!”
“ไม่…” กรตอบทันที เสียงเขาไม่ดัง “ผมช่วยได้…”
เรย์นาร์ขมวดคิ้ว มองเขาเพียงเสี้ยววินาที
“…อย่างแกนี่นะ?” เธอแค่นหัวเราะเบา ๆ
“ก็ได้—ตามมา” เธอหันหลัง
“แต่ฉันจะไม่ช่วยแกอีกแล้วนะ”
ทั้งคู่วิ่งออกไปผ่านแนวบังเกอร์ชั้นใน สู่แนวสุดท้ายของทิศเหนือ ไกลออกไป—
โรกัน และ รอส ยังคงปะทะกับ “มัน” แรงกระแทกดังเป็นจังหวะพื้นสั่นไม่หยุด
บนพื้นเต็มไปด้วยร่าง ทหารวอร์เกน นักรบมังกรดำ นอนปะปนกันไม่มีใครรู้ว่าใครยังมีชีวิต
“โคลท์! เซียร่า! ไหวไหม! ถอยมาแนวหลัง!!” เรย์นาร์ตะโกนสุดเสียงมองหาเพือนของเธอ
คำตอบ—คือความเงียบ
ไกลออกไปโคลท์และเซียร่าถูกล้อมนักรบมังกรดำสี่คนกำลังบีบวงเข้าหา ทั้งสองบาดเจ็บ ตั้งหลักแทบไม่ได้
“บ้าเอ้ย…!” เรย์นาร์กัดฟัน “โคลท์! เซียร่า!”
เธอ “พุ่ง” ไม่คิด ไม่ลังเลแต่—
กรเห็น
หมอกนั้นกลับมาอีกครั้ง ทุกอย่างช้าลงเสียงหายไป
สีแดงพุ่งเป็นเส้น เธอกำลังจะเข้าไปในเส้นนั้น และมันจะ
“ทะลุ”
จากขมับซ้าย…ออกขวาของเรย์นาร์
“ไม่ได้…” กรกระซิบ
“หยุด!!!”
เสียงเขาขาดกลางอากาศ แต่ร่างเขาขยับไปแล้ว เท้าเขา “ง้าง” กระแทก—ก้อนหินที่พื้น
ฟึบ—
เวลา “กลับมา”
ก้อนหินพุ่งไปชนข้อพับขาของเรย์นาร์
“ปึก!”
เธอเสียหลัก ล้ม กลิ้ง
ฉึบ—มีดบินพุ่งผ่านจุดที่เธอยืนเมื่อครู่ เฉียดต้นคอ ตัดเส้นผม เลือดซึม
เงียบ
เพียงเสี้ยววินาที
“…บะ บ้าน่า” เรย์นาร์แตะต้นคอเห็นเลือดที่ปลายนิ้วสายตาเธอ “เปลี่ยน” ทันที
เธอไม่พูดอะไรอีกแค่ “พุ่ง” ต่ำ เร็ว ราวกับเลื้อยไปกับพื้น
กร๊อบ—
เธอหักคอนักรบมังกรดำที่ปามีดใส่เธอ แล้วลุกขึ้นหันกลับมามองกร แววตาไม่เหมือนเดิมแล้ว
“เฮ้ย!! ไอ้แกะดำ!!” เสียงเธอดังชัด
“ทำไปอย่าหยุด!” เธอชี้ไปทั่วสนาม
“แบบนั้นนั่นแหละ—ช่วยทุกคน!!”
ไม่รอคำตอบ เธอหันหลังพุ่งเข้าหาวงล้อมของโคลท์กับเซียร่า
ทิ้งกรไว้ตรงนั้นคนเดียวกลางสนามรบ
แต่ครั้งนี้—เขาไม่ได้ “ยืนเฉย”
หมอกสียังคงลอยอยู่ทั่วสนามและเขา…
“เริ่มเข้าใจมัน”
วิ่งไปทุกทางที่หมอกสับสนพาเขาไป ที่นั่น—มีการปะทะและมันก็จริงอย่างที่เขาคิด ทุกอย่าง…เริ่มชัดขึ้น ไม่ใช่ภาพ ไม่ใช่เสียงแต่เป็น “ความเข้าใจ”
ทหารบางกลุ่มยังสู้ได้ ยังยืนอยู่ ยังไม่ยอมถอย
กรไม่เสียเวลา เขาก้มลงคว้าก้อนหินใส่กระเป๋าหลายก้อนมากพอจะใช้เป็น “กระสุน” เขาเล็งแล้วปา ไม่ได้ปาเพื่อฆ่า แต่ปาเพื่อ “ให้มันเป็นไปในแบบที่เขาต้องการ”
พลาดบ้าง แต่ส่วนใหญ่—เข้าเป้า ก้อนหินเล็ก ๆ กระแทกจังหวะสำคัญ สะดุด เสียหลัก ชะงัก
การฟันที่ควรโดน—พลาด
การตั้งรับที่ควรพัง—รอด
กรไม่ได้สู้แต่เขา “เปลี่ยนสนาม”
เปลี่ยนทิศทางของการต่อสู้
ทีละนิด
ทีละจังหวะ
จนกระแสที่กำลังพัง—เริ่ม “นิ่ง”
จากเสียเปรียบกลายเป็นสูสี
และจากสูสี—เริ่ม…คุมได้ บลูเฟรมที่เหลือเรย์นาร์เพียงคนเดียวไล่เก็บ นักรบมังกรดำ ทีละคน ทีละคน
นักรบมังกรดำเริ่มลด
เริ่มบาง
เริ่ม “หยุด” แล้ว—ก็มีคนเห็นเขา เห็นความสำคัญของกรกรรณ แต่..
ไม่ใช่ทหารวอร์เกน แต่เป็น—
“นักรบมังกรดำ”
เขาบุกเข้ามาจนยืนอยู่ตรงหน้ากร สายตานิ่ง รู้ รู้ว่ากรทำอะไรอยู่
ไม่มีคำพูด ไม่มีการเตือนมีแค่ “ต้องฆ่า”
ดาบถูกง้างแล้วฟันทันที เร็ว ตรง แม่น แต่—
กร “เห็น” ไม่ใช่หมอก ไม่ใช่สีแต่เป็น—“ภาพซ้อนของนิโคล” จากวันฝึก ท่าทาง จังหวะ ระยะ ทุกอย่าง—ซ้อนทับอยู่บนร่างตรงหน้า
ดาบจะลงตรงไหน แรงเท่าไหร่ ต้องรับยังไง เขา “รู้” มือที่กำก้อนหินยกขึ้น ไม่ลังเล
รับ—ตรงจุดที่ “แตก”
“แคร๊ง!!!!”
เสียงกระแทกดังลั่น ปลายดาบ—หักหมุนคว้างกลางอากาศแล้ว ปัก เข้าไหล่ของเจ้าของมันเอง
นักรบมังกรดำชะงักเพียงเสี้ยววินาที เงาหนึ่งพุ่งเข้ามา
“อึ๊ก!”
เรย์นาร์กดดาบนั้นให้ลึกลงไปอีกแล้ว—หักคอร่างนั้นทรุดลงกองกับพื้น
เธอเงียบ หายใจหนัก
เรย์นาร์หันกลับมามองกรสายตา…ประหลาดใจ
“แก…”
เสียงเธอสั่นเล็กน้อย ทั้งเหนื่อย ทั้งไม่เข้าใจ
“แกทำได้ไง…”
กรยังยืนงง “ผม…ไม่รู้ครับ…” เขามองมือของตัวเอง
“ผมแค่…รับดาบด้วยก้อนหิน…”
“ไม่ใช่…” เรย์นาร์ส่ายหน้า เธอถอยออกไปหนึ่งก้าว เปิดทางให้เขา “มองทั้งสนาม”
“ฉันไม่ได้หมายถึงนั่น…” เสียงเธอเบาแต่หนัก
กรเงยหน้ามองสนามรบ นักรบมังกรดำ—เหลือไม่ถึงสิบ กระจายตัว บาดเจ็บ ลังเล ไม่ขยับ
ทหารวอร์เกน—ยังยืนมากกว่าร้อย คุมเชิง และพร้อมสู้ต่อ
ทุกอย่าง… “พลิก” ไม่ใช่เพราะคำสั่ง ไม่ใช่เพราะกำลัง
แต่เพราะ—“แกะดำ”
“…เรา คุมได้…” เรย์นาร์พูดช้า ๆ เหมือนกำลังยืนยันกับตัวเอง
ก่อนจะมองกรอีกครั้ง
“…แกทำได้”
ลมหายใจของสนามรบ…เปลี่ยนไปและเป็นครั้งแรกที่กรกรรณรู้ว่าเขาไม่ได้ “อยู่รอด”แต่เขา—
“กำลังเปลี่ยนมัน”
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ