เจ้าหญิงน้ำแข็งและเจ้าชายแกะดำ

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2569 เวลา 13.35 น.

  27 ตอน
  0 วิจารณ์
  3,760 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 23.31 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

20) ศึกมังกรดำ 1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
ค่ายมังกรดำ
          กลางเต็นท์ที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนโลหะ สายไฟ และอุปกรณ์ระเบิด เนล นั่งก้มหน้ามือยังคงประกอบระเบิดอย่างแม่นยำ ไม่เงย ไม่หยุด
          “รวบรวมมาได้เท่าไหร่” เขาถามเรียบ ๆ
          “ราว ๆ…140” ไรโอ ยืนพิงเสา คิดอยู่ครู่หนึ่ง
          “…ไม่สิ 145 มั้ง”
          “แล้วมาสเตอร์ล่ะ” เนลถามต่อทันที
ไรโอยกนิ้วขึ้นไล่ทีละชื่อ “หกคน”
          “ไคเซล วอร์เกียร์—อสูรเกราะ”
          “เฟนริค บลัดฟาง—อสูรหมาป่า”
          “สองคนนี้อยู่แถวนี้พอดี เลยอาสามา”
          “ฮาคุเรย์ เซ็นโด้—เทพดาบ ได้ยินว่าจะได้เจอแกะดำ…ก็รีบขอเข้าร่วมเลย ตอนนี้กำลังเดินทางมา”
          “มอร์เทร่า วัลซิน—ราชินีบาดแผล รายนี้…ชินเรียกตัวมาโดยตรง”
          “ซิลวาส ซิลทริส—เจ้าแห่งหุ่นเงา รายนี้ทำเพื่ออุดมการณ์โดยแท้” 
ไรโอเว้นจังหวะก่อนจะพูดชื่อสุดท้าย
          “แล้วก็…วีด”
          มือของเนล…หยุด
          “วีด—เสียงวิปลาส” เขาเงยหน้าขึ้นช้า ๆ แว่นสะท้อนแสงไฟ
          “มันจะทำเครื่องมือฉันพังหมดเหมือนครั้งก่อน”
ไรโอยักไหล่
          “ก็ชินใส่ชื่อมันมาฉันไม่เกี่ยว” เงียบไปชั่วครู่
          “พวกเขาจะตายหมด” เนลพูด
น้ำเสียงนิ่งเหมือนพูดเรื่องธรรมดา
ไรโอไม่ได้เถียงเขามองไปที่มุมห้องว่างเปล่าเหมือนมองเห็น “ใครบางคน”
          “นายก็รู้…” เขาพูดเบา ๆ “พวกนั้นไม่ได้ต้องการแค่มีชีวิต”
เขาหยุดก่อนจะพูดต่อ 
          “แต่ต้องการ ‘เหตุผล’ ที่จะมีชีวิตอยู่”
เนลไม่ตอบ
ไรโอหันมามองเขา
          “ฉันเชื่อว่านายจะช่วยพวกเขาได้…อย่างน้อยก็ส่วนหนึ่ง”
เนลหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
          “หึ…” มือกลับไปทำงานต่อ
          “ถ้าพวกมันไม่ตายในสนามรบน่ะนะ” ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
มีแค่เสียง “คลิก” ของชิ้นส่วนระเบิด
แล้วเนลก็พูดขึ้นโดยไม่เงยหน้า
          “อยากบอกอะไรไหม” เขาหยุดมือ “เผื่อครั้งนี้…นายไม่รอด”
ไรโอคิดเพียงเสี้ยววินาที
          “อยากย้อมผมสีแดงดูสักครั้ง…”
          “….”
เนลนิ่งไปก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย
 
 

วันรวมพล 
ลานกว้างของกรานเวลแน่นขนัดไปด้วยกำลังพล เสียงฝีเท้า เสียงโลหะกระทบกัน เสียงคำสั่งสั้น ๆ ดังเป็นระยะ ทุกอย่างวุ่นวาย…แต่ “เป็นระเบียบ”
ทหารทั่วไปสวมชุดสีเขียวเรียบแต่ในหมู่พวกเขา—มีคนบางกลุ่มโดดเด่น
ปลอกแขนสีฟ้าแถบสีฟ้าข้างกางเกง
          “บลูเฟรม”
กลุ่มหัวกะทิของแนวหน้าในครั้งนี้นำโดย—
ทีมไททัน (บรอน, โดร่า)
ทีมไฮดร้า (เรย์นาร์, โคลท์, เซียร่า)
ทีมโกลเด้น (ซาซึ, นิมบัส, อากิ)
และนักสู้อีกกว่าห้าสิบชีวิต
ผู้บัญชาการวาร์กัส ไรน์ฮาร์ต เดินตรวจแนวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เขาไม่ได้ตะโกนแต่เสียงของเขา—กังวานไปทั่วลาน
          “เราจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีเกียรติและศักดิ์ศรีของเรา…” จังหวะเดินไม่หยุด
          “โดยเฉพาะ…พวกมังกรดำ” บรรยากาศเหมือนถูกกดให้หนักลงทันที
          “ถ้านี่เป็นแผนลวง…” เขาหยุดสายตากวาดผ่านทุกคน
          “เราจะตราหน้ามันว่าเป็นโจรชั้นต่ำ ไร้ศักดิ์ศรี”
เสียงหนักขึ้น
          “และเมื่อถึงตอนนั้น…วอร์เกนจะไม่เลือกวิธีในการปราบปรามอีกต่อไป”
เงียบ
ไม่มีใครขยับ
          “เพราะพวกมัน…ไม่อยู่ในฐานะ ‘คน’ อีกแล้ว”
คำสุดท้าย—ชัด เย็น และตัดขาด
          “ทำตามแผนยึดมั่นในคำสั่ง”
          “แล้วพวกแกจะรอด” เขาเดินต่อ
          “และเราจะชนะ”
ลานจอดรถขนาดใหญ่ด้านหลัง รถลำเลียงหลายคันค่อย ๆ เคลื่อนเข้าประจำจุด เสียงเครื่องยนต์ดับลงทีละคัน ประตูเปิด ทหารทยอยลง แล้ว—“พวกนั้น” ก็ตามลงมา ชุดสีขาว สะอาด นิ่ง แตกต่างจากทุกคนราวกับคนละโลก
วาร์กัสหยุดเดินหรี่ตาลงเล็กน้อย
          “…มาถึงแล้วสินะ”
อากาศรอบตัวเหมือนถูกบีบให้แน่นขึ้น
 
 

ทีมแกะดำ
อีกมุมหนึ่งของลาน อเล็ก ไกรเซอร์ เดินนำทีมมาอย่างไม่รีบร้อน ในมือมีเอกสารหลายแผ่นตัวอักษรบนกระดาษ…ไม่ใช่ภาษาวอร์เกนทั่วไป มันคือ           “ภาษาโบราณ” ที่ใช้กันมานานกว่าพันปีภาษาที่แทบไม่มีใครใช้แล้วในปัจจุบัน พลัสเป็นคนเขียนมันขึ้นมาเองเพื่อคนคนเดียว อเล็ก เพราะเหตุผลง่าย ๆ เขาอ่าน “ภาษาวอร์เกนปกติ”…ไม่ค่อยออก
          “อืม…มีบอกตำแหน่ง…มีแผนที่…” พลิกกระดาษไปมา
          “หมีดำ…ต้องไปรายงานตัวที่ไหนนะ…” น้ำเสียงจริงจังแต่สถานการณ์—ไม่ช่วยให้ดูน่าเชื่อถือเลยแม้แต่นิด
รอบตัวพวกเขาสายตาจากทหารในค่ายยังคง “ไม่เป็นมิตร” 
แม้ทีมชุดขาวจะยอมรับแล้วก็ตามแต่มันไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกของ “คนส่วนใหญ่” โดยเฉพาะตอนนี้—
มังกรดำ กลุ่มที่อเล็กเคยสร้างขึ้นเองกำลังจะโจมตีโดยตรง
ทีมแกะดำจึงไม่ใช่แค่ “แปลก” แต่เป็น “ตัวปัญหา” ในสายตาของใครหลายคน
หนูแดง
เกาะอยู่บนหลัง กรกรรณ เส้นผมสีขาวของเธอพันรอบตัวเขาแน่นเหลือให้เห็นแค่ดวงตา
          “อย่าเป็นจุดเด่น…” เธอกระซิบเบา ๆ “เดี๋ยวโดนจ้องมากกว่านี้อีก”
 
หมีดำ
พยายาม “ห่อไหล่” ลดขนาดตัวเอง แต่ด้วยความสูงและมวลร่าง—มันแทบไม่มีความหมาย ยิ่งพยายามยิ่งเด่น
กรกรรณไม่พูดอะไรเขามองไปรอบ ๆ สายตาหลายสิบคู่
บางคู่ดูถูก
บางคู่ระแวง
บางคู่…รอให้พลาด
เขาหายใจช้า ๆ พยายาม “นิ่ง”
          “นี่มัน…” เขาพึมพำในใจ“…สนามรบแล้วชัด ๆ”
และแล้ว—กรกรรณ กาลธาราก็มองไปเจอ “คนคนหนึ่ง” คนที่เขาอยากเจอที่สุด เอลินเซีย วินเทรส (น้ำแข็ง) เธอกำลังเดินอยู่ท่ามกลางกลุ่มชุดขาว จำนวนมาก…มากกว่าที่เขาเคยเห็น
          “12 คน…”
เขาพึมพำในใจ
รอบนี้—วอร์เกนเอาจริงแล้วและมังกรดำ…ก็คงไม่ถอยเช่นกัน
น้ำแข็งไม่ได้เห็นเขา เธอเดินนิ่ง เย็นชา เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน เดินผ่านไปโดยมี นิโคล วิเรล คุยอยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด
กรยืนนิ่งเขาเข้าใจทันที
          “เธออยู่ในที่ของเธอ……และฉันอยู่ในที่ของฉัน”
แม้เขาจะพัฒนาขึ้นแล้วแต่ก็ยังไม่รู้เลยว่าต้องทำยังไงถึงจะ “ไปถึงเธอ”
เขาหันไปมอง อเล็ก ไกรเซอร์ ที่กำลังหมุนเอกสารไปมา ยิ่งมอง—ยิ่งหมดหวัง
          “อ่า!! ได้แล้ว!” อเล็กเงยหน้าขึ้นทันที
          “ตามมาทางนี้!” เขาชี้นิ้วไปข้างหน้าแล้วเดินตรงไปยังกองพยาบาล
กองแพทย์สนาม
          “หมีดำ หนูแดง—พวกเธออยู่ที่นี่” อเล็กพูดเร็ว ๆ
          “หนูแดงต้องช่วยขนของ กับปฐมพยาบาลคนเจ็บนะ”
หนูแดง กระโดดลงจากหลังกรทันที ยิ้มกว้าง
          “ให้ฉันฉีดยาชา กับมอร์ฟีนให้พวกคนเจ็บก็ได้นะ อิอิอิ”
          “ไม่ได้!” อเล็กสวนทันที
          “เธออาจจะทำทหารตายมากกว่าพวกมังกรดำซะอีก” เขาชี้นิ้วกำชับ
          “ห้ามฉีดอะไรใส่พวกเรา” เว้นจังหวะ
          “แต่ถ้าจำเป็นจริง ๆ ก็ป้องกันตัวได้ เข้าใจไหม?”
          “ด้าย!!! อิอิอิ…ป้องกันตัว” หนูแดงยิ้ม…แบบไม่น่าไว้ใจเหมือนเดิม
 
          “ส่วนกร…ตามมานี่” อเล็กหันหลังเดินต่อทันที ระหว่างทางเขาอธิบายไปด้วย
          “ฟังไว้นะ กร”
          “อนุสาวรีย์ผลึกดอกเบญจมาศเมือง จะอยู่ในวงเวียนใหญ่กลางเมือง”
          “กำลังหลักจะกระจาย 4 ทิศ แต่ละทิศ—มีชุดขาวประจำอยู่ 2 คน”
เขาชูนิ้วขึ้นเล็กน้อย
          “และอีก 3 คน…นิโคล วิเรล, ไคลน์ อาร์เดล, เรน วัลคีร์” อเล็กหยุดเสี้ยววินาทีก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น
          “สามคนนั้น…จะอยู่ตรงกลางกลาง เพราะเป็นผู้รำบวงสรวงต่อหน้าผลึก” เขาเหลือบมองกร
          “…และนั่นแหละคือปราการด่านสุดท้ายแล้วก็….”
          “แล้วฉันจะบอกนายไว้…ให้รู้” อเล็กหันมาพูดน้ำเสียงจริงจังขึ้นอย่างชัดเจน
          “ชิน…” เขาหยุดนิดหนึ่งเหมือนเลือกคำ
          “สายฟ้าเป็นหลักไม่มีลูกเล่นอะไรซับซ้อน”
          “มีแค่ ‘โจมตี’ อย่างเดียว”
สายตาอเล็กนิ่งลง
          “…แต่แรงไม่มีขอบเขตเลย”
เขาเปลี่ยนน้ำเสียง
          “ไรโอ”
          “หมัดมวย เป็นทั้งทั้งมวยแข็ง…มวยอ่อน”
          “ไฟคือทุกอย่างของมัน หมัดไฟ เข่าไฟ ระเบิดไฟ”
อเล็กเหลือบมองกร
          “ถ้านายอยู่ในระยะของมัน……ตายสถานเดียว”
เงียบไปเสี้ยววินาที
          “ส่วนเนล…” อเล็กถอนหายใจเบา ๆ เหมือนรำคาญมากกว่าเกรงกลัว
          “…ตัวแสบสุด”
          “เทเลพอร์ตได้ มาร์คตำแหน่งได้ ถ้านายโดนมาร์ค มันจะไปหานาย…หรือดึงนายไปหา…ก็ได้ทั้งนั้น”
          “…ระเบิดทั้งคลังของมัน จะลงที่ตัวนาย”
เว้นจังหวะ
          “แต่ที่แย่ที่สุด…” สายตาอเล็กจริงจังขึ้นอีก
          “คือมันจะพา ‘ไรโอ’ เข้าถึงตัวนายได้…ไม่ว่านายจะอยู่ที่ไหน”
เงียบ ลมพัดผ่านเบา ๆ
          “ถ้ามันจับคู่กัน…” อเล็กพูดต่อ “…เราก็แพ้ไปครึ่งทางแล้ว”
เขาหันมองกรตรง ๆ
          “ที่เหลือ……ก็แค่หวังว่าเราจะฆ่าใครสักคนได้ก่อน”
 
 

กองป้องกันทิศเหนือ
เมื่อทั้งคู่มาถึงบรรยากาศ…หนักขึ้นทันที
ผู้คุมหน่วยคือ 
โรกัน ดราฟท์ ชายร่างใหญ่ แข็งแรงผิดมนุษย์ พลัง: เสริมแรง + เปลี่ยนร่างเป็นโลหะ
รอส เวนท์ รูปร่างปราดเปรียว พลัง: ควบคุมแมลงเวทย์ ใช้โจมตีด้วยความเร็ว
และตรงนั้น—กรก็เห็นเธอ น้ำแข็ง ยืนอยู่ กำลังคุยกับโรกันและรอส
          “โอ้ว…ดูสิใครมาถึง” โรกันหันมาเพียงขยับเท้าพื้นคอนกรีตสั่นเบา ๆ
          “นี่เหรอ…” เขามองกรตั้งแต่หัวจรดเท้า 
          “…ที่เจ้าหญิงน้ำแข็งพูดถึง” ยิ้มมุมปาก
          “งั้นนายก็คงเป็น ‘เจ้าชาย’ สินะ แกะดำ 03”
รอสหัวเราะเบา ๆ
          “ไม่ต้องกังวลหรอกน้ำแข็ง มีพวกเราอยู่ไม่ต้องถึงมือเจ้าชายของเธอหรอก”
น้ำแข็งไม่ตอบแต่สายตา—เหลือบมองกรเพียงแว้บเดียว
          “สะ…สวัสดีครับ คุณน้ำแข็ง” กรพูด ทั้งดีใจทั้งกลัว
เขาไม่เคยติดต่อเธอเลย ไม่ใช่เพราะยุ่งแต่เพราะ…ไม่กล้า
เงียบ
          “อย่าลงสนาม” น้ำแข็งพูดเสียงนิ่ง
กรชะงัก
          “ห้ามลงสนาม” เธอย้ำแล้วหันหลังเดินจากไปทันที
ไม่มีอารมณ์ ไม่มีคำอธิบายแต่ดูออกว่าเธอ “หงุดหงิด”
กรยืนนิ่ง มองตามเธอด้วยหัวใจหนักขึ้น
ขณะที่ทั้งทุกอย่างยังคงอึดอัดเสียงสัญญาณก็ดังขึ้น
วี่ ๆ ๆ.... ดังทั่วค่ายทหารและทุกคนก็เห็น
ขีปนาวุธ 2 ลูก พุ่งตรงมาที่ค่าย ไม่มีการเตือนล่วงหน้า ไม่มีอะไรทั้งนั้น
          “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันวะ!!!” ผู้บันชาการวาร์กัสมองขึ้นไปด้วยความเดือดดาล
          “ลอบกันหรือ ไอ้พวกขยะ ฉันจัดมันเอง” ดาริอุส เดินแยกตัวไปกลางพื้นที่โล่ง ยกมือขึ้นฟ้าและเร่งพลังเขาขึ้น โดมแสงสีทองเรืองแสงครอบค่ายทหาร ขีปนาวุธจะพุ่งทั้ง 2 ลูกพุ่งชนโล่แสงของดาริอุสและระเบิดแตกกระจายบนท้องฟ้า ทุกคนแตกตื่นแต่ไม่วิ่ง ไม่วุ่นวาย และยังมอง ยังระวังว่า จะมีอีกไหม? ท่ามกลางความสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น และเตรียมยกระดับป้องกันทันที
 
 

1 ชั่วโมงก่อนหน้านี้ ศูนย์บัญชาการกลาง อาณาจักรวอร์เกน
ห้องควบคุมเงียบมีเพียงเสียงเครื่องจักรและจอภาพที่แสดงข้อมูลเป้าหมาย
          “เรายืนยันตำแหน่งแล้วครับ” เจ้าหน้าที่ข่าวกรองพูดขึ้น
          “กลุ่มมังกรดำรวมตัวอยู่นอกเขตแดน…ลึกเข้าไปในดินแดนรกร้างของอัลเทรัส”
เงียบ
          “ดี”
ชายคนหนึ่งพูดขึ้นน้ำเสียงเรียบไม่ลังเล เขาคือนายพลดักลาส
          “จัดการมันเลย”
เจ้าหน้าที่ชะงัก
          “แต่…ท่านครับ เรา—”
          “ล็อกพิกัด” ดักลาสพูดแทรกทันทีเดินไปที่แท่นควบคุมหยิบ “กุญแจอนุญาตยิง” ออกมา
          “และยิงทันที” เขาเสียบกุญแจลงในระบบ
          “นี่เป็นคำสั่ง” เจ้าหน้าที่มองหน้ากัน
ลังเล
เพียงเสี้ยววินาที
          “…รับทราบ”
ระบบเริ่มทำงานเสียงเตือนดังขึ้น
TARGET LOCKED
ดักลาสไม่รอ ไม่ตรวจซ้ำ ไม่ถามใครอีก เขากดปุ่ม
ยิง
ตู้ม—!!
ฐานยิงสั่นสะเทือน ขีปนาวุธ 2 ลูก พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าทิ้งทางควันยาวพาดผ่านขอบฟ้า
ไม่มีคำเตือน ไม่มีการประกาศ นี่ไม่ใช่ “การตอบโต้” แต่มันคือ การลอบโจมตี
 
 

ค่ายชั่วคราวมังกรดำ
ลมพัดฝุ่นทรายเบา ๆ เต็นท์ไม่กี่หลังตั้งกระจายบนพื้นดินรกร้าง
 เนล นั่งอยู่ในเต็นท์กำลังประกอบระเบิด มือขยับเร็ว แม่นยำแล้วเขาก็หยุด
          “…”
บางอย่างกำลังมา เร็ว เร็วมาก
เนลวางชิ้นส่วนลงแววตาหลังแว่น—เบิกกว้าง ไม่ใช่ตกใจแต่เป็น
          “โกรธ”
เขาลุกขึ้นเดินออกจากเต็นท์เงยหน้าขึ้น
ขีปนาวุธ 2 ลูกกำลังพุ่งตรงมา ไกลมากแต่เร็ว
          “วอร์เกน…” เสียงเขาต่ำ “…ไอ้พวกหมาลอบกัด”
ฟึบ—
เขาหายไปจากตรงนั้น ลมกระแทกพื้นจนฝุ่นกระจาย
กลางอากาศ
เนล “ปรากฏตัว” นั่งย่ออยู่บนขีปนาวุธลูกแรก
          “โง่มากที่ใช้ของพวกนี้…” พริบตาเดียว
เขาหายไปพร้อมขีปนาวุธลูกแรก
แล้วโผล่อีกครั้งบนลูกที่สอง
          “เอาคืนไป…”
ฟึบ
ขีปนาวุธทั้งสองลูกเปลี่ยนเป้า “หายไปจากเรดาร์” และปรากฏอีกครั้งเหนือค่ายทหารกรานเวล
ก่อนจะถูกโล่แสงสีทอง องดาริอุส เครน สกัดเอาไว้
 
 

 เมืองหลวง ไวท์คราวน์ 
สถานีข่าวรัฐวอร์เกน กำลังความวุ่นวายทีมข่าวกำลังเตรียมรายงานการถูกโจมตีของค่ายทหารกรานเวล ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ทันใดนั้นไฟดับลง กะพริบ และเกิดแรงสั่นสะเทือน
ตูม! ระเบิดขนาดเล็กหลายจุด
แต่ไม่มีใครบาดเจ็บ เมื่อแสงกลับมาทุกคนหยุดนิ่ง ที่กลางห้องส่งมี “3 เงา” ยืนอยู่ นิ่ง เงียบ แต่สายตา—เดือด
ชิน ไรโอ เนล
ไม่มีใครรู้ว่าพวกเขาเข้ามาได้ยังไง ไม่มีใครกล้าขยับ ไม่มีใครคิดว่าพวกเขาเป็นใคร
          “พวกเราต้องการ…” เสียงของชินดังขึ้นกดทั้งห้อง “…แถลงการณ์สด…เดี๋ยวนี้”
ไม่มีคำว่า “ขอ” ไม่มีทางเลือก
และทุกคนยังคงงง กลัว ไม่เข้าใจว่า—เกิดอะไรขึ้น
          “ชิน…!! ชินมังกรดำ!!” เสียงของผู้ประกาศข่าวชายดังลั่นห้องส่ง กวิน จำเขาได้ทันทีและความตกใจก็แผ่ไปทั่วทั้งสตูดิโอ
คนในห้องแตกตื่นวิ่งวุ่นชนกัน พยายามหนีแต่
          “ปึก!”
ร่างของบางคนกระแทกเข้ากับ “บางสิ่ง” เงาไร้ใบหน้ายืนขวางอยู่ทุกทางออก
ปัง—!
ประตูทุกบานปิดลงพร้อมกันเสียงดังสะท้อนจนทุกอย่าง เงียบ
          “จัดให้ผมแถลงสด” เสียงของชินดังขึ้น ช้าชัด ไม่ดังแต่กดทั้งห้อง “เดี๋ยวนี้”
          “ไม่งั้น…ผมจะฆ่าทุกคนที่นี่ให้หมด”
ไม่มีใครกล้าขยับ ผู้ดำเนินรายการพยายามตั้งสติหายใจลึกแล้วพยักหน้า
          “เตรียม…ถ่ายทอดสด”
ทีมงานเริ่มขยับ มือสั่น แต่ทำงานเร็ว จัดไฟ จัดกล้อง จัดเวที
ไม่กี่นาทีรายการปกติถูกตัดหน้าจอเปลี่ยนเป็น “รายการพิเศษ”
 
 

บนจอ มีข้อความขึ้นด้านล่าง
          “สถานีโทรทัศน์ถูกควบคุมโดยกลุ่มมังกรดำ และจำเป็นต้องถ่ายทอดตามข้อเรียกร้องเพื่อความปลอดภัยของบุคลากร”
 

เมืองหลวง ไวท์คราวน์
วินเซนต์ วินเทรส ยืนมองหน้าจอสีหน้าตกตะลึง
          “…มันเกิดอะไรขึ้น…” เขายังไม่รู้ว่าต้นเหตุคืออะไร
อีกฝั่ง
พลัส ไกรเซอร์ นั่งดูข่าว นิ่ง แต่แววตาเริ่ม “รำคาญ”
 

การถ่ายทอดสด
ชินเดินออกมายืนกลางเวที ขวาคือไรโอ ซ้ายคือเนล ทั้งสามคนยืนนิ่งเหมือน “เจ้าของเวที”
ชินมองตรงไปที่กล้องสายตาไม่สั่น
          “ท่านสุภาพบุรุษ และสุภาพสตรีทั้งหลาย…” เสียงเขานิ่งเรียบ
          “ทางกองกำลังมังกรดำ…” เว้นจังหวะ
          “…รู้สึกผิดหวังอย่างยิ่ง กับสิ่งที่เกิดขึ้น”
เงียบ
          “พวกเรามีเกียรติ”
          “มีศักดิ์ศรี”
          “เราส่งสารไปอย่างชัดเจน”
          “บอกวัตถุประสงค์”
          “บอกเป้าหมาย”
          “บอกวัน…และเวลา” สายตาเขาคมขึ้น
          “เพราะคิดว่า…”
          “…จะได้รับ ‘เกียรติ’ กลับคืนมา”
เขาเว้นจังหวะ
 
          “แต่เมื่อหนึ่งชั่วโมงก่อน” เสียงเขาต่ำลง
          “กองทัพของวอร์เกน…ยิงขีปนาวุธใส่พวกเรา”
ฮือ—เสียงแตกตื่นในห้องส่ง
แต่ชินไม่สนใจ
          “ทำตัวเหมือนหมาลอบกัด…”
เขาพูดชัด
          “…ไร้ศักดิ์ศรี”
          “ดังนั้น” เขายกมือขึ้นเล็กน้อย
          “พวกเราจึง ‘ส่งคืน’ ขีปนาวุธทั้งสองลูก…กลับไปยังค่ายทหารของกรานเวลแล้ว” 
สายตาเย็นลง
          “นับว่าโชคดี……ที่มีคนป้องกันไว้ได้…. แต่ถ้ามี ‘ครั้งต่อไป’…”
          “…เราจะส่งมันกลับคืน”
          “ที่นี่….ที่เมืองหลวง” บรรยากาศในห้องส่งเย็นลงทันที
          “และจะไม่ใช่แค่ ‘ขีปนาวุธ’”
ห้องยังเงียบสนิท…
          “ขอย้ำอีกครั้ง”
          “พรุ่งนี้ เมื่อแสงพระอาทิตย์ขึ้นเราจะบุก”
          “และมันจะจบ…” สายตาเขานิ่งไม่กระพริบ “เมื่อสิ้นแสงของวันนั้น”
เงียบ ไม่มีเสียง ไม่มีใครหายใจแรง
          “เตรียมตัวให้ดี”
 
          ฟึบ—
 
ร่างของทั้งสามหายไปพร้อมกันนั้น เงามืดที่ปกคลุมห้องก็หายไป 
แสงกลับมา เสียงหายใจ เสียงล้ม เสียงสะอื้น…. 
 

ศูนย์บัญชาการกลาง วอร์เกน
ข่าวแพร่กระจายไปทั่ว รวดเร็ว รุนแรง ควบคุมไม่ได้ โทรศัพท์ดังไม่หยุด เสียงคำสั่งซ้อนกันไปหมด
          “หาต้นทางให้เจอ!”
          “ใครเป็นคนสั่งยิง!”
          “ตรวจทุกระบบ!”
แต่—ยังไม่มีใครตอบได้ทุกอย่างเหมือนมี “ใครบางคน” ซ่อนอยู่หลังฉาก ตอนนี้ยัง “สาวไปไม่ถึง”
 

ค่ายกรานเวล → ใจกลางเมือง
กองกำลังเริ่มเคลื่อนตัวจากค่ายทหารสู่ใจกลางเมือง รถหุ้มเกราะ ทหาร หน่วยสนับสนุนทยอยเข้าประจำตำแหน่ง
กระสอบทรายถูกวางเรียงแนวป้องกันถูกสร้างขึ้นทีละชั้นรอบวงเวียนใหญ่ศูนย์กลางของเมือง
          “ผลึกดอกเบญจมาศ”
แสงสุดท้ายของวันดับลงไปแล้ว เหลือเพียงแสงไฟจากเสาและเงาที่ทอดยาว เมืองทั้งเมืองเข้าสู่ “โหมดรอสงคราม”
ทิศเหนือ
กรกรรณ เดินอยู่กลางถนนพื้นที่รับผิดชอบของเขา ถนนกว้างโล่งและเงียบ เงียบจน“น่าใจหาย…”
เขามองไปรอบ ๆ สายตาค่อย ๆ หนักขึ้น 
          “ระดับพลัง……ขนาดที่ทำให้ขีปนาวุธเป็นแค่ของเล่น…”เขาพึมพำในใจ
          “…พวกเขาแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยเหรอ”
ความคิดลอยไปไกลไกลเกินกว่าสนามตรงหน้า
          “ไง…กลัว?” เสียงหนึ่งดังขึ้นข้าง ๆ
รอส เวนท์เดินเข้ามา
          “เอ๋…คือ…” กรสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแห้ง 
          “ใช่ครับ…ผม…ยังไม่ชินกับเรื่องแบบนี้”
รอสหัวเราะเบา ๆ ตบแขนเขาหนึ่งที
          “พวกเรามีกองทหาร มีรถหุ้มเกราะแล้วก็มี ‘ฉัน’” เขายิ้ม
          “อย่าคิดมากไปเลย พรุ่งนี้นายแค่ช่วยถือของ หรือช่วยคนเจ็บก็พอ”
กรนิ่งไปนิดก่อนจะพูดออกมา
          “ผมเคยเจอวิสเปอร์…” เสียงเขาต่ำลง “เธอเป็นระดับมาสเตอร์ของมังกรดำ และเธอเก่งมาก…”
          “จนผมไม่เห็นทางชนะเลย”
รอสเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
          “เฮ่…” เขาพูดน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย 
          “พรุ่งนี้ที่นี่มีชุดขาว 11 คน บลูเฟรมอีกกว่า 50 ทหารอีก 600”
          “ยังไม่รวมตำรวจ”
เขาหันมามองกรตรง ๆ
          “กำลังขนาดนี้…เอาอยู่แน่นอนแล้วอีกอย่าง” เขายิ้มบาง ๆ
          “เราทำงานเป็นทีมไม่ใช่ลุยเดี่ยว”
กรพยักหน้าเบา ๆ
          “โอเคครับ…”
เขายิ้ม
          “พรุ่งนี้ผมจะไม่เป็นตัวถ่วงพวกคุณก็แล้วกัน”
รอสพยักหน้าไม่พูดอะไรต่อแล้นเดินจากไป
 
กรหันกลับไปมองรอบ ๆ อีกครั้ง
คนกำลังขนของ กำลังตั้งบังเกอร์ เสียงเครื่องมือกระทบกันเบา ๆ ทุกคนกำลังเตรียมตัวจริงจัง
          “…คิดถึงคุณน้ำแข็งจัง” เขาคิดในใจโดยไม่รู้ตัว
          “ไง…กร” เสียงสดใสดังขึ้นด้านหลัง
          “คิดถึงฉันไหม?”
กรชะงักเขาหันกลับไปทันที
นิโคลยืนยิ้มอยู่และข้าง ๆ เธอ เอลินเซียก็อยู่ด้วย (น้ำแข็ง)
          “คุณนิโคล…!” เสียงเขาเปลี่ยนทันที “…คุณน้ำแข็ง!!” เขามีความดีใจชัดเจนจนเก็บไม่อยู่
ในโลกที่กำลังจะพังลงพรุ่งนี้อย่างน้อย “เขาได้เจอเธออีกครั้ง”
          “กร…เรามาโชว์ท่าคู่ของเราให้น้ำแข็งดูดีไหม?” เสียงใสของนิโคลดังขึ้น เธอเดินมายืนข้างกรอย่างเป็นธรรมชาติราวกับมัน “ควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”
          “ให้เธอดูว่าเราเข้ากันได้ดีแค่ไหน” กรตัวแข็งทันทีหัวใจตกวูบ
          “เดี๋ยวครับ!” เขารีบยกมือขึ้น “คุณน้ำแข็ง ผมอธิบายได้นะครับเรื่องนี้—” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่สิ่งที่เขาคิด 
น้ำแข็งเดินเข้ามา
          “ปึก!”
ชนนิโคลจนเธอเซถอยไปเกือบล้มแล้วมายืนข้างกรนิ่ง ไม่พูดอะไร
          “อุ้ยตาย~!” นิโคลหัวเราะตาเป็นประกาย
          “น้ำแข็งโกรธฉันเหรอออ…” เธอเดินเข้าไปจิ้มแก้มน้ำแข็ง
          “น่ารักจังเลย~ โกรธที่โดนแย่งของเล่นหรือเปล่าน้า~”
          “ไม่ใช่ของเล่น” น้ำแข็งพูดเรียบ ๆ สะบัดหน้าเล็กน้อย
ก่อนจะ “คว้าแขนกร” แล้วดึงเดินออกไปทันที
          “ว้าา~” นิโคลยิ้มกว้างตะโกนตามหลัง “กร~ ถ้าน้ำแข็งจะทำอะไรให้ร้องดัง ๆ นะ จะไปช่วย!”
เธอเอามือเท้าเอวพยักหน้าพอใจ
          “แค่นี้ก็เรียบร้อย…อิอิ”
          “ป๊อก!”
กำปั้นเล็ก ๆ เคาะลงบนหัวเธอ
          “โอ๊ย!!” นิโคลร้อง
          “เรน! เคาะหัวเราทำไม!”
ด้านหลังเรนกับไคลน์ยืนหน้าดุ
          “รู้แล้วว่าใครเป็นแม่สื่อ”
เรนพูดเสียงนิ่ง
          “เธอต้องโดนปรับพฤติกรรมก่อนเพื่อนเลยนะ นิโคล”
          “เฮ้ เดี๋ยวสิ—!!”
ทั้งสองคนหิ้วปีกนิโคลลากกลับฐานไปทันที
เสียงโวยวายค่อย ๆ ไกลออกไป
 
 

อีกด้าน
ในซอยแคบ ที่ตอนนี้เงียบและไร้ผู้คน
          “โอ้ย…คุณน้ำแข็ง” กรถอนหายใจแรง “เรามาไกลพอแล้วนะครับ”
น้ำแข็งหยุดหันกลับมา สายตาตรงและหนัก
          “บอกมา” เสียงเธอต่ำ
          “ระหว่างที่เราห่างกัน……นายมีผู้หญิงคนอื่นหรือเปล่าแล้วทำอะไรบ้าง แล้วทำไมถึงสนิทกับนิโคลขนาดนั้น”
กรชะงัก
          “…ผู้หญิงคนอื่น? หมายความว่าไงครับ ผมไม่มี—” เขาสะดุดคำตัวเอง
          “เอ่อ…ไม่ใช่…ผมมีแต่หนูแดง—เดี๋ยว…ไม่ใช่แบบนั้น ผม—” ยิ่งพูด ยิ่งเละ
น้ำแข็งจ้องไม่กระพริบ
          “แล้วนิโคลล่ะ นายต้องให้ฉันกังวลด้วยไหม”
กรสูดหายใจพยายามตั้งสติ
          “เดี๋ยวก่อนครับ…คุณนิโคลเป็นเพื่อนคุณนะครับ ผมว่าเธอแค่—หวังดี”
เขาหยุดก่อนจะพูดต่อ
          “…แล้วที่คุณถามผมแบบนี้” สายตาเขาจริงจังขึ้น “เหมือนเราเป็น ‘คู่รัก’ กันแล้วเลยนะครับ”
เงียบ
          “…มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ ใช่ไหมครับ”
น้ำแข็งนิ่งแววตาเปลี่ยนเหมือน “บางอย่าง” ถูกกดทับไว้กำลังจะหลุด
          “แล้วนายคิดว่าไง” เสียงเธอต่ำลงแต่ชัดขึ้น
          “คิดว่าฉันล้อเล่นหรือไง” 
เธอก้าวเข้าไปใกล้ ใกล้มากจนลมหายใจแทบชนกัน
          “นายนั่นแหละ……ต้องเป็นคนตอบฉันมาก่อน” ทั้งซอยเงียบเหมือนหยุดหายใจ
ครั้งนี้กรกรรณไม่หนีอีกแล้วหลังจากที่เขาเลือกปฏิเสธหนูแดงในวันนั้น เขาก็เข้าใจตัวเองและการปฏิเสธใครบางคนไปอย่างเจ็บปวดนั้น ความเสียสละของหนูแดงจะต้องไม่สูญเปล่า
ครั้งนี้เขาจะเลือกในสิ่งที่เขาเชื่อว่า “ถูกต้องที่สุด”
          “หัวใจของผม…” เขาพูดเสียงนิ่งแต่สั่นเล็กน้อย “…เป็นของคุณน้ำแข็งทั้งหมดให้คุณ…คนเดียว”
ทุกอย่างเงียบ
น้ำแข็ง ยังคงนิ่งไม่แสดงสีหน้า แต่ลมหายใจของเธอเริ่มถี่ขึ้น ตื้นขึ้น
          “…งะ…งั้น…” เสียงเธอแผ่วลงและติดขัดอย่างที่ไม่เคยเป็น “…พิสูจน์สิ”
เธอก้าวเข้ามาอีกก้าว
          “…ตอนนี้เลย”
กรชะงัก
          “พิสูจน์…ผม…” เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไง
น้ำแข็งเม้มปากเล็กน้อยเหมือนตัดสินใจบางอย่าง
          “จูบฉันสิ” เสียงเธอต่ำ สั่น “ต้องให้ฉันเป็นฝ่ายจูบนายทุกครั้งเลยหรือไง…”
เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
          “เลิกทำเหมือนฉันเป็นเจ้าหญิงได้แล้ว…”
          “…ทำให้ฉันเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง”
          “…เป็นของนาย”
          “ฉันต้องการแค่นั้น…”
กรไม่พูดอะไรอีกเขาค่อย ๆ เอื้อมมือไปโอบเธอเข้าใกล้ หัวใจเต้นแรงจนแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
แล้วเขาก็ก้มลงสัมผัสนั้น สั่น ไม่มั่นคงแต่จริง
น้ำแข็งเองก็ไม่ต่างกันมือของเธอกำเสื้อเขาแน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะหายไป เวลาเหมือนหยุด ไม่มีเสียง ไม่มีโลก มีแค่ “พวกเขา” เนิ่นนาน
ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อย ๆ แยกออกจากกัน ลมหายใจยังไม่ปกติ
          “ใช่…” น้ำแข็งพูดเบา ๆ “…แบบนี้แหละ”
เธอถอยออกจากอ้อมกอดเขา ช้า ๆ
แววตากลับมา “นิ่ง” อีกครั้ง แต่ไม่เหมือนเดิม
          “พรุ่งนี้…ฉันไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าสู่พื้นที่ปะทะ”
          “จะอยู่แนวหลัง…หรือไม่ก็ศูนย์บัญชาการ”
เธอเว้นจังหวะ
          “ฉันไม่อยากให้นายเข้าพื้นที่ปะทะเหมือนกัน” เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย
          “…ฉันไม่อยากเสียนายไป” มือของเธอดึงชายเสื้อเขาเบา ๆ
          “พรุ่งนี้…มาอยู่กับฉันนะ อยู่แนวหลังด้วยกัน”
กรนิ่งมือเขาค่อย ๆ จับมือเธอยกขึ้นและกุมไว้
          “…ไม่ได้ครับ” เสียงเขาเบาแต่ชัด “ผมทำแบบนั้นไม่ได้…ผมทิ้งหน้าที่ไม่ได้”
น้ำแข็งดึงมือกลับสีหน้ากลับไป “เย็นชา” เหมือนเดิม
          “ถ้าอย่างนั้น…” เธอหันหลังให้เขา
          “…สัญญาได้ไหม”
          “ห้ามตาย”
กรมองแผ่นหลังนั้น
          “ได้ครับ…ผมสัญญา”
          “…ถ้านายไม่ตาย” น้ำแข็งพูดต่อโดยไม่หันกลับมา
          “…ฉันจะรอนาย” ลมพัดผ่านซอยเบา ๆ
          “…รออยู่ที่เมืองหลวง…รอ…จนกว่านายจะพร้อมและมาหาฉัน”
ลมพัดแรงขึ้นเล็กน้อยไกลออกไป เสียงโลหะกระทบกัน เสียงคนเดิน เสียงคำสั่ง
เมืองทั้งเมืองยังไม่หลับ เพราะพรุ่งนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะยังมี “พรุ่งนี้” อีกหรือไม่
 
 
 
 
 
 
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา