ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  84 บท
  2 วิจารณ์
  5,201 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 16.14 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

78) ศรัทธาที่แทรกแซงหายนะ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
             เตรียมตัวเข้าสู่สนามรบฝั่งตะวันตกเฉียงใต้
             เจ้าหุ่นขี้ผึ้งลอยขึ้นช้า ๆ ก่อนบินออกไปทางหลังคาที่ยังซ่อมไม่เสร็จของบ้านเด็กกำพร้า เมื่อทุกคนเห็นเช่นนั้นเสียงสวดภาวนาก็กลับมาดังขึ้นอีกครั้ง ดังยิ่งกว่าเดิมหนักแน่นกว่าเดิมและเจ้าหุ่นเอง—สัมผัสได้ทันที
พลังศรัทธาจากแทบทุกทิศทางของเมืองหลั่งไหลเข้าสู่มันมากจนแทบล้นราวกับเมืองทั้งเมืองกำลัง “หายใจร่วมกับมัน” มันมุ่งหน้าไปทาง ฝั่งตะวันตกของวาเลเธีย ฝั่งที่ท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างผิดธรรมชาติ 
             ฝั่งที่—กองทัพโกเลมทองคำกำลังเคลื่อนทัพ
             ไม่นานนักมันก็มาถึง เจ้าหุ่นหยุดลอยอยู่เบื้องหน้ากองกำลังมนุษย์ที่เหลืออยู่ ไม่มีใครจับอาวุธ ไม่มีใครตั้งแถว บางคนพิงกำแพงเมืองรอความตายอย่างสงบ บางคนนั่งคุกเข่าสวดอ้อนวอนต่อกราวด้าหลังได้รับข้อความจากส่วนกลาง
เบื้องหน้า—บนเนินทุ่งหญ้าที่ห่างออกไป โกเลมทองคำ กำลังเดิน ช้า แต่หนักราวกับภูเขาเคลื่อนที่และมันกำลังเข้าใกล้ ทีละก้าว ไม่หยุด ไม่ลังเล
             ซาเฮลเงยหน้าขึ้นมองเจ้าหุ่นขี้ผึ้งตัวเล็กด้วยความประหลาดใจ
             “กราวด้า…?” “หรือท่านเป็นตัวอะไรกันแน่”
น้ำเสียงของเขาไม่รีบร้อน ไม่ตื่นตระหนก เขาแค่…รอเวลา
กองทัพกว่าสามหมื่นป้อมปืนเวทย์สี่กระบอกพังไม่เหลือซาก หุ่นขี้ผึ้งตัวเล็กเพียงหนึ่งฟุต—จะทำอะไรได้
             “กราวด้าหมายเลขหนึ่ง เจ้าค่ะ”
มันโค้งคำนับอย่างสวยงาม สงบ และให้เกียรติ
             “ขอบคุณมากที่ยอมสละทั้งกองทัพเพื่อวาเลเธีย”
มันเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
             “ก่อนที่ท่านจะได้พักขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมเจ้าค่ะ”
ซาเฮลหัวเราะแผ่ว ๆ อย่างเหนื่อยล้า
             “กราวด้า…หมายเลขหนึ่งงั้นหรือ”
             “…ได้สิ”
เขามองไปข้างหน้ายังไม่ละสายตาจากเนินทุ่งหญ้า
             “ฉันพักไม่ได้หรอก”
             “ไม่มีที่ให้พักแล้วถ้าโกเลมทองคำนั่นบุกมาถึง”
เจ้าหุ่นลอยเข้ามาใกล้เล็กน้อย
             “ท่านมองไปยังโกเลมพวกนั้น”
             “เห็นอะไรบ้างเจ้าค่ะ”
ซาเฮลชะงักก่อนจะมองไปตามคำถาม
             “ทำไมหรือ…?”
เขาเพ่งมองแสงอาทิตย์ยามเย็นกำลังคล้อยต่ำ
โกเลมทองคำต้องแสงสีแดงส้มสะท้อนเรืองรอง งดงามเกินกว่าจะเป็นเครื่องจักรสังหาร
             “ก็เห็นโกเลมสีทอง”
             “ต้องแสงพระอาทิตย์ยามเย็น”
             “แสงแดงส้มสะท้อนสวยงามมาก”
เขาพูดช้า ๆ ราวกับกำลังบันทึกภาพสุดท้ายของชีวิต
             “ยิ่งยามพระอาทิตย์กำลังจะตกแบบนี้…”
             “มันสวยเกินไปจริง ๆ”
เจ้าหุ่นขี้ผึ้งยิ้ม “ขอบคุณเจ้าค่ะ” มันโค้งอีกครั้ง “แค่นี้ก็ยืนยันได้แล้วว่าฉันไม่ได้ตาฝาด”
             “พักให้สบายนะเจ้าค่ะ ที่เหลือ…ข้าจะจัดการเอง” พูดจบเจ้าหุ่นบินออกไปทันที
มุ่งหน้าไปยังกองทัพโกเลมทองคำและหยุดลอยอยู่ตรงหน้าพวกมัน
             มัน ไม่ มองลงไปที่โกเลม
             ไม่สนใจขนาด
             ไม่สนใจจำนวน
             มันเงยหน้าขึ้นมองไปยังท้องฟ้า ท้องฟ้าที่มันเห็น—มืดสนิท ดำจนแม้แต่แสงอาทิตย์ยามเย็นก็ไม่อาจลอดผ่านและในความมืดนั้น—มี สายใยบาง ๆ นับร้อย นับพัน โยงลงมาเชื่อมต่อกับโกเลมทองคำ ทุกตัว การชักใย การควบคุม การบงการ สิ่งเหล่านั้น—ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ต้องเป็น ดวงตาเวทย์ขั้นสูง หรือดวงตาที่ “ถูกสร้างมาเพื่อมองเห็นความจริง”
เจ้าหุ่นขี้ผึ้งกราวด้าหมายเลข 1 คือผู้ที่มองเห็นมันทั้งหมดและในวินาทีนั้น—ความลับของโกเลมทองคำก็ถูกเปิดเผย
 
 

ผู้ชักใย — สิ่งที่ไม่ควรถูกมองเห็น
             มันไม่รอช้า เพราะทุกวินาที—คือทุกก้าวของหายนะ เจ้าหุ่นขี้ผึ้งเริ่มวิเคราะห์สิ่งที่ชักใยโกเลมทองคำอยู่นั้นคืออะไรกันแน่ ไม่มีบันทึกใดในยุคปัจจุบัน ไม่มีร่องรอยในคลังความรู้ที่มันได้รับมา
             แต่แล้ว—มันพบ รูปแบบ โครงสร้างเวทย์ที่ใกล้เคียงเวทย์มนต์โบราณ ไม่ใช่การควบคุมโดยตรง ไม่ใช่คำสั่งไม่ใช่พันธะ มันเป็นเพียง—หมอกพลางตัว
             ม่านบิดเบือนการรับรู้ ที่ทำให้ทุกสายตา มองไม่เห็นสิ่งที่ไม่ควรถูกเห็น เจ้าหุ่นเริ่มร่ายเวทย์หักล้าง สร้างคำนวณ ปรับสมดุล แล้ว— ยิง
เวทย์หักล้างพุ่งออกไประเบิดกลางอากาศหมอกดำแตกสลายเหมือนผ้าคลุมที่ถูกฉีกออกอย่างหยาบคายและในวินาทีนั้น—
             ตัวจริง ก็ปรากฏ เจ้าหุ่นค้าง นิ่งสนิท
             แม้เป็นร่างขี้ผึ้งมันยังรู้สึกได้ว่า—ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
บนท้องฟ้าเหนือโกเลมทองคำทั้งกองมีเพียง—หัว 
หัวของ ผู้วิเศษคนแรก ไม่มีร่าง ไม่มีลำตัว มีเพียงศีรษะขนาดมหึมา ใหญ่เท่าภูเขาลอยอยู่ในอากาศ หนวดเครารุงรังแผ่ขยายออกไปในทุกทิศและในหนวดเคราเหล่านั้น—ไม่ใช่เส้นขนแต่คือ แขน
แขนหลายร้อย ยืดยาว บิดงอ งอกออกมาจากหนวดเคราราวกับสิ่งมีชีวิตแยกส่วน บางแขนยืดออก บางแขนหดกลับ บางแขนหมุนวน บางแขนตวัดฟาด แขนนับร้อยขยับพร้อมกันเร็วกว่าขาแมงมุม ราวกับระบบประสาทที่ไม่ต้องใช้ความคิด 
แขนเหล่านั้น—คือสายใยกำลัง ชักใยโกเลมทองคำทุกตัว ทันทีที่หัวผู้วิเศษรับรู้ว่าหมอกดำหายไป—มัน สะดุ้งดวงตาปูดโปน กลอกไปมาอย่างตื่นตระหนกมองหาผู้ที่ทำให้มันถูกเปิดโปง แล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น โหยหวน แหลม ไม่ใช่เสียงของมนุษย์
เสียงที่เหมือน ความคิดที่กรีดร้อง เจ้าหุ่นขี้ผึ้งลอยถอยหลังโดยอัตโนมัติ พยายามตั้งหลัก พยายามไม่สั่น
             “……น่ากลัว”  มันพึมพำเสียงแผ่วแต่ชัดเจน
             “น่ากลัวเจ้าค่ะ…”
และในขณะเดียวกันมันก็เข้าใจทันทีว่า—สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เพียง ผู้ควบคุมโกเลม แต่มันคือ บางสิ่งที่ไม่ควรถูกมองเห็นและไม่ควรตื่นขึ้นมาในยุคนี้
             เมื่อศรัทธาเริ่มแทรกแซงหายนะ ทันทีที่ หัวยักษ์ นั่นมองเห็นกราวด้าหมายเลข 1—มันอ้าปากอันใหญ่ยักษ์และปล่อย แมลงสีดำ ออกมาฝูงแมลงทะลักออกจากลำคอราวหมอกมืดจำนวนมหาศาลรวดเร็วและไม่มีเสียงปีก
เจ้าหุ่นขี้ผึ้งตอบสนองทันที โครงสร้างเวทย์ที่เคยใช้สร้าง ป้อมปืน ถูกเปลี่ยนรูปแบบในเสี้ยววินาที
กลายเป็น รังตัวต่อ 18 รัง แต่ละรังเริ่มสั่นแล้วปล่อย ตัวต่อสีเขียว ออกมาอย่างต่อเนื่อง
สองฝูงปะทะกันกลางอากาศ มั่วซั่ว ไร้รูปขบวน ราวกับพายุที่ชนกันเองแต่ความจริงโหดร้ายชัดเจน—ตัวต่อของเจ้าหุ่นมีจำนวนน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด
พวกมันถูกล้อม ถูกกัด ถูกฉีก และสลายหายไปต่อหน้าดวงตาของผู้สร้าง
             “แย่แล้วเจ้าค่ะ…” เจ้าหุ่นพึมพำเสียงสั่นเล็กน้อย
             “วิญญาณของผู้วิเศษคนแรก…ทรงพลังจริง ๆ”
             “พลังศรัทธาของชาวเมือง…ยังไม่พอ”
แม้จะเสียเปรียบอย่างหนักแต่ตัวต่อบางตัวก็ยังฝืนฝ่าบินหลงเข้าไปและ กัดสายเชิด ขาด สายใยบางเส้นสะบั้นลง
—ซาเฮลที่ยืนอยู่ด้านล่างมองด้วย สายตาของคนธรรมดา เขาไม่เห็นหัวผู้วิเศษ ไม่เห็นแมลง ไม่เห็นสายใย
เขาเห็นเพียง—กราวด้าหมายเลข 1 ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ดูฝืน ดูสั่น ราวกับกำลังแบกรับบางสิ่งที่หนักเกินตัว
แต่ในขณะเดียวกัน—โกเลมทองคำ บางตัว ล้มลง แตกเป็นชิ้น ๆ
             “เอ้ย!!”
ซาเฮลอุทานหัวใจเต้นแรง
             “นั่นมัน…เจ้าหุ่นนั่นทำได้!!”
             “มันกำลังสู้กับอะไรบางอย่างอยู่แน่ ๆ!”
เขามองอย่างเอาใจช่วยโดยไม่รู้ว่ากำลังเชียร์ อะไร
ทหารคนหนึ่งที่คุกเข่าสวดภาวนาอยู่ก่อนแล้วรีบลุกขึ้นวิ่งเข้ามาหาซาเฮล
             “ท่านแม่ทัพ!”
             “สวดภาวนาให้เธอ!”
             “สวดให้กราวด้า!!!”
             “เดี๋ยว!!” ซาเฮลตะโกนกลับทันที “ทำไมฉันต้องทำแบบนั้น! ฉันไม่เชื่อเรื่องลัทธิไม่เชื่อพระเจ้ามาตลอดชีวิต! แล้วทำไมต้องสวดให้กราวด้า! หรือสวดให้…เจ้าหุ่นนั่น!”
ทหารคนนั้นไม่เถียงเขาเพียงยื่น คลิปจากส่วนกลาง ให้ดู
ภาพบ้านเด็กกำพร้า ภาพเจ้าหุ่นลุกขึ้น ภาพคำว่า ‘สวดให้กราวด้า’ 
             “ตอนนี้เจ้าหุ่นนั่นรับพลังจากศรัทธาของประชาชนทุกคนครับ”
             “และตอนนี้—มันกำลังสู้กับบางสิ่งที่พวกเราไม่เข้าใจและไม่อาจเอาชนะได้ด้วยอาวุธหรือกำลัง”
ซาเฮลนิ่ง เขามองขึ้นไปอีกครั้งมองกราวด้าหมายเลข 1 ที่ลอยอยู่ไกลลิบ โกเลมทองคำบางตัวที่ล้มลงถูกประกอบขึ้นใหม่และลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไป—มันหยุดเดิน ซาเฮลกำหมัดแน่น เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เขา ไม่เคยทำ มาก่อน
             “ติดต่อแนวรบฝั่งตะวันออกได้ไหม”
             “พวกเขา…ชนะแล้วใช่ไหม”
             “ต่อสายให้ที”
—เมื่อสัญญาณเชื่อมต่อสำเร็จ ซาเฮลเข้าเรื่องทันทีไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
             “ท่านเซราด”
             “ตอนนี้เราไม่มีเวลาอธิบาย”
             “กราวด้าหมายเลข 1 กำลังสู้อยู่กับบางอย่าง”
             “ถ้าเธอชนะ—มีความเป็นไปได้สูงว่ากองทัพโกเลมทองคำทั้งหมดจะหยุดทำงาน”
             “ขอให้ทุกคนหยุดอยู่ที่นั่น”
             “ไม่ต้องส่งกำลังมาเสริม”
เขากลืนน้ำลายก่อนพูดประโยคสุดท้าย ชัด หนักและจริงใจ
             “แต่ขอให้ทุกคน—สวดภาวนาให้ท่านกราวด้า”
             “เดี๋ยวนี้”
—และในวินาทีนั้น สงครามไม่ได้ตัดสินด้วยดาบหรือเวท แต่มันกำลังถูกตัดสินด้วย ศรัทธาของคนที่ไม่เคยศรัทธา
 
 

เมื่อศรัทธาทั้งสองฟากรวมเป็นหนึ่ง
หน้าจอสื่อสารฝั่งของเซราด ทหารทุกนายจ้องมองอย่างตั้งใจไม่มีใครละสายตา
รวมถึง—ขุนพลแห่งความมืดทั้งสาม
ริชชี่ถูกช่วยออกมาจากภูเขาทรายแล้ว เธอนั่งหอบอยู่ด้านหลังยังสั่นจากพลังที่ปลดปล่อยไปก่อนหน้า
ภาพบนจอคือ กราวด้าหมายเลข 1 ที่ยังคงลอยอยู่กลางอากาศต่อสู้กับสิ่งที่ไม่มีใครเข้าใจ
             “เจ้าหุ่นนั่น…ยังไม่ตายงั้นหรือ”
เกอร์พูดขึ้นน้ำเสียงตกใจ แต่ไม่มีความแค้นหลงเหลืออยู่เลย แม้เขาเคยถูกเจ้าหุ่นนั่น “ฆ่า” มาก่อนหนึ่งครั้ง
             “สวดภาวนาให้ท่านกราวด้า” เม็ตช์พูดเรียบ ๆ “ไม่เห็นจะผิดอะไร”
บัฟยิ้มมุมปากก่อนจะพูดอย่างไม่จริงจังนัก
             “อยากช่วยอยู่นะ” “แต่ปล่อยให้เจ้าหุ่นนั่นได้หน้าไปก่อนแล้วกัน”
เซราดมองภาพตรงหน้าขุนพลแห่งความมืดทั้งสาม คุกเข่า และสวดภาวนาให้กราวด้า—จักรพรรดินีของพวกเขา
ไม่มีใครขัดข้อง ไม่มีใครฝืน
ภาพนั้นทำให้บางอย่างในใจเซราดคล้อยตาม เขาสูดหายใจลึกก่อนจะตะโกนออกคำสั่ง
             “เพื่อราชินี!”
             “แจ้งข่าวให้ทุกหน่วยที่เหลือ—”
             “สวดภาวนาเดี๋ยวนี้!!!”
คำสั่งถูกถ่ายทอดออกไปทันที
ไม่นานนัก—กองกำลังที่เหลืออยู่ทั้งหมด ทั้งทหารแนวหน้า แนวหลัง หน่วยสนับสนุนต่าง คุกเข่า และสวดภาวนาพลังศรัทธาจากผู้คนที่แตกต่างหลั่งไหลรวมเป็นหนึ่งเดียว
มันไหลเวียนเข้าสู่จิตวิญญาณเทียมของกราวด้า
ผลของมันถูกส่งออกไปราวกับกระแสน้ำเชี่ยวกรากไม่มีสิ่งใดขวางได้
 
 

รังตัวต่อเวทย์ของเจ้าหุ่นที่เดิมเปล่งแสงสีเขียว เริ่มสั่นไหวสีของเวทย์ค่อย ๆ 
เปลี่ยนจากเขียวเป็น—ทอง
แสงศักดิ์สิทธิ์สาดออกมาจนแม้แต่หมอกดำก็ถอยหนี
             “ยอดเยี่ยมไปเลยเจ้าค่ะ!”
กราวด้าหมายเลข 1 พูดน้ำเสียงดีใจอย่างไม่ปิดบัง
             “พลังศรัทธาของชาวเมืองเข้มข้นจนเวทย์ของฉันเปลี่ยนเป็นสีทองแล้ว”
             “โครงสร้างของเวทศักดิ์สิทธิ์…”
             “พวกเขาบูชาฉันไม่ต่างจากเทพเจ้าแล้วเจ้าค่ะ”
มันยิ้มและในวินาทีนั้น—ตัวต่อสีทองก็พุ่งออกจากรัง ทรงพลัง หนักแน่นและบริสุทธิ์ ฝูงแมลงสีดำไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป
ตัวต่อสีทองพุ่งเข้ากัดสายใย สายแล้วสายเล่า ขาดสะบั้น โกเลมทองคำ ล้มลง แตกกระจาย ครั้งละสอง ครั้งละสาม ต่อหน้าเหล่าทหาร ต่อหน้าซาเฮลที่ยังคงสวดภาวนาให้กราวด้าไม่หยุดและในวินาทีนั้น—พวกเขาเริ่มเชื่อจริง ๆ แล้ว ไม่ใช่เพราะคำสั่ง ไม่ใช่เพราะปาฏิหาริย์ แต่เพราะพวกเขา เห็นด้วยตา
—สงครามกำลังเปลี่ยนทิศและผู้ที่กำลังชี้ชะตา ไม่ใช่ราชา ไม่ใช่แม่ทัพแต่คือ ศรัทธาของทุกชีวิตที่ยังไม่ยอมแพ้
 
 

             สายใยเส้นสุดท้ายที่เชื่อมโยงมือของผู้วิเศษกับโกเลมทองคำถูกกัดขาด ไม่เกิดเสียงระเบิด ไม่เกิดแสงแฟลช
มีเพียง—ความเงียบแล้ว—โกเลมทองคำ ทั้งกอง ก็กลายเป็นชิ้นส่วนทองคำที่แต่กระจายทับถมกัน ทุ่งหญ้าฝั่งตะวันตกถูกถมด้วยร่างทองคำมหาศาล แตก พัง ซ้อนทับกันราวซากอารยธรรมที่ล่มสลาย
ทหารมนุษย์ยืนนิ่งบางคนทรุดเข่าลงทันทีไม่ใช่เพราะเหนื่อยแต่เพราะ หัวใจรับไม่ไหว
ซาเฮลมองภาพนั้นริมฝีปากสั่นดวงตาแดงก่ำ
             “……จบแล้วงั้นหรือ”
แต่คำตอบ—ยังไม่ทันหลุดจากความคิดท้องฟ้าก็ กรีดร้อง
             —หัวของผู้วิเศษคนแรกหมุนกลับมาดวงตาปูดโปนเปล่งแสงบ้าคลั่งหนวดเคราที่เป็นแขนนับร้อยสะบัดพร้อมกันอย่างโกรธเกรี้ยว เสียงคำรามดังขึ้น ไม่ใช่เสียงพูด แต่เป็น เวทที่ถูกบังคับให้กลายเป็นเสียง เวทมนตร์โบราณ พุ่งออกจากดวงตา จากปาก จากปลายแขนทุกเส้น คลื่นพลังบิดเบือนความจริงฟาดใส่กราวด้าหมายเลข 1 โดยตรง
พื้นดินยุบ อากาศฉีก แสงทองคำถูกกลืนด้วยความมืดดำ
             —แต่เจ้าหุ่น ไม่ถอย มันยืนลอยนิ่งกลางการโจมตีราวกับเทพที่ยืนอยู่ท่ามกลางพายุ เวทศักดิ์สิทธิ์สีทองแผ่ออกมารอบตัว บาง ใส แต่แน่นหนาเกินจะทะลวง
เวทโจมตีของผู้วิเศษแตกสลายราวกับคลื่นซัดใส่หน้าผา
             “พลังเวทระดับนี้…” กราวด้าหมายเลข 1 พูดอย่างสงบไม่มีความตื่นตระหนกหลงเหลืออยู่เลย
             “ไม่สามารถแตะต้องฉันได้แล้วเจ้าค่ะ”
มันยกมือขึ้น ไม่ต้องร่ายยาว ไม่ต้องสร้างโครงสร้างซับซ้อนเพียงแค่ ชี้ แสงทองคำพุ่งออกไป ไม่ใช่เป็นลำไม่ใช่เป็นคลื่น แต่เป็นการปฏิเสธการมีอยู่แขนจำนวนมากของผู้วิเศษ ถูกแสงแตะต้องแล้ว หายไป ไม่ไหม้ ไม่แตกแต่ถูกลบ 
หัวผู้วิเศษคำรามพยายามร่ายเวทตอบโต้แต่ทุกโครงสร้างเวทที่ก่อตัวถูกแสงทอง “เขียนทับ” มันเริ่มถอยหนวดเครากระตุกอย่างไม่เป็นจังหวะดวงตาปูดโปนด้วยความตระหนกแท้จริง
เป็นครั้งแรก—ที่มันรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ผู้ถูกชักใยแต่คือผู้ที่อยู่เหนือโครงสร้างเวทของมัน
กราวด้าหมายเลข 1 ลอยเข้าไปใกล้
ช้า ๆ
สงบ
เหมือนผู้พิพากษาที่เดินขึ้นบัลลังก์
             “ข้าจะไม่ทำลายท่าน”
มันพูด
             “ไม่ใช่เพราะท่านสมควรได้รับความเมตตา”
             “แต่เพราะ—ท่านเป็น หลักฐาน”
มือเล็ก ๆ ยกขึ้นแสงทองก่อตัวล้อมรอบหัวผู้วิเศษ
             “หลักฐานว่าหายนะแบบนี้ไม่ควรถูกปล่อยให้ซ่อนอยู่ในความมืดอีกต่อไป”
—ท้องฟ้าสว่างขึ้นความมืดดำเริ่มแตกเป็นรอยเหมือนกระจกที่ถูกกดจากด้านในและในวันนั้น—กองทัพโกเลมทองคำล้มทั้งกอง ผู้ชักใยถูกเปิดโปงและเจตจำนงของกราวด้าได้ยืนอยู่ในระดับเดียวกับคำว่าเทพเจ้า
 
 

ท้องฟ้ายังคงแตกร้าวรอยแยกของความมืดค่อย ๆ หยุดขยายแสงทองคำยังคงลอยนิ่งครอบคลุมพื้นที่รอบกราวด้าหมายเลข 1
หัวของผู้วิเศษคนแรกดิ้นรนอย่างไร้ทิศทางดวงตาปูดโปนกลอกไปมาหนวดเคราที่เป็นแขนนับร้อยสะบัดอย่างบ้าคลั่งแต่ไม่อาจแตะต้องสิ่งใดได้อีก
มันถูกตรึงไม่ใช่ด้วยโซ่ไม่ใช่ด้วยเวทผูกมัดแต่ด้วย โครงสร้างเวทที่เขียนทับกฎของมันโดยตรง
กราวด้าหมายเลข 1 ลอยอยู่ตรงหน้า สงบ ไม่เร่ง ไม่โกรธ
             “ที่ของท่าน…” มันกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบ “ไม่ใช่โลกปัจจุบัน”
มือเล็กยกขึ้นแสงทองคำแผ่ออกกลายเป็นวงเวทซ้อนทับกันหลายชั้นลวดลายโบราณปรากฏเก่าแก่ยิ่งกว่าเวทใดที่ยังถูกใช้ในยุคนี้
พื้นดินด้านล่าง—สั่นไม่ใช่เพราะแรงแต่เพราะ การตอบสนอง
ประตูหนึ่งที่ไม่ควรถูกเปิดเริ่ม “จำตำแหน่งของตนเองได้อีกครั้ง”
สุสานผู้วิเศษสถานที่ซึ่งถูกสร้างขึ้นเพื่อกักเก็บ ไม่ใช่ศพ แต่คือ ความผิดพลาดของผู้รู้
แสงสีทองลากเส้นผ่านอากาศ เขียนพิกัด เขียนชื่อ เขียน “สิทธิ์การครอบครอง”
หัวของผู้วิเศษเริ่มถูกดึงถอยหลัง ย้อนคืนสถานะ เสียงคำรามดังขึ้น แหลม ยาว ไม่ใช่เสียงเจ็บปวดแต่เป็นเสียงของสิ่งที่ถูก “ปฏิเสธการมีอยู่ในยุคนี้”
หนวดเครา—แขน—ค่อย ๆ หดกลับ ละลาย สลาย ถูกเขียนทับ เหมือนไม่เคยมีอยู่ ก่อนที่ร่างศีรษะมหึมาจะถูกดึงหายเข้าไปในรอยแยกสีทอง ที่ปิดตัวลงทันที ไร้เสียง ไร้แรงสะเทือน
เหลือเพียง—ความว่าง
ท้องฟ้ากลับคืนแสงอาทิตย์ยามเย็นส่องลงมาอีกครั้งราวกับไม่เคยมีหายนะใดเกิดขึ้น
โกเลมทองคำทั้งกองกลายเป็นชิ้นส่วนทองคำกองทับถมแน่นิ่ง ไร้การเคลื่อนไหว ไร้จิต ไร้คำสั่ง
สงครามฝั่งตะวันตกสิ้นสุดลงแล้วกราวด้าหมายเลข 1 ค่อย ๆ ลดระดับลง แสงทองรอบกายเริ่มจางกลับสู่แสงอ่อนนุ่ม
มันมองไปยังเมือง ไปยังผู้คน ไปยังสนามรบที่เพิ่งผ่านวันสิ้นโลกมา
             “ภารกิจสำเร็จแล้วเจ้าค่ะ…”
เสียงนั้นแผ่วแต่มั่นคงก่อนจะหันไปยังสิ่งที่มันสัมผัสได้อีกจุดที่ไกลออกไป พลังของกราวด้าที่รุนแรงแต่อ่อนล้า มันรีบพุ่งไปยังทิศทางนั่นเพื่อเจ้านายของมันทันที
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา