ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  84 บท
  2 วิจารณ์
  5,201 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2569 16.14 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

76) ยังไม่รู้ผล

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
นรกใต้ดิน

            นรกไม่มีท้องฟ้ามีเพียงเพดานหินที่กลับหัวและทะเลลาว่าที่ไหลวนไม่รู้จบ ราห์ซูร์และไทฟอนปรากฏตัวพร้อมกันแรงเคลื่อนย้ายฉีกพื้นหินแตกเป็นวงกว้างลาว่าพุ่งขึ้นเป็นเสาไฟ
            วินาทีนั้นเอง—ไทฟอน หยุด ร่างมหึมานิ่งค้างเกล็ดสั่นกระแสพลังในร่างสะดุดราวกับบางสิ่งถูกตัดขาด
คลื่นพลังหนึ่งแผ่ออกมา ไม่ใช่เวท ไม่ใช่เสียง แต่เป็น การรับรู้สายสัมพันธ์ที่เคยเชื่อมถึงกัน—ขาดสะบั้น ลาดอน…หายไป แรงกดดันมหาศาลระเบิดออกจากร่างไทฟอน ลาว่ารอบตัวถูกยกขึ้นพร้อมกันพื้นนรกสั่นสะเทือนรุนแรง
มันคำรามเสียงนั้นไม่สะท้อนแต่มัน บิดโครงสร้างของนรก ร่างของมันเริ่มเปลี่ยน ขยายและยังขยายต่อไป
ปีกแผ่กว้างกว่าที่เคยเป็นบนผืนดินหลายเท่าเกล็ดแปรสภาพเป็นโลหะหลอมละลายสายฟ้าวิ่งอยู่ใต้ผิวราวกับเส้นเลือดของอสูร พลังไม่ถูกยั้ง ไม่มีคำสั่ง ไม่มีพันธนาการใดเหลืออยู่
พายุเพลิงสายฟ้าก่อตัวทันที ลาว่าถูกหอบขึ้นสู่กลางอากาศหมุนวนเป็นพายุไฟขนาดมหึมาสายฟ้าฟาดฉีกกลางพายุอย่างบ้าคลั่ง เพดานหินแตกเศษภูเขาลอยขึ้นก่อนจะถูกแรงดูดของพายุฉีกเป็นผง
ราห์ซูร์พุ่งตัวออกจากจุดศูนย์กลางแรงอัดพลังซัดร่างเขากระแทกผนังหินกลับหัวแตกกระจายเป็นแนวยาว
ไทฟอนกระพือปีก
            บูม—
พายุขยายตัวทันทีลาว่ากลายเป็นฝนไฟตกใส่ทุกทิศทาง ไทฟอนพุ่งตาม ไม่หยุด ไม่ชะลอ
กรงเล็บขนาดภูเขาฟาดลงราห์ซูร์ดีดตัวหนีพื้นนรกถูกฉีกจนเป็นร่องลึกหลายกิโลเมตร หางมันฟาดตามแรงกระแทกยกทะเลลาว่าทั้งผืนขึ้นมาก่อนจะถูกพายุเหวี่ยงกระจาย
ไทฟอนอ้าปาก แสงสีเงินสว่างวาบ เพลิงเงินพุ่งออกมา หนาแน่น รุนแรง บดอากาศจนเกิดสุญญากาศ
ทุกสิ่งในเส้นทาง—หายไป ราห์ซูร์หายวาร์ป ปรากฏตัวอีกจุดหนึ่งในเสี้ยววินาทีแต่แรงปะทะยังตามทัน แขนซ้ายเขาไหม้เกรียมเลือดกลายเป็นไอ ร่างกระเด็นฝ่าพายุไฟ
ไทฟอนไม่หยุด มันพุ่งไล่กดดันบีบพื้นที่พายุหมุนเร็วขึ้น สายฟ้าฟาดถี่ขึ้นนรกทั้งใบสั่นไหวราวกับกำลังแตกสลาย
ราห์ซูร์พุ่งฝ่าพายุ ผิวหนังไหม้เสื้อคลุมฉีกขาดเลือดไหลไม่หยุดแต่เขายังยืน ยังเคลื่อนไหว ยังไม่ถอย 
ราชามังกรคำรามอีกครั้งเสียงนั้นปลุกพลังในร่างมันจนถึงขีดสุด มันอ้าปากอีกครั้งเพลิงเงินพุ่งออกมา ใกล้กว่าเดิม แรงกว่าเดิม บ้าคลั่งกว่าเดิม
ราห์ซูร์พุ่งสวนเข้าไป แสงเงินและพลังเวทปะทะกันกลางอากาศเกิดคลื่นกระแทกที่ฉีกนรกออกเป็นสองฝั่ง ทั้งสองร่างถูกเหวี่ยงแยกกระแทกคนละทิศทิ้งร่องรอยการทำลายล้างไว้ทั่วนรก พายุยังไม่หยุดลาว่ายังลอยสายฟ้ายังฟาดและการไล่ล่า—เพิ่งเริ่มต้น
ไทฟอนคำรามไม่ใช่เสียง—แต่เป็นแรงสั่นที่ทำให้นรก หดตัว มันพุ่ง พายุทั้งลูกเคลื่อนที่ไปพร้อมร่าง ลาว่าและสายฟ้าห่อหุ้มกรงเล็บฟาดลงราวกับจะบดมิติทั้งชั้นให้แหลก
ราห์ซูร์ขยับ ไม่ถอย ไม่หลบ เขายกมือ มิติ หักงอ กรงเล็บปะทะกับช่องว่างแรงกระแทกระเบิดออกเป็นคลื่นนรกถูกฉีกเป็นร่องลึกข้ามขอบฟ้า
ทั้งสองถูกเหวี่ยงถอยก่อนจะพุ่งกลับเข้าใส่กันในเสี้ยววินาทีถัดมา
            โครม!!!
หมัดของราห์ซูร์ อัดด้วยพลังมิติบริสุทธิ์ กระแทกเข้ากลางอกไทฟอน เกล็ดโลหะหลอมละลายแตกกระจาย สายฟ้าระเบิดออกจากบาดแผลลาว่าพุ่งเป็นเสา
ไทฟอนสวนกลับทันที หางฟาด แรงปะทะบดอากาศราห์ซูร์ถูกฟาดกระเด็นทะลุชั้นหิน ร่างพุ่งผ่านลาว่าก่อนจะหยุดกลางอากาศ—ด้วยมิติที่บิดงอรองรับไว้
ไทฟอนอ้าปาก เพลิงเงินพุ่งออกมา หนาแน่นจนกลืนทุกแสง ราห์ซูร์พุ่งสวน เพลิงเงินปะทะกับกำแพงมิติ แตกกระจายเป็นฝนแสง แต่แรงยังทะลุผ่านเข้ามา โดนแขนของเขา 
แขนของราห์ซูร์แตกจน กระดูกโผล่ เลือดกลายเป็นไอ มิติเวทย์ของเขา ห่อหุ้ม กระดูกถูกเชื่อม กล้ามเนื้อฟื้นคืน ในเวลาไม่ถึงวินาที
ไทฟอนพุ่งเข้าซ้ำกรงเล็บแทงตรงราห์ซูร์จับกรงเล็บนั้นไว้แรงทั้งสองปะทะกันจนพื้นนรกยุบตัว ลาว่าทั้งผืนถูกยกขึ้นพร้อมกัน พายุหมุนจนกลายเป็นวงแหวนไฟขนาดยักษ์
ทั้งคู่ผลักกันโจมตี ไม่มีใครถอย สายฟ้าฟาดใส่มิติ มิติบิดใส่พายุ พลังสองแบบที่ไม่ควรอยู่ร่วมกัน กำลังฉีกโครงสร้างของนรกออกเป็นชิ้น ๆ
ไทฟอนมันคำรามเพิ้มความโกรธ พลังเพิ่มขึ้นอีกระดับ ร่างมันขยายอีกครั้ง ปีกบดเพดานหินจนแตก
ราห์ซูร์ตอบสนองด้วยพลังทั้งหมด อวตารราชามิติ ขั้นสูงสุด ร่างเขาเหมือนอยู่หลายตำแหน่งพร้อมกัน หมัดหลายทิศฟาดใส่ไทฟอนพร้อมกันในเวลาเดียวกัน แรงกระแทกถล่มร่างมังกร เกล็ดแตก ลาว่าปะทุ สายฟ้าระเบิดออกจากภายใน ไทฟอนโถมทับ ทั้งสองร่างตกลงสู่ทะเลลาว่า
            บึ้ม——!!
ลาว่าทั้งผืนกระจาย นรกทั้งใบสั่นสะเทือนแรงสั่นสะเทือน ทะลุออกนอกมิติ พายุยังหมุน ลาว่ายังลอย สายฟ้ายังฟาด และในใจกลางหายนะนั้น—อวตารราชามิติยืนเผชิญหน้ากับมังกรคลั่งแห่งนรก การต่อสู้ยังไม่จบ
นรกคำรามไม่ใช่จากเสียงแต่จาก โครงสร้างของมันเอง ที่กำลังรับไม่ไหว พายุเพลิงสายฟ้าของไทฟอนขยายจนกลืนทุกทิศ ลาว่าถูกยกขึ้นทั้งผืน สายฟ้าฟาดถี่ราวกับเส้นเลือดของโลกกำลังแตก
ไทฟอนพุ่งเข้าใส่ พลังทั้งหมดอัดอยู่ในร่างเดียว ไม่มีการยั้ง ไม่มีการควบคุม กรงเล็บฟาดหางถล่ม เพลิงเงินระเบิดออกจากปากอย่างบ้าคลั่ง ทุกการโจมตี มีเจตนาฆ่า
ราห์ซูร์ยืนรับ อวตารราชามิติขยายเต็มรูปแบบ มิติรอบร่างซ้อนทับกันเป็นชั้น พื้นที่บิด แตกราวกระจกร้าว แรงพิบัติถูกหักงอแล้วสะท้อนกลับ
หมัดปะทะกรงเล็บ แรงระเบิดฉีกนรกออกเป็นรอยแยก ลาว่าทั้งผืนถูกยกขึ้นก่อนจะตกลงมาใหม่ราวฝนไฟ
ไทฟอนโถม ราห์ซูร์สวน ร่างทั้งสองชนกันกลางอากาศ เกิดคลื่นกระแทกที่บดเพดานหินให้แตกสลาย ภูเขานรกถล่มลงสู่ทะเลลาว่าก่อนจะถูกพายุยกขึ้นฉีกเป็นผง
ราห์ซูร์ตอบโต้ เวทขนาดใหญ่ก่อตัว ไม่ใช่วงเดียว แต่ ซ้อนทับหลายชั้น พลังมิติอัดใส่ไทฟอนโดยตรง ร่างมังกรกระแทกถอย เกล็ดแตกสายฟ้าระเบิดจากบาดแผล
ไทฟอนคำรามพลังพุ่งขึ้นอีกระดับ มันฝืนร่างที่เริ่มเสียสมดุล พุ่งกลับมาอีกครั้ง ทั้งสองปะทะกันซ้ำแล้วซ้ำเล่าแรงกระแทกแต่ละครั้งทำให้นรก “ยุบ” ลงทีละชั้น
จนกระทั่ง—ราห์ซูร์ หยุด ไม่ถอย ไม่พุ่ง แต่ ยืน มิติรอบตัวเขานิ่งสนิท ทุกอย่างในรัศมีถูกตรึง ลาว่าหยุด สายฟ้าค้าง พายุหยุดหมุนแล้ว—เวทขนาดมหึมาก็ เปิดออก วงเวทซ้อนทับกันเป็นชั้น ๆ ขยายเต็มฟากนรกพลังอัดแน่นจนพื้นที่ส่งเสียงแตก ไทฟอนพยายามขยับ แต่พลังมิติ กดทับ บีบ ฉีก
เวทระลอกแรกอัดเข้าใส่ ร่างไทฟอนกระแทกพื้น ลาว่าระเบิดขึ้นเป็นคลื่น ยังไม่จบ
            ระลอกที่สอง
            ระลอกที่สาม
            ระลอกที่สี่—
พลังเวทถล่มไม่หยุด เหมือนภูเขาทั้งลูกถูกอัดซ้ำ ๆ เกล็ดแตก ปีกฉีก สายฟ้าดับลงทีละเส้น
ไทฟอนคำรามแต่เสียงแผ่วลงเรื่อย ๆ เวทระลอกสุดท้ายอัดเข้าใส่เต็มกำลัง ร่างมังกรถูกกดลงกับพื้นนรกหินแตก ลาว่าไหลท่วม แล้ว—ทุกอย่างก็ เงียบ พายุสลาย สายฟ้าดับ ลาว่าค่อย ๆ ตกกลับสู่พื้น
ไทฟอนนอนแน่นิ่ง ร่างมหึมาบิดเบี้ยว เกล็ดแตกทั่วตัว ปีกฉีกขาด ลมหายใจหนักและไม่สม่ำเสมอยังมีชีวิต แต่—ไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป
ราห์ซูร์ยืนอยู่ท่ามกลางซากนรก อวตารราชามิติค่อย ๆ คลายลง มิติรอบตัวกลับสู่สภาพบิดเบี้ยวที่ยังไม่ฟื้น นรกทั้งใบไม่เหมือนเดิมอีกแล้วและการต่อสู้—จบลงที่นี่ แต่ผลของมัน…ยังไม่จบ
 
 

เขาลอยนิ่งอยู่กลางอากาศ ยืนเหนือร่างมังกรขนาดมหึมาที่นอนหายใจรวยรินอยู่เบื้องล่าง ลาว่าค่อย ๆ ไหลกลับเข้าท่วมร่างของไทฟอน ช้า ๆ หนัก ๆ ราวกับผืนดินกำลังกลืนซากภัยพิบัติกลับคืน
ราห์ซูร์ยกมือขึ้น เวทย์สีดำเริ่มก่อตัววงแล้ววงเล่า—ขนาดใหญ่เท่าร่างของเขาเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ
วกมันซ้อนทับกัน แน่น
ทึบจนแทบไม่เหลือพื้นที่ว่างให้เห็น
สีดำไม่ใช่ความมืดแต่คือ ความว่างเปล่าที่บริสุทธิ์ ทรงพลัง ละเอียด และปราศจากสิ่งเจือปนใด ๆ เวทย์นั้น—เพียงพอจะลบการมีอยู่ของไทฟอนออกจากโลกได้โดยสมบูรณ์
ไทฟอนเหลือบตามองขึ้นมา ลมหายใจแผ่วเบา มันรู้ดี—หากเวทย์นั้นตกลงมาในสภาพร่างกายเช่นนี้มัน ตายแน่นอน และในวินาทีที่ความตายอยู่ตรงหน้า ไทฟอนเลือกทำสิ่งหนึ่ง ที่ราห์ซูร์ไม่เคยรู้มาก่อนว่า “พวกมัน” ทำได้
เสียงคำรามต่ำดังขึ้นแผ่ไปทั่วผืนนรก
            “ข้า…แพ้แล้ว……”
            “หากท่านต้องการ…ขอทำสัญญา……”
ราห์ซูร์ชะงัก เวทย์สีดำหยุดนิ่งกลางอากาศ ความประหลาดใจแล่นผ่านดวงตา มัน…กำลังพูดกับเขา?
            “หมายความว่าไง”
            “ทำสัญญาคืออะไร?”
เขาถามอย่างระแวดระวังพร้อมปล่อยให้วงเวทย์สลายไปทีละชั้น
ไทฟอนหายใจหนักแต่ยังตอบอย่างชัดเจน
            “มนุษย์ที่สามารถครอบครองพลังมหาศาลเช่นเจ้า มีสิทธิ์ควบคุมข้าได้”
            “หากพลังเวทย์ของเจ้ามากพอ เจ้าจะสามารถเรียกข้าเพื่อทำลายศัตรูของเจ้าได้”
            “ผ่านสัญญาเวทย์—และข้าจะเชื่อฟังเจ้าในทุกคำสั่ง”
ราห์ซูร์จ้องมันนิ่ง
            “ได้…แต่รีบหน่อย”
            “ฉันมีเวลาไม่มาก”
ไทฟอนรวบรวมแรงที่เหลืออยู่ กางวงเวทขนาดใหญ่ขึ้นตรงหน้ามัน
ตรงกลางวงเวทเปลวไฟสีเงินลุกโชติช่วงสว่างราวแก่นของดวงอาทิตย์
            “ดวงวิญญาณของข้า…”
            “จงรับไป”
            “หากเจ้าไม่ถูกแผดเผา เจ้าก็เป็นผู้ครอบครองพลังของข้าอย่างแท้จริง”
ราห์ซูร์ลอยตัวลงยื่นมือแตะเปลวไฟสีเงินนั้น ทันทีที่สัมผัส—ไฟเงินลุกท่วมร่างเขาแต่…มันไม่อาจทำอันตรายได้ เปลวไฟค่อย ๆ กลืนหายราวกับถูกดูดซับ ดับไปอย่างสงบ
ในวินาทีนั้นราห์ซูร์รับรู้ถึงจิตอันมหาศาลของไทฟอนที่ไหลเข้ามาเชื่อมต่อและตอบสนองต่อคำสั่งได้เพียงความคิด การทำความเข้าใจเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ยาก ไม่นาน เขาเงยหน้ามองร่างมังกรที่จมลาว่าลงไปกว่าครึ่ง ขยับไม่ได้ ใกล้ตาย
            “แล้วเจ้าต้องการอะไร เพื่อรักษาชีวิตในตอนนี้ไหม?”
ไทฟอนตอบด้วยเสียงแผ่ว
            “ไม่…”
            “เพียงปล่อยให้ข้านอนอยู่ที่นี่”
            “ไม่เกินสิบวันข้าจะกลับมาแข็งแกร่งสมบูรณ์และรับใช้ท่านได้อีกครั้ง”
มันหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อ
            “หากท่านต้องการกลับสู่ผืนดินข้าสามารถช่วยได้”
            “เพลิงของข้า สามารถเจาะขึ้นไปด้านบนได้ แม้จะใช้เวลานาน”
            “เจาะเปลือกโลกงั้นหรือ…”
ราห์ซูร์พึมพำ ก่อนพยักหน้า
            “ได้…ถ้าเจ้ายังไหว”
ไทฟอนที่ร่างกายแทบขยับไม่ได้ อ้าปาก ตั้งฉากกับผืนดินที่กลับหัว มันรวบรวมแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่แล้วยิง—เพลิงเงินพุ่งออกมาเป็นเส้นตรงราวลำแสงจากปืนเวทย์ ลำแสงสีเงินทะลวงดินอย่างรวดเร็วเผาหินจนหลอมละลายเจาะทะลุชั้นหินโดยไม่ลดความเร็วแม้แต่น้อย ราห์ซูร์มองภาพตรงหน้าอย่างตะลึง
ไทฟอน…อาจสามารถพ่นเพลิงเช่นนี้ได้ เป็นวัน หากจำเป็น
            เขาไม่อยากคิดเลยว่าหากวาเลเธียถูกลำแสงนี้เข้าไปจะเหลืออะไรอยู่บ้างและในวันนั้นราห์ซูร์ได้สิ่งที่อันตรายยิ่งกว่าการฆ่า—สัตว์อัญเชิญแห่งเพลิงเงินผู้เคยเป็นภัยพิบัติและบัดนี้…คือพลังในมือของเขา
ราห์ซูร์รออย่างกังวล เขาจับจังหวะของเปลวเพลิงอย่างระมัดระวังกลัวว่าเส้นทางของมันจะพุ่งทะลุขึ้นไปยัง วาเลเธีย เขาตัดสินใจในที่สุด เวทย์ป้องกันถูกเรียกขึ้นหลายชั้นซ้อนทับกันเป็นทรงกลมคล้ายลูกแก้วครอบร่างเขาไว้อย่างแน่นหนา แล้วเขาก็พุ่งเข้าไปในเปลวเพลิงของไทฟอน
            ราวกับกระโดดขึ้นรถไฟขนส่งที่ไม่มีเบรก แรงอัดของเพลิงเงินผลักลูกแก้วเวทย์พุ่งขึ้นตามแนวลำแสงความร้อนบดทุกสิ่งรอบตัว แต่ไม่อาจทะลวงเข้ามาได้
ไม่นานนักเขาสัมผัสสิ่งแรก—ทราย ทรายใต้พื้นพิภพ ปลายทางของเพลิงคือ ทะเลทรายแห่งทวีปมอร์ดานิส
            “หยุดยิงได้แล้ว!!” เขาสั่งผ่านจิตที่เชื่อมกับไทฟอน “ต่อจากนี้ ฉันจะไปเอง”
ลำแสงเพลิงเงินดับลงราห์ซูร์ใช้เวทวาร์ปส่งตัวเองขึ้นไปเหนือผืนทรายได้สำเร็จ
เบื้องล่างมังกรยักษ์กลับสู่ความเงียบปล่อยให้ร่างกายเยียวยาตัวเองตามสัญญา
ราห์ซูร์มองขอบฟ้าหายใจลึก
            “หวังว่าเม็ตช์กับบัฟจะเอาอยู่นะ…”
            “ตอนนี้ฉันคงต้องเข้าไปช่วยสนามรบที่ใกล้ที่สุดก่อน”
เขามุ่งหน้าไปยังสนามรบที่อยู่ในใจมาตลอด—สนามรบของกราวด้า
 
 
 

ทุ่งหญ้าฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของวาเลเธีย
เม็ตช์กับบัฟลอยอยู่กลางอากาศ เบื้องล่างไม่ใช่สนามรบธรรมดาอีกต่อไปมันคือ—ความผิดพลาดที่มีชีวิต
ไฮดรา ไม่ใช่ร่างเดิมอีกแล้วตัวมันพองบวมผิดธรรมชาติ ลำตัวติดกันเป็นก้อนเหมือนเนื้องอกของสัตว์อสูรหลายร่างที่หลอมรวมกัน หก…เจ็ด…หรือมากกว่านั้น หัวเกือบห้าสิบหัวงอกออกมาในทุกทิศทางแต่ละหัวพยายาม “เคลื่อนไหวตามความตั้งใจของตัวเอง”
ผลลัพธ์คือ—มันแทบเคลื่อนที่ไม่ได้ แต่กลับยิงสายฟ้ามั่วไปทั่วสนามเหมือนพายุที่ไร้ศูนย์กลาง
บัฟถอนหายใจยาว เขาลองมาแล้วทุกอย่าง

สั่งให้มันตาย → มันตาย ชั่วคราว แล้วงอกเพิ่มเป็น สองตัวติดกัน
สั่งให้หัวใจหยุดเต้น → หัวใจใหม่งอกมา อีกสองดวง
สั่งตัดหัวทั้งหมด → หัวงอกกลับมา มากกว่าเดิม
เปลี่ยนร่างเป็นน้ำ → งอกใหม่ ก่อน จะสลาย

วาจาประกาศิต…ตามไม่ทันการงอกของมัน
ตอนนี้ไฮดรามีขนาด ใหญ่กว่าไทฟอน แม้พลังต่อหัวจะด้อยกว่าแต่มันไม่มี “จุดจบ”
เม็ตช์ลอยอยู่กลางอากาศ มือไขว้หลังมองภาพตรงหน้าอย่างหมดหนทาง
            “ยินดีด้วยนะครับ”
            “ปีนี้คุณคงได้รางวัล ผลงานอัปลักษณ์ยอดเยี่ยมแห่งปี แน่นอน”
บัฟเหลือบตามองสีหน้าเหนื่อยล้า
            “ถ้าปากเก่งนัก”
            “ก็ฆ่ามันให้ดูหน่อยได้ไหม คุณผู้ดีแต่เปลือกนอก”
เม็ตช์หัวเราะแผ่ว ๆ
            “ส่งมันไปมิติอื่นดีไหม”
บัฟหันขวับ
            “นายกำลังบอกให้ฉันโกยขยะบ้านตัวเอง ไปทิ้งบ้านคนอื่นอย่างนั้นหรือ”
เขาส่ายหน้า
            “ฉันจะใช้วิธีนั้นเป็น ทางเลือกสุดท้าย”
            “แต่ตอนนี้…ฉันอยากรู้มากกว่า” เขามองไฮดราที่กำลังยิงสายฟ้าใส่อากาศว่างเปล่า
            “มันไม่ได้แข็งแกร่ง” “แต่มัน ไม่มีเงื่อนไขให้ตาย”
บัฟนิ่งไป เขาคิด แต่ยังหาคำตอบไม่ได้
   
    
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา