ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,470 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

61) หลังสงครามสิ้นสุด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
– กราวด้า ลุกเป็นไฟ และสลายไป –
นั่นคือภาพสุดท้ายที่ราห์ซูร์มองเห็นเธอได้ในชีวิตนี้ เขาทรุดลงนั่ง หัวใจด้านชา สติลอยไร้จุดเกาะ เอมิลี่ยังคงกอดเขาไว้แน่น ทั้งคู่แทบไม่รับรู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด ความมืดปกคลุมซากคฤหาสน์ ก่อนที่กองทหารสำรวจจะเข้ามาถึง
          “เทพปฐพีช่วย!! เราพบคาเรน—ท่านคาเรนตายแล้ว!!”
เสียงตะโกนของทหารนายแรกดังสะท้อนไปทั่วซากอาคาร พวกเขาพบราห์ซูร์และเอมิลี่นั่งพิงกัน หลับใหลในสภาพหมดแรงแต่ยังมีลมหายใจ
          “อยู่ตรงนี้!! พบเจ้าชายราห์ซูร์ยังมีชีวิต! เอมิลี่ก็ด้วย! เร็ว เข้ามาช่วย!!”
ทหารเข้ามาอุ้มทั้งสองออกไป และเริ่มเก็บหลักฐานทั่วบริเวณ แต่ไม่มีใครกล้าแตะต้อง “รูปปั้นเซเรสที่ลุกไหม้ด้วยไฟสีฟ้าคราม” — เปลวไฟนิรันดร์ที่ไม่อาจดับลง ซึ่งคือ ไฟแห่งความมืดของกราวด้า ที่สถิตเป็นตราประทับสุดท้ายก่อนตาย
 
 

รายงานทางการถึงองค์ราชาอัลเทรนน์
อ่านโดยมหาดเล็กหลวง 
สรุปผลศึก “วาเลเธียปะทะกองทัพความมืด”
ผลแห่งชัยชนะ: อาณาจักรวาเลเธียสามารถทำลายลัทธิมืดได้โดยสมบูรณ์

ลอร์ดเซเรส : ถูกสาปเป็นหินชั่วนิรันดร์
บาโฟเมต : หายสาบสูญ
โอซิริส : สิ้นชีพในสนามรบ
ด็อปเปลแกงเกอร์ : ถูกทำลาย
อะบิส : ถูกสังหาร
กองทัพปีศาจทั้งหมด : ถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก

อย่างไรก็ตาม—ชัยชนะครั้งนี้ต้องแลกด้วยความสูญเสียมหาศาล
 
 

⚔️ ผู้สูญเสียฝ่ายวาเลเธีย 
เสียชีวิตในหน้าที่

ราชครูกราวด้า มอร์นไวน์
ราชองครักษ์คาเรน ไครอส
องครักษ์เจ้าชาย แซร์ค วาเลน
อดีตราชครูเมธรัส เวียร์เวล

ทหารเสียชีวิต

ทหารดาบ :1,871 นาย
หน่วยธนู : 621 นาย
จอมเวท : 589  นาย
บุคลากรสนับสนุน : 361 นาย

ความสูญเสียลับ (รายงานเฉพาะพระเนตร)

หัวหน้าหน่วยมือสังหาร อิเรน วาเลน
มือสังหารในสังกัด : 82 นาย(ปิดเป็นความลับของรัฐ)

 

          ความเสียหายของอาณาจักร
จากการประเมินเบื้องต้น—

เมืองหลวงเสียหาย มากกว่าครึ่ง
ประชากรล้มตาย/สูญหาย ประมาณ 35%
ทรัพย์สินสาธารณะ–กองกำลัง–สภาเวท เสียหายหนักอาณาจักรเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากทั้งด้านกำลังพลและเศรษฐกิจ

 

เมื่อมหาดเล็กอ่านรายงานทั้งหมดต่อหน้าพระพักตร์ พระราชาทรงยิ้มอ่อน—รอยยิ้มสุดท้ายแห่งความโล่งใจและเศร้าในคราวเดียวกัน ก่อนที่พระองค์จะตรัสด้วยเสียงแผ่วเบา:
          “ขอบคุณทุกชีวิต… ที่เสียสละเพื่ออาณาจักรของเรา”
จากนั้น พระองค์ทรงหลับตาลงอย่างสงบและ ไม่ทรงลืมตาขึ้นอีกเลย
สามวันผ่านไป
ราห์ซูร์ยังคงตกอยู่ในสภาวะช็อก ทุกเรื่องพุ่งเข้ามาอย่างรุนแรงราวกับพายุที่ไม่มีเวลาตั้งตัว โดยเฉพาะเรื่องของกราวด้า—เขา ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรกับเธอเลยเป็นครั้งสุดท้าย
เขาไม่ได้บาดเจ็บ
ไม่ได้ต่อสู้
ไม่ได้ทำอะไรเลยในศึกครั้งนี้
แต่กลับเป็นคนที่ “แตกสลาย” มากที่สุด
 
 

หัวของหุ่นขี้ผึ้งถูกพบในสถานที่ต่อสู่กับขุลพลอสูรทั้ง 3 ตน (เกอร์ รีชชี่และอาบิส) ทหารทุกนายคิดว่าเป็นเพียงของเล่นที่ประชาชนสร้างขึ้นเพื่อบูชาจอมเวทหญิงผู้ล่วงลับ แต่ก็ไม่ควรถูกทิ้งไว้จึงเก็บกลับมา พวกเขาจึงนำมันกลับมาวัง — อย่างไม่มีใครใส่ใจ
แต่เมื่อราห์ซูร์เห็น…หัวใจเขายิ่งถลำจมลงลึกกว่าเดิม เขานึกถึงคำที่หุ่นเคยบอกไว้
          “อยากอยู่ใกล้ท่านตลอดเวลา”
นั่นคือสิ่งเดียวที่ “กราวด้า” เวอร์ชันนั้นต้องการ…และตอนนี้มันเหลือเพียง “หัว” ที่ไร้ร่าง
ราห์ซูร์จึงสั่งให้ฝ่ายช่าง สร้างหุ่นขี้ผึ้งรูปกราวด้าขนาดเล็กจากชิ้นส่วนเดิม แล้วให้เขาอุ้มติดตัวไว้ตลอดวันไม่ให้ห่างจากอกของเขาแม้แต่วินาทีเดียว
 
 

แต่ไม่ใช่แค่หุ่นขี้ผึ้งเท่านั้นที่อยู่ข้างเขา เอมิลี่… ยังคงเดินตามเขาทุกย่างก้าว
เธอดีขึ้นแล้ว กลับมาพูดคุยได้ตามปกติ กลับมายืนในตำแหน่งเดิม — รองหัวหน้าราชองครักษ์
และที่น่าประหลาดกว่านั้น คือเธอ ไม่เคยเอ่ยถึงเหตุการณ์วันนั้นเลย
ไม่พูดถึงการสังหารอิเรน ไม่พูดถึงคาเรน ไม่พูดถึงเลือดที่เปื้อนมือเธอ
ในเมื่อราห์ซูร์ไม่พูดเธอก็เลือก “ไม่พูด” เช่นกัน
เธอเพียงยืนอยู่ข้างเขา
นิ่ง เงียบ
เหมือนเงาของความผิดที่ยังไม่ถูกสะสาง
 
 

ถึงราห์ซูร์จะ “ไม่พร้อมสำหรับอะไรเลย”แต่หน้าที่ของเจ้าชายไม่อาจหยุดพักได้
เมืองล่มสลาย
ประชาชนขาดผู้นำ
การฟื้นฟูต้องเริ่มทันที
แม้สายตาของเขาจะยังว่างเปล่า
แต่เขาก็ยังนั่งหัวโต๊ะประชุมทุกครั้ง
ยังรับฟังรายงานอย่างมีสติพอจะตัดสินใจ
แม้น้ำเสียงจะเบาเหมือนคนที่เสียส่วนหนึ่งของหัวใจไปแล้วก็ตาม
และเอมิลี่…ยังคงยืนอยู่ด้านหลังเขา ในฐานะราชองครักษ์ผู้เฝ้าชีวิตเขา—ทั้งกายและใจ
ไซรัส อัลเดรน หญิงสาววัย 25 ปี หนึ่งในศิษย์ผู้ปราดเปรื่องที่สุดของกราวด้า ถูกแต่งตั้งให้รักษาการตำแหน่งราชครูเป็นการชั่วคราว
เธอเสนอในที่ประชุมด้วยน้ำเสียงหนักแน่น และท่าทีจริงจัง
          “โครงสร้างของอาณาจักรต้องได้รับการจัดการใหม่โดยเร็วที่สุด และเจ้าชายราห์ซูร์… ต้องขึ้นรับตำแหน่งราชา”
ไม่มีใครคัดค้านเลยแม้แต่คนเดียว แม้ราห์ซูร์จะยังไม่พร้อมในสภาพจิตใจ แต่เขาก็ลุกขึ้นและโค้งศีรษะ รับรองข้อเสนอของไซรัสอย่างสุภาพ
ไซรัสหันไปมองเอมิลี่ สายตาคมของนักเวทสาวเหมือนอ่านทะลุความคิดของคนทั้งห้อง
          “และเอมิลี่… ขณะนี้เราเสียคาเรนไปแล้ว หัวหน้าราชองครักษ์ตำแหน่งว่าง ตามธรรมเนียม ผู้เป็นรองหัวหน้าจะได้เลื่อนขึ้นโดยอัตโนมัติ ท่านพร้อมรับตำแหน่งหัวหน้าราชองครักษ์หรือไม่?”
เอมิลี่ชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง
          “หัวหน้าราชองครักษ์? ฉัน… หรือ?”
ทันทีที่เธอคิดได้ว่าตำแหน่งนี้คือ พันธะสัญญาแห่งราชา — พิธีผูกวิญญาณระหว่างราชาและหัวหน้าองครักษ์หัวใจของเธอแทบพองจนเก็บซ่อนความดีใจไม่อยู่
มันหมายความว่า…เธอจะได้อยู่เคียงข้างราห์ซูร์ตลอดไป อย่างเป็นทางการ โดยไม่มีใครแยกจากกันได้อีก
          “ฉันรับ!! ฉันจะทำให้ดีที่สุด ฉันจะดูแลราชาของฉันให้ดีที่สุด!!!”
เสียงของเธอสั่นด้วยความปลื้มปิติแทบล้น
ไซรัสพยักหน้าอย่างเป็นทางการ แต่แววตายังคงเปี่ยมด้วยความเคารพต่อผู้เสียสละทั้งหลายที่จากไป
          “นี่จะเป็นสัญลักษณ์แห่งการฟื้นฟูอาณาจักร ราชาองค์ใหม่… ผู้ทำลายความมืดและจะคืนความมั่นใจให้ประชาชนอีกครั้ง”

          หลังการประชุม
ราห์ซูร์เดินออกมานั่งยังสวนหลวงของวัง ต้นไม้สีเขียวชอุ่ม พุ่มดอกไม้ หญ้านุ่ม—ทุกอย่างดูสวยงามราวกับสงครามไม่เคยเกิดขึ้น
เขานั่งเงียบในอ้อมแขนยังคงกอดหุ่นขี้ผึ้งกราวด้าตัวเล็กไว้แน่น เหมือนกำลังยึดเศษเสี้ยวสุดท้ายของหัวใจตนเองไม่ให้หลุดหายไป
เอมิลี่เดินตามเขามาอย่างภาคภูมิใจ ตอนนี้เธอมีทุกอย่างที่ต้องการ ตำแหน่ง ข้างกายของราห์ซูร์ อนาคตที่ผูกติดกันด้วยวิญญาณ
เธอ ไม่สนใจเลย ว่าราห์ซูร์ดูไร้ความสุขแค่ไหน ไม่สนใจว่าดวงตาเขาดูว่างเปล่าเพียงใด เพราะในมุมของเธอ — ทั้งหมดนี้คือชัยชนะที่เธอเฝ้ารอ
เมื่อพิธีบรมราชาภิเษกเสร็จ เธอจะเป็นหัวหน้าราชองครักษ์ของราชา เป็นผู้ผูกพันธะวิญญาณของราห์ซูร์และจะได้อยู่กับเขาตลอดชั่วชีวิต
เอมิลี่คุกเข่าลงเบื้องหน้าราห์ซูร์ที่นั่งบนม้านั่ง เธอวางมือลงบนมือของเขาอย่างแผ่วเบา
          “ราห์ซูร์… มันจบแล้วนะ ต่อจากนี้เราจะได้อยู่ด้วยกัน ฉันอาจไม่ใช่ราชินีของเธอ แต่ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ… ตลอดชีวิต”
เธอยิ้ม ยิ้มที่แสนอ่อนหวานสำหรับเธอ แต่เจ็บแทบขาดใจสำหรับเขา
ราห์ซูร์ตอบเพียงเบา ๆ
          “ขอบคุณ… เอมิลี่”
แต่ในเสียงนั้น…
ไม่มีความยินดี
ไม่มีความรัก
มีเพียง ความจำใจ ของชายที่รู้สึกว่าตนไม่มีทางเลือกอีกแล้ว
สิ่งที่เขาต้องการจากการย้อนเวลาครั้งนี้ มันสำเร็จแล้วอย่างสมบูรณ์ เอมิลี่ไม่กลายเป็นราชินีแห่งความมืดเขาจะได้เป็นราชาและเขาจะได้ครองคู่เธอไปตลอดชีวิต—ตามที่เขาเคยปรารถนาในอดีต
แต่ตอนนี้…
มันกลับว่างเปล่า เจ็บปวด…เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
 
 

หุบเขาวาเลเธีย — ฐานเก่าของลัทธิความมืด
ที่แห่งนี้ควรเป็นเพียงซากฐานร้าง…แต่ไม่—เสียงฝีเท้าหนักแน่นยังคงดังก้องสะท้อนตามผนังอุโมงค์ในภูเขา
เม็ตช์ ในชุดพ่อบ้านเรียบหรูสมบูรณ์แบบ ร่างสูงใหญ่ กิริยาเงียบขรึม เดินลึกเข้ามาในฐานแห่งความมืด
และเขา… ไม่ได้มาคนเดียว
 
 

          ย้อนกลับไปวันที่สงครามเกิดขึ้น
เม็ตช์กระโดดตามเข้าประตูวาร์ปที่ราห์ซูร์เปิดทิ้งไว้ จนถึงคฤหาสน์เฟลวิสไม่นาน เขาพบแซร์คนอนหมดสติพิงผนังอยู่
ขาของแซร์ค… หักทั้งสองข้าง แต่ยังมีลมหายใจ
เม็ตช์รีบใช้พลังเวทพื้นฐานช่วยประคองชีวิตเด็กหนุ่มทันที ก่อนที่สายตาจะไปสะดุดกับไฟสีเขียวดำ เปลวไฟแห่งความมืดที่เกิดจากผู้ใช้เวท “แตกสลายจากภายใน” เหมือนถังเชื้อเพลิงรั่วที่พร้อมลุกไหม้จนไม่เหลือร่าง
หญิงผู้กำลังถูกไฟนั้นเผา — กราวด้า แม้ไม่ใช่พวกเดียวกัน แต่เม็ตช์รู้ทันทีว่า เซเรสตายแล้วและตอนนี้เขา—คือเจ้าแห่งความมืดคนใหม่
เป็นอิสระจากคำสั่งใด ๆ ของเซเรส และด้วยเหตุนี้ เขาถึงเลือกช่วยกราวด้า เขาดึงเธอ และแซร์ค ออกจากคฤหาสน์ กลับมายังหุบเขาวาเลเธียเพื่อดับไฟในร่างกราวด้าและรักษาแซร์คให้พ้นตาย
 
 

          สภาพปัจจุบันของผู้รอดชีวิตทั้งสาม
แซร์คหายจากบาดแผลภายในแล้วแต่ “ขาทั้งคู่” ไม่อาจกลับมาได้อีก ปัจจุบันเขาทำได้เพียง 
ใช้มือลากตัวเองไปตามพื้น
ซึ่งเม็ตช์กลับมองว่า
“มันไม่ใช่เรื่องน่าห่วง”
สิ่งที่เขาห่วงจริง ๆ คือ—กราวด้า
หญิงสาวผู้เคยสง่างามและเข้มแข็ง ตอนนี้เหมือนเสียสติ ความมืดหมุนวนรอบตัวอย่างรุนแรง ราวกับร่างกายของเธอยังไม่ตัดใจจากความตายครั้งก่อน
 
 

          ห้องของกราวด้า
เม็ตช์ถือถาดอาหารไปถึงหน้าห้อง ทันทีที่เปิดประตู—กลิ่นเหม็นเน่า พุ่งสวนออกมาอย่างแรงจนแทบคลื่นไส้
แต่เขาไม่แสดงสีหน้าแม้แต่น้อย เดินเข้าไปเงียบ ๆ วางถาดอาหารลงบนพื้น แล้วเงยหน้ามองหญิงสาวตรงมุมห้อง
กราวด้านั่งกอดเข่า ผมยาวพันกันยุ่งเหยิง ชุดขาวที่เคยสง่างาม ขาดรุ่งริ่งจนกลายเป็นผ้าขี้ริ้วสีดิน
เธอร้องไห้แบบ ไม่เคยหยุดเลยสักวัน เม็ตช์พูดด้วยน้ำเสียงสุขุม
          “ท่านกราวด้า… ควรกลับไปวาเลเธียได้แล้ว ผมเชื่อว่าพวกเขาจะต้อนรับท่าน โดยเฉพาะเจ้าชายราห์ซูร์”
มันคือความจริง—ไม่ใช่คำปลอบใจ
แต่กราวด้าเพียงเหลือบมองเขา
ด้วยดวงตาข้างเดียวที่ยังเหลืออยู่
ไม่พูดสักคำ
ก่อนที่—
          หอกน้ำแข็งพุ่งใส่เขาทันที
เม็ตช์ยกมือขึ้น หยุดมันกลางอากาศ หอกน้ำแข็งค้างนิ่ง ปลายหอกแตะดวงตาเขา—แต่ไม่อาจทำอันตรายได้เลย
มันเกิดขึ้นบ่อยจนเขาเริ่มชิน เมื่อเห็นว่าไร้ความหมาย เขาหันหลังกลับ เดินออกจากห้องอย่างสงบ ราวกับนี่เป็นเรื่องปกติประจำวัน
ทว่าเมื่อประตูปิดลง มีเสียงลากครืด ๆ มาจากทางเดิน
แซร์คใช้มือทั้งสองลากตัวมาอย่างยากลำบาก
“ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า ขุนพลแห่งความมืดจะมีคนใจดีแบบลุงอยู่ด้วยนะ”
เขาหัวเราะทั้งที่สภาพตัวเองไม่น่าจะหัวเราะได้ด้วยซ้ำ
“นี่ ๆ ถ้าจะให้ดีกว่านี้ ช่วยหารถเข็นคนพิการให้ฉันสักคันหน่อยดิ”
เม็ตช์มองลงมาที่เด็กหนุ่ม แล้วยิ้มอย่างอ่อน ๆ
          “ชายหนุ่มที่น่ายกย่อง…ฉันจะเข้าเมืองไปหามาให้ แต่อย่างน้อยนายก็ควรกลับไปเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าชายราห์ซูร์ฟัง”
แซร์คกลอกตา ลากตัวตามหลังเม็ตช์ไปทางห้องครัวพร้อมเสียงบ่นไม่หยุด
          “เราคุยกันหลายรอบแล้วนะลุง ถ้าฉันกลับไปสภาพนี้ ไม่เกินเจ็ดวันหรอก ยัยเอมิลี่ต้องหาวิธีกลบฉันลงหลุมแน่ ๆ แล้วใครจะเชื่อสิ่งที่ฉันเล่า? ก็เธอกลับไปแบบผู้ชนะนี่นา แถมฉันยังรอดมาได้เพราะลุง—เจ้าแห่งลัทธิความมืดคนใหม่อีกต่างหาก”
เม็ตช์พูดพลางเดินไปตลอดทาง
          “ของแบบนี้… ไม่ลองสู้ ก็ไม่รู้จริงไหม?”
แซร์คหัวเราะแบบเหนื่อย ๆ
          “ลุงนี่… ดูสนุกนะ ที่มีคนคอยเถียงด้วยตลอดเวลา”
เม็ตช์ยักไหล่เบา ๆ
          “ก็จริง…”
เมื่อทั้งสองถึงห้องครัว แซร์คก็คลานตาม และถามไม่หยุดเหมือนเด็กหิว
          “มีอะไรกินบ้าง…? เห็ดเหรอ? ฉันชอบนะ… แต่นั่นกินได้ไหม? แล้วอันนี้ล่ะ…?”
เสียงบ่นของแซร์ค กับความเงียบของเม็ตช์—นี่คือชีวิตใหม่ของทั้งสองในหุบเขาแห่งนี้
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา