ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,475 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

59) เครื่องจักรสังหารที่แท้จริง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
          หลังจากที่ อาบิส ทะลวงกำแพงด้านนอกของคฤหาสน์และมุ่งหน้าไปยังตัวเมือง
          อิเรน รีบประคอง แซร์ค ที่บาดเจ็บหนักขึ้นทันที เขาสั่งให้มือสังหารที่ฝึกไว้กลับเมืองเพื่อรักษาตัว ส่วนตัวเขาเองก็พร้อมจะถอยกลับเช่นกัน
          “ไม่เป็นไรแล้ว… เราจะกลับเมืองกันก่อน ที่นี่ไม่เหลืออะไรแล้ว หวังว่าราห์ซูร์กับกราวด้าจะปลอดภัย”อิเรนพูดก่อนยกแซร์คขึ้นหลัง เพราะขาของเด็กหนุ่ม “หักสนิท” เดินต่อไม่ได้อีก และร่างกายของเขาก็ถูกฟันเฉือนจนแทบไม่เหลือเรี่ยวแรง
แต่แซร์คกลับเอ่ยเสียงแผ่ว ทั้งเจ็บทั้งหอบ
          “พ่อ… เดี๋ยวก่อน… เอมิลี่ยังอยู่ ข้างล่าง ของคฤหาสน์นี่ ตอนนี้เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะช่วยเธอ”
อิเรนหยุดฝีเท้า เขาควรรีบพาแซร์คไปรักษา แต่คำว่า “เอมิลี่” ทำให้เขาลังเลในทันที เพราะเขารู้ดีว่า — ถ้าพลาดครั้งนี้ จะไม่มีโอกาสที่สองอีกเลย
เขาจึงกัดฟันตัดสินใจ
          “…ก็ได้ ไปช่วยเอมิลี่กันก่อน”
เขาหันกลับเข้าไปในคฤหาสน์แห่งความตาย เดินลึกสู่ทางลงใต้ดินที่เต็มไปด้วยกลิ่นเลือดและบรรยากาศเย็นเฉียบผิดธรรมชาติ
อิเรนวางแซร์คลงที่หน้าทางลง
          “รออยู่ตรงนี้ เดี๋ยวพ่อมา”
แซร์คยังไม่วายแซวเบา ๆ ทั้งที่แทบหายใจไม่ออก
          “ขากลับพ่อจะต้องแบกสองคนได้นะ… ไหวแน่นะพ่อ?”
          “ฉันก็จะไปหารถเข็นสักคัน—เอานายกับเอมิลี่ใส่ แล้วลากกลับไปเหมือนเข็นผักในตลาดนั่นแหละ”
อิเรนตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะลูบหัวลูกชายและเดินลงบันไดหินชื้นลงไปสู่ความมืด เสียงก้าวเดินของเขาค่อย ๆ เลือนหายลงไป เหลือเพียงแซร์คที่นั่งพิงกำแพงหินอ่อนเย็นเฉียบ หายใจหนักและพยายามรักษาสติของตัวเองให้ได้ แล้ว เสียงหนึ่งก็ดังขึ้น…
          — เสียงเปิดประตู
          — เสียงถอนหายใจเฮือกสั้นราวกับตกใจ
          — และเสียงร้องอุทานสุดท้ายของอิเรน…
          “ไม่นะ… เอมิลี่!!!”
แซร์คตัวชา เหมือนเลือดในกายหยุดไหล มือเขายกขึ้นอุดปากโดยไม่รู้ตัว เพราะสิ่งที่ทะลักออกมาจากทางลงใต้ดิน… ไม่ใช่ออร่าของมนุษย์อีกแล้ว
มันคือ ความมืดที่มืดกว่าก่อนหน้า จิตสังหารที่หนักและหนาเกินกว่าขุนพลความมืดทุกคนที่เขาเคยเผชิญและที่สำคัญที่สุด—
อิเรน พ่อของเขา… “เงียบ” ไปแล้ว
แซร์คสั่นทั้งตัว ขาใช้ไม่ได้ เลือดไหลไม่หยุด แต่ความกลัวไม่ได้ฆ่าเขา—มันทำให้เขา “มีสติ” เขาต้องรอด… อย่างน้อยต้องบอกกราวด้าและราห์ซูร์ให้ได้ แซร์คกัดฟันและ “คลาน” ออกมาจากประตูด้วยสองมือ เลือดเขาทิ้งรอยเป็นทางยาวไปตามพื้นหินเย็นเฉียบ เขาฝืนลากตัวเข้าไปในอีกห้องหนึ่งที่พอจะซ่อนตัวได้ หอบหายใจจนหน้าแดง มือคว้ามีดสั้นของตัวเองขึ้นมา เขาเช็ดใบมีดให้สะอาดแล้วใช้มันแทนกระจกสะท้อน—เพื่อดูว่า ใคร ที่ฆ่าพ่อของเขา
ภาพที่สะท้อนในใบมีด…ทำให้หัวใจของเขาหยุดเต้นไปชั่วขณะ ผู้ที่เดินขึ้นจากทางลงใต้ดินคือ—
เอมิลี่
แต่เธอไม่ใช่เอมิลี่ที่เขารู้จัก ไม่ใช่หญิงสาวสดใสแห่งวาเลเธีย ไม่ใช่หญิงที่ราห์ซูร์เคยรัก
ใบหน้าของเธอซีดจนขาวคล้ายศพ ดวงตากลายเป็นสีดำสนิทเต็มเบ้าตา ผิวกายสั่นเพราะพลังมืดกำลัง “ทะลัก” เข้าร่างโดยไม่ผ่านพิธีใด ๆ
เลือดสาดทั่วเสื้อผ้าของเธอและในมือของเธอ—คือ มีดของอิเรน ยังมีเลือดไหลหยดลงพื้นอย่างต่อเนื่อง
เธอก้าวขึ้นบันไดอย่างช้า ๆ เหมือนหุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยความมืดไม่ใช่วิญญาณมนุษย์ แซร์คตัวสั่นจนแทบควบคุมมีดไม่ได้แต่เขายังไม่ร้อง… ยังไม่ขยับเขารู้ดีว่า—สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่เอมิลี่อีกแล้วมันคือบางสิ่งที่ “กำลังจะเกิดขึ้น”และไม่เคยถูกเขียนไว้ในอนาคตเส้นใดมาก่อนเลย
 
               เอมิลี่ร่างมืด — ใต้คฤหาสน์เฟลวิส เอมิลี่ในร่างมืดก้าวขึ้นจากทางลงใต้ดินอย่างเชื่องช้า ฝ่าเท้าของเธอเปียกเลือด… เลือดของอิเรนที่ยังอุ่นอยู่ เธอหยุดยืนอยู่กลางบันได ก่อนเงยหน้าขึ้นช้า ๆ — ดวงตาที่ดำสนิททั้งเบ้า มองเห็น “รอยเลือดเป็นทาง” ชัดเจน
เธอขยับศีรษะเล็กน้อยก่อนเริ่ม “เดินตามรอยเลือดของแซร์ค” ทีละก้าว ก้าวยาว ๆ ลากเท้าเหมือนร่างไร้วิญญาณที่ถูกพลังบางอย่างดึงให้เคลื่อนไหว
ในอีกฝั่งหนึ่ง แซร์คกำมีดแน่นจนข้อขาว เขาไม่คิดว่าจะรอดชีวิต แต่ถ้าเอมิลี่พบเขา—เขาจะลุกขึ้นสู้ แม้ต้องตายตรงนั้นก็ตาม
เอมิลี่เดินมาจนถึงหน้าห้องที่แซร์คซ่อนอยู่ ประตูเปิดแง้มเล็กน้อย…เธอเอื้อมมือไปดันมันให้เปิดออก 
บานประตูเลื่อนออกช้า ๆ เผยให้เห็นเงาของเด็กหนุ่มที่กำลังจ้องกลับมาอย่างหวาดลึก ๆ แต่ตัดสินใจแล้วว่าพร้อมตาย เธอกำลังจะก้าวเข้าไป—
“ครืนนนนนนน!”
เสียงระเบิดจากชั้นบนดังสนั่นสะเทือนทั้งคฤหาสน์ เป็นเสียงจากห้องที่กราวด้ากำลังปะทะกับเซเรส มิติกระจกกลับด้านแตกสลายแล้ว พวกเขาถูกส่งกลับออกสู่ความจริงอีกครั้ง
เสียงนั้น…แรงกว่า “กลิ่นเลือด” ที่พุ่งมาหาเธอเสียอีก เอมิลี่หันหน้าช้า ๆ ไปทางต้นเสียงจากนั้นเธอถอยออกจากหน้าห้อง—ละทิ้งแซร์คโดยไม่สนใจอีก แล้วล่องลอยตรงไปยังบันไดเพื่อขึ้นไปยังจุดปะทะด้านบน ทันทีที่ร่างมืดหายไปจากหน้าประตู…
แซร์คหมดแรงทิ้งมือทิ้งมีด ลงบนพื้นอย่างคนที่ไม่เหลือแรงจะกำอะไรอีก หอบหายใจหนัก และยังไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อจากนี้ ได้แต่ฟุบพิงกำแพงและรอให้ร่างกายหยุดสั่น
 
 

✦ ก่อนหน้านั้น — ครึ่งชั่วโมงก่อนเสียงระเบิด
ลานปะทะกลางแผ่นดินเต็มไปด้วยแสงเวทหลากสี เจ้าหุ่นขี้ผึ้งหมายเลข 1 ของกราวด้าลอยตัวอยู่เหนือพื้น—ด้านหลังของมันเปิดเป็นท่อพลังงานเวท ก่อนยิงกระสุนเวทนับร้อยพร้อมกัน
ป้อมปืนเวทหลายสิบแท่น ปรากฏรอบตัวมัน แต่ละแท่นยิงใส่เกอร์อย่างไม่ลืมหูลืมตา ราวกับถูกตั้งโปรแกรมไว้ให้ “ทำลายล้างสูงสุด”
เกอร์ตะโกนลั่นขณะบินหลบลูกถล่ม
          “เวรเอ๊ย! นี่มันตัวอะไรกันแน่!? ใครมันสร้างปีศาจพวกนี้วะ!!?”
คาถาของเขาที่สวนกลับไปได้ไม่ถึงครึ่ง เขาแทบไม่มีเวลาแม้แต่จะตั้งเวทมิติของตัวเอง
อีกฟากหนึ่ง ริชชี่นั่งยองอยู่กับพื้น มือกุมหัวแน่น ร่างสั่น แม้เวทที่เข้าใกล้เธอจะถูกเปลี่ยนเป็นทรายทั้งหมดแต่เธอก็ขยับแทบไม่ได้
เกอร์มองแล้วตะโกนด่า
          “ริชชี่!! ยัยบ้า!! ช่วยฉันหน่อยเซ่!!”
ริชชี่กรี๊ดกลับเสียงแหลม
          “จะ....กรี๊ด..........!! มันยิงอย่างกับจะฆ่าฉันให้ตายอะ เกิดมาไม่เคยเจออะไรแบบนี้!!”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ—
          ปัง!!!
ค้อนหินทรายขนาดยักษ์ที่ถูกหุ่นสร้างขึ้น ทุบลงบนร่างเธอเต็ม ๆ พื้นสะเทือนจนพื้นดินแตกร้าว
เกอร์ร้องลั่น
          “ริชชี่!!! ยัยตัวถ่วง!!!”
แต่ก็ยังไม่หันไปช่วย เขากลับ “เปลี่ยนร่าง” ในทันที แปลงเป็นริชชี่เพื่อเลียนแบบพลังสลายเวทของเธอร่างโอซิริสที่เขาใช้กำลังแปรสัณฐานกลายเป็นร่างหญิงอ่อนแรง แต่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง
พลังเวททุกสายที่พุ่งเข้าใส่เขา—กลายเป็นทราย ทั้งหมด
จากนั้น เกอร์สวนกลับด้วยเวทมีดทราย คมใบมีดที่พุ่งผ่านอากาศเหมือนลม แต่ทุกอย่างที่มันเฉียด—แตกสลาย กลืนเป็นทรายทันที
          เจ้าหุ่นหมายเลข 1 ลอยหลบมีดทรายได้แบบเฉียดฉิว จากนั้น “ปรับรูปแบบ” ป้อมปืนทั้งหมดเป็นกระสุนหินทรายแทน กระสุนชนิดนี้…เวททรายของเกอร์ไม่สามารถสลายให้เป็นทรายได้อีก ทำให้เขาถูกบังคับให้เคลื่อนที่แทบไม่หยุด
ไม่นาน ริชชี่ก็ค่อย ๆ คลานออกมาจากกองเศษหิน ใบหน้าเลอะทรายและเลือด
เธอพึมพำอย่างเสียสติ
          “กราวด้านี่มัน… บ้า… เก่งเกินไป… ฉันจะใช้อะไรสู้กับเธอได้เนี่ย… อะไรดี… อ๋อ… นึกออกแล้ว…”
ดวงตาของเธอ “เปลี่ยนสี” เธอเงยหน้ามองหุ่นตรง ๆ แล้ว—
          “ตู้ม!!!”
          หน้าท้องของหุ่นขี้ผึ้งระเบิดออกเป็นทรายเป็นวงกว้าง เหมือนถูกแรงอัดกดจากด้านในจนแตกกระจายทันทีเจ้าหุ่นหยุดลอยนิ่งชั่วครู่ มองร่างของตัวเองที่มีรูโหว่ขนาดใหญ่ตรงหน้าท้อง  แต่มัน “ไม่เจ็บ” ไม่มีความรู้สึกใด ๆ มันเพียงประเมินความเสียหาย… ก่อนเริ่มร่ายเวทใหม่ทันที
จากพื้นทรายรอบตัว ตุ๊กตาทรายรูปกราวด้าขนาดเท่าเอว นับสิบตัว โผล่ขึ้นมาพร้อมกัน ทุกตัวถืออาวุธทรายต่างรูปแบบ — ค้อนหินทราย ลูกตุ้มหินทราย ดาบทราย
พวกมันวิ่งไปมาอย่าง “น่ารัก” …แต่ไร้ความปรานีแม้แต่น้อย ทั้งหมดพุ่งไล่โจมตีริชชี่ที่วิ่งหนีสุดชีวิต เพราะดูเหมือนตอนนี้เธอจะบินไม่ได้
          “เกอร์!! ช่วยด้วย!!!”
ริชชี่ร้องกรี๊ดพร้อมวิ่งหนีตุ๊กตาทรายที่ล้อมเข้ามา
เกอร์กุมขมับทันที เสียภาพพจน์ขุนพลแห่งความมืดไปกว่าครึ่ง
          “โธ่โว้ย!! อย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าแกเป็นขุนพลแห่งความมืด ริชชี่ ฉันอายแทนจริง ๆ!!”
ริชชี่โวยวายกลับทั้งที่กำลังวิ่งหนี
          “แล้วจะให้ฉันทำไงล่ะ!? สู้ไม่ไหวจริง ๆ!! นี่มันเก่งบ้าบออะไรของมันเนี่ย!!”
เกอร์กัดฟันแน่น
          “เล่นเอาขุนพลแห่งความมืด สองคน กลายเป็นตัวตลกไปเลย… ทำไมเป็นแบบนี้!? นี่ไม่ใช่เพราะเรามันอ่อน… แต่มันเก่งจริง!! มันอาจเก่งกว่ากราวด้าตัวจริงด้วยซ้ำ!!!”
ขณะที่เขากำลังบินหลบ กระสุนหินทรายก็ยิงอัดหน้าเขาอย่างจัง ทำให้ร่างเขาหมุนเคว้งกลางอากาศ
          “ให้ตายเถอะ… ไม่ได้มีเวลาให้คิดอะไรเลย! มันแก้ทางเราทุกอย่างก่อนที่เราจะลงมือด้วยซ้ำ!!”
ในขณะเดียวกันนั้น เจ้าหุ่นกำลังคำนวณหาวิธี “ทำลายผู้ไม่มีวันตายทั้งสอง” อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมันได้คำตอบ
เจ้าหุ่นพูดเสียงเรียบ
          “เข้าใจแล้วค่ะ… ว่าจะทำลายพวกผู้ใช้พลังความมืดได้อย่างไร”
มันเริ่มร่ายเวทวงใหม่
          วงเวทสีม่วง แต่ทำจากเม็ดทรายสีม่วงทั้งวง
แผ่ประกายสั่นเหมือนมีพลังของความว่างเปล่าแฝงอยู่
เสียงนั้นไม่ใช่คำขู่ แต่เป็น “ข้อเท็จจริง”
เกอร์สแกนพลังเวทของมันแล้วหน้าซีดทันที
          “อะไรเนี่ย… โครงสร้างเวทแบบหักล้างเวทความมืด… แถมผสานกับคาถาทรายของริชชี่อีก!?”
เขาตะโกนลั่น
          “ริชชี่!! มีอะไรใช้ได้ก็รีบใช้เดี๋ยวนี้!!! ถ้าไม่งั้นเราตายจริงนะ!!!”
เกอร์พยายามร่ายมิติกระจกอีกครั้งเพื่อหลบหนี แต่ยังไม่ทันขึ้นรูป วงเวทก็ถูกยิงแตกกระจายไม่เหลือรูปทรงเขาแทบทำอะไรไม่ได้เลย
ด้านริชชี่ ยังคงวิ่งหนีตุ๊กตาทรายกราวด้าที่ไล่ตามไม่หยุด เธอยกมือขึ้น ร่ายเวทใส่ท้องฟ้าอย่างกระวนกระวาย
          “รู้แล้ว ๆ!!! ฝนทราย!!!”
          ไม่นานท้องฟ้าเริ่มโปรยเม็ดทรายจำนวนมหาศาลลงมา ละอองทรายที่ตกกระทบสิ่งใด—สิ่งนั้นจะ “กลายเป็นทราย” ทันที
เจ้าหุ่นกางเวทป้องกัน แต่เกราะเวทของมันกลายเป็นเม็ดทรายร่วงหล่นลงบนเส้นผมของมันเอง เส้นผมจึงแตกเป็นเม็ดทรายตามไปด้วย
แต่เวทโจมตี ทรายสีม่วง ของมันไม่เป็นอะไรเลยเพราะเป็นพลังรูปแบบเดียวกัน ทำให้มันยังคงร่ายเวทต่อเนื่องได้
มันหมุนตัวกลับด้าน—ยกขาขึ้นฟ้า เพื่อปกป้อง “ส่วนหัว” ที่เป็นแกนสุดท้ายของเวท ขณะที่ฝนทรายทำลายร่างกายมันอย่างต่อเนื่อง
ร่างของหุ่นค่อย ๆ ละลาย เริ่มจากปลายเท้า → ไล่ลงลำตัว → หน้าอก แต่ถึงอย่างนั้นมันยังคงร่ายเวทจนเกือบเสร็จสมบูรณ์
ในวินาทีสุดท้ายก่อนร่างจะหายไป 
          เวทร่ายเสร็จสมบูรณ์
เวลารอบตัวหยุดนิ่ง
จากนั้นเกิด ระเบิดคลื่นเม็ดทรายสีม่วง อย่างรุนแรง
ทรายสีม่วงพุ่งกระจายรอบตัวเป็นวงกว้าง
เกอร์ที่สัมผัสละอองแรก—ร่างแตกละเอียดกลายเป็นฝุ่นทันที
ริชชี่ก็ไม่รอด เพียงละอองเดียวกระทบร่าง เธอกลายเป็นทรายละเอียดเช่นเดียวกัน ไม่เหลือแม้เสียงกรีดร้อง
ส่วนเจ้าหุ่น…แววตาที่เคยเรืองแสงค่อย ๆ ดับลง เหลือเพียงส่วนหัวและไหล่ที่ยังไม่ถูกทำลาย ตกลงสู่พื้นอย่างไร้จิตวิญญาณ มีเพียงทรายสีม่วงที่ยังไหลรินอยู่บนพื้นเหมือนเศษซากของเวทระดับต้องห้าม
เมื่อด็อปเปลแกงเกอร์ตายลง มิติกระจกกลับด้านก็สลายลงปลดปล่อย กราวด้า คาเรน และรูปปั้นหินเซเรสกลับสู่ชั้นบนของคฤหาสน์
 
 
                 
               
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา