ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,475 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

58) แลกด้วยชีวิต

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
ก่อนหน้าเจ้าหุ่นขี้ผึ้งปรากฎตัวไม่นานท่ามกลางความวุ่นวายทั้งอาณาจักร—มี สองคน ที่ยังคงนอนนิ่งอย่างสงบ

ราชาดัลเทรนน์
          พระองค์ป่วยหนักจนไม่อาจลุกจากเตียงได้อีก แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งราวกับมอบความหวังทั้งหมดไว้ให้คนรุ่นต่อไป—และหนึ่งในนั้นคือ คาเรน
พระองค์หลับอย่างสงบแม้เสียงคำรามของอสูรจะดังก้องจากนอกเมือง อีกฟากหนึ่งของวังในห้องทำงานของที่ปรึกษาอาวุโส—
          เมธรัส นอนนิ่งอยู่บนเตียง เจ้าหุ่นขี้ผึ้งของเขานั่งเฝ้าอยู่ข้าง ๆ ไม่ขยับ แววตาของหุ่นขี้ผึ้ง…ดูเศร้าอย่างชัดเจนมันจับมือเมธรัสไว้แน่น ราวกับไม่อยากปล่อย
แต่เมธรัส…มิได้หลับเฉย ๆ
ดวงจิตของเขาได้เดินทางสู่แดนวิญญาณแล้ว
ร่างกายที่ยังอุ่นอยู่ หลับอย่างสงบ แต่หัวใจกลับจากโลกนี้ไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับมา
 
 

          โลกของคนตายงดงามเกินจะเชื่อว่าเป็นแดนหลังความตาย ทุ่งหญ้าสีเขียวอ่อนพริ้วตามลม กลิ่นดินสดชื่นลอยอ้อยอิ่ง เท้าเปล่าของ กราวด้า เหยียบย่ำลงบนพื้นนุ่มราวผืนไหม ชุดสีขาวบางสะอาดตาสะท้อนแสงจาง ๆ ทำให้เธอดูราวกับเทพธิดาที่หลงทาง
เธอเดินอย่างเหม่อลอย ไร้กังวล ไร้ความเจ็บปวด เหมือนหัวใจไม่มีอะไรยึดเกาะอีกแล้ว
ปลายทางของเธอคือ—
          “แม่น้ำแห่งความตาย”
แต่ก่อนที่ปลายเท้าจะสัมผัสสายน้ำเงียบงันนั้น เสียงหนึ่งดังขึ้นเรียกเธอไว้
          “กราวด้า… เธอเดินเร็วเกินไปแล้วนะ”
เสียงทุ้มนุ่มที่คุ้นเคย เหมือนฟังมานับพันคืนในความทรงจำ
กราวด้าหันกลับ แววตาเหมือนสะดุดสติที่หายไปกลับมาอีกครั้ง
ผู้ที่เรียกเธอคือ—
เมธรัส 
อดีตราชครู ผู้เป็นทั้งอาจารย์…และพ่อคนที่สองของเธอ ชายผู้กล่าวคำสอนแทนพ่อแท้ ๆ มาตลอดชีวิตของเธอ
เธอมองเขานิ่ง ๆ ไม่ตอบ ราวกับยังไม่เชื่อว่ากำลังเห็นคนที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้
เมธรัสยิ้มอ่อน เดินไปนั่งบนขอนไม้ที่ชุ่มลมเย็นของโลกวิญญาณ
          “เหนื่อยไหม? อยากพักแล้วหรือ?”
เสียงเขาอ่อนโยนจนหัวใจสั่น
          “มานั่งก่อนเถอะ มีเรื่องอยากคุยด้วย”
กราวด้ายิ้มจาง ๆ—รอยยิ้มที่มีเพียงเมธรัสและราห์ซูร์เท่านั้นที่เคยเห็นเธอทำ
          “ท่านเมธรัส… ขอเรียกท่านว่า ‘พ่อ’ สักครั้ง…ได้ไหมคะ?”
เมธรัสหัวเราะเบา ๆ
          “ได้สิลูก”
แล้วเขาขยับตัวเล็กน้อย
“ว่าแต่… ใครกันนะที่ทำให้เจ้ามีรอยยิ้มแบบนี้ได้? เจ้าหนุ่มราห์ซูร์งั้นหรือ?”
กราวด้าไม่ตอบ หน้าเธอเศร้าลงทันที เธอเอนตัวลงนอนบนตักของเขาเหมือนเด็กที่หมดเรี่ยวแรง
          “ใช่…เขานั่นแหละ แต่ตอนนี้…คงไม่ได้เจอเขาอีกแล้วและฉันก็ไม่มีหน้าไปเจอเขาด้วย…”
น้ำเสียงของเธอแตกพร่าจนเมธรัสรู้ว่าหัวใจลูกสาวของเขาเจ็บเพียงใด
          “ฉันทำพลาด… ผิดพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย บทลงโทษของฉัน…อาจแย่กว่าความตายเสียอีก”
เมธรัสลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างอ่อนโยนที่สุด
          “ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เสมอ ลูกสาวตัวดี หน้าที่ของเราคือเรียนรู้…แล้วแก้ไขมัน”
กราวด้าหลับตา หยดน้ำตาไหลลงบนตักเขาอย่างเงียบงัน
          “ไม่มีโอกาสอีกแล้ว… ฉันตายแล้วเหมือนทหารมากมายที่ตายในสนามรบ ไม่มีโอกาสได้บอกลาคนรักเลย…”
เมธรัสมองหน้าเธอในดวงตานั้นมีทั้งความอาลัย และความรักแบบพ่อแท้ ๆ
          “ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง…เจ้าคิดว่าจะแก้ไขมันได้ไหม?”
กราวด้าชะงัก เธอลุกขึ้นทันที
          “ท่านพ่อ! …หมายความว่าอะไร? ไม่นะ… ท่านไม่ควรมาอยู่ที่นี่! ยังไม่ใช่เวลาของท่าน!!!”
เมธรัสยิ้ม—ยิ้มแบบคนที่ยอมตายโดยไม่เสียดายอะไรอีกแล้ว
เขายื่นมือขึ้นลูบหัวเธออีกครั้ง แม้เธอจะผละขึ้นนั่ง แต่สัมผัสนั้นยังคงอบอุ่น
          “ความตาย…ยินดีแลกข้ากับเจ้า กราวด้า ถือเป็นสินบนที่คุ้มค่ามากทีเดียว”
กราวด้าน้ำตาไหลทันที
          “ไม่!!! อย่าทำแบบนี้!!! 
          มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย!!
          ฉันสู้เซเรสไม่ได้!
          ไม่มีทางชนะเขาได้!!
          อย่าทำแบบนี้เลยพ่อ!!”
เธอตะโกนทั้งน้ำตา เสียงแตกเหมือนหัวใจถูกบีบ เมธรัสวางมือบนแก้มเธอเบา ๆ
          “อนาคตเปลี่ยนไปแล้ว…เจ้ารู้ไหม?
          ฉันเห็นมันมาแล้ว
          ไม่ใช่อนาคตของราห์ซูร์
          แต่เป็นเส้นทางใหม่ที่ยังไม่ถูกเขียนด้วยผู้ใด”
สายตาเขาลึกเหมือนมองผ่านโชคชะตา
          “เจ้ามีสิ่งที่ต้องพิสูจน์อีกมาก อนาคตที่ยิ่งใหญ่กว่านี้รอเจ้าอยู่ ไม่ใช่วันนี้…แต่กำลังจะมาถึง”
เมธรัสถอนหายใจเบา ๆ
          “เอาเถอะ…ถ้าข้าพูดมากไป มันอาจจะไม่เกิดขึ้น จงทำสิ่งที่เจ้าเชื่อ…และให้ ‘โอกาสนี้’ เป็นของเจ้าเถอะ กราวด้า”
กราวด้าทิ้งตัวเข้ากอดเขาแน่น กอดเหมือนเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่อยากเสียพ่อไปอีกครั้ง
          “ท่านพ่อ…ฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันจะชนะเซเรสให้ได้”
เมธรัสยิ้มกว้างครั้งสุดท้าย มือที่ลูบหัวเธอค่อย ๆ โปรยความอบอุ่นครั้งสุดท้าย
          “ดี… ดีมาก…
          ไปเถอะ…
          ลูกรักของข้า…”
แสงสีขาวห่อหุ้มกราวด้า ร่างเธอเริ่มจางหาย ส่วนเมธรัสยังคงนั่งบนขอนไม้เดิม เงียบ… และภาคภูมิใจ
นี่คือ สินบนของความตาย ที่ชายผู้หนึ่งยอมจ่ายเพื่อให้ลูกสาวได้ “โอกาสครั้งที่สอง”
ไม่ใช่เพื่อโลก
ไม่ใช่เพื่อราชา
แต่เพื่อ—หญิงสาวคนหนึ่งที่เขารักเหมือนลูกแท้ ๆ
 
 

          กราวด้ากลับมาหายใจอีกครั้ง เสียงไอหลุดออกมาราวกับมีบางอย่างติดอยู่ในลำคอ เธอลืมตาขึ้น…และพบว่าตัวเองยังคงอยู่ ณ ที่เดิม—ที่ที่ร่างของเธอเคยล้มลงที่ มิติกระจกกลับด้าน
เธอเงยหน้าขึ้น และก็แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
          เซเรส ยังคงยืนอยู่ ถูกไฟวิญญาณเผาไหม้ท่วมทั้งร่าง มือซ้ายถูกล่ามด้วยโซ่ และไม่ไกลกัน—คือ 
          คาเรน คาเรนผู้ไม่เคยพ่ายแพ้แก่ผู้ใด ตอนนี้หมดสภาพจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมเขา ไม่มีแขนทั้งสองข้างขาทั้งสองถูกโซ่ตรวนมัดแน่น แขวนตัวห้อยหัวลงจากเครื่องจองจำ ที่คอถูกตรวนเหล็กรัดจนตึง แล้วผูกยึดกับแท่นจองจำด้านล่าง
ใกล้เท้าของเขามีดาบ “ดาบหยกแห่งราชา” ตกอยู่—ดาบที่อาบเลือดราชาโชคดีที่เซเรสไม่รู้ว่า มันสามารถใช้ฆ่าคาเรนได้ ไม่เช่นนั้นเขาคงฆ่าคาเรนไปแล้ว
          แต่ตอนนี้ คาเรนเองก็ทำอะไรไม่ได้อีก แม้เขายังมีสติ แต่ร่างกายไม่เหลือพลังให้ต่อต้านใด ๆ ทั้งหมดคือผลจากเวทต้องห้าม “วาจาประกาศิต” ของเซเรส เวทที่สามารถ “กำหนดสภาพ” ของผู้ถูกจองจำได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เซเรสได้ยินเสียงไอและเสียงหอบจากกราวด้า เขาหยุดหันกลับมามองทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ—และความหวาดผสมโกรธ
          “ไม่จริง!! แกควรตายไปแล้ว! เวทของฉันทำงานสมบูรณ์แบบ—แก ตายไปเกือบชั่วโมงแล้ว นะ กราวด้า!!”
กราวด้าพยายามยันตัวลุกขึ้นแม้ร่างเธอยังอ่อนแรงจนสั่นไปทั้งตัว
          “ฉันกลับมา…เพื่อหยุดแก เซเรส รอบนี้—เพื่อแกโดยเฉพาะ”
เซเรสหัวเราะต่ำ ๆ แววตาเหมือนสัตว์นักล่าที่กำลังจะเล่นกับเหยื่อ
          “ดีมาก… ถ้าจะมาตายบนพื้นแบบนี้ก็ดี ครั้งนี้ฉันจะไม่รีบร้อนอีกแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว—ราชาจะตาย คาเรนจะตาย ส่วนแก… ฉันจะทรมานแกเหมือนที่แกทำกับฉัน!!”
เขายกมือขึ้น เริ่มร่ายเวท แสงสีแดงทับทิมพวยพุ่งขึ้นจากด้านหลัง รุนแรงจนบิดเบี้ยวอากาศรอบข้าง
กราวด้า “ไม่ทำอะไร” เธอเพียงจ้องตาเซเรส—นิ่ง ไม่กระพริบ เหมือนกำลังรอบางอย่าง
เซเรสตวัดมือลงเวทร่ายเสร็จในเสี้ยววินาที
          “ความเจ็บปวดของเซเรส…คือความเจ็บปวดของกราวด้า!!”
ร่างกราวด้าทรุดฮวบลงทันที ไฟที่เผาไหม้ตัวเซเรส ถูก คัดลอกแบบสมบูรณ์ ส่งตรงเข้าสู่ร่างเธอ
เธอดิ้นกับพื้นเหมือนกำลังถูกเผาทั้งเป็นผิวหนังแสบร้อนจนหายใจไม่ออก
          “กราวด้า!! อดทนไว้!!”
คาเรนตะโกนสุดเสียง แม้คอจะถูกตรวนรัดจนแทบออกเสียงไม่ได้ แต่เขาดีใจ…ดีใจที่เห็นเธอกลับมา มีชีวิตอยู่ต่อหน้าต่อตาเขาอีกครั้ง
เซเรสยังไม่หยุด เขาร่ายเวทซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทุกครั้งที่เวทร่ายเสร็จ—คำประกาศิตถูกใช้ทันที
มันไม่ใช่เวทฆ่า แต่คือเวทที่สร้าง ความเจ็บปวดสูงสุด แบบไม่มีจุดจบ
          เข็มพิษปักคอ — “กราวด้า มอร์นไวน์”
          ตะปูตอกเล็บ — “กราวด้า มอร์นไวน์”
          แขวนคอ — “กราวด้า มอร์นไวน์”
ทุกครั้งที่คำประกาศิตถูกออกเสียง—กราวด้าต้องรับชะตากรรมเดียวกับที่เซเรสกำหนดให้ตัวเองเหมือนโดนทรมานสองคน แต่เจ็บปวดเพียงหนึ่งเดียว…คือเธอ
กราวด้ายังคง อดทน…และรอจังหวะ แม้เลือดจะไหลออกมาจากทุกทาง—หู ตา จมูก และปากร่างของเธอถูกเชือกรัดคอ แขวนห้อยหัวกับเครื่องประหารอย่างโหดเหี้ยม
ก่อนที่เวท วาจาประกาศิต ของเซเรสจะสมบูรณ์อีกครั้ง กราวด้าขยับริมฝีปาก…เหมือนกำลังบ่นพึมพำอะไรบางอย่างแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
เซเรสมองเธอด้วยสายตาเหยียดหยามยิ้มอย่างผู้ชนะ
          “อยากโดนอะไรอีกล่ะ กราวด้า… อย่าเพิ่งรีบตายสิ ฉันเพิ่งจะเริ่มเอง”
คาเรนถึงกับร้องไห้ น้ำตาไหลลงจากใบหน้าที่แดงซ้ำจากแรงกดของโซ่ตรวน เขาไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลยแขนไม่มีแล้ว ร่างถูกตรึงจนหมดหนทาง—
แล้วคำสั่งต่อไปของ “วาจาประกาศิต” ก็ดังขึ้น ทันทีที่เวทด้านหลังเซเรสส่องแสงแดงเข้มขึ้น
ปากของเซเรส… ยังไม่ทันขยับ
แต่เสียงคำประกาศิตกลับดังขึ้นชัดเจน
 
          “เวทวาจาประกาศิต… ยกให้ของกราวด้า”
 
เสียงเงียบลงทั้งมิติ เซเรสชะงัก—หยุดนิ่ง เหมือนเวลาถูกเฉือนออกไปข้างหนึ่ง
เขา “ไม่ได้พูด” แต่เสียงนั้น…คือเสียงของเขาเอง
สายตาของเซเรสเบิกกว้าง เขาหันไปมองกราวด้าที่ยังถูกแขวนคอ ห้อยร่างไร้เรี่ยวแรงอยู่กลางห้อง
และแล้ว—
          วงเวทสีแดงทับทิม ที่เคยส่องอยู่ด้านหลังของเซเรส กลับปรากฏขึ้น ด้านหลังกราวด้าแทน
เป็นเครื่องหมายเดียวกัน
เป็นอำนาจเดียวกัน
          คือ เวทวาจาประกาศิต ที่ถูก “ขโมยไป” ทั้งหมด
คาเรนแทบกลั้นหายใจ แม้ร่างเขาจะถูกแขวนหัวลงจนเลือดไหลลงหน้า แต่เขายังพอจะร้องออกมาได้ด้วยความตกตะลึง
          “กราวด้า… ทำได้จริง… นี่มัน… เป็นไปได้ยังไง!”
เซเรสไม่ปล่อยให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นนานเกินใจรับได้ เขากรีดร้องสุดเสียง
          “ไม่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!! 
          ไม่นนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน!!!”
เสียงคำรามสะเทือนมิติและคลั่งขึ้นทันตา
เซเรสระเบิดพลังใส่เธอทันที เวทโจมตีสารพัดถูกยิงเข้าใส่รัว ๆ อย่างมุ่งสังหาร

สายฟ้าช็อตร่าง
เปลวไฟคลอกทั้งตัว
แรงดึงดูดมหาศาลพยายามหักคอเธอให้ตายในทันที
หอกเวทพุ่งซ้ำราวกับจะย้ำความเจ็บปวดให้มากที่สุด

กราวด้าดิ้นสุดแรง ร่ายเวทป้องกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางครั้งขึ้นไม่ทัน บางครั้งแตกดับในทันทีที่สร้างแต่ เพียงพอให้เธอรอดชีวิตอย่างหวุดหวิด
เธอสั่นไปทั้งตัว
ลมหายใจขาดห้วง
แต่เวทด้านหลังเธอ—วาจาประกาศิตที่ถูกชิงมา
ก็ร่ายเสร็จในเวลาเดียวกัน
กราวด้าเปล่งเสียงออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา เหมือนคนที่ใกล้ตายและใช้ลมหายใจสุดท้าย
          “เซเรส… กลายเป็นหิน”
คำสั่งจบ เวทเริ่มทำงานในทันที
ร่างของเซเรสค่อย ๆ ช้าลง ธาตุไฟยังลุกท่วมตัว แต่ท่วงท่าของเขาเริ่มนิ่งราวถูกตรึงด้วยมือลึกลับ
เขาแผดเสียงสุดท้ายออกมา ดิ้นรนทั้งที่กำลังถูกแช่แข็ง
          “ไม่นนนนนน… กราวด้า!!! ข้าสาปแช่งเจ้า… ข้าจะ… สะ…ปะ…แช่ง…”
เสียงขาดหาย ตัวเซเรสแข็งทื่อ ร่างเปลี่ยนสภาพกลายเป็นหินทั้งตัวในที่สุด
แต่—เขา ยังไม่ตาย
โซ่ทองที่ข้อมือซ้ายยังรัดแน่น ไฟวิญญาณสีฟ้ายังคงไหม้เขาอย่างไม่สิ้นสุด เซเรสถูกขังอยู่ในหินและ ถูกทรมานด้วยเพลิงนิรันดร์ไปตลอดกาล
ศัตรูที่เคยเป็นอมตะ…ตอนนี้ติดอยู่ในนรกที่เขาสร้างเอง
กราวด้ายกไม้เท้าขึ้นอย่างทุลักทุเล ฟาดมันใส่เชือกที่รัดคอเธอ
เชือกขาด ร่างของเธอร่วงลงกระแทกพื้นอย่างหมดแรง
ดวงตาพร่ามัวและเธอก็สลบไปในทันที
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา