ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,475 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

57) สงครามกลางเมืองปะทุ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
          คุกใต้ดิน — ห้องขังโอซิริส
คุกใต้ดินลึกของวาเลเธียยังคงมีทหารยามประจำจุด การเฝ้ายามเข้มงวดไม่ต่างจากก่อนสู้รบ แต่หลังเสียงอสูรอาบิสสงบลงและโลกเงียบผิดปกติ—ทหารคนหนึ่งขยับ เขาเดินไปหยิบกุญแจอย่างใจเย็น ทหารคนอื่นมองตามด้วยความงง
          “เฮ้ ครูโซ นายจะทำอะไรน่ะ?”
ประโยคยังไม่ทันจบทหารทุกคนในพื้นที่—ร่วงลงตายพร้อมกันในครู่เดียว ชายถือกุญแจยิ้มมุมปาก
          “โทษทีนะ ผมไม่ใช่ ‘ครูโซ’ … ผมคือ ‘เกอร์’ ต่างหาก”
ร่างทหารเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นชายหนุ่มเจ้าสำอางผมสีม่วง ใบหน้าแท้จริงของ ด็อปเปลแกงเกอร์
เขาได้รับคำสั่งให้รอจน “อาบิสตาย” แล้วจึงปลดปล่อยโอซิริสให้ปฏิบัติการตามแผน เกอร์เดินไปยังห้องขังอีกห้อง—ห้องขังของ ริชชี่
วงเวทป้องกันรอบห้องขังถูกแรงของเขาแผดเผาไปทีละชั้น จนเหลือเพียงแท่นหินที่ริชชี่ถูกตรึงไว้ โซ่พันแขนและขาแน่นจนแทบขยับไม่ได้
เขาไขกุญแจ เปิดประตูอย่างใจเย็น
          “ไงลุง… หมดเวลานอนแล้ว”
เสียงทุ้มเรียบของเกอร์ดังขึ้น
          “มีคำสั่งให้ไปดับลมหายใจของราชาดัลเทรนน์ — เดี๋ยวนี้”
ริชชี่ลืมตาช้า ๆ ไม่ได้หลับ แต่เหมือนเพิ่งดึงสติกลับมา เธอพยักหน้า แม้จะไม่เข้าใจทุกอย่าง
ทันทีที่เวทกักพลังสลาย โซ่ทั้งหมดแตกเป็นผงทราย ร่างเธอเป็นอิสระในทันที
เธอลุกขึ้นอย่างลังเลดวงตาฉายแววหวาดหวั่น
          “แซร์คอยู่ไหม? ฉัน…ไม่อยากฆ่าเขา”
เกอร์หัวเราะแผ่ว ๆ
          “ฉันจะไปรู้เหรอ? ไม่ต้องยุ่งกับใครทั้งนั้น ถ้าไม่อยากฆ่าแซร์ค…ก็ฆ่าแค่ดัลเทรนน์คนเดียวแค่นั้นจบแล้ว”
เขาหันหลังเดินออกจากห้อง
          “ไปทำงานซะ… ฉันต้องไปเปิดประตูมิติอีกหลายจุด”
ริชชี่ถอนหายใจลึก “ได้… ฉันจะพยายามไม่ฆ่าใคร และจะฆ่าแค่ท่านดัลเทรนน์…”
เธอเดินออกจากห้องขังอย่างไม่มั่นใจแต่ก็ทำตามคำสั่ง—และชะตาของอาณาจักรกำลังถูกขีดเขียนใหม่อย่างโหดร้าย
 
 
 

ห้องบังคับบัญชา — ความจริงเริ่มเปิดเผย
ทหารในห้องบัญชาการจ้องหน้าจอเวทอย่างตื่นตระหนก ภาพจากตาเวทไกลส่งกลับมาพร้อมข่าวดีและข่าวร้ายที่สุดครั้งหนึ่ง
          “อา…อาบิสตายแล้วครับ!! คาเรนกำจัดมันได้—แต่คาเรน…หายไปครับ!!”
เซราดสบถลั่น
          “ชิบ! มันล่อคาเรนออกไปตั้งแต่แรก!!”
ยังไม่ทันตั้งตัวทหารอีกคนก็ร้องสุดเสียง
          “แย่แล้วครับ!!! เหนือท้องฟ้าเมืองวาเลเธีย—มีวงเวทจำนวนมากกำลังเปิดขึ้น!! บางสิ่งกำลังร่วงลงมา…นั่นมัน—ทหารปีศาจครับ!!!”
ฝันร้ายที่วาเลเธียเคยลืมตื่น กำลังเริ่มต้นอีกครั้ง—แม้จะมีคำสั่งอพยพประชาชนเข้าสู่เขตวังหลวงชั้นในทันทีหลังศึกอาบิสเริ่มขึ้นแต่พื้นที่ภายในวังมีจำกัดเกินไป ผู้คนที่หลบเข้ามาได้…ยังไม่ถึง “ครึ่ง” ของประชากรในเมืองด้วยซ้ำ
ในเมืองยังมีทั้งคนแก่ เด็กเล็ก คนท้อง ผู้ป่วย—ผู้คนที่ไม่สามารถขยับได้เร็วพอ
เสียงกรีดร้องดังไปทั่วตรอก กลุ่มควันเริ่มพวยพุ่ง เงาทหารปีศาจตกลงมาจากฟ้าเป็นสาย
 
 

เซราดลุกขึ้นจากที่นั่ง บีบด้ามดาบแน่น
          “เรน! ราฟา! พวกท่านนำกองกำลังผสมออกไปตรวจสอบเมือง—ช่วยคนที่ยังติดอยู่ในเขตนอก!ฉันจะคุมส่วนกลางเอง!”
          “รับทราบ!!”
ทั้งสองตอบพร้อมกันก่อนเคลื่อนทัพทันที ทหารราบ นักธนู จอมเวท—มากกว่าพันนาย ถูกเรียกรวมตัวและแบ่งทีมเร่งด่วน
คาถาสื่อสารของทหารดังปะปนกับเสียงเตือนภัย เมืองทั้งเมืองกำลังเปลี่ยนเป็นสนามรบอย่างรวดเร็ว
 

ฮิวเดอร์วิ่งเข้ามาพร้อมเมล์ฟี่ จากนั้นทั้งคู่กลับไปยืนกลางโถงวังพื้นหินอ่อนที่ดูเหมือนลวดลายธรรมดา…พอทั้งสองจับมือกันและเริ่มร้องทำนองเวท—
พื้นสว่างขึ้นเป็นวงเวทขนาดใหญ่
เหมือนวังทั้งหลัง “หายใจ” ขึ้นมาทันทีพลังงานหลั่งไหลไปทั่วกำแพงเหนือวัง—
โดมสีทองค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น คลุมพื้นที่ทั้งหมดไว้ เป็นปราการเวทระดับตำนานที่แทบไม่เคยมีใครได้เห็น
ทหารปีศาจหลายสิบตนที่ตกลงมาจากฟ้า พุ่งชนโดมพร้อมคำรามสนั่นแต่ถูกสะท้อนกลับทั้งหมด ไม่อาจเจาะเกราะนี้ได้แม้แต่รอยเดียว
เมืองนอกวังยังลุกเป็นไฟแต่ภายในวัง…ยังยืนหยัดได้ชั่วคราว

เกอร์และริชชี่เพิ่งออกมาจากคุกใต้ดิน ทั้งคู่มองโดมเวทสีทองที่ห่อวังไว้
เกอร์หัวเราะเบา ๆ
          “โห… มีของเล่นครบเลยนี่นะ วังนี้”
เขาเดินนำไปโดยไม่สนว่าริชชี่ตามทันหรือไม่ แต่เสียงเบา ๆ ก็ตามมา
          “นี่…เกอร์…ทำไมต้องใช้ปีศาจพวกนั้นด้วย…มันน่ากลัวมากเลย…”
เกอร์ส่ายหน้าปราดเดียว
          “อย่ามาทำตัวเป็นสาวน้อยน่าสงสารนะริชคุง เธอน่ากลัวกว่าพวกนั้นอีกเป็นร้อยเท่า”
ริชชี่หยุดกึก เสียงพูดของเธอเปลี่ยนเป็นต่ำและกดดัน เหมือนคนละครคน
          “ถ้าฉันได้ยินคำว่า ริชคุง อีกครั้งเดียว…กูจะฆ่ามึง”
เกอร์สะดุ้งจนกระโดดถอยหลัง
          “หยอกเล่นเอง!! ไม่แล้วจ้า—ไม่แล้ว—ริชชี่สุดสวย!!”
เขารีบยอมแพ้ทันที
 
 

✦ รอยแผลแรกของโดมเวท
ทหารปีศาจจำนวนมากกำลังทุบโดมทองจนเกิดเสียงดังไม่หยุด แต่โดมยังคงแข็งแกร่งไร้รอยร้าว
ริชชี่เดินไปแตะปลายนิ้วกับผิวโดมอย่างช้า ๆ คาถาเวทป้องกันระดับสูงส่องประกายใส
จากนั้น—
          ปะลาย!
โดมเวทแตกเป็นผงทราย เปิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ราวประตูเมือง เหล่าทหารปีศาจรีบกรูกันบุกเข้าไปทันทีเสียงคำรามดังสนั่นไปทั้งลานพระราชวัง
 

ทหารเวรประจำจอเวทร้องลั่น
          “มีช่องโหว่หน้าทางเข้าวังครับ! พวกมันบุกเข้ามาแล้ว!!!”
เซราดลุกขึ้นทันที เสียงคำสั่งดังราวฟ้าผ่า
          “หยุดมันให้ได้!! กราฟก้า! วิลลี่! จูเลียน! นำกำลังไปตั้งแนวรบหน้าประตูวังเดี๋ยวนี้!!”
กองทหารหลายร้อยพุ่งออกจากด้านใน ตั้งโล่ ตั้งหอก ตั้งค่ายกล เสียงระเบิดและควันไฟเริ่มปกคลุมหน้าวัง
ประชาชนที่หลบอยู่ด้านในเริ่มกรีดร้อง เสียงเด็กเล็กร้องไห้สะท้อนทั่วโถง
เมืองวาเลเธีย—ที่เคยสงบงดงาม—กลายเป็นสนามรบในพริบตา
แผนสวนกลับของเซเรส ดำเนินไปตามที่เขาต้องการทุกประการ
 
 

ริชชี่เดินเข้ามาพร้อมเกอร์ ไม่ได้ร่ายเวท ไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เพียงแค่เดิน…
          ทุกสิ่งที่เข้าใกล้เธอ—คน, เวทมนตร์, ทหารปีศาจ—กลายเป็น “ทราย” ในพริบตา
ไม่ว่าจะตั้งใจโจมตีหรือเดินเฉียงเข้าใกล้เธอเพียงก้าวเดียว ทุกอย่างพังสลายอย่างรวดเร็วราวกับโลกปฏิเสธการมีอยู่ของเธอ
หนึ่งในทหารของวาเลเธียจำเธอได้เขาชี้ไปพร้อมตะโกนสุดเสียง
          “นั่นมัน—ริชชี่!! ขุนพลแห่งความมืด!! ฆ่าเธอให้ได้!!”
ทหารจำนวนมากพุ่งเข้าโจมตีแต่ริชชี่ยกมือเพียงเล็กน้อย
          พรึ่บ—
พวกเขากลายเป็นทรายพร้อมกันทั้งหมด
ไม่มีเสียงร้อง
ไม่มีแม้การดิ้นหนี
ราวกับความตายรูปแบบใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก
เกอร์ยืนมองยังต้องผงะถอย แม้เขาจะเป็นด็อปเปลแกงเกอร์ผู้เลือดเย็น แต่พลังของริชชี่…น่ากลัวจนแม้แต่เขาต้องรักษาระยะ
 
 

✦ สมรภูมิหน้าวัง 
แม้ทหารวาเลเธียจะฝึกมาอย่างดี แม้จะรู้จุดอ่อนของทหารปีศาจเกือบทั้งหมดแต่ที่เห็นตรงหน้า…
มันคนละเรื่อง
พวกมันเคลื่อนไหวเร็วผิดมนุษย์ แข็งแรงเกินกว่าจะแทงทะลุง่าย ๆ และที่น่ากลัวที่สุด—
          มันร่วมมือกันราวกับฝูงสัตว์ล่าเหยื่อ
กองกำลังหลายร้อยนายถูกทุบล้มลงไม่หยุด แม้ทหารใหม่จะถูกเติมเข้ามาโดยไม่เว้นช่วงแนวรบก็ยังถูกถอยร่นทีละเมตร…ทีละเมตร…
ทหารราชองครักษ์ก้าวออกมาตั้งแนวหน้า ต่อสู้ดุเดือด ฟาดฟันด้วยทักษะระดับสูงสุดของวาเลเธียเริ่มดันกลับ—กำลังได้เปรียบอยู่เล็กน้อย
แต่ไม่ทันให้พวกเขาได้ตั้งหลัก—
          เกอร์ร่ายเวทสับสน
ละอองสีม่วงกระจาย ดวงตาทหารหลายคนหมุนกลอก ก่อนพวกเขาจะเริ่ม…
          หันดาบใส่กันเอง
แนวรบแตกกระจายทันที เสียงกรีดร้องดังสะท้อนทั่วลานพระราชวัง
 
 

ในวังตอนนี้
ไม่มีกราวด้า
ไม่มีเมธรัส
ไม่มีคาเรน
ไม่มีราห์ซูร์
และมี ขุนพลแห่งความมืดถึงสองคน ยืนอยู่หน้าประตู
ความหวังของวาเลเธีย…เริ่มริบหรี่ลงเรื่อย ๆ
ผู้คนในวังบางส่วนเริ่มร้องไห้ กอดลูก กอดกันเอง เชื่อว่า—นี่คือวันสิ้นอาณาจักร
 
 

✦ แล้วบางสิ่ง…ก็เดินออกมาจากในวัง
ประตูใหญ่ของวังค่อย ๆ เปิดออก
ทุกสายตามองไป—จากความสิ้นหวัง กลับกลายเป็นประกายแห่งความหวังที่ยังไม่ดับ
หญิงคนหนึ่ง…เดินออกมาช้า ๆ
 
ราชครูกราวด้า
ในชุดสีดำอมม่วง
ยืนสง่าอยู่หน้าแนวทหาร
เธอเป็นสัญลักษณ์ของปัญญา ความเยือกเย็น และศาสตร์เวทที่สูงสุดแห่งวาเลเธีย
ทหารทุกคนกำดาบแน่นขึ้น
ใจชื้นขึ้น
ประชาชนเริ่มกรีดร้องด้วยความดีใจ
เชื่อว่ากราวด้ากลับมา…และทุกอย่างจะถูกปกป้อง
แต่ความจริง—ไม่มีใครรู้
 
นั่นไม่ใช่กราวด้าตัวจริง
มันคือ…
          หุ่นขี้ผึ้ง กราวด้าหมายเลข 1
ผลงานชิ้นเอกของราชครู ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น “ตัวแทน” ในยามที่เธอไม่อยู่
มันไม่ใช่มนุษย์
ไม่ใช่จอมเวท
แต่คือเจตจำนงของกราวด้าที่หล่อหลอมเป็นรูปร่าง
มันจะยืนหยัด…จนกว่าร่างจะพังทลาย
เซราดผงะจนพูดไม่เป็นคำ เขาวิ่งเข้าไปหาอย่างดีใจสุดขีด
          “ท่านกราวด้า!? กลับมาตอนไหน—ท่าน…!”
เจ้าหุ่นยกมือขึ้นห้ามเขาด้วยท่าทางสงบนิ่งและเรียบง่ายเหมือนตัวจริงไม่มีผิด
          “ให้ฉันรับมือกับขุนพลแห่งความมืดเองส่วนพวกท่าน…ตั้งแนวรบป้องกันทหารปีศาจให้แน่นก็พอ”
น้ำเสียงของมันไม่ใช่เสียงมนุษย์แต่นิ่ง แข็ง และมั่นคงจนทุกคนเชื่อว่า—ราชครูแห่งวาเลเธียกลับมาแล้วจริง ๆ
และนี่คือ…
หมากตัวที่เซเรส “ไม่รู้ว่ามีอยู่ในกระดาน”
 
 

เจ้าหุ่นเดินออกมาจากประตูวังชั้นในก้าวเท้าเข้าสู่แนวปะทะท่ามกลางเสียงควันไฟและเสียงร้องของผู้คน 
มันกวาดสายตาไปรอบสนามรบเพียงเสี้ยววินาที—ก็ “พบเป้าหมาย” ทั้งสอง
          เกอร์ และ ริชชี่ ขุนพลแห่งความมืดที่กำลังฉีกแนวรบของวาเลเธียออกเป็นชิ้น ๆ
ข้อมูลความทรงจำที่กราวด้ามอบให้มันก่อนจากไปไหลเวียนอยู่ในแกนกลางของมันอย่างสมบูรณ์ มันรู้พลังต่อสู้ของด็อปเปลแกงเกอร์ รู้ความอันตรายของโอซิริส รู้ระดับภัยคุกคามของขุนพลทั้งสองอย่างแม่นยำ
มันประเมินทั้งหมดก่อนจะเดินเข้าสู่สนามรบอย่างสงบและ โบกมือเพียงครั้งเดียว
โดยไม่ต้องร่ายคาถาแม้แต่บทเดียว
          วูมมม—!!!
พลังคลื่นสีเขียวระเบิดออกกว้างซัดผ่านสนามรบเหมือนคลื่นทะเลสีมรกต ทหารวาเลเธียที่ถูกมนต์สับสนของเกอร์พุ่งใส่กันเอง หยุดลงพร้อมกันทั้งหมดสติกลับคืน—ราวกับมีผู้ปลุกให้ตื่น ทั้งสนามรบหยุดหายใจไปหนึ่งจังหวะ
 
 

เกอร์เบิกตากว้างเสียงสั่นจนฟังแทบไม่ออกว่าเป็นความกลัวหรือความโกรธ
          “กะ…กราวด้า!? มันมาได้ยังไง!? มันควรจะติดอยู่ในมิติกระจกกลับด้านไม่ใช่เหรอ!!?”
ริชชี่ยืนตัวสั่น มองเจ้าหุ่นราวกับเห็นปีศาจที่แท้จริง
          “ทะ…ท่านกราวด้า…แย่แล้วค่ะ…อย่ามาขวางเลยนะคะ…ไม่นั้นฉัน…จะต้องฆ่าท่านจริง ๆ…”
เสียงเธอสั่นจริงเพราะสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าให้ความรู้สึกว่า “ไม่ใช่มนุษย์” แม้แต่น้อย
เจ้าหุ่นยืนนิ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์
          “ไม่เจ้าค่ะ—จะไม่มีอสูรแห่งความมืดตนใดผ่านจุดนี้ไปได้”
ไม้เท้ายาวถูกเสกขึ้นในมือมันในพริบตา แล้ว—
          กระแทกพื้น!!
แรงระเบิดเวทซัดเกอร์กับริชชี่ปลิวออกนอกโดมไปไกล แรงจนทหารหลายคนอ้าปากค้าง ทำตาค้างไม่เชื่อสายตา
 
 

เจ้าหุ่นหันกลับมาทางแนวรบยกไม้เท้าขึ้นเล็กน้อย
          “เราขอฝากที่นี่ด้วย…ท่านเหล่าทหาร”
เพียงเท่านั้น ทุกทหารวาเลเธียรู้สึกเหมือนพลังใจเพิ่มขึ้นเป็นสิบเท่า เสาหลักของอาณาจักร—แม้ไม่ใช่ตัวจริง—แต่ “เจตจำนงของกราวด้า” อยู่ตรงนี้แล้ว
เจ้าหุ่นพุ่งออกนอกโดมทันที เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว—ทำลายขุนพลทั้งสองไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม
 
 

เพียงแค่กระแทกครั้งเดียวเกอร์กับริชชี่กลิ้งกระเด็นไปจนถึงจุดที่คาเรนต่อสู้กับอาบิสก่อนหน้านี้พื้นดินแตกระแหงราวกับโลกกำลังพังทลาย
เกอร์ลอยลงพร้อมเสียงสบถ
          “บะ…บ้าอะไรเนี่ย!? กราวด้า? เป็นไปไม่ได้เลย…!”
ริชชี่ตกลงพื้นแบบไม่สวยมากกลิ้งเหมือนลูกบอลแล้วร้องโอดครวญ
          “ไม่นะค้าาา… พลังนี่มันของจริงชัด ๆ…”
เธอเริ่มหวาดกลัวเพราะนี่ไม่ใช่กราวด้าที่มีหัวใจแต่เป็นกราวด้าที่ ไม่มีข้อจำกัดของมนุษย์เลย
เจ้าหุ่นตามมาทันที
ไม่มีช่องว่าง
ไม่มีการพักหายใจ
ไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่นิด
มันร่ายเวทแรงดึงดูดลงกลางสนาม—
          ตึงงงง!!!!
พื้นยุบลง แรงดึงดูดมหาศาลกดทับทั้งเกอร์และริชชี่ไว้กับพื้น ขยับแทบไม่ได้
เกอร์คำราม เหงื่อแตกพลั่ก
          “ไม่ให้ตั้งตัวเลยใช่ไหม!!! ก็ได้—งั้นฉันจะ—!!!”
เขาร่ายเวทมิติกระจกกลับด้าน ลายเวทเริ่มก่อตัวขึ้นแต่เพียงเสี้ยววินาที—
ปะลาย!!
วงเวทแตกเป็นเศษแสงเหมือนถูก “บล็อก” ตั้งแต่ยังไม่ทันเสร็จ
          “เอ้ย!?!”
เกอร์ตะโกนตกใจสุดขีด
เจ้าหุ่นยื่นมือขึ้นนิ้วเพียงขยับเล็กน้อย การร่ายเวทของเขาถูกทำลายก่อนสำเร็จทุกครั้ง เหมือนระบบที่ “รู้คำตอบ” ก่อนคำถามจะถูกตั้ง
 
 

ความจริงกำลังปรากฏตรงหน้า—
          พวกเขาไม่ได้สู้กับมนุษย์
          ไม่ได้สู้กับจอมเวท
          ไม่ได้สู้กับกราวด้าตัวจริง
          แต่กำลังสู้กับ… ‘เครื่องจักรสังหาร’ ที่ฉลาดที่สุดในอาณาจักร
จักรวาลนี้…ไม่ควรมีสิ่งแบบนี้อยู่เพราะ—
มันไม่เหนื่อย
มันไม่กลัว
มันไม่ลังเล
มันไม่ต้องคิด มัน “คำนวณอย่างฉับพลัน”
มันแม่นยำระดับขีดสุด
มันมีพลังเวทละเอียดระดับราห์ซูร์เบื้องต้น
และมัน…ไม่มีหัวใจ
มันคือกราวด้าเวอร์ชั่น “สังหารล้วน ๆ”
เวอร์ชั่นที่ทั้งสองไม่เคยเตรียมรับมือ เวอร์ชั่นที่อยู่เหนือข้อจำกัดของผู้สร้างเอง เวอร์ชั่นที่แม้แต่เซเรส—
          ก็ไม่รู้ว่ามีอยู่
 
และตอนนี้มันจะทำทุกอย่างเพื่อทำลายขุนพลความมืดทั้งสอง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา