ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,443 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

55) ก้าวพลาด

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

กราวด้าก้าวมาถึงกลางห้อง จังหวะเดินของเธอช้าลง และหัวใจเต้นหนึ่งครั้งแรงกว่าปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัว
แต่เพราะ… ไม่มีเสียงอะไรเลย

เสียงต่อสู้นอกคฤหาสน์หายไปหมด ไม่มีเสียงแซร์ค ไม่มีเสียงอิเรน ไม่มีแรงสั่นจากอาบิส ไม่มีลม ไม่มีแม้แต่เสียงสะท้อนของอาคาร

ที่นี่… ไม่ใช่ชั้นบนสุดของคฤหาสน์อีกแล้ว กราวด้าไม่ลังเลกางอาณาเขตป้องกันอย่างรวดเร็วปลายไม้เท้าฟาดอากาศ—แกร๊ก…! เสียงเหมือนเคาะกระจกใสหนาสะท้อนกลับเข้ามาในหูเธอ กราวด้ายิ้มนิด ๆ

          “มุกเก่า ๆ…” 

เสียงตอบกลับมาทันทีไม่รู้ว่ามาจากทิศไหนกังวานเหมือนโลกทั้งมิติกำลังพูดพร้อมกัน

          “รู้ตัวแล้วหรือ?”

เงาดำไหลลงมาตามผนังรวมตัวเป็นรูปร่างสูงโปร่งก่อนจะกลายเป็นเซเรส เขายืนอย่างเย่อหยิ่งราวกับ “ราชาแห่งห้องนี้”

          “ยินดีต้อนรับสู่ มิติกระจกกลับด้าน ฉันสั่งให้ ด็อปเปลแกงเกอร์ สร้างไว้ให้เธอโดยเฉพาะและครั้งนี้… ไม่มีทางทำลายได้

กราวด้าชะงักเล็กน้อยไม่ใช่เพราะกลัว แต่เพราะชื่อที่เซเรสเอ่ย—

          “ด็อปเปลแกงเกอร์…? มันยังไม่ตาย?”

ความทรงจำเรื่องการต่อสู้กับเกอร์ผุดขึ้น การปะทะที่เกือบเผาผลาญทั้งมิติ โดนขนาดนั้น…มันยังไม่ตายอีกหรือ?

เซเรสหัวเราะในลำคอ ช้า เย็น เต็มไปด้วยความภาคภูมิในพลังของตน

          “ขุนพลปีศาจของฉัน…ไม่ตายง่าย ๆ หรอกกราวด้า”

เขากางมือออกราวกับกำลังถือกุญแจของทั้งมิติแห่งนี้

          “ตอนนี้ สิทธิ์ทั้งหมดของมิตินี้—อยู่ในมือฉัน

แรงกดดันแผ่ซ่านไปทั่วห้อง ทุกสิ่งรอบตัวบิดเบี้ยวเล็กน้อย เหมือนโลกกำลังเปลี่ยนรูปร่างเพื่อรองรับความคิดของผู้เป็นเจ้าของ

          “ฉันจะเป็นอมตะที่นี่และเธอ…จะเป็นเพียงซากของผู้แพ้”

เซเรสยกมือขึ้นด้านหลังเขาปรากฏวงเวทสีแดงทับทิม สว่างเจิดจ้าเหมือนดวงตาของปีศาจที่เพิ่งตื่นจากหลับลึก เขาออกคำสั่ง—

          “กราวด้า คือ ตุ๊กตาผ้า”

คำพูดนั้นตกกระทบพื้นแรงเหมือนค้อนกระแทกโลกทั้งใบ วงเวทหลังเขาเปิดแสงสีแดงห่อหุ้มร่างกราวด้าทันที

          ฟุ่บ!!

ไม่มีเสียงร้อง ไม่มีเวทต้าน ไม่มีประกายการต่อสู้ เพียงเสี้ยววินาที ร่างของกราวด้าหายไปเหลือเพียงตุ๊กตาผ้าตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก ชุดสีขาวขลิบทอง ไม้เท้าผ้าปักลายอย่างประณีต

ขนาดเท่าฝ่ามือ…แต่กลับให้ความรู้สึกว่างเปล่า…เหมือนวิญญาณหายไป ตุ๊กตาลอยเข้ามาในมือเซเรสอย่างง่ายดาย

เขาหัวเราะ—ไม่ดังแต่เต็มไปด้วยชัยชนะที่มั่นใจเกินเหตุ

          “เพราะฉันจะไม่ประมาทเธอ จึงต้องจับเธอมาก่อนในมิติของเกอร์”

เขาเดินไปวางตุ๊กตาบนโต๊ะกลางห้อง เหมือนวางของตกแต่ง ไม่มีความหมาย ไม่มีค่า เป็นเพียงวัตถุชิ้นหนึ่ง วงเวทด้านหลังเขาเริ่มดับลง ควันแดงจางหายเหมือนพิธีเสร็จสมบูรณ์แล้ว

เซเรสยิ้ม—

          “ตั้งแต่วินาทีนี้…ไม่มีใครจะพบตัวเธอได้อีก ยินดีต้อนรับสู่จุดจบของกราวด้า มอร์นไวน์”

เขาหันหลัง—และทันใดนั้นเองเสียงหนึ่งดังขึ้นจากทุกทิศทาง กังวาน มั่นคง เย็นเฉียบเหมือนคมมีดเวท

          “ขอชมในความรอบคอบของนาย…เซเรส”

เซเรสหยุด ร่างแข็งทื่อในทันที 

          “ยอมรับเลย…มิติกระจกกลับด้านนี้—หาทางออกไม่ได้จริง ๆ” ตุ๊กตากราวด้า ลอยอยู่เหนือพื้นราวกับมันมีชีวิต แต่ ใช่ มันมีชีวิตและร่ายเวทได้

ทันทีที่เสียงของกราวด้าดังก้องขึ้นภายในมิติกระจกกลับด้าน—

          “กรงทอง!!”

เสียงแผ่ก้องเหมือนระฆังโลหะโซ่ทองคำสายหนึ่งพุ่งออกมาจากความว่างรัดข้อมือซ้ายของเซเรสแน่นเกือบจะฝังเข้ากระดูกปลายอีกด้านค่อย ๆ หดตัวลง ก่อนจะคล้องเข้ากับข้อมือเล็กจิ๋วของ “ตุ๊กตาผ้ากราวด้า” อย่างพอดี

เสียงโลหะกระทบกันแหลมชัด แกร๊ง! ตอนนี้ทั้งเซเรสและตุ๊กตากราวด้า—ถูก “ล่ามเข้าหากัน” ไว้ด้วยโซ่เดียว
จะหนี–จะหลบ–หรือจะร่ายเวทลับหลังล้วนทำไม่ได้โดยไม่ลากอีกฝ่ายตาม

กราวด้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจเหนือมนุษย์

          “เท่านี้ เราก็ติดอยู่ด้วยกันในที่นี่แล้ว เว้นแต่ว่าใครสักคนจะยอมเสียแขน…ซึ่งนั่น ไม่ใช่ฉันแน่นอน

เสียงของเธอถูกส่งผ่านจิตดังขึ้นจากตุ๊กตาผ้าที่ลอยกลางอากาศราวกับมีชีวิต

เซเรสจ้องโซ่ทองคำด้วยความหงุดหงิด เวทระดับนี้ไม่ใช่เวทโจมตี แต่คือเวทกลยุทธ์—เวทจับคู่—เวทล่ามพันชะตาที่ไม่มีทางหนีจนกว่าใครสักคนจะยอมแพ้

เขาขบกราม

          “แก…”

กราวด้าไม่ปล่อยให้เขามีเวลาคิดเสียงเธอวิเคราะห์อย่างไร้อารมณ์—เหมือนกำลังอ่านรายงานวิจัย

          “เวท ‘วาจาประกาศิต’ ของนาย

เป็นหนึ่งในความสามารถพิเศษที่หายากที่สุดจริงอยู่ว่า…ผลของมันเด็ดขาด แต่กว่าจะร่ายเสร็จ—มันใช้เวลา”

เสียงหัวเราะเบา ๆ ของกราวด้าดังตามมา

          “เวลามากพอให้ฉันคิดหายใจได้สินะ”

เซเรสเลิกคิ้วชอบใจในความทะนงตนนั้นด้วยซ้ำ

          “ก็จริง…งั้นมาดูกันว่า—แกจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”

เขาเริ่มเตรียมร่ายเวท วงเวทสีแดงเข้มปรากฏด้านหลังราวกับเลือดเดือด

กราวด้าไม่เสียเวลา

          “ป้อมปืน—เปิดการยิง”

          พรึ่บ!!

อากาศรอบตัวเธอบิดตัวป้อมปืนจิ๋วสีทอง–ขาวผุดขึ้นทีละกระบอกลอยอยู่กลางอากาศนับสิบ
เหมือนห้องถูกล้อมรอบด้วย “ระบบป้องกันอัตโนมัติ” แล้วเสียงยิงที่ไม่มีเสียงเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วห้อง—

          ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!

มองไม่เห็นกระสุน มีเพียงเมื่อมันกระทบพื้น–ผนัง–หรือร่างของเซเรสจะเกิด “ทรงกลมลบพื้นที่” เหมือนมีสิ่งบางอย่างลบโลกออกไปเป็นชิ้น ๆ

เซเรสต้องกระตุกแขนเพื่อพาตุ๊กตากราวด้าลอยตาม การเคลื่อนไหวของเขาเลยช้าลงเหมือนกำลัง “ชักเย่อกับตุ๊กตา” กลางสนามรบ

เขาคำราม

          “ลูกเล่นเยอะนะ…แต่ใช้กับฉันไม่ได้!!”

แต่คำพูดยังไม่ทันจบกระสุนหนึ่งนัดทะลุแขนเขา—

          ตู้มมมม!!

เศษเลือด–เนื้อ–และชิ้นกระดูกปลิวออกอย่างชัดเจน แขนขวาที่ถูกล่ามโซ่ทองยุ้ยจนเห็นกระดูกท่อนล่าง

เซเรสแทบล้มดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงปนโกรธ

          “อึก! พลังทำลายอะไรกัน!? นี่น่ะหรือ…ผู้วิเศษแห่งยุคสมัย…”

พลังเวทของกราวด้า ไม่ใช่แค่รุนแรง แต่ “บริสุทธิ์จนไม่เหลือความเป็นรูป” เป็นเวทระดับโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อทำลายสิ่งที่จับต้องไม่ได้

แม้แต่เจ้าแห่งความมืดยังต้องทึ่งในความคิดของเธอ

เซเรสสบถ

          “แต่เปล่าประโยชน์น่ะ กราวด้า—เธอทำได้แค่รอเวลาแพ้เท่านั้น!!”

เขากางแขน—ยอมให้ป้อมปืนยิงใส่เต็ม ๆ ร่างเขาแหว่งเป็นรู เนื้อเละเป็นชิ้น เลือดดำไหลเป็นทาง แต่ทันทีที่วงเวทด้านหลังเรืองแสงจ้า—

          “วาจาประกาศิต: สลับเปลี่ยนความเสียหาย เซเรส – กราวด้า

เมื่อคำสุดท้ายถูกเปล่งออก—

          พรึ่บ!!

ร่างของเซเรสกลับคืนสภาพ ผิวหนังเรียบ เลือดหยุด แผลหายไปทั้งหมดเหมือนโดนย้อนเวลากลับหนึ่งช่วงลมหายใจ

แต่ตุ๊กตากราวด้า—

          ปึง!

ร่วงตกจากโต๊ะ ร่างผ้ายับยู่ยี่ นุ่นทะลักออกจากข้อแขน–ลำตัว ลายปักที่หน้าอกถูกฉีกออกเหมือนโดนพลังทำลายมหาศาลอัดใส่โดยตรง

แต่ในขณะที่เซเรสคิดว่า “เกมเริ่มเข้าทางเขา”—ป้อมปืนของกราวด้า ยังยิงต่อเนื่องไม่หยุด

          ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ!!!

เซเรสต้องกลิ้งหลบซ้าย–ขวา คฤหาสน์ชั้นบนสุดถูกเจาะเป็นหลุม เป็นรูทะลุหลายสิบจุด กระจกแตก ผนังพังจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม

ป้อมปืนเวทของกราวด้ายิงระดมใส่เซเรสจนห้องสั่นสะเทือน กระสุนจำนวนมหาศาลเจาะพื้น–ผนัง–อากาศ สร้างหลุมมิติเล็ก ๆ นับร้อย ราวกับโลกกำลังโดนลบทีละส่วน

แต่แล้ว—ป้อมปืนทุกกระบอกดับแสง…ก่อนสลายไป

กราวด้าในร่างตุ๊กตาผ้าขาดวิ่น หายใจ…หรือควรจะเรียกว่าการ “เปล่งเสียงจากจิต” อย่างหนักหน่วงเล็กน้อย
เธอมองร่างตนเองที่เต็มไปด้วยนุ่นทะลักจากช่องผ้า

          “เสียดายจริง…ฉันเริ่มจะชอบตุ๊กตาตัวนี้แล้วนะ”

เธอยกไม้เท้าที่ทำจากผ้าขึ้น ท่าทางเหมือนหยอกล้อแต่ปลายไม้เท้าส่องแสงสีทองเฉียบคม เพียงสะบัดปลายไม้เท้า—

          พรึ่บ!

คริสตัลขนาดมหึมาผุดขึ้นครอบร่างเซเรสเป็นคุกผลึกบริสุทธิ์ที่ปิดเขาไว้สมบูรณ์แบบ

กราวด้ามองผลงานตนเองแล้วถอนหายใจเล็กน้อย

          “เอ๋? ไม่ใช่ลูกแก้ว? …คำนวณพลาดไปนิด แต่คริสตัลก็น่าจะใช้ได้เหมือนกันล่ะนะ”

เสียงของเธอแม้จะมาจากตุ๊กตาขาดยับ แต่เต็มไปด้วยความมั่นใจแบบนักเวทระดับสูงที่ “เข้าใจเวทของตัวเองทุกเส้น”

ด้านในคุกคริสตัล เซเรสยืนนิ่ง เวทวาจาประกาศิตของเขายังร่ายต่อเนื่อง แสงแดงสะท้อนในผลึกจนห้องทั้งห้องแดงเป็นเลือด

เขามองออกมาพร้อมยิ้ม แต่สายตานั้น…เริ่มกังวลเป็นครั้งแรก

          “ร้ายกาจมาก กราวด้า สร้างมิติซ้อนในมิติกระจกกลับด้าน…เพื่อหักล้างกฎของฉัน คิดจะฆ่าฉันจริง ๆ สินะ”

กราวด้าไม่ตอบมีเพียงเสียงเบา ๆ แต่เด็ดเดี่ยว—

          “แค่กันแกออกจากอาณาเขตของแกได้ก็พอแล้ว ตายซะ เซเรส!!

คริสตัลระเบิด—บึ้มมมม!!

แรงระเบิดกระแทกแทบทำให้มิติกระจกทั้งชั้นแยกออก เศษผลึกแตกกระจาย เหวี่ยงร่างของเซเรสกระเด็นไปทุกทิศ
แขน–ขา–ลำตัวกระจัดกระจายเหมือนร่างเชิดหักคอ หัวของเขากลิ้งไปตามพื้นจนหยุดลงตรงหน้าเธอ

กราวด้าในร่างตุ๊กตายืน “นิ่ง” แต่จิตของเธอคมราวใบมีด

          “แกพลาด…ตรงที่ไม่สั่งให้ ‘ฉันตาย’ ตั้งแต่แรก”

เธอร่ายเวทคืนร่าง ผ้าและนุ่นหายไป กลายเป็นกราวด้าในรูปลักษณ์เดิม—ว่าที่ราชครูชุดขาวขลิบทอง สง่างาม แต่ดวงตาเปล่งพลังมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

เธอมองหัวของเซเรสที่นอนนิ่ง…แต่ริมฝีปากยัง ขยับเล็กน้อย

ก่อนที่เธอจะทันทำอะไร หัวนั้นกลายเป็น ก้อนหิน ทันที เป็นหินที่ยังคงรูปหน้า…แต่ปราศจากชีวิต

แล้วเงาหนึ่งค่อย ๆ ก้าวออกมาจากกรอบรูปที่หล่นแตกบนพื้น—

เซเรส…อีกคน ยืนอยู่ตรงนั้น สมบูรณ์ ไร้แผล แม้แต่รอยขีดข่วนก็ไม่มี เขาปัดเศษแก้วออกจากเสื้ออย่างเฉยเมย

          “เกือบไปแล้วนะ…ช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงตายจริง”

เขายิ้มกว้าง ยิ้มของคนที่ได้เห็นเหวลึกแล้วกลับมาได้

          “กราวด้า…คุณอันตรายจริง ๆ จนตอนนี้ฉันเสียดาย—ที่ไม่ได้ฆ่าคุณตามที่คุณแนะนำก่อนหน้านี้”

เขากางแขนวงเวทสีแดงเลือดผุดขึ้นด้านหลัง แรงกดดันพุ่งทะลุตัวตึกจนผนังสั่นระริก

          “เอาล่ะ…ครั้งนี้จะไม่มีความผิดพลาดอีก ฉันจะใช้เพียงวลีเดียว—”

ห้องทั้งห้องสั่น มิติกระจกเริ่มบิดตัวความจริงเริ่ม “เอียง”

กราวด้ายืนตรง น้ำเสียงภายนอกสงบนิ่ง แต่ในใจเธอ…

          (…ครั้งนี้ไม่เหมือนก่อนหน้าแล้ว)

          “ที่ผ่านมา ฉัน ‘เอาตัวรอด’ มาได้ แต่ทุกครั้งก็เฉียดตายแค่เส้นผมและคราวนี้…ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียว—ฉันก็ตายจริง ๆ”

(ฉันเสียเปรียบทุกอย่าง ทั้งมิติ ทั้งพลัง ทั้งเงื่อนไขของเวท)

กราวด้ายิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่มีทั้งความรักและความสิ้นหวัง

          “ถ้าเป็นไปได้…”

(อยากอยู่กับนายให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย ราห์ซูร์)

          “…ถ้าฉันอยู่ไม่ถึงตอนนายกลับมา”

(ก็อย่าโกรธกันเลยนะ…เจ้าชายของฉัน ครั้งนี้มันเกินกำลังจริง ๆ)

เธอยืนประจันหน้ากับเซเรสอีกครั้ง เวทและพลังมืดหมุนรอบทั้งสอง มิติกระจกบิดตัวเหมือนจะพังล้มลงพร้อมกันทุกวินาที

ป้อมปืนเวทหายไปแล้ว มิติกระจกกลับด้านเงียบสงัดอีกครั้ง เหลือเพียงแรงกดดันของเวทวาจาที่เป็นความจริงที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างน่าสะพรึง

กราวด้ายืนอยู่บนพื้นที่ซึ่งถูกป้องกันด้วยวงเวทของเธอ ทุกอย่างรอบตัวเริ่มกลายเป็นหินอย่างช้า ๆ เหมือนมิตินี้ถูกเซเรส “บีบ” ให้สลายตัวด้วยพลังเพียว ๆ

          เซเรสยืนสง่าในความมืด เสียงของเขานิ่ง…น่ากลัว ไม่ใจร้อน ไม่รีบร้อนเหมือนก่อน

เพราะตอนนี้—เขารู้ว่า “กำลังจะชนะ”

กราวด้าคิดในใจ โดยไม่ให้ความหวาดกลัวออกมาถึงแม้เพียงรอยสั่นของปลายผม

 

 

 


*“บอกตามตรง… อย่าว่าแต่ออกจากมิติกระจกกลับด้าน ตอนนี้ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะจัดการเซเรสยังไง…”*

“ฉันพลาด… ที่ไม่ตรวจศพด็อปเปลแกงเกอร์ให้แน่ชัด เวททำลายล้างใช้ที่นี่ไม่ได้ เพราะไม่ทันวาจาประกาศิตของเขา”

“ต้องหยุดเวทนั้น…ต้องหยุดให้ได้ ก่อนที่คำประกาศิตจะออกปาก”

 

 

 


กราวด้าวาดไม้เท้าจนเกิดลูกไฟสีฟ้าเล็ก ๆ แผ่พลังเหมือนวิญญาณเรืองแสง

เธอยิงมันออกไป— ลูกไฟเคลื่อนช้า แต่มีแรงกดดันของเวทชั้นละเอียดซ้อนอยู่หลายชั้น

เซเรสยกมือเดียว…ปัดมันเหมือนปัดแมลง

          ปั้ง—!!

ลูกไฟสลายหายไปง่ายดาย เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงเย้ยหยันแบบผู้พิพากษาที่เตรียมอ่านคำประหาร

          “หมดมุกแล้วหรือ กราวด้า?

งั้นก็ดี… ยอมแพ้เถอะ เวลาของเจ้าหมดลงแล้ว”

วงเวทวาจาประกาศิตด้านหลังเขาเรืองแสงถึงจุดสูงสุด ทุกมิติเริ่มสะท้อนเสียงเดียวกันเหมือนบทสวดจากนรก

เซเรสยกมือขึ้น ปลายนิ้วเล็งตรงหัวใจของเธอ เขาพูดช้า ชัด ก้องเหมือนระฆังตัดสินชะตา

          “กราวด้า มอร์นไวน์ —ตายในทันที!!”

แสงแดงระเบิดออก แรงกดดันพุ่งใส่เธอเหมือนค้อนทุบจักรวาล

กราวด้ากระตุกหนึ่งครั้ง ร่างเต็มทรุดลง มือกุมหน้าอก หัวใจหยุดเต้นในชั่วพริบตา

ไม่มีคำพูด

ไม่มีเวทต้าน

ไม่มีสัญญาณต่อสู้หลงเหลือ

ภาพสุดท้ายในดวงตาของเธอคือ—อ้อมกอดของราห์ซูร์ คืนที่เธอได้แนบศีรษะกับอกเขา

แล้วแสงในดวงตาเธอก็ดับลง

กราวด้า—ผู้วิเศษแห่งยุค ล้มลงอย่างไร้ชีวิตบนพื้นหินอ่อนของมิติกระจกกลับด้าน

 

 

 


เซเรสหันหลังให้ร่างไร้วิญญาณ ถอนหายใจอย่างโล่งอกแบบผู้ชนะที่แท้จริง

          “หึ… จบแล้ว ผู้วิเศษที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้”

เขาก้าวหนึ่งก้าวเพื่อออกจากมิติ— แต่เสียงหนึ่งดังขึ้น

          แกร๊ก…!

โซ่ทองคำที่เคยล่ามกราวด้าไว้…ยังรัดอยู่ที่ข้อมือ ของเขาเอง

มันไม่ได้หายไปพร้อมร่างกราวด้า

ไม่ถูกลบ

ไม่ถูกทำลาย

แต่—

          มัน “ผูกติดกับวิญญาณของเขา” แทน

เซเรสชะงัก มองข้อมือตัวเองด้วยความตกตะลึงอย่างแท้จริงครั้งแรก

          “เฮ้ย… นี่มัน—อะไร!?”

ปลายโซ่อีกด้านหายไปในความว่าง ไม่เห็นต้นทาง เหมือนถูกยึดด้วย “กฎแห่งมิติ” เอง

และยิ่งแย่กว่านั้น—ไฟสีฟ้าอ่อนที่เขาปัดทิ้ง ยังคงติดไฟอยู่ที่หลังมือ!

มันไม่ดับ—ไม่เล็กลง—แต่เริ่มลุกขึ้นช้า ๆ

เซเรสเริ่มรู้สึกถึง “การเผาไหม้ระดับวิญญาณ” เขาร่ายวาจาประกาศิตทันที

          “โซ่ทอง—ขาด!”

          “ไฟ—ดับ!”

          “โซ่—ไม่ผูกมัดข้า!”

          “ข้า—ไร้พันธนาการ!”

แต่ไม่ว่าจะพูดกี่ครั้ง…เวทก็ไม่ตอบสนอง มันไม่ใช่โซ่? มันไม่ใช่ไฟ? มันไม่แผดเผา? มันไม่พันธนาการ? แล้วมันคืออะไร? 

หากเซเรสไม่รู้ว่ามันคืออะไร และกำลังทำอะไร วาจาประกาศิต ก็ไม่อาจทำในสิ่งที่ไม่มีได้ 

ความจริงเริ่มชัด—

กรงทอง…คือเวทที่ผูกติดวิญญาณ และไฟสีฟ้า…คือไฟคำสาปที่ไม่ดับจนกว่าเจ้าของเวทจะยกเลิกเอง
ซึ่งตอนนี้—กราวด้าตายไปแล้ว

เซเรสไม่สามารถหนี

ไม่สามารถดับไฟ

ไม่สามารถตัดโซ่

ไม่สามารถออกจากมิติได้

เขาถูกขัง

ถูกเผา

ถูกพันธนาการด้วยเวทที่ไม่ยอมตายไปพร้อมผู้ร่าย

เสียงของเขาก้องไปทั่วมิติเต็มไปด้วยโทสะปนความตระหนก

          “กราวด้า…!! นางสารเลว!! ก่อนตายยังทำไว้ได้เจ็บแสบนัก…!!”

ไฟสีฟ้าลามขึ้นถึงไหล่ เผาผ่านเนื้อ วิญญาณ และความจริงไปพร้อมกัน

เขาทรุดลง แต่ยังหัวเราะออกมาด้วยความบ้าคลั่ง

          “…แต่ช่างมันเถอะ…เมื่อแผนทั้งหมดจบลง ด็อปเปลแกงเกอร์จะมาเปิดมิติให้ข้าออกไปเอง…”

เสียงเขาหอบถี่ ร่างถูกเผาอย่างต่อเนื่อง แต่สายตายังเต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้ที่ “ไม่สิ้นหวังแม้ในนรก”

          “สำหรับตอนนี้… เจ้าก็เชิญสะใจไปก่อน กราวด้า…”

ไฟสีน้ำเงินลุกท่วมร่างไหม้วิญญาณเขาต่อไปไม่รู้กี่ชั่วโมง

แต่เซเรสยังคงยืน—

อยู่ในมิติกระจกกลับด้าน

เพียงลำพัง

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา