ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
31) ความมืดและความตาย
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความใจกลางหุบเขาอันลึกลับ — ฐานซ่องสุมกำลังของ ลัทธิความมืด ในห้องหินทึบไร้หน้าต่าง มีเพียงช่องลมเล็ก ๆ และตะเกียงแสงควันสลัว ชายหนุ่มผมม่วงยาวปรกไหล่นั่งอ่านหนังสืออย่างสงบนิ่ง ดวงตาคมกริบเหมือนอ่านทุกคำด้วยความรำคาญลึก ๆ
เขาคือ เกอร์ — ด็อปเปลแกงเกอร์ ขุนพลผู้เป็นเงาของลอร์ดเซเรส ชายที่แม้ยิ้มก็เหมือนเสือกำลังงับเหยื่อ แต่แล้ว…เขาก็ชะงัก สัมผัสพลัง แสงศักดิ์สิทธิ์ พวยพุ่งขึ้นจากด้านบน ร้อนแรงจนทำให้เวทผนึกบางส่วนสั่นไหวเงาใต้เท้าของเขาสะบัดวูบ จิตใต้สำนึกเตือนว่า “ทหารปีศาจกำลังตาย—ตายเร็วมาก”
เกอร์ปิดหนังสือดัง ปึ้ง! เสียงไม่ดัง แต่เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์
“หนึ่งร้อย…? ไม่สิ สองร้อยแล้ว” เขาพึมพำพลางลุกขึ้นยืน “ใครกันนะ…ถึงทำได้ขนาดนี้”
แม้จะรู้ว่าพลังข้างนอกกำลังเผาผลาญกองทัพลูกสมุนอย่างรวดเร็ว แต่เขายังคงเดินนิ่ง ๆ ไร้ร้อนรน มือหนึ่งถือเพียงตะเกียงน้ำมัน เขาเดินผ่านอุโมงค์หินยาวที่ทอดลึกเข้าไปในท้องภูเขา เสียงฝีเท้าเบา ราวกับเป็นแค่เงาลอยผ่านผนังจนถึงสุดปลายทาง
ประตูหินยักษ์ สูงกว่าหัวเขาเกือบสี่เท่า ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า มันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อ “เปิด” ด้วยซ้ำ ดูเหมือนมันควรถูกทิ้งให้ปิดตายตลอดกาล เกอร์ยืนหยุดหน้าประตู แล้วเอ่ยเสียงเรียบ—แต่ดังก้องไม่ต่างจากคำสั่ง
“เลโอ… เรามีปัญหาแล้ว”
เงียบ…จากนั้น — ครืดดดดดดดดด…!!!
ประตูหินค่อย ๆ ถูกลากเปิดด้วยแรงมหาศาล เสียงเสียดกับพื้นหินดังสะท้อนทั้งอุโมงค์ ความมืดด้านในไหววูบ
แล้วเสียงคำรามต่ำ ๆ ดังออกมา
“แกอยากให้ฉันบีบเยลี่เน่า ๆ ในหัวแกออกมารึไง?”
น้ำเสียงง่วง–รำคาญ แต่เต็มไปด้วยพลังดิบของสัตว์นักล่า
เกอร์ยิ้มบาง ๆ เหมือนฟังเรื่องตลกในยามบ่าย
“ตอนนี้เราเสียทหารปีศาจไป มากกว่า 200 แล้วครับ และถ้าคุณยังเอาแต่นอนอยู่แบบนี้… ฉันคงต้องรายงานท่านเซเรสว่า แผนเราล่าช้าเพราะ ‘คุณ’ นะครับ… เลโอ”
น้ำเสียงสุภาพแต่สันหลังของอสูรตัวไหนก็ต้องเย็นเฉียบ วินาทีถัดมา—
ประตูถูกผลักออกจนเปิดกว้าง!
เงาร่างยักษ์พุ่งเข้ามาคว้าคอเสื้อเกอร์ยกเขาขึ้นกระแทกผนังหินจนแตกกระจาย เกอร์ลอยติดผนัง แต่ยังยิ้มเฉยเหมือนไม่รู้สึกอะไรเลย เลโอ เผยร่างสูงกว่า 2 เมตรครึ่ง กึ่งคนกึ่งสัตว์ ร่างเต็มไปด้วยรอยเย็บและรอยกรีดจากการดัดแปลง กรงเล็บใหญ่เป็นใบมีด ใบหน้าเหมือนสิงโตผสมปีศาจ ดวงตาแนวตั้งวาวโรจน์ด้วยความโกรธ
“หรือให้ฉันฆ่าแกก่อน ไอ้หนอนขี้ฟ้อง!!”
เกอร์ยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อยแววตาเย็นจนเหมือนจะเจาะทะลุจิตวิญญาณของอสูรตรงหน้า
“เราเคยวัดกันแล้วครับ… และคุณก็รู้ดีว่าใคร ‘ใหญ่กว่า’ กัน ทำหน้าที่ของคุณให้ดีเถอะ”
แรงกดที่คอเขาหายไปทันที เลโอคำรามในลำคอ แต่จำใจปล่อยเขาถอยกลับหนึ่งก้าว ก่อนถามเสียงห้วน
“พวกมันเป็นใคร? อยู่ตรงไหน?”
เกอร์สะบัดเสื้อให้เข้าทรง ยกตะเกียงขึ้นเล็กน้อยแววตานิ่งเฉียบ เหมือนกำลังบอกความจริงอย่างง่าย ๆ
“อยู่ด้านนอกนั่นไง…ทหารปีศาจทั้งกองกำลัง —กำลังถูก ขยี้ อยู่ตอนนี้”
เงาในดวงตาของเลโอไหววูบเหมือนเขาจะจำ “ผู้ที่ทำได้” มีเพียงไม่กี่คนในโลกนี้และนั่นคือจุดเริ่มที่ทำให้ทั้งคู่เดินตรงไปตามอุโมงค์—
เพื่อดูว่า “แสงสว่างที่กำลังแผดเผาทหารปีศาจ” เกิดจากใครกันแน่
แสงสีฟ้าเย็นเรืองขึ้นจากฝ่ามือของ เกอร์ ขณะเขาร่ายเวทติดต่อสายข่าวด้านใน วงเวทเหมือนแผ่นกระจกน้ำสั่นไหว ก่อนปรากฏเงาของจอมเวทในผ้าคลุมเรืองแสงสีฟ้า เสียงรายงานเร่งรีบจนอาจหลุดเป็นเสียงร้องได้ทุกเมื่อ
“พวกมัน… กำลังเดินสำรวจไปทั่ว! ตอนนี้เข้าถึง ชั้นที่ 3 แล้วครับ! อีกไม่นาน—จะบุกถึงแท่นทำพิธีแน่นอน!”
เกอร์หลับตานิดหนึ่งคำว่า “แท่นทำพิธี” ทำให้เลือดในร่างเขาเย็นวูบ เสียงเขาเรียบ…แต่แฝงความกดดันหนักกว่าเดิม
“จะให้พวกมันเจอแท่นพิธีไม่ได้ สั่งถอนกำลังทั้งหมดออกมา ฉันกับเลโอจะไป ‘ต้อนรับ’ พวกมันเอง”
เวทสื่อสารดับวูบ ความเงียบของอุโมงค์กลับมา แต่ความกังวลหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม เลโอที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ขบกรามแน่น
“ทหารปีศาจของเรา… รับมือทหารธรรมดาได้ทีละสามคนสบาย ๆ ถึงแขนขาจะหลุด มันก็ยังสู้ต่อได้
แต่ตอนนี้มันถูกทำลายเหมือน…ใบไม้ร่วง”
ไม่ใช่ความโกรธที่ทำให้เขาตื่นเต็มที่ แต่เป็น ความรู้สึกว่าอาจได้เจอ ‘เทพเจ้า’ ตัวเป็น ๆ
เกอร์เดินนำไปข้างหน้าแสงตะเกียงสะท้อนใบหน้าของเขาให้ดูนิ่งจนน่ากลัว
“มี สามคน …ผู้ใช้เวทสอง มือสังหารหนึ่ง”
เขาพูดเหมือนกำลังอ่านเมนูอาหาร ก่อนหันมายิ้มนิด ๆ ใส่อสูรยักษ์ข้างกาย
“ถ้ากลัว…คุณยกให้ผมสองคนก็ได้นะ เลโอ”
ประโยคเหมือนหยอกแต่แววตานั้นจริงจังอย่างลึก เลโอไม่เถียงแม้แต่นิดเดียว เขาเลือกสั้น ๆ ง่าย ๆ
“มือสังหาร…เป็นของฉัน”
ทั้งคู่เดินออกสู่ปากอุโมงค์ เข้าใกล้เสียงคำรามของทหารปีศาจที่ถูกสังหารอย่างไร้ปราณี
ตัดกลับมาที่ 3 ผู้บุกรุก
เสียงกระแทก เสียงกระจายของเงาดำ และเสียงฝุ่นทรายสั่นคลอน ทำให้พื้นดินสะเทือนทุกครั้งที่ร่างทหารปีศาจถูกทำลาย
ราห์ซูร์–เกวน–แซร์ค
การโจมตีสามประสานทรงพลังจนแทบไม่มีช่องโหว่ ทหารปีศาจไม่ทันได้ยกกรงเล็บขึ้นด้วยซ้ำ ก็ถูกระเบิดเป็นประกายหรือบีบจนแหลก
แต่…
ทุกครั้งที่ทหารปีศาจตาย พื้นดินจะสั่น อากาศจะไหว ท้องฟ้าจะมืดลงไปอีกนิด แรงกระเพื่อมไม่ใช่แค่เวท
แต่เป็นเหมือน “บางสิ่งที่ถูกปลุก” เกวนชะงักกลางการร่ายเวทสีหน้าวิตกแตกต่างจากความขี้เล่นปกติ
“ราห์ซูร์… มีอะไรผิดปกติไหม? การตายของพวกมันทำให้เกิด…บางอย่าง ฉันไม่สบายใจเลย”
ราห์ซูร์มองท้องฟ้าสีดำที่เริ่มหมุนวน ดวงตาไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเช่นกัน
“ไม่… ฉันไม่เคยเจอปรากฏการณ์แบบนี้เลย”
แซร์คที่เดิมใจร้อน ตอนนี้กลับนิ่งจนน่ากลัว สัญชาตญาณของนักล่าเตือนอย่างชัดเจน
“ฉันไม่โอเคกับนี่เลย… รู้สึกว่าเราควรถอย”
แต่ทันใดนั้น—ทหารปีศาจทุกตัว ‘หยุดโจมตี’ และ ‘ถอยห่าง’ เหมือนมีใครสั่งให้หยุดทันที
เกวนขมวดคิ้ว
“พวกมัน…หยุด?”
ราห์ซูร์พยักหน้า
“มีใครบางคนสั่งการอยู่ในถ้ำ”
แต่—นั่นไม่ใช่สิ่งที่หยุดปรากฏการณ์ทั้งหมดได้ เพราะเหนือหัวพวกเขาก้อนเมฆสีดำเริ่มหมุนวนเร็วขึ้นคล้ายจุดเริ่มของพายุอสูรระดับมหึมา แรงกดอากาศหนาแน่นจนเหมือนโลกทั้งใบหายใจลำบากทั้งสามเงยหน้ามองพร้อมกัน—ก่อนที่เงาทั้งสองจะปรากฏเหมือนอสูรผุดขึ้นจากพื้น
ตึง—!
ร่างของ เลโอ และ เกอร์ ปรากฏตรงหน้าพวกเขาราวกับยืนอยู่ตรงนี้มาตลอด ไม่ต้องเคลื่อนไหว
พลังของทั้งคู่ก็แผ่ออกมาอย่างชัดเจน แซร์คเป็นคนแรกที่ “รู้สึก” ขนแขนลุกตั้งทุกเส้น หัวใจเต้นแรงเหมือนสัญญาณเตือนสังหาร
นี่คือศัตรูที่ผิดมาตรฐาน… อันตรายระดับถึงตาย
เลโอจ้องทั้งสามคน ดวงตาแนวตั้งของสัตว์นักล่าหรี่ลง
ในขณะที่เกอร์แหงนมองท้องฟ้ามืดเหนือศีรษะ เขาพึมพำเบา ๆ แต่ทุกคนได้ยินชัด
“นั่นมันอะไร…? รู้สึกไม่ดีเลย หรือเป็นฝีมือพวกแกหรือ?”
เลโอก้าวหนึ่งก้าว พื้นดินแตกร้าว สายลมเย็นผ่าแทรกกลางพวกเขาทั้งหมด
ราห์ซูร์ละสายตาจากเมฆดำที่หมุนวนเหนือศีรษะก่อนหันลงมามองสองศัตรูใหม่ที่ยืนจ้องเขาอยู่ไม่ไกล
เขาชะงักไปชั่วอึดใจ ราวกับกำลังปะติดปะต่อข้อมูลสำคัญแล้วพูดเสียงเรียบ…แต่หนักพอให้ทุกคนกลืนน้ำลาย
“เกวน… คนตัวใหญ่ฉันไม่รู้จัก แต่ชายผมม่วงนั่น—คือ ด็อปเปลแกงเกอร์ ขุนพลแห่งความมืด”
คำพูดนั้นทำให้เกวนและแซร์ค —หน้าเปลี่ยนทันที
แต่ที่ตกใจที่สุดกลับเป็น เกอร์ ดวงตาเขาขยายวูบ มันรู้ได้ยังไง!?
เกอร์หรี่ตาอย่างสนใจ มุมปากยกขึ้นเหมือนหาเพชรต้องสงฆ์เจอ
“โอ้วว… ว้าว เด็ก ๆ พวกนี้… ดูจะไม่ธรรมดาซะแล้วนะ”
เขาเริ่มไล่ชี้นิ้วทีละคนเหมือนกำลังตรวจเช็กสินค้าที่เพิ่งส่งมาใหม่
“คนแรก…” — เขาชี้แซร์ค “อายุ 18”
“คนต่อมา…” — ชี้ราห์ซูร์ “อายุ 19”
พอมาถึงเกวน เขาหยุด ก้มลงนับนิ้วเหมือนคิดเลขไม่เป็น “…32? ไปดึงหน้ามาหรือไงกัน?”
เสียงกรีดร้องของเกวนดังลั่นหุบเขา
“กรี๊ดดดดดด!!! หยาบคาย!! อายุและน้ำหนักเป็นของต้องห้ามของผู้หญิงนะ!!”
ราห์ซูร์วางมือเบา ๆ บนหลังมือเธอ เหมือนค่อย ๆ ปิดฝาหม้อที่กำลังเดือด
“ไม่เป็นไร… เธอมีฉันอยู่ ถ้าร่วมมือกัน… จัดการด็อปเปลแกงเกอร์ได้ไม่ยาก”
เกวนหน้าแดงขึ้นในทันที เหมือนคำพูดปลอบใจนั้นเป็นเวทมนตร์
แต่ตรงข้ามกับความหวานนั้น—เกอร์กลับ เดือดพล่าน
คำว่า “…จัดการได้ไม่ยาก…” ก้องอยู่ในหัวเขาราวกับค้อนตีเหล็ก
เส้นเลือดขมับเต้นตุบ ๆ แต่ใบหน้ายังคง “ยิ้ม” —ยิ้มแบบฆาตกรที่กำลังรอเวลาปิดไฟเหยื่อ
“พวกแก….”
เสียงต่ำจนเหมือนซ่อนมีดไว้ทุกคำ
ราห์ซูร์มองแซร์คเหมือนสั่งเพื่อนให้ไปซื้อข้าวหน้าไก่ ไม่ใช่จัดการอสูรยักษ์
“แซร์ค…นายช่วยถ่วงเวลาคนตัวโตนั่นให้ฉันหน่อย ไม่ต้องปะทะจริงจัง แค่ก่อกวนพอ”
ราวกับคีย์คำว่า เล่นสนุก เข้าไปในหัวนักฆ่าวัยรุ่น แซร์คยิ้มมุมปากเก็บมีดเข้าฝักแผ่ว ๆ
“หึหึ… ได้สิ แบบนี้สนุกกว่าฆ่ามันอีกนะ”
เขายกมือสองข้างขึ้นเหมือนบอกเลโอว่า “มาก็มา—ฉันพร้อมเล่น”
เลโอเห็นท่าเยาะแบบนั้นเลือดขึ้นหน้าในทันที ก้าวข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าวพื้นหินแตก เปรี้ยง! ผืนดินสั่นสะเทือนเป็นคลื่น
“แกนี่แหละ! ไอ้หัวฟ้า!!! เริ่มจากแกก่อน!!!—”
แต่เขากลับ…หยุด
หยุดเหมือนถูกมือมองไม่เห็นบีบหัวใจไว้
ท้องฟ้าหยุดหายใจ
ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน เมฆดำที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง—หยุดนิ่งราวกับกำลัง “ค้างเฟรม”
ใจกลางความมืดนั้นมีสิ่งหนึ่งรวมตัวคล้ายหยดน้ำสีดำสนิทเหมือนน้ำหมึกของจักรวาลถูกบีบอัดจนเหลือเพียงหนึ่งจุด
หยดนั้น…ค่อย ๆ ร่วงลงมาจากฟากฟ้า
ช้า…
ชัด…
และน่าสะพรึงจนโลกเงียบ
ราห์ซูร์เบิกตากว้าง สีหน้าเขาไม่ใช่ความตกใจแต่คือ ความกลัวสุดขั้วที่ฝังในกระดูก เขาจำมันได้แม้จะพบกันแค่ครั้งเดียวความรู้สึกเดียว—ที่ไม่มีใครลืมได้
“ความตาย…”
เสียงเขาสั่นเล็กน้อย
“ฉัน…ยังไม่พร้อม…ฉันไม่ได้เตรียมตัวเลย…หลังจากวันนั้น…”
หยดน้ำสีดำตกถึงพื้น—
ตูม!!!!
ก่อนแตะพื้น มันระเบิดออกเป็นคลื่นพลังมืดกระจายเป็นวงกว้างเหมือนกรีดแผลให้โลกทั้งใบสะดุ้งและจากกลางระเบิดนั้น…
“ความตาย” ปรากฏตัวอีกครั้ง
Death — ระดับเทพแท้
ร่างโครงกระดูกท่อนบนผสานผ้าคลุมสีดำสนิทปลิวสยายเหมือนขยับด้วยลมหายใจของยมโลกเอง บริเวณรอบเขาพังทลายเป็นเส้น ๆ เหมือนโลกไม่อาจรองรับการมีอยู่ของเขาได้
ในมือ—เคียวขนาดมหึมา ใบมีดแหลมคมเหมือนจะตัด เวลา มากกว่าชีวิต
ไม่ต้องพูด
ไม่ต้องขยับ
พลังของเขากดทับพื้นที่ทั้งหมด
จนเหมือนอากาศหนักขึ้นสิบเท่า
เกอร์ ตัวสั่นวูบ ดวงตาเบิกโพลงเหมือนคนเห็นพระเจ้าเป็นครั้งแรก
“ยะ… ยมทูต…ยมทูตจริง ๆ งั้นรึ…?”
แม้ได้รับพลังมืดระดับขุนพลแต่เขายังไม่เคยเห็นสิ่งนี้ด้วยตาตนเองเพราะแม้ เซเรส ก็ไม่อาจเรียกมันออกมาได้ตามใจ
เลโอ…ที่เมื่อครู่กระทืบพื้นเล่นเหมือนเด็กโกรธตอนนี้ก้าวถอยโดยสัญชาตญาณบริสุทธิ์ของสัตว์นักล่า
เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้
เขาไม่ใช่ “ศัตรู” ของความตาย เขาเป็นแค่มดที่ยืนใกล้ปล่องภูเขาไฟ
เกวน…ขาสั่นจนก้าวไม่ออก ดวงตาไหววูบเหมือนจะร้องไห้โดยไม่รู้ตัว
แซร์ค…ใบหน้าที่ไม่เคยกลัวอะไร เปลี่ยนเป็นสีซีดขาวราวกับศพ สัญชาตญาณของมือสังหารเตือนว่า—
“หนีไป!!! ตอนนี้เลย!!!”
แต่ไม่มีใครขยับได้เพราะเทพแห่งวัฏจักรผู้เฝ้ามองทุกชีวิต—กำลังโฟกัสสายตามาที่พวกเขาโดยตรงและสิ่งที่มันมองก่อนอื่น…คือ ราห์ซูร์
คนที่มันเคยมาล่า
คนที่มันล้มเหลว
และ…คนที่มันต้อง “คืนสมดุลให้จักรวาล”
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ