ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
25) เยี่ยมบ้านเด็กกำพร้าอีกครั้ง
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความในที่สุด แซร์คก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
บนโต๊ะสอบ เกวนนั่งก้มหน้าทำข้อสอบอย่างตั้งใจ ขณะที่ราห์ซูร์ยังคงนั่งอยู่ข้างๆ
ตามที่จำได้—เกวนนี่เองที่อ้อนวอนครูฝึกจนเขาได้รับอนุญาตให้นั่งด้วย เขามองเธอเงียบๆ เห็นเธอตั้งสมาธิจริงจังแบบนี้ ความน่ารักของเธอก็ยิ่งทวีขึ้นอย่างบอกไม่ถูก บางที…ถ้ากราวด้าเป็นเด็กหญิงที่ร่าเริงมากกว่านี้ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ เขาคงไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้หรือพูดคุยกับเธอมากเท่านี้ และอาจเหมือนอนาคตที่เขาจากมา—ที่ทั้งสองไม่รู้จักกันเลย และเขาก็ยังคงโดดเดี่ยวต่อไป
ความคิดลอยไปไกลจนราห์ซูร์เห็นภาพเกวนนิ่งซ้อนทับเป็นกราวด้าชั่ววูบ ใบหน้าจริงจังของเธอสวยจนหัวใจของเขาเต้นรัว ใบหน้าก็ร้อนวูบ…ทั้งที่ไม่เคยรู้สึกแบบนี้เลย—แม้แต่กับเอมิลี่ก็ตาม
เกวนยังคงเอียงคออ่านคำถาม แกว่งขาเบาๆ อย่างไม่รู้ตัวจนปากกาวิ่งแทบเต็มทุกช่อง ราห์ซูร์เลื่อนตัวเข้าไปชะโงกดูด้วยความสงสัย
“เธอจริงจังไปแล้วนะ เกวน… เขียนอะไรเยอะแยะ?”
เกวนเลื่อนกระดาษคำถามกับคำตอบให้เขาดู
“ก็คำถามมันกำกวม บางข้อยังผิดด้วย ฉันกำลังแก้ไขให้ไง ดูสิ—ประวัติอาณาจักรมีฉบับปรับปรุงตั้งสามครั้ง แต่แบบทดสอบยังไม่แก้อะไรเลย”
เธอบ่นรัวเป็นฉากๆ โดยไม่หายใจพัก
ราห์ซูร์ยกมือยอมแพ้ทันที
“จริงจังขนาดนั้นเลยเหรอ? ก็ได้ๆ รีบทำให้เสร็จเถอะ พวกเราจะได้ไปซะที”
ทันใดนั้น…เสียงเขียนหยุดลง เกวนก้มหน้าเล็กน้อย แต่อารมณ์ในน้ำเสียงกลับเปลี่ยนไปอย่างน่ากลัว
“นายพูดว่า…อะไรนะ…”
ราห์ซูร์หน้าซีดทันที
“เดี๋ยวๆ โอ้ย แย่แล้ว… อย่าไปใส่ใจคำพูดฉันเลย ถ้าการสอบมีความหมายกับเธอ ฉันขอโทษนะ เธอทำต่อได้เลย จะอยู่นานแค่ไหนก็ได้ ฉันจะรอเธออยู่ตรงนี้”
เกวนเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมโตเปล่งประกายราวกับเด็กได้ยินข่าวดีที่สุดในโลก
“นายหมายความว่า…เราได้ไปซะที!? ไปไหนก็ได้ใช่ไหม!? ไปในเมือง! ไปตลาด! หรือไปบ้านเด็กกำพร้าของนายก็ได้!!!”
ความหวัง พลุ่งพล่านเต็มดวงตา—แบบที่เธอไม่เคยแสดงออกเลยตั้งแต่เธอยังอยู่ในร่างเด็ก เกวนเร่งมือเขียนต่อแบบไม่หยุด—ปากกาวิ่งฉวัดเฉวียนลงบนกระดาษราวกับจะทะลุแผ่น ข้อสอบที่ควรตอบเพียงไม่กี่ข้อ ถูกเธอเขียนแก้โจทย์ใหม่ แทรกคำอธิบาย บันทึกอ้างอิงตัวบทกฎหมาย จดหมายเหตุ และแก้ไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์จนแทบไม่มีที่ว่างเหลืออยู่ กระดาษทุกแผ่นเต็มไปด้วยตัวอักษรเล็กถี่ราวกับงานวิจัยฉบับย่อ แล้วเธอก็เด้งตัวลุกขึ้น—
“เสร็จแล้ว!!”
เสียงใสๆ ดังจนคนทั้งห้องหันมามอง เกวนวิ่งไปส่งกระดาษคำตอบให้อาจารย์คุมสอบอย่างรวดเร็วราวกับลูกศร ก่อนจะกระโดดดุ๊กดิ๊กกลับมาหาราห์ซูร์ทันที
“ทำไมนายไม่บอกให้เร็วกว่านี้ล่ะ! ไปกัน! ฉันอยากไปดูบ้านเด็กกำพร้าของนาย!”
เธอจับข้อมือเขาแล้วออกแรงดึง—แรงกว่าที่เด็กสาวตัวเล็กควรจะมี ราห์ซูร์แทบตั้งหลักไม่ทัน
ไม่นาน ทั้งคู่ก็เดินอยู่ในตลาดเมืองยามเย็น แสงตะวันใกล้ลับขอบฟ้าสาดสีทองลงบนหลังคาและพื้นถนน จนทุกอย่างดูอุ่นและงดงามกว่าปกติ
เกวนดูตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัด เธอมองร้านค้า ผู้คน และเสียงดนตรีข้างทางด้วยสายตาเป็นประกาย เหมือนเด็กที่เพิ่งได้ออกมาสัมผัสโลกกว้างเป็นครั้งแรกจริง ๆ
ราห์ซูร์นำเงินเบี้ยเลี้ยงที่เก็บไว้ให้เธอเช่ารถม้านั่งชมเมือง เขานั่งข้างเธอ มองเธอระหว่างที่รถค่อย ๆ แล่นผ่านย่านค้าขาย ย่านโรงตีเหล็ก และสะพานหินโบราณ
เธอยิ้มอยู่ตลอดทางหัวเราะทุกครั้งที่ลมปะทะผมหันซ้ายหันขวาไม่หยุดเหมือนหอยทากเพิ่งเจอโลกกว้าง แม้เกวนจะสวยและสดใสจับใจ แต่สิ่งที่ราห์ซูร์คิดถึงกลับไม่ใช่เพียงภาพของเด็กสาวตรงหน้า เขากลับเห็นภาพซ้อนของกราวด้า—หญิงอายุสามสิบสองผู้สงบนิ่ง มาดผู้ใหญ่ ท่าทีสุขุมเย็นชา
ถ้าเป็นกราวด้าในวัยผู้ใหญ่ ไม่ได้ย้อนวัยมา… เธอจะนั่งนิ่ง ๆ มองวิวเงียบ ๆ เหมือนเดิมใช่ไหมนะ…
ภาพในหัวเขาชัดเจนมาก—กราวด้าผู้ใหญ่ หันมามองเขาอย่างอ่อนโยนและยิ้มบาง ๆ ให้…ยิ้มที่เขาไม่ค่อยได้เห็นจากเธอในร่างจริง หัวใจเขากระตุกวูบ หน้าเขาร้อนผ่าวจนต้องรีบส่ายหัว
“ฉัน…กำลังเปลี่ยนไปใช่ไหมนะ…”
เขาคิดอย่างหวาดหวั่นลึก ๆ จนไม่กล้ามองหน้าเกวนเลยด้วยซ้ำ
เกวนหันมองเขา เห็นหน้าแดงๆ ของเขาเต็มสองตา แต่เธอไม่ถาม และไม่แซว—เพียงแค่ยิ้มบาง ๆ แบบมีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ แล้วก็หันกลับไปสนุกกับวิวเมืองเหมือนเดิม
รถม้าวิ่งครบรอบแล้วกลับมาเทียบท่าที่ตลาดในช่วงเย็น แสงสีส้มของพระอาทิตย์ตกทาบลงบนพื้นจนเหมือนทุกอย่างถูกเคลือบทอง
เกวนลงจากรถอย่างเบาสบาย มองรอบเมืองด้วยรอยยิ้มสดใสที่ดูอบอุ่นกว่าครั้งไหน ๆ
“เป็นประสบการณ์ที่วิเศษมากเลย… ขอบคุณมากนะ ราห์ซูร์”
คำพูดเธอนุ่มกว่าปกติ น้ำเสียงแผ่วกว่าเดิมและรอยยิ้ม—อ่อนหวานจนใจเขาเต้นไม่เป็นจังหวะ ราห์ซูร์ยิ้มตอบอย่างเขิน ๆ
“ฉันดีใจที่คุณชอบ…”
แต่เขาก็ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ—จะชวนไปไหนก็กลัวเกิน จะกลับค่ายก็รู้สึกผิด และก็ไม่อยากให้ค่ำคืนนี้จบลงเร็ว
เกวนยืนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอียงหน้าเล็กน้อย แล้วถามด้วยน้ำเสียงที่…เขาไม่เคยได้ยินจากเธอเลยตั้งแต่เธออยู่ในร่างนี้
“ราห์ซูร์… ไปบ้านนายได้ไหม?”
เสียงนั้น…นุ่ม ช้า และเขินเธอยังทำหน้าตาแดง ๆ แบบน่ารักจนเหมือนเด็กหญิงสารภาพรักครั้งแรก
ราห์ซูร์ตกใจจนแทบหยุดหายใจ
“ ไปบ้านนายได้ไหม…?”
คำนี้ ถ้าฟังไม่ดี มันก็คือคำของ “แฟนสาวที่อยากไปบ้านแฟนหนุ่มหลังเดต” ชัด ๆ
แต่ความจริงคือ—บ้านของเขาเป็น สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เต็มไปด้วยเด็ก ๆ วิ่งเล่นกัน ไม่ได้มีห้องส่วนตัวหรือบรรยากาศเงียบสงบเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาอยากปฏิเสธเพราะกลัวเธอลำบาก แต่ก็อยากพาเธอไป แต่ก็กลัวคนที่บ้านจะคิดอะไร แต่ก็ไม่อยากให้เธอผิดหวัง ความคิดตีกันสลับไปมาจนหน้าเขาแดงยิ่งกว่าเดิม
แต่ท้ายที่สุด ความคิดเรื่อง “การกลับไปเยี่ยมบ้าน” กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญ เพราะตั้งแต่เขากลับมายังอดีต เขามัวแต่ไล่ตามเอมิลี่จนทอดทิ้งสถานที่แห่งนั้น ทิ้งครอบครัว ทิ้งเด็ก ๆ ทิ้งทุกอย่างที่เคยเป็นโลกของเขา ครั้งนี้…เขาจะวางความคิดถึงเอมิลี่ลงและลองหันมามองสิ่งรอบตัวอีกครั้ง แต่เขาไม่อยากกลับไปอย่างเดียวดายอีกแล้ว เขาอยากให้มีใครสักคนเดินเคียงข้าง—และคนนั้นคือเกวน หากเธอไม่ปฏิเสธ
เกวนยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกาย
“ไปก็ได้ ฉันก็อยากกลับไปเยี่ยมคนที่บ้านเหมือนกัน”
ทางเดินสู่เขตชุมชนเริ่มคุ้นตาขึ้นทุกก้าว บ้านหลังไม้เก่า ๆ สีอบอุ่นที่เขาเติบโตมา อยู่ไม่ไกลแล้ว ประตูไม้ที่เคยดังเอี๊ยดอ๊าดทุกครั้งที่ถูกผลัก…ก็ยังคงเป็นแบบเดิม
ราห์ซูร์สูดลมหายใจลึก ก่อนพูดกับเกวนเสียงเบา
“เอ่อ…ฉันจะบอกทุกคนว่าเธอเป็นแค่เพื่อนนะ ไม่ต้องกังวล”
เกวนหันขวับ
“กังวลอะไรล่ะ? ฉันน่ะ เข้ากับทุกคนได้อยู่แล้ว!”
เธอยืดอกแบบมั่นใจสุด ๆ จนราห์ซูร์ต้องเบือนหน้าหนีไม่ให้ตัวเองยิ้มออกมา เขาผลักประตูเข้าไปเบา ๆ
— เสียงเด็กวิ่ง —
— เสียงไม้กระทบพื้นดังตึกตัก —
— เสียงหัวเราะคุ้นเคยที่หายไปนาน —
เด็ก ๆ ทั้ง 12 คนหันพร้อมกันเหมือนถูกสั่งการ ก่อนเสียงร้องดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง
“พี่ราห์ซูร์!!!!”
เด็กชายเจ็ดคน หญิงห้าคน กรูกันมาแบบฝุ่นตลบ
กอร์น เด็กพี่ใหญ่ของบ้านตัวโตเกินวัย วิ่งมาก่อนใคร
“พี่ราห์ซูร์! หายไปไหนมาเป็นเดือนเลย!! ผมคิดว่าพี่โดนทหารจับตัวไปแล้ว!”
เด็กหญิงตัวเล็กชื่อมารีกระโดดจับชายเสื้อเกวนแทน
“พี่ผู้หญิงคนนั้นใครคะ!? น่ารักจังเลย!!!”
ราห์ซูร์หน้าเหวอทันที
“อ-อ้อ นี่เพื่อนพี่… เธอชื่อเกวน เป็น—”
ยังพูดไม่ทันจบเกวนย่อตัวลงอย่างคล่องแคล่ว ยิ้มสดใสจนบ้านทั้งหลังเหมือนสว่างขึ้น
“สวัสดีจ้า~ ฉันเกวนนะ ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนเลย!”
เด็กทั้งบ้านเงียบไปแค่หนึ่งวินาทีก่อนจะ…
“ว้าวววววววว!!!”
ทั้ง 12 คนแตกฮือรอบตัวเธอเหมือนเจอไอดอล
• บางคนจับชายเสื้อเธอ
• บางคนถามเธอว่ามาจากไหน
• มารีเอามือไปแตะผมเกวนแล้วพูดว่า
“เหมือนนางฟ้าเลย!”
ราห์ซูร์อ้าปากค้าง—เขาไม่เคยเห็นเด็กพวกนี้ “คลั่งไคล้” ใครเร็วขนาดนี้มาก่อนเลย
พี่เลี้ยงทั้งสาม — เวลอน, โรมัน และเอลิซ — รีบเดินออกมาจากห้องโถง พอเห็นเกวนเข้าปั๊บ แววตาพวกเขาก็เป็นประกายทันที
เวลอนพูดเสียงนุ่ม “สวัสดีจ้ะ หนู…โอ้ มีดวงตาที่สดกว่าแสงอรุณอีกนะ เรียบร้อยจริง ๆ”
เกวนยิ้มหวาน “สวัสดีค่ะ คุณลุง…เอ๊ะ ไม่สิ เรียกพี่เวลอนดีกว่าเนอะ?”
เวลอนหน้าแดงเฉย…
โรมันเข้ามายืนเท้าเอว ยิ้มกว้าง “ไอ้เด็กนี่โชคดีจริง ๆ! พาเพื่อนน่ารักขนาดนี้มาบ้าน—แถมไม่ใช่แค่สวยนะ ยังอารมณ์ดีอีก”
ราห์ซูร์รีบบอก “เปล่านะ! เธอเป็นแค่เพื่อน! เพื่อนเฉย ๆ!”
เอลิซ เด็กสาวพี่เลี้ยงคนเดียวในบ้าน ยิ้มเจ้าเล่ห์
“ค่ะ เพื่อน~… แต่ถ้าพี่ไม่เอานะ หนูจะเชียร์ให้เพื่อนพี่คนนี้เอาพี่เองเลยล่ะ!”
เกวนหน้าแดงนิด ๆ แต่ไม่ถอย
“เอ๊ะ ฉันยังไม่ได้พูดแบบนั้นสักคำเลยนะ!”
เด็ก ๆ พากันหัวเราะ บรรยากาศในบ้านอบอุ่นจนเหมือนมีดอกไม้บานในอากาศ
กอร์นเดินมานั่งใกล้เกวน
“พี่เกวน! พี่ราห์ซูร์ไม่เคยพาใครมาบ้านเลยนะครับ ผมโตมาตั้งแต่เด็ก นี่ครั้งแรกเลย!”
มารีรีบเสริม
“ใช่ค่ะ! พี่ราห์ซูร์เวลามองพี่เอมิลี่จะหน้านิ่ง แต่เวลามองพี่เกวน พี่หน้าแดงทุกที!”
ราห์ซูร์แทบสะดุดล้ม
“ม-ไม่ใช่นะ!! พวกเธอพูดอะไรเนี่ย!!”
เด็ก ๆ หัวเราะลั่นจนบ้านสั่น เกวนยืนหัวเราะไปด้วย—มือแตะอกเบา ๆ เหมือนยินดีจริง ๆ
พี่เลี้ยงทั้งสามมองเกวน…แล้วเหล่มองราห์ซูร์ก่อนพูดพร้อมกันแบบไม่ได้นัด:
“เหมือนดอกฟ้ากับหมาวัดจริงๆ!”
ราห์ซูร์เกือบสำลักอากาศ แต่เด็กทั้งบ้านปรบมือกันแล้วตะโกน
“จริง!!!”
เสียงหัวเราะอบอุ่นและความสุขเต็มบ้านเหมือนบาดแผลในใจราห์ซูร์ค่อย ๆ ถูกสมาน และเหมือนหัวใจของเกวน…เต้นแรงกว่าเดิมเล็กน้อย
ค่ำคืนนั้น บ้านเด็กกำพร้าทั้งหลังเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มงอกงามขึ้นอย่างเงียบ ๆ
หลังอาหารเย็นอันอบอุ่น เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ค่อย ๆ เบาลงเมื่อทุกคนถูกส่งขึ้นห้องพัก เกวนเดินออกมายังสวนหลังบ้าน — สวนเดียวกับคืนที่ราห์ซูร์เคยถูกปฏิเสธอย่างเจ็บปวด
แต่คืนนี้…ทุกอย่างต่างไปเพราะคนที่ยืนใต้แสงจันทร์ไม่ใช่เอมิลี่…แต่เป็นเกวน
เกวนยืนพิงเสาไม้ มองโฮโลแกรมวงเวทสื่อสารของกราวด้าหมายเลข 1 ที่ลอยตรงหน้า แสงสีม่วงจางสะท้อนบนใบหน้าอ่อนเยาว์ของเธอ ดูสงบนิ่งอย่างประหลาด
เธอกำลังตรวจสอบงบบริจาคจากวังหลวงที่ส่งให้บ้านเด็กกำพร้าแห่งนี้—ตามสัญญาณเตือนที่เพิ่งตรวจพบว่า “เงินไม่เพียงพอสำหรับเด็กทุกคน”
เด็กบางคนไม่มีบ้าน เด็กบางคนไม่มีพ่อแม่จากสงคราม เด็กบางคนแม้แต่รองเท้าก็เกือบไม่มีใส่
เกวนจึงสั่งรวดเร็ว
“กราวด้าหมายเลข 1 ตรวจสอบบัญชีฉบับเต็ม ส่งเรื่องจัดสรรงบเพิ่มให้ฉันด่วน — และเพิ่มงบสำรองถาวรอีกหนึ่งกองทุนสำหรับสถานเลี้ยงเด็กที่วาเลเธียทั้งหมดด้วย”
เสียงตอบรับดังตามช่องสัญญาณ
“รับทราบค่ะ ท่านกราวด้า—หมายเลข 18 (อายุ)”
เกวนถอนหายใจนิด ๆ พลางเลื่อนวงเวทไปด้านข้าง ดวงตาอ่านข้อมูลอย่างรวดเร็ว ความเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กฉายชัดเจนขึ้นในแสงจันทร์
ระหว่างที่เธอกำลังเพ่งข้อมูลเสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้นด้านหลัง
ราห์ซูร์เดินออกมาจากในบ้านท่าทางลังเลแต่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“เกวน…คุณโอเคไหม?”
เขาถามเสียงแผ่ว
“วันนี้คุณจะได้นอนห้องรวมกับฉันและพี่เลี้ยง…มันไม่สะดวกเหมือนห้องคุณเลย”
เกวนหันมาก่อนยกมือปัดวงเวทสื่อสาร ผลึกแสงแตกสลายเหมือนควันบาง ๆ
“ฉันดีใจต่างหากที่ได้นอนแบบนั้น”
เธอยิ้มอ่อนหวาน
“นอนหลายคนด้วยกัน…น่าสนุกออก”
ราห์ซูร์นิ่ง คำพูดนั้นกระทบหัวใจเขาเบา ๆ อย่างประหลาด
เขามองรอบสวน—พื้นที่เดียวกับคืนที่หัวใจเขาแตกสลาย คืนที่เขาถูกเอมิลี่ปฏิเสธจนต้องสมัครเป็นทหารตามเธอแต่พอเห็นเกวนยืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน รอยยิ้มของเธอกลับทำให้ความทรงจำเจ็บนั้นเบาบางลงอย่างน่าประหลาด
จนเขาสับสนว่าตนเอง…กำลังรู้สึกอะไรอยู่แน่
“บางที…เธอควรเข้านอนได้แล้วนะ” เขาพูดเบา ๆ พยายามหันหลังกลับเข้าบ้าน แต่—
“ราห์ซูร์” เสียงเธอเรียกไว้ด้วยน้ำเสียงเรียบ นุ่ม และแปลกกว่าทุกครั้ง
เขาหันกลับมา
เกวนเงยหน้ามองท้องฟ้า
“คืนนี้…พระจันทร์สวยดีนะ”
แสงจันทราสีเงินอาบทั่วเรือนผมของเธอ เธอยืนเงียบ ๆ แต่รอยยิ้ม…อ่อนโยนจนแทบหยุดลมหายใจ ภาพนั้นสวยจนราห์ซูร์ลืมทุกความเจ็บที่เคยเกิดขึ้นบนพื้นที่เดียวกันนี้ สมองของเขาเหมือนหยุดคิด เหลือเพียงความรู้สึกวูบวาบที่บอกไม่ได้ว่าคืออะไร
เกวนมองเขาตรง ๆ ในแววตานั้นไม่มีความซุกซนตามแบบของเธอมีเพียงความนิ่ง…และลึกซึ้งจนเขาสับสน
“อยู่กับฉัน…สักพักได้ไหม?”
เพียงประโยคนั้นเหมือนมีพลังเวทบางอย่างดึงเท้าเขาให้ก้าวกลับไปหาเธอโดยที่เขาไม่อาจต้านได้
ราห์ซูร์เดินกลับไปช้า ๆ ช้าพอให้หัวใจเต้นดังจนเขาได้ยินเอง ยืนข้างเธอโดยไม่พูดอะไร
เกวนยืนมองท้องฟ้า แต่หัวใจของเธอ…รับรู้ได้ว่าเขาอยู่ใกล้กว่าแสงจันทร์เสียอีก
หน้าต่างชั้นสองที่มองเห็นสวนหลังบ้านชัดที่สุดถูกแง้มออก สามพี่เลี้ยง — เวลอน โรมัน และเอลิซ — กำลังแอบซ่อนตัวจนแทบแนบกับกำแพง
เอลิซจิกขอบไม้จนเป็นรอย ตาไม่กะพริบแม้แต่วินาทีเดียว
โรมันกัดนิ้วตัวเอง “แม่เจ้า…มันกำลังเกิดขึ้นจริง ๆ…”
เวลอนกอดอกพึมพำราวกับภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ “ลุยสิว่ะ…ราส…” เสียงเบาแต่จริงจังราวกับเป็นแม่ทัพให้สัญญาณศึก (ราส — ชื่อเล่นราห์ซูร์ตอนเด็ก ๆ)
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ