ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,475 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

23) วันแรกของการเข้าค่าย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
หลังจากค่ำคืนอันวุ่นวายสิ้นสุดลง กราวด้าก็เลือกจะ “เก็บงำ” เรื่องอนาคตที่ล่มสลายเอาไว้ เธอรู้ดีว่าในตอนนี้ทางราชวังก็มีท่านอีเรนลงมือสืบสวนอยู่แล้ว การบอกเรื่องนี้กับผู้ใดนอกจากเขา…มีแต่จะเพิ่มความกังวลโดยไม่ก่อประโยชน์ใด ๆ
ราห์ซูร์ถูกส่งกลับมายังโรงนอนตามเดิม เขาทิ้งตัวลงบนเตียงเงียบ ๆ ความอึมครึมในอกยังไม่คลายไปไหนเลย
การยอมรับความจริงว่า… เขาไม่มีทางเปลี่ยนใจเอมิลี่ได้อีกแล้ว เจ็บกว่าที่คิด ถึงในตรรกะจะรู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้อีกต่อไป แต่เสียงของเอมิลี่ในวาระสุดท้าย— เสียงหวานปนเศร้าที่บอกเขาว่า “ฉันรักเธอนะ ราห์ซูร์…” มันยังตามหลอกหลอนเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ซ้ำเติมให้ความหวังอันริบหรี่ยังติดค้างอยู่ลึกที่สุดในใจ
สุดท้าย ความเหนื่อยล้าทั้งร่างและจิตก็พาเขาจมสู่ห้วงนิทรา

05:00 น.
เสียงหนึ่งปลุกเขาราวกับระฆังใสกระทบสายลม
        “ราห์ซูร์!! ได้ยินไหม?”
เสียงสดใส วัยเด็ก… ไม่ใช่เสียงกราวด้าที่เขาคุ้นเคยเลยด้วยซ้ำ
ราห์ซูร์ขยับตัวลุกขึ้นอย่างงัวเงีย
        “…กราวด้า? เรียกทำไมตอนนี้ล่ะ ยังมืดอยู่เลยนะ”
เสียงปลายสายตอบกลับอย่างเจื้อยแจ้ว รวดเร็ว และมั่นใจผิดปกติ
        “มาหาฉันที่หน้าค่ายหน่อย พาแซร์คมาด้วยนะ”
        “พาแซร์คไปด้วยทำไม?”
ราห์ซูร์ถามทั้งที่ยังไม่เปิดตาเต็มดีด้วยซ้ำ
        “เขาเป็นเพื่อนนายไม่ใช่เหรอ พามาด้วย เชื่อฉันเถอะ”
น้ำเสียงเธอเหมือนสั่งมากกว่าขอ
ราห์ซูร์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนหันไปสะกิดแซร์ค เจ้าตัวขดเป็นก้อนกลมเหมือนผ้าห่มคือที่ปลอดภัยสุดท้ายในโลก หลังใช้เวลาอยู่นาน ทั้งคู่ก็ต้องจำใจลุกจากเตียง เดินโซเซออกจากโรงนอนอย่างคนไม่ได้ตื่นเต็มที่
        “กราวด้าเรียกวะ…”
ราห์ซูร์บอกเพื่อนเสียงแผ่ว และด้วยเหตุผลเพียงเท่านั้นแซร์คถึงกับลืมง่วงทันทีแต่ก็ยังเดินลากสังขารตามเพื่อนมาที่หน้าค่ายโดยไม่บ่นอีกเลย
ทั้งสองเดินไปจนถึงทางเข้าค่าย หมอกถูกลมเช้าไล่เปิดทาง และที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วคือ—
เด็กสาววัยประมาณสิบแปดปี
ผมดำยาวถูกมัดสูง ดวงตาคมกริบ แต่ใบหน้า…สดใสราวกับคนเพิ่งกินขนมหวาน เสื้อคลุมเวทสีม่วง–ขาวที่เคยดูขรึม ตอนนี้กลายเป็นเสื้อคลุมสั้นที่เข้ากับร่างกะทัดรัดของเด็กสาวคนนี้พอดี
เธอหันมา ยิ้มแบบที่ราห์ซูร์ไม่เคยเห็นจากกราวด้ามาก่อนในชีวิต
        “สวัสดี—ทั้งสองคน”
แซร์คสะดุ้งจนหลังตรง ราห์ซูร์ตาค้าง… เขารู้ทันทีว่าเธอคือใคร
        “…กราวด้าเหรอ?”
เธอพยักหน้าแรง ๆ แบบเด็กมั่นใจ
        “ใช่! ฉันเอง—เวอร์ชันย้อนวัย”
แซร์คอ้าปากค้าง
        “อาจารย์กราวด้า?! ทำไม…เป็นเด็ก!!!!! โอ้โห สุดยอดไปเลย!!!”
กราวด้าเด็กยกนิ้วแตะริมฝีปาก
        “ชู่ว์…อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวคนอื่นได้ยิน”
เด็กสาวผมดำเอานิ้วแตะปาก ก่อนประกาศเสียงใส
        “เอาล่ะ ต่อไปนี้เรียกฉันว่า เกวน”
แซร์คยืนตรงทันที “ครับท่านเก— โอ๊ย!!”
ไม้เท้าเล็กของเกวนเคาะหัวเขาไปหนึ่งที
        “ห้ามเรียกว่าท่าน! เรียกแค่ ‘เกวน’ เข้าใจไหม? เกวนไม่มีนามสกุล”
เธอพูดพลางเอาไหล่ดันราห์ซูร์เบา ๆ พร้อมส่งสายตาดื้อ ๆ แบบเจ้าเล่ห์ ก็เขาเอง…ก็ไม่มีนามสกุลเหมือนกัน
แซร์คตาเป็นประกายทันที
        “งั้นผมเรียก ลูกพี่เกวน ได้ไหม? ลูกพี่!!!”
เกวนยืนกอดอก หัวเราะลั่น
        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! แน่นอน ฉันยอมรับฝีมือของนาย นายเป็นลูกน้องฉันได้!”
ราห์ซูร์ยกมือแตะแขนเธอเบา ๆ
        “กราว…ไม่สิ เกวน ทำไมเป็นแบบนี้ล่ะ? เธอดู…แตกต่างมาก รู้สึกผิดปกติอะไรไหม? หรือร่ายคาถาผิด?”
เขามองเธออย่างงง ๆ
        “นี่มันเหมือนกราวด้ากินคาเฟอีนไป 100 แก้วเลยนะ”
เกวนยิ้มกว้าง เดินวนรอบเขา
        “ไม่นี่? ฉันก็ยังเป็นกราวด้า—แค่ร่างเด็กเอง ทำไมล่ะ? นายคิดว่าฉันเปลี่ยนไปเหรอ?”
        “ใช่!!” สองหนุ่มตอบพร้อมกันไม่ต้องนัดหมาย
เกวนหยุดชะงัก ขมวดคิ้ว
        “งั้นเหรอ…ฉันเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว? แปลกแฮะ…”
ราห์ซูร์คิดตามพึมพัมเสียงหนัก ๆ
        “บางที…อาจเพราะความทรงจำและประสบการณ์ตอนเป็นผู้ใหญ่มันถูกยัดลงในร่างเด็กที่วุฒิภาวะยังไม่รองรับก็ได้”
เกวนชี้นิ้วทันที
        “ทำให้เกิดผลข้างเคียงทางพฤติกรรมโดยไม่รู้ตัว นั่นสินะ!”
ราห์ซูร์พยักหน้า
        “ใช่ เช่น—”
ทั้งสองชี้นิ้วใส่กันพร้อมกัน
เกวนชี้ราห์ซูร์ “นิสัยซึมเศร้า เก็บกด ห่อเหี่ยว!!!”
ราห์ซูร์ชี้เกวน “สดใส ร่าเริง เกินเหตุ!!!”
แซร์คยืนตรงกลาง ถอนหายใจยาว
        “โอ้ย…หัวฉันจะระเบิดก่อนพวกนายสองคนอีก…”
เกวนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนเป็นคนเปิดปากก่อน น้ำเสียงของเธอกลับมามั่นคงขึ้นอย่างรวดเร็ว
        “ยังไงก็ตาม นั่นไม่ใช่สิ่งที่ฉันต้องกังวลหรอก”
เธอจ้องราห์ซูร์นิ่ง ๆ
        “ฉันมาที่นี่เพื่อตามดูนายเท่านั้น ตราบใดที่ฉันไขข้อข้องใจได้…บางทีฉันอาจเปลี่ยนอนาคตได้ก็ได้”
ราห์ซูร์โต้กลับทันที
        “ไม่มีทาง! ฉันพิสูจน์แล้วว่าอนาคตไม่อาจเปลี่ยนได้ เธอเสียเวลาเปล่า เกวน”
แต่เกวนกลับยิ้มเย็น ๆ แววตาแน่วแน่
        “นายผิดแล้วล่ะ… ในอนาคตนายน่ะ ไม่เคยเจอฉันเลยใช่ไหม?เราไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ ใช่หรือไม่?”
ราห์ซูร์เม้มปาก
        “ใช่…เราไม่เคยคุย ไม่เคยรู้จักกันในอนาคตที่ฉันจากมาเลย”
แซร์คที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ดันรู้สึกเหมือนอยู่กลางสนามรบมากกว่าเช้าวันใหม่ ในหัวเขาคิดเงียบ ๆ
(ฉันถูกมอบหมายให้ตามดูราห์ซูร์ และฉันนี่แหละต้องทำตัวไม่รู้เรื่องว่าราห์ซูร์มาจากอนาคต… แต่ในเมื่อเปิดโปงกันต่อหน้าต่อตาแบบนี้ งั้นก็เนียนรับรู้ไปเลยแล้วกัน—แบบนี้ทำงานง่ายขึ้นตั้งเยอะ)
ราห์ซูร์ยังคงยืนกราน
        “แล้วเธอมีหลักฐานอะไรพิสูจน์ว่าอนาคตเปลี่ยนได้?”
คราวนี้เกวนชะงัก เสียงที่เคยสดใสลดระดับลงทันทีเหมือนเครื่องยนต์สะดุด
        “อะ…อ่ะ…ก็มีสิ…มี…”
เธอยกมือเท้าคางเหมือนเด็กหาข้ออ้าง
        “ฉันรู้ก็แล้วกันว่ามันเปลี่ยนได้!”
แต่ในใจเธอกลับดังเบา ๆ ไม่ให้ใครได้ยิน (ก็เพราะฉันเปลี่ยนไปแล้วนี่…)
ราห์ซูร์ถอนหายใจอย่างยอมแพ้ง่าย ๆ
        “ตามใจเธอแล้วกัน…ฉันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่ เธออยากสมัครเป็นทหารไม่ใช่เหรอ? ไปสิ เดี๋ยวพาไปลงทะเบียน”
แสงเช้าเริ่มสาดผ่านกำแพงค่าย ทาบบนพื้นหินเป็นสีทอง ทั้งสามคนเดินไปยังจุดลงทะเบียนของทหารใหม่

ลุงทหารคนเดิมมาถึงก่อนเวลา กำลังจัดกองเอกสารและขยับเก้าอี้เข้าสู่โหมดงานประจำวัน เขาไม่ทันได้เงยหน้า…จนกระทั่งเสียงสดใสของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้น
        “สวัสดีจ้าคุณลุงงงง! ฉันชื่อ เกวน สาวบ้านนาจากเขตชายแดนผู้ไฝ่ฝันอยากเป็นนักผจญภัย แต่ไม่มีเงิน! วันนี้เลยมาสมัครเป็นทหารเพื่อหาเลี้ยงชีพค่า~!”
เธอยกมือโบกแบบน่ารักสุดหัวใจ ราวกับไม่เคยมีประวัติเป็นว่าที่ราชครูแห่งสภาเวทมาก่อน และด้วยความสวยสดแบบอายุ 18 ผสมกับนิสัยร่าเริงแบบที่เหรียญทั้งสามทวีปยังต้องหันมามอง ทหารแถวนั้นถึงกับชะงักขยับตัว แล้วอมยิ้มกันเป็นแถว แม้แต่ลุงทหารเองก็หลุดยิ้ม
        “โอ้โห หนู…น่ารักจังเลย เอ้า นี่ฟอร์มใบสมัครจ้ะ”
ราห์ซูร์กับแซร์คหน้าแข็งขึ้นพร้อมกัน แซร์คถึงกับหลุดเสียง
        “ยิ้มแบบนั้นมันอะไรกันลุง…”
ราห์ซูร์ไม่พูด แต่กระพริบตาอย่างหงุดหงิด
เกวนรับใบสมัครด้วยท่าทางสว่างสดใส
        “ขอบคุณจ้า~ คุณลุงสุดเท่!”
ลุงทหารหัวเราะเขิน ๆ แบบที่ทำให้สองหนุ่มด้านหลังอยากมุดดินตาย
เกวนเดินไปนั่งโต๊ะใกล้เคียงทันทีพร้อมพูดเสียงเจื้อยแจ้วขณะเขียนแบบฟอร์ม
        “เกวน…ไม่มีนามสกุล~ เหมือนราห์ซูร์ที่ไม่มีนามสกุลเลยเนอะ อิอิ”
ราห์ซูร์หน้าแดงวูบ
แซร์คแอบหัวเราะชอบใจ — เขาชอบอะไรป่วน ๆ แบบนี้อยู่แล้ว
ทหารหลายคนที่เดินผ่าน ต่างอมยิ้มกับภาพเด็กสาวที่นั่งเขียนใบสมัครอย่างตั้งใจ ท่าทางลนลานตอนกลับปากกาแกว่งเท้าไปมาเหมือนเด็กสาวธรรมดา
แต่ตรงกันข้าม ราห์ซูร์กลับรู้สึก…อายแทนมากกว่า เขาไม่เคยคิดว่ากราวด้าในร่างเด็กจะ “เป็นจุดเด่น” ในค่ายทหารได้เร็วขนาดนี้
เมื่อเกวนเขียนใบสมัครเสร็จ เธอก็กึ่งเดินกึ่งกระโดดกลับไปหาลุงทหารทันที รอยยิ้มสดใสระยิบระยับจนเหมือนทำให้ห้องทั้งห้องสว่างขึ้น
        “นี่ค่ะ เสร็จแล้ว!”
เธอยื่นใบสมัครด้วยท่าทางที่เหมือนเด็กที่ภูมิใจกับการบ้านตัวเอง
ลุงทหารรับเอกสารไป ก่อนหันไปรื้อกล่องด้านหลังโต๊ะเสียง “กุกกัก ๆ” ดังพักหนึ่ง แล้วเขาก็หยิบของบางอย่างขึ้นมา—
ปลอกแขนวัดระยะทาง “รุ่นใหม่เอี่ยม” สีเงินขาวเงาวับ อยู่ในซองซีลยังไม่แกะ
        “เอานี่ไป หนูเกวน”
ราห์ซูร์กับแซร์คแทบระเบิดกลางห้อง
        “เดี๋ยว ๆๆๆ ลุง!!! ทำไมพวกฉันได้ปลอกแขนเหล็กขึ้นสนิมแบบจะพังก็ไม่พัง แต่เธอได้ของใหม่ล่ะ?!” ราห์ซูร์โวย
        “ใช่! นี่มันลำเอียงชัด ๆ เลย!”
แซร์คชี้ปลอกแขนในมือของตัวเองที่เก่าแบบยุคบรรพกาล
ลุงทหารแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน มุ่งหน้าแต่เกวนอย่างเดียว
        “ลองสวมดูสิหนู จะได้พอดีแขนหรือเปล่า”
เกวนหยิบปลอกแขนรุ่นใหม่ขึ้นอย่างสนใจ เธอสวมมันเข้าข้อมือ—มันแน่นพอดี ดูสง่างามราวเป็นเครื่องประดับเวทมนตร์ราคาแพง เธอหมุนแขนโชว์ ประกายโลหะสะท้อนกับผมดำของเธออย่างสวยงาม
แซร์คถึงกับยอมแพ้
        “…โอเค ถ้าลูกพี่ดูดี ฉันก็ไม่โวยก็ได้”
ราห์ซูร์ถอนหายใจแล้วพูดเสียงเบากว่าเดิม
        “มัน…ดูเหมาะกับเธอนะ เกวน”
เกวนยิ้มกว้างเหมือนดอกไม้บาน
        “งั้นก็ไปกันเลย! ฉันต้องไปวิ่งรอบเมืองใช่ไหม? สิบรอบรอฉันอยู่!”
เธอเดินนำออกไปทันที—แทบไม่สนว่าเพื่อนอีกสองคนยังผูกเชือกรองเท้าไม่เสร็จด้วยซ้ำ

หนึ่งชั่วโมงต่อมา — ที่ประตูเมือง
ตรงข้ามกับความคาดหมายของทั้งค่าย…
เกวนยังไม่ได้เริ่มวิ่งแม้แต่ก้าวเดียว
เธอเดินเล่นอย่างสบายใจ ปล่อยให้ลมเช้าไล้ปลายผม สูดหายใจยาวเหมือนคนมาเที่ยว ไม่ใช่มาทดสอบทหาร
แซร์คเดินตามพร้อมกอดอกหัวเราะ
        “ฮ่า ฮ่า ลูกพี่ต้องทำลายสถิติแน่ ๆ สถิติแบบ…ไม่เริ่มสักที!”
ราห์ซูร์เอามือกุมขมับ
        “ใจเย็นจริง ๆ นะเกวน…ฉันไม่อยากเชื่อว่าเธอจะทำอะไรแบบนี้”
เกวนชี้นิ้วเข้าที่ขมับตัวเอง
        “มันคือเรื่องของเวลา หนุ่ม ๆ ถึงนิสัยฉันจะเปลี่ยน แต่ในนี้…”
เธอแตะหัวเบา ๆ
        “ยังเหมือนเดิม ฉลาดเสมอ”
ราห์ซูร์ถอนหายใจหนักกว่าเดิม แซร์คหัวเราะชอบใจอีกครั้ง
ทันใดนั้นเกวนก็ร้อง
        “อ๊ะ! ดูนั่นสิ ร้านขายของป่า!”
ยังไม่ทันมีใครตอบ เธอก็วิ่งดุ๊กดิ๊กไปที่เพิงเล็ก ๆ ริมทางมีผลไม้ป่าเรียงอยู่ 4–5 อย่าง
        “สวัสดีค่ะคุณป้า~ นั่นมะกอกป่าใช่ไหมคะ?”
เสียงของเธอนุ่มจนเหมือนแสงอาทิตย์ตอนเช้า
ไม่ถึงสามนาที เธอก็ได้มะกอกป่ามาเต็มมือ
แถมยังสนิทกับป้าคนขายเหมือนรู้จักกันมาห้าปี
        “อะ เอ้า! แบ่งให้นายสองคนด้วย กินไหม?”
ราห์ซูร์กับแซร์คมองหน้ากันอย่างงง นี่มันเพิ่งร้านแรกเอง…
แต่จากนั้น— เกวนแวะทุกร้านที่เห็น
ร้านดอกไม้
ร้านผลไม้
ร้านขนม
ร้านน้ำสมุนไพร
ร้านของฝากพื้นเมือง
ร้านขนมปังอบใหม่
และทุกร้าน…
เธอได้อะไรกลับมาทุกครั้ง โดยไม่ต้องจ่ายสักเหรียญ
จนตอนนี้แขนทั้งสองข้างของราห์ซูร์กับแซร์คเต็มไปด้วยของฝากที่ช่วยถือให้เธอ
แซร์คพูดพลางหอบ
        “ลูกพี่…ทำแบบนี้ได้ไง ทั้งที่ไม่มีเงินติดตัวเลยเนี่ย? มันเหนือชั้นมาก”
เกวนหัวเราะนิด ๆ
        “ฉันไม่รู้หรอก ฉันก็แค่…อยากคุย อยากรู้จัก อยากฟังเรื่องของคนพวกนี้เฉย ๆ”
เธอเงยหน้ามองท้องฟ้า เสียงเธอเบาจนฟังแล้วสั่นเล็ก ๆ
        “ฉัน…ไม่เคยออกมาเดินเล่นแบบนี้เลย”
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่กลับทำให้สองหนุ่มรู้สึกสงสารขึ้นมาวูบหนึ่งโดยไม่รู้ตัว เหมือนเด็กอัจฉริยะที่ถูกขังในห้องวิจัยมาตลอดชีวิต พอออกมาข้างนอกครั้งแรก ก็เหมือนเห็นโลกที่ตัวเองไม่เคยมีโอกาสสัมผัส
แซร์คเป็นคนทำลายความเงียบก่อน เขาหันซ้ายขวาเหมือนกำลังชั่งใจ แล้วพูดขึ้นอย่างร่าเริง        “นี่ ๆ ฝั่งโน้นมีจุดชมวิวสวยมากนะ ถ้าไปยืนบนเนิน จะมองเห็นเทือกเขาวาเทเลียทางเหนือทั้งหมดเลย ไปดูกันไหม?”
เกวนหันขวับตามทันที ดวงตาเป็นประกาย
        “ดีมากแซร์ค! พาฉันไปเลย ไปโลดดดด!”
ยังไม่ทันให้ราห์ซูร์ตอบ เกวนก็วิ่งนำไปก่อนแล้ว แซร์คเองก็ตามไปอย่างรวดเร็วเหมือนสนุกกับการเป็นไกด์
ราห์ซูร์ยืนมองตาม ทั้งยิ้มทั้งถอนหายใจ เหมือนความตึงเครียดในใจเบาลงเพียงเสี้ยววินาที แต่แล้ว… ความรู้สึกหม่น ๆ แบบอธิบายไม่ได้ก็ไหลย้อนกลับมา
        “ทำไมยังรู้สึกโดดเดี่ยวอีกแล้วนะ… พวกเขาเข้ากันดีเกินไป… นี่ฉันกำลังรู้สึกอะไรอยู่กันแน่…”
เขาบ่นกับตัวเองในใจอย่างหนัก เดินตามไปช้า ๆ พร้อมพยายามสลัดความอิจฉา—หรืออาจเป็น หึง—ออกจากหัว
        “ฉันมีเอมิลี่อยู่ในใจอยู่แล้ว… ท่องเข้าไว้สิ!!!”
แซร์คคุยกับเกวนไปหัวเราะไป ส่วนเกวนก็สดใสจนเหมือนเข้าได้กับจังหวะของแซร์คทุกประโยค ทั้งคู่จึง วิ่งคุย วิ่งหัวเราะ วิ่งเถียงกันแบบคนสนิท จนกลายเป็นจังหวะที่ลงตัว ไกลออกไป และได้ยินเสียงเบาลงเรื่อยๆ
        “เกวน ดูนั่น! ทางนี้มีต้นไม้เย็น ๆ เราวิ่งหลบแดดได้เร็วกว่า!”
        “เก่งมาก! นายเป็นไกด์ที่ดีสุดของวันนี้เลย!”
        “เร็วสิ ราห์ซูร์! นายช้าจังเลย!” เสียงตะโกนจากเกวนดังกลับมาและทุกอย่างก็เงียบไป
เมื่อเขาเดินไปถึงเนินภาพที่เห็นคือ เกวนกำลังยืนโพสท่าแบบเด็กสาวอายุสิบแปด หมุนตัว ยกมือ ทำหน้าตลกบ้างน่ารักบ้าง ส่วนแซร์คก็หัวเราะร่า ใช้อุปกรณ์เวทย์ราคาถูกของเขาถ่ายรูปให้เธอเป็นเรื่องเป็นราว
ราห์ซูร์กัดฟันกลั้นอารมณ์
        “พวกเขาก็แค่เข้ากันดี… ฉันควรดีใจไม่ใช่เหรอ…ทุกคนคือเพื่อน… เพื่อน…”
เขาพึมพำก่อนเดินเข้าไปช้า ๆ ด้วยสีหน้าเคร่งเครียดโดยไม่รู้ตัว
เกวนเหลือบเห็นเขาเข้า—หน้าเซ็ง ๆ แบบชัดมาก เธอรีบวิ่งเข้าไปคว้าแขนเขาอย่างไม่คิดอะไรมาก
        “โอ้ยยย ดูสิ ใครโดนเท น่าสงสารจัง~ มานี่ ๆ ๆ เด็กน้อยของฉัน ฉันไม่ทิ้งเธอหรอกกกก~”
ราห์ซูร์หงุดหงิด แต่ก็ยอมให้เกวนดึงแขนเขาไป
        “ใครเด็กน้อยกัน! และฉันไม่ได้สนใจอยู่แล้ว!”
แซร์คยืนหัวเราะลั่น เสียงดังจนสะเทือนไปสามก้อนหิน
        “อย่าไปเชื่อมันลูกพี่! เจ้าหมอนี่นอนละเมอเรียกชื่อลูกพี่ทุกคืน ฉันฟังจนเบื่อแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
เกวนหัวเราะจนตัวงอ ราห์ซูร์หน้าแดงจนโมโหยิ่งกว่าเดิมแต่ปากก็ยังเถียงไม่ขึ้น
ทั้งสามคนใช้เวลาชมวิว พูดคุย ถ่ายรูป และเล่นกันไปสักพัก ก่อนที่เกวนจะทำหน้าเบื่อ ๆ เธอชะงักหันกลับมาหาหนุ่มทั้งสองแล้วพูดเสียงสดใสเกินเหตุ
        “โอเค ๆ! ฉันว่า ‘วิ่ง’ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ ไปสนามซ้อมยิงธนูต่อเลยดีไหม?”
ราห์ซูร์แทบสะดุดเท้าตัวเอง
        “เดี๋ยวสิ เกวน! เราเดินกันมาสองชั่วโมงเองนะ แล้วนี่…มันแค่สองกิโลเมตรเอง!”
เกวนยืนกอดอกอย่างมั่นใจเต็มที่
        “แซร์ค รายงาน!!”
ยังไม่ทันวางจังหวะ แซร์คก็ขยับตัวไปยืน “พวกเดียวกับเกวน” อย่างรวดเร็วเหมือนกิ้งก่าปรับสียืนเคียงข้างเธอเรียบร้อย
แซร์คประกาศเสียงดัง
        “ตามกฎทั่วไปแล้ว…วิ่งไม่ครบรอบก็ไม่สอบตกครับ! หรือจะขอข้ามไปเลยก็ยังได้ ดังนั้น— ลูกพี่สามารถไปสนามสอบถัดไปได้เลยครับ!”
ราห์ซูร์อ้าปากค้าง
        “แซร์ค! นี่แกเปลี่ยนสีเร็วไปแล้วนะโว้ย!!”
แต่เขาก็แพ้ผลโหวตโดยสมบูรณ์
        “เอา…ตามใจ… แต่ระวังนะ ตามใจมาก ๆ เดี๋ยวจะ— เฮ้! เดี๋ยวสิ! รอด้วย!!”
ไม่ทันจบประโยค เกวนกับแซร์คก็เดินนำลิ่วไปแล้ว
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา