ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
70 บท
1 วิจารณ์
2,475 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
21) หุ่นขี้ผึ้งหมายเลข 1
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความในคืนที่เกิดเรื่อง…
ราชครูเมธรัส เวียร์เวล — ผู้เฝ้ามองวาเลเธียมานานกว่าใคร — ยืนสงบนิ่งท่ามกลางห้องโถงมืดของหอเวทหลวงไฟเทียนสี่ต้นลุกเรืองราง ราวกับกำลังฟังด้วยเช่นกัน เสียงของคาเรนที่ถ่ายทอดผ่านคาถาสื่อจิตยังคงสะท้อนอยู่ในห้อง เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เมธรัสไม่พูด ไม่ซักถาม เขาเพียงฟัง…
ฟังเหมือนกำลังเฝ้าดูตอนหนึ่งของเหตุการณ์ที่ผ่านมาและผ่านไปราวฝุ่นทรายในทะเลทราย เมื่อคาเรนโค้งคำนับเป็นครั้งสุดท้าย แสงเวทดับลง ห้องกลับสู่ความสงบ
ราชครูยืนพิจารณานิ่ง ปลายนิ้วแตะเครายาวสีเงินช้า ๆ
“ผู้คนมักคิดว่าปัญญาคือการรู้คำตอบ… แต่แท้จริงแล้ว ปัญญาคือการรู้ว่า ‘ควรให้ใครรับรู้คำตอบนั้น’ ต่างหาก”
เรื่องที่คาเรนเล่า —
ความล่มสลายของหญิงสาวผมแดง
การโผล่มาของราห์ซูร์
เสียงตะโกนของความสิ้นหวัง
เมธรัสขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงียบไปนานก่อนตัดสินใจต่อสายหาคนหนึ่ง — ตัวแปรสำคัญที่เขาฝากความหวังไว้มากที่สุด กราวด้า.
เช้าวันถัดมา
ห้องเวทสว่างด้วยแสงอรุณที่ลอดผ่านกระจกสี ราชครูนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ประจำตำแหน่ง ขณะกราวด้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบสงบกว่าทุกวัน แต่ปลายผมที่ยุ่งเล็กน้อยบอกชัดว่าเธอ นอนไม่พอ
เมธรัสยิ้มบาง ๆ
“สวัสดีกราวด้า”
“สวัสดีท่านราชครู”
เสียงเธอนิ่งดังเดิม แต่ปลายเสียงมีร่องรอยเหนื่อยล้า
“ฉันได้รับรายงานเรื่องทั้งหมดจากคาเรนแล้ว”
เมธรัสพูดอย่างใจเย็น “เมื่อคืน…เจ้าได้คุยกับราห์ซูร์ไหม?”
กราวด้าไม่ขยับสีหน้า แต่ดวงตากระพริบเร็วขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสำหรับเธอแล้ว — นั่นคือความว้าวุ่นในระดับสูงสุด
“ได้คุยค่ะ”
เธอตอบสั้น พยายามซ่อนความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอไม่คิดว่าการให้ราชครูรู้ว่าเธอ “ลูบหัวชายหนุ่มคนนั้นบนตัก” จะเหมาะสมกับภาพลักษณ์ว่าที่ราชครูคนต่อไปเท่าไหร่
“เขาดูไม่ค่อยดีในตอนแรก… แต่เมื่อเช้า เขาดูดีขึ้นมาก ฉันส่งเขากลับไปที่โรงนอนแล้วค่ะ”
เมธรัสตั้งใจฟัง แล้วหยุดนิ่งไปหนึ่งวินาที… ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นจนเคราสีเงินนี่ขยับตาม
“โฮ่ โอ่ โฮ่… เจ้าว่า เมื่อเช้า?”
รอยยิ้มกว้างขึ้น “หมายความว่า…พวกเจ้าอยู่ด้วยกันทั้งคืนเลยหรือ?”
กราวด้าเหมือนถูกฟาดด้วยเวทผ่าฟ้า เธอสะดุ้งจนเกือบสะดุดขาตัวเองและ—เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับใช้สภาเวท…
เธอ หน้าแดง
“ไม่—ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!”
เสียงเธอสูงขึ้นผิดปกติ
“แต่…ก็ใช่… อยู่ด้วยกันทั้งคืน แต่แค่นอน หนุนตัก…แบบที่ฉันเคยหนุนตักท่านตอนเด็ก ๆ!”
เมธรัสหัวเราะเบา ๆ ดวงตาอ่อนโยนราวกับมองเด็กหญิงในสมัยก่อน
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
เขาโบกมือเบา ๆ
“เจ้าทำดีแล้ว”
แล้วน้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ราห์ซูร์นั่น… หัวใจบริสุทธิ์มาก แม้จะสัมผัสพลังด้านมืด แต่เขาไม่ถูกมันกลืน นี่เป็นข้อพิสูจน์ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”
เมธรัสพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดัง แต่หนักกว่าหินที่ทับทั้งทวีปไว้
“ความมืดไม่อาจครอบงำเด็กคนนี้ได้… แต่—”
เขาหรี่ตาลง ลมหายใจเหมือนช้าลงหนึ่งจังหวะราวกับกำลังพยายามฟังเสียงบางอย่างที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขา
“ข้าสังหรณ์ใจไม่ดีว่า… อนาคตที่เขามานั้น มีบางอย่าง…เลวร้ายกว่าที่เราคิด”
คำว่า เลวร้าย หลุดจากปากราชครูแห่งวาเลเธียไม่บ่อยนักและเมื่อมันหลุดออกมา…ห้องทั้งห้องเหมือนมืดลงไปชั่ววินาที
กราวด้าขยับตัวเล็กน้อยแต่ยังคงนิ่ง สายตาจับจ้องริมฝีปากของราชครูอย่างตั้งใจ
เมธรัสมองขึ้นไปในอากาศราวกับกำลังมองอะไรบางอย่างที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีวันเห็น
“มันไม่สมเหตุสมผลเลย… หากเขาย้อนเวลามาเพียงเพื่อหญิงคนหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น… เขาพยายามดิ้นรน เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง… ชนิดที่ยอมแลกแม้แต่ชีวิตตัวเอง”
แสงเทียนสั่นเล็กน้อยเหมือนตอบสนองต่อถ้อยคำของเขา เมธรัสเอ่ยช้า…ทุ้ม… เหมือนรำพึงกับความจริงที่หนักหนากว่าเหล็กทุกชนิดบนโลกนี้
“อนาคตที่เขาเห็นมา… มืดหม่นเกินกว่าจะพูดออกมาได้”
กราวด้ารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด เพียงเสี้ยววินาทีหนึ่ง…เธอเห็นภาพเงามืดแวบผ่านในหัว เหมือนเสียงกรีดร้องที่ไม่มีต้นเสียง เหมือนแสงสีเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศ
…บางอย่างกำลังใกล้เข้ามา…
เมธรัสหันกลับมามองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความหนักใจที่ไม่ค่อยเปิดเผยให้ใครเห็น
“กราวด้า… ข้าขอร้อง— ดูแลเด็กคนนั้นอย่างใกล้ชิด ถือว่าเป็นคำขอจากราชครูที่กังวลต่อความปลอดภัยของทั้งอาณาจักร”
กราวด้าสูดหายใจเบา ๆ ไม่ใช่เพราะลำบากใจ แต่เพราะคำว่า ขอร้อง จากเมธรัส… หนักกว่าสัญญาของใครทั้งทวีป
“ค่ะ… แต่เรื่องงานวิจัยของข้า—”
เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะงานวิจัยของเธอคือชีวิต คือสิ่งที่รักษาหัวใจของเธอตลอดหลายปี เมธรัสยกมือขึ้นห้ามพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่เห็นได้เฉพาะตอนอยู่กับเธอ
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลแทนเองช่วงหนึ่ง”
น้ำเสียงนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นพอให้ทั้งสภาเวทยอมเดินตามโดยไม่ถามคำถามใด กราวด้าถึงกับผ่อนลมหายใจเธอไว้ใจชายชราคนนี้มากกว่าตำราเวททั้งหอรวมกันเสียอีก
เมธรัสหันหน้าไปยังหน้าต่างสูงของห้องแสงอรุณส่องบนเคราสีเงินของเขาพอดี
“ความจริงแล้ว…ข้าอยากติดต่อ ‘เทพปฐพีโบราณ’ อีกครั้ง”
ชื่อที่แทบไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง ดังขึ้นในห้องโถงว่างเปล่า
กราวด้าเบิกตาเล็กน้อย
“ท่านเทพ…? ท่านหมายถึงจริง ๆ หรือคะ?”
“จริง”
เมธรัสตอบทันที สายตาไม่ละจากฟ้าสีจาง
“เรื่องราวที่เราเผชิญ…เริ่มเกินขอบเขตของมนุษย์แล้ว ข้าอยากรู้…ว่าโลกกำลังเดินไปสู่ปลายทางไหน”
กราวด้าเงียบไปครู่ เธอจำได้ดี—เมื่อ 25 ปีก่อนตอนเธออายุไม่ถึงสิบขวบ ราชครูเคยพาเธอไปร่วมทำพิธีติดต่อเทพปฐพีเพียงครั้งเดียว
เพียงครั้งเดียวในชีวิต และหลังจากนั้น เทพก็หลับใหล…ไม่เคยตื่นอีกเลย
“25 ปีแล้ว ท่านเทพ ไม่ตอบรับพิธีใดเลยค่ะ…”
เธอพูดเบา ๆ
“ไม่รู้จะตื่นอีกครั้งตอนไหน หรืออาจไม่ตื่นอีกเลย”
เมธรัสยิ้มบาง ๆ แต่แววตาลึกขึ้นราวกับคนที่ทำใจมานานแล้ว
“ก็ไม่เป็นไร… อะไรจะเกิด…ก็ให้มันเกิด หน้าที่เราคือเตรียมพร้อมรับมือกับมัน”
ชายชราพูดด้วยรอยยิ้มสงบแบบผู้รู้แจ้ง ผู้ที่ผ่านทั้งสงคราม มรณกรรม และความว่างเปล่า จนเรียนรู้ว่า ความกลัวไม่มีประโยชน์ต่อผู้เฝ้ามองเวลา
กราวด้าโค้งคำนับ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนค่ะ”
เธอหมุนตัวเดินออกไปช้า ๆ ใกล้จะพ้นบานประตู—แต่แล้วเสียงของเมธรัสดังขึ้นอีกครั้ง อ่อนโยน…แต่แฝงความเจ้าเล่ห์ของคนสูงวัยที่ชาญฉลาดเกินกว่าจะคิดอะไรไร้เหตุผล
“ความจริงแล้ว… ตำแหน่งราชครูก็เป็นเพียงตำแหน่งเท่านั้นนะ กราวด้า”
กราวด้าชะงักหันกลับมาด้วยสีหน้าสงสัยเล็กน้อย
เมธรัสยิ้ม ยิ้มแบบคนเป็นพ่อ ยิ้มแบบคนที่เฝ้าดูเด็กโตขึ้นทีละวันจนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
“ไม่เคยมีข้อห้ามเรื่อง…การมีคู่ครองหรอกนะ”
กราวด้าหน้าแข็งขึ้นทันที เหมือนโดนเวทตึงผิวระดับสูง
“ท่านจะพูดอะไร?”
น้ำเสียงเธอนิ่งเหมือนพยายามตั้งเกราะเวท แต่ปลายเสียงแผ่วลงอย่างควบคุมไม่อยู่
เมธรัสหัวเราะเบา ๆ
“ข้าเคยนึกเหมือนกันว่า… หากมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในหอนี้สักสามคน น่าจะวุ่นวายน่าดู”
กราวด้ากะพริบตา ใบหน้าราบเรียบค่อย ๆ ขึ้นสีแดงเรื่อ
“สายเลือดของผู้ใช้เวทอย่างเจ้า…รวมกับผู้ใช้พลังระดับราห์ซูร์…”
เขาพูดยิ้ม ๆ
“ข้าว่าคงออกมาแข็งแกร่งดีทีเดียว”
กราวด้าเม้มปาก เหมือนคนที่กำลังพยายามตัดความเขินด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
“ท่านยังชอบเพ้อเจ้อเวลาอยู่ลับหลังคนไม่เปลี่ยนเลยนะ…ท่านพ่อ”
เธอพูดแผ่ว ๆ พร้อมรอยยิ้มในลำคอที่มีเพียงเมธรัสเท่านั้นที่ได้เห็น แล้วเธอก็หมุนกายออกจากห้องปล่อยให้ประตูปิดลงอย่างเงียบงัน
เมธรัสมองบานประตู…ยิ้มอิ่มเอมแบบผู้ใหญ่ที่รู้มากกว่าฝ่ายเด็ก
บ่ายวันนั้น ห้องวิจัยของกราวด้าไม่เหลือเค้าของ “สถานที่ทำงานปกติ” อีกต่อไป มันกลายเป็น…โรงงานทดลองบ้าคลั่งของนักเวทระดับอัจฉริยะ
เสียงน้ำเดือด–ฉ่า!
เสียงผงแสงระเบิดแวววาว—พรุ่บ!
เสียงวงเวทย์หมุนซ้อนกัน—หวืด ๆ ๆ ๆ
ผสมกันเป็นซิมโฟนีวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ที่ใครเห็นก็ต้องถอยหลังห้าก้าว แต่ เจ้าของห้องกลับยิ้มกว้างจนดู…ผิดปกติ
กราวด้าขยับไปมาอย่างคล่องแคล่วเหมือนเครื่องจักร เหงื่อไหลท่วมหลัง แต่รอยยิ้มบนใบหน้าเธอ—สดใสจนน่ากลัว เพราะเธอคงไม่รู้ตัวว่า…กำลังมีความสุข สุดท้าย เธอใช้เวลาทั้งวันแทบเผาห้อง
หุ่นขี้ผึ้งร่างเทียมของเธอก็เสร็จสมบูรณ์
มันยืนอยู่กลางห้อง สวมชุดคลุมสีขาว–ม่วงเหมือนตัวต้นฉบับ เส้นผมดำยาว ทิ้งตัวอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้านิ่ง…นิ่งจนเหมือนรูปปั้น มีแววเย็นชา—
แบบที่กราวด้าคิดว่า "ฉันไม่เคยเย็นขนาดนี้หรอก" แต่ทุกคนในวังคงจะตอบว่า นี่แหละ เธอ ตัวจริง
กราวด้าถอยออกหนึ่งก้าว ยืนเท้าเอวด้วยความภูมิใจ
“เสร็จแล้ว… กราวด้าหมายเลข 1”
เธอยิ้ม—ยิ้มจริงจังแบบนักวิจัยที่ได้พบสูตรเวทใหม่ ยิ้มกว้างจนผิดปกติสำหรับคนปกติ แต่ปกติสำหรับกราวด้า
“ไหน… พูดทักทายหน่อยสิ”
หุ่นร่างเทียมลืมตา แววตาเย็นเฉียบ ก่อนพูดด้วยเสียงที่…เหมือนกราวด้า 100%
“สวัสดี กราวด้า ฉันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวตนของคุณในขณะที่คุณไม่อยู่ ไม่ต้องกังวล ฉันเหมือนคุณทุกประการ”
กราวด้าหยุดนิ่ง เหมือนโดนตบด้วยความจริงแบบไร้ความเกรงใจ
“…ยังไม่เหมือน”
เธอพึมพำ
“ฉันไม่ได้พูดเสียงแข็งขนาดนี้ เธอดูไร้ชีวิตมากเกินไปด้วยซ้ำ”
หุ่นตอบทันทีเหมือนเป็นฟังก์ชันที่ถูกผูกไว้
“เชื่อฉันเถอะท่านกราวด้า ฉันเหมือนคุณทุกประการ”
กราวด้าชะงัก คิ้วกระตุก เพราะเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มหัวใจเบา ๆ
“…ฉันเป็นอย่างนี้จริง ๆ หรือ?”
เธอหันไปหยิบเครื่องบันทึกเก่า ๆ
เปิดเสียงตัวเองในงานพิธีต่าง ๆ
เสียงกราวด้าในเทป:
“ขอให้นักปรุงเวททุกคนรายงานผลทดลองก่อนเที่ยง”
“แก้สมการข้อที่สามใหม่ทั้งหมด”
“อย่าทำแบบนั้น… มันผิดตั้งสี่ขั้นตอน”
น้ำเสียงแข็ง
เรียบ
เย็น
ไม่อารมณ์
เหมือนคนที่มีเหตุผลร้อยเท่าแทนอารมณ์ทั้งหมดรวมกัน กราวด้าถอนหายใจ
“เอาเถอะ… ก็ได้ ทำแบบนั้นไป ฉันจะไม่สนใจ”
เธอหันหลังเตรียมจัดของของเธอเอง
หุ่นหมายเลข 1 เหลือบตามอง สีหน้าชินชาเหมือนต้นแบบ
“คุณจะทำอะไร?”
กราวด้าไม่ตอบกลับทันที เธอหยิบสมุดจดงานส่วนตัว—เล่มที่เขียนว่า ‘ราห์ซูร์—ข้อมูลการสังเกตเบื้องต้น’
เธอเปิดหน้าที่มีแผนวิเคราะห์พฤติกรรมและจิตใจมนุษย์ที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตเธอ เธอพูดเรียบ ๆแต่เสียงเธอ…มีประกายแปลก ๆ แทรกอยู่ชัดเจน
“ฉันมีวิธี ‘ตามประกบราห์ซูร์’ แล้ว”
หุ่นหมายเลข 1 หันหัวช้า ๆ เหมือนเครื่องที่กำลังคำนวณคำว่า “ประกบ” อยู่ ภาพความทรงจำต่างๆที่เธอมีกับราห์ซูร์ ความรู้สึกถูกจำลองขึ้นและหุ่นกราวด้าหมายเลข 1 ก็เข้าใจทันที
“ประกบ…ใช่ค่ะ ทั้งหน้าที่และหัวใจ”
“อื่ม...” กราวด้าตอบแบบไม่ตั้งใจ พลิกสมุดจดเพื่อดูข้อมูลไปด้วยโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก หุ่นตอบพูดขึ้นอีกแม้ไม่มีการซักถาม
“จากข้อมูลที่คุณให้มา…ราห์ซูร์มีแนวโน้มชอบผู้หญิงที่ร่าเริง สดใส และมั่นใจ โดยอ้างอิงจากเอมิลี่—ต้นแบบความรักของเขา ต่างจากคุณโดยสิ้นเชิง!!!”
“นี่ฉันคิดผิดหรือเปล่าที่สร้างตัวเองออกมาแบบนี้…”
กราวด้ายืนกอดอก หน้านิ่ง แต่เริ่มมีความรำคาญแทรกอยู่ในแววตา
กราวด้าหมายเลข 1 ตอบทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์
“ใช่ค่ะ ราห์ซูร์ดูเป็นคนที่อดทนขึ้นทันทีเมื่อเจอคนอย่างคุณ”
คำตอบนั้นแทงใจจนกราวด้าตัวจริงต้องสูดลมหายใจแรง ๆ
“พอเลย! รออยู่ที่นี่ ฉันต้องไปเตรียมห้องนั่งเล่นก่อน”
เธอชี้นิ้วใส่หุ่นขี้ผึ้งราวกับกำลังดุเด็ก
“ฉันต้องคุยกับราห์ซูร์ให้เขาเตรียมตัว จะได้ไม่กดดันเกินไป ฉันจะย้อนวัย…แล้วไปสมัครเป็นทหารเพื่อตามประกบเขาเอง ส่วนเธอก็ทำตัวเป็น ‘ฉัน’ ระหว่างฉันออกปฏิบัติภารกิจ เข้าใจไหม?”
“รับทราบค่ะ”
กราวด้าหมายเลข 1 พยักหน้าช้า ๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว
กราวด้าตัวจริงหมดแรงเถียง เธอเดินออกไปอย่างรีบร้อน เพราะสภาพเธอตอนนี้—ผมยุ่ง เปื้อนผงเวทเต็มตัว—ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะติดต่อราห์ซูร์ แต่ยังไม่ทันก้าวเข้าห้องน้ำ เครื่องมือสื่อสารเวทก็สั่นขึ้น
ชื่อผู้ติดต่อ: อิเรน วาเลน
กราวด้าถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนรับสาย
“สวัสดีท่านอิเรน มีอะไรหรือคะ?”
เสียงท่านอิเรนดังมาอย่างสุภาพ
“สวัสดีท่านอาจารย์กราวด้า ข้าได้ข่าวจากท่านราชครูแล้วเกี่ยวกับภารกิจติดตามราห์ซูร์ ตอนนี้อย่างที่ท่านรู้ แซร์คกำลังทำหน้าที่นี้อยู่หากท่านร่วมภารกิจด้วย ข้าจะแจ้งให้แซร์คสนับสนุนท่านเต็มที่ ท่านมีแผนอย่างไร?”
กราวด้ากลั้นหายใจเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงนิ่ง
“ขอบคุณท่านอิเรน นั่นจะเป็นประโยชน์มากท่านราชครูมีลางสังหรณ์—และลางสังหรณ์ของท่านก็ไม่เคยพลาดเด็กคนนั้นปิดบังอะไรบางอย่าง… และมันอาจสำคัญเกินกว่าจะมองข้าม”
เธอหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“เราฆ่าเขาไม่ได้ นั่นคือการตัดอนาคตทิ้งหมด ดังนั้น ฉันจะทำในสิ่งที่เราทำได้เพื่อประโยชน์สูงสุด”
อิเรนเงียบฟังอย่างตั้งใจ
“ฉันวางแผนจะใช้คาถาย้อนวัย เพื่อปลอมตัวไปสมัครเป็นทหารเข้าใกล้เขาให้มากที่สุด…จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ถ้าเขามีความสำคัญต่ออนาคต—เราก็จะได้ประโยชน์ แต่ถ้าไม่—เราก็ไม่เสียหายอะไร”
อิเรนตอบรับทันที
“รับทราบ ข้าจะสั่งแซร์คเตรียมพร้อม”
สายถูกตัดไป
กราวด้ามองเวลา—3 ทุ่ม 5 นาที เลยเวลาที่เธอติดต่อราห์ซูร์มานานแล้ว เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างผงเวทออก แต่งตัวใหม่ และจัดเรียบห้องอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำมา
กระทั่งเวลา 21:30 น.
กราวด้าจึงตั้งสติได้ เรียบผมให้เรียบร้อย แล้วเชื่อมจิตไปหาราห์ซูร์
—ฟุ่บ—
“สวัสดีราห์ซูร์”
ปลายสายตอบมาแทบจะทันที เสียงเต็มไปด้วยความกังวล
“สวัสดีกราวด้า! คุณโอเคไหม? ทำไมวันนี้มาช้า? หรือคุณโกรธผม? หรือเพราะเมื่อวาน—หรือ—หรือว่า—”
เสียงรัวแบบสั่น ๆ นั้น ทำให้กราวด้าตัวจริงยิ้มในใจนิดหนึ่ง แต่ภายนอกยังคงนิ่งดังเดิม
“หยุด ๆ…หยุดก่อน”
เธอตัดบท
“พร้อมไหม นับ 3 นะ”
“ไม่ต้องนับ ดึงฉันไปเลยก็ได้—”
“แน่ใจ?”
“ดี งั้น— 1…2… ดึง”
—ฟึ่บ!!— (ก็ยังนับอยู่ดี)
ราห์ซูร์ตกลงบนพื้นเตียงนุ่ม ๆ ของกราวด้า จนสะดุ้งเฮือก
“อ๊ะ—แบบนี้ไม่คุ้นเลย ฉันว่าเธอทิ้งฉันบนพรมเหมือนเดิมก็ดีนะ…ลงเตียงเธอแบบนี้มัน…เขินน่ะ”
กราวด้าเดินผ่านเขาไปอย่างสงบ
“ฉันเป็นคนเลือก ไม่ใช่เธอ”
เธอนั่งที่โต๊ะชายกแก้วชาขึ้นดื่มทำเป็นไม่สนใจแต่แอบเหลือบตามองว่าเขาจะตามมานั่งด้วยไหมและ—ทันทีที่หันไป…
พรู่ดดดดด!!!
ชาที่เพิ่งดื่มเข้าไปถูกพ่นออกมาทันที
บนเตียง!!
ราห์ซูร์นั่งอึ้ง ๆ
ข้าง ๆ เขา—
กราวด้าหมายเลข 1 กำลังจับมือเขาอยู่ นิ่ง เย็น และจริงจังแบบน่าตกใจ
กราวด้าตัวจริงระเบิดอารมณ์ทันที
“กราวด้าหมายเลขหนึ่ง—!!!"
"ออกมาทำอะไร ไม่ทราบ!!!!”
ทั้งโกรธ ทั้งเขิน ทั้งขายหน้า ผสมกันจนใบหน้าของว่าที่ราชครูแดงระเรื่อไปหมด
ราชครูเมธรัส เวียร์เวล — ผู้เฝ้ามองวาเลเธียมานานกว่าใคร — ยืนสงบนิ่งท่ามกลางห้องโถงมืดของหอเวทหลวงไฟเทียนสี่ต้นลุกเรืองราง ราวกับกำลังฟังด้วยเช่นกัน เสียงของคาเรนที่ถ่ายทอดผ่านคาถาสื่อจิตยังคงสะท้อนอยู่ในห้อง เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เมธรัสไม่พูด ไม่ซักถาม เขาเพียงฟัง…
ฟังเหมือนกำลังเฝ้าดูตอนหนึ่งของเหตุการณ์ที่ผ่านมาและผ่านไปราวฝุ่นทรายในทะเลทราย เมื่อคาเรนโค้งคำนับเป็นครั้งสุดท้าย แสงเวทดับลง ห้องกลับสู่ความสงบ
ราชครูยืนพิจารณานิ่ง ปลายนิ้วแตะเครายาวสีเงินช้า ๆ
“ผู้คนมักคิดว่าปัญญาคือการรู้คำตอบ… แต่แท้จริงแล้ว ปัญญาคือการรู้ว่า ‘ควรให้ใครรับรู้คำตอบนั้น’ ต่างหาก”
เรื่องที่คาเรนเล่า —
ความล่มสลายของหญิงสาวผมแดง
การโผล่มาของราห์ซูร์
เสียงตะโกนของความสิ้นหวัง
เมธรัสขมวดคิ้วเล็กน้อย เขาเงียบไปนานก่อนตัดสินใจต่อสายหาคนหนึ่ง — ตัวแปรสำคัญที่เขาฝากความหวังไว้มากที่สุด กราวด้า.
เช้าวันถัดมา
ห้องเวทสว่างด้วยแสงอรุณที่ลอดผ่านกระจกสี ราชครูนั่งหลังตรงบนเก้าอี้ไม้เก่าแก่ประจำตำแหน่ง ขณะกราวด้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบสงบกว่าทุกวัน แต่ปลายผมที่ยุ่งเล็กน้อยบอกชัดว่าเธอ นอนไม่พอ
เมธรัสยิ้มบาง ๆ
“สวัสดีกราวด้า”
“สวัสดีท่านราชครู”
เสียงเธอนิ่งดังเดิม แต่ปลายเสียงมีร่องรอยเหนื่อยล้า
“ฉันได้รับรายงานเรื่องทั้งหมดจากคาเรนแล้ว”
เมธรัสพูดอย่างใจเย็น “เมื่อคืน…เจ้าได้คุยกับราห์ซูร์ไหม?”
กราวด้าไม่ขยับสีหน้า แต่ดวงตากระพริบเร็วขึ้นเล็กน้อย ซึ่งสำหรับเธอแล้ว — นั่นคือความว้าวุ่นในระดับสูงสุด
“ได้คุยค่ะ”
เธอตอบสั้น พยายามซ่อนความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนเธอไม่คิดว่าการให้ราชครูรู้ว่าเธอ “ลูบหัวชายหนุ่มคนนั้นบนตัก” จะเหมาะสมกับภาพลักษณ์ว่าที่ราชครูคนต่อไปเท่าไหร่
“เขาดูไม่ค่อยดีในตอนแรก… แต่เมื่อเช้า เขาดูดีขึ้นมาก ฉันส่งเขากลับไปที่โรงนอนแล้วค่ะ”
เมธรัสตั้งใจฟัง แล้วหยุดนิ่งไปหนึ่งวินาที… ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นจนเคราสีเงินนี่ขยับตาม
“โฮ่ โอ่ โฮ่… เจ้าว่า เมื่อเช้า?”
รอยยิ้มกว้างขึ้น “หมายความว่า…พวกเจ้าอยู่ด้วยกันทั้งคืนเลยหรือ?”
กราวด้าเหมือนถูกฟาดด้วยเวทผ่าฟ้า เธอสะดุ้งจนเกือบสะดุดขาตัวเองและ—เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รับใช้สภาเวท…
เธอ หน้าแดง
“ไม่—ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!”
เสียงเธอสูงขึ้นผิดปกติ
“แต่…ก็ใช่… อยู่ด้วยกันทั้งคืน แต่แค่นอน หนุนตัก…แบบที่ฉันเคยหนุนตักท่านตอนเด็ก ๆ!”
เมธรัสหัวเราะเบา ๆ ดวงตาอ่อนโยนราวกับมองเด็กหญิงในสมัยก่อน
“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร”
เขาโบกมือเบา ๆ
“เจ้าทำดีแล้ว”
แล้วน้ำเสียงเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“ราห์ซูร์นั่น… หัวใจบริสุทธิ์มาก แม้จะสัมผัสพลังด้านมืด แต่เขาไม่ถูกมันกลืน นี่เป็นข้อพิสูจน์ที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”
เมธรัสพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดัง แต่หนักกว่าหินที่ทับทั้งทวีปไว้
“ความมืดไม่อาจครอบงำเด็กคนนี้ได้… แต่—”
เขาหรี่ตาลง ลมหายใจเหมือนช้าลงหนึ่งจังหวะราวกับกำลังพยายามฟังเสียงบางอย่างที่ไม่มีใครได้ยินนอกจากเขา
“ข้าสังหรณ์ใจไม่ดีว่า… อนาคตที่เขามานั้น มีบางอย่าง…เลวร้ายกว่าที่เราคิด”
คำว่า เลวร้าย หลุดจากปากราชครูแห่งวาเลเธียไม่บ่อยนักและเมื่อมันหลุดออกมา…ห้องทั้งห้องเหมือนมืดลงไปชั่ววินาที
กราวด้าขยับตัวเล็กน้อยแต่ยังคงนิ่ง สายตาจับจ้องริมฝีปากของราชครูอย่างตั้งใจ
เมธรัสมองขึ้นไปในอากาศราวกับกำลังมองอะไรบางอย่างที่มนุษย์ทั่วไปไม่มีวันเห็น
“มันไม่สมเหตุสมผลเลย… หากเขาย้อนเวลามาเพียงเพื่อหญิงคนหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้น… เขาพยายามดิ้นรน เปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง… ชนิดที่ยอมแลกแม้แต่ชีวิตตัวเอง”
แสงเทียนสั่นเล็กน้อยเหมือนตอบสนองต่อถ้อยคำของเขา เมธรัสเอ่ยช้า…ทุ้ม… เหมือนรำพึงกับความจริงที่หนักหนากว่าเหล็กทุกชนิดบนโลกนี้
“อนาคตที่เขาเห็นมา… มืดหม่นเกินกว่าจะพูดออกมาได้”
กราวด้ารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัด เพียงเสี้ยววินาทีหนึ่ง…เธอเห็นภาพเงามืดแวบผ่านในหัว เหมือนเสียงกรีดร้องที่ไม่มีต้นเสียง เหมือนแสงสีเลือดที่เจือจางอยู่ในอากาศ
…บางอย่างกำลังใกล้เข้ามา…
เมธรัสหันกลับมามองเธอ แววตาเต็มไปด้วยความหนักใจที่ไม่ค่อยเปิดเผยให้ใครเห็น
“กราวด้า… ข้าขอร้อง— ดูแลเด็กคนนั้นอย่างใกล้ชิด ถือว่าเป็นคำขอจากราชครูที่กังวลต่อความปลอดภัยของทั้งอาณาจักร”
กราวด้าสูดหายใจเบา ๆ ไม่ใช่เพราะลำบากใจ แต่เพราะคำว่า ขอร้อง จากเมธรัส… หนักกว่าสัญญาของใครทั้งทวีป
“ค่ะ… แต่เรื่องงานวิจัยของข้า—”
เธอถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะงานวิจัยของเธอคือชีวิต คือสิ่งที่รักษาหัวใจของเธอตลอดหลายปี เมธรัสยกมือขึ้นห้ามพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนแบบที่เห็นได้เฉพาะตอนอยู่กับเธอ
“ไม่ต้องห่วง ข้าจะดูแลแทนเองช่วงหนึ่ง”
น้ำเสียงนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นพอให้ทั้งสภาเวทยอมเดินตามโดยไม่ถามคำถามใด กราวด้าถึงกับผ่อนลมหายใจเธอไว้ใจชายชราคนนี้มากกว่าตำราเวททั้งหอรวมกันเสียอีก
เมธรัสหันหน้าไปยังหน้าต่างสูงของห้องแสงอรุณส่องบนเคราสีเงินของเขาพอดี
“ความจริงแล้ว…ข้าอยากติดต่อ ‘เทพปฐพีโบราณ’ อีกครั้ง”
ชื่อที่แทบไม่มีใครกล้าเอ่ยถึง ดังขึ้นในห้องโถงว่างเปล่า
กราวด้าเบิกตาเล็กน้อย
“ท่านเทพ…? ท่านหมายถึงจริง ๆ หรือคะ?”
“จริง”
เมธรัสตอบทันที สายตาไม่ละจากฟ้าสีจาง
“เรื่องราวที่เราเผชิญ…เริ่มเกินขอบเขตของมนุษย์แล้ว ข้าอยากรู้…ว่าโลกกำลังเดินไปสู่ปลายทางไหน”
กราวด้าเงียบไปครู่ เธอจำได้ดี—เมื่อ 25 ปีก่อนตอนเธออายุไม่ถึงสิบขวบ ราชครูเคยพาเธอไปร่วมทำพิธีติดต่อเทพปฐพีเพียงครั้งเดียว
เพียงครั้งเดียวในชีวิต และหลังจากนั้น เทพก็หลับใหล…ไม่เคยตื่นอีกเลย
“25 ปีแล้ว ท่านเทพ ไม่ตอบรับพิธีใดเลยค่ะ…”
เธอพูดเบา ๆ
“ไม่รู้จะตื่นอีกครั้งตอนไหน หรืออาจไม่ตื่นอีกเลย”
เมธรัสยิ้มบาง ๆ แต่แววตาลึกขึ้นราวกับคนที่ทำใจมานานแล้ว
“ก็ไม่เป็นไร… อะไรจะเกิด…ก็ให้มันเกิด หน้าที่เราคือเตรียมพร้อมรับมือกับมัน”
ชายชราพูดด้วยรอยยิ้มสงบแบบผู้รู้แจ้ง ผู้ที่ผ่านทั้งสงคราม มรณกรรม และความว่างเปล่า จนเรียนรู้ว่า ความกลัวไม่มีประโยชน์ต่อผู้เฝ้ามองเวลา
กราวด้าโค้งคำนับ
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อนค่ะ”
เธอหมุนตัวเดินออกไปช้า ๆ ใกล้จะพ้นบานประตู—แต่แล้วเสียงของเมธรัสดังขึ้นอีกครั้ง อ่อนโยน…แต่แฝงความเจ้าเล่ห์ของคนสูงวัยที่ชาญฉลาดเกินกว่าจะคิดอะไรไร้เหตุผล
“ความจริงแล้ว… ตำแหน่งราชครูก็เป็นเพียงตำแหน่งเท่านั้นนะ กราวด้า”
กราวด้าชะงักหันกลับมาด้วยสีหน้าสงสัยเล็กน้อย
เมธรัสยิ้ม ยิ้มแบบคนเป็นพ่อ ยิ้มแบบคนที่เฝ้าดูเด็กโตขึ้นทีละวันจนเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว
“ไม่เคยมีข้อห้ามเรื่อง…การมีคู่ครองหรอกนะ”
กราวด้าหน้าแข็งขึ้นทันที เหมือนโดนเวทตึงผิวระดับสูง
“ท่านจะพูดอะไร?”
น้ำเสียงเธอนิ่งเหมือนพยายามตั้งเกราะเวท แต่ปลายเสียงแผ่วลงอย่างควบคุมไม่อยู่
เมธรัสหัวเราะเบา ๆ
“ข้าเคยนึกเหมือนกันว่า… หากมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในหอนี้สักสามคน น่าจะวุ่นวายน่าดู”
กราวด้ากะพริบตา ใบหน้าราบเรียบค่อย ๆ ขึ้นสีแดงเรื่อ
“สายเลือดของผู้ใช้เวทอย่างเจ้า…รวมกับผู้ใช้พลังระดับราห์ซูร์…”
เขาพูดยิ้ม ๆ
“ข้าว่าคงออกมาแข็งแกร่งดีทีเดียว”
กราวด้าเม้มปาก เหมือนคนที่กำลังพยายามตัดความเขินด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์
“ท่านยังชอบเพ้อเจ้อเวลาอยู่ลับหลังคนไม่เปลี่ยนเลยนะ…ท่านพ่อ”
เธอพูดแผ่ว ๆ พร้อมรอยยิ้มในลำคอที่มีเพียงเมธรัสเท่านั้นที่ได้เห็น แล้วเธอก็หมุนกายออกจากห้องปล่อยให้ประตูปิดลงอย่างเงียบงัน
เมธรัสมองบานประตู…ยิ้มอิ่มเอมแบบผู้ใหญ่ที่รู้มากกว่าฝ่ายเด็ก
บ่ายวันนั้น ห้องวิจัยของกราวด้าไม่เหลือเค้าของ “สถานที่ทำงานปกติ” อีกต่อไป มันกลายเป็น…โรงงานทดลองบ้าคลั่งของนักเวทระดับอัจฉริยะ
เสียงน้ำเดือด–ฉ่า!
เสียงผงแสงระเบิดแวววาว—พรุ่บ!
เสียงวงเวทย์หมุนซ้อนกัน—หวืด ๆ ๆ ๆ
ผสมกันเป็นซิมโฟนีวิทยาศาสตร์เวทมนตร์ที่ใครเห็นก็ต้องถอยหลังห้าก้าว แต่ เจ้าของห้องกลับยิ้มกว้างจนดู…ผิดปกติ
กราวด้าขยับไปมาอย่างคล่องแคล่วเหมือนเครื่องจักร เหงื่อไหลท่วมหลัง แต่รอยยิ้มบนใบหน้าเธอ—สดใสจนน่ากลัว เพราะเธอคงไม่รู้ตัวว่า…กำลังมีความสุข สุดท้าย เธอใช้เวลาทั้งวันแทบเผาห้อง
หุ่นขี้ผึ้งร่างเทียมของเธอก็เสร็จสมบูรณ์
มันยืนอยู่กลางห้อง สวมชุดคลุมสีขาว–ม่วงเหมือนตัวต้นฉบับ เส้นผมดำยาว ทิ้งตัวอย่างเป็นระเบียบ ใบหน้านิ่ง…นิ่งจนเหมือนรูปปั้น มีแววเย็นชา—
แบบที่กราวด้าคิดว่า "ฉันไม่เคยเย็นขนาดนี้หรอก" แต่ทุกคนในวังคงจะตอบว่า นี่แหละ เธอ ตัวจริง
กราวด้าถอยออกหนึ่งก้าว ยืนเท้าเอวด้วยความภูมิใจ
“เสร็จแล้ว… กราวด้าหมายเลข 1”
เธอยิ้ม—ยิ้มจริงจังแบบนักวิจัยที่ได้พบสูตรเวทใหม่ ยิ้มกว้างจนผิดปกติสำหรับคนปกติ แต่ปกติสำหรับกราวด้า
“ไหน… พูดทักทายหน่อยสิ”
หุ่นร่างเทียมลืมตา แววตาเย็นเฉียบ ก่อนพูดด้วยเสียงที่…เหมือนกราวด้า 100%
“สวัสดี กราวด้า ฉันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นตัวตนของคุณในขณะที่คุณไม่อยู่ ไม่ต้องกังวล ฉันเหมือนคุณทุกประการ”
กราวด้าหยุดนิ่ง เหมือนโดนตบด้วยความจริงแบบไร้ความเกรงใจ
“…ยังไม่เหมือน”
เธอพึมพำ
“ฉันไม่ได้พูดเสียงแข็งขนาดนี้ เธอดูไร้ชีวิตมากเกินไปด้วยซ้ำ”
หุ่นตอบทันทีเหมือนเป็นฟังก์ชันที่ถูกผูกไว้
“เชื่อฉันเถอะท่านกราวด้า ฉันเหมือนคุณทุกประการ”
กราวด้าชะงัก คิ้วกระตุก เพราะเธอรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างทิ่มหัวใจเบา ๆ
“…ฉันเป็นอย่างนี้จริง ๆ หรือ?”
เธอหันไปหยิบเครื่องบันทึกเก่า ๆ
เปิดเสียงตัวเองในงานพิธีต่าง ๆ
เสียงกราวด้าในเทป:
“ขอให้นักปรุงเวททุกคนรายงานผลทดลองก่อนเที่ยง”
“แก้สมการข้อที่สามใหม่ทั้งหมด”
“อย่าทำแบบนั้น… มันผิดตั้งสี่ขั้นตอน”
น้ำเสียงแข็ง
เรียบ
เย็น
ไม่อารมณ์
เหมือนคนที่มีเหตุผลร้อยเท่าแทนอารมณ์ทั้งหมดรวมกัน กราวด้าถอนหายใจ
“เอาเถอะ… ก็ได้ ทำแบบนั้นไป ฉันจะไม่สนใจ”
เธอหันหลังเตรียมจัดของของเธอเอง
หุ่นหมายเลข 1 เหลือบตามอง สีหน้าชินชาเหมือนต้นแบบ
“คุณจะทำอะไร?”
กราวด้าไม่ตอบกลับทันที เธอหยิบสมุดจดงานส่วนตัว—เล่มที่เขียนว่า ‘ราห์ซูร์—ข้อมูลการสังเกตเบื้องต้น’
เธอเปิดหน้าที่มีแผนวิเคราะห์พฤติกรรมและจิตใจมนุษย์ที่แปลกประหลาดที่สุดในชีวิตเธอ เธอพูดเรียบ ๆแต่เสียงเธอ…มีประกายแปลก ๆ แทรกอยู่ชัดเจน
“ฉันมีวิธี ‘ตามประกบราห์ซูร์’ แล้ว”
หุ่นหมายเลข 1 หันหัวช้า ๆ เหมือนเครื่องที่กำลังคำนวณคำว่า “ประกบ” อยู่ ภาพความทรงจำต่างๆที่เธอมีกับราห์ซูร์ ความรู้สึกถูกจำลองขึ้นและหุ่นกราวด้าหมายเลข 1 ก็เข้าใจทันที
“ประกบ…ใช่ค่ะ ทั้งหน้าที่และหัวใจ”
“อื่ม...” กราวด้าตอบแบบไม่ตั้งใจ พลิกสมุดจดเพื่อดูข้อมูลไปด้วยโดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก หุ่นตอบพูดขึ้นอีกแม้ไม่มีการซักถาม
“จากข้อมูลที่คุณให้มา…ราห์ซูร์มีแนวโน้มชอบผู้หญิงที่ร่าเริง สดใส และมั่นใจ โดยอ้างอิงจากเอมิลี่—ต้นแบบความรักของเขา ต่างจากคุณโดยสิ้นเชิง!!!”
“นี่ฉันคิดผิดหรือเปล่าที่สร้างตัวเองออกมาแบบนี้…”
กราวด้ายืนกอดอก หน้านิ่ง แต่เริ่มมีความรำคาญแทรกอยู่ในแววตา
กราวด้าหมายเลข 1 ตอบทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบไร้อารมณ์
“ใช่ค่ะ ราห์ซูร์ดูเป็นคนที่อดทนขึ้นทันทีเมื่อเจอคนอย่างคุณ”
คำตอบนั้นแทงใจจนกราวด้าตัวจริงต้องสูดลมหายใจแรง ๆ
“พอเลย! รออยู่ที่นี่ ฉันต้องไปเตรียมห้องนั่งเล่นก่อน”
เธอชี้นิ้วใส่หุ่นขี้ผึ้งราวกับกำลังดุเด็ก
“ฉันต้องคุยกับราห์ซูร์ให้เขาเตรียมตัว จะได้ไม่กดดันเกินไป ฉันจะย้อนวัย…แล้วไปสมัครเป็นทหารเพื่อตามประกบเขาเอง ส่วนเธอก็ทำตัวเป็น ‘ฉัน’ ระหว่างฉันออกปฏิบัติภารกิจ เข้าใจไหม?”
“รับทราบค่ะ”
กราวด้าหมายเลข 1 พยักหน้าช้า ๆ สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่นิดเดียว
กราวด้าตัวจริงหมดแรงเถียง เธอเดินออกไปอย่างรีบร้อน เพราะสภาพเธอตอนนี้—ผมยุ่ง เปื้อนผงเวทเต็มตัว—ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะติดต่อราห์ซูร์ แต่ยังไม่ทันก้าวเข้าห้องน้ำ เครื่องมือสื่อสารเวทก็สั่นขึ้น
ชื่อผู้ติดต่อ: อิเรน วาเลน
กราวด้าถอนหายใจหนึ่งครั้งก่อนรับสาย
“สวัสดีท่านอิเรน มีอะไรหรือคะ?”
เสียงท่านอิเรนดังมาอย่างสุภาพ
“สวัสดีท่านอาจารย์กราวด้า ข้าได้ข่าวจากท่านราชครูแล้วเกี่ยวกับภารกิจติดตามราห์ซูร์ ตอนนี้อย่างที่ท่านรู้ แซร์คกำลังทำหน้าที่นี้อยู่หากท่านร่วมภารกิจด้วย ข้าจะแจ้งให้แซร์คสนับสนุนท่านเต็มที่ ท่านมีแผนอย่างไร?”
กราวด้ากลั้นหายใจเล็กน้อย ก่อนตอบเสียงนิ่ง
“ขอบคุณท่านอิเรน นั่นจะเป็นประโยชน์มากท่านราชครูมีลางสังหรณ์—และลางสังหรณ์ของท่านก็ไม่เคยพลาดเด็กคนนั้นปิดบังอะไรบางอย่าง… และมันอาจสำคัญเกินกว่าจะมองข้าม”
เธอหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“เราฆ่าเขาไม่ได้ นั่นคือการตัดอนาคตทิ้งหมด ดังนั้น ฉันจะทำในสิ่งที่เราทำได้เพื่อประโยชน์สูงสุด”
อิเรนเงียบฟังอย่างตั้งใจ
“ฉันวางแผนจะใช้คาถาย้อนวัย เพื่อปลอมตัวไปสมัครเป็นทหารเข้าใกล้เขาให้มากที่สุด…จนกว่าทุกอย่างจะคลี่คลาย ถ้าเขามีความสำคัญต่ออนาคต—เราก็จะได้ประโยชน์ แต่ถ้าไม่—เราก็ไม่เสียหายอะไร”
อิเรนตอบรับทันที
“รับทราบ ข้าจะสั่งแซร์คเตรียมพร้อม”
สายถูกตัดไป
กราวด้ามองเวลา—3 ทุ่ม 5 นาที เลยเวลาที่เธอติดต่อราห์ซูร์มานานแล้ว เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำ อาบน้ำล้างผงเวทออก แต่งตัวใหม่ และจัดเรียบห้องอย่างเร็วที่สุดเท่าที่เคยทำมา
กระทั่งเวลา 21:30 น.
กราวด้าจึงตั้งสติได้ เรียบผมให้เรียบร้อย แล้วเชื่อมจิตไปหาราห์ซูร์
—ฟุ่บ—
“สวัสดีราห์ซูร์”
ปลายสายตอบมาแทบจะทันที เสียงเต็มไปด้วยความกังวล
“สวัสดีกราวด้า! คุณโอเคไหม? ทำไมวันนี้มาช้า? หรือคุณโกรธผม? หรือเพราะเมื่อวาน—หรือ—หรือว่า—”
เสียงรัวแบบสั่น ๆ นั้น ทำให้กราวด้าตัวจริงยิ้มในใจนิดหนึ่ง แต่ภายนอกยังคงนิ่งดังเดิม
“หยุด ๆ…หยุดก่อน”
เธอตัดบท
“พร้อมไหม นับ 3 นะ”
“ไม่ต้องนับ ดึงฉันไปเลยก็ได้—”
“แน่ใจ?”
“ดี งั้น— 1…2… ดึง”
—ฟึ่บ!!— (ก็ยังนับอยู่ดี)
ราห์ซูร์ตกลงบนพื้นเตียงนุ่ม ๆ ของกราวด้า จนสะดุ้งเฮือก
“อ๊ะ—แบบนี้ไม่คุ้นเลย ฉันว่าเธอทิ้งฉันบนพรมเหมือนเดิมก็ดีนะ…ลงเตียงเธอแบบนี้มัน…เขินน่ะ”
กราวด้าเดินผ่านเขาไปอย่างสงบ
“ฉันเป็นคนเลือก ไม่ใช่เธอ”
เธอนั่งที่โต๊ะชายกแก้วชาขึ้นดื่มทำเป็นไม่สนใจแต่แอบเหลือบตามองว่าเขาจะตามมานั่งด้วยไหมและ—ทันทีที่หันไป…
พรู่ดดดดด!!!
ชาที่เพิ่งดื่มเข้าไปถูกพ่นออกมาทันที
บนเตียง!!
ราห์ซูร์นั่งอึ้ง ๆ
ข้าง ๆ เขา—
กราวด้าหมายเลข 1 กำลังจับมือเขาอยู่ นิ่ง เย็น และจริงจังแบบน่าตกใจ
กราวด้าตัวจริงระเบิดอารมณ์ทันที
“กราวด้าหมายเลขหนึ่ง—!!!"
"ออกมาทำอะไร ไม่ทราบ!!!!”
ทั้งโกรธ ทั้งเขิน ทั้งขายหน้า ผสมกันจนใบหน้าของว่าที่ราชครูแดงระเรื่อไปหมด
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ