ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,475 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

20) ปุ ๆ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
กราวด้าหันกลับไปยืนกลางห้องในจุดเดิมที่เธอมักเรียกราห์ซูร์มาเสมอ—เธอสูดลมหายใจช้า ๆ แล้วเริ่มเชื่อมจิตแม้ก่อนหน้านี้ตั้งใจว่าจะ “ไม่กวนเขาในคืนนี้” แต่เมื่อรู้สาเหตุทั้งหมด… เธอปล่อยเขาไว้แบบนั้นไม่ได้จริง ๆ
เสียงของเธอดังตรงเข้าจิตราห์ซูร์อย่างมั่นคง
        “ราห์ซูร์ ได้ยินไหม?”
เสียงตอบกลับมาอ่อนแรงจนเหมือนลมพัด
        “กราวด้า… ฉันบอกแล้วว่าวันนี้ฉันไม่ไหว”
กราวด้าหรี่ตาเล็กน้อย ความดันเวทในห้องเปลี่ยนไป เธอส่งจิตกลับอย่างนิ่ง แต่หนักแน่นจนรู้สึกได้
        “ฉันรู้เรื่องหมดแล้ว… และฉันจะ ไม่ปล่อย นายไว้แบบนั้นแน่นอน”
ความหนักในน้ำเสียงนั้นทำให้ราห์ซูร์รู้สึกเหมือนถูกดึงกลับเข้าร่างจริง ๆ ไม่มีใครเคยเป็นห่วงเขาในระดับนี้มาก่อนเลยแม้แต่ในอดีต
กราวด้าถามอีกครั้ง—ถ้อยคำสั้น แต่มุ่งตรงราวคมมีด
        “พร้อมไหม?”
เขาลังเล แต่ภาพหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว ตอนที่เขากำลังจะตายในสนามแข่ง แสงของกราวด้าที่โอบล้อมเขาไว้…อย่างอบอุ่น เหมือนแขนใครสักคนที่เขาไม่ควรได้รับ และครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน นี่อาจเป็นอีกครั้งที่เธอช่วยชีวิตเขา
        “...อืม พร้อม… ก็พร้อม…”
กราวด้าพยักหน้าเบา ๆ เหมือนทำพิธีบางอย่างในใจตัวเอง ครั้งแรกในชีวิตที่เธอนับจังหวะให้ใครสักคน
        “นับสามนะ
        หนึ่ง…
        สอง…
        สาม”
หลังคำว่า “สาม” คาถาจองจำทาสทำงาน แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนทุกครั้ง ร่างของราห์ซูร์ไม่ตกกระแทกพรมไม่หมุน ไม่หล่น แต่ “ร่อนลงช้า ๆ” เหมือนมีมือมองไม่เห็นพยุงไว้…และกราวด้า…ยื่นมือออกไปรับเขาอย่างระมัดระวังประคองเขาจนเท้าสัมผัสพื้น
ทั้งคู่ต่างมองหน้ากัน ราห์ซูร์เต็มไปด้วยความสงสัย กราวด้า…นิ่งเหมือนเดิม แต่ปลายนิ้วเธอยังอุ่นอยู่
เธอเดินขึ้นมาจับข้อมือเขาแล้วจูงเขาไปนั่งที่เก้าอี้ “ประจำของเขา” แต่คืนนี้มันอ่อนโยนกว่าทุกครั้งโดยที่เธอไม่รู้ตัว
เธอนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หยิบแก้วชาช้า ๆ แล้วเอ่ยประโยคแรก
        “พลังรุนแรงเมื่อช่วงบ่ายนั้น…เป็นของนาย ฉันพอเดาได้แต่ไม่คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น”
ราห์ซูร์ก้มมองมือ เหมือนมันเป็นของคนอื่น
        “มันไม่สำคัญแล้ว…”
กราวด้านิ่ง เงียบไปอึดใจ เธอถาม สั้น ตรง และแปลกใจว่าทำไมเสียงตัวเองถึงเบาลงเล็กน้อย
        “มีอะไรอยากพูดไหม?”
มันไม่ใช่คำปลอบ ไม่ใช่การให้กำลังใจ เธอถามเหมือนถามความผิดปกติในวงเวท แต่คำถามนั้นกลับฟังอ่อนโยนที่สุดในโลก ในตอนนี้
ราห์ซูร์ตอบทั้งที่ยังมองมือตัวเอง
        “ว่างเปล่าทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคต… แก้ไขไม่ได้ เปลี่ยนแปลงไม่ได้… ฉันสู้ไม่ไหวแล้ว แค่สามเดือนฉันก็เละเทะแบบนี้ ถ้าต้องอยู่แบบนี้ต่อไป…อย่าว่าแต่อีกสิบปีเลย อีกหนึ่งปีฉันก็คงตายก่อน… ฉันไม่น่ากลับมาเลย ส่งฉันกลับอนาคตได้ไหม…?”
กราวด้ายังคงมองแก้วชา ไม่ตอบ ไม่ปลอบ เธอรับรู้ได้เลยว่าเขา “ยอมแพ้” แล้ว ไม่ใช่แค่ศัตรู—เขายอมแพ้ต่อโลกทั้งใบ ไม่มีรังสีอันตรายจากเขา ไม่มีความแค้น มีแต่ความว่างเปล่าที่หนักจนห้องสั่นตามจังหวะใจเขา
กราวด้าขยับมือบนแก้วชาเบา ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่นิ่ง แต่ความหมายแรงจนราห์ซูร์สะดุ้ง
        “มาอยู่กับฉันไหม?”
มันไม่ใช่คำหยอก ไม่ใช่คำล้อเล่น ไม่ใช่คำสัญญาโรแมนติก 
มันคือคำพูดของคนที่ ไม่รู้วิธีปลอบใคร…จึงเลือกวิธีที่ตรงที่สุดเท่าที่สมองแบบกราวด้าจะหามาได้
คำที่เธอพูด…เป็นการประกาศว่าเธอจะ “ดูแลเขา” ในแบบที่เธอถนัดที่สุด และในแบบที่ไม่มีใครเคยทำให้เขามาก่อนเลย
        “ถ้านายตกลง ฉันจะเขียนคำร้องขอให้นายมาช่วยงานวิจัยของฉัน”
ราวด้าวางแก้วชาอย่างเป็นระเบียบก่อนเงยหน้ามองเขาตรง ๆ
        “แต่นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลยก็ได้ แค่นั่ง ๆ นอน ๆ อยู่ที่นี่ พอ”
น้ำเสียงของเธอเรียบมาก…เรียบจนฟังเหมือนกำลังพูดเรื่องอุณหภูมิชา แต่สายตาของเธอ—จริงจังกว่าทุกครั้งที่เขาเคยเห็น
ราห์ซูร์เหลือบมองใบหน้าเธอวิธีที่เธอมองเขา…มันนิ่งจนเวลาเหมือนหยุด คำมากมายลอยวนในหัวเขา แต่พูดออกมาไม่ได้สักคำ สุดท้ายเป็นเขาที่ต้องหลบตาก่อน
        “…ไม่ ขอบคุณ”
เขายิ้มบาง ๆ แบบคนที่พยายามเก็บเศษศักดิ์ศรีของตัวเอง
        “ทำแบบนั้น… ไอ้เจ้าแซร์คคงเหงาตายเลย”
กราวด้าขยับคิ้วเล็กน้อย ไม่ใช่โกรธแต่เหมือนกำลังประเมินตัวแปรที่คาดไม่ถึง
เธอแตะที่แก้วชา แล้วพูดช้า ๆ ชัด ๆ
        “บอกตามตรง… ฉันผิดหวังนิดหน่อย รู้ไหม?”
ราห์ซูร์ชะงัก หัวใจหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะ เพราะเธอไม่เคยพูดอะไรแบบนี้—ไม่เคยเลย
กราวด้ายังคงพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งเหมือนอ่านผลทดลอง แต่เนื้อหากลับร้อนกว่าเปลวเพลิง
        “ทุกวันนี้ ฉันตั้งหน้าตั้งตารอให้ถึงสามทุ่ม เพื่อจะได้คุยกับนาย”
ราห์ซูร์ตาเบิกกว้าง ร่างชาวาบเหมือนไฟฟ้าวิ่งจากส้นเท้าถึงท้ายทอย เขาไม่เคยได้ยินกราวด้าเป็นแบบนี้ไม่เคยเห็นเธอเปิดใจขนาดนี้ นี่มัน… นี่มัน—
         “แล้วตอนรู้ว่านายเกิดเรื่อง… ฉันก็อยู่ไม่สุข กระวนกระวายจนหายใจไม่เป็นจังหวะ อาจเป็นเพราะ… ฉันเป็นห่วงนายจริง ๆ”
หัวใจเขาเต้นแรงจนแทบทะลุอก สติที่สลายหายไปตอนเย็นไหลกลับมาเกิน 100% 
        “การได้อยู่กับนายมันรู้สึกฉันมีตัวตน…. ความคิดฉันโลดแล่นและสดใส….… ฉันร่าเริงอย่างไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต"
ไม่นะฉันยังไม่พร้อม!!! ราห์ซูร์ตะโกนในความคิดสุดเสียงแต่ก็ไม่พูดออกมาอยู่ดี
        “ทุกอย่างดูเป็นไปได้ เมื่อนายอยู่ด้วย”
        “กะ… กะ… กราวด้า… เธอกำลังหมายถึงอะไร?” คราวนี้เขาพูดออกมาด้วยเสียงที่ตื่นเต้น
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาตรง ๆ ลมหายใจนิ่ง สายตาแน่วแน่ เหมือนนักเวทผู้มั่นใจกำลังจะประกาศผลของสมการ
        “ฉันหมายถึง…”
เธอหยุดหนึ่งวินาที เพื่อจัดเรียงคำอย่างมีเหตุผลที่สุด
        “ฉันต้องทำให้นายดีขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่ฉันจะได้ทำงานวิจัยต่อ… และทุกอย่างจะได้กลับเป็นปกติ”
ราห์ซูร์หน้าเหยเกทันที หัวใจที่เพิ่งลอยขึ้นสวรรค์ถูกดึงลงกับพื้นอย่างรุนแรง
ในหัวเขากรีดร้อง
        “โอ้ยยยยยย!!! กราวด้า! สมเป็นเธอจริง ๆ!!”
ขณะที่ใบหน้าภายนอกคือ ยิ้มเจื่อน ๆ แบบคนที่เพิ่งถูกสวรรค์ตบลงนรกกลางอากาศ
กราวด้าลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างสง่างาม ปลายเสื้อคลุมสีขาว–ม่วงไหลลงตามจังหวะเดินอย่างนุ่มนวล เธอก้าวไปนั่งบนขอบเตียง ห้อยขาลงเบา ๆ สายตาจ้องลงไปบนพรมสีม่วงเข้มใต้เท้า— สีเดียวกับวงเวทที่เธอถนัดที่สุด
เสียงของเธอนิ่ง ราบเรียบ แต่มีบางอย่างในมัน…อ่อนลงกว่าทุกครั้ง 
        “ตั้งแต่จำความได้ ฉันอยู่ในความดูแลของราชครูเมธรัส เวียร์เวล ท่านดูแลฉันเหมือนลูกสาวคนหนึ่ง ตอนฉันยังเด็ก… ฉันเข้ากับเด็กคนอื่นไม่ได้เลย”
ราห์ซูร์ยิ้มแห้ง ๆ
        “พอเห็นภาพเลย…” เขาคิดในใจ เด็กสาวกราวด้าที่นั่งเงียบ ๆ เหลือบตาจ้องคนอื่นราวกับกำลังวิเคราะห์วิญญาณ
กราวด้ายังไม่มองเขา เธอเล่าต่อด้วยเสียงเรียบเหมือนอ่านรายงานทดลอง แต่เนื้อหานั้นอบอุ่นจนน่าแปลกใจ
        “เวลาที่ฉันโดดเดี่ยว สิ้นหวัง…เหมือนไม่มีใครบนโลกเข้าใจฉันอีกแล้ว ฉันจะปีนไปนอนบนตักของราชครูเมธรัสท่านจะลูบหัวฉัน…มันทำให้ฉันสงบ อบอุ่น และปลอดภัย”
แล้วเธอก็เงยหน้าขึ้น สายตานิ่ง สงบ… แต่มีเงาบางอย่างซ่อนอยู่ลึก ๆ จากนั้น—เธอตบเบาะเตียงข้างตัวเบา ๆสัญญาณเรียกชัดเจน และไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ
ราห์ซูร์สะดุ้ง
        “เดี๋ยวก่อน กราวด้า… เธอจะสื่ออะไร—ไม่… ไม่… ฉันไม่มีทางทำแบบนั้นเด็ดขาด!”
เสียงเขาแข็ง แต่สั่นเหมือนคนยืนท้าคลื่นลมทั้งที่ตัวเองเปียกไปถึงกระดูก
กราวด้าหันมามองเขา เธอไม่ได้พูด แต่สายตาเปลี่ยน
จากนิ่ง เป็น ดุ
จากดุ เป็น งอน
จากงอน เป็น โกรธเงียบแบบผู้หญิงล้วน ๆ
ริมฝีปากเธอบูดนิดเดียว นิดเดียว แต่พอให้ผู้ชายที่บอบบางทางใจแบบราห์ซูร์…แพ้ในทันที
ราห์ซูร์ใจอ่อนทันทีเหมือนโดนถอนพลัง เขาสูดหายใจลึกเหมือนกำลังจะโดดลงหน้าผา
        “โอเค… โอเค… ฉันจะ— ฉันจะ… ไปนั่ง…”
เขาค่อย ๆ เดินเข้าไป เหมือนนักโทษเดินขึ้นแท่นประหาร แต่หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่เหลือความทรมาณของเย็นนี้เลยด้วยซ้ำ
เขานั่งลงข้างเธอ บนเตียงที่นุ่มมาก—หรือหัวใจเขาอ่อนโยนเกินไปกันแน่ กราวด้าไม่พูดสักคำ แต่เหลือบตามองเขา สายตาแบบ “ดีมาก…ทำตามที่บอกซะที”
ราห์ซูร์ตัวเกร็ง ไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหน แต่ก่อนเขาจะพูดอะไร— กราวด้ายกมือขึ้น แล้วตบลงบนตักตัวเองเบา ๆ
        ปุ ๆ
สัญญาณชัดเจนกว่าเดิม ชัดเจนแบบที่ทำให้ราห์ซูร์แทบหัวใจวาย เธอมองหน้าเขา ดวงตานิ่ง เงียบ แต่มีคำสั่งซ่อนอยู่อย่างชัดเจน
        “ลงมา”
น้ำเสียงของเธอไม่ได้พูดคำนี้ แต่มันพูดในสายตา พูดในท่าทาง พูดในวิธีที่เธอตบตักตัวเองหนึ่งครั้งแล้วนิ่งรอ ราห์ซูร์กลืนน้ำลาย ขาแข็งเหมือนถูกผนึก เขาไม่รู้ว่าควรรู้สึกอย่างไร
        อาย?
        ตกใจ?
        หวั่นไหว?
        หรือ… ปลอดภัย?
        แต่ในที่สุด— เขาก็เอียงตัวช้า ๆ เหมือนกำลังเข้าไปสู่พื้นที่ต้องห้าม และวางหัวลงบนตักของเธอแบบคนที่หมดแรงทั้งชีวิต
ตักเธออุ่น อุ่นกว่าที่เขาคิด จนความเจ็บทั้งหมด… ถูกดึงออกจากอกเหมือนมีคนดูดมันไปทีละนิด
กราวด้ามองเขา ไม่พูดแต่ยกมือขึ้น—ปลายนิ้วแตะผมเขาอย่างเงียบ ๆ
เริ่มลูบหัวเขา
ช้า
นุ่ม
เหมือนตอนที่ราชครูเมธรัสเคยทำให้เธอเมื่อยังเล็ก
แต่นี่…เธอทำให้ เขา
ไม่ใช่เพราะเขาคือวัตถุทดลอง ไม่ใช่เพื่อสมการ แต่เพราะคืนนี้…เธอไม่อยากเห็นเขาพังทลาย
กราวด้าพึมพำเบา ๆ เสียงระหว่างลมหายใจแทบไม่ได้ตั้งใจให้เขาได้ยิน เธอเริ่มร้องเพลง 





มันแตกต่าง—ไม่เหมือนที่ราห์ซูร์คิดว่าจะรู้สึกเลยสักนิด
ไม่ตื่นเต้น
ไม่เขิน
ไม่ว้าวุ่นแบบเวลาผู้ชายพาดหัวลงบนตักหญิงงาม
แต่กลับเป็น—
        สงบ
        อบอุ่น
        ปลอดภัย
และเหนือสิ่งอื่นใด…เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เขา 
พอ
 พอแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วในวินาทีนั้น
เพราะตอนนี้ หัวของเขาวางอยู่บนตักของกราวด้า และมือเธอกำลังลูบผมเขาอย่างเงียบ ๆ เหมือนบอกว่า
        “ยังอยู่นี่…ไม่ไปไหน”
ความอ่อนโยนนั้น…ทำลายกำแพงในใจเขาโดยไม่รู้ตัวจนราห์ซูร์คิดว่า—เขาควรบอกเธอเรื่องอนาคตไหม?
อนาคตที่เธอ… ต้องตาย
เขาอยากพูด แต่ความสงบอุ่นนั้นทำให้เปลือกตาเขาหนักลง หัวใจผ่อนคลาย ลมหายใจสม่ำเสมอ
 
และในที่สุด—เขาหลับลงบนตักเธอเหมือนเด็กที่เหนื่อยมาทั้งโลก
และทันทีที่จิตเขาจมสู่ห้วงฝัน—ความทรงจำจากอนาคตไหลย้อนกลับเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว ท้องฟ้าแตกเป็นรอยเลือด เสียงโหยหวนดังขึ้นทั่วทั้งทวีป
กองทัพมืดของ “ราชินีแห่งความมืด เอมิลี่” เปิดศึกพร้อมกันทั้งสามอาณาจักร— ครั้งแรก ครั้งที่ทำให้โลกเปลี่ยนไปตลอดกาล
        (1) วาเลเธีย — โอซิริส & ด็อปเปลแกงเกอร์
สองขุนพลอสูรนำทัพบุกแบบสายฟ้าฟาด สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ถูกยึดในเวลาไม่ถึงครึ่งวัน เสียงกรีดร้องของผู้คุมเวทดังแข่งกับเสียงระฆังเมือง
        (2) มอร์ดานิส — เอมิลี่ & อะบิส
ราชินีแห่งความมืดเหยียบทะเลทรายราวกับราชินีผู้กลับมาทวงบัลลังก์ อะบิส—อสูรไร้สำนึกที่เดินแต่ละก้าวเหมือนแผ่นดินแตก มอร์ดานิสล่มสลายภายใต้ไฟและเลือด
        (3) อัลเทรนน์ — บาโฟเมต
บาโฟเมตเปิดม่านทำลายล้าง เมืองแห่งทองคำกลายเป็นเถ้าถ่าน เสียงร้องไห้ของผู้คนกลืนหายไปในไฟดำวาบเดียว
ผลสรุปชัดเจน
        มอร์ดานิส : พินาศ
        อัลเทรนน์ : พังยับ
        และเหลือเพียง….
        กราวด้า — ผู้หยุดยั้งสุดท้ายของโลกใบเดิม
ในวันนั้น เธอไม่ใช่กราวด้าที่นั่งลูบหัวเขาในคืนนี้เธอคือราชครูแห่งวาเลเธีย เธอคือนักปราชญ์ผู้รอบรู้ เธอคือจอมเวทย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในมวลมนุษย์ 
เธอ-
กักขังโอซิริสไว้ใน สุสานเงา
ผนึกวิญญาณด็อปเปลแกงเกอร์ใน มิติกลับด้าน
ชัยชนะแต่ละอย่างแลกด้วยเลือดและสุดท้าย…
ด้วยชีวิตของเธอเอง ร่างเธอได้รับบาดเจ็บสาหัส เกือบยืนไม่ไหว แต่ยังฝืนปกป้องเขตเมืองไว้ได้ส่วนหนึ่ง
ตอนนั้นเองราห์ซูร์—ในโลกอนาคตเริ่มใช้เวทที่เขาศึกษาอย่างลับ ๆ ปกป้องบ้านเด็กกำพร้าและเขตเมืองบางส่วน
บ้านนั้น…คือที่เดียวที่เขาเคยมี คือความทรงจำที่เขาปกป้องสุดหัวใจ
 
        การบุกครั้งที่สอง
ราชินีแห่งความมืด เอมิลี่ มาพร้อมบาโฟเมตและอะบิส เป้าหมายเดียว—วาเลเธีย
กราวด้าในสภาพบาดเจ็บหนัก ไม่สามารถรับมือกับสองอสูรพร้อมกันได้ สิบวินาทีแรก… เธอแทบยืนไม่ไหว
สุดท้ายราชินีแห่งความมืดลงมาฆ่าเธอด้วยตัวเอง กราวด้าล้มลงกลางพระราชวัง 
เมืองพังราบ ผู้คนอพยพบางส่วนหนีได้ แต่หลายร้อยชีวิตไม่รอดรวมถึงเด็กกำพร้าหลายคน…รวมถึงบ้านและห้องสมุดที่เขารักอยู่ในเขตรั้วเดียวกัน ไฟจากบาโฟเมตและแรงสั่นจากอะบิสทำให้พวกเขาไม่มีทางหนี
ราห์ซูร์ในวันนั้น…หัวใจเขาแตกสลายจนไม่เหลือแม้เศษชิ้นส่วนและพลังของเขาตื่นขึ้น
        อะบิส — ผู้ดมกลิ่นความเคียดแค้น
มันเป็นตัวแรกที่จับพลังเขาได้ก่อนใครทั้งกองทัพ ร่างสูงกว่า 2.5 เมตร ผิวซีดเหมือนหินตาย ใบหน้าสองใบ ไร้ดวงตา แขนขวาขนาดใหญ่ถือค้อนที่หนักเท่าบ้าน แขนซ้ายมีสองข้าง ถือดาบโค้งสองเล่ม มันคำรามหนึ่งครั้งก็ทำลายกำแพงวาเลเธียไปครึ่งหนึ่ง
เมื่อกราวด้าตาย—กองทัพมืดถอนทัพแต่ปล่อยอะบิสไว้เพื่อให้อสูรได้ทำลายตามอำเภอใจ
        และมันพุ่งเข้าหา “ราห์ซูร์” ทันที
กลิ่นพลังของเขาคือสิ่งเดียวที่มันต้องการฉีก
เสียงอาวุธปะทะดังทั่วทวีป แผ่นดินแตก ลมกลายเป็นคลื่นมีด พื้นที่รอบตัวถูกกวาดเป็นหลุมลึกหลายสิบเมตร
ราห์ซูร์สู้ไม่ใช่เพราะอยากชนะ แต่เพราะไม่เหลืออะไรให้เสียอีกแล้ว
สามวันสามคืนจนสุดท้าย—เขาฉีกหัวของอะบิสออกทั้งสองด้านร่างยักษ์ล้มลงเหมือนภูเขาถล่ม เขาหยุดหายใจไปหนึ่งเฮือกกำหมัดเปื้อนเลือดแน่นและก่อนที่เขาจะมุ่งหน้าไปยังปราสาทของราชินีแห่งความมืด—
หลังจากนั้น ราห์ซูร์ค่อย ๆ รู้สึกตัวขึ้น ลมหายใจอุ่นที่แก้มเขาหยุดไปแล้ว แต่มีบางอย่าง… เปียก ๆ เย็น ๆตรงขมับด้านซ้าย เพราะเขานอนตะแคงพิงตักเธอ เขาขมวดคิ้ว ก่อนเงยหน้าช้า ๆ— แล้วแทบดีดตัวลุกขึ้นไม่ทัน
กราวด้า… ว่าที่ราชครูผู้สง่างามที่สุดในวาเลเธีย กำลังหลับสัปหงก พยักหน้าเบา ๆ พร้อม 
        น้ำลายไหลยืดลงมาตรงแก้มเขาพอดี
เป็นภาพที่โลกนี้แทบไม่มีใครได้เห็นและเขา… ได้เห็นคนแรก
ราห์ซูร์หน้าแดงจนถึงหู เขารีบใช้แขนเสื้อเช็ดขมับตัวเองแบบรน ๆ 
ก่อนกราวด้าจะรู้สึกตัวตื่นขึ้น ดวงตาสีดำเข้มลืมขึ้นช้า ๆ เธอกะพริบตาหนึ่งที รู้สึกถึงความเปียกตรงริมฝีปาก มองราห์ซูร์ มองแขนเสื้อของเขา แล้วก็…
เช็ดปากด้วยแขนเสื้อของตัวเองแบบไม่ใส่ใจ เหมือนเป็นเรื่องปกติที่สุดในโลก
        “เช้าแล้วหรือ?”
เธอพูดเสียงง่วง ๆ
ก่อนกระแอมหนึ่งทีให้เข้าที่
จากนั้นจ้องเขานิ่ง ๆ
เหมือนรอคำตอบเพียงคำเดียว — คำว่า “อยู่ต่อ”
        “ไง… จะอยู่ต่อไหม?”
ราห์ซูร์ยังไม่ทันคิดด้วยซ้ำ
        “ไม่”
เขาตอบทันที
        “ขอบ—”
ยังไม่ทันพูดคำว่า “ขอบคุณ” ให้จบ กราวด้านิ้วกระตุกเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดล้วน ๆ แสงเวทพุ่งวาบ
        ฟึ่บ—!
ราห์ซูร์ถูกส่งกลับไปกองบนเตียงแข็งของโรงนอนทหารทันทีแบบไม่ทันตั้งสติ เหลือเพียงเสียงสะท้อนอ่อน ๆ ในหัวว่า…
        “ก็ได้ ไม่อยู่ก็ไป!”
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา