ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,467 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) คืนที่โลกแตกสลาย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
ยามเย็นของวันนั้น เอมิลี่ร่วมรับประทานอาหารกับทุกคนในบ้านเด็กกำพร้า ขณะที่ราห์ซูร์นั่งอยู่ต่างโต๊ะ ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว แต่ไกลจนรู้สึกเหมือนคนละโลก
เธอยังคงเป็นเอมิลี่คนเดิม — สดใส อ่อนโยน ใส่ใจเด็ก ๆ รอบตัว และพูดคุยกับผู้ดูแลอย่างมีชีวิตชีวา รอยยิ้มของเธอยังอบอุ่นเหมือนวันวาน 
คืนนี้ เธอจะพักค้างที่นี่ ห้องพักของผู้ดูแลถูกจัดเพิ่มให้เธออีกหนึ่งที่ — เรื่องปกติสำหรับทุกคน แต่ไม่ปกติเลยสำหรับราห์ซูร์
หลังมื้อค่ำผ่านไป เด็ก ๆ แยกย้ายกันเข้านอน เหลือเพียงเสียงพูดคุยเบา ๆ จากห้องโถงด้านหน้า ราห์ซูร์เดินออกไปยังสวนหลังบ้าน ที่ซึ่งแสงตะวันสุดท้ายกำลังละลายไปในขอบฟ้า เขายืนอยู่ตรงนั้นเงียบ ๆ ท่ามกลางกลิ่นดินชื้นและเสียงใบไม้ไหว
เขาจำค่ำคืนนี้ได้ขึ้นใจ — ค่ำคืนที่เขาเคยลังเล ไม่กล้าพูดสิ่งที่เก็บไว้ในใจ และเลือกเพียงคำอวยพรธรรมดาเพื่อให้เธอจากไปอย่างสบายใจ แต่ในครั้งนี้...เขาจะไม่ยอมให้มันซ้ำอีก
        “ฉันจะบอกเธอ...” เขาพึมพำกับตัวเองในความมืด
        “ฉันจะสารภาพรักกับเธอ — ไม่มีเวลาเหลือให้เล่นเกมหัวใจหรือรอให้วันเวลาสุกงอมอีกแล้ว”
        “ฉันจะพูดออกไป... และจากนี้ ทุกการกระทำของฉันจะบอกเธอให้รู้ ว่าทุกสิ่งที่ฉันทำ—คือความรักทั้งหมดที่ฉันมี”
ไม่นาน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากทางเดินหลังบ้านทุกอย่างเป็นไปตามลำดับเวลาในอดีต — เอมิลี่เดินออกมาพบเขา เพื่อกล่าวคำลาแก่เพื่อนสนิทในคืนก่อนจะจากกันไปสู่เส้นทางของทหารราชองค์รักษ์
        “ราห์ซูร์...”เสียงเรียกของเอมิลี่แผ่วเบา แต่สั่นด้วยความห่วงใยปนเศร้าลึก เธอมองแผ่นหลังของชายที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์ เสียงใบไม้กระทบกันเบา ๆ 
        “วันนี้...อาจเป็นวันสุดท้ายที่ฉันจะได้มาที่นี่” เธอพูดต่อ น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงความหนักแน่น “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าฉันจะไม่กลับมาอีกเลยนะ”เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามยิ้มบาง ๆ ที่ดูแข็งแรงกว่าความจริงในใจ “งานของทหารราชองค์รักษ์สำคัญมาก นอกจากต้องพิสูจน์ฝีมือ...ยังต้องพิสูจน์ความจงรักภักดี”
เธอก้มหน้าลงเล็กน้อย “ฉันใช้เวลาเป็นทหารมาสามปี เพื่อให้ได้เข้าใกล้จุดนั้น ตอนนี้ฉันได้รับอนุญาตให้เข้าพำนักในวังชั้นใน... และถ้าไม่มีคำสั่ง ฉันจะออกมาไม่ได้”แววตาเธอพร่ามัวไปครู่หนึ่ง “ฉันไม่ได้จากไป...ไม่ได้ตาย... แต่ฉันต้องบอกลา — บอกลาเพื่อนของฉัน”
ราห์ซูร์หันกลับมาช้า ๆ รอยยิ้มของเขาอ่อนโยนแต่สั่นเครือ
        “เอมิลี่... ฉันก็มีเรื่องอยากบอกเธอเหมือนกัน”
เขาเว้นจังหวะ ดวงตาเต็มไปด้วยประกายบางอย่างที่รอวันหลุดออกมา
        “ตลอดเวลาที่ผ่านมา ฉันเก็บมันไว้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่... แต่ตอนนี้...ฉันรู้แล้ว—มันชัดเจนมาก”
เอมิลี่เบิกตาเล็กน้อย ลมหายใจเธอเริ่มถี่ขึ้นโดยไม่รู้ตัว เธอเอ่ยชื่อของเขาแผ่วเบาราวกับเตือนตัวเอง
        “ราห์ซูร์...”
เขาหยุด มองหน้าเธอที่พยายามควบคุมความตื่นเต้นในดวงตา แต่ไม่ยอมหลบสายตาเขา
ราห์ซูร์สูดลมหายใจอีกครั้ง แล้วพูดต่อด้วยเสียงสั่นแต่หนักแน่น
        “เวลาที่ฉันอยู่ใกล้เธอ... ฉันรู้สึกสงบ รู้สึกอบอุ่น—เหมือนโลกทั้งใบหยุดเคลื่อนไหว...”
        “ราห์ซูร์!” เสียงของเอมิลี่ดังขึ้นนิดหนึ่ง ราวกับเตือนให้เขาหยุดตรงนั้น
แต่เขาไม่ยอมหยุด — ไม่ใช่ในคืนนี้
        “ฉันหมายถึงว่า—”
        “ราห์ซูร์!!!”
คราวนี้เสียงของเธอกระแทกแรงกว่าเดิม แฝงความกลัวบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจ เขาชะงัก ตัวแข็งทื่อ เหงื่อเย็นไหลตามขมับ
หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด ในหัวของเขามีเพียงเสียงเดียวที่ดังซ้ำไม่หยุด
ไม่นะ... เธอกำลังห้ามฉันพูด... เธอไม่อยากฟัง... แต่ทำไม... ทำไมต้องกลัวแบบนั้น เอมิลี่... ฉันต้องพูด ฉันต้องพูดให้ได้...!
        “เอมิลี่...” เขาเอ่ยชื่อเธออีกครั้ง เสียงแทบไม่ออกจากลำคอ
        “ฉัน—”
        “หยุด!!!”
เสียงตะโกนของเอมิลี่แหวกอากาศราวฟ้าผ่ากลางคืนสงบ เธอก้าวถอยหนึ่งก้าว ดวงตาแดงวาวด้วยแรงอารมณ์ที่ไม่ใช่เพียงความโกรธ แต่เป็นความกลัวสุดหัวใจ
        “หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
เสียงนั้นสะท้อนกลับทั่วสวนหลังบ้าน — ราห์ซูร์ยืนนิ่ง 
โลกทั้งผืนแตกสลายลงตรงหน้าเขา — คำพูดยังไม่ทันได้ออกจากปาก แม้ราห์ซูร์จะซ้อมบทสารภาพไว้เป็นสิบรูปแบบ หวังไว้แล้วว่าจะมีสักหนึ่งรูปแบบที่พอดีกับค่ำคืนนี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงต่างจากที่จินตนาการไว้ราวกับยานพุ่งชนกำแพง แรงกดดันดันทับอกจนแทบรับไม่ไหว ความพยายามทั้งหมดที่เขาแลกมาดูเหมือนจะไร้ความหมาย เสียงในหัวพยายามบอกให้ใจเย็น — ยังมีโอกาสอีก — แต่ความมืดมนที่สุดในใจดังกว่าทุกเสียง
        “มันจบแล้ว?………… ไม่จริง ฉันไม่ได้จบ!!! มันไม่จบแบบนี้”
        “ฉันจะทำลายเมืองนี้ทั้งเมือง แล้วแย่งเธอกลับมา ให้โลกเหลือแค่เอมิลี่กับฉัน!”
ความคิดนั้นพุ่งขึ้นมาเหมือนไฟ — แผนการโหดร้าย ลามลุกผ่านเส้นเลือด ดวงตาสันไหวราวกับกำลังเขียนวงเวท
เส้นอักขระสีดำพันกันเป็นรูปลายบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเต็มไปด้วยเป็นวงเวทขนาดมหึมา แต่ยากที่ใครจะสังเกต
แต่ในความมืดนั้น ยังมีเสียงที่ตะโกนคัดค้านดังไม่หยุด — เสียงของเหตุผลหรือของความดีที่เขาเคยมี
        “หยุดนะ ไอ้โง่ — ต่อให้เอมิลี่อยู่กับแกสองคน ถ้าเธอไม่รักแก ชีวิตนั้นก็ไร้ความหมาย”
เสียงค้านฉุดรั้ง และพยายามใส่คาถาต่างๆ เท่าที่คิดได้ให้ตัวเอง — คาถาสะกดจิต คาถาหลับ คาถาลดพลังเวท คำสาปทำให้มึนงง และคาถาชะลอการเคลื่อนไหว คาถาอัมพาต — ทั้งหมดถูกร่ายสาวิญญาณเขาโดยตรง ลดพลัง หรือทำให้หลับ หรืออ่อนแอลง อะไรสักอย่างที่ทำได้
แต่ความคิดทำลายยังแว่วอยู่ในอก: “ก็ยังดีกว่าปล่อยเธอไป”
และความคิดที่ต้านก็โหดร้ายไม่แพ้กัน: “ไม่ใช่คำตอบ!! แกต้องการให้เอมิลี่รัก ไม่ใช่เป็นเจ้าของเธอ!!”
ราห์ซูร์ยืนเฉย ดวงตาเบิกกว้างคล้ายคนล่องลอย — ใบหน้าเขาซีด มือชื้นไปด้วยเหงื่อ ความขัดแย้งทั้งสองฝ่ายชนกันในอกจนแทบแตก
เอมิลี่เห็นทั้งหมดนั้น — เธอรู้สึกผิดนิด ๆ คิดว่าเป็นเพราะเธอตะโกนใส่เขา เธอยังมองเขาเหมือนเดิม: หนอนหนังสือขี้กลัวคนนั้นที่เธอเคยรู้จัก 
        “ฉันรู้ว่านายจะพูดอะไร...”
เอมิลี่เอ่ยเบา ๆ เสียงสั่นระคนความรู้สึกผิด
        “เชื่อฉันเถอะ ราห์ซูร์ — แบบนี้...มันดีที่สุดแล้ว สำหรับเราทั้งคู่”
คำพูดของเธอแทงลึกลงในใจชายตรงหน้า — พอดีกับเสียงอีกเสียงหนึ่งที่ดังขึ้นในหัวเขาเสียงของเหตุผล...หรืออาจเป็นเสียงของเวลาเอง
        “อย่าทำลายเมืองนี้ตอนนี้ ถ้าเมืองพัง อีกสิบปีข้างหน้า นายจะไม่มีวันรวบรวมของวิเศษที่ใช้ย้อนเวลาได้อีกเลย”
ราห์ซูร์ทรุดลงคุกเข่าทันที สองมือยันพื้นไว้แน่น หายใจหอบราวกับอากาศในโลกนี้กำลังจะหมดคาถานับสิบที่เขาร่ายใส่ตัวเองเมื่อครู่ย้อนกลับมาทำงานเต็มแรง เจ็บปวดราวไฟนรกเผาในอก
เขาเงยหน้าขึ้นทั้งน้ำตา เสียงสั่นพร่าแต่เปี่ยมด้วยแรงตัดสินใจที่คลุ้มคลั่ง
        “เอมิลี่... ฉันจะสมัครเป็นทหาร!”
เขาพูดออกมาทั้งที่แทบหายใจไม่ทัน
        “ฉันจะตามเธอไป ถึงตอนนั้น...เธอจะได้รู้ ว่าฉันคู่ควรกับเธอจริง ๆ!!”
เอมิลี่ชะงัก ดวงตาเธอสั่นไหว ร่างทั้งร่างสั่นไปพร้อมกับหัวใจ
ความรู้สึกผิดพุ่งขึ้นมาบีบหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก — ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรเลย
        “ไม่...ราห์ซูร์”
เสียงในใจของเธอกรีดร้อง แต่ริมฝีปากไม่ขยับ
นายไม่ควรเปลี่ยนตัวเองเพราะใคร...โดยเฉพาะเพื่อคนอย่างฉัน
เธอก้มหน้า กลืนถ้อยคำนั้นกลับลงไปในลำคอเพราะเธอรู้ดี — หากพูดออกไป มันอาจ “ทำลายเขา” ได้มากกว่าเดิม
        “ไม่!!! เอมิลี่!!”
เสียงของราห์ซูร์สั่นสะท้านจนแทบไม่ใช่เสียงมนุษย์อีกต่อไป
        “ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้ว ถ้าไม่มีเธอ... และเธอไม่มีสิทธิ์ห้ามฉันไปสมัครเป็นทหาร!!!”
เขาตะโกนสุดเสียง ดวงตาแดงก่ำ น้ำตาเอ่อค้างบนขอบตา 
        “ฉันจะทิ้งทุกอย่าง เพื่อเธอคนเดียว ฉันจะตามเธอไปทุกที่—ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยอะไร อย่าผลักไสฉันได้โปรด...”
เสียงเขาขาดห้วง แผ่วจนแทบกลืนไปกับลมหายใจ
        “ฉันไม่มีอะไรเหลือแล้วจริง ๆ...” (... ในอนาคตที่จากมา เขาก็สูญเสียทุกสิ่งไปแล้วจริง ๆ)
เขาเงยหน้าขึ้นด้วยความกลัวสุดขั้ว “ขอแค่ได้อยู่ข้างเธอ... แค่ได้อยู่เฉย ๆ ก็ยังดี เอมิลี่ ขอร้อง...”
เอมิลี่กัดริมฝีปากแน่น ดวงตาเริ่มแดง น้ำเสียงเธอสั่น แต่ยังแข็งกร้าวพอจะตัดรากแห่งความอ่อนแอของเขา
        “อย่าเอาอนาคตของนายมาเป็นตัวประกัน ราห์ซูร์!”
เธอตะโกนกลับ เสียงสั่นจนแทบขาดใจ
        “อย่ามากดดันฉันแบบนี้! และถ้านายจะไปสมัครเป็นทหาร—ก็เชิญเถอะ! แต่มันไม่เกี่ยวกับฉันอีกแล้ว!!!”
คำว่า “เราไม่เกี่ยวกันอีกแล้ว” ดังสะเทือนในอกชายหนุ่มยิ่งกว่าฟ้าผ่าในวินาทีนั้น น้ำตาของเอมิลี่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเบือนหน้าหนี ก่อนจะหมุนตัววิ่งกลับเข้าไปในบ้านเด็กกำพร้า
เสียงฝีเท้าเธอสะท้อนในโถงไม้รีบเข้าไปเก็บของในห้องพัก พี่เลี้ยงหลายคนนิ่งเงียบไม่กล้าซักถามเพราะได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันหนักมาก ไม่มีใครทันถาม เธอก็แบกกระเป๋าออกจากบ้านเด็กกำพร้าทันที — เดินเร็ว จนแทบกลายเป็นวิ่ง เธอไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองอีกเลย
แสงไฟหน้าบ้านดับลง เหลือเพียงความเงียบกับเสียงสะอื้นที่สั่นสะเทือนอยู่ในสวนหลังบ้าน ราห์ซูร์ยังคงคุกเข่าอยู่ตรงนั้น น้ำตาไหลอาบแก้มไม่ขาดสาย มือกำแน่นบนพื้นหญ้า ลมหายใจสั้น ขาดเป็นห้วง — เหมือนคนที่หมดแรงจะมีชีวิตอยู่ต่อ
โลกทั้งใบเหมือนดับแสงลงพร้อมกับเงาหลังของหญิงสาวคนนั้น เหลือเพียง ชายคนหนึ่ง... ที่ยังคุกเข่าอยู่ท่ามกลางอดีตที่กำลังพังทลายอีกครั้ง 
เขาพยายามหาทางหนีจากความเจ็บนั้น พยายามหาคำตอบเพื่อจะ “อยู่รอดจากความผิดหวัง” ที่เพิ่งฟาดเข้ามาและทันใดนั้น เขาก็คิดออก
        “จริงสิ... เอมิลี่ยังไม่ได้รักฉัน — แค่ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”
น้ำตาไหลพรากขณะเขาก้มหน้าซ่อนสีหน้าไว้ ร่างกายกลับไม่ขยับหนีไปไหนหัวใจยังดิ้นรน…ยังไม่ยอมแพ้
        “เธอเคยบอกว่า...เธอรักฉัน”
        “อาจไม่ใช่ตอนนี้...แต่วันหนึ่งเธอจะต้องพูดคำนั้นอีกครั้ง”
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา