ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
-
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
70 บท
1 วิจารณ์
2,475 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
14) คุกกี้ของกราวด้า 2
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความหลังจากกลับมาถึงห้องของตัวเองในวันนั้น กราวด้าไม่ได้ทำอะไรเลยตลอดทั้งวัน — เธอนั่งอยู่หน้าคุกกี้ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเดิม มองมันราวกับมันคือสิ่งมีชีวิตที่หายใจได้ บางครั้งก็จ้องอยู่นาน บางครั้งก็เดินวนไปรอบห้องราวกับกำลังวิเคราะห์วงเวทต้องห้าม
แต่แทนที่จะร่ายคาถา... เธอกลับถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองมันใหม่อีกครั้ง ด้วยความสงสัย
เธอไม่รู้คำตอบ แต่รู้เพียงอย่างเดียว — เธอกำลัง “รอเวลาให้ถึงสามทุ่ม”
เมื่อเข็มนาฬิกาเวทขยับเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปเปิดตู้ชาของตนเอง เลือกใบชาอย่างพินิจพิเคราะห์ราวกับเลือกวัตถุดิบประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์
เสียงน้ำเดือดเบา ๆ ดังขึ้นในห้อง ไอร้อนลอยกรุ่น เธอตักชาใส่กาสีขาวทองที่ขัดจนเงา แล้วจัดโต๊ะอย่างพิถีพิถันถ้วยชาเรียงเป็นระเบียบ จานรองสะอาดจนสะท้อนแสงเทียน
คุกกี้สีหม่น ๆ ที่รอดจากการทดลองเมื่อเช้า ถูกเทลงบนจานอย่างระมัดระวังเธอวางกระดาษรองลายดอกไม้ใต้จาน เพิ่มกลีบลาเวนเดอร์เล็ก ๆ รอบขอบเพื่อกลบกลิ่นแปลก ๆ ของมัน
เมื่อทุกอย่างเสร็จ เธอหันไปมองนาฬิกาอีกครั้ง — เข็มบอกเวลา “สองทุ่มห้าสิบ”กราวด้านั่งลง...รออยู่เงียบ ๆ
...จนสามทุ่มตรง
เธอเริ่มเชื่อมจิตอีกครั้ง “ราห์ซูร์ ได้ยินไหม?”
เสียงตอบกลับดังขึ้นแทบจะทันที
“ได้ยิน...ชัดมาก เหมือนเดิมเลย” เสียงของเขามาพร้อมน้ำเสียงเหนื่อยใจ “แต่ก่อนเข้ามาในหัวคนอื่น ช่วยเคาะประตูก่อนได้ไหม? มันรู้สึกเหมือนโดนบุกบ้านทุกครั้งเลยนะ”
“พร้อมไหม?” เธอพูดเสียงนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด และก่อนที่เขาจะตอบ —
“ดึง”
ราห์ซูร์รู้ตัวอีกที เขาก็ถูกแรงเวทกระชากร่างออกจากเตียงในห้องทหาร แล้วพุ่งทะลุมิติลงบนพรมสีม่วงกลางห้องของเธอ
“โอ้ย!! อีกแล้วเหรอ!!”
เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นอย่างหัวเสีย “เธอนี่มัน...ไม่รอให้ฉันตอบก่อนหรือไง!”
กราวด้าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เดินไปจัดถ้วยชาให้เรียบร้อยอย่างสงบ
“วันนี้จะคุยอะไร?” เขาถามขณะเดินมานั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
แต่คราวนี้โต๊ะดูแปลกตาไปจากทุกครั้ง — มีผ้าปูโต๊ะใหม่ กลิ่นชาหอมอ่อน ๆ และ... คุกกี้สีเขียวเข้มที่วางอยู่ตรงกลางจานขาวสะอาด
ราห์ซูร์ชะงักไปทันที สีของมัน...คล้ายอะไรบางอย่างระหว่าง “ใบไม้บด” กับ “ยาพิษที่บ่มมาแล้วสามวัน”
เขากลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มแห้ง ๆ
กราวด้านั่งลงอย่างสง่า รินชาให้เขาอย่างพิถีพิถัน “มีคุกกี้ ลองดูไหม?”
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อยเพื่อถ่วงเวลา “อุ๊ฟ!! ... ชารสชาติเฝื่อนมากๆ เลย”
“คุกกี้... ลองไหม?”
กราวด้าย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงแรงกดดันประหลาด
ราห์ซูร์เหลือบตามองคุกกี้สีเขียวในจานอย่างลังเล เขาค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบขึ้นมา 1 ชิ้น เสียงกรอบเบา ๆ ดังขึ้นขณะเขาจับมันไว้ — กลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ ลอยแตะปลายจมูก
กราวด้ามองตามด้วยสายตาลุ้นจนแทบกลั้นหายใจ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีดำลึกจ้องไปยังคุกกี้ในมือเขาราวกับมันคือภารกิจแห่งศตวรรษ
ราห์ซูร์เหลือบตาขึ้นเห็นพอดี — แววตาเอาจริงเอาจังนั้นชวนให้เขาเผลอยิ้มมุมปาก เขาจงใจขยับช้า ๆ ค่อย ๆ ยกคุกกี้เข้าใกล้ปากทีละนิด
กราวด้าลุ้นจนขมวดคิ้ว แววตาเริ่มวาวขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุด... เธอทนไม่ไหว —
“กินซะทีสิ!!”
เสียงเธอดังขึ้นราวคำสั่งจากว่าที่ราชครูหญิงผู้ทรงอำนาจ
ราห์ซูร์สะดุ้ง รีบโยนคุกกี้เข้าปากอย่างตกใจ
“อ่ำ!...อื้ม...อื้ม...” เขาเคี้ยวแรง ๆ เหมือนต้องพิสูจน์กล้ามเนื้อกราม
กราวด้ามองไม่กะพริบ “เป็นไง?” เธอถามอย่างตื่นเต้น ราวกับผลลัพธ์นี้จะชี้ชะตาโลก
“ก็...”
ราห์ซูร์ขมวดคิ้ว ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงจริงจัง “ไม่เลวเลย... รสชาติมันคล้ายคุกกี้สมุนไพรของอาณาจักรอัลเทรนน์”
กราวด้าชะงัก “อะ...อะไรนะ!? ไม่เลว...เหรอ!?”
น้ำเสียงเธอดีใจจนแววตาเป็นประกาย ยิ้มที่หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้เธอดูเด็กลงไปหลายปี มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย — ที่จะได้ยินคำว่า “ไม่เลว” จากปากเขา
“อะไร?” ราห์ซูร์พูดต่ออย่างสบายอารมณ์ “ก็ธรรมดานี่นา... ในอนาคต คุกกี้สมุนไพรแบบนี้ถูกนำเข้าจากอาณาจักรอัลเทรนน์ ราคาค่อนข้างแพงเลยล่ะ แต่สุดท้าย วาเลเธียก็แกะสูตรได้ — โดยหัวหน้าแม่ครัวห้องเครื่องชื่อว่า... แนนซี่”
เขาหยิบคุกกี้อีกชิ้นขึ้นมาอย่างไม่คิดอะไร “บอกเลยว่า ของแนนซี่ทำได้สวยกว่านี้เยอะ หอมด้วย—”
ไม่ทันจบประโยค กราวด้าพุ่งเข้ามาหยิกแก้มเขาทันที!
“โอ๊ย! เจ็บนะ! นี่เธอเป็นอะไร อยู่ ๆ ก็โกรธ...”
ราห์ซูร์ร้องเสียงหลง พยายามแกะมือเธอออก “หรือว่า...”
เขาหยุดพูดทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้น
“อย่าบอกนะว่า... นี่เธอทำเอง!?”
“ใช่... ฉันทำเอง”
กราวด้ากล่าวพลางยกตัวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ ท่วงท่าสงบเรียบแต่แฝงแววมั่นใจในแววตา
“และไม่มีใครกินมันได้นอกจากนาย” ซึ่งคำพูดของเธอเป็น “ความจริง” ไม่มีใครกินได้จริงๆ
แต่สำหรับราห์ซูร์ มันกลับฟังดูสลับกันเป็น “ไม่มีใครได้กินมันนอกจากนาย” และเหมือน “คำสารภาพรัก” ที่ซ่อนอยู่ในประโยคธรรมดา
“โอ้ยตายแล้ว... กราวด้า เธอนี่มีสมองแยกกับหัวใจจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย”
“ทำแบบนี้ ผู้ชายซื่อบื้อที่ไหนก็มองออกว่าเธอกำลังสนใจฉัน... มากเกินไปไหมเนี่ย?”
“และที่แย่กว่านั้นคือ... เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด”
ราห์ซูร์คิดในใจอย่างปั่นป่วน พยายามกลั้นยิ้ม เขาเพียงมองเธอเงียบ ๆ ด้วยสายตารู้สึกผิด
กราวด้าหรี่ตานิด ๆ “ยิ้มอะไร... ถ้าชอบก็กินให้หมดสิ”
เธอลุกขึ้น เดินไปที่ชั้นหนังสือ หยิบเล่มหนาออกมาหนึ่งเล่มแล้วกลับมานั่งบนโซฟาใกล้ ๆ เปิดอ่านต่อหน้าตาเฉย
ราห์ซูร์ยกถ้วยชาขึ้นจิบ หันไปถามเบา ๆ “แล้ววันนี้จะถามอะไร?”
“ไม่มี” เธอตอบเรียบ ๆ โดยไม่ละสายตาจากตัวหนังสือ
“เดี๋ยวก่อน...” เขาเอนตัวพิงพนัก “เธอเรียกฉันมานี่...โดยไม่มีอะไรจะคุยเลยเนี่ยนะ?”
ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษแผ่วเบา
ราห์ซูร์ถอนหายใจเบา ๆ มองหญิงตรงหน้า —
เธอสวยสง่าแต่เย็นชา เหมือนกำแพงหินที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่ในตอนนี้... กำแพงนั้นดูมีรอยร้าวบาง ๆ จากแสงเทียนอุ่นที่สะท้อนในดวงตาเธอ
“เราทำสัญญากัน จำได้ไหม?”
กราวด้าเอ่ยโดยไม่เงยหน้า “ฉันสามารถเรียกนายมาได้ทุกวัน... แค่เพื่อดูความประพฤติของนายก็ยังได้”
ราห์ซูร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ถามอะไรต่อ เขากินคุกกี้เงียบ ๆ ทีละชิ้น จนเหลือเพียงชิ้นสุดท้ายในจาน
“พอแล้วล่ะ ฉันอิ่มแล้ว” เขาวางถ้วยชา “กลับได้หรือยัง?”
กราวด้าเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากบางปรากฏขึ้น แต่พอเห็นคุกกี้เหลืออยู่หนึ่งชิ้น ใบหน้าเธอเปลี่ยนในทันทีเธอวางหนังสือลงบนโต๊ะเสียง “ปึก” แล้วลุกขึ้นตรงไปหาชายหนุ่ม
“ทำไมกินไม่หมด?” เสียงเธอเรียบ แต่แฝงพลังจิตแทบทะลุอากาศ
“เอ๋?... ก็...อิ่มแล้วไง”
ไม่ทันให้เขาได้แก้ตัว กราวด้าหยิบคุกกี้ชิ้นสุดท้ายขึ้นมา โน้มตัวเข้าใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัว
“กินให้หมด... อ้าปาก”
“เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวสิ—!”
แต่ยังไม่ทันปฏิเสธ ปลายนิ้วเรียวของเธอก็แตะที่ริมฝีปากเขาเบา ๆ
ราห์ซูร์ชะงักไปทั้งตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงลมหายใจเดียว กลิ่นหอมของชา — และกลิ่นอ่อน ๆ จากชุดของกราวด้า — ลอยปะปนจนหัวใจเขาเต้นแรงราวกับจะทะลุอก
เขาอ้าปากอย่างไม่รู้ตัว กราวด้าใช้จังหวะนั้น “ยัดคุกกี้” เข้าปากโดยไม่ลังเล
“เคี้ยว” เธอสั่งเสียงเรียบ
ราห์ซูร์อ้าปากพูดไม่ได้ ได้แต่เคี้ยวไปทั้งรอยหน้าแดงจัด ปลายนิ้วของเธอยังแตะโดนริมฝีปากเขาแผ่ว ๆ โดยไม่รู้ตัว
หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบกลืนคุกกี้ไม่ได้ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ — แสงเวทสีทองก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวเขาทันที
“กลับได้แล้ว” เธอพูดสั้น ๆ
วูบ— ราห์ซูร์ถูกส่งกลับไปที่เตียงทหารทั้งๆ ที่คุกกี้ยังคาอยู่ในปาก
แต่แทนที่จะร่ายคาถา... เธอกลับถอนหายใจเบา ๆ แล้วมองมันใหม่อีกครั้ง ด้วยความสงสัย
เธอไม่รู้คำตอบ แต่รู้เพียงอย่างเดียว — เธอกำลัง “รอเวลาให้ถึงสามทุ่ม”
เมื่อเข็มนาฬิกาเวทขยับเข้าสู่ช่วงหัวค่ำ เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินไปเปิดตู้ชาของตนเอง เลือกใบชาอย่างพินิจพิเคราะห์ราวกับเลือกวัตถุดิบประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์
เสียงน้ำเดือดเบา ๆ ดังขึ้นในห้อง ไอร้อนลอยกรุ่น เธอตักชาใส่กาสีขาวทองที่ขัดจนเงา แล้วจัดโต๊ะอย่างพิถีพิถันถ้วยชาเรียงเป็นระเบียบ จานรองสะอาดจนสะท้อนแสงเทียน
คุกกี้สีหม่น ๆ ที่รอดจากการทดลองเมื่อเช้า ถูกเทลงบนจานอย่างระมัดระวังเธอวางกระดาษรองลายดอกไม้ใต้จาน เพิ่มกลีบลาเวนเดอร์เล็ก ๆ รอบขอบเพื่อกลบกลิ่นแปลก ๆ ของมัน
เมื่อทุกอย่างเสร็จ เธอหันไปมองนาฬิกาอีกครั้ง — เข็มบอกเวลา “สองทุ่มห้าสิบ”กราวด้านั่งลง...รออยู่เงียบ ๆ
...จนสามทุ่มตรง
เธอเริ่มเชื่อมจิตอีกครั้ง “ราห์ซูร์ ได้ยินไหม?”
เสียงตอบกลับดังขึ้นแทบจะทันที
“ได้ยิน...ชัดมาก เหมือนเดิมเลย” เสียงของเขามาพร้อมน้ำเสียงเหนื่อยใจ “แต่ก่อนเข้ามาในหัวคนอื่น ช่วยเคาะประตูก่อนได้ไหม? มันรู้สึกเหมือนโดนบุกบ้านทุกครั้งเลยนะ”
“พร้อมไหม?” เธอพูดเสียงนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นแรงอย่างประหลาด และก่อนที่เขาจะตอบ —
“ดึง”
ราห์ซูร์รู้ตัวอีกที เขาก็ถูกแรงเวทกระชากร่างออกจากเตียงในห้องทหาร แล้วพุ่งทะลุมิติลงบนพรมสีม่วงกลางห้องของเธอ
“โอ้ย!! อีกแล้วเหรอ!!”
เขาลุกขึ้นปัดฝุ่นอย่างหัวเสีย “เธอนี่มัน...ไม่รอให้ฉันตอบก่อนหรือไง!”
กราวด้าแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน เดินไปจัดถ้วยชาให้เรียบร้อยอย่างสงบ
“วันนี้จะคุยอะไร?” เขาถามขณะเดินมานั่งตรงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม
แต่คราวนี้โต๊ะดูแปลกตาไปจากทุกครั้ง — มีผ้าปูโต๊ะใหม่ กลิ่นชาหอมอ่อน ๆ และ... คุกกี้สีเขียวเข้มที่วางอยู่ตรงกลางจานขาวสะอาด
ราห์ซูร์ชะงักไปทันที สีของมัน...คล้ายอะไรบางอย่างระหว่าง “ใบไม้บด” กับ “ยาพิษที่บ่มมาแล้วสามวัน”
เขากลืนน้ำลาย ฝืนยิ้มแห้ง ๆ
กราวด้านั่งลงอย่างสง่า รินชาให้เขาอย่างพิถีพิถัน “มีคุกกี้ ลองดูไหม?”
เขายกถ้วยชาขึ้นจิบเล็กน้อยเพื่อถ่วงเวลา “อุ๊ฟ!! ... ชารสชาติเฝื่อนมากๆ เลย”
“คุกกี้... ลองไหม?”
กราวด้าย้ำอีกครั้ง น้ำเสียงนิ่งแต่แฝงแรงกดดันประหลาด
ราห์ซูร์เหลือบตามองคุกกี้สีเขียวในจานอย่างลังเล เขาค่อย ๆ ยื่นมือไปหยิบขึ้นมา 1 ชิ้น เสียงกรอบเบา ๆ ดังขึ้นขณะเขาจับมันไว้ — กลิ่นสมุนไพรแปลก ๆ ลอยแตะปลายจมูก
กราวด้ามองตามด้วยสายตาลุ้นจนแทบกลั้นหายใจ เธอไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองกำลังโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีดำลึกจ้องไปยังคุกกี้ในมือเขาราวกับมันคือภารกิจแห่งศตวรรษ
ราห์ซูร์เหลือบตาขึ้นเห็นพอดี — แววตาเอาจริงเอาจังนั้นชวนให้เขาเผลอยิ้มมุมปาก เขาจงใจขยับช้า ๆ ค่อย ๆ ยกคุกกี้เข้าใกล้ปากทีละนิด
กราวด้าลุ้นจนขมวดคิ้ว แววตาเริ่มวาวขึ้นเรื่อย ๆ
จนในที่สุด... เธอทนไม่ไหว —
“กินซะทีสิ!!”
เสียงเธอดังขึ้นราวคำสั่งจากว่าที่ราชครูหญิงผู้ทรงอำนาจ
ราห์ซูร์สะดุ้ง รีบโยนคุกกี้เข้าปากอย่างตกใจ
“อ่ำ!...อื้ม...อื้ม...” เขาเคี้ยวแรง ๆ เหมือนต้องพิสูจน์กล้ามเนื้อกราม
กราวด้ามองไม่กะพริบ “เป็นไง?” เธอถามอย่างตื่นเต้น ราวกับผลลัพธ์นี้จะชี้ชะตาโลก
“ก็...”
ราห์ซูร์ขมวดคิ้ว ทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเสียงจริงจัง “ไม่เลวเลย... รสชาติมันคล้ายคุกกี้สมุนไพรของอาณาจักรอัลเทรนน์”
กราวด้าชะงัก “อะ...อะไรนะ!? ไม่เลว...เหรอ!?”
น้ำเสียงเธอดีใจจนแววตาเป็นประกาย ยิ้มที่หลุดออกมาโดยไม่รู้ตัวทำให้เธอดูเด็กลงไปหลายปี มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย — ที่จะได้ยินคำว่า “ไม่เลว” จากปากเขา
“อะไร?” ราห์ซูร์พูดต่ออย่างสบายอารมณ์ “ก็ธรรมดานี่นา... ในอนาคต คุกกี้สมุนไพรแบบนี้ถูกนำเข้าจากอาณาจักรอัลเทรนน์ ราคาค่อนข้างแพงเลยล่ะ แต่สุดท้าย วาเลเธียก็แกะสูตรได้ — โดยหัวหน้าแม่ครัวห้องเครื่องชื่อว่า... แนนซี่”
เขาหยิบคุกกี้อีกชิ้นขึ้นมาอย่างไม่คิดอะไร “บอกเลยว่า ของแนนซี่ทำได้สวยกว่านี้เยอะ หอมด้วย—”
ไม่ทันจบประโยค กราวด้าพุ่งเข้ามาหยิกแก้มเขาทันที!
“โอ๊ย! เจ็บนะ! นี่เธอเป็นอะไร อยู่ ๆ ก็โกรธ...”
ราห์ซูร์ร้องเสียงหลง พยายามแกะมือเธอออก “หรือว่า...”
เขาหยุดพูดทันที ดวงตาเบิกกว้างขึ้น
“อย่าบอกนะว่า... นี่เธอทำเอง!?”
“ใช่... ฉันทำเอง”
กราวด้ากล่าวพลางยกตัวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ ท่วงท่าสงบเรียบแต่แฝงแววมั่นใจในแววตา
“และไม่มีใครกินมันได้นอกจากนาย” ซึ่งคำพูดของเธอเป็น “ความจริง” ไม่มีใครกินได้จริงๆ
แต่สำหรับราห์ซูร์ มันกลับฟังดูสลับกันเป็น “ไม่มีใครได้กินมันนอกจากนาย” และเหมือน “คำสารภาพรัก” ที่ซ่อนอยู่ในประโยคธรรมดา
“โอ้ยตายแล้ว... กราวด้า เธอนี่มีสมองแยกกับหัวใจจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย”
“ทำแบบนี้ ผู้ชายซื่อบื้อที่ไหนก็มองออกว่าเธอกำลังสนใจฉัน... มากเกินไปไหมเนี่ย?”
“และที่แย่กว่านั้นคือ... เธอไม่รู้ตัวเลยสักนิด”
ราห์ซูร์คิดในใจอย่างปั่นป่วน พยายามกลั้นยิ้ม เขาเพียงมองเธอเงียบ ๆ ด้วยสายตารู้สึกผิด
กราวด้าหรี่ตานิด ๆ “ยิ้มอะไร... ถ้าชอบก็กินให้หมดสิ”
เธอลุกขึ้น เดินไปที่ชั้นหนังสือ หยิบเล่มหนาออกมาหนึ่งเล่มแล้วกลับมานั่งบนโซฟาใกล้ ๆ เปิดอ่านต่อหน้าตาเฉย
ราห์ซูร์ยกถ้วยชาขึ้นจิบ หันไปถามเบา ๆ “แล้ววันนี้จะถามอะไร?”
“ไม่มี” เธอตอบเรียบ ๆ โดยไม่ละสายตาจากตัวหนังสือ
“เดี๋ยวก่อน...” เขาเอนตัวพิงพนัก “เธอเรียกฉันมานี่...โดยไม่มีอะไรจะคุยเลยเนี่ยนะ?”
ไม่มีเสียงตอบ มีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษแผ่วเบา
ราห์ซูร์ถอนหายใจเบา ๆ มองหญิงตรงหน้า —
เธอสวยสง่าแต่เย็นชา เหมือนกำแพงหินที่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ แต่ในตอนนี้... กำแพงนั้นดูมีรอยร้าวบาง ๆ จากแสงเทียนอุ่นที่สะท้อนในดวงตาเธอ
“เราทำสัญญากัน จำได้ไหม?”
กราวด้าเอ่ยโดยไม่เงยหน้า “ฉันสามารถเรียกนายมาได้ทุกวัน... แค่เพื่อดูความประพฤติของนายก็ยังได้”
ราห์ซูร์หัวเราะในลำคอเบา ๆ ไม่ถามอะไรต่อ เขากินคุกกี้เงียบ ๆ ทีละชิ้น จนเหลือเพียงชิ้นสุดท้ายในจาน
“พอแล้วล่ะ ฉันอิ่มแล้ว” เขาวางถ้วยชา “กลับได้หรือยัง?”
กราวด้าเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มมุมปากบางปรากฏขึ้น แต่พอเห็นคุกกี้เหลืออยู่หนึ่งชิ้น ใบหน้าเธอเปลี่ยนในทันทีเธอวางหนังสือลงบนโต๊ะเสียง “ปึก” แล้วลุกขึ้นตรงไปหาชายหนุ่ม
“ทำไมกินไม่หมด?” เสียงเธอเรียบ แต่แฝงพลังจิตแทบทะลุอากาศ
“เอ๋?... ก็...อิ่มแล้วไง”
ไม่ทันให้เขาได้แก้ตัว กราวด้าหยิบคุกกี้ชิ้นสุดท้ายขึ้นมา โน้มตัวเข้าใกล้อย่างไม่ทันตั้งตัว
“กินให้หมด... อ้าปาก”
“เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวสิ—!”
แต่ยังไม่ทันปฏิเสธ ปลายนิ้วเรียวของเธอก็แตะที่ริมฝีปากเขาเบา ๆ
ราห์ซูร์ชะงักไปทั้งตัว ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือเพียงลมหายใจเดียว กลิ่นหอมของชา — และกลิ่นอ่อน ๆ จากชุดของกราวด้า — ลอยปะปนจนหัวใจเขาเต้นแรงราวกับจะทะลุอก
เขาอ้าปากอย่างไม่รู้ตัว กราวด้าใช้จังหวะนั้น “ยัดคุกกี้” เข้าปากโดยไม่ลังเล
“เคี้ยว” เธอสั่งเสียงเรียบ
ราห์ซูร์อ้าปากพูดไม่ได้ ได้แต่เคี้ยวไปทั้งรอยหน้าแดงจัด ปลายนิ้วของเธอยังแตะโดนริมฝีปากเขาแผ่ว ๆ โดยไม่รู้ตัว
หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบกลืนคุกกี้ไม่ได้ก่อนที่เขาจะพูดอะไรต่อ — แสงเวทสีทองก็สว่างวาบขึ้นรอบตัวเขาทันที
“กลับได้แล้ว” เธอพูดสั้น ๆ
วูบ— ราห์ซูร์ถูกส่งกลับไปที่เตียงทหารทั้งๆ ที่คุกกี้ยังคาอยู่ในปาก
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ