รอยเล็บนิรันดร์ : วิญญาณที่ถูกปฏิเสธ
-
เขียนโดย
room666_
วันที่ เมื่อวาน เวลา 20.42 น.
4 ตอน
0 วิจารณ์
30 อ่าน
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 21.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
2) การพบเจอ เเละ ผู้ร่วมชะตากรรม
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ….หลังจากที่ชายหนุ่ม ต้องหาทางเอาชีวิตรอด เขาเอาเเต่เดินไปอย่างไร้จุดหมายจนเเทบล้มตัวลงเพราะความเหนื่อยล้าเเละหวาดกลัว จนในที่สุดเขาก็พบเข้ากับโพรงมืดคล้ายถ้ำเล็กๆ จึงเข้าไปซ่อนตัวและหอบหายใจอย่างหนัก
ท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดด้วยความหดหู่ใจ...
" นี่มันเรื่องจริงหรือแค่ฝันร้ายกันแน่? จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายและเป็นปกติสุข ทำไมจู่ๆ ถึงต้องมาติดอยู่ในขุมนรกที่บิดเบี้ยวและไร้ทางออกแบบนี้? "
เขานิ่งเเละพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำเพื่อหาคำตอบ... ว่าตัวเขานั้นเผลอไปทำอะไรผิดพลาดตรงไหน? หรือนี่คือผลจากบาปกรรมที่เขาเคยกระทำไว้ในอดีต? ยิ่งพยายามทบทวน ก็ยิ่งมืดแปดด้าน เหมือนความผิดบาปที่เขาเคยก่อกำลังตามมาทวงคืนทุกอย่างจากเขา
( การกลับมาพบกัน )
ในความเงียบนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่คุ้นเคยเกินจะบรรยาย พร้อมกลิ่นสาบอันชินจมูก ดวงตาเรืองแสงคู่หนึ่งสะท้อนวาบออกมา เขาชะงักหัวใจเต้นแรง พลันมีเสียงขู่ “ฟ่ออ…” ดังตามด้วยเสียงร้องแผ่วเบา“เมี้ยว…”
เขาแทบไม่เชื่อสายตา นั่นคือ “ เจ้า ขาว” แมวที่เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามานานหลายปี
“ เฮ้ย…นี่แกเองเหรอ ขาว! แกมาอยู่นี่ได้ยังไง? ”เสียงตะโกนสั่นเครือด้วยทั้งดีใจและตกใจสุดขีด!
ร่างของเจ้าแมวไม่ใช่เนื้อหนังดังเดิม หากโปร่งแสงราววิญญาณ และทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้น…ไม่ใช่เสียงพูดออกจากปาก แต่ดังก้องในจิตใจเขาเอง
“ใช่... ฉันเอง จิตสุดท้ายที่นายยึดเหนี่ยวไว้ก่อนจะร่วงหล่นลงมาที่นี่ก็คือฉัน และนั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เรามาเจอกันในสภาพปางตายแบบนี้...”
เจ้าขาวทอดสายตามองไปในความมืดที่ไร้จุดจบ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขาด้วยแววตาที่เริ่มมีความหวัง
“ ที่นี่คือปลายทางของพวกที่สิ้นอายุขัย... ในวินาทีที่นายกำลังจะตายที่โลกฝั่งนั้น ฉันเองก็คงกำลังรวยรินอยู่ข้างนายเหมือนกัน จิตของเราถึงได้ถูกดึงดูดเข้ามาในมิติบิดเบี้ยวนี้พร้อมๆ กันยังไงละ ”
เจ้าขาวกระตุกยิ้มที่มุมปาก
ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เมื่อรู้ชะตากรรมของตัวเอง...
ชายหนุ่มถามกลับด้วยความสับสน “แล้วแกมาอยู่นี่นานแค่ไหนแล้ว ขาว?”
เจ้าขาวนิ่งไปครู่หนึ่ง มันกวาดสายตามองความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดรอบกาย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“ ที่นี่ไม่มีเวลา... มันไม่มีเช้า ไม่มีค่ำ มีแค่ความหนาวเหน็บที่กัดกินจนถึงกระดูก ฉันบอกไม่ได้หรอกว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นในนรกขุมนี้ ฉันก็เริ่มเดินหา... ฉันซ่อนตัว หลบหลีกพวกปีศาจ เพียงเพราะลึกๆ ในใจมันบอกว่านายกำลังตามมา และฉันต้องรอนายอยู่ที่นี่ ”
มันเว้นวรรค แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า เปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยเป็นท่าทีหงุดหงิดกวนๆ
“ แต่ก็นั่นแหละ! นอกจากความเหงาแล้ว... ฉันยังหิวจนแทบขาดใจ! นรกบ้าอะไรไม่มีแม้แต่ปลาทูสักเข่งให้กิน โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย คิดถึงอาหารเปียกรสปลาทูน่าที่นายชอบแกะให้ตอนเที่ยงคืนใจจะขาดแล้วเนี่ย! ”
ชายหนุ่มที่กำลังซึมเศร้าอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะหลุดขำออกมาทั้งน้ำตา
“ฮ่าๆๆ นี่แก... อยู่ในนรกยังจะห่วงเรื่องกินอีกเหรอวะ?”
“ ก็มันหิวนี่หว่า!”
เจ้าขาวสวนทันควัน
“ถ้าได้กลับไปนะ นายต้องเปิดอาหารเปียกให้ฉันกินสักสิบกระป๋องเลย เข้าใจไหมไอ้ทาส ! ”
ชายหนุ่มยิ้มรับ
“เออ... ได้เลยครับท่าน สิบกระป๋องก็สิบกระป๋อง เดี๋ยวฉันจะจัดให้เป็นบุฟเฟ่ต์เลยเอ้า! แต่อย่าเพิ่งรีบกินจนสำลักล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันต้องตามไปป้อนให้ถึงในฝันอีกรอบแน่ๆ”
เขาหยอกล้อเหมือนปกติที่เคยทำ แต่แล้วเจ้าแมวก็เงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวที่เคยครึกครื้นด้วยการโต้เถียงพลันหนักอึ้งขึ้นอย่างน่าประหลาด ก่อนที่กระแสเสียงแผ่วเบาของเจ้าขาวจะดังขึ้นในจิตของเขาอย่างสั่นเครือ
เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งเสียงเข้ามาในจิตอย่างสั่นเครือ“ ถึงยังงั้น…ฉันก็ดีใจนะ ที่ได้เจอนายอีกครั้ง มันเหมือนกับว่า ”
ไม่ทันที่บทสนทนาจบ เสียงคำรามน่าสยดสยองดังสะท้อนมาจากนอกถ้ำ พื้นดินสั่นสะเทือน ฝูงปีศาจกระหายเลือดรูปร่างอัปลักษณ์วิ่งกรูกันเข้ามา!!
“หนีเร็ว ทางนี้!!”
เสียงเจ้าแมวก้องในหัว ร่างโปร่งแสงของมันกระโจนออกนำไปก่อน ชายหนุ่มไม่มีเวลาคิดไตร่ตรอง ทำได้เพียงวิ่งตามไปด้วยหัวใจที่แทบหลุดออกจากอก
( การหลบหนี )
ทั้งคู่วิ่งหนีสุดชีวิตในความมืดมิด เสียงคำรามของปีศาจยังดังสะท้อนตามหลังไม่ห่าง เจ้าแมวร่างโปร่งแสงนำทางไปอย่างรีบเร่ง พลางบ่นเสียงหงุดหงิดในหัวของชายหนุ่ม
“นี่!! ฉันว่านายน่ะ…คงยังไม่ถึงฆาตหรอก”
ชายหนุ่มที่กําลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยรีบถามสวนกลับทันที“ ไม่ถึงฆาต? พูดอะไรของแก ช่วยอธิบายให้มันเข้าใจหน่อยได้ไหม? ”
เจ้าขาวหันขวับ ก่อนจะด่ากลับไปอย่างหัวเสีย“โธ่ ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย! จะให้พูดยังไงดีละ "
มันกระโดดขึ้นไปเกาะบนโขดหินเพื่อให้อยู่ในระดับสายตา
“ พวกที่ตายไปจริงๆ น่ะเหรอ พอมาถึงที่นี่ พวกเขาจะมีเข็มทิศในใจรู้อยู่แล้วว่าต้องไปที่ไหนต่อ... แต่ที่นายเห็นกลุ่มคนพวกนั้นโดนไล่ฆ่า จนกลายเป็นเหยื่อของ “พวกเก็บกวาด” น่ะ ก็เพราะพวกเขาขัดขืนกฎของที่นี่ต่างหาก!”
เจ้าขาวพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย
“ พอวิญญาณพวกนั้นตื่นตระหนกจนคุมสติไม่อยู่ พวกเขาก็เริ่มดิ้นรนจะกลับโลกมนุษย์ ทั้งที่กฎมันตายตัวไปแล้ว ยมทูตพวกนั้นไม่ได้มาเพื่อนำทางหรอกนะ... พวกมันมาเพื่อ “จัดระเบียบ” ใครที่ขัดขืนหรือพยายามยื้อเวลา พวกมันก็จะจัดการลากลงไปขยี้ทิ้งให้กลายเป็นพลังงานซะ... มันโคตรไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมล่ะ? พวกเขาก็แค่คนที่ยังไม่พร้อมจะจากไป แต่กลับถูกยมทูตลากไปสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนั้น ! ”
ชายหนุ่มพูดสวนไป " ไม่อยากจะเชื่อ? นี่แกพูดมากขนาดนี้เชียวเหรอถึงขั้นด่ากันด้วย ฮ่าๆ ก่อนที่จะยิงมุขต่อ ชายหนุ่มสะดุดกับคำพูดก่อนหน้านี้ ผู้เก็บกวาด? ”
ชายหนุ่มชะงัก " พวกเก็บกวาด " หมายถึงพวกสัตว์ประหลาดนั่นน่ะเหรอ?
เจ้าขาวตอบ…"ก็ไม่เชิงนะ ไอ้พวกเวรนั่นที่ไล่จะงาบเรากิน มันคือพวกสัตว์นรก พวกนั้นมันกระหายเลือดเนื้อมันไม่สนว่าใครเป็นใคร มันต่างจากพวกเก็บกวาดไอ้พวกนั้นของจริง คือมันจะเลือกเฉพาะเหยื่อที่สิ้นอายุขัยที่มีกลิ่นของความตายเท่านั้น!! เอาเป็นว่าเรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ เรามาหลบกันตรงนี้ก่อน "
เจ้าขาวรีบกระโจนเข้าหลบในโพรงหินเล็ก ๆ ชายหนุ่มจึงตามไป ซ่อนตัวพร้อมหอบหายใจแรง...
( การสนทนาในความมืด )
ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยจึงถามกลับ….ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง..ทําไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ ฉันทําบาปอะไรไว้หนักหนา?
เจ้าเเมวตอบกลับ…" ในตอนที่ยังมีชีวิตตัวนายเคยทําอะไรไว้บ้างละ? เเน่นอน นายคงจําไม่ได้ทั้งหมด เเละเมื่อนายหมดอายุขัยลงจริงๆ ถึงตอนนั้นจะได้คําตอบเอง บาป บุญที่นายมีอยู่จะมันจะตัดสินให้นายเอง ว่า จะไปนรก หรือ สวรรค์ "
ชายหนุ่มได้เเต่ ถอนหายใจ…เห้ออ ไม่คิดว่ามันจะต้องมาลงเอยเเบบนี้“แล้วต่อจากนี้จะเอาไงต่อ?” ชายหนุ่มถามเสียงเครียด
เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างสิ้นหวัง“ฉันก็ไม่รู้หรอก ฉันเองก็ติดอยู่ที่นี่มานานแล้วเหมือนกัน”
ชายหนุ่มเม้มปาก ครุ่นคิดหนัก ก่อนสวนเสียงขรึม“ งั้นก็แสดงว่าต้องมีคนแบบฉัน…ที่ยังไม่ถึงฆาตติดอยู่ที่นี่เหมือนกันใช่ไหม ? ”
เจ้าแมวพยักหน้าเบา ๆ
“ก็คงงั้น… เท่าที่ฉันสังเกตนะ เวลาพวกหมดอายุขัยมาใหม่ จะมีพายุหมุนดูดวิญญาณผู้คนรวมถึงบรรดาสัตว์ร่วงลงมาจากฟ้าทีละเป็นแสนเป็นล้านกว่าชีวิต โคตรน่าอนาถ แล้วเดี๋ยวสักพักไอ้พายุนั่นมันก็จะถูกดูดกลับขึ้นไปทางที่มันมานั่นแหละ... ฉันเคยเห็นแสงสีขาวสว่างวาบอยู่ด้านบนโน้นด้วยนะ "
“ ทุกครั้งที่พายุมันดูดวิญญาณพวกนั้นกลับขึ้นไป... ฉันมักจะเห็นแสงสีขาวสว่างวาบเหลือทิ้งไว้แวบหนึ่งเสมอ ”
กวินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“ แสงอะไร? ฉันไม่เห็นเห็นอะไรเลยนอกจากความมืด ”
เจ้าขาวไม่ได้หันมามอง มันยังคงจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า
“ ก็นายเพิ่งมาถึง นายถึงยังไม่เห็นยังไงล่ะ... ฉันจินตนาการไปเองนะว่านั่นไม่ใช่สวรรค์หรอก มันดูเหมือนปากทางของเครื่องจักรที่คอยสูบวิญญาณกลับไปเป็นพลังงานมากกว่า ยิ่งเห็นฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกเราเป็นแค่ขยะที่ถูกคัดเกรดทิ้งลงมา "
เจ้าขาวนิ่งไปก่อนพูดต่อ
“ ฉันเคยเห็นพวกวิญญาณเร่ร่อนคิดที่จะปีนขึ้นไปบนเนินสูงๆ หวังจะกระโจนใส่ไอ้พายุบ้านั่น พวกนั้นน่ะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างบนนั่นมีอะไรรออยู่ เเต่...ในเมื่อพายุหอบวิญญาณเรามาที่นี่ได้ มันก็น่าจะหอบเรากลับไปได้ไม่ใช่หรือไงวะ? ถึงโอกาสรอดจะริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น สำหรับฉันต่อให้ต้องตายเอาดาบหน้า ก็ยังดีกว่าต้องติดอยู่ในนรกขุมนี้ไปวันๆ ”
ชายหนุ่มรีบถามต่อ " แต่แกเป็นแมวนี่กระโดดสูงได้อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองเองล่ะ? "
เจ้าขาวนิ่งพร้อมครางเสียง….
“ แน่นอนว่าฉันเคยคิดจะลอง... แต่ฉันเลิกล้มความคิดนั้นไปนานแล้ว ” เจ้าขาวพ่นลมหายใจแห้งผาก “ นายรู้ไหมว่าแค่คิดจะไปยังจุดนั้น เราต้องฝ่าดงสัตว์นรกนับพันที่คอยดักซุ่มกินร่างคนตายอยู่ทุกตารางนิ้ว การจะหนีขึ้นไปน่ะเหรอ? สำเร็จน้อยมาก... น้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือเลยด้วยซ้ำ นั่นแหละเหตุผลที่ทำให้ฉันถอดใจ ”
สำเร็จ? ชายหนุ่มเบิกตากว้าง " หมายความว่ามีคนหลุดออกไปได้จริงๆเหรอวะ? แล้วไงต่อถ้าหลุดได้ ? "
เจ้าแมวยักไหล่ ส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ ปนเหนื่อยล้า
" ก็นะ... อาจจะมีคนที่รอดไปได้ แต่จำไว้กวิน ไม่มีใครเคยกลับมาเล่าให้ฟังหรอกว่าโลกข้างนอกมันมีจริงไหม "
เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ
" แต่นั่นก็ยังดีกว่าต้องติดอยู่ในนี้ไปตลอดกาลไม่ใช่หรือไง? "
มันหันมาจ้องตาชายหนุ่ม ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม
" ฉันตัดสินใจแล้ว... ฉันจะลองเสี่ยงอีกครั้ง ต่อให้พลาด เราก็แค่ตายแล้วกลับมาเป็นเถ้าถ่าน วนเวียนอยู่ในนรกนี้ไปชั่วนิรันดร์เหมือนเดิม ฮ่าๆ! "
เจ้าขาวถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ท้าทายความตาย
" บอกฉันมาสิ... ในเมื่อเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว นายยังอยากจะลองเสี่ยงไปกับฉันอีกไหมล่ะ? "
กวินนิ่งเงียบไปนาน สายตาจ้องมองผ่านร่างสีขาวโปร่งแสงไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง " ในเมื่อชีวิตที่เหลืออยู่มันก็แค่ขยะ... จะตายอีกกี่ครั้งก็คงไม่ต่างกันหรอก "
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกลับเจ้าขาวไป...
" นำหน้าไปเลย ขาว... ถ้าฉันต้องกลายเป็นเถ้าถ่านที่นี่ อย่างน้อยก็ได้ตายในฐานะคนที่ 'เลือก' จะเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่คนที่นั่งรอวันตายอยู่เฉยๆ "
“ อีกเรื่องนะที่ฉันจะเตือนนาย ”
เจ้าขาวเอ่ยเตือนโดยไม่หันกลับมามอง
“ พายุหมุนนั่นน่ะมันไม่มีจังหวะหรือเวลาที่แน่นอนหรอก ถ้ามันจะมามันก็มา... บางทีมันอาจจะหายไปนานจนเราเกือบถอดใจ แต่ถ้าจังหวะที่มันกลับมาถึงเมื่อไหร่ เราห้ามพลาดโอกาสนั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม ? ”
" กวินพยักหน้าเงียบๆ พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเป็นระยะจากฝูงอสูรที่เดินผ่านไปไม่ไกล ทั้งคู่เริ่มออกเดินทางโดยไร้บทสนทนา..."
( เส้นทางแห่งซากศพ )
ทั้งสองยังคงหนีเอาชีวิตรอดไปเรื่อย ๆ เส้นทางที่เหยียบย่ำเต็มไปด้วยซากศพนับล้านๆ บางร่างเพิ่งสิ้นใจ เลือดสดยังอาบพื้น บางร่างแห้งกรังจนเหลือเพียงโครงกระดูก กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก เเถมพวกเขาต้องคอยหลบเลี่ยง “ผู้เก็บกวาด” ที่คอยตระเวนอยู่รอบๆ เเละสถานที่อันบิดเบี้ยวนี้ทุกก้าวคือความหวาดผวาที่กัดกินสติ
( ประตูสู่การชดใช้ )
ชายหนุ่มกับเจ้าขาวเดินซิกแซ็กอยู่ตามซากปรักหักพังของอาคารที่ไม่อาจระบุรูปร่างได้ อุณหภูมิของอากาศเริ่มร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้จะไม่มีเปลวไฟให้เห็นชัดๆ แต่ก็รู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าใกล้เตาหลอมขนาดยักษ์
“ดูนั่นสิ…” เจ้าขาวชี้ด้วยจมูกไปที่รอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดิน รอยแยกนั้นทอดยาวราวกับไม่มีสิ้นสุด และส่งกลิ่นเหม็นไหม้ ฉุนขึ้นมา
“ นี่มัน…อะไรกัน? โครตจะร้อนเลยให้ตายสิ ”
เจ้าขาวหันมามองด้วยดวงตาที่จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงของมันดังก้องในจิตใจอย่างหนักแน่น
เจ้าขาว “ ฟังให้ดีนะ ที่เราผ่านมานั่นเป็นแค่ 'ทางเดินของวิญญาณหลงทาง' เท่านั้น แต่ข้างหน้านี่คือ 'ขุมแห่งการลงทัณฑ์'... นั่นคือ หนทางสู่ขุมนรกที่แท้จริง สิ่งที่นายจะเห็นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่คือ ความเจ็บปวดอันเป็น นิรันดร์ของผู้ที่ชดใช้กรรม และที่สำคัญ... ความทุกข์เหล่านั้นมันส่งต่อกันได้!! "
ชายหนุ่ม “ หะ ส่งต่อกันได้ ? ”
เจ้าขาว “ ใช่ ! ห้ามรู้สึกร่วมกับความทุกข์ใดๆ ที่นายเห็น ห้ามแสดงความเมตตา และที่สำคัญที่สุด ห้ามมองตาพวกเขา” เจ้าขาวย้ำเสียงหนัก “พวกเขาอาจจะพยายามดึงนายลงไปร่วมทุกข์ด้วย ดังนั้น นายจะต้องตั้งสติให้มั่น! เพราะถ้าจิตนายอ่อนลงเมื่อไหร่... นายจะ กลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมนรกนี้ทันที ”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นจากโพรงหิน ชายหนุ่มพลันชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งที่นั่งคุดคู้พิงก้อนหินอยู่ไม่ไกล ร่างนั้นผอมโซจนเห็นซี่โครง ผิวหนังซีดจางเกือบโปร่งแสงเหมือนคนกำลังจะสลายไป
" พี่... พี่เอก? " ชายหนุ่มหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความไม่แน่ใจ
เขาคือรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าที่สนิทกันมาก แต่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปเมื่อหลายปีก่อน ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่โบ๋กลวงไร้แววพยายาม เพ่งมองมาทางเขา
ใคร... ใครเรียกชื่อฉัน...
เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับเจ้าของร่างลืมวิธีพูดไปนานแล้ว...
" ผมเองพี่! กวิน... กวินไง เราเคยทำงานด้วยกัน จำได้ไหม ? " ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจที่เจอคนรู้จัก แต่เจ้าขาวรีบใช้เท้าหน้าแตะที่แขนเขาเป็นเชิงปราม
" ระวังนะ... จิตของเขาแทบไม่เหลือแล้ว " เจ้าขาวเตือนในหัว
" พี่มาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว? แล้วพี่ไปต่อไม่ได้เหรอ? " ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนใจ
รุ่นพี่เอกหัวเราะขื่นๆ น้ำตาสีดำไหลซึมออกจากเบ้าตา
" นานแค่ไหนเหรอ... ฉันจำไม่ได้แล้ว... ที่นี่ไม่มีเวลา... ความทรงจำของฉันมันค่อยๆ ถูกความมืดที่นี่กัดกินไปทีละนิด... ตอนแรกฉันยังจำหน้าลูกเมียได้... แต่ตอนนี้... ฉันจำไม่ได้แล้วว่าพวกเขาชื่ออะไร... ฉันรู้แค่ว่า... ฉันต้องนั่งรอ... รออะไรก็ไม่รู้... "
ร่างของรุ่นพี่เริ่มสั่นเทา
" หนีไป... ถ้านายยังหนีได้... จงรีบหนีไป... อย่าอยู่ที่นี่จนกระทั่ง 'ชื่อตัวเอง' ก็ยังจำไม่ได้แบบฉัน... "
เขาก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจที่เจอคนรู้จัก แต่เจ้าขาวกลับกระโจนมาขวางหน้าไว้ มันขู่ฟ่อพลางใช้ดวงตาเรืองแสงจ้องเขม็งมาที่เขา เสียงของมันดังก้องในจิตใจอย่างกราดเกรี้ยวและเร่งรีบ
"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้บื้อ! ฉันเตือนนายว่ายังไง! ห้ามสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเด็ดขาด!! เร็ว! รีบหนีไปเดี๋ยวนี้!"
ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าด้วยความตกใจ
"แต่ขาว... นั่นพี่ที่ทำงานฉันนะ เขาดูแย่มาก..."
"มันเป็นกรรมของเขา! นายอย่าได้เอาตัวนายไปข้องเกี่ยวเด็ดขาด!" เจ้าขาวตะคอกกลับในหัว เสียงสั่นเครือไปด้วยความวิตก "ที่นี่ไม่มีคำว่าคนรู้จัก มีแต่เจ้ากรรมนายเวรที่รอจะลากนายลงไปอยู่ด้วยกัน ถ้าดินแดนนี้มันเห็นว่าจิตนายวอกแวก มันจะขังนายไว้ที่นี่ตลอดกาล... เร็ว! หนีเร็ว!!"
ชายหนุ่มมองร่างของรุ่นพี่เอกที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกัดฟันหันหลังกลับแล้ววิ่งตามร่างโปร่งแสงของเจ้าขาวไป ทิ้งเสียงคร่ำครวญอันโหยหวนไว้เบื้องหลัง...
เจ้าขาวกระโดดลงไปยังรอยแยกนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่เริ่มดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ชายหนุ่มสูดหาย ใจลึกและเดินตามเพื่อนรักของเขาลงไปสู่ นรกภูมิแห่งการชดใช้…
ท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดด้วยความหดหู่ใจ...
" นี่มันเรื่องจริงหรือแค่ฝันร้ายกันแน่? จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายและเป็นปกติสุข ทำไมจู่ๆ ถึงต้องมาติดอยู่ในขุมนรกที่บิดเบี้ยวและไร้ทางออกแบบนี้? "
เขานิ่งเเละพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำเพื่อหาคำตอบ... ว่าตัวเขานั้นเผลอไปทำอะไรผิดพลาดตรงไหน? หรือนี่คือผลจากบาปกรรมที่เขาเคยกระทำไว้ในอดีต? ยิ่งพยายามทบทวน ก็ยิ่งมืดแปดด้าน เหมือนความผิดบาปที่เขาเคยก่อกำลังตามมาทวงคืนทุกอย่างจากเขา
( การกลับมาพบกัน )
ในความเงียบนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่คุ้นเคยเกินจะบรรยาย พร้อมกลิ่นสาบอันชินจมูก ดวงตาเรืองแสงคู่หนึ่งสะท้อนวาบออกมา เขาชะงักหัวใจเต้นแรง พลันมีเสียงขู่ “ฟ่ออ…” ดังตามด้วยเสียงร้องแผ่วเบา“เมี้ยว…”
เขาแทบไม่เชื่อสายตา นั่นคือ “ เจ้า ขาว” แมวที่เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามานานหลายปี
“ เฮ้ย…นี่แกเองเหรอ ขาว! แกมาอยู่นี่ได้ยังไง? ”เสียงตะโกนสั่นเครือด้วยทั้งดีใจและตกใจสุดขีด!
ร่างของเจ้าแมวไม่ใช่เนื้อหนังดังเดิม หากโปร่งแสงราววิญญาณ และทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้น…ไม่ใช่เสียงพูดออกจากปาก แต่ดังก้องในจิตใจเขาเอง
“ใช่... ฉันเอง จิตสุดท้ายที่นายยึดเหนี่ยวไว้ก่อนจะร่วงหล่นลงมาที่นี่ก็คือฉัน และนั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เรามาเจอกันในสภาพปางตายแบบนี้...”
เจ้าขาวทอดสายตามองไปในความมืดที่ไร้จุดจบ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขาด้วยแววตาที่เริ่มมีความหวัง
“ ที่นี่คือปลายทางของพวกที่สิ้นอายุขัย... ในวินาทีที่นายกำลังจะตายที่โลกฝั่งนั้น ฉันเองก็คงกำลังรวยรินอยู่ข้างนายเหมือนกัน จิตของเราถึงได้ถูกดึงดูดเข้ามาในมิติบิดเบี้ยวนี้พร้อมๆ กันยังไงละ ”
เจ้าขาวกระตุกยิ้มที่มุมปาก
ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เมื่อรู้ชะตากรรมของตัวเอง...
ชายหนุ่มถามกลับด้วยความสับสน “แล้วแกมาอยู่นี่นานแค่ไหนแล้ว ขาว?”
เจ้าขาวนิ่งไปครู่หนึ่ง มันกวาดสายตามองความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดรอบกาย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ
“ ที่นี่ไม่มีเวลา... มันไม่มีเช้า ไม่มีค่ำ มีแค่ความหนาวเหน็บที่กัดกินจนถึงกระดูก ฉันบอกไม่ได้หรอกว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นในนรกขุมนี้ ฉันก็เริ่มเดินหา... ฉันซ่อนตัว หลบหลีกพวกปีศาจ เพียงเพราะลึกๆ ในใจมันบอกว่านายกำลังตามมา และฉันต้องรอนายอยู่ที่นี่ ”
มันเว้นวรรค แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า เปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยเป็นท่าทีหงุดหงิดกวนๆ
“ แต่ก็นั่นแหละ! นอกจากความเหงาแล้ว... ฉันยังหิวจนแทบขาดใจ! นรกบ้าอะไรไม่มีแม้แต่ปลาทูสักเข่งให้กิน โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย คิดถึงอาหารเปียกรสปลาทูน่าที่นายชอบแกะให้ตอนเที่ยงคืนใจจะขาดแล้วเนี่ย! ”
ชายหนุ่มที่กำลังซึมเศร้าอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะหลุดขำออกมาทั้งน้ำตา
“ฮ่าๆๆ นี่แก... อยู่ในนรกยังจะห่วงเรื่องกินอีกเหรอวะ?”
“ ก็มันหิวนี่หว่า!”
เจ้าขาวสวนทันควัน
“ถ้าได้กลับไปนะ นายต้องเปิดอาหารเปียกให้ฉันกินสักสิบกระป๋องเลย เข้าใจไหมไอ้ทาส ! ”
ชายหนุ่มยิ้มรับ
“เออ... ได้เลยครับท่าน สิบกระป๋องก็สิบกระป๋อง เดี๋ยวฉันจะจัดให้เป็นบุฟเฟ่ต์เลยเอ้า! แต่อย่าเพิ่งรีบกินจนสำลักล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันต้องตามไปป้อนให้ถึงในฝันอีกรอบแน่ๆ”
เขาหยอกล้อเหมือนปกติที่เคยทำ แต่แล้วเจ้าแมวก็เงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวที่เคยครึกครื้นด้วยการโต้เถียงพลันหนักอึ้งขึ้นอย่างน่าประหลาด ก่อนที่กระแสเสียงแผ่วเบาของเจ้าขาวจะดังขึ้นในจิตของเขาอย่างสั่นเครือ
เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งเสียงเข้ามาในจิตอย่างสั่นเครือ“ ถึงยังงั้น…ฉันก็ดีใจนะ ที่ได้เจอนายอีกครั้ง มันเหมือนกับว่า ”
ไม่ทันที่บทสนทนาจบ เสียงคำรามน่าสยดสยองดังสะท้อนมาจากนอกถ้ำ พื้นดินสั่นสะเทือน ฝูงปีศาจกระหายเลือดรูปร่างอัปลักษณ์วิ่งกรูกันเข้ามา!!
“หนีเร็ว ทางนี้!!”
เสียงเจ้าแมวก้องในหัว ร่างโปร่งแสงของมันกระโจนออกนำไปก่อน ชายหนุ่มไม่มีเวลาคิดไตร่ตรอง ทำได้เพียงวิ่งตามไปด้วยหัวใจที่แทบหลุดออกจากอก
( การหลบหนี )
ทั้งคู่วิ่งหนีสุดชีวิตในความมืดมิด เสียงคำรามของปีศาจยังดังสะท้อนตามหลังไม่ห่าง เจ้าแมวร่างโปร่งแสงนำทางไปอย่างรีบเร่ง พลางบ่นเสียงหงุดหงิดในหัวของชายหนุ่ม
“นี่!! ฉันว่านายน่ะ…คงยังไม่ถึงฆาตหรอก”
ชายหนุ่มที่กําลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยรีบถามสวนกลับทันที“ ไม่ถึงฆาต? พูดอะไรของแก ช่วยอธิบายให้มันเข้าใจหน่อยได้ไหม? ”
เจ้าขาวหันขวับ ก่อนจะด่ากลับไปอย่างหัวเสีย“โธ่ ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย! จะให้พูดยังไงดีละ "
มันกระโดดขึ้นไปเกาะบนโขดหินเพื่อให้อยู่ในระดับสายตา
“ พวกที่ตายไปจริงๆ น่ะเหรอ พอมาถึงที่นี่ พวกเขาจะมีเข็มทิศในใจรู้อยู่แล้วว่าต้องไปที่ไหนต่อ... แต่ที่นายเห็นกลุ่มคนพวกนั้นโดนไล่ฆ่า จนกลายเป็นเหยื่อของ “พวกเก็บกวาด” น่ะ ก็เพราะพวกเขาขัดขืนกฎของที่นี่ต่างหาก!”
เจ้าขาวพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย
“ พอวิญญาณพวกนั้นตื่นตระหนกจนคุมสติไม่อยู่ พวกเขาก็เริ่มดิ้นรนจะกลับโลกมนุษย์ ทั้งที่กฎมันตายตัวไปแล้ว ยมทูตพวกนั้นไม่ได้มาเพื่อนำทางหรอกนะ... พวกมันมาเพื่อ “จัดระเบียบ” ใครที่ขัดขืนหรือพยายามยื้อเวลา พวกมันก็จะจัดการลากลงไปขยี้ทิ้งให้กลายเป็นพลังงานซะ... มันโคตรไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมล่ะ? พวกเขาก็แค่คนที่ยังไม่พร้อมจะจากไป แต่กลับถูกยมทูตลากไปสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนั้น ! ”
ชายหนุ่มพูดสวนไป " ไม่อยากจะเชื่อ? นี่แกพูดมากขนาดนี้เชียวเหรอถึงขั้นด่ากันด้วย ฮ่าๆ ก่อนที่จะยิงมุขต่อ ชายหนุ่มสะดุดกับคำพูดก่อนหน้านี้ ผู้เก็บกวาด? ”
ชายหนุ่มชะงัก " พวกเก็บกวาด " หมายถึงพวกสัตว์ประหลาดนั่นน่ะเหรอ?
เจ้าขาวตอบ…"ก็ไม่เชิงนะ ไอ้พวกเวรนั่นที่ไล่จะงาบเรากิน มันคือพวกสัตว์นรก พวกนั้นมันกระหายเลือดเนื้อมันไม่สนว่าใครเป็นใคร มันต่างจากพวกเก็บกวาดไอ้พวกนั้นของจริง คือมันจะเลือกเฉพาะเหยื่อที่สิ้นอายุขัยที่มีกลิ่นของความตายเท่านั้น!! เอาเป็นว่าเรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ เรามาหลบกันตรงนี้ก่อน "
เจ้าขาวรีบกระโจนเข้าหลบในโพรงหินเล็ก ๆ ชายหนุ่มจึงตามไป ซ่อนตัวพร้อมหอบหายใจแรง...
( การสนทนาในความมืด )
ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยจึงถามกลับ….ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง..ทําไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ ฉันทําบาปอะไรไว้หนักหนา?
เจ้าเเมวตอบกลับ…" ในตอนที่ยังมีชีวิตตัวนายเคยทําอะไรไว้บ้างละ? เเน่นอน นายคงจําไม่ได้ทั้งหมด เเละเมื่อนายหมดอายุขัยลงจริงๆ ถึงตอนนั้นจะได้คําตอบเอง บาป บุญที่นายมีอยู่จะมันจะตัดสินให้นายเอง ว่า จะไปนรก หรือ สวรรค์ "
ชายหนุ่มได้เเต่ ถอนหายใจ…เห้ออ ไม่คิดว่ามันจะต้องมาลงเอยเเบบนี้“แล้วต่อจากนี้จะเอาไงต่อ?” ชายหนุ่มถามเสียงเครียด
เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างสิ้นหวัง“ฉันก็ไม่รู้หรอก ฉันเองก็ติดอยู่ที่นี่มานานแล้วเหมือนกัน”
ชายหนุ่มเม้มปาก ครุ่นคิดหนัก ก่อนสวนเสียงขรึม“ งั้นก็แสดงว่าต้องมีคนแบบฉัน…ที่ยังไม่ถึงฆาตติดอยู่ที่นี่เหมือนกันใช่ไหม ? ”
เจ้าแมวพยักหน้าเบา ๆ
“ก็คงงั้น… เท่าที่ฉันสังเกตนะ เวลาพวกหมดอายุขัยมาใหม่ จะมีพายุหมุนดูดวิญญาณผู้คนรวมถึงบรรดาสัตว์ร่วงลงมาจากฟ้าทีละเป็นแสนเป็นล้านกว่าชีวิต โคตรน่าอนาถ แล้วเดี๋ยวสักพักไอ้พายุนั่นมันก็จะถูกดูดกลับขึ้นไปทางที่มันมานั่นแหละ... ฉันเคยเห็นแสงสีขาวสว่างวาบอยู่ด้านบนโน้นด้วยนะ "
“ ทุกครั้งที่พายุมันดูดวิญญาณพวกนั้นกลับขึ้นไป... ฉันมักจะเห็นแสงสีขาวสว่างวาบเหลือทิ้งไว้แวบหนึ่งเสมอ ”
กวินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“ แสงอะไร? ฉันไม่เห็นเห็นอะไรเลยนอกจากความมืด ”
เจ้าขาวไม่ได้หันมามอง มันยังคงจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า
“ ก็นายเพิ่งมาถึง นายถึงยังไม่เห็นยังไงล่ะ... ฉันจินตนาการไปเองนะว่านั่นไม่ใช่สวรรค์หรอก มันดูเหมือนปากทางของเครื่องจักรที่คอยสูบวิญญาณกลับไปเป็นพลังงานมากกว่า ยิ่งเห็นฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกเราเป็นแค่ขยะที่ถูกคัดเกรดทิ้งลงมา "
เจ้าขาวนิ่งไปก่อนพูดต่อ
“ ฉันเคยเห็นพวกวิญญาณเร่ร่อนคิดที่จะปีนขึ้นไปบนเนินสูงๆ หวังจะกระโจนใส่ไอ้พายุบ้านั่น พวกนั้นน่ะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างบนนั่นมีอะไรรออยู่ เเต่...ในเมื่อพายุหอบวิญญาณเรามาที่นี่ได้ มันก็น่าจะหอบเรากลับไปได้ไม่ใช่หรือไงวะ? ถึงโอกาสรอดจะริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น สำหรับฉันต่อให้ต้องตายเอาดาบหน้า ก็ยังดีกว่าต้องติดอยู่ในนรกขุมนี้ไปวันๆ ”
ชายหนุ่มรีบถามต่อ " แต่แกเป็นแมวนี่กระโดดสูงได้อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองเองล่ะ? "
เจ้าขาวนิ่งพร้อมครางเสียง….
“ แน่นอนว่าฉันเคยคิดจะลอง... แต่ฉันเลิกล้มความคิดนั้นไปนานแล้ว ” เจ้าขาวพ่นลมหายใจแห้งผาก “ นายรู้ไหมว่าแค่คิดจะไปยังจุดนั้น เราต้องฝ่าดงสัตว์นรกนับพันที่คอยดักซุ่มกินร่างคนตายอยู่ทุกตารางนิ้ว การจะหนีขึ้นไปน่ะเหรอ? สำเร็จน้อยมาก... น้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือเลยด้วยซ้ำ นั่นแหละเหตุผลที่ทำให้ฉันถอดใจ ”
สำเร็จ? ชายหนุ่มเบิกตากว้าง " หมายความว่ามีคนหลุดออกไปได้จริงๆเหรอวะ? แล้วไงต่อถ้าหลุดได้ ? "
เจ้าแมวยักไหล่ ส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ ปนเหนื่อยล้า
" ก็นะ... อาจจะมีคนที่รอดไปได้ แต่จำไว้กวิน ไม่มีใครเคยกลับมาเล่าให้ฟังหรอกว่าโลกข้างนอกมันมีจริงไหม "
เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ
" แต่นั่นก็ยังดีกว่าต้องติดอยู่ในนี้ไปตลอดกาลไม่ใช่หรือไง? "
มันหันมาจ้องตาชายหนุ่ม ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม
" ฉันตัดสินใจแล้ว... ฉันจะลองเสี่ยงอีกครั้ง ต่อให้พลาด เราก็แค่ตายแล้วกลับมาเป็นเถ้าถ่าน วนเวียนอยู่ในนรกนี้ไปชั่วนิรันดร์เหมือนเดิม ฮ่าๆ! "
เจ้าขาวถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ท้าทายความตาย
" บอกฉันมาสิ... ในเมื่อเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว นายยังอยากจะลองเสี่ยงไปกับฉันอีกไหมล่ะ? "
กวินนิ่งเงียบไปนาน สายตาจ้องมองผ่านร่างสีขาวโปร่งแสงไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง " ในเมื่อชีวิตที่เหลืออยู่มันก็แค่ขยะ... จะตายอีกกี่ครั้งก็คงไม่ต่างกันหรอก "
เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกลับเจ้าขาวไป...
" นำหน้าไปเลย ขาว... ถ้าฉันต้องกลายเป็นเถ้าถ่านที่นี่ อย่างน้อยก็ได้ตายในฐานะคนที่ 'เลือก' จะเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่คนที่นั่งรอวันตายอยู่เฉยๆ "
“ อีกเรื่องนะที่ฉันจะเตือนนาย ”
เจ้าขาวเอ่ยเตือนโดยไม่หันกลับมามอง
“ พายุหมุนนั่นน่ะมันไม่มีจังหวะหรือเวลาที่แน่นอนหรอก ถ้ามันจะมามันก็มา... บางทีมันอาจจะหายไปนานจนเราเกือบถอดใจ แต่ถ้าจังหวะที่มันกลับมาถึงเมื่อไหร่ เราห้ามพลาดโอกาสนั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม ? ”
" กวินพยักหน้าเงียบๆ พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเป็นระยะจากฝูงอสูรที่เดินผ่านไปไม่ไกล ทั้งคู่เริ่มออกเดินทางโดยไร้บทสนทนา..."
( เส้นทางแห่งซากศพ )
ทั้งสองยังคงหนีเอาชีวิตรอดไปเรื่อย ๆ เส้นทางที่เหยียบย่ำเต็มไปด้วยซากศพนับล้านๆ บางร่างเพิ่งสิ้นใจ เลือดสดยังอาบพื้น บางร่างแห้งกรังจนเหลือเพียงโครงกระดูก กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก เเถมพวกเขาต้องคอยหลบเลี่ยง “ผู้เก็บกวาด” ที่คอยตระเวนอยู่รอบๆ เเละสถานที่อันบิดเบี้ยวนี้ทุกก้าวคือความหวาดผวาที่กัดกินสติ
( ประตูสู่การชดใช้ )
ชายหนุ่มกับเจ้าขาวเดินซิกแซ็กอยู่ตามซากปรักหักพังของอาคารที่ไม่อาจระบุรูปร่างได้ อุณหภูมิของอากาศเริ่มร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้จะไม่มีเปลวไฟให้เห็นชัดๆ แต่ก็รู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าใกล้เตาหลอมขนาดยักษ์
“ดูนั่นสิ…” เจ้าขาวชี้ด้วยจมูกไปที่รอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดิน รอยแยกนั้นทอดยาวราวกับไม่มีสิ้นสุด และส่งกลิ่นเหม็นไหม้ ฉุนขึ้นมา
“ นี่มัน…อะไรกัน? โครตจะร้อนเลยให้ตายสิ ”
เจ้าขาวหันมามองด้วยดวงตาที่จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงของมันดังก้องในจิตใจอย่างหนักแน่น
เจ้าขาว “ ฟังให้ดีนะ ที่เราผ่านมานั่นเป็นแค่ 'ทางเดินของวิญญาณหลงทาง' เท่านั้น แต่ข้างหน้านี่คือ 'ขุมแห่งการลงทัณฑ์'... นั่นคือ หนทางสู่ขุมนรกที่แท้จริง สิ่งที่นายจะเห็นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่คือ ความเจ็บปวดอันเป็น นิรันดร์ของผู้ที่ชดใช้กรรม และที่สำคัญ... ความทุกข์เหล่านั้นมันส่งต่อกันได้!! "
ชายหนุ่ม “ หะ ส่งต่อกันได้ ? ”
เจ้าขาว “ ใช่ ! ห้ามรู้สึกร่วมกับความทุกข์ใดๆ ที่นายเห็น ห้ามแสดงความเมตตา และที่สำคัญที่สุด ห้ามมองตาพวกเขา” เจ้าขาวย้ำเสียงหนัก “พวกเขาอาจจะพยายามดึงนายลงไปร่วมทุกข์ด้วย ดังนั้น นายจะต้องตั้งสติให้มั่น! เพราะถ้าจิตนายอ่อนลงเมื่อไหร่... นายจะ กลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมนรกนี้ทันที ”
ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นจากโพรงหิน ชายหนุ่มพลันชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งที่นั่งคุดคู้พิงก้อนหินอยู่ไม่ไกล ร่างนั้นผอมโซจนเห็นซี่โครง ผิวหนังซีดจางเกือบโปร่งแสงเหมือนคนกำลังจะสลายไป
" พี่... พี่เอก? " ชายหนุ่มหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความไม่แน่ใจ
เขาคือรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าที่สนิทกันมาก แต่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปเมื่อหลายปีก่อน ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่โบ๋กลวงไร้แววพยายาม เพ่งมองมาทางเขา
ใคร... ใครเรียกชื่อฉัน...
เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับเจ้าของร่างลืมวิธีพูดไปนานแล้ว...
" ผมเองพี่! กวิน... กวินไง เราเคยทำงานด้วยกัน จำได้ไหม ? " ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจที่เจอคนรู้จัก แต่เจ้าขาวรีบใช้เท้าหน้าแตะที่แขนเขาเป็นเชิงปราม
" ระวังนะ... จิตของเขาแทบไม่เหลือแล้ว " เจ้าขาวเตือนในหัว
" พี่มาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว? แล้วพี่ไปต่อไม่ได้เหรอ? " ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนใจ
รุ่นพี่เอกหัวเราะขื่นๆ น้ำตาสีดำไหลซึมออกจากเบ้าตา
" นานแค่ไหนเหรอ... ฉันจำไม่ได้แล้ว... ที่นี่ไม่มีเวลา... ความทรงจำของฉันมันค่อยๆ ถูกความมืดที่นี่กัดกินไปทีละนิด... ตอนแรกฉันยังจำหน้าลูกเมียได้... แต่ตอนนี้... ฉันจำไม่ได้แล้วว่าพวกเขาชื่ออะไร... ฉันรู้แค่ว่า... ฉันต้องนั่งรอ... รออะไรก็ไม่รู้... "
ร่างของรุ่นพี่เริ่มสั่นเทา
" หนีไป... ถ้านายยังหนีได้... จงรีบหนีไป... อย่าอยู่ที่นี่จนกระทั่ง 'ชื่อตัวเอง' ก็ยังจำไม่ได้แบบฉัน... "
เขาก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจที่เจอคนรู้จัก แต่เจ้าขาวกลับกระโจนมาขวางหน้าไว้ มันขู่ฟ่อพลางใช้ดวงตาเรืองแสงจ้องเขม็งมาที่เขา เสียงของมันดังก้องในจิตใจอย่างกราดเกรี้ยวและเร่งรีบ
"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้บื้อ! ฉันเตือนนายว่ายังไง! ห้ามสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเด็ดขาด!! เร็ว! รีบหนีไปเดี๋ยวนี้!"
ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าด้วยความตกใจ
"แต่ขาว... นั่นพี่ที่ทำงานฉันนะ เขาดูแย่มาก..."
"มันเป็นกรรมของเขา! นายอย่าได้เอาตัวนายไปข้องเกี่ยวเด็ดขาด!" เจ้าขาวตะคอกกลับในหัว เสียงสั่นเครือไปด้วยความวิตก "ที่นี่ไม่มีคำว่าคนรู้จัก มีแต่เจ้ากรรมนายเวรที่รอจะลากนายลงไปอยู่ด้วยกัน ถ้าดินแดนนี้มันเห็นว่าจิตนายวอกแวก มันจะขังนายไว้ที่นี่ตลอดกาล... เร็ว! หนีเร็ว!!"
ชายหนุ่มมองร่างของรุ่นพี่เอกที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกัดฟันหันหลังกลับแล้ววิ่งตามร่างโปร่งแสงของเจ้าขาวไป ทิ้งเสียงคร่ำครวญอันโหยหวนไว้เบื้องหลัง...
เจ้าขาวกระโดดลงไปยังรอยแยกนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่เริ่มดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ชายหนุ่มสูดหาย ใจลึกและเดินตามเพื่อนรักของเขาลงไปสู่ นรกภูมิแห่งการชดใช้…
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ