รอยเล็บนิรันดร์ : วิญญาณที่ถูกปฏิเสธ

-

เขียนโดย room666_

วันที่ เมื่อวาน เวลา 20.42 น.

  4 ตอน
  0 วิจารณ์
  20 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 21.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

2) การพบเจอ เเละ ผู้ร่วมชะตากรรม

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

….หลังจากที่ชายหนุ่ม ต้องหาทางเอาชีวิตรอด เขาเอาเเต่เดินไปอย่างไร้จุดหมายจนเเทบล้มตัวลงเพราะความเหนื่อยล้าเเละหวาดกลัว จนในที่สุดเขาก็พบเข้ากับโพรงมืดคล้ายถ้ำเล็กๆ จึงเข้าไปซ่อนตัวและหอบหายใจอย่างหนัก

ท่ามกลางความเงียบ ชายหนุ่มได้แต่ครุ่นคิดด้วยความหดหู่ใจ...

 

" นี่มันเรื่องจริงหรือแค่ฝันร้ายกันแน่? จากชีวิตที่เคยเรียบง่ายและเป็นปกติสุข ทำไมจู่ๆ ถึงต้องมาติดอยู่ในขุมนรกที่บิดเบี้ยวและไร้ทางออกแบบนี้? "

เขานิ่งเเละพยายามรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำเพื่อหาคำตอบ... ว่าตัวเขานั้นเผลอไปทำอะไรผิดพลาดตรงไหน? หรือนี่คือผลจากบาปกรรมที่เขาเคยกระทำไว้ในอดีต? ยิ่งพยายามทบทวน ก็ยิ่งมืดแปดด้าน เหมือนความผิดบาปที่เขาเคยก่อกำลังตามมาทวงคืนทุกอย่างจากเขา

 

( การกลับมาพบกัน )


ในความเงียบนั้น อยู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่คุ้นเคยเกินจะบรรยาย พร้อมกลิ่นสาบอันชินจมูก ดวงตาเรืองแสงคู่หนึ่งสะท้อนวาบออกมา เขาชะงักหัวใจเต้นแรง พลันมีเสียงขู่ “ฟ่ออ…” ดังตามด้วยเสียงร้องแผ่วเบา
เมี้ยว…

 

sds

 

 

เขาแทบไม่เชื่อสายตา นั่นคือ “ เจ้า ขาว” แมวที่เคยอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเขามานานหลายปี

เฮ้ย…นี่แกเองเหรอ ขาว! แกมาอยู่นี่ได้ยังไง?
เสียงตะโกนสั่นเครือด้วยทั้งดีใจและตกใจสุดขีด!

 

ร่างของเจ้าแมวไม่ใช่เนื้อหนังดังเดิม หากโปร่งแสงราววิญญาณ และทันใดนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้น…ไม่ใช่เสียงพูดออกจากปาก แต่ดังก้องในจิตใจเขาเอง

ใช่... ฉันเอง จิตสุดท้ายที่นายยึดเหนี่ยวไว้ก่อนจะร่วงหล่นลงมาที่นี่ก็คือฉัน และนั่นคงเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้เรามาเจอกันในสภาพปางตายแบบนี้...

 

เจ้าขาวทอดสายตามองไปในความมืดที่ไร้จุดจบ ก่อนจะหันกลับมาสบตากับเขาด้วยแววตาที่เริ่มมีความหวัง

ที่นี่คือปลายทางของพวกที่สิ้นอายุขัย...  ในวินาทีที่นายกำลังจะตายที่โลกฝั่งนั้น ฉันเองก็คงกำลังรวยรินอยู่ข้างนายเหมือนกัน จิตของเราถึงได้ถูกดึงดูดเข้ามาในมิติบิดเบี้ยวนี้พร้อมๆ กันยังไงละ

 

เจ้าขาวกระตุกยิ้มที่มุมปาก

ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก เมื่อรู้ชะตากรรมของตัวเอง...

ชายหนุ่มถามกลับด้วยความสับสน “แล้วแกมาอยู่นี่นานแค่ไหนแล้ว ขาว?”

 

sds

 

เจ้าขาวนิ่งไปครู่หนึ่ง มันกวาดสายตามองความมืดมิดที่ไร้สิ้นสุดรอบกาย ก่อนจะตอบเสียงเรียบ

ที่นี่ไม่มีเวลา... มันไม่มีเช้า ไม่มีค่ำ มีแค่ความหนาวเหน็บที่กัดกินจนถึงกระดูก ฉันบอกไม่ได้หรอกว่านานแค่ไหน รู้แค่ว่าทันทีที่ฉันลืมตาขึ้นในนรกขุมนี้ ฉันก็เริ่มเดินหา... ฉันซ่อนตัว หลบหลีกพวกปีศาจ เพียงเพราะลึกๆ ในใจมันบอกว่านายกำลังตามมา และฉันต้องรอนายอยู่ที่นี่

 

sds

 

มันเว้นวรรค แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนสีหน้า เปลี่ยนจากความเศร้าสร้อยเป็นท่าทีหงุดหงิดกวนๆ

แต่ก็นั่นแหละ! นอกจากความเหงาแล้ว... ฉันยังหิวจนแทบขาดใจ! นรกบ้าอะไรไม่มีแม้แต่ปลาทูสักเข่งให้กิน โอ๊ย! ฉันจะบ้าตาย คิดถึงอาหารเปียกรสปลาทูน่าที่นายชอบแกะให้ตอนเที่ยงคืนใจจะขาดแล้วเนี่ย!

 

ชายหนุ่มที่กำลังซึมเศร้าอยู่ถึงกับชะงัก ก่อนจะหลุดขำออกมาทั้งน้ำตา

“ฮ่าๆๆ นี่แก... อยู่ในนรกยังจะห่วงเรื่องกินอีกเหรอวะ?”

 

ก็มันหิวนี่หว่า!

 

เจ้าขาวสวนทันควัน

 

ถ้าได้กลับไปนะ นายต้องเปิดอาหารเปียกให้ฉันกินสักสิบกระป๋องเลย เข้าใจไหมไอ้ทาส !

 

ชายหนุ่มยิ้มรับ

“เออ... ได้เลยครับท่าน สิบกระป๋องก็สิบกระป๋อง เดี๋ยวฉันจะจัดให้เป็นบุฟเฟ่ต์เลยเอ้า! แต่อย่าเพิ่งรีบกินจนสำลักล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวฉันต้องตามไปป้อนให้ถึงในฝันอีกรอบแน่ๆ”

 

เขาหยอกล้อเหมือนปกติที่เคยทำ แต่แล้วเจ้าแมวก็เงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศรอบตัวที่เคยครึกครื้นด้วยการโต้เถียงพลันหนักอึ้งขึ้นอย่างน่าประหลาด ก่อนที่กระแสเสียงแผ่วเบาของเจ้าขาวจะดังขึ้นในจิตของเขาอย่างสั่นเครือ

 

เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนส่งเสียงเข้ามาในจิตอย่างสั่นเครือ
ถึงยังงั้น…ฉันก็ดีใจนะ ที่ได้เจอนายอีกครั้ง มันเหมือนกับว่า

 

ไม่ทันที่บทสนทนาจบ เสียงคำรามน่าสยดสยองดังสะท้อนมาจากนอกถ้ำ พื้นดินสั่นสะเทือน ฝูงปีศาจกระหายเลือดรูปร่างอัปลักษณ์วิ่งกรูกันเข้ามา!!

 

sds

 

หนีเร็ว ทางนี้!!

เสียงเจ้าแมวก้องในหัว ร่างโปร่งแสงของมันกระโจนออกนำไปก่อน ชายหนุ่มไม่มีเวลาคิดไตร่ตรอง ทำได้เพียงวิ่งตามไปด้วยหัวใจที่แทบหลุดออกจากอก

 

( การหลบหนี )


ทั้งคู่วิ่งหนีสุดชีวิตในความมืดมิด เสียงคำรามของปีศาจยังดังสะท้อนตามหลังไม่ห่าง เจ้าแมวร่างโปร่งแสงนำทางไปอย่างรีบเร่ง พลางบ่นเสียงหงุดหงิดในหัวของชายหนุ่ม

 

นี่!! ฉันว่านายน่ะ…คงยังไม่ถึงฆาตหรอก

 

ชายหนุ่มที่กําลังหอบหายใจด้วยความเหนื่อยรีบถามสวนกลับทันที
“ ไม่ถึงฆาต? พูดอะไรของแก ช่วยอธิบายให้มันเข้าใจหน่อยได้ไหม? ” 

 

เจ้าขาวหันขวับ ก่อนจะด่ากลับไปอย่างหัวเสีย
โธ่ ไอ้ซื่อบื้อเอ๊ย! จะให้พูดยังไงดีละ "

 

มันกระโดดขึ้นไปเกาะบนโขดหินเพื่อให้อยู่ในระดับสายตา

พวกที่ตายไปจริงๆ น่ะเหรอ พอมาถึงที่นี่ พวกเขาจะมีเข็มทิศในใจรู้อยู่แล้วว่าต้องไปที่ไหนต่อ... แต่ที่นายเห็นกลุ่มคนพวกนั้นโดนไล่ฆ่า จนกลายเป็นเหยื่อของ “พวกเก็บกวาด” น่ะ ก็เพราะพวกเขาขัดขืนกฎของที่นี่ต่างหาก!

 

เจ้าขาวพ่นลมหายใจอย่างหัวเสีย

พอวิญญาณพวกนั้นตื่นตระหนกจนคุมสติไม่อยู่ พวกเขาก็เริ่มดิ้นรนจะกลับโลกมนุษย์ ทั้งที่กฎมันตายตัวไปแล้ว ยมทูตพวกนั้นไม่ได้มาเพื่อนำทางหรอกนะ... พวกมันมาเพื่อ “จัดระเบียบ” ใครที่ขัดขืนหรือพยายามยื้อเวลา พวกมันก็จะจัดการลากลงไปขยี้ทิ้งให้กลายเป็นพลังงานซะ... มันโคตรไม่ยุติธรรมเลยใช่ไหมล่ะ? พวกเขาก็แค่คนที่ยังไม่พร้อมจะจากไป แต่กลับถูกยมทูตลากไปสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่าแบบนั้น !

 

ชายหนุ่มพูดสวนไป  " ไม่อยากจะเชื่อ? นี่แกพูดมากขนาดนี้เชียวเหรอถึงขั้นด่ากันด้วย ฮ่าๆ ก่อนที่จะยิงมุขต่อ ชายหนุ่มสะดุดกับคำพูดก่อนหน้านี้ ผู้เก็บกวาด? ”

ชายหนุ่มชะงัก " พวกเก็บกวาด " หมายถึงพวกสัตว์ประหลาดนั่นน่ะเหรอ?

 

เจ้าขาวตอบ…"ก็ไม่เชิงนะ ไอ้พวกเวรนั่นที่ไล่จะงาบเรากิน มันคือพวกสัตว์นรก พวกนั้นมันกระหายเลือดเนื้อมันไม่สนว่าใครเป็นใคร มันต่างจากพวกเก็บกวาดไอ้พวกนั้นของจริง คือมันจะเลือกเฉพาะเหยื่อที่สิ้นอายุขัยที่มีกลิ่นของความตายเท่านั้น!!  เอาเป็นว่าเรื่องนี้ช่างมันก่อนเถอะ เรามาหลบกันตรงนี้ก่อน "

 

เจ้าขาวรีบกระโจนเข้าหลบในโพรงหินเล็ก ๆ ชายหนุ่มจึงตามไป ซ่อนตัวพร้อมหอบหายใจแรง...

 

( การสนทนาในความมืด )

 

ชายหนุ่มรู้สึกสงสัยจึงถามกลับ….ฉันสงสัยอยู่อย่างหนึ่ง..ทําไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ ฉันทําบาปอะไรไว้หนักหนา?

 

เจ้าเเมวตอบกลับ…" ในตอนที่ยังมีชีวิตตัวนายเคยทําอะไรไว้บ้างละ? เเน่นอน นายคงจําไม่ได้ทั้งหมด เเละเมื่อนายหมดอายุขัยลงจริงๆ ถึงตอนนั้นจะได้คําตอบเอง บาป บุญที่นายมีอยู่จะมันจะตัดสินให้นายเอง ว่า จะไปนรก หรือ สวรรค์ "

 

ชายหนุ่มได้เเต่ ถอนหายใจ…เห้ออ ไม่คิดว่ามันจะต้องมาลงเอยเเบบนี้
แล้วต่อจากนี้จะเอาไงต่อ?” ชายหนุ่มถามเสียงเครียด

 

เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบอย่างสิ้นหวัง
ฉันก็ไม่รู้หรอก ฉันเองก็ติดอยู่ที่นี่มานานแล้วเหมือนกัน

 

ชายหนุ่มเม้มปาก ครุ่นคิดหนัก ก่อนสวนเสียงขรึม
“ งั้นก็แสดงว่าต้องมีคนแบบฉัน…ที่ยังไม่ถึงฆาตติดอยู่ที่นี่เหมือนกันใช่ไหม ? ”

 

เจ้าแมวพยักหน้าเบา ๆ
 

ก็คงงั้น… เท่าที่ฉันสังเกตนะ เวลาพวกหมดอายุขัยมาใหม่ จะมีพายุหมุนดูดวิญญาณผู้คนรวมถึงบรรดาสัตว์ร่วงลงมาจากฟ้าทีละเป็นแสนเป็นล้านกว่าชีวิต โคตรน่าอนาถ แล้วเดี๋ยวสักพักไอ้พายุนั่นมันก็จะถูกดูดกลับขึ้นไปทางที่มันมานั่นแหละ... ฉันเคยเห็นแสงสีขาวสว่างวาบอยู่ด้านบนโน้นด้วยนะ "

 

sds

 

ทุกครั้งที่พายุมันดูดวิญญาณพวกนั้นกลับขึ้นไป... ฉันมักจะเห็นแสงสีขาวสว่างวาบเหลือทิ้งไว้แวบหนึ่งเสมอ

กวินขมวดคิ้วด้วยความงุนงง 

“ แสงอะไร? ฉันไม่เห็นเห็นอะไรเลยนอกจากความมืด ”

 

เจ้าขาวไม่ได้หันมามอง มันยังคงจ้องมองไปที่ความว่างเปล่า

 “ ก็นายเพิ่งมาถึง นายถึงยังไม่เห็นยังไงล่ะ... ฉันจินตนาการไปเองนะว่านั่นไม่ใช่สวรรค์หรอก มันดูเหมือนปากทางของเครื่องจักรที่คอยสูบวิญญาณกลับไปเป็นพลังงานมากกว่า ยิ่งเห็นฉันก็ยิ่งรู้สึกว่าพวกเราเป็นแค่ขยะที่ถูกคัดเกรดทิ้งลงมา "

 

 เจ้าขาวนิ่งไปก่อนพูดต่อ

 “ ฉันเคยเห็นพวกวิญญาณเร่ร่อนคิดที่จะปีนขึ้นไปบนเนินสูงๆ หวังจะกระโจนใส่ไอ้พายุบ้านั่น พวกนั้นน่ะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้างบนนั่นมีอะไรรออยู่  เเต่...ในเมื่อพายุหอบวิญญาณเรามาที่นี่ได้ มันก็น่าจะหอบเรากลับไปได้ไม่ใช่หรือไงวะ? ถึงโอกาสรอดจะริบหรี่จนแทบมองไม่เห็น สำหรับฉันต่อให้ต้องตายเอาดาบหน้า ก็ยังดีกว่าต้องติดอยู่ในนรกขุมนี้ไปวันๆ

 

sds

 

ชายหนุ่มรีบถามต่อ " แต่แกเป็นแมวนี่กระโดดสูงได้อยู่แล้ว ทำไมไม่ลองเองล่ะ? "

 

เจ้าขาวนิ่งพร้อมครางเสียง….

แน่นอนว่าฉันเคยคิดจะลอง... แต่ฉันเลิกล้มความคิดนั้นไปนานแล้ว ” เจ้าขาวพ่นลมหายใจแห้งผาก “ นายรู้ไหมว่าแค่คิดจะไปยังจุดนั้น เราต้องฝ่าดงสัตว์นรกนับพันที่คอยดักซุ่มกินร่างคนตายอยู่ทุกตารางนิ้ว การจะหนีขึ้นไปน่ะเหรอ? สำเร็จน้อยมาก... น้อยจนนับได้ด้วยนิ้วมือเลยด้วยซ้ำ นั่นแหละเหตุผลที่ทำให้ฉันถอดใจ

 

sds

 

สำเร็จ? ชายหนุ่มเบิกตากว้าง " หมายความว่ามีคนหลุดออกไปได้จริงๆเหรอวะ? แล้วไงต่อถ้าหลุดได้ ? "

เจ้าแมวยักไหล่ ส่งเสียงหัวเราะสั้นๆ ปนเหนื่อยล้า  

 

" ก็นะ... อาจจะมีคนที่รอดไปได้ แต่จำไว้กวิน ไม่มีใครเคยกลับมาเล่าให้ฟังหรอกว่าโลกข้างนอกมันมีจริงไหม " 

เจ้าขาวเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ในลำคอ

 

 " แต่นั่นก็ยังดีกว่าต้องติดอยู่ในนี้ไปตลอดกาลไม่ใช่หรือไง? "

มันหันมาจ้องตาชายหนุ่ม ด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม 

 

" ฉันตัดสินใจแล้ว... ฉันจะลองเสี่ยงอีกครั้ง ต่อให้พลาด เราก็แค่ตายแล้วกลับมาเป็นเถ้าถ่าน วนเวียนอยู่ในนรกนี้ไปชั่วนิรันดร์เหมือนเดิม ฮ่าๆ! "

 

เจ้าขาวถามย้ำด้วยน้ำเสียงที่ท้าทายความตาย

" บอกฉันมาสิ... ในเมื่อเราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว นายยังอยากจะลองเสี่ยงไปกับฉันอีกไหมล่ะ? "

 

กวินนิ่งเงียบไปนาน สายตาจ้องมองผ่านร่างสีขาวโปร่งแสงไปสู่ความมืดมิดเบื้องหน้า ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นเริง " ในเมื่อชีวิตที่เหลืออยู่มันก็แค่ขยะ... จะตายอีกกี่ครั้งก็คงไม่ต่างกันหรอก "

 

 เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะตอบกลับเจ้าขาวไป...

 " นำหน้าไปเลย ขาว... ถ้าฉันต้องกลายเป็นเถ้าถ่านที่นี่ อย่างน้อยก็ได้ตายในฐานะคนที่ 'เลือก' จะเดินไปข้างหน้า ไม่ใช่คนที่นั่งรอวันตายอยู่เฉยๆ "

 

อีกเรื่องนะที่ฉันจะเตือนนาย

 

 เจ้าขาวเอ่ยเตือนโดยไม่หันกลับมามอง

 “ พายุหมุนนั่นน่ะมันไม่มีจังหวะหรือเวลาที่แน่นอนหรอก ถ้ามันจะมามันก็มา... บางทีมันอาจจะหายไปนานจนเราเกือบถอดใจ แต่ถ้าจังหวะที่มันกลับมาถึงเมื่อไหร่ เราห้ามพลาดโอกาสนั้นเด็ดขาด เข้าใจไหม ?

 

" กวินพยักหน้าเงียบๆ พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนเป็นระยะจากฝูงอสูรที่เดินผ่านไปไม่ไกล ทั้งคู่เริ่มออกเดินทางโดยไร้บทสนทนา..."

 

( เส้นทางแห่งซากศพ )


ทั้งสองยังคงหนีเอาชีวิตรอดไปเรื่อย ๆ เส้นทางที่เหยียบย่ำเต็มไปด้วยซากศพนับล้านๆ บางร่างเพิ่งสิ้นใจ เลือดสดยังอาบพื้น บางร่างแห้งกรังจนเหลือเพียงโครงกระดูก กลิ่นเหม็นเน่าตลบอบอวลจนแทบหายใจไม่ออก เเถมพวกเขาต้องคอยหลบเลี่ยง “ผู้เก็บกวาด” ที่คอยตระเวนอยู่รอบๆ เเละสถานที่อันบิดเบี้ยวนี้ทุกก้าวคือความหวาดผวาที่กัดกินสติ

 

sds

 

 

( ประตูสู่การชดใช้ )

ชายหนุ่มกับเจ้าขาวเดินซิกแซ็กอยู่ตามซากปรักหักพังของอาคารที่ไม่อาจระบุรูปร่างได้ อุณหภูมิของอากาศเริ่มร้อนขึ้นอย่างน่าประหลาด แม้จะไม่มีเปลวไฟให้เห็นชัดๆ แต่ก็รู้สึกราวกับกำลังเดินเข้าใกล้เตาหลอมขนาดยักษ์

 

ดูนั่นสิ… เจ้าขาวชี้ด้วยจมูกไปที่รอยแยกขนาดใหญ่บนพื้นดิน รอยแยกนั้นทอดยาวราวกับไม่มีสิ้นสุด และส่งกลิ่นเหม็นไหม้      ฉุนขึ้นมา

 

“ นี่มัน…อะไรกัน? โครตจะร้อนเลยให้ตายสิ ” 

เจ้าขาวหันมามองด้วยดวงตาที่จริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เสียงของมันดังก้องในจิตใจอย่างหนักแน่น

 

เจ้าขาว ฟังให้ดีนะ ที่เราผ่านมานั่นเป็นแค่ 'ทางเดินของวิญญาณหลงทาง' เท่านั้น แต่ข้างหน้านี่คือ 'ขุมแห่งการลงทัณฑ์'... นั่นคือ หนทางสู่ขุมนรกที่แท้จริง สิ่งที่นายจะเห็นไม่ใช่ภาพลวงตา แต่คือ ความเจ็บปวดอันเป็น นิรันดร์ของผู้ที่ชดใช้กรรม และที่สำคัญ...       ความทุกข์เหล่านั้นมันส่งต่อกันได้!! "

 

ชายหนุ่ม “ หะ ส่งต่อกันได้ ? ”

 

เจ้าขาวใช่ ! ห้ามรู้สึกร่วมกับความทุกข์ใดๆ ที่นายเห็น ห้ามแสดงความเมตตา และที่สำคัญที่สุด ห้ามมองตาพวกเขา” เจ้าขาวย้ำเสียงหนัก “พวกเขาอาจจะพยายามดึงนายลงไปร่วมทุกข์ด้วย ดังนั้น นายจะต้องตั้งสติให้มั่น! เพราะถ้าจิตนายอ่อนลงเมื่อไหร่... นายจะ   กลายเป็นส่วนหนึ่งของขุมนรกนี้ทันที

 

ขณะที่ทั้งคู่กำลังจะก้าวพ้นจากโพรงหิน ชายหนุ่มพลันชะงัก สายตาเขาเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งที่นั่งคุดคู้พิงก้อนหินอยู่ไม่ไกล ร่างนั้นผอมโซจนเห็นซี่โครง ผิวหนังซีดจางเกือบโปร่งแสงเหมือนคนกำลังจะสลายไป

 

" พี่... พี่เอก? " ชายหนุ่มหลุดปากเรียกชื่อนั้นออกมาด้วยความไม่แน่ใจ

เขาคือรุ่นพี่ที่ทำงานเก่าที่สนิทกันมาก แต่เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปเมื่อหลายปีก่อน ร่างนั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่โบ๋กลวงไร้แววพยายาม   เพ่งมองมาทางเขา

 

 ใคร... ใครเรียกชื่อฉัน...

 เสียงนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ ราวกับเจ้าของร่างลืมวิธีพูดไปนานแล้ว...

 

" ผมเองพี่! กวิน... กวินไง เราเคยทำงานด้วยกัน จำได้ไหม ? " ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจที่เจอคนรู้จัก แต่เจ้าขาวรีบใช้เท้าหน้าแตะที่แขนเขาเป็นเชิงปราม

 

" ระวังนะ... จิตของเขาแทบไม่เหลือแล้ว " เจ้าขาวเตือนในหัว

 

" พี่มาอยู่ที่นี่นานแค่ไหนแล้ว? แล้วพี่ไปต่อไม่ได้เหรอ? " ชายหนุ่มถามด้วยความร้อนใจ

รุ่นพี่เอกหัวเราะขื่นๆ น้ำตาสีดำไหลซึมออกจากเบ้าตา

 

" นานแค่ไหนเหรอ... ฉันจำไม่ได้แล้ว... ที่นี่ไม่มีเวลา... ความทรงจำของฉันมันค่อยๆ ถูกความมืดที่นี่กัดกินไปทีละนิด... ตอนแรกฉันยังจำหน้าลูกเมียได้... แต่ตอนนี้... ฉันจำไม่ได้แล้วว่าพวกเขาชื่ออะไร... ฉันรู้แค่ว่า... ฉันต้องนั่งรอ... รออะไรก็ไม่รู้... "

 

ร่างของรุ่นพี่เริ่มสั่นเทา

" หนีไป... ถ้านายยังหนีได้... จงรีบหนีไป... อย่าอยู่ที่นี่จนกระทั่ง 'ชื่อตัวเอง' ก็ยังจำไม่ได้แบบฉัน... "

 

เขาก้าวเข้าไปหาด้วยความดีใจที่เจอคนรู้จัก แต่เจ้าขาวกลับกระโจนมาขวางหน้าไว้ มันขู่ฟ่อพลางใช้ดวงตาเรืองแสงจ้องเขม็งมาที่เขา เสียงของมันดังก้องในจิตใจอย่างกราดเกรี้ยวและเร่งรีบ

 

"หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะไอ้บื้อ! ฉันเตือนนายว่ายังไง! ห้ามสนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเด็ดขาด!! เร็ว! รีบหนีไปเดี๋ยวนี้!"

 

ชายหนุ่มชะงักฝีเท้าด้วยความตกใจ

 

 "แต่ขาว... นั่นพี่ที่ทำงานฉันนะ เขาดูแย่มาก..."

 

"มันเป็นกรรมของเขา! นายอย่าได้เอาตัวนายไปข้องเกี่ยวเด็ดขาด!" เจ้าขาวตะคอกกลับในหัว เสียงสั่นเครือไปด้วยความวิตก "ที่นี่ไม่มีคำว่าคนรู้จัก มีแต่เจ้ากรรมนายเวรที่รอจะลากนายลงไปอยู่ด้วยกัน ถ้าดินแดนนี้มันเห็นว่าจิตนายวอกแวก มันจะขังนายไว้ที่นี่ตลอดกาล... เร็ว! หนีเร็ว!!"

 

ชายหนุ่มมองร่างของรุ่นพี่เอกที่ค่อยๆ เลือนหายไปในเงามืดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกัดฟันหันหลังกลับแล้ววิ่งตามร่างโปร่งแสงของเจ้าขาวไป ทิ้งเสียงคร่ำครวญอันโหยหวนไว้เบื้องหลัง...

 

sds

 

เจ้าขาวกระโดดลงไปยังรอยแยกนั้นอย่างเด็ดเดี่ยว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่เริ่มดังขึ้นมาจากเบื้องล่าง ชายหนุ่มสูดหาย ใจลึกและเดินตามเพื่อนรักของเขาลงไปสู่ นรกภูมิแห่งการชดใช้…

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา