รอยเล็บนิรันดร์ : วิญญาณที่ถูกปฏิเสธ

-

เขียนโดย room666_

วันที่ เมื่อวาน เวลา 20.42 น.

  4 ตอน
  0 วิจารณ์
  27 อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 21.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

1) พันธะสีขาว และเงาแห่งโรคร้าย

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
( พันธะสีขาว และเงาแห่งความตาย )
 
ในบรรดาสัตว์เลี้ยงที่มนุษย์เลือกมาเป็นเพื่อนแก้เหงา "แมว" มักอยู่ลำดับต้นๆ เสมอ ไม่ใช่แค่เพราะรูปลักษณ์ที่น่าเอ็นดู แต่เพราะความเชื่อโบราณที่ว่า... การที่แมวสักตัวเดินเข้ามาในชีวิตเราอาจไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ "แรงดึงดูดจากกรรมเก่า" ที่ผูกพันกันมาตั้งแต่อดีตชาติ
 

 
( การพบเจอ )
 
เย็นวันหนึ่ง ลูกแมวตัวผู้สีขาวโพลนเหมือนสำลี ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าบ้านชายหนุ่ม ( กวิน ) วัยสามสิบต้นๆ ผู้รักสันโดษและขีดเส้นแบ่งโลกส่วนตัวไว้อย่างชัดเจน แรกเริ่มเขาปฏิเสธที่จะรับภาระใดๆ เข้ามาในชีวิต แต่ดวงตากลมใสกับเสียงร้องแหบพร่าคู่นั้นกลับพังทลายกำแพงในใจเขาลงอย่างง่ายดาย เขาตัดสินใจเปิดประตูรับ "ความวุ่นวายที่น่ารัก" นี้เข้ามา พร้อมตั้งชื่อให้สมาชิกใหม่ว่า “เจ้าขาว”
 

 
( กาลเวลาแห่งพันธะ )
 
 วันเวลาผ่านไป ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับแมวก็ค่อยๆ ซึมลึกลงในทุกอณูของชีวิต จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน ในวันที่เขาล้มป่วย เจ้าขาวไม่เคยห่างไปไหน มันจะคอยนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงเงียบๆ ราวกับพยายามจะช่วยแบกรับความเจ็บปวดนั้นไว้ ไม่ว่าเขาจะเดินไปมุมไหนของบ้าน เงาสีขาวนวลจะคอยตามติดเป็นเงาตามตัวเสมอ สำหรับชายที่ไม่มีพันธะทางครอบครัว... แมวตัวนี้จึงไม่ใช่แค่สัตว์เลี้ยง แต่มันคือ "โลกทั้งใบ" ที่เขาเหลืออยู่
 
ทว่า... ความผิดปกติกลับคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ สัญญาณแรกไม่ใช่ความเจ็บปวด แต่เป็นความอ่อนเพลียที่ไร้สาเหตุ และที่ประหลาดกว่านั้นคือปฏิกิริยาของเจ้าขาว
มันเริ่มทำตัวแปลกไป เจ้าขาวไม่ร้องอ้อนเหมือนเคย แต่มักจะมานั่งจ้องหน้าเขาด้วยแววตาวิตกกังวลลึกซึ้ง บางครั้งมันจะส่งเสียงครางต่ำในลำคอ ราวกับกำลังขู่คำรามใส่ "บางอย่าง" ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา... บางอย่างที่มนุษย์มองไม่เห็น
 
( ร่างกายที่สูญสลาย )
 
ความจริงเริ่มปรากฏชัดเมื่อร่างกายของเขาทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว น้ำหนักลดฮวบ ผิวหนังซีดเซียวจนเห็นเส้นเลือด เส้นผมหลุดร่วงเป็นกระจุก ราวกับนาฬิกาชีวิตถูกเร่งให้เดินเร็วขึ้นจนผิดธรรมชาติ เขาถูกส่งตัวเข้ากระบวนการรักษาที่กัดกินทั้งกายและใจ ยิ่งรักษาก็ยิ่งเหมือนซากศพที่ยังมีลมหายใจ มีเพียงญาติห่างๆ คนเดียวที่คอยมาดูแลตามหน้าที่
เมื่อกลับมาพักฟื้นที่บ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือสวมกอดร่างสีขาวนั้นไว้ แม้จะรู้สึกได้ว่าเจ้าขาวเองก็ดูซูบผอมและอ่อนแรงลงไปมากเช่นกัน ความอบอุ่นในอ้อมกอดนั้นปนเปไปด้วยกลิ่นอายของจุดจบ... เขารู้ดีว่าตัวเองยังไม่หายขาด และเจ้าขาวเองก็ดูเหมือนกำลังจะ "หมดเวลา" ลงทุกที
"ยิ่งชายหนุ่มทรุดโทรมลงจากโรคร้ายที่กัดกินร่างกาย สิ่งหนึ่งที่เขามองข้ามไปคือความเปลี่ยนแปลงของเจ้าขาว มันเริ่มจากการเบื่ออาหารและเงียบขรึมลงอย่างผิดตา เจ้าขาวมักจะมานั่งขดตัวอยู่ข้างกายเขาบ่อยขึ้น ไม่ใช่เพื่ออ้อนเหมือนวันวาน แต่เหมือนมันกำลังพยายาม 'ซึมซับ' ความเจ็บปวดไปจากเขา
ทุกครั้งที่เขาไออย่างรุนแรงจนร่างกายสั่นสะท้าน เจ้าขาวจะสะดุ้งตัวสั่นและหมอบนิ่งราวกับเจ็บปวดไม่แพ้กัน ยิ่งกระบวนการรักษาดุเดือดเท่าไหร่ ขนสีขาวที่เคยนุ่มฟูของมันก็ยิ่งหลุดร่วง และแววตากลมใสก็เริ่มขุ่นมัวลงทุกวันอย่างน่าใจหาย
ทางการแพทย์อาจนิยามว่ามันป่วยเพราะความเครียดตามเจ้าของ... แต่ในห้วงความรู้สึก ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าเจ้าขาวกำลัง 'ร่วมแบกรับ' ชะตากรรมที่หนักอึ้งนี้ไปพร้อมกับเขา จนกระทั่งวันที่เขากลับมาจากโรงพยาบาล ร่างที่สั่นเทาและซูบผอมของแมวตัวน้อย ก็แทบไม่เหลือเค้าลางของสิ่งมีชีวิตที่เคยร่าเริงในวันแรกที่พบกัน"
 
( ฝันร้าย )
 
...กระทั่งคืนหนึ่ง ขณะชายหนุ่มหลับใหล เขาฝันว่าตัวเองตื่นขึ้นมาในสถานที่อันมืดดำและชวนขนลุก สายลมร้อนระอุพัดมาพร้อมเสียงกรีดร้องก้องกังวานรอบด้าน 
 
( ดินแดนผู้ตกหล่น  )
 
เขาลืมตาขึ้นมาในสถานที่อันมืดดำ อากาศหน่วงหนักกลิ่นกำมะถันโชยแตะจมูก รอบตัวเต็มไปด้วยเนินเขาเถ้าถ่านและเปลวไฟสีม่วงดำที่ลุกโหม เสียงกรีดร้องก้องกังวานไปทั่ว เขาเห็นร่างเปลือยเปล่านับล้านเกลื่อนกลาด บ้างร่ำไห้ บ้างนั่งทรุดด้วยความสิ้นหวัง
 

 
ในความฝัน…เขาก้าวเดินไปด้วยหัวใจที่สั่นระรัว และภาวนาให้สิ่งที่เขากำลังเผชิญเป็นแค่ฝันร้าย บรรยากาศรอบๆ ตัวของเขาเต็มไปด้วยเนินหิน เส้นทางชันคดเคี้ยว และเปลวไฟลุกโหมล้อมรอบไม่สิ้นสุด ทุกย่างก้าวจะพบผู้คนอีกมากมาย สภาพไม่ต่างจากเขาวิญญาณที่ไร้ที่พึ่ง ถูกพันธนาการด้วยความทุกข์ทรมาน…
 

 
( ฝูงคนไร้ที่พึ่ง )
เขาเดินไปตามทางที่มีแต่ความมืด และเริ่มตระหนักว่าผู้คนที่ติดอยู่ในที่แห่งนี้มิใช่หลักพันหรือหมื่น แต่น่าจะเป็นหลัก “แสนถึงหลักล้านหรืออาจจะมากกว่านั้น” ร่างของผู้คนหลากเชื้อชาติ หลากภาษา ต่างเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วพื้นที่ บ้างกรีดร้อง บ้างร่ำไห้ บ้างนั่งทรุดด้วยความสิ้นหวัง สายตาแต่ละคู่สะท้อนความกลัวจนแทบเสียสติ
 
เขายกมือขึ้นสัมผัสร่างกาย แต่กลับรู้สึกถึงความ เบาโหวงและโปร่งแสง ราวกับร่างของเขาไม่ใช่สสารจริง ๆ เมื่อก้มมองลงไป ก็พบว่าตัวเองกำลังยืนอยู่บนพื้นดินที่แห้งแตกระแหงและร้อนระอุ มันเป็นโลกที่ไร้ซึ่งดวงอาทิตย์ ไร้ซึ่งดวงดาว มีเพียงแสงสลัว ๆ สีแดงฉานที่ส่องมาจากรอยแยกบนพื้นโลก
 
รอบกายเขาคือ ฝูงผู้คนนับเเสนนับล้าน ที่เดินทอดน่องไปอย่างไร้จุดหมาย พวกเขามาจากทุกเชื้อชาติ บางคนยังสวมใส่ชุดนอน บางคนอยู่ในชุดทำงานเครื่องแบบสะอาดสะอ้าน หรือแม้กระทั่งชุดราตรีราคาแพง
 
( ความไม่ยอมรับและเสียงกระซิบแห่งความสับสน )
 
ชายหนุ่มฟังเสียงกระซิบที่ดังอื้ออึงไปทั่วเสียงแห่งความสับสนและความไม่ยอมรับ..

“ไม่จริงน่า! เมื่อกี้ฉันยังขับรถอยู่กับครอบครัว แล้วมาโผล่ในที่บ้าๆ นี่ได้ยังไง!”  เสียงผู้ชายคนหนึ่งพูดอย่างสิ้นหวัง
 
“ฉันยังไม่ตาย... ฉันแค่ฝันไป... ฉันต้องกลับไปทำงาน!”  เสียงผู้หญิงในชุดสูทพึมพำกับตัวเองซ้ำ ๆ
 
“ที่นี่มันไม่ใช่สวรรค์อย่างที่เคยสอนไว้!”  อีกเสียงตะโกนอย่างคลุ้มคลั่ง
 


 
เขาเริ่มตระหนักแล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เขาตายแล้ว... และโลกหลังความตายที่ว่านี้... มันคือความว่างเปล่าที่โหดร้าย
ทันใดนั้น เสียงกระซิบทั้งหมดก็ถูกกลบด้วย เสียงดังกังวานและทรงพลัง ที่สั่นสะเทือนไปทั่วพื้นที่!!
 

“หยุด! อย่าแตกแถว!”
 
ทุกคนหันไปมองต้นเสียง และเห็น ร่างเงาสีดำทะมึนขนาดใหญ่ ที่สูงกว่าวิญญาณปกติหลายเท่าตัว เขาเดินเข้ามาพร้อมเเรงสั่นสะ เทือนราวกับเเผ่นดินไหวพร้อมอาวุธข้างกาย พร้อมกับขับไล่วิญญาณอื่นๆ ร่างเงานั้นทำหน้าที่ ต้อน กลุ่มวิญญาณให้เคลื่อนไปข้างหน้า   อย่างช้าๆ
 


 
ชายหนุ่มรู้สึกถึง อำนาจอันเย็นชาและไร้ความเมตตา ที่แผ่ออกมาจากร่างเงาเหล่านั้น เขาพยายามหนี แต่ขาของเขาถูกตรึงไว้ด้วยความตื่นตระหนก... ก่อนที่เงาขนาดใหญ่ของอสูรตนนั้นจะมาถึงตัวเขาในอีกเพียงก้าวเดียว
 
( บางอย่างอันน่าสะพรึงกลัว )
ทันใดนั้น บางสิ่งมหึมาพุ่งทะยานมากลางฝูงชน ร่างนั้นทั้งบิดเบี้ยวและน่าสยดสยอง จะว่าคล้ายมนุษย์ก็ไม่ใช่ จะว่าสัตว์ก็ไม่เชิง มันถืออาวุธง้าวยักษ์ในมือเดียวพร้อมปีกด้านหลัง ฟาดฉับลงไปเพียงครั้งเดียว เสียงเนื้อฉีกขาดดังก้องสนั่น ร่างผู้คนแตกกระจายอย่างน่าสยดสยอง เขายืนตะลึงหัวใจเกือบหยุดเต้น ก่อนสติเเตกกระเจิงไปกับฝูงชน
 
เเต่ทว่า..กลับมีสิ่งประหลาดเกิดขึ้น ??
เมื่อเขาเผชิญหน้ากับอสูรร่างนั้น มันกลับหันหน้าหนีราวกับเขาเป็นเพียงอากาศ ความสงสัยเพียงวูบหนึ่งแวบเข้ามา แต่เขาไม่อาจมัวชั่งใจ รีบวิ่งหนีต่อไป ทั้งล้มลุกคลุกคลาน ปีนป่ายไร้ทิศทางพร้อมบาดแผลมีทั่วตัว
เขาพยายามเรียกชื่อตัวเอง แต่ไม่มีเสียงใด ๆ ออกมา มีเพียงเสียง หวีดหวิวโหยหวน ที่ดังมาจากทุกทิศทาง เสียงนั้นไม่ใช่เสียงร้องขอความช่วยเหลือ แต่เป็นเสียงของ ความสับสนและความสิ้นหวังที่ถูกยืดเยื้อ
ไม่ไกลจากเขา มี วิญญาณนับพัน กำลังเดินทอดน่องไปอย่างไร้จุดหมาย พวกเขาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ แต่สีหน้าว่างเปล่า ราวกับถูกลบความทรงจำและเป้าหมายในชีวิตออกไปจนหมดสิ้น บางคนพยายามพูดคุยกัน แต่ไม่มีเสียง และเมื่อสัมผัสกัน วิญญาณเหล่านั้นก็ทะลุผ่านกันไปอย่างง่ายดาย
 
ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่านี่ไม่ใช่ความฝัน
“เขาตายแล้ว... และโลกหลังความตายที่ว่านี้... มันคือความว่างเปล่าที่โหดร้าย”
 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา