CHESS:พลิกกระดานเทพ

10.0

เขียนโดย TKFD

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เวลา 01.14 น.

  59 ตอน
  5 วิจารณ์
  30.94K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 01.16 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

59) ตอนที่ 18.3 แคมป์?

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
       หลังจากฝึกกับลีน่าจนพอใจ ทั้งสองก็หยุดการฝึก ก่อนที่อากิหมุนตัวกลับไปพร้อมลมหายใจที่ยังคงอุ่นจากการฝึก ก่อนจะเห็นโจเซฟ ฟลังโก้และคนอื่นๆ ยืนดูอยู่ไม่ไกลนัก
 
       อากิหันไปมองลีน่าเล็กน้อย เพื่อสังเกตว่าเธอไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร พิมองดูก็เห็นสีหน้าดูผ่อนคลายมากกว่าก่อนหน้า เขาจึงก้าวเดินเข้าไปหาทุกคน พร้อมส่งสายตาชวนเธอไปด้วยกัน
 
 
 
       "อากิ:ไปหาคนอื่นๆกัน"
 
 
 
       "ลีน่า:ค่ะ"
 
 
 
       ทั้งคู่เดินเข้าไปหาอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศรอบตัวเริ่มคลายความตึงเครียดจากการฝึกก่อนหน้า
 
       เมื่อมาถึง อากิยื่นมือออกไปหาฟลังโก้โดยไม่ลังเล ฟลังโก้ที่เห็นเช่นนั้นก็รับมือเขาไว้ทันที
 
 
 
       "อากิ:ผมอากิ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
 
 
 
       "ฟลังโก้:ฉันฟลังโก้ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
 
 
 
       มือทั้งสองจับกันแน่น เป็นการทักทายที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
 
       หลังจากนั้นอากิก็เดินไล่จับมือทักทายคนอื่นๆ ทีละคนอย่างเป็นมิตร แต่ละคนต่างตอบรับกลับด้วยรอยยิ้มและคำแนะนำตัว บรรยากาศค่อยๆ อบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
 
 
 
       "อากิ:หวังว่าหลังจากนี้เราจะสนิทกันมากขึ้นนะครับ"
 
 
 
       "ฟลังโก้:ฮ่าฮ่า แน่นอนๆ"
 
 
 
       เสียงหัวเราะเบาๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งเป็นกันเองมากขึ้น
 
เมื่อแนะนำตัวกันครบ อากิก็หันไปหาโจเซฟทันที สีหน้ากลับมาเป็นจริงจังเล็กน้อย
 
 
 
       "อากิ:โจเซฟ นายได้เก็บดาบฉันมาไหม เพราะเหมือนดาบฉันมันจะหายไป"
 
 
 
       "โจเซฟ:ไม่ต้องห่วง ฉันเอามาให้แน่นอน"
 
 
 
       โจเซฟหยิบดาบยาวแห่งการลงทัณฑ์ออกมา ก่อนจะยื่นคืนให้เจ้าของอย่างระมัดระวัง
 
       อากิรับมันมาแล้วตรวจสอบสภาพทันที สายตาของเขากวาดไปตามคมดาบอย่างละเอียด
 
 
 
       "อากิ:ตัวดาบไม่มีรอยความเสียหาย แต่เหมือนคมจะลดลงนะ"
 
 
 
       "โจเซฟ:ฉันนึกว่ามันจะเสียหายมากกว่านี้ซะอีก เพราะก่อนหน้านี้นายใช้งานมันหนักมาก"
 
 
 
       "อากิ:ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
 
 
 
       คริสที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างสนใจ
 
 
 
       "คริส:หรือเพราะมันเป็นไอเทมระดับแรร์ครับ มันเลยทนทานกว่าปกติ"
 
 
 
       อากิครุ่นคิดเล็กน้อย พลางมองดาบในมืออีกครั้ง
 
 
 
       "อากิ:อืม...ก็น่าจะใช่ เพราะความสามารถของมันก็ไม่ได้เสริมด้านความคงทนด้วย น่าจะเพราะระดับของมันจริงๆ"
 
 
 
       ในจังหวะนั้นเอง อาซิมที่เงียบฟังอยู่ก็เดินเข้ามาหา สีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย
 
 
 
       "อาซิม:นายได้ดาบนี้มาจากหีบสมบัติใช่ไหม"
 
 
 
       "อากิ:ใช่"
 
 
 
       "อาซิม:อืม...ถ้างั้นฉันจะขอถามความสามารถของดาบนี้ได้ไหม"
 
 
 
       คำถามนั้นทำให้บรรยากาศชะงักไปเล็กน้อย ฟลังโก้ขยับตัวเหมือนจะห้าม เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัว
 
       แต่ก่อนที่เขาจะได้พูด อากิก็ตอบออกมาอย่างสบายๆ
 
 
 
       "อากิ:ได้แน่นอน เพราะยังไงความสามารถของมันก็ไม่ได้เว่อวังอะไรมาก แค่มีโอกาส ตอนฟันแบบน้อยมากๆ มันจะมีแสงสว่างจ้าออกมา"
 
 
 
       "โยเซฟ:แค่แสงสว่างออกมาแค่นั้นเหรอ"
 
 
 
       โจเซฟส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะอธิบายเพิ่ม
 
 
 
       "โจเซฟ:มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ เพราะฉันที่เคยได้เห็นแล้ว บอกเลยว่ามันสว่างมากๆ จนทำให้หลับตาอยู่ก็เห็นแสงนั้นได้เลย"
 
 
 
       "โยเซฟ:แบบนั้นมันแรงเท่าระเบิดแฟลชเลยนะ"
 
 
 
       "อากิ:ผมก็ไม่รู้ว่าแรงเท่าไหม เพราะไม่เคยโดนระเบิดแฟลชมาก่อน"
 
 
 
       โยเซฟหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ
 
 
 
       "โยเซฟ:ตอนฉันเป็นทหารเคยโดนระเบิดแฟลชอยู่ ถึงตอนนั้นจะหลับตาทัน ฉันก็สัมผัสได้ถึงแสงที่มาจากระเบิดแฟลชนั้นอยู่ดี"
 
 
 
      อากิก้มมองดาบในมืออีกครั้ง คราวนี้สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยปนสนใจ
 
 
 
       "อากิ:อืม มันดีจริงๆใช่ไหมเนี่ย"
 
 
 
       น้ำเสียงของเขาแฝงความเคลือบแคลงเล็กน้อย เพราะตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ความสามารถนั้นแทบไม่เคยแสดงออกมาให้เห็นเลย
 
       โจเซฟที่สังเกตเห็นก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้น
 
 
 
       "โจเซฟ:ถึงความสามารถของมันจะไม่ค่อยได้ใช้ แต่ความทนทานของมันของจริงแน่นอน"
 
 
 
       คำพูดนั้นทำให้อากิย้อนนึกถึงสิ่งที่เขาใช้ดาบเล่มนี้ทำมา
 
ทั้งฟันมอนสเตอร์ ฟันโล่ และกวาดศัตรูหลายตัวในครั้งเดียว
 
       แต่ถึงจะใช้งานหนักขนาดนั้น ดาบกลับแทบไม่มีร่องรอยความเสียหายเลยแม้แต่น้อย เขาจึงพยักหน้ารับเบาๆ
 
 
 
       "อากิ:ก็จริง"
 
 
 
       หลังจากนั้นเขาก็เก็บมันลงในช่องเก็บของ ก่อนจะหันไปหาพวกฟลังโก้ที่ยืนอยู่ไม่ไกล
 
 
 
       "อากิ:แล้วพวกคุณมีแผนจะทำยังไงกันต่อครับ"
 
 
 
       "ฟลังโก้:ก็มีคุยกันไว้คร่าวๆแล้วว่าจะกลับแคมป์กัน และจะเอาปลาไปแลกแต้มไปแลกของสักหน่อย"
 
 
 
       'อากิ:ห่ะ แต้ม? ร้านค้ามันใช้เหรียญไม่ใช่เหรอ แต้มคืออะไร'
 
 
 
       ทันทีที่ได้ยินคำว่า แต้ม อากิก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรงๆ
 
 
 
       "อากิ:เดี๋ยวนะ แต้มคืออะไร?"
 
 
 
       ฟลังโก้ที่ได้ยินคำถามนั้นก็งงไปเล็กน้อย ขณะที่โจเซฟซึ่งพอเข้าใจสถานการณ์ก็รีบอธิบายขึ้นทันที
 
  
 
       "โจเซฟ:พอดีอากิเขาร่อนเร่คนเดียวตั้งแต่เข้ามานี้ และยังไม่เคยไปแคมป์ไหนเลย เขาเลยไม่รู้จักแต้มนะ"
 
 
 
       ฝั่งฟลังโก้ที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองอากิทันที
 
 
 
       "อาซิม:เดี๋ยวๆนายจะบอกว่านายเอาชีวิตรอดคนเดียวจนมาถึงตอนนี้เลยเหรอ"
 
 
 
       "อากิ:ฉันก็เอาชีวิตรอดมาคนเดียวมาตลอดจริงนั่นแหละ แต่ฉันก็เคยเจอคนอื่นอยู่นะ"
 
 
 
       "ลีน่า:พี่เคยเจอคนอื่นก่อนมาเจอพวกเราด้วยเหรอคะ"
 
 
 
       "อากิ:ใช่"
 
 
 
       "ลีน่า:แล้วเจอมากี่คนเหรอคะ เผื่อพวกเรารู้จัก"
 
 
 
       "อากิ:ก็เจอมา 1 คนชื่อ อารุโตะ อยู่ด้วยกัน 2-3 วันก็แยกกันไป"
 
 
 
       'อากิ:ถึงจริงๆเขาจะแอบหนีไปก็เถอะ'
 
 
 
        "ลีน่า:คือ...คนเดียวเหรอคะ"
 
 
 
        "อากิ:อืม"
 
 
 
        "ทุกคน:..."
 
 
 
       บรรยากาศรอบข้างเงียบลงในทันที ราวกับทุกคนหยุดคิดไปพร้อมกัน เพราะสิ่งที่อากิพูดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
 
       เพราะในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ การเอาชีวิตรอดเพียงลำพังเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง แต่อากิกลับทำมันมาได้จรถึงตอนนี้
 
 
 
        'ฟลังโก้:จะบอกว่าในเวลาเกือบ 1 หรือ 2 เดือนนี้เขาเอาชีวิตรอดมาคนเดียวตลอดจนมาถึงตอนนี้เหรอ บ้าหรือไงกัน'
 
 
 
        'อาซิม:หรือในเรื่องเล่าที่ว่าเขาแข็งแกร่งมากๆจะมาจากที่เขาเอาชีวิตรอดมาคนเดียว?'
 
 
 
       'โจเซฟ:ก็ไม่รู้มากหรอกว่าก่อนหน้านี้เขาเจออะไรมาบ้าง แต่ดูจากวิธีสู้ที่ชอบเข้าไปสู้คนเดียวและทุ่มสุดตัวแบบนั้นคงมาจากนิสัยอยู่คนเดียวแน่ๆ'
 
 
 
       'ลีน่า:พี่อากิอยู่คนเดียวมาตลอด...น่าสงสารจัง'
 
 
 
       ลีน่าเดินเข้ามากอดอากิอย่างแผ่วเบา โจเซฟเองก็ตบไหล่เขาเบาๆ ขณะที่คนอื่นๆ ทยอยเข้ามาให้กำลังใจ
 
 
 
       "ฟลังโก้:สุดยอดมากที่รอดมาถึงตอนนี้"
 
 
 
       "โยเซฟ:พยายามต่อไป การไม่ยอมแพ้คือหนทางรอด"
 
 
 
       "คริส:พี่สุดยอดอย่างที่ผมคิดจริงๆ"
 
 
 
       "คามีญ:เรื่องก่อนหน้าขอโทษจริงๆนะคะ"
 
 
 
       "จาบารี:สุดยอดมากพี่ชาย"
 
 
 
       อากิมองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงงเล็กน้อย สายตาของเขาไล่มองแต่ละคนทีละคนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
 
       เพราะในความทรงจำของเขา ทุกอย่างมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไปได้ไม่นานนี้เอง
 
 
 
       'อากิ:ทำไมทุกคนถึงทำท่าทางอึ้งแบบนั้นล่ะ แค่เอาชีวิตรอด 1 หรือ 2 อาทิตย์คนเดียวมันยากมากเลยเหรอ'
 
 
 
       [อลิส:....]
 
 
 
       ถึงจะยังงุนงงอยู่บ้าง แต่อากิก็เลือกขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกคน ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย
 
 
 
       "อากิ:แล้ว...แต้มที่ว่าคืออะไรละ"
 
 
 
       "ฟลังโก้:เออใช่ เกือบลืมไปเลย แต้มคือสิ่งที่ใช้ไว้แลกสิ่งของต่างๆภายในแคมป์จากแกนกลางที่อยู่กลางแคมป์ โดยแต้มจะได้จากอาชีพพ่อค้าที่นำสิ่งของต่างๆไปแลกแต้มจากแกนกลาง และหักค่าหัวก่อนที่จะนำแต้มมาให้เราใช้จ่ายกัน"
 
 
 
       อากิขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้ยิน ก่อนจะถามต่อทันที
 
 
 
       "อากิ:ถ้าเป็นแบบนั้น มันต่างอะไรจากร้านค้าที่เรามีกันตอนนี้ล่ะ"
 
 
 
       "โจเซฟ:เรื่องนั้นต่างมากๆเลยล่ะ"
 
 
 
       "อากิ:ต่าง? ต่างยังไง"
 
 
 
       "โจเซฟ:ร้านค้าที่มีตอนนี้มันไว้ซื้อสกิล โพชั่น อะไรประมาณนั้นใช่ไหม"
 
 
 
       "อากิ:ใช่"
 
 
 
       "โจเซฟ:แต่ของแคมป์มันไว้แลกไม้ หิน หรือสิ่งของที่ไว้สร้างสิ่งอื่นๆ ที่จำเป็นในการสร้างสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่พัก จนไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่างไอ้โล่ใหญ่ที่ฉันอยู่ ฉันก็ให้พวกอาชีพช่างตีเหล็กตีให้"
 
 
 
       'อากิ:ว่าแล้วทำไมพวกโจเซฟถึงมีหม้อและถ้วยจานที่ไว้ใช้ได้ เพราะแบบนี้เองสินะ...'
 
 
 
       อากิพยักหน้าช้าๆ เหมือนเริ่มเห็นภาพระบบของแคมป์ชัดขึ้น ก่อนจะถามในสิ่งที่เขาสนใจที่สุด
 
 
 
       "อากิ:ฉันพอเข้าใจแล้ว แต่ขอถามอะไรหน่อย มีวิธีอื่นไหมที่จะได้แต้มไหม"
 
 
 
       ทันทีที่อากิถามออกไป ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบ เพราะไม่มีใครตอบได้ชัดเจน จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
 
 
 
       "คามีญ:ก็มีอีกวิธีอยู่ แต่คนไม่ค่อยใช้กัน"
 
 
 
       คามีญที่ก่อนหน้านี้เงียบมาตลอดและแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับบทสนทนาเอ่ยขึ้น ทำให้อากิหันไปมองเธอทันที ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เคยแข็งกระด้างใส่เธอ
 
 
 
       "อากิ:วิธีที่ว่าคืออะไรงั้นเหรอ"
 
 
 
       "คามีญ:มันเป็นวิธีที่พวกนักเวทหรือพวกที่มีมานาเยอะๆใช้กัน"
 
 
 
       อากิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสงสัยฉายชัดบนใบหน้า ก่อนจะถามต่ออย่างสนใจ
 
 
 
       "อากิ:พอบอกกันได้ไหม"
 
 
 
       'คามีญ:เขาดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้มากเลย... แปลว่าเขาเป็นคนที่มีเหตุผลตามที่โจเซฟพูดจริงๆ... ถ้าฉันบอกเรื่องนี้ไป เขาและฉันคงเป็นเพื่อนกันได้'
 
 
 
      หลังจากคิดได้แบบนั้น คามีญก็สูดหายใจเล็กน้อยก่อนตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังมั่นใจขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน
 
 
 
       "คามีญ:วิธีที่ว่าคือการถ่ายเทมานาของตัวเองให้แกนกลาง โดยทุกๆมานา 25 หน่วยจะได้ 1 แต้ม พวกเราเหล่านักเวทก็ใช้วิธีนี้ในการหาแต้มไว้ใช้กัน แต่พวกเราจะระวังการทำแบบนี้มากๆ เพราะมันใช้เวลาพอสมควรในการให้มานาฟื้นฟู ดังนั้นต้องเป็นการตัดสินใจที่จะพักจริงๆเราถึงจะทำ"
 
 
 
       ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของอากิก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
 
 
 
      'อากิ:ใช้มานาแลกแต้มได้เหรอ... เฮอะ! แบบนี้มันไม่ได้สร้างมาเพื่อฉันหรือไง'
 
 
 
      รอยยิ้มบางๆ เผลอปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัว
 
และในวินาทีนั้นเอง ทุกคนที่มองอยู่ก็สัมผัสได้ทันทีว่าอากิกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง
 
       เพราะตอนนี้พวกเขารู้กันดีแล้วว่า อากิมีมานามหาศาลขนาดไหน
 
 
 
        [อลิส:ท่านอากิยิ้มมากไปแล้วนะคะ]
 
 
 
       อากิที่ได้ยินคำเตือนจากอลิสก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียน
 
 
 
       "อากิ:โจเซฟ ไว้รอประจำเดือนของลีน่าและเมิ่งซินหายแล้วกลับแคมป์กันเลยไหม"
 
 
 
       "โจเซฟ:ได้สิ เพราะดูแล้วนายอยากไปสินะ"
 
 
 
       "อากิ:แน่นอน"
 
 
 
       อาซิมที่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
 
 
 
      "อาซิม:เออ~ อากิ นายไม่เคยไปแคมป์เลยใช่ไหม"
 
 
 
       "อากิ:ใช่ ฉันไม่เคยไปแคมป์เลย เพราะงั้นฉันเลยอยากไป"
 
 
 
       ทุกคนต่างไม่ได้แปลกใจเท่าไรนัก เพราะจากเรื่องที่เขาเล่ามาก่อนหน้านี้ เขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตลอด การที่ไม่เคยไปแคมป์เลยจึงฟังดูเป็นเรื่องจริงอย่างไม่น่าสงสัย
 
 
 
        "อาซิม:แล้วถ้าได้ไปแคมป์ นายจะไปทำอะไร"
 
 
 
        "อากิ:เออ... ไม่รู้สิ อาจจะไปเอาแต้ม แล้วก็หาแลกอะไรหน่อยล่ะมั้ง"
 
 
 
         ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น ทุกคนก็ไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
 
เพราะรอยยิ้มก่อนหน้านี้ของอากิ มันบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว
 
 
 
        "อาซิม:ฮ่าฮ่า พอนายไปตลาดแลกของคงระเบิดแน่ๆ"
 
 
 
        "อากิ:ไม่ขนาดนั้นหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า"
 
 
 
        อากิหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างคิดไปในทางเดียวกันว่า
 
         ถ้าอากิได้เข้าแคมป์จริงๆ คงต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่นอน
 
         หลังจากหัวเราะกันจนพอใจ อากิก็ยกมือลูบไหล่ตัวเองเบาๆ ก่อนพูดขึ้น
 
 
 
      "อากิ:เอาละ ไว้ค่อยว่ากัน ฉันขอไปนอนก่อน ยังรู้สึกปวดตัวอยู่เลย"
 
 
 
       "ลีน่า:ฝันดีนะคะ"
 
 
 
       "คริส:พักผ่อนเยอะๆนะครับพี่"
 
 
 
       "โจเซฟ:พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ"
 
 
 
        อากิพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง เหลือเพียงพวกโจเซฟและฟลังโก้ที่ยืนอยู่ด้านนอก
 
       ทุกคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คามีญจะเดินเข้าไปหาลีน่าและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดอย่างจริงใจ
 
 
 
       "คามีญ:ขอโทษที่พูดไปก่อนหน้านี้นะ"
 
 
 
       ลีน่าที่ได้ยินแบบนั้นกลับตอบด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนไม่ได้ติดใจอะไรเลย
 
 
 
       "ลีน่า:หนูไม่รับคำขอโทษคะ เพราะหนูจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร แต่หลังจากนี้หวังว่าจะได้รู้จักกันมากขึ้นนะคะคุณพี่สาว"
 
 
 
       คำตอบนั้นทำให้สีหน้าของคามีญอ่อนลงทันที ก่อนจะยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
 
 
 
       "คามีญ:ได้จ่ะ มาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเถอะ"
 
 
 
       หลังจากได้ยินบทสนทนานี้ ฝั่งผู้ชายต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
 
       ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าทั้งสองอาจเข้ากันไม่ได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
 
เมื่อลีน่ากับคามีญเริ่มพูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น พวกโจเซฟที่เห็นดังนั้นก็พากันเดินออกมาด้านนอก ปล่อยพื้นที่ให้ทั้งสองได้คุยกันตามสบาย
 
 
 
       "ฟลังโก้:ดูพวกเธอเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดนะ"
 
 
 
       "โจเซฟ:ลีน่าเธอเป็นเด็กน่ารักนะ การเข้าหาคนอื่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเลย"
 
 
 
       "อาซิม:นั่นสินะ เธอเป็นเด็กที่เข้ากับคนอื่นได้ดีจริงๆ..."
 
 
 
       หลังจากพูดถึงลีน่าไปแล้ว บรรยากาศก็เงียบลงชั่วครู่ เหมือนทุกคนกำลังหาหัวข้อใหม่ จนกระทั่งจาบารีเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมา
 
 
 
       "จาบารี:แล้วก่อนหน้าทุกคนทำอะไรกันก่อนมาที่นี่เหรอครับ"
 
 
 
        "โจเซฟ:ฉันเป็นเจ้าของฟาร์มมะกอกในสเปน"
 
 
 
        "ฟลังโก้:ฉันเป็นเจ้าของโรงหมักเบียร์ที่โปแลนด์"
 
 
 
        "โจเซฟ:เอ้า นายเป็นคนโปแลนด์เหรอ ฉันนึกว่านายเป็นคนเยอรมันซะอีก"
 
 
 
        "ฟลังโก้:ไม่ๆ ฉันเป็นคนโปแลนด์ 100% แค่ไปเรียนการทำเบียร์ที่เยอรมัน"
 
 
 
        "โจเซฟ:อ้อ แบบนั้นเองสินะ"
 
 
        "ฟลังโก้:แล้วคนอื่นๆล่ะ"
 
 
        "คริส:ผมกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนในชิคาโกครับ"
 
 
 
        "จาบารี:ฉันเป็นผู้ช่วยเชฟในไมอามี"
 
 
 
        "อาซิม:ส่วนฉันทำงานเป็นชาวประมงจับหมึกในฟิลิปปินส์"
 
 
 
       "โยเซฟ:หลังจากปลดประจำการจากการเป็นทหาร ฉันก็ไปเป็นคนขับรถขนส่งน้ำมันให้บริษัทหนึ่งในอิรัก"
 
 
 
        "คริส:ไม่น่าล่ะถึงดูรู้เรื่องการต่อสู้ พี่เคยเป็นทหารมาก่อนนี่เอง"
 
 
 
        "ฟลังโก้:ฟังดูน่าสนใจดีนี่ ฉันอยากรู้จริงๆว่าการเป็นทหารในเขตตะวันออกมันเป็นยังไง"
 
 
 
        "โยเซฟ:ฉันเล่าให้ฟังก็ได้ เพราะยังไงก็ไม่ส่งผลอะไรแล้วล่ะ"
 
 
 
        หลังจากนั้นฝั่งผู้ชายก็เริ่มนั่งล้อมวง แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตของตัวเองกันอย่างออกรส
 
โดยเฉพาะโยเซฟที่เล่าเรื่องช่วงเป็นทหาร รวมถึงประสบการณ์จากบริษัทขนส่งน้ำมันที่เขาเคยทำงานอยู่
 
        ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองบ้างเช่นกัน
 
เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แถมน้ำเสียงยังจริงจังราวกับกำลังย้อนกลับไปใช้ชีวิตในวันเก่าๆ อีกครั้ง
 
        จนสุดท้ายคามีญหันมาพูดกับลีน่าพร้อมรอยยิ้ม
 
 
 
       "คามีญ:เหมือนตรงนี้จะเสียงดังเกินไปแล้ว เราขยับกันไปสักหน่อยกันเถอะ"
 
 
 
        "ลีน่า:ได้คะ"
 
 
 
       แล้วทั้งคู่ก็เดินห่างออกมาพอสมควร
 
 
 
        "คามีญ:ฉันพูดถึงไหนแล้วนะเมื่อกี้"
 
 
 
       "ลีน่า:พี่ว่าจะใช้เวทมนตร์ให้ดูคะ"
 
 
 
      "คามีญ:อ้อ เวทมนตร์สินะ ได้เลย พี่จะใช้ให้ดูเอง"
 
 
 
      พูดจบ คามีญก็หยิบไม้เท้าออกมาจากช่องเก็บของ ก่อนจะเริ่มร่ายคาถา
 
 
 
      "คามีญ:ในนามแห่งตัวข้า ข้าจะสำแดงเดชด้วยปาฏิหาริย์อันมาจากจินตนาการของข้าเพื่อใช้ในการกำจัดศัตรูอันเป็นภัยร้ายต่อตัวข้า! ไฟบอล!"
 
 
       ทันทีที่คำร่ายจบลง ลูกไฟขนาดประมาณลูกบาสเกตบอลสองลูกก็ถูกสร้างขึ้นเหนือปลายคทา
 
       ลีน่าที่เห็นภาพนั้นถึงกับตาเป็นประกาย เพราะนี่คือเวทมนตร์ที่ดูสวยงาม และแตกต่างจากของอากิพอสมควร
 
 
 
       "ลีน่า:ว้าว มีลูกไฟออกมาแล้ว ขว้างให้ดูได้ไหมคะ"
 
 
 
       "คามีญ:ได้สิ"
 
 
 
      พูดจบ คามีญก็สะบัดคทา ส่งลูกไฟพุ่งออกไปด้านหน้า
 
ลูกไฟลอยไปด้วยความเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงและพุ่งปะทะพื้น
 
       ทันทีที่มันแตะพื้นก็เกิดการระเบิดขึ้น
 
 
 
       "บึ้ม!!"
 
 
 
       เปลวไฟกระจายออกจากจุดระเบิด ก่อนจะลุกไหม้อยู่รอบๆ บริเวณนั้น
 
       ลีน่าที่เห็นก็ตบมืออย่างตื่นเต้นทันที
 
 
 
      "แปะ แปะ แปะ"
 
 
 
      "ลีน่า:ว้าว สุดยอดไปเลย มันระเบิดตู้ม แล้วก็มีไฟกระจายไปทั่วเลย"
 
 
 
        คามีญยิ้มอย่างภูมิใจ ก่อนจะยกคทาขึ้นเล็กน้อย
 
 
 
      "คามีญ:พี่สาวคนนี้ยังมีเวทมนตร์อื่นๆอีกนะ อยากดูไหม"
 
 
 
       "ลีน่า:อยากดูๆ"
 
 
 
       คามีญทำท่าเตรียมจะร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง แต่ในจังหวะนั้นเอง โยเซฟก็ตะโกนมาจากด้านหลังเสียก่อน
 
 
 
       !"โยเซฟ:นี่เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมมีเสียงระเบิด!"!
 
 
 
       ลีน่าที่ได้ยินก็ตะโกนตอบกลับไปทันที
 
 
 
      !"ลีน่า:ไม่มีค่า~~ พี่สาวใช้เวทมนตร์ให้ดูเฉยๆ"!
 
 
 
      โยเซฟที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก ก่อนจะเดินกลับไป แต่ระหว่างทางเขากลับเห็นอากิเปิดประตูออกมาพอดี
 
 
 
       "อากิ:เกิดอะไรขึ้น!? เสียงระเบิดของอะไร"
 
 
 
        โยเซฟที่เห็นก็รีบอธิบายทันที
 
 
 
        "โยเซฟ:ไม่มีอะไรหรอก แค่คามีญใช้เวทมนตร์ให้หนูลีน่าดูเฉยๆน่ะ"
 
 
 
        "อากิ:อ๋อ... แล้วสองคนนั้นไปคุยกันตอนไหนล่ะนั่น ถึงไปใช้เวทมนตร์ให้ดูกันได้"
 
 
 
        "โยเซฟ:ก็หลังจากที่นายเข้าไป คามีญก็เข้าไปขอโทษลีน่า แล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็คุยกัน แต่ไม่รู้คุยท่าไหนนะ ถึงไปสนิทกันไวขนาดนั้น"
 
 
 
       'อากิ:โล่งอกไปทีที่ทั้งคู่เข้ากันได้ นึกว่าเราต้องออกไปช่วยซะแล้ว'
 
 
 
       สีหน้าของอากิผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปพูดกับโยเซฟ
 
 
 
       "อากิ:ขอบคุณมากที่บอกเรื่องนี้ ฉันคงนอนได้แบบสบายใจแล้ว"
 
 
 
      "โยเซฟ:ยินดีเสมอ สหาย"
 
 
 
       โยเซฟพูดพร้อมยื่นมือมา อากิที่เห็นก็จับมือนั้นไว้ พร้อมพยักหน้าให้ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป
 
        โยเซฟกลับไปนั่งเม้าท์มอยต่อ
 
 ส่วนคามีญก็ใช้เวทมนตร์ให้ลีน่าดูต่ออย่างสนุกสนาน
 
        ทางด้านอากิเองก็กลับเข้ามาในห้อง
 
       ทันทีที่เขาปิดประตู เมิ่งซินก็ถามขึ้นทันทีว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
 
 
 
      "อากิ:ก็ประมาณว่า..."
 
 
 
      จากนั้นอากิก็เล่าทุกอย่างให้ฟัง
 
       เมิ่งซินที่ได้ฟังก็ดูเหมือนจะมีอารมณ์อยู่บ้างตอนได้ยินเรื่องของลีน่า แต่พอฟังไปเรื่อยๆเธอก็ค่อยๆใจเย็นลง ก่อนจะพูดกับอากิ
 
 
 
       "เมิ่งซิน:โอเค ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว นายไปพักผ่อนเถอะ"
 
 
 
       "อากิ:โอเค ไว้เจอกันตอนตื่น"
 
 
 
       พูดจบ อากิก็เอาเตียงที่เก็บไว้ก่อนออกเดินทางออกมาจากช่องเก็บของ
 
 
 
      "อากิ:คิดถึงเจ้าเตียงนี่จริงๆ"
 
 
 
       ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนทันที
 
 
 
       "อากิ:เป็นเตียงที่ดีจริงๆ นอนมาขนาดนี้ก็ไม่มีกลิ่น แถมนุ่มเหมือนเดิมด้วย"
 
 
 
       [อลิส:... ดิฉันว่ามันอาจไม่ใช่เตียงปกตินะคะ]
 
 
 
       "อากิ:หมายความว่าไง"
 
 
 
       [อลิส:ไม่รู้สิคะ แค่สังเกตว่าตอนที่มันสกปรก มันจะกลับมาสะอาดเอง]
 
 
 
       "อากิ:เหรอ ไม่เคยสังเกตเลย"
 
 
 
      [อลิส:งั้น... ใช้สกิลประเมินกับมันไหมคะ]
 
 
 
      "อากิ:เอาสิ"
 
 
 
       [อลิส:ใช้งานสกิลประเมิน เป้าหมายที่เลือกคือเตียง ต้องใช้มานา 2,500 หน่วยเพื่อตรวจสอบ และต้องใช้อีก 750 เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมด้วยค่ะ]
 
 
 
       "อากิ:ห๊ะ ใช้เท่าไหร่นะ"
 
 
 
       อากิที่ได้ยินจำนวนมานาที่ต้องใช้ถึงกับอึ้งไปทันที
 
 
 
       [อลิส:ใช้ทั้งหมด 3,250 หน่วยค่ะ ยังต้องการประเมินไหมคะ]
 
 
 
       "อากิ:ปะ-ประเมินเลย"
 
 
 
       [อลิส:กำลังทำการประเมิน โปรด
 
รอสักครู่]
 
 
 
      'อากิ:เตียงอะไรวะเนี่ย ใช้มานาตั้ง 3250 เพื่อประเมิน'
 
 
 
      อากิได้แต่ตั้งคำถามในใจขณะรอคำตอบจากอลิส
 
ผ่านไปเกือบนาที การประเมินก็เสร็จสิ้น
 
 
 
      [อลิส:การประเมินเสร็จสิ้น
 
      ชื่อ: เตียงแห่งการพักผ่อน
 
      ระดับ: อีพิค (Epic)
 
      มีความสามารถ 5 อย่าง
 
       1:พักผ่อน — เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูความเหนื่อยล้า 100%
 
       2:ฟื้นฟู — เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟู HP และมานา 75%
 
        3:ซ่อมแซม — เพิ่มความเร็วในการรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกาย 50%
 
       4:รักษาความสะอาด — มีความสามารถในการทำความสะอาดตัวเองทุก 12 ชั่วโมง
 
       5:คงกระพัน — มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองไม่ว่าจะเสียหายแค่ไหนก็ตาม การซ่อมแซมจะเกิดขึ้นทุกๆ 24 ชั่วโมง
 
       ข้อมูลเพิ่มเติม
 
เตียงนี้ถูกสร้างขึ้นโดยดันเจี้ยนในทุกๆ 10,000 ห้อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้สิ่งมีชีวิตภายในดันเจี้ยนได้พักผ่อนอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเร็วในการผจญภัย]
 
 
 
       อากิที่ได้ยินถึงกับนิ่งไปทันที
 
ไอเทมระดับอีพิคชิ้นนี้มีความสามารถถึงห้าอย่าง จนเขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นอนนิ่งทำหน้าตายอยู่บนเตียง
 
        ส่วนอลิสที่เห็นอากิเงียบไป ก็นึกว่าเขาไม่ชอบมัน จึงรีบพูดปลอบทันที
 
 
 
        [อลิส:ถึงท่านจะไม่ชอบ แต่เตียงนี้ความสามารถดีมากๆ เลยนะคะ ช่วยลดระยะเวลาในการพักผ่อนและฟื้นฟูหลายๆ อย่างด้วย มันสารพัดประโยชน์จริงๆนะคะ]
 
 
 
      "อากิ:ใช่ ฉัน... ฉันไม่ค่อยชอบมัน..."
 
 
 
       อลิสที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบจะพูดโน้มน้าวต่อทันที
 
 
 
      [อลิส:แต่มัน—]
 
 
 
      แต่ยังไม่ทันที่อลิสจะพูดจบ อากิก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
 
 
 
       "อากิ:ฉันรักมันเลยต่างหาก!"
 
 
 
       พูดจบเขาก็ทิ้งตัวลงนอนด้วยรอยยิ้มกว้าง เพราะเพิ่งรู้ว่าตัวเองได้ของดีระดับสุดยอดมาอยู่กับตัวตั้งนาน
 
        อลิสที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ ก่อนจะปล่อยให้อากิพักผ่อนอย่างสบายใจ
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                    จากผู้แต่ง
 
       ไฟเริ่มหมดขอหาไฟเติมแปป
 
 
 
    

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา