CHESS:พลิกกระดานเทพ
เขียนโดย
TKFD
วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เวลา 01.14 น.
แก้ไขเมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 01.16 น. โดย เจ้าของนิยาย
59) ตอนที่ 18.3 แคมป์?
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความหลังจากฝึกกับลีน่าจนพอใจ ทั้งสองก็หยุดการฝึก ก่อนที่อากิหมุนตัวกลับไปพร้อมลมหายใจที่ยังคงอุ่นจากการฝึก ก่อนจะเห็นโจเซฟ ฟลังโก้และคนอื่นๆ ยืนดูอยู่ไม่ไกลนัก
อากิหันไปมองลีน่าเล็กน้อย เพื่อสังเกตว่าเธอไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร พิมองดูก็เห็นสีหน้าดูผ่อนคลายมากกว่าก่อนหน้า เขาจึงก้าวเดินเข้าไปหาทุกคน พร้อมส่งสายตาชวนเธอไปด้วยกัน
"อากิ:ไปหาคนอื่นๆกัน"
"ลีน่า:ค่ะ"
ทั้งคู่เดินเข้าไปหาอย่างเป็นธรรมชาติ บรรยากาศรอบตัวเริ่มคลายความตึงเครียดจากการฝึกก่อนหน้า
เมื่อมาถึง อากิยื่นมือออกไปหาฟลังโก้โดยไม่ลังเล ฟลังโก้ที่เห็นเช่นนั้นก็รับมือเขาไว้ทันที
"อากิ:ผมอากิ ยินดีที่ได้รู้จักครับ"
"ฟลังโก้:ฉันฟลังโก้ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน"
มือทั้งสองจับกันแน่น เป็นการทักทายที่เรียบง่ายแต่จริงใจ
หลังจากนั้นอากิก็เดินไล่จับมือทักทายคนอื่นๆ ทีละคนอย่างเป็นมิตร แต่ละคนต่างตอบรับกลับด้วยรอยยิ้มและคำแนะนำตัว บรรยากาศค่อยๆ อบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"อากิ:หวังว่าหลังจากนี้เราจะสนิทกันมากขึ้นนะครับ"
"ฟลังโก้:ฮ่าฮ่า แน่นอนๆ"
เสียงหัวเราะเบาๆ ทำให้บรรยากาศยิ่งเป็นกันเองมากขึ้น
เมื่อแนะนำตัวกันครบ อากิก็หันไปหาโจเซฟทันที สีหน้ากลับมาเป็นจริงจังเล็กน้อย
"อากิ:โจเซฟ นายได้เก็บดาบฉันมาไหม เพราะเหมือนดาบฉันมันจะหายไป"
"โจเซฟ:ไม่ต้องห่วง ฉันเอามาให้แน่นอน"
โจเซฟหยิบดาบยาวแห่งการลงทัณฑ์ออกมา ก่อนจะยื่นคืนให้เจ้าของอย่างระมัดระวัง
อากิรับมันมาแล้วตรวจสอบสภาพทันที สายตาของเขากวาดไปตามคมดาบอย่างละเอียด
"อากิ:ตัวดาบไม่มีรอยความเสียหาย แต่เหมือนคมจะลดลงนะ"
"โจเซฟ:ฉันนึกว่ามันจะเสียหายมากกว่านี้ซะอีก เพราะก่อนหน้านี้นายใช้งานมันหนักมาก"
"อากิ:ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"
คริสที่ยืนฟังอยู่ข้างๆ เอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างสนใจ
"คริส:หรือเพราะมันเป็นไอเทมระดับแรร์ครับ มันเลยทนทานกว่าปกติ"
อากิครุ่นคิดเล็กน้อย พลางมองดาบในมืออีกครั้ง
"อากิ:อืม...ก็น่าจะใช่ เพราะความสามารถของมันก็ไม่ได้เสริมด้านความคงทนด้วย น่าจะเพราะระดับของมันจริงๆ"
ในจังหวะนั้นเอง อาซิมที่เงียบฟังอยู่ก็เดินเข้ามาหา สีหน้าจริงจังขึ้นเล็กน้อย
"อาซิม:นายได้ดาบนี้มาจากหีบสมบัติใช่ไหม"
"อากิ:ใช่"
"อาซิม:อืม...ถ้างั้นฉันจะขอถามความสามารถของดาบนี้ได้ไหม"
คำถามนั้นทำให้บรรยากาศชะงักไปเล็กน้อย ฟลังโก้ขยับตัวเหมือนจะห้าม เพราะมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัว
แต่ก่อนที่เขาจะได้พูด อากิก็ตอบออกมาอย่างสบายๆ
"อากิ:ได้แน่นอน เพราะยังไงความสามารถของมันก็ไม่ได้เว่อวังอะไรมาก แค่มีโอกาส ตอนฟันแบบน้อยมากๆ มันจะมีแสงสว่างจ้าออกมา"
"โยเซฟ:แค่แสงสว่างออกมาแค่นั้นเหรอ"
โจเซฟส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะอธิบายเพิ่ม
"โจเซฟ:มันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นนะ เพราะฉันที่เคยได้เห็นแล้ว บอกเลยว่ามันสว่างมากๆ จนทำให้หลับตาอยู่ก็เห็นแสงนั้นได้เลย"
"โยเซฟ:แบบนั้นมันแรงเท่าระเบิดแฟลชเลยนะ"
"อากิ:ผมก็ไม่รู้ว่าแรงเท่าไหม เพราะไม่เคยโดนระเบิดแฟลชมาก่อน"
โยเซฟหัวเราะเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ
"โยเซฟ:ตอนฉันเป็นทหารเคยโดนระเบิดแฟลชอยู่ ถึงตอนนั้นจะหลับตาทัน ฉันก็สัมผัสได้ถึงแสงที่มาจากระเบิดแฟลชนั้นอยู่ดี"
อากิก้มมองดาบในมืออีกครั้ง คราวนี้สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยปนสนใจ
"อากิ:อืม มันดีจริงๆใช่ไหมเนี่ย"
น้ำเสียงของเขาแฝงความเคลือบแคลงเล็กน้อย เพราะตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ความสามารถนั้นแทบไม่เคยแสดงออกมาให้เห็นเลย
โจเซฟที่สังเกตเห็นก็ยิ้มบางๆ แล้วพูดขึ้น
"โจเซฟ:ถึงความสามารถของมันจะไม่ค่อยได้ใช้ แต่ความทนทานของมันของจริงแน่นอน"
คำพูดนั้นทำให้อากิย้อนนึกถึงสิ่งที่เขาใช้ดาบเล่มนี้ทำมา
ทั้งฟันมอนสเตอร์ ฟันโล่ และกวาดศัตรูหลายตัวในครั้งเดียว
แต่ถึงจะใช้งานหนักขนาดนั้น ดาบกลับแทบไม่มีร่องรอยความเสียหายเลยแม้แต่น้อย เขาจึงพยักหน้ารับเบาๆ
"อากิ:ก็จริง"
หลังจากนั้นเขาก็เก็บมันลงในช่องเก็บของ ก่อนจะหันไปหาพวกฟลังโก้ที่ยืนอยู่ไม่ไกล
"อากิ:แล้วพวกคุณมีแผนจะทำยังไงกันต่อครับ"
"ฟลังโก้:ก็มีคุยกันไว้คร่าวๆแล้วว่าจะกลับแคมป์กัน และจะเอาปลาไปแลกแต้มไปแลกของสักหน่อย"
'อากิ:ห่ะ แต้ม? ร้านค้ามันใช้เหรียญไม่ใช่เหรอ แต้มคืออะไร'
ทันทีที่ได้ยินคำว่า แต้ม อากิก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสงสัยผุดขึ้นมาอย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยถามออกไปตรงๆ
"อากิ:เดี๋ยวนะ แต้มคืออะไร?"
ฟลังโก้ที่ได้ยินคำถามนั้นก็งงไปเล็กน้อย ขณะที่โจเซฟซึ่งพอเข้าใจสถานการณ์ก็รีบอธิบายขึ้นทันที
"โจเซฟ:พอดีอากิเขาร่อนเร่คนเดียวตั้งแต่เข้ามานี้ และยังไม่เคยไปแคมป์ไหนเลย เขาเลยไม่รู้จักแต้มนะ"
ฝั่งฟลังโก้ที่ได้ยินแบบนั้นก็หันไปมองอากิทันที
"อาซิม:เดี๋ยวๆนายจะบอกว่านายเอาชีวิตรอดคนเดียวจนมาถึงตอนนี้เลยเหรอ"
"อากิ:ฉันก็เอาชีวิตรอดมาคนเดียวมาตลอดจริงนั่นแหละ แต่ฉันก็เคยเจอคนอื่นอยู่นะ"
"ลีน่า:พี่เคยเจอคนอื่นก่อนมาเจอพวกเราด้วยเหรอคะ"
"อากิ:ใช่"
"ลีน่า:แล้วเจอมากี่คนเหรอคะ เผื่อพวกเรารู้จัก"
"อากิ:ก็เจอมา 1 คนชื่อ อารุโตะ อยู่ด้วยกัน 2-3 วันก็แยกกันไป"
'อากิ:ถึงจริงๆเขาจะแอบหนีไปก็เถอะ'
"ลีน่า:คือ...คนเดียวเหรอคะ"
"อากิ:อืม"
"ทุกคน:..."
บรรยากาศรอบข้างเงียบลงในทันที ราวกับทุกคนหยุดคิดไปพร้อมกัน เพราะสิ่งที่อากิพูดออกมานั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลย
เพราะในสถานที่ที่เต็มไปด้วยมอนสเตอร์ การเอาชีวิตรอดเพียงลำพังเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง แต่อากิกลับทำมันมาได้จรถึงตอนนี้
'ฟลังโก้:จะบอกว่าในเวลาเกือบ 1 หรือ 2 เดือนนี้เขาเอาชีวิตรอดมาคนเดียวตลอดจนมาถึงตอนนี้เหรอ บ้าหรือไงกัน'
'อาซิม:หรือในเรื่องเล่าที่ว่าเขาแข็งแกร่งมากๆจะมาจากที่เขาเอาชีวิตรอดมาคนเดียว?'
'โจเซฟ:ก็ไม่รู้มากหรอกว่าก่อนหน้านี้เขาเจออะไรมาบ้าง แต่ดูจากวิธีสู้ที่ชอบเข้าไปสู้คนเดียวและทุ่มสุดตัวแบบนั้นคงมาจากนิสัยอยู่คนเดียวแน่ๆ'
'ลีน่า:พี่อากิอยู่คนเดียวมาตลอด...น่าสงสารจัง'
ลีน่าเดินเข้ามากอดอากิอย่างแผ่วเบา โจเซฟเองก็ตบไหล่เขาเบาๆ ขณะที่คนอื่นๆ ทยอยเข้ามาให้กำลังใจ
"ฟลังโก้:สุดยอดมากที่รอดมาถึงตอนนี้"
"โยเซฟ:พยายามต่อไป การไม่ยอมแพ้คือหนทางรอด"
"คริส:พี่สุดยอดอย่างที่ผมคิดจริงๆ"
"คามีญ:เรื่องก่อนหน้าขอโทษจริงๆนะคะ"
"จาบารี:สุดยอดมากพี่ชาย"
อากิมองภาพตรงหน้าด้วยความงุนงงเล็กน้อย สายตาของเขาไล่มองแต่ละคนทีละคนอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก
เพราะในความทรงจำของเขา ทุกอย่างมันเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นไปได้ไม่นานนี้เอง
'อากิ:ทำไมทุกคนถึงทำท่าทางอึ้งแบบนั้นล่ะ แค่เอาชีวิตรอด 1 หรือ 2 อาทิตย์คนเดียวมันยากมากเลยเหรอ'
[อลิส:....]
ถึงจะยังงุนงงอยู่บ้าง แต่อากิก็เลือกขอบคุณสำหรับกำลังใจของทุกคน ก่อนจะเอ่ยถามต่อด้วยความสงสัย
"อากิ:แล้ว...แต้มที่ว่าคืออะไรละ"
"ฟลังโก้:เออใช่ เกือบลืมไปเลย แต้มคือสิ่งที่ใช้ไว้แลกสิ่งของต่างๆภายในแคมป์จากแกนกลางที่อยู่กลางแคมป์ โดยแต้มจะได้จากอาชีพพ่อค้าที่นำสิ่งของต่างๆไปแลกแต้มจากแกนกลาง และหักค่าหัวก่อนที่จะนำแต้มมาให้เราใช้จ่ายกัน"
อากิขมวดคิ้วเล็กน้อย พยายามประมวลผลข้อมูลที่เพิ่งได้ยิน ก่อนจะถามต่อทันที
"อากิ:ถ้าเป็นแบบนั้น มันต่างอะไรจากร้านค้าที่เรามีกันตอนนี้ล่ะ"
"โจเซฟ:เรื่องนั้นต่างมากๆเลยล่ะ"
"อากิ:ต่าง? ต่างยังไง"
"โจเซฟ:ร้านค้าที่มีตอนนี้มันไว้ซื้อสกิล โพชั่น อะไรประมาณนั้นใช่ไหม"
"อากิ:ใช่"
"โจเซฟ:แต่ของแคมป์มันไว้แลกไม้ หิน หรือสิ่งของที่ไว้สร้างสิ่งอื่นๆ ที่จำเป็นในการสร้างสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบ้านหรือที่พัก จนไปถึงสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อย่างไอ้โล่ใหญ่ที่ฉันอยู่ ฉันก็ให้พวกอาชีพช่างตีเหล็กตีให้"
'อากิ:ว่าแล้วทำไมพวกโจเซฟถึงมีหม้อและถ้วยจานที่ไว้ใช้ได้ เพราะแบบนี้เองสินะ...'
อากิพยักหน้าช้าๆ เหมือนเริ่มเห็นภาพระบบของแคมป์ชัดขึ้น ก่อนจะถามในสิ่งที่เขาสนใจที่สุด
"อากิ:ฉันพอเข้าใจแล้ว แต่ขอถามอะไรหน่อย มีวิธีอื่นไหมที่จะได้แต้มไหม"
ทันทีที่อากิถามออกไป ทุกคนก็ตกอยู่ในความเงียบ เพราะไม่มีใครตอบได้ชัดเจน จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา
"คามีญ:ก็มีอีกวิธีอยู่ แต่คนไม่ค่อยใช้กัน"
คามีญที่ก่อนหน้านี้เงียบมาตลอดและแทบไม่ได้มีส่วนร่วมกับบทสนทนาเอ่ยขึ้น ทำให้อากิหันไปมองเธอทันที ก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตร ต่างจากก่อนหน้านี้ที่เคยแข็งกระด้างใส่เธอ
"อากิ:วิธีที่ว่าคืออะไรงั้นเหรอ"
"คามีญ:มันเป็นวิธีที่พวกนักเวทหรือพวกที่มีมานาเยอะๆใช้กัน"
อากิเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสงสัยฉายชัดบนใบหน้า ก่อนจะถามต่ออย่างสนใจ
"อากิ:พอบอกกันได้ไหม"
'คามีญ:เขาดูแตกต่างจากก่อนหน้านี้มากเลย... แปลว่าเขาเป็นคนที่มีเหตุผลตามที่โจเซฟพูดจริงๆ... ถ้าฉันบอกเรื่องนี้ไป เขาและฉันคงเป็นเพื่อนกันได้'
หลังจากคิดได้แบบนั้น คามีญก็สูดหายใจเล็กน้อยก่อนตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงที่ฟังมั่นใจขึ้นกว่าก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน
"คามีญ:วิธีที่ว่าคือการถ่ายเทมานาของตัวเองให้แกนกลาง โดยทุกๆมานา 25 หน่วยจะได้ 1 แต้ม พวกเราเหล่านักเวทก็ใช้วิธีนี้ในการหาแต้มไว้ใช้กัน แต่พวกเราจะระวังการทำแบบนี้มากๆ เพราะมันใช้เวลาพอสมควรในการให้มานาฟื้นฟู ดังนั้นต้องเป็นการตัดสินใจที่จะพักจริงๆเราถึงจะทำ"
ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น ดวงตาของอากิก็เป็นประกายขึ้นมาทันที
'อากิ:ใช้มานาแลกแต้มได้เหรอ... เฮอะ! แบบนี้มันไม่ได้สร้างมาเพื่อฉันหรือไง'
รอยยิ้มบางๆ เผลอปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัว
และในวินาทีนั้นเอง ทุกคนที่มองอยู่ก็สัมผัสได้ทันทีว่าอากิกำลังคิดจะทำอะไรบางอย่าง
เพราะตอนนี้พวกเขารู้กันดีแล้วว่า อากิมีมานามหาศาลขนาดไหน
[อลิส:ท่านอากิยิ้มมากไปแล้วนะคะ]
อากิที่ได้ยินคำเตือนจากอลิสก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องคุยอย่างแนบเนียน
"อากิ:โจเซฟ ไว้รอประจำเดือนของลีน่าและเมิ่งซินหายแล้วกลับแคมป์กันเลยไหม"
"โจเซฟ:ได้สิ เพราะดูแล้วนายอยากไปสินะ"
"อากิ:แน่นอน"
อาซิมที่ได้ยินบทสนทนาเมื่อครู่ก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
"อาซิม:เออ~ อากิ นายไม่เคยไปแคมป์เลยใช่ไหม"
"อากิ:ใช่ ฉันไม่เคยไปแคมป์เลย เพราะงั้นฉันเลยอยากไป"
ทุกคนต่างไม่ได้แปลกใจเท่าไรนัก เพราะจากเรื่องที่เขาเล่ามาก่อนหน้านี้ เขาใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมาตลอด การที่ไม่เคยไปแคมป์เลยจึงฟังดูเป็นเรื่องจริงอย่างไม่น่าสงสัย
"อาซิม:แล้วถ้าได้ไปแคมป์ นายจะไปทำอะไร"
"อากิ:เออ... ไม่รู้สิ อาจจะไปเอาแต้ม แล้วก็หาแลกอะไรหน่อยล่ะมั้ง"
ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น ทุกคนก็ไม่ได้แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
เพราะรอยยิ้มก่อนหน้านี้ของอากิ มันบอกทุกอย่างไปหมดแล้ว
"อาซิม:ฮ่าฮ่า พอนายไปตลาดแลกของคงระเบิดแน่ๆ"
"อากิ:ไม่ขนาดนั้นหรอก ฮ่าฮ่าฮ่า"
อากิหัวเราะออกมาอย่างมีเลศนัย ทำให้ทุกคนที่ได้ยินต่างคิดไปในทางเดียวกันว่า
ถ้าอากิได้เข้าแคมป์จริงๆ คงต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นแน่นอน
หลังจากหัวเราะกันจนพอใจ อากิก็ยกมือลูบไหล่ตัวเองเบาๆ ก่อนพูดขึ้น
"อากิ:เอาละ ไว้ค่อยว่ากัน ฉันขอไปนอนก่อน ยังรู้สึกปวดตัวอยู่เลย"
"ลีน่า:ฝันดีนะคะ"
"คริส:พักผ่อนเยอะๆนะครับพี่"
"โจเซฟ:พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ"
อากิพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง เหลือเพียงพวกโจเซฟและฟลังโก้ที่ยืนอยู่ด้านนอก
ทุกคนสบตากันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่คามีญจะเดินเข้าไปหาลีน่าและเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดอย่างจริงใจ
"คามีญ:ขอโทษที่พูดไปก่อนหน้านี้นะ"
ลีน่าที่ได้ยินแบบนั้นกลับตอบด้วยน้ำเสียงสดใสเหมือนไม่ได้ติดใจอะไรเลย
"ลีน่า:หนูไม่รับคำขอโทษคะ เพราะหนูจำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไร แต่หลังจากนี้หวังว่าจะได้รู้จักกันมากขึ้นนะคะคุณพี่สาว"
คำตอบนั้นทำให้สีหน้าของคามีญอ่อนลงทันที ก่อนจะยิ้มตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
"คามีญ:ได้จ่ะ มาทำความรู้จักกันให้มากขึ้นเถอะ"
หลังจากได้ยินบทสนทนานี้ ฝั่งผู้ชายต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ก่อนหน้านี้พวกเขาคิดว่าทั้งสองอาจเข้ากันไม่ได้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แบบนั้นแล้ว
เมื่อลีน่ากับคามีญเริ่มพูดคุยและทำความรู้จักกันมากขึ้น พวกโจเซฟที่เห็นดังนั้นก็พากันเดินออกมาด้านนอก ปล่อยพื้นที่ให้ทั้งสองได้คุยกันตามสบาย
"ฟลังโก้:ดูพวกเธอเข้ากันได้ดีกว่าที่คิดนะ"
"โจเซฟ:ลีน่าเธอเป็นเด็กน่ารักนะ การเข้าหาคนอื่นไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเธอเลย"
"อาซิม:นั่นสินะ เธอเป็นเด็กที่เข้ากับคนอื่นได้ดีจริงๆ..."
หลังจากพูดถึงลีน่าไปแล้ว บรรยากาศก็เงียบลงชั่วครู่ เหมือนทุกคนกำลังหาหัวข้อใหม่ จนกระทั่งจาบารีเป็นฝ่ายเปิดประเด็นขึ้นมา
"จาบารี:แล้วก่อนหน้าทุกคนทำอะไรกันก่อนมาที่นี่เหรอครับ"
"โจเซฟ:ฉันเป็นเจ้าของฟาร์มมะกอกในสเปน"
"ฟลังโก้:ฉันเป็นเจ้าของโรงหมักเบียร์ที่โปแลนด์"
"โจเซฟ:เอ้า นายเป็นคนโปแลนด์เหรอ ฉันนึกว่านายเป็นคนเยอรมันซะอีก"
"ฟลังโก้:ไม่ๆ ฉันเป็นคนโปแลนด์ 100% แค่ไปเรียนการทำเบียร์ที่เยอรมัน"
"โจเซฟ:อ้อ แบบนั้นเองสินะ"
"ฟลังโก้:แล้วคนอื่นๆล่ะ"
"คริส:ผมกำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนในชิคาโกครับ"
"จาบารี:ฉันเป็นผู้ช่วยเชฟในไมอามี"
"อาซิม:ส่วนฉันทำงานเป็นชาวประมงจับหมึกในฟิลิปปินส์"
"โยเซฟ:หลังจากปลดประจำการจากการเป็นทหาร ฉันก็ไปเป็นคนขับรถขนส่งน้ำมันให้บริษัทหนึ่งในอิรัก"
"คริส:ไม่น่าล่ะถึงดูรู้เรื่องการต่อสู้ พี่เคยเป็นทหารมาก่อนนี่เอง"
"ฟลังโก้:ฟังดูน่าสนใจดีนี่ ฉันอยากรู้จริงๆว่าการเป็นทหารในเขตตะวันออกมันเป็นยังไง"
"โยเซฟ:ฉันเล่าให้ฟังก็ได้ เพราะยังไงก็ไม่ส่งผลอะไรแล้วล่ะ"
หลังจากนั้นฝั่งผู้ชายก็เริ่มนั่งล้อมวง แลกเปลี่ยนเรื่องราวชีวิตของตัวเองกันอย่างออกรส
โดยเฉพาะโยเซฟที่เล่าเรื่องช่วงเป็นทหาร รวมถึงประสบการณ์จากบริษัทขนส่งน้ำมันที่เขาเคยทำงานอยู่
ส่วนคนอื่นๆ ก็เริ่มเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองบ้างเช่นกัน
เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แถมน้ำเสียงยังจริงจังราวกับกำลังย้อนกลับไปใช้ชีวิตในวันเก่าๆ อีกครั้ง
จนสุดท้ายคามีญหันมาพูดกับลีน่าพร้อมรอยยิ้ม
"คามีญ:เหมือนตรงนี้จะเสียงดังเกินไปแล้ว เราขยับกันไปสักหน่อยกันเถอะ"
"ลีน่า:ได้คะ"
แล้วทั้งคู่ก็เดินห่างออกมาพอสมควร
"คามีญ:ฉันพูดถึงไหนแล้วนะเมื่อกี้"
"ลีน่า:พี่ว่าจะใช้เวทมนตร์ให้ดูคะ"
"คามีญ:อ้อ เวทมนตร์สินะ ได้เลย พี่จะใช้ให้ดูเอง"
พูดจบ คามีญก็หยิบไม้เท้าออกมาจากช่องเก็บของ ก่อนจะเริ่มร่ายคาถา
"คามีญ:ในนามแห่งตัวข้า ข้าจะสำแดงเดชด้วยปาฏิหาริย์อันมาจากจินตนาการของข้าเพื่อใช้ในการกำจัดศัตรูอันเป็นภัยร้ายต่อตัวข้า! ไฟบอล!"
ทันทีที่คำร่ายจบลง ลูกไฟขนาดประมาณลูกบาสเกตบอลสองลูกก็ถูกสร้างขึ้นเหนือปลายคทา
ลีน่าที่เห็นภาพนั้นถึงกับตาเป็นประกาย เพราะนี่คือเวทมนตร์ที่ดูสวยงาม และแตกต่างจากของอากิพอสมควร
"ลีน่า:ว้าว มีลูกไฟออกมาแล้ว ขว้างให้ดูได้ไหมคะ"
"คามีญ:ได้สิ"
พูดจบ คามีญก็สะบัดคทา ส่งลูกไฟพุ่งออกไปด้านหน้า
ลูกไฟลอยไปด้วยความเร็ว ก่อนจะค่อยๆ ลดระดับลงและพุ่งปะทะพื้น
ทันทีที่มันแตะพื้นก็เกิดการระเบิดขึ้น
"บึ้ม!!"
เปลวไฟกระจายออกจากจุดระเบิด ก่อนจะลุกไหม้อยู่รอบๆ บริเวณนั้น
ลีน่าที่เห็นก็ตบมืออย่างตื่นเต้นทันที
"แปะ แปะ แปะ"
"ลีน่า:ว้าว สุดยอดไปเลย มันระเบิดตู้ม แล้วก็มีไฟกระจายไปทั่วเลย"
คามีญยิ้มอย่างภูมิใจ ก่อนจะยกคทาขึ้นเล็กน้อย
"คามีญ:พี่สาวคนนี้ยังมีเวทมนตร์อื่นๆอีกนะ อยากดูไหม"
"ลีน่า:อยากดูๆ"
คามีญทำท่าเตรียมจะร่ายเวทมนตร์อีกครั้ง แต่ในจังหวะนั้นเอง โยเซฟก็ตะโกนมาจากด้านหลังเสียก่อน
!"โยเซฟ:นี่เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า ทำไมมีเสียงระเบิด!"!
ลีน่าที่ได้ยินก็ตะโกนตอบกลับไปทันที
!"ลีน่า:ไม่มีค่า~~ พี่สาวใช้เวทมนตร์ให้ดูเฉยๆ"!
โยเซฟที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก ก่อนจะเดินกลับไป แต่ระหว่างทางเขากลับเห็นอากิเปิดประตูออกมาพอดี
"อากิ:เกิดอะไรขึ้น!? เสียงระเบิดของอะไร"
โยเซฟที่เห็นก็รีบอธิบายทันที
"โยเซฟ:ไม่มีอะไรหรอก แค่คามีญใช้เวทมนตร์ให้หนูลีน่าดูเฉยๆน่ะ"
"อากิ:อ๋อ... แล้วสองคนนั้นไปคุยกันตอนไหนล่ะนั่น ถึงไปใช้เวทมนตร์ให้ดูกันได้"
"โยเซฟ:ก็หลังจากที่นายเข้าไป คามีญก็เข้าไปขอโทษลีน่า แล้วหลังจากนั้นทั้งสองก็คุยกัน แต่ไม่รู้คุยท่าไหนนะ ถึงไปสนิทกันไวขนาดนั้น"
'อากิ:โล่งอกไปทีที่ทั้งคู่เข้ากันได้ นึกว่าเราต้องออกไปช่วยซะแล้ว'
สีหน้าของอากิผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะหันไปพูดกับโยเซฟ
"อากิ:ขอบคุณมากที่บอกเรื่องนี้ ฉันคงนอนได้แบบสบายใจแล้ว"
"โยเซฟ:ยินดีเสมอ สหาย"
โยเซฟพูดพร้อมยื่นมือมา อากิที่เห็นก็จับมือนั้นไว้ พร้อมพยักหน้าให้ ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกย้ายกันไป
โยเซฟกลับไปนั่งเม้าท์มอยต่อ
ส่วนคามีญก็ใช้เวทมนตร์ให้ลีน่าดูต่ออย่างสนุกสนาน
ทางด้านอากิเองก็กลับเข้ามาในห้อง
ทันทีที่เขาปิดประตู เมิ่งซินก็ถามขึ้นทันทีว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น
"อากิ:ก็ประมาณว่า..."
จากนั้นอากิก็เล่าทุกอย่างให้ฟัง
เมิ่งซินที่ได้ฟังก็ดูเหมือนจะมีอารมณ์อยู่บ้างตอนได้ยินเรื่องของลีน่า แต่พอฟังไปเรื่อยๆเธอก็ค่อยๆใจเย็นลง ก่อนจะพูดกับอากิ
"เมิ่งซิน:โอเค ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว นายไปพักผ่อนเถอะ"
"อากิ:โอเค ไว้เจอกันตอนตื่น"
พูดจบ อากิก็เอาเตียงที่เก็บไว้ก่อนออกเดินทางออกมาจากช่องเก็บของ
"อากิ:คิดถึงเจ้าเตียงนี่จริงๆ"
ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนอนทันที
"อากิ:เป็นเตียงที่ดีจริงๆ นอนมาขนาดนี้ก็ไม่มีกลิ่น แถมนุ่มเหมือนเดิมด้วย"
[อลิส:... ดิฉันว่ามันอาจไม่ใช่เตียงปกตินะคะ]
"อากิ:หมายความว่าไง"
[อลิส:ไม่รู้สิคะ แค่สังเกตว่าตอนที่มันสกปรก มันจะกลับมาสะอาดเอง]
"อากิ:เหรอ ไม่เคยสังเกตเลย"
[อลิส:งั้น... ใช้สกิลประเมินกับมันไหมคะ]
"อากิ:เอาสิ"
[อลิส:ใช้งานสกิลประเมิน เป้าหมายที่เลือกคือเตียง ต้องใช้มานา 2,500 หน่วยเพื่อตรวจสอบ และต้องใช้อีก 750 เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมด้วยค่ะ]
"อากิ:ห๊ะ ใช้เท่าไหร่นะ"
อากิที่ได้ยินจำนวนมานาที่ต้องใช้ถึงกับอึ้งไปทันที
[อลิส:ใช้ทั้งหมด 3,250 หน่วยค่ะ ยังต้องการประเมินไหมคะ]
"อากิ:ปะ-ประเมินเลย"
[อลิส:กำลังทำการประเมิน โปรด
รอสักครู่]
'อากิ:เตียงอะไรวะเนี่ย ใช้มานาตั้ง 3250 เพื่อประเมิน'
อากิได้แต่ตั้งคำถามในใจขณะรอคำตอบจากอลิส
ผ่านไปเกือบนาที การประเมินก็เสร็จสิ้น
[อลิส:การประเมินเสร็จสิ้น
ชื่อ: เตียงแห่งการพักผ่อน
ระดับ: อีพิค (Epic)
มีความสามารถ 5 อย่าง
1:พักผ่อน — เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูความเหนื่อยล้า 100%
2:ฟื้นฟู — เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟู HP และมานา 75%
3:ซ่อมแซม — เพิ่มความเร็วในการรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกาย 50%
4:รักษาความสะอาด — มีความสามารถในการทำความสะอาดตัวเองทุก 12 ชั่วโมง
5:คงกระพัน — มีความสามารถในการซ่อมแซมตัวเองไม่ว่าจะเสียหายแค่ไหนก็ตาม การซ่อมแซมจะเกิดขึ้นทุกๆ 24 ชั่วโมง
ข้อมูลเพิ่มเติม
เตียงนี้ถูกสร้างขึ้นโดยดันเจี้ยนในทุกๆ 10,000 ห้อง เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้สิ่งมีชีวิตภายในดันเจี้ยนได้พักผ่อนอย่างรวดเร็ว และเพิ่มความเร็วในการผจญภัย]
อากิที่ได้ยินถึงกับนิ่งไปทันที
ไอเทมระดับอีพิคชิ้นนี้มีความสามารถถึงห้าอย่าง จนเขาพูดอะไรไม่ออก ได้แต่นอนนิ่งทำหน้าตายอยู่บนเตียง
ส่วนอลิสที่เห็นอากิเงียบไป ก็นึกว่าเขาไม่ชอบมัน จึงรีบพูดปลอบทันที
[อลิส:ถึงท่านจะไม่ชอบ แต่เตียงนี้ความสามารถดีมากๆ เลยนะคะ ช่วยลดระยะเวลาในการพักผ่อนและฟื้นฟูหลายๆ อย่างด้วย มันสารพัดประโยชน์จริงๆนะคะ]
"อากิ:ใช่ ฉัน... ฉันไม่ค่อยชอบมัน..."
อลิสที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบจะพูดโน้มน้าวต่อทันที
[อลิส:แต่มัน—]
แต่ยังไม่ทันที่อลิสจะพูดจบ อากิก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"อากิ:ฉันรักมันเลยต่างหาก!"
พูดจบเขาก็ทิ้งตัวลงนอนด้วยรอยยิ้มกว้าง เพราะเพิ่งรู้ว่าตัวเองได้ของดีระดับสุดยอดมาอยู่กับตัวตั้งนาน
อลิสที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจ ก่อนจะปล่อยให้อากิพักผ่อนอย่างสบายใจ
จากผู้แต่ง
ไฟเริ่มหมดขอหาไฟเติมแปป
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ