ชื่อเรื่อง ยังไม่มี

7.0

เขียนโดย PMTV

วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2564 เวลา 22.35 น.

  55 ตอน
  70 วิจารณ์
  66.08K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2564 15.27 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

55) ตอนที่54

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
 
เช้าวันรุ่งขึ้น ผมตื่นขึ้นมาและรีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน
แต่วันนี้มีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไปจากทุกวัน...
ผมขอให้ทาคุยะไปทำหน้าที่แทนเก็นจิ
ทันทีที่ได้ยินคำสั่ง เก็นจิก็ทำหน้าสงสัยขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมล่ะครับลูกพี่?”
ผมหันกลับไปมองมันด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย
“ยังจะถามอีกเหรอ? ใครกันที่เอากาแฟมากินยั่วข้าต่อหน้าต่อตาน่ะห๊ะ!”
“ก็...อันนั้นคุณผู้หญิงสั่งเอาไว้นี่ครับ”
คำตอบของมันทำเอาผมแทบจะเถียงไม่ออก
แต่ก่อนที่ผมจะได้พูดอะไร ทาคุยะก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน
“เก็นจิซัง เดี๋ยววันนี้ผมจะเป็นคนไปแทนเองนะครับ”
“ตะ...แต่ว่า...”
เก็นจิยังทำท่าจะคัดค้าน แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเลือก
สรุปแล้ววันนี้เก็นจิต้องอยู่เฝ้าบ้าน ส่วนคนที่ตามผมไปทำงานก็คือทาคุยะ
อย่างน้อยก็ดี...
ผมจะได้ไม่ต้องเห็นไอ้บ้านั่นนั่งกินกาแฟยั่วประสาทผมอีก
เมื่อเดินทางมาถึงบริษัท ผมกับทาคุยะช่วยกันขนเอกสารขึ้นไปยังห้องทำงาน จากนั้นผมก็เริ่มลงมือทำงานทันที
ช่วงนี้ผมแทบไม่อยากต้อนรับใครทั้งนั้น
ไม่ว่าจะเป็นพนักงานคนไหนก็ตาม
เพราะเป้าหมายของผมมีเพียงอย่างเดียว...
ทำงานทั้งหมดให้เสร็จโดยเร็วที่สุด
ผมต้องเร่งเคลียร์งานที่ค้างอยู่ให้หมดก่อนถึงวันที่จะเดินทางไปเทศกาลหิมะที่ฮอกไกโด
ดังนั้นเวลาทุกนาทีจึงมีค่า
ผมนั่งทำงานต่อเนื่องจนถึงเที่ยง จึงยอมพักกินข้าวเพียงไม่นาน ก่อนจะกลับมานั่งปั่นเอกสารต่อทันที
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้น
เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้า ผมก็รีบรับสาย
“ครับฮารุ มีอะไรเหรอครับ?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เสียงของฮารุจะดังขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ค่อยดีนัก
“คุณคะ...ตอนนี้เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ”
ผมชะงักมือที่กำลังพลิกเอกสารทันที
“เรื่องใหญ่?”
“ค่ะ คุณพ่อโทรมาหลายรอบแล้ว แล้วก็บอกว่าอยากให้คุณรีบไปที่สาขาซัปโปโรตอนนี้เลยค่ะ”
“แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ?”
“มะ...ไม่รู้ค่ะ แต่คุณพ่อบอกว่าเป็นเรื่องด่วนมาก และเรื่องนี้อาจทำให้สาขาซัปโปโรเจ๊งได้เลยนะคะ”
ผมขมวดคิ้วทันที
ถ้าถึงขั้นที่พ่อของฮารุต้องโทรตามผมหลายครั้ง แสดงว่าเรื่องนี้คงไม่ใช่ปัญหาเล็ก ๆ แน่นอน
แต่ในเวลาเดียวกัน เอกสารกองมหึมาที่อยู่ตรงหน้าผมก็ยังไม่หมดเสียที
“แล้วมันมีปัญหาที่ตรงไหนล่ะครับ? ถ้าฮารุบอกผมแค่นี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะช่วยอะไรได้”
“ตะ...แต่คุณพ่อบอกว่าอยากให้คุณไปที่นั่นด่วนเลยนะคะ”
ผมถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะมองกองเอกสารตรงหน้า
“ตอนนี้ผมเองก็กำลังพยายามรีบทำงานให้เสร็จอยู่เหมือนกันนะครับ ยังไงอีกไม่นานพวกเราก็ต้องเดินทางไปที่นั่นอยู่แล้ว ตอนนี้ฝากคุณพ่อจัดการเรื่องด่วนไปก่อนแล้วกันนะครับ”
“มันจะดีเหรอคะ?”
“มันก็คงไม่ดีหรอกมั้งครับ”
ผมหัวเราะแห้ง ๆ
“แต่จะให้ผมทิ้งงานแล้วไปตอนนี้เลยก็คงไม่ได้เหมือนกัน มีหลายแผนกกำลังรอเอกสารที่ผมต้องจัดการอยู่นะครับ”
ปลายสายเงียบไป
จากน้ำเสียงของฮารุ ผมรู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังกังวลเรื่องพ่อของตัวเอง
“เฮ้อ...”
ผ่อนลมหายใจออกมาแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง
“ผมเข้าใจนะครับว่าคุณเป็นห่วงคุณพ่อ แต่คุณพ่อของคุณน่ะเก่งจะตายไป แถมยังเป็นเพื่อนซี้กับพวกตาเฒ่ายากุซ่าพวกนั้นได้อีก ไม่เป็นอะไรหรอกครับ”
ผมพยายามพูดติดตลกเพื่อให้เธอคลายกังวล
“อดทนหน่อยนะครับที่รัก ถ้าผมทำงานเสร็จแล้วจะรีบไปช่วยคุณพ่อเอง ไม่ต้องเครียดนะครับ”
“สะ...สัญญากันแล้วนะคะ”
“ครับ”
ผมตอบทันที
“ไม่ว่าจะเป็นปัญหาแบบไหน ผมจะจัดการให้เองครับ”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนเสียงของฮารุจะกลับมาอีกครั้ง
“งั้นฮารุไม่รบกวนเวลาทำงานของคุณแล้วนะคะ ทำงานเสร็จแล้วรีบกลับบ้านนะคะ”
“ครับ”
หลังจากนั้นสายก็ถูกตัดไป
ผมวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะมองเอกสารตรงหน้าด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิม
ดูเหมือนว่าฮอกไกโดครั้งนี้...
คงไม่ได้เป็นเพียงการไปเที่ยวธรรมดาเสียแล้ว

ผมกลับมานั่งทำงานต่อจนกระทั่งฟ้ามืด
เอกสารส่วนใหญ่ยังคงกองอยู่บนโต๊ะเหมือนเดิม แต่ในที่สุดงานของวันนี้ก็ใกล้จะจบลง
ทาคุยะจึงรีบช่วยผมขนเอกสารส่วนที่เหลือกลับไปไว้ที่รถ ก่อนจะขับรถพาผมกลับบ้าน
เมื่อถึงบ้าน ผมไม่ได้พักแม้แต่น้อย
ทันทีที่เข้าห้องทำงาน ผมก็นั่งลงทำงานต่อทันที
แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้จัดเอกสารตรงหน้าให้เรียบร้อย...
ปัง!
ประตูห้องทำงานถูกเปิดออกอย่างแรง
“บอสสสสสสสส!!!”
เสียงที่ดังลั่นบ้านทำให้ผมสะดุ้งจนเกือบทำปากกาหลุดมือ
“เห้ย! เกิดอะไรขึ้น?!”
รูริวิ่งเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด
“บอสจะไปฮอกไกโดเหรอ?!”
ผมมองเธออย่างงุนงง
“อะ...อืม”
“เราไปด้วยได้ไหมบอส!”
“ตะ...แต่ว่า...”
ผมพยายามอธิบาย
“จำนวนคนมันล็อกไว้แล้วนะ แล้วอีกอย่างมันก็เต็มแล้วด้วย”
“ไม่เอา! เราไม่ยอมนะบอสสส! แง๊!”
รูริรีบวิ่งเข้ามาเกาะแขนผมทันที ก่อนจะกระชากแขนผมไปมาอย่างไม่เกรงใจ
“เดี๋ยว ๆ ๆ! หยุดก่อน! ข้าจะทำงาน!”
“บอสหง่าาาา! ให้เค้าไปด้วยสิน้าาาาา!”
เสียงร้องของรูริดังลั่นจนไม่นานนัก คนทั้งบ้านก็เริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องทำงาน
ฮารุเดินเข้ามาเป็นคนแรก
“เกิดอะไรขึ้นคะ?”
ผมชี้ไปยังตัวต้นเหตุทันที
“ก็ยัยรูริน่ะสิคุณ มาขอร้องให้ผมพาไปฮอกไกโดด้วยอยู่เนี่ย”
ฮารุหันไปมองรูริ ก่อนจะพยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“รูริซังคะ...คือว่าที่นั่งมัน—”
“คุณหนูกับบอสอย่าแกล้งเราสิ๊! แง๊!”
รูริทำท่าจะร้องไห้อีกรอบ
ชิสึที่ยืนอยู่ด้านหลังถอนหายใจยาวอย่างเอือมระอา
“เฮ้อ...ยัยต๊องเอ๊ย เธอจะไปฮอกไกโดทำไมไม่ทราบ?”
รูริสูดน้ำมูก ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“กะ...เก๊าอยากไปกินอาหารทะเลนี่นา...”
เธอรีบยกเหตุผลขึ้นมาเป็นชุด
“แล้วอาหารเช้าของสาขานั้นก็สามารถกินไข่ปลาแซลมอนได้ กินปลาดิบได้ กินข้าวได้ไม่อั้นเลยนะ!”
ทุกคนเงียบไปชั่วขณะ
ผมได้แต่เอามือกุมขมับ
เหตุผลของเธอช่างยิ่งใหญ่จริง ๆ
พลอยพยายามปลอบรูริ
“รูริซัง ไว้พวกเราไปกินปลาดิบที่ตลาดซึคิจิกันก็ได้นะคะ”
“กะ...เก๊าอยากไปฮอกไกโดนี่คุณหนูพลอยยย!”
รูริทำหน้าเศร้าทันที
“เก๊าโดนแกล้งจนต้องตกงานมาตั้งนาน เงินเก็บก็ไม่มี...เก๊าอยากกินอาหารดี ๆ เยอะ ๆ นี่นา...แง๊ ๆ”
พวกเราทุกคนต่างช่วยกันปลอบเธอ
ผมเองก็เข้าใจความรู้สึกของรูริอยู่เหมือนกัน
แต่ปัญหาคือ...
จะเพิ่มคนไปอีกหนึ่งคน มันไม่ได้จบแค่เรื่องที่นั่งบนเครื่องบินเท่านั้น
มันหมายถึงต้องเพิ่มจำนวนคนในส่วนของอะโอโมริด้วย
และผมก็เกรงใจริกะจังไม่น้อย
ระหว่างที่ทุกคนกำลังชุลมุนกันอยู่ มิจังก็เอ่ยปากขึ้นมา
“คะ...คุณท่านคะ ให้รูริซังไปแทนหนูก็ได้นะคะ”
ผมหันไปมองเธอทันที
“เอ๊ะ?”
ฮารุเองก็ดูแปลกใจ
“ทำไมล่ะจ๊ะ? เรื่องโรงเรียนก็ทำเรื่องลาไว้ให้แล้วนะ”
พลอยถามขึ้นอีกคน
“มิจังไม่อยากไปฮอกไกโดด้วยกันเหรอ?”
มิจังส่ายหน้าเบา ๆ
“มะ...มิจังก็อยากไปเที่ยวนะคะ แต่...หนูอยากให้รูริซังไปแทนค่ะ”
ผมมองเด็กสาวตรงหน้า ก่อนจะถามอย่างใจเย็น
“เข้าใจเรื่องที่อยากให้รูริไปแทนแล้วล่ะครับ แต่ขอเหตุผลดี ๆ หน่อยได้ไหม มิจัง?”
มิจังครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะตอบออกมาด้วยรอยยิ้ม
“คะ...คือถ้ารูริซังได้ไปที่นั่น อาจจะทำให้รูริซังคิดสูตรทำอาหารอร่อย ๆ แบบใหม่ออกมาได้ แล้วเมื่อถึงตอนนั้น...รูริซังช่วยทำให้หนูกินอีกนะคะ”
รูริที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับหยุดร้องไห้
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอทั้งที่น้ำตายังคลออยู่
“ขอบคุณนะมิจัง!”
รูริพุ่งเข้าไปกอดมิจังทันที
“เราจะทำของอร่อย ๆ ออกมาให้กินเยอะ ๆ เลยนะ!”
เธอพูดด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“คืนนี้เราก็จะทำแพนเค้กสูตรรูริสเปเชียลให้กินด้วยนะ!”
จากนั้นเธอก็ชะงักไป
“อ๊ะ! เดี๋ยวเราต้องไปซื้อไอศกรีมก่อน! อย่างเพิ่งนอนกันน้าาาาา!”
พูดจบรูริก็วิ่งออกจากห้องไปทันที
โดยไม่รอคำคัดค้านจากใครแม้แต่คนเดียว
ผมได้แต่มองตามหลังเธอไปอย่างเหนื่อยใจ
“เฮ้อ...ยัยบ้านี่ นึกจะมาก็มานึกจะไปก็ไป”
มิจังหัวเราะเบา ๆ
“ฮิฮิ...หนูว่ารูริซังที่เป็นแบบนี้น่ารักดีนะคะ”
ผมหันกลับมามองเธอ
“ว่าแต่...ยัยรูริทำของอร่อยให้มิจังกินด้วยเหรอ?”
“ทำให้หนูกินเยอะเลยล่ะค่ะ”
ฮารุรีบเสริมขึ้นมา
“ฮารุก็ได้นะ”
พลอยพยักหน้าตาม
“มันอร่อยมาก ๆ เลยนะคะพี่ชาย”
แม้แต่ชิสึก็ยังยอมรับ
“ถึงจะไม่ค่อยชอบยัยนั่นที่ชอบเสียงดังก็เถอะค่ะ แต่เรื่องทำอาหารยัยนั่นก็เก่งจริง ๆ นั่นแหละ”
อายะยิ้ม
“เครปเค้กล่าสุดก็อร่อยนะคะ”
รินรีบพยักหน้าตาม
“ใช่ ๆ ครีมสดที่รูริทำอร่อยมากเลยค่ะ แล้วก็นุ่มฟูด้วย”
ทานากะหัวเราะเบา ๆ
“โอ๊ะ ๆ ผมก็ชอบนะครับ แต่ด้วยร่างกายที่แก่ลงเรื่อย ๆ ของผม คงรับของหวานมาก ๆ ไม่ไหวแล้วล่ะครับ”
ผมนั่งฟังบทสนทนาของทุกคนด้วยความรู้สึกแปลก ๆ
เพราะสิ่งที่ทุกคนพูดถึง...
ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลย
“ทะ...ทำไมผมไม่ได้ล่ะ?”
ทุกคนหันมามองผมพร้อมกัน
ฮารุยิ้มบาง ๆ ก่อนตอบ
“ก็คุณน่ะ...เคยว่างอยู่บ้านบ้างไหมล่ะคะ?”
“เอ๊ะ?”
“พวกเราทุกคนในบ้านจะมีช่วงเวลาดื่มชาตอนบ่ายกันด้วยนะคะ”
ผมถึงกับชะงัก
“ห๊ะ? ดื่มชาตอนบ่ายกันเนี่ยนะ?”
พลอยพยักหน้า
“ใช่ค่ะ”
ผมกวาดสายตามองทุกคน
“หมดกันทั้งบ้าน?”
ฮารุตอบอย่างเป็นธรรมชาติ
“ใช่ค่ะ”
ผมเงียบไปทันที
นี่มันจะสบายกันเกินไปแล้วหรือเปล่า?
ในขณะที่ผมอดหลับอดนอนนั่งทำงานจนแทบจะตายอยู่แล้ว คนพวกนี้กลับนั่งดื่มชากันอย่างสบายใจ
แม่ผมกับฮารุนี่ยังพอเข้าใจได้
แต่พลอย ทานากะ อายะ ริน ชิสึ ทาคุยะ...
ผมหันไปมองอีกคนที่น่าจะมีส่วนร่วมกับกิจกรรมนี้ไม่แพ้ใคร
“ยะ...อย่าบอกนะว่าเก็นจิก็ด้วย?”
เสียงหนึ่งดังมาจากหน้าประตู
“ผมไม่เคยพลาดเลยครับ!”
ผมหันขวับไปมอง
เก็นจิยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าภูมิใจ
“มีเมื่อวานที่ต้องไปทำงานกับคุณท่านด้วย ผมล่ะเสียดายจะแย่”
“...”
ผมกำหมัดแน่น
ไอ้บ้านี่...
เดี๋ยวข้าจะเอาคืนเรื่องกาแฟให้สาสมเลย
คอยดูเถอะ
ทานากะหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“คุณท่านครับ ให้ทาคุยะซังไปแทนผมจะดีกว่าไหมครับ?”
ผมหันไปมองเขา
“จะดีเหรอ?”
ทาคุยะเองก็มีสีหน้าลังเล
“ให้ผมไปแทนจะดีเหรอครับ ทานากะซัง?”
“โฮ๊ะ ๆ ดีสิครับ”
ทานากะหัวเราะ
“ให้หนุ่ม ๆ สาว ๆ ได้ไปเที่ยวกันจะดีกว่านะครับ ส่วนคนแก่อย่างผมก็ขี้หนาวด้วย ขอเฝ้าบ้านดีกว่าครับ”
ผมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า
“อืม...ก็ได้ เอาตามที่อยากทำเถอะ”
“ขอบคุณครับ”
ทาคุยะเองก็ยิ้ม
“ขอบคุณนะครับทานากะซัง ผมจะซื้อของฝากมาให้เยอะ ๆ เลยนะครับ”
“โฮ๊ะ ๆ ครับ”
ไม่รู้ว่าเพราะทุกคนกำลังจะได้ไปเที่ยวหรืออย่างไร แต่บรรยากาศในบ้านถึงได้ดูคึกคักกันขนาดนี้
สุดท้ายผมก็ไล่ทุกคนออกจากห้องทำงาน แล้วกลับมานั่งจัดการเอกสารที่เหลือต่อ
เวลาค่อย ๆ ผ่านไป...
จากหนึ่งทุ่ม...
สองทุ่ม...
สามทุ่ม...
จนในที่สุดเข็มนาฬิกาก็เดินมาถึง ตีสาม
เหมือนเดิม
ผมจึงรีบขึ้นไปนอน
และเมื่อเช้ามาถึง...
ผมก็ต้องตื่นไปทำงานต่ออีกครั้ง
วันแล้ววันเล่าผ่านไปในลักษณะเดิม
ทำงาน...
กลับบ้าน...
ทำงานต่อ...
นอนตอนตีสาม...
แล้วตื่นขึ้นมาเริ่มต้นใหม่
วนเวียนอยู่แบบนั้นอีก สองวัน
และในที่สุด...
วันที่พวกเราจะเดินทางไปฮอกไกโดก็มาถึง
แต่ผมยังไม่รู้เลยว่า...
การเดินทางครั้งนี้จะไม่ใช่เพียงแค่การไปเที่ยวเทศกาลหิมะธรรมดา ๆ อย่างที่ทุกคนคิด
เพราะเรื่องที่กำลังรอพวกเราอยู่ที่ซัปโปโร...
อาจเปลี่ยนทุกอย่างไปมากกว่าที่ผมคาดคิดก็ได้

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
6 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
6 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา