สุดท้ายก็คือนาย...
-
เขียนโดย Ganchariya
วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2563 เวลา 22.36 น.
12 ตอน
5 วิจารณ์
10.03K อ่าน
แก้ไขเมื่อ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2563 23.55 น. โดย เจ้าของนิยาย
1) รับน้อง
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ สุดท้ายก็คือนาย... : รับน้อง
ตอนที่ 1 รับน้อง
บริเวณด้านหน้าตึกอาคารเรียนของสาขาวิชาการบัญชี คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของประเทศ มีกลุ่มนักศึกษานับร้อยคนกำลังรวมตัวกันทำกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกกรมที่ดำเนินสืบทอดต่อกันมาทุกปีจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ก็คือกิจกกรมรับน้องนั่นเอง
กิจกรรมรับน้องเป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่แต่ละคณะหรือสาขาวิชาจะจัดการดำเนินกิจกรรมภายในกับรุ่นน้องที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ในปีแรกของภาคปีหารศึกษาใหม่ เพื่อทำความรู้จักกันและสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่น ซึ่งกิจกรรมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่หลาย ๆ คนทราบกันดี แต่ทั้งนี้กิจกรรมรับน้องของสาขาวิชาการบัญชีแห่งนี้อยู่ในการดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีจึงไม่มีความน่ากังวลหรือน่าเป็นห่วงในเรื่องใด
ถึงแม้ว่าทางมหาวิทยาลัยต้องการที่จะยกเลิกกิจกรรมรับน้องโดยเด็ดขาด แต่เนื่องจากการร่วมมือของอาจารย์กับนักศึกษาเป็นไปด้วยดีทำให้กิจกรรมนี้ยังคงถูกดำเนินต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน และในวันนี้เองนักศึกษาของทุกคณะได้ร่วมกันทำกิจกรรมของแต่ละสาขาวิชากันอย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับนักศึกษาของสาขาวิชาการบัญชีนี้
“น้อง ๆ เต้นแรง ๆ หน่อย เอ้า! *ตาแดงๆ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า ตาแดงๆ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่าน้องบอกอย่ามายะ อย่ามายะ น้องบอกอย่ามายะ อย่ามายะ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า ปีหน้าเขามีรำวง ปีหน้าเขามีรำวง น้องกลัวท้องกลมอย่ามายะอย่ามายะ* เอ้าอีรอบ! ตา$฿%:#:’…[‘#฿…&%€”{{“€%฿” รุ่นพี่ปีสามหัวหน้าสันทนาการของกิจกรรมรับน้องในวันนี้ทำหน้าที่ด้านหน้าเวทีพร้อมกับโทรโข่งเครื่องเก่าที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งมันเก่ามากจนเกือบใช้งานไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าเสียงที่ทุกคนได้ยินนั้นเป็นเสียงของรุ่นพี่ที่ดังผ่านเจ้าเครื่องกระจายเสียงนั่นหรือเสียงของรุ่นพี่เองกันแน่
“กูว่าพี่เขาน่าจะเจ็บคอว่ะ ฮ่า ๆ ๆ” สเตตัสพูดแซวรุ่นพี่สันทนาการบนเวทีและหัวเราะชอบใจกับกลุ่มเพื่อนของเขา
“ไอ้อินมึงช่วยพี่เขาหน่อยสิวะ” ปัณณ์พูดเสริม
“เกี่ยวอะไรกับกูวะ” อินตอบกลับแบบปัดไปที เพราะไม่อยากรับมุขเดิม ๆ ของเพื่อน ๆ
“มึงดูพวกกูแต่ละคน...” สเตตัสพูดหยอกเชิงประชดแบบหน้าตายแต่ร่างกายยังคงขยับไปตามเสียงเพลง
“.......หน้าเหี้ยหรอวะ โอ๊ยยย...” อินกวาดสายตามองหน้าเพื่อน ๆ ก่อนตอบกลับแบบไม่รับมุขทำให้เขาได้รับฝ่ามือจากเพื่อนทั้งสองตรงศีรษะอย่างแรง
“น้อง! น้อง ๆ ผู้ชายกลุ่มนั้นเชิญด้านหน้าหน่อยจ้า” พี่สันทนาการตะโกนเรียกพวกเขาเพราะเสียงร้องของอินดังแทรกผ่านเสียงร้องเพลงของทุกคนมา
“เพราะมึงเลยไอ้อิน จิ๊!” กวินหัวเสียกล่าวโทษเพื่อนที่ทำเสียงดังจนต้องโดนเรียกออกไปด้านหน้า เพราะมันเป็นเรื่องที่เขาพยายามจะหลีกเลี่ยงมาตลอดการรับน้องนี้
และถึงแม้ว่าจะมีนักศึกษาสาว ๆ มากมายนับร้อยคนรายล้อมพวกเขาอยู่ แต่ทว่าความโดดเด่นของพวกเขาได้เปล่งประกายแสงออร่าในตัวออกมาท่ามกลางสาว ๆ เหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจากหนึ่งในกลุ่มของพวกเขามีตัวแทนเดือนคณะและยังเป็นตัวเต็งเดือนของมหาวิทยาลัย จึงทำให้พวกเขาเป็นที่สนใจและน่าจับตามอง ด้วยรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ที่ไม่ว่าใครมองเห็นแล้วก็ยากที่จะละสายตาได้
การเรียกหนุ่ม ๆ ออกมาด้านหน้าไม่ใช่เป็นแค่การลงโทษที่พวกเขาไม่สนใจกับกิจกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ เพียงแต่ต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าสาขาการบัญชีถึงแม้จะมีผู้หญิงมากกว่า แต่ผู้ชายที่มีอยู่น้อยนิดก็มีดีไม่แพ้สาขาอื่น ๆ ในรั้วของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
“น้องกาวินนนนน...” เสียงออดอ้อนจากรุ่นพี่เมื่อเห็นรุ่นน้องที่น่ารักสุด ๆ อย่างเขา
“กวินครับ” กวินรู้สึกรำคาญกับเสียงออดอ้อนของรุ่นพี่และไม่ชอบใจนักที่เรียกชื่อเขาพร้อมกับท่าแอ๊แบ๊วที่คิดว่าน่ารักแล้วนั้น
“จ่ะน้องกวิน..น้องกวินกับเพื่อนเต้นเพลงอะไรได้บ้างจ๊ะ” ถามและรอคำตอบด้วยความคาดหวังสูงสุดของชีวิตติ่งมโน
“ไม่เป็นครับ” กวินตอบกลับทันควันแบบไร้เยื่อใย และในใจเขาอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียเหลือเกิน
“เอ่อ...งั้น..น้องคนนี้ชื่ออะไรจ๊ะ” เห็นท่าทางและอาการของกวินแล้วน่าจะไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ เป็นแน่เธอจึงหันไปหาหนุ่มหล่อหน้าตาดีอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กวินทันที
“อินครับ” อินตอบแบบสุภาพด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
~กรี๊ดดดดด~ เสียงร้องหลงให้กับความน่ารักของหนุ่มหน้าอูม แววตาใสซื่อเป็นประกาย
“อ๊ายยยน้องอิน น่าร๊ากเนอะ เอ่อ..แล้วคนนี้ล่ะจ๊ะ” ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ก็แอบหยอดรุ่นน้องไปที
“ปัณณ์ค้าบ” ปัณณ์แนะนำตัวเองพร้อมยกมือขึ้นมาโบกเล็กน้อย
~กรี๊ดดดดด~ เสียงนุ่ม ๆ ของเขาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ ได้ไม่แพ้กัน
“อุ๊ยตายแล้วววว งานดีเนอะ อิอิ...แล้วคนนี้ชื่ออะไรจ๊ะ” เธอไล่ถามคนถัดไปเรื่อย ๆ อย่างเพลิดเพลิน
“สเตตัสฮะ” เขายิ้มอ่อนหลังจากแนะนำตัว
~กรี๊ดดดดด~ ชื่อที่แปลกกับบุคลิกที่โดดเด่นกว่าใครทำให้เขาได้รับเสียงกรี๊ดจนดังจนทะลุไปอีกคณะหนึ่งที่ทำกิจกรรมรับน้องอยู่ใกล้ ๆ นี้
“โอ๊ยตาย ๆ ๆ ไม่รู้เลยว่าสาขาเราจะมีรุ่นน้องงานดีกันขนาดนี้ อิอิ คนต่อไปเลยดีกว่าจ่ะ เอ๊ะ?? เดี๋ยวนะ..ห้า..หก..เจ็ด..แปด!” เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจำนวนรุ่นน้องผู้ชายตอนนี้มีเยอะกว่าในใบรายชื่อที่มีอยู่
“อ่อออ น้อง ๆ เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่สินะ งั้นมาเต้นกันเลยดีกว่า ไก่ย่างพร้อมมม สามสี่! กะ...อ๊ายยยยยยย..............” เสียงร้องหายไปตั้งแต่คำแรกของเพลงแล้วกลายมาเป็นเสียงร้องหลงเหมือนเจอดาราที่กำลังเป็นดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้
“เดี๋ยวก่อน!!”
* เพลงยะ : เพลงสันทนาการที่มีร้องกันทั่วไปตามช่วงเวลาและโอกาสต่างๆ
กัญชริญา
ไปอ่านตอนต่อไปกันเลยจ้า >>>
ตอนที่ 1 รับน้อง
บริเวณด้านหน้าตึกอาคารเรียนของสาขาวิชาการบัญชี คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งที่ขึ้นชื่อของประเทศ มีกลุ่มนักศึกษานับร้อยคนกำลังรวมตัวกันทำกิจกรรม ซึ่งเป็นกิจกกรมที่ดำเนินสืบทอดต่อกันมาทุกปีจากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ก็คือกิจกกรมรับน้องนั่นเอง
กิจกรรมรับน้องเป็นกิจกรรมที่รุ่นพี่แต่ละคณะหรือสาขาวิชาจะจัดการดำเนินกิจกรรมภายในกับรุ่นน้องที่เพิ่งเข้าเรียนใหม่ในปีแรกของภาคปีหารศึกษาใหม่ เพื่อทำความรู้จักกันและสานสัมพันธ์ระหว่างรุ่น ซึ่งกิจกรรมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียที่หลาย ๆ คนทราบกันดี แต่ทั้งนี้กิจกรรมรับน้องของสาขาวิชาการบัญชีแห่งนี้อยู่ในการดูแลของอาจารย์ที่ปรึกษาและผู้เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีจึงไม่มีความน่ากังวลหรือน่าเป็นห่วงในเรื่องใด
ถึงแม้ว่าทางมหาวิทยาลัยต้องการที่จะยกเลิกกิจกรรมรับน้องโดยเด็ดขาด แต่เนื่องจากการร่วมมือของอาจารย์กับนักศึกษาเป็นไปด้วยดีทำให้กิจกรรมนี้ยังคงถูกดำเนินต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน และในวันนี้เองนักศึกษาของทุกคณะได้ร่วมกันทำกิจกรรมของแต่ละสาขาวิชากันอย่างสนุกสนาน เช่นเดียวกับนักศึกษาของสาขาวิชาการบัญชีนี้
“น้อง ๆ เต้นแรง ๆ หน่อย เอ้า! *ตาแดงๆ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า ตาแดงๆ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่าน้องบอกอย่ามายะ อย่ามายะ น้องบอกอย่ามายะ อย่ามายะ อย่ามายะน้องแรงน้องเจ็บหัวเข่า ปีหน้าเขามีรำวง ปีหน้าเขามีรำวง น้องกลัวท้องกลมอย่ามายะอย่ามายะ* เอ้าอีรอบ! ตา$฿%:#:’…[‘#฿…&%€”{{“€%฿” รุ่นพี่ปีสามหัวหน้าสันทนาการของกิจกรรมรับน้องในวันนี้ทำหน้าที่ด้านหน้าเวทีพร้อมกับโทรโข่งเครื่องเก่าที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งมันเก่ามากจนเกือบใช้งานไม่ได้ จึงไม่รู้ว่าเสียงที่ทุกคนได้ยินนั้นเป็นเสียงของรุ่นพี่ที่ดังผ่านเจ้าเครื่องกระจายเสียงนั่นหรือเสียงของรุ่นพี่เองกันแน่
“กูว่าพี่เขาน่าจะเจ็บคอว่ะ ฮ่า ๆ ๆ” สเตตัสพูดแซวรุ่นพี่สันทนาการบนเวทีและหัวเราะชอบใจกับกลุ่มเพื่อนของเขา
“ไอ้อินมึงช่วยพี่เขาหน่อยสิวะ” ปัณณ์พูดเสริม
“เกี่ยวอะไรกับกูวะ” อินตอบกลับแบบปัดไปที เพราะไม่อยากรับมุขเดิม ๆ ของเพื่อน ๆ
“มึงดูพวกกูแต่ละคน...” สเตตัสพูดหยอกเชิงประชดแบบหน้าตายแต่ร่างกายยังคงขยับไปตามเสียงเพลง
“.......หน้าเหี้ยหรอวะ โอ๊ยยย...” อินกวาดสายตามองหน้าเพื่อน ๆ ก่อนตอบกลับแบบไม่รับมุขทำให้เขาได้รับฝ่ามือจากเพื่อนทั้งสองตรงศีรษะอย่างแรง
“น้อง! น้อง ๆ ผู้ชายกลุ่มนั้นเชิญด้านหน้าหน่อยจ้า” พี่สันทนาการตะโกนเรียกพวกเขาเพราะเสียงร้องของอินดังแทรกผ่านเสียงร้องเพลงของทุกคนมา
“เพราะมึงเลยไอ้อิน จิ๊!” กวินหัวเสียกล่าวโทษเพื่อนที่ทำเสียงดังจนต้องโดนเรียกออกไปด้านหน้า เพราะมันเป็นเรื่องที่เขาพยายามจะหลีกเลี่ยงมาตลอดการรับน้องนี้
และถึงแม้ว่าจะมีนักศึกษาสาว ๆ มากมายนับร้อยคนรายล้อมพวกเขาอยู่ แต่ทว่าความโดดเด่นของพวกเขาได้เปล่งประกายแสงออร่าในตัวออกมาท่ามกลางสาว ๆ เหล่านั้นอย่างเห็นได้ชัด และเนื่องจากหนึ่งในกลุ่มของพวกเขามีตัวแทนเดือนคณะและยังเป็นตัวเต็งเดือนของมหาวิทยาลัย จึงทำให้พวกเขาเป็นที่สนใจและน่าจับตามอง ด้วยรูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ที่ไม่ว่าใครมองเห็นแล้วก็ยากที่จะละสายตาได้
การเรียกหนุ่ม ๆ ออกมาด้านหน้าไม่ใช่เป็นแค่การลงโทษที่พวกเขาไม่สนใจกับกิจกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ เพียงแต่ต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าสาขาการบัญชีถึงแม้จะมีผู้หญิงมากกว่า แต่ผู้ชายที่มีอยู่น้อยนิดก็มีดีไม่แพ้สาขาอื่น ๆ ในรั้วของมหาวิทยาลัยแห่งนี้
“น้องกาวินนนนน...” เสียงออดอ้อนจากรุ่นพี่เมื่อเห็นรุ่นน้องที่น่ารักสุด ๆ อย่างเขา
“กวินครับ” กวินรู้สึกรำคาญกับเสียงออดอ้อนของรุ่นพี่และไม่ชอบใจนักที่เรียกชื่อเขาพร้อมกับท่าแอ๊แบ๊วที่คิดว่าน่ารักแล้วนั้น
“จ่ะน้องกวิน..น้องกวินกับเพื่อนเต้นเพลงอะไรได้บ้างจ๊ะ” ถามและรอคำตอบด้วยความคาดหวังสูงสุดของชีวิตติ่งมโน
“ไม่เป็นครับ” กวินตอบกลับทันควันแบบไร้เยื่อใย และในใจเขาอยากจะหายตัวไปจากตรงนี้เสียเหลือเกิน
“เอ่อ...งั้น..น้องคนนี้ชื่ออะไรจ๊ะ” เห็นท่าทางและอาการของกวินแล้วน่าจะไม่ให้ความร่วมมือใด ๆ เป็นแน่เธอจึงหันไปหาหนุ่มหล่อหน้าตาดีอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กวินทันที
“อินครับ” อินตอบแบบสุภาพด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
~กรี๊ดดดดด~ เสียงร้องหลงให้กับความน่ารักของหนุ่มหน้าอูม แววตาใสซื่อเป็นประกาย
“อ๊ายยยน้องอิน น่าร๊ากเนอะ เอ่อ..แล้วคนนี้ล่ะจ๊ะ” ก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ก็แอบหยอดรุ่นน้องไปที
“ปัณณ์ค้าบ” ปัณณ์แนะนำตัวเองพร้อมยกมือขึ้นมาโบกเล็กน้อย
~กรี๊ดดดดด~ เสียงนุ่ม ๆ ของเขาก็เรียกเสียงกรี๊ดจากสาว ๆ ได้ไม่แพ้กัน
“อุ๊ยตายแล้วววว งานดีเนอะ อิอิ...แล้วคนนี้ชื่ออะไรจ๊ะ” เธอไล่ถามคนถัดไปเรื่อย ๆ อย่างเพลิดเพลิน
“สเตตัสฮะ” เขายิ้มอ่อนหลังจากแนะนำตัว
~กรี๊ดดดดด~ ชื่อที่แปลกกับบุคลิกที่โดดเด่นกว่าใครทำให้เขาได้รับเสียงกรี๊ดจนดังจนทะลุไปอีกคณะหนึ่งที่ทำกิจกรรมรับน้องอยู่ใกล้ ๆ นี้
“โอ๊ยตาย ๆ ๆ ไม่รู้เลยว่าสาขาเราจะมีรุ่นน้องงานดีกันขนาดนี้ อิอิ คนต่อไปเลยดีกว่าจ่ะ เอ๊ะ?? เดี๋ยวนะ..ห้า..หก..เจ็ด..แปด!” เธอเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าจำนวนรุ่นน้องผู้ชายตอนนี้มีเยอะกว่าในใบรายชื่อที่มีอยู่
“อ่อออ น้อง ๆ เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่สินะ งั้นมาเต้นกันเลยดีกว่า ไก่ย่างพร้อมมม สามสี่! กะ...อ๊ายยยยยยย..............” เสียงร้องหายไปตั้งแต่คำแรกของเพลงแล้วกลายมาเป็นเสียงร้องหลงเหมือนเจอดาราที่กำลังเป็นดาวรุ่งอยู่ในขณะนี้
“เดี๋ยวก่อน!!”
* เพลงยะ : เพลงสันทนาการที่มีร้องกันทั่วไปตามช่วงเวลาและโอกาสต่างๆ
กัญชริญา
ไปอ่านตอนต่อไปกันเลยจ้า >>>
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ