The Bikeriders: No Mercy
เขียนโดย
room666_
วันที่ วันนี้ เวลา 4 ชม.ที่แล้ว
แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น
4) กฎหมู่เหนือกฎหมาย
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
( ภาพแฟลชแบ็ก: เหตุการณ์ชุลมุนภายในบาร์ )
เสียงแก้วแตกผสมกับเสียงคำรามของชายฉกรรจ์นับสิบชีวิต แรงเหวี่ยงของไม้เบสบอลปะทะเข้ากับโหนกแก้มจนร่างกระเด็นข้ามเคาน์เตอร์บาร์ไปพังถังเบียร์จนหักโค่น ในความมืดที่มีเพียงแสงนีออนสลัว ระเบิดขวด ( Molotov ) ลูกหนึ่งถูกโยนข้ามฝูงชนไปปะทะกับชั้นวางเหล้า แอลกอฮอล์เข้มข้นกลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี ไฟลุกพรึบขึ้นท่วมเพดานในพริบตา เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกดังระงมท่ามกลางกลุ่มควันที่เริ่มหนาทึบ ทุกคนต่างตะเกียกตะกายหาทางออกสวนทางกับกลุ่มคนที่ยังคงปะทะกันอย่างไม่คิดชีวิต

ตัดกลับมาที่: ปัจจุบัน – หลังเกิดเหตุ
ความวุ่นวายเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยเสียงไซเรนจากรถสายตรวจของ CPD ( Chicago Police Department ) และรถดับเพลิงที่จอดเรียงราย แสงไฟวูบวาบสีน้ำเงินแดงสาดกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยเขม่าของเฟรดดี้ เจ้าของบาร์ที่นั่งหมดสภาพอยู่บนทางเท้า

สภาพสถานที่เกิดเหตุ:
ควันไฟสีเทาหม่นยังคงลอยออกมาจากหน้าต่างที่แตกละเอียด น้ำจากการฉีดดับเพลิงขังนองบนพื้นถนน ผสมกับคราบเลือดและเศษขวดเหล้าที่ถูกไฟเผาจนละลาย พนักงานรถพยาบาลเร่งลำเลียงร่างของผู้บาดเจ็บขึ้นรถไปอย่างเร่งด่วน

"เจ้าหน้าที่กู้ภัย! ทางนี้มีอาการโคม่าหนึ่งราย!" เสียงตะโกนดังแทรกเสียงไซเรน ขณะที่ พนักงานประจำรถพยาบาล (Ambulance Crew) กำลังเร่งหามเปลสนามฝ่าวงล้อมฝูงชนออกมา
ที่ข้างรถสายตรวจสีขาวดำ เฟรดดี้ เจ้าของบาร์ ยืนกุมไหล่ที่บาดเจ็บพิงตัวรถอย่างหมดสภาพ เสื้อเชิ้ตของเขาเปื้อนเขม่าดำและคราบเลือด สภาพร้านที่สร้างมากับมือเหลือเพียงซากปรักหักพังต่อหน้าต่อตา
นักสืบ (Detective)
(ชายในชุดสูทสวมหมวกปีกกว้าง คาบซิการ์ที่ยังไม่ได้จุด เดินเข้ามาพร้อมสมุดบันทึก)
" เอาล่ะเฟรดดี้ ตั้งสติหน่อย... ผมต้องการชื่อ หรือไม่ก็สัญลักษณ์อะไรก็ได้ที่ติดอยู่บนแจ็คเก็ตพวกมัน "
เฟรดดี้: (เสียงสั่นพลางปาดน้ำตาที่ผสมเขม่า) "คุณนักสืบ ( Detective ) ... ผมบอกไม่ถูกจริงๆ มันมืดไปหมด พวกมันบุกเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว... ไม่พูดยังพร่ำทำเพลง พังประตูเข้ามาแล้วก็... เริ่มลงมือกับทุกคนที่ขวางหน้า"
นักสืบ ( Detective ) : " มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นสิ พวกมันจงใจมาที่นี่ หรือแค่อยากหาที่ระบายแค้น? "
เฟรดดี้: " พวกมันไม่ได้มาเพื่อปล้นแน่ๆ เพราะเงินในลิ้นชักยังอยู่ครบ... พวกมันมาเพื่อส่งสารบางอย่าง... สารที่เขียนด้วยเลือดและระเบิดขวด มีคนเจ็บหนักขนาดนี้ในบาร์ของผม... ผมไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้ว"
ขณะที่เฟรดดี้กำลังให้การด้วยท่าทางที่ยังตื่นตระหนก จ่า (Sergeant) นายหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหาพร้อมกับชูถุงพลาสติกใสที่เป็นถุงเก็บหลักฐานขึ้นมา ภายในนั้นบรรจุไฟแช็กสลักลายที่บุบเบี้ยว พร้อมเข็มกลัดสัญลักษณ์ Vandals MC และปลอกกระสุนขนาด .45 จำนวนสองนัด ซึ่งทั้งหมดถูกเก็บได้จากซอกโต๊ะในจุดเกิดเหตุ

จ่า (Sergeant) : " เราเจอของพวกนี้ตกอยู่ในที่เกิดเหตุครับนักสืบ ดูเหมือนงานนี้จะไม่ใช่แค่เรื่องนักเลงตีกันธรรมดาเสียแล้ว "
นักสืบหยิบถุงหลักฐานนั้นขึ้นมาส่องกับแสงไฟไซเรนที่วูบวาบ แววตาของเขาเคร่งขรึมลงทันที เพราะเขารู้ดีว่าเจองานน่าปวดหัวเข้าเเล้วไง
( ฉาก: โกดังเก็บของกลุ่ม Vandals MC ยามค่ำคืน )
บรรยากาศภายในโกดัง มีเพียงแสงสว่างสลัวจากหลอดไฟดวงเดียวที่แขวนอยู่กลางห้อง ส่งลำแสงสีเหลืองหม่นลงมากระทบกับร่างของ สมุนของวิคเตอร์ ที่ถูกมัดติดกับเก้าอี้ไม้เก่า ใบหน้าของเขาบวมปูดจนตาปิดข้างหนึ่ง เลือดสดๆ ไหลซึมออกมาจากกบปากและจมูก ขาซ้ายของเขาหักพับในองศาที่ผิดรูปจนกระดูกเกือบแทงทะลุผิวหนัง เสียงครางเครือด้วยความเจ็บปวดดังระงมไปทั่วบริเวณ
รอบๆ ตัวเขา Johnny ยืนตระหง่านอยู่พร้อมกับลูกน้อง Vandals ราว 20 คนที่ยืนล้อมวงเป็นกำแพงมนุษย์ แววตาของแต่ละคนเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและพร้อมที่จะลงมือ
Johnny: ( เดินเข้าไปประจันหน้ากับสมุนของวิคเตอร์ น้ำเสียงเย็นเยือกแต่แฝงไปด้วยพลังทำลายล้าง)
" มึงรู้ใช่ไหมว่าทำไมมึงถึงมาอยู่ที่นี่? "
เขาไม่รอคำตอบ หมัดเเข็งๆซัดเข้าที่โหนกแก้มของเขาเต็มแรง เสียงกระดูกลั่นดัง "กร๊อบ!" ร่างสะบัดไปตามแรงกระแทก
Johnny: ( ตะคอกเสียงดังจนก้องไปทั้งโกดัง )
" ไอ้ระยำนั่นมันอยู่ที่ไหน บอกที่มุดหัวของมันมา!! "
สมุนของวิคเตอร์พยายามจะพูด แต่ปากที่บวมเป่งทำให้เสียงที่ออกมาเป็นเพียงเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่รู้เรื่อง เขาพยายามส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาผสมเลือดไหลนองหน้า
Johnny: ( กระชากคอเสื้อของสมุนหนุ่มขึ้นมาจนหน้าแทบชนกัน )
" อย่ามาเล่นลิ้นกับกู! กูถามมันอยู่ที่ไหน! ถ้ามึงไม่บอก กูจะหักขาอีกข้างของมึงเดี๋ยวนี้! "
สายตาของ Johnny จ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่หวาดกลัวของสมุนหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยคำถามสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือไปด้วยความโกรธและสมเพช
Johnny: " แล้วผู้หญิงคนนั้น... Kathy... พวกมึงใช่ไหมที่ลงมือฆ่าเธอ! ตอบกูมา! พวกมึงทำอะไรกับเธอ! "
ความเงียบปกคลุมโกดังชั่วอึดใจ ก่อนที่สมุนของวิกเตอร์จะครางออกมาผ่านลิ่มเลือด เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความหวาดกลัวถึงขีดสุด
สมุนวิกเตอร์: " วิค... วิคเตอร์... เขาเป็นคนลงมือเอง! ใครก็ต่างหวาดกลัวมันทั้งนั้น ไม่มีใครขัดใจหมอนั่นได้ ถ้ามันต้องการอะไรมันต้องได้ทุกอย่าง! เเม่งเอ้ย..ฉันก็ไม่อยากทำหรอกเว้ย! ปล่อยกูเถอะ ไอ้พวกเหี้ย !"
ผัวะ! หมัดของ Johnny ซัดเข้าที่โหนกแก้มอีกครั้งจนหน้าหัน
สมุนวิกเตอร์: ถึงกับสําลักเลือดในปาก อั๊ก!! เเค่กๆ!!
Johnny: " มึงรู้อะไร มึงคายออกมาให้หมดก่อนที่กูจะหมดความอดทน! "
สมุนวิกเตอร์: " ฉะ... ฉันสาบานได้ ฉันไม่ได้เป็นคนต้นเรื่อง! ไอ้หมอนั่นแหละมันเป็นคนลงมือ พะ... พวกฉันเเค่เป็นลูกมือทำตามที่มันสั่ง!"
ผัวะ! อีกหมัดกระแทกเข้าเต็มเปาจนเลือดกระเด็นเปื้อนเสื้อหนังของ Johnny
Johnny: ( เสียงสั่นด้วยความโกรธจัด ) "ผู้หญิงคนนั้นเธอต้องมาตายเพราะน้ำมือพวกคนเหี้ยๆ แบบพวกมึง! มึงบอกว่ากลัวมัน เลยยอมเอามือเปื้อนเลือดแทนเนี่ยนะ? ไอ้ชั่ว!"
สมุนวิกเตอร์: ( แผดเสียงสวนอย่างเหลืออด ) " แล้วมันจะยังไงวะ! ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะทำ! แต่นอกจากไอ้หมอนั่นแล้ว พ่อมันก็สารเลวพอๆ กับมันนั่นแหละ! พ่อมันคอยตามเช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ลูกมันตลอด! ไม่ว่ามันจะทำเรื่องเหี้ยๆ แบบไหน พ่อมันก็ปิดเรื่องได้หมด!"
Johnny นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาเย็นเยือกยิ่งกว่าเดิม เขาก้มลงกระซิบข้างหู
Johnny: " เอาล่ะ... บอกที่ซุกหัวนอนมันมา นายจะได้ไม่ต้องเจ็บตัวอีก แล้วฉันจะปล่อยนายไป "
สมุนหนุ่มแสยะยิ้มทั้งน้ำตา เขาพยายามรวบรวมลมหายใจสุดท้ายที่เหลืออยู่ ก่อนจะพยักหน้าเรียกให้ Johnny เข้าไปใกล้ๆ ราวกับจะยอมบอกความลับ
สมุนวิกเตอร์: ( กระซิบด้วยเสียงแหบพร่า ) " ไปถามแม่มึงดิ... ฮ่าๆๆ! "
เสียงหัวเราะยังไม่ทันสิ้นสุด ลูกน้อง Vandals ที่ยืนอยู่ด้านหลังคว้าแป๊บเหล็กฟาดเข้าที่ขาข้างที่หักซ้ำลงไปเต็มแรง "กร๊อบ!" เสียงกระดูกแตกละเอียดดังชัดเจนในความเงียบ สมุนหนุ่มกรีดร้องโหยหวนจนสุดเสียง ร่างดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย
Johnny: ( ใบหน้าเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความอำมหิต ) " กูให้โอกาสมึงครั้งสุดท้าย... บอกมาว่ามันอยู่ที่ไหน ก่อนที่กูจะเจื๋อนไอ้จ้อนมึงให้หมาแดก! "
Johnny กระชากกางเกงของมันออกอย่างแรงพร้อมชักมีดพกออกมาจ่อไว้ ท่าทางของเขาบอกชัดว่าไม่มีคำว่าล้อเล่น แววตาของสมุนหนุ่มเปลี่ยนจากความพยศเป็นความหวาดกลัวถึงขีดสุด เขาตัวสั่นสะท้านพลางร้องตะโกนออกมา
สมุนวิกเตอร์: ( ตะโกนเสียงหลง ใบหน้าอาบไปด้วยเลือดและน้ำตาขณะถูกตรึงไว้กับเก้าอี้ )
"ยอมแล้ว! ยอมแล้ว! แม่งเอ๊ย! มันอยู่ที่บ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ... ทางทิศเหนือ! มันกบดานอยู่ที่นั่นกับลูกน้องอีก 30 กว่าคน! ปล่อยกูไปเถอะ! เเม่งเอ้ยขากู ฮือ "
"มึงพูดออกมาให้หมด! ในบ้านนั่นมีทางลับหรือมีเรือจอดรอไว้อีกไหม... บอกมาให้ครบทุกซอกทุกมุม อย่าให้กูต้องหักขามึงอีกข้าง!!"
มันสำลักเลือดออกมาคำหนึ่งก่อนจะรีบละล่ำละลักพูดต่อด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
" ไม่ใช่แค่วิกเตอร์นะ... พ่อของมันก็อยู่ที่นั่นด้วย! ที่นั่นมันไม่ใช่แค่บ้านพักโง่ๆ แต่มันคือคลังเก็บเงินและแหล่งฟอกเงินหลักของพวกมันเลย! "
มันหอบหายใจรัวพยายามจะถดตัวหนีจากเงื้อมมือของ Johnny ก่อนจะรีบคายความลับที่สำคัญที่สุดออกมา
" ทุกๆ 3 วันจะมีรถขนของผิดกฎหมายมาส่งที่บ้านหลังนี้... มีการคุ้มกันอย่างแน่นหนาพร้อมอาวุธครบมือ พวกลูกน้องจะคอยผลัดเปลี่ยนเวรยามกันทุก 4 ชั่วโมง ทั้งรอบรั้วแล้วก็ที่ท่าเรือด้านหลังฉันรู้เเค่นี้เเหละ !! ... ได้โปรดเถอะ กูบอกหมดแล้ว ปล่อยกูไปเถอะ !! "
Johnny ลุกขึ้นยืน เขาเก็บมีดเข้าฝักแล้วหันไปหาลูกน้อง 20 คนที่ยืนรอคำสั่ง
" เตรียมตัวให้พร้อม... คืนนี้เราจะไปทวงศักดิ์ศรีคืน และขยี้พวกมันให้จมดิน! "
เขากวาดสายตามองไปรอบๆ อีกครั้ง "งานนี้ไม่ใช่แค่เรื่องชกต่อยธรรมดา แต่มันคือการบุกถล่มรังของพวกมัน... ฉันไม่บังคับใครทั้งนั้น ใครที่อยากกลับไปหาครอบครัว หรือคิดว่าเสี่ยงเกินไป ฉันให้นายตัดสินใจด้วยความสมัครใจ จะไม่มีใครตราหน้าว่าขี้ขลาดเด็ดขาด"
ความเงียบปกคลุมอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนที่สมาชิกคนหนึ่งจะก้าวออกมาข้างหน้าแล้วถ่มน้ำลายลงพื้นด้วยความเดือดดาล
" ครอบครัวพวกเราอยู่นี่ไงจอนนี่! เรื่องอะไรจะปล่อยให้พวกเหี้ยนั่นมาหยามบ้านเราแล้วเดินลอยนวลไปได้! "
" ใช่! ถ้าคืนนี้เราไม่ทำอะไรสักอย่าง พรุ่งนี้มันก็คงมาเผาที่นอนเราแน่ พวกเราไม่ยอมให้มันจบลงแบบนี้!"
สมาชิกอีกคนตะโกนเสริมพร้อมกับชูหมัดขึ้นฟ้า
เสียงตอบรับเริ่มดังระงมขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเสียงโห่ร้องปลุกระดมความฮึกเหิมที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ เสียงตบเบาะรถฮาเล่ย์และเสียงอาวุธกระทบกันเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกลองศึกที่พร้อมจะขยี้ศัตรูให้แหลกคามือ
ความกลัวถูกกลบด้วยความแค้นและสปิริตของกลุ่ม Vandals ที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวในค่ำคืนที่
หนาวเหน็บนี้
Johnny นิ่งไปครู่หนึ่ง เเล้วหันไปสั่งลูกน้องร่างยักษ์สองคน "ส่วนไอ้หมอนี่... แกะเชือกมันออก แล้วเอามันไปโยนทิ้งไว้ที่หน้าโรงพยาบาลซะ!"
ลูกน้องทำท่าจะค้าน แต่สายตาที่ดุดันของ Johnny ทำให้ทุกคนเงียบเสียงลง เขาเดินเข้าไปก้มตัวลงมองสมุนของวิกเตอร์ที่พยายามหายใจรวยริน
Johnny: ( ใช้ปลายเท้าเขี่ยคางมันขึ้นมาสบตา) " กูรักษาคำพูดที่ว่าจะปล่อยมึงไป... แต่ฟังให้ดี ถ้ากูเห็นหน้ามึงมาป่วนเปี้ยนแถวถิ่นกู หรือกวนตีนกูอีกแม้แต่นิดเดียว... กูสาบานด้วยเกียรติของ Vandals เลยว่า กูจะตัดไอ้จ้อนมึงออกมา แล้วยัดใส่ปากเน่าๆ ของมึงให้มึงแดกเข้าไปเองกับมือ! "
สมุนของวิกเตอร์ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างลนลาน แววตาเต็มไปด้วยความสยดสยอง
Johnny: ( ยืดตัวขึ้นแล้วสะบัดแจ็คเก็ตหนัง ) " ไป! เอามันออกไปให้พ้นหูพ้นตากู! "
ลูกน้องสองคนลากร่างนั้นออกไปกับพื้นปูน ทิ้งไว้เพียงรอยเลือดที่ลากยาวเป็นทาง Johnny เดินออกไปนอกโกดัง ลมเย็นของค่ำคืนพัดปะทะใบหน้า เขากระโดดขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจ เสียงเครื่องยนต์ V-Twin คำรามลั่นพวยพุ่งไปในความมืด พร้อมกับสมาชิก Vandals เกือบร้อย คันที่ตามหลังมาเป็นขบวนยาว ราวกับพายุที่กำลังเดินทางไปถล่มบ้านพักริมทะเลสาบ
ฉาก: หน้าคลับเฮาส์ Vandals – ยามค่ำคืน
ท่ามกลางเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์ที่กำลังอุ่นเครื่อง รถสายตรวจสีดำขาวคันหนึ่งขับเข้ามาจอดขวางหน้าขบวน แสงไฟสลัวจากหน้าคลับเผยให้เห็น นักสืบ (Detective) ในชุดโค้ทเดินลงมาจากรถ เขาไม่ได้มาพร้อมไซเรน แต่มาพร้อมกับความกดดันที่ทำให้ลูกน้อง Vandals บางคนต้องหยุดมือจากแฮนด์รถ

นักสืบ: ( เดินตรงไปหา Johnny ที่กำลังสวมถุงมือหนัง ) " รีบไปไหนกันเหรอ Johnny? คืนนี้อากาศเย็นนะ... หรือว่าพวกนายกำลังจะไปหาที่บู๊กับใครละ ? "
Johnny: ( จ้องมองนิ่งๆ ไม่แสดงอาการ ) "ก็แค่จะออกไปกินลมเล่น... มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคุณนักสืบ?"
นักสืบ: ชูถุงพลาสติกใสที่มี ไฟแช็กสลักลาย Vandals อยู่ข้างในขึ้นมาในระดับสายตา ) " เมื่อคืนก่อน... ฉันเพิ่งไปทำคดีไฟไหม้ที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองมาน่ะ บาร์นั่นโดนเผาวอดไม่เหลือชิ้นดี มีคนบาดเจ็บเกือบ 10 คน บางคนก็นอนปางตายอยู่โรงพยาบาล... แล้วเราก็เจอ 'ของเล่น' ชิ้นนี้ตกอยู่ในกองเลือดที่นั่น"
เขานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในตาของจอนนี่
นักสืบ: " ปลอกกระสุน .45 สองนัด กับไอ้ไฟแช็กที่มีชื่อแก๊งนายสลักอยู่เนี่ย... มันพอจะบอกอะไรฉันได้บ้างไหม จอนนี่? ว่าทำไมคนของนายถึงไปทิ้งรอยเท้าไว้ในกองเพลิงนั่น"
Johnny มองไฟแช็กนั่นเพียงครู่เดียว ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปาก
เขาขยับตัวเล็กน้อย แววตาเรียบเฉยขณะจ้องมองของในถุงหลักฐาน...
บาร์เหล้านะคุณนักสืบ?... ใครๆ เขาก็ไปเมาหัวราน้ำกันที่นั่นทั้งนั้น พวกเพื่อนๆ ผมก็อาจจะเป็นลูกค้าประจำบาร์นั่นก็ได้? ของเเบบนี้ใครจะไปจำได้หมดว่ามันหล่นหายตอนไหน หรือใครจะเก็บมันไปทิ้งไว้ตรงไหน..."
จอนนี่เว้นจังหวะ แล้วมองไปที่ปลอกกระสุนในมือจ่า ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา

Johnny: " ส่วนเรื่องปลอกกระสุนนั่น... นี่คุณคิดจะมายัดเยียดหรือตั้งข้อหาให้พวกเราง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ? ในเมืองนี้มีปืนเป็นพันกระบอกที่ใช้กระสุนขนาดนั้น เพียงเพราะพวกผมใส่แจ็คเก็ตหนัง ไม่ได้หมายความว่าทุกครั้งที่มีเสียงปืนดังขึ้น มันต้องมาจากมือของพวกเราเสมอไปนะคุณนักสืบ หลักฐานแค่นี้... มันไม่ได้บอกหรอกว่าใครเป็นคนลั่นไก"
นักสืบ: " หล่นหายในจังหวะที่มีระเบิดขวดข้ามหัวพอดีเนี่ยนะ? มันบังเอิญไปหน่อยไหม?"
Johnny: ( พ่นควันบุหรี่ช้าๆ แล้วแค่นยิ้ม ) " ในเมืองนี้... เรื่องบังเอิญมันเกิดขึ้นได้ทุกที่แหละคุณนักสืบ แต่ถ้าคุณอยากได้งานใหญ่จริงๆ ผมแนะนำให้ลองก้มดูบนพื้นบาร์ดีๆ หน่อย บางทีคุณอาจจะเจอเศษซากของพวกลูกคุณหนู ที่ชอบเอาของแพงๆ มาอวดในถิ่นคนจนก็ได้ "
นักสืบ: ( ขมวดคิ้ว ) "แกหมายความว่ายังไง? "
Johnny: " ก็แค่เดาน่ะ... ไอ้พวกที่คิดว่ามีเงินแล้วจะทำระยำอะไรก็ได้ มักจะทิ้ง 'กลิ่นเน่าๆ' ของความรวยไว้เสมอ ถ้าคุณมีน้ำยาพอจะจับพวกนั้นได้ค่อยมาคุยกับผม หรือว่า... กฎหมายของคุณมีไว้ใช้แค่กับพวกเสื้อหนังอย่างเรา? "

นักสืบ: ( นิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาเต็มไปด้วยความขุ่นมัว เขาเฝ้ามองใบหน้าที่เรียบเฉยของจอนนี่ด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง เพราะเขารู้ดีว่าอิทธิพลของพวกวิกเตอร์และเส้นสายของแก๊งนี้แผ่ขยายไปไกลเกินกว่าที่กระบวนการปกติจะลากคอใครเข้าคุกได้ง่ายๆ ในตอนนี้ )
นักสืบ: " ฉันเตือนแกไว้ก่อนนะ Johnny... อย่าทำอะไรให้เรื่องมันบานปลายไปมากกว่านี้ กฎหมายอาจจะช้า แต่มันไม่เคยลืม "
Johnny: " ผมก็หวังว่ากฎหมายจะทำงานของมันจริงๆ สักที... ไม่ใช่แค่ทำงานให้คนที่มีเงินในกระเป๋าเยอะกว่า " เขาตบไหล่นักสืบเบาๆ เป็นเชิงไล่ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์คำรามลั่น ขบวนมอเตอร์ไซค์เบี่ยงหลบรถตำรวจออกไปทีละคัน ทิ้งให้นักสืบยืนอยู่ท่ามกลางควันท่อไอเสียและคำถามที่เขาก็รู้คำตอบดีอยู่เต็มอก
นักสืบเก็บถุงหลักฐานลงในกระเป๋าเสื้อ ก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องถอยกำลัง เขาสะบัดหน้าเดินหันหลังกลับไปพร้อมกับทีมเจ้าหน้าที่ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายความตึงเครียด แต่ก่อนจะก้าวพ้นประตูเขาก็ชะงักฝีเท้าแล้วหันมาทิ้งท้าย
นักสืบ: " ขอบคุณที่ให้ความร่วมมือ... อ้อ แล้วถ้าจะไปซดวิสกี้กันต่อ ก็อย่าลืมดื่มเผื่อฉันสักแก้วด้วยละ "
นักสืบขยับยิ้มมุมปาก พลางตบถุงหลักฐานในมือเบาๆ เขาหมุนตัวกลับเตรียมจะก้าวขึ้นรถสายตรวจที่สตาร์ทเครื่องรออยู่ ความตึงเครียดทำท่าว่าจะคลี่คลายลงเพียงแค่นั้น
( งานเลี้ยงส่งท้าย... ที่ไม่ได้เชิญ )
เอี๊ยดดดด!
เสียงยางบดถนนกรีดร้องจนแสบแก้วหู รถ 4 คันพุ่งทะยานเข้ามาดับเครื่องชนหน้าบาร์แบบไม่กลัวตาย ทันทีที่รถจอดนิ่ง ระเบิดขวดนับสิบลูกที่ถูกจุดรอไว้ก็พุ่งข้ามหัวนักสืบไปตกใส่ขบวนรถมอเตอร์ไซค์ของพวก Vandals ที่จอดเรียงรายอยู่
ตูม! ตูม! ตูม!

เปลวเพลิงสีส้มแดงระเบิดพรึบขึ้นฟ้า แผดเผารถคู่ใจจนกลายเป็นเศษเหล็กไฟลุกในวินาทีเดียว ก่อนที่ระเบิดขวดชุดที่สองจะพุ่งเข้าใส่ตัวร้านจนไฟลามท่วมกระจก
"เชี่ยเอ๊ย! หลบ!" เสียงตะโกนเตือนดังลั่นท่ามกลางความโกลาหล
สมุนวิกเตอร์กว่า 20 ชีวิตลดกระจกลงพร้อมกัน ก่อนจะสาดปืนกลเบาเข้าใส่ตัวร้านแบบไม่เลือกหน้า เสียง ปัง! ปัง! ปัง! ถี่รัวจนหูอื้อ กระสุนเจาะทะลุผนังไม้และเศษแก้วจนแตกกระจาย ทุกคนต้องหนีตายกันไปคนละทิศละทาง ท่ามกลางกลิ่นน้ำมันเบนซินที่คละคลุ้งจนน่าคลื่นไส้

ห่ากระสุนกลางดึก
นักสืบที่กำลังจะขึ้นรถรีบกระชากปืนพกออกมาตามสัญชาตญาณ พยายามจะวิทยุขอกำลังเสริมด้วยมือที่สั่นเทา แต่เขากลายเป็นเป้านิ่งที่มือปืนบนรถกระบะเล็งไว้แล้ว ในมือของมันคือ M3 "Grease Gun" ปืนกลมือที่สาดกระสุนขนาด .45 ออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ตับ-ตับ-ตับ-ตับ-ตับ!
"อึก!" นักสืบครางสะดุดเมื่อกระสุนลูกปืนขนาดเขื่องถากเข้าที่ต้นแขนจนเนื้อฉีกขาด เลือดสาดกระเซ็นเปื้อนประตูรถสายตรวจ เขาต้องรีบมุดหัวเข้าหลังล้อรถที่เป็นที่กำบังเพียงอย่างเดียว ขณะที่ห่ากระสุนยังคงเจาะทะลุตัวถังรถเสียงดัง เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! ราวกับมีใครเอาค้อนปอนด์มาทุบเหล็ก
"หมอบลง! พวกมันใช้ปืนกล!" นักสืบตะโกนท่ามกลางเสียงกระจกหน้ารถที่แตกละเอียดกระจัดกระจาย
เจ้าหน้าที่อีก 2 นายที่มาด้วยกันต่างพากันหาที่กำบัง นายตำรวจหนุ่มคนหนึ่งพุ่งตัวลงไปนอนราบข้างกองยางเก่า กระสุนจากปืน Thompson อีกกระบอกของพวกมันสาดเข้าใส่จนฝุ่นดินตลบอบอวล เสียงกระสุนแหวกอากาศดัง เฟี้ยว! ผ่านหัวเขาไปเพียงไม่กี่นิ้ว
ส่วนเจ้าหน้าที่อีกนายสไลด์ตัวไปแอบหลังประตูรถที่เปิดค้างอยู่ เขาพยายามจะชักปืนลูกโม่ประจำกายออกมาโต้ตอบ แต่เสียงของปืนกลมือที่รัวใส่รถจนสั่นสะท้านทำให้เขาไม่สามารถแม้แต่จะโงหัวขึ้นมาดูเป้าหมายได้เลย
กลิ่นดินปืนฉุนกะทิคลุ้งไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงปลอกกระสุนทองแดงที่ร่วงกราวลงบนพื้นถนนดัง
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!! ท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกปะทะด้วยประกายไฟจากปากกระบอกปืน
ในนาทีวิกฤต สมาชิก Vandals ยิงสวนกลับไป กระสุนเจาะเข้าที่ขาของสมุนฝั่งนั้นจนล้มกลิ้งลงจากรถ ฝั่งจอนนี่ที่เหลือพอตั้งสติได้ก็งัดอาวุธปืนพกออกมาเปิดฉากโต้กลับจนเสียงปืนดังกึกก้องไปทั้งถนน
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

"ไอ้เหี้ยเอ๊ย! ไอ้พวกหมาลอบกัด!" เสียงสบถดังก้องฝ่าเสียงกระสุน จอนนี่หลบหลังซากมอเตอร์ไซค์ที่ไฟกำลังลุกไหม้ ดวงตาของเขาจ้องมองฝ่าเขม่าควันไปด้วยความโกรธแค้นที่พร้อมจะระเบิด
ทันใดนั้น เสียงตะโกนอย่างตื่นตระหนกก็ดังแทรกขึ้นมา "เฮ้ย! มีคนถูกยิง! มีคนโดนยิง!"
บิลลี่ หนึ่งในสมาชิกดาวรุ่งของกลุ่ม ทรุดฮวบลงกับพื้นปูน มือของเขากุมอยู่ที่ท้องซึ่งมีเลือดไหลทะลักออกมาไม่หยุด เขาโดนเจาะเข้าที่ท้องเต็มๆ หนึ่งนัดจนหน้าซีดเผือด ขณะที่ แซม สมาชิกอีกคนที่พยายามจะวิ่งเข้าไปช่วย กลับถูกกระสุนถากเข้าที่หน้าแข้งจนเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นอีกคน
"บิลลี่! แซม!" Johnny คำรามออกมา เขาพยายามยิงกดดันเพื่อให้ลูกน้องคนอื่นลากร่างของทั้งคู่เข้าที่กำบัง
สมุนวิกเตอร์คนหนึ่งพยายามจะซ้ำด้วยระเบิดขวดลูกสุดท้าย แต่มันกลับไม่ระเบิดเมื่อกระทบพื้น สมาชิก Vandals คนหนึ่งใจถึงขีดสุด เขาวิ่งฝ่าดงกระสุนไปคว้าขวดนั้นขึ้นมาแล้วสะบัดปาคืนใส่รถคันหนึ่งของพวกมันอย่างแม่นยำ!
ตูม!!!
แรงระเบิดมหาศาลส่งผลให้รถคันนั้นกลายเป็น เตาเผามนุษย์ ภายในพริบตาประตูรถถูกถีบออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของสมุนวิกเตอร์ 3 คนที่วิ่งทะลักออกมาในสภาพไฟท่วมตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า พวกมันดิ้นพล่านและกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส
"ช่วยด้วย! อ๊ากกกกกกกกกก !"

เสียงร้องนั้นฟังดูไม่เป็นภาษามนุษย์ ขณะที่พวกมันพยายามตะเกียกตะกายบนพื้นถนนเพื่อดับไฟที่กำลังกัดกินผิวหนัง
"เฮ้ย! ดูพวกมันดิ!" สมาชิก Vandals คนหนึ่งตะโกนขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจ " เออ! ปล่อยแม่งไว้แบบนั้นแหละ ให้ไฟมันเผาให้ตายไปเลย ไอ้พวกระยํา !"
ไม่มีใครยื่นมือเข้าไปช่วย แสงไฟสีส้มสะท้อนอยู่ในดวงตาที่เย็นชาของกลุ่มไบเกอร์ พวกวิกเตอร์ที่เหลือในรถคันอื่นเมื่อเห็นภาพนรกตรงหน้าและตระหนักว่าพวกเขากำลังเผชิญหน้ากับปีศาจที่ไร้ความปราณี ก็รีบกระทืบคันเร่งจนมิด ทิ้งรอยยางไหม้และเพื่อนที่กำลังถูกไฟคลอกไว้เบื้องหลัง ซิ่งหนีหายไปในความมืดอย่างไม่คิดชีวิต
ตัดไปที่นักสืบ
นักสืบหนุ่มแอบอยู่ข้างรถตำรวจที่จอดอยู่ห่างออกไป เขาเฝ้าดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดกลัว เมื่อได้สติเขารีบหันไปตะโกนบอกเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ข้างๆ
"ติดต่อขอกำลังเสริมเร็วเข้า! แม่งเอ๊ย! ไอ้พวกนี้มันเป็นใครกันวะ! มันจะเย้ยกฎหมายเกินไปแล้ว!"
แต่พวก Vandals ไม่ยอมให้มันจบง่ายๆ แค่นั้น สมาชิกบางคนที่ยังกำปืนแน่นรีบโผล่ออกมาจากที่กำบังแล้วสาดกระสุนไล่หลังรถที่กำลังหนีไปแบบไม่ยั้งมือ
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!

เสียงไกปืนดังรัวจนนัดสุดท้ายดีดออกจากรังเพลิง พร้อมเสียงสบถด่าที่ดังลั่นไปทั่วท้องถนน
" ไอ้ควายเอ๊ย! หนีไปเถอะมึง! เดี๋ยวพวกกูจะตามไปคืนให้ถึงที่แน่ ไอ้ลูกกระหรี่!"
เมื่อศัตรูพ้นสายตา จอนนี่ที่เพิ่งลุกขึ้นมาจากที่กำบังในสภาพเขม่าเต็มหน้าก็ตะโกนสั่งการลูกน้องด้วยเสียงที่เฉียบขาด
" ใครก็ได้ช่วยเรียกรถพยาบาลมาเร็วเข้า! บิลลี่กับแซมแย่แล้ว!"
Johnny หันไปมองบาร์และรถมอเตอร์ไซค์ที่ยังคงมีไฟลุกท่วม " ช่วยกันหาอะไรมาดับไฟเร็ว! อย่าปล่อยให้บาร์กับรถไหม้ไปมากกว่านี้! "
ท่ามกลางเสียงร้องโหยหวนที่เริ่มแผ่วเบาลงของคนที่ถูกไฟคลอก และเสียงไฟที่กำลังปะทุ สมาชิก Vandals ที่เหลือต่างรีบทำตามคำสั่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ควันไฟ และความแค้นที่พร้อมจะระเบิดออกในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า!!
คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ