The Bikeriders: No Mercy
เขียนโดย
room666_
วันที่ วันนี้ เวลา 3 ชม.ที่แล้ว
แก้ไขเมื่อ 2 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น
3) Shadow of Retribution (เงาแห่งการลงทัณฑ์)
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ณ โรงพยาบาลประจำเมืองในเช้าวันนี้ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายที่แปลกไปจากทุกที แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเริ่มสาดส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกเข้ามาภายในตัวอาคารสี่เหลี่ยมสีขาวสะอาดตา แต่มันกลับไปกระทบเข้ากับแถวของเสื้อหนังสีดำที่เปื้อนฝุ่นและคราบน้ำมันของสมาชิก Vandals ยังคงปักหลักอยู่ตรงนั้นไม่ไปไหน บางคนนั่งพิงกำแพงหลับตานิ่งๆ บางคนเดินวนเวียนไปมาด้วยความกระสับกระส่าย พวกเขาเฝ้าไข้เพื่อนมาทั้งคืนโดยไม่หลับไม่นอน ความเพลียเริ่มกัดกินร่างกาย แต่ความแค้นที่สุมอยู่ในอกกลับยังคงร้อนระอุเหมือนเครื่องยนต์ที่ถูกเร่งทิ้งไว้

ภายในโถงทางเดินนั้น บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก สมาชิกในชุดหนังเปื้อนฝุ่นและคราบน้ำมันนับสิบคนยืนจับกลุ่มท่าทางห่ามๆ จนคนไข้คนอื่นที่เริ่มทยอยมาโรงพยาบาลในช่วงเช้าไม่กล้าแม้แต่จะสบตา
หนึ่งในสมาชิกที่ความอดทนขาดผึงสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะจุดบุหรี่ขึ้นสูบเพื่อคลายความเครียดโดยไม่เกรงใจสถานที่ ควันบุหรี่สีเทาลอยฟุ้งไปขัดกับกลิ่นยาฆ่าเชื้อ
"ที่นี่ห้ามสูบบุหรี่ค่ะ! กรุณาออกไปสูบข้างนอกด้วย!" พยาบาลวัยกลางคนรวบรวมความกล้าเดินเข้ามาเตือนด้วยเสียงสั่นๆ
"เฮ้ยป้า! พี่น้องผมปางตายอยู่ข้างในนะเว้ย เรื่องแค่นี้จะอะไรนักหนาวะ!" สมาชิกคนนั้นรีบเดินเข้าไปหาพยาบาลอย่างเอาเรื่องด้วยอารมณ์ค้างจากความเหนื่อยล้า
แต่ก่อนที่เรื่องจะบานปลาย มือหนาๆ ของ Johnny ก็เอื้อมมาบีบไหล่ลูกน้องคนนั้นไว้แน่นจนเขาหน้าเหยเก แรงบีบนั้นเตือนให้รู้ว่าลูกพี่ของเขากำลังหมดความอดทนเช่นกัน
"อย่าสร้างปัญหา... ทำตามที่เขาบอก ที่นี่ไม่ใช่บ้านเรา"
Johnny พูดด้วยน้ำเสียงนิ่ง แววตาที่จ้องมองมานั้นดุดันและทรงอำนาจจนสมาชิกคนนั้นหงอลงทันที เขายอมขยี้บุหรี่ทิ้งกับพื้นและก้มหน้ายอมรับผิดแต่โดยดี
เขากวาดสายตามองไปที่ประตูห้องไอซียูอีกครั้ง แสงอาทิตย์ยามเช้าไม่ได้ทำให้ใจของเขาเย็นลงเลยแม้แต่น้อย เขารู้ดีว่า... ยิ่งรอนานเท่าไหร่ บัญชีเลือดที่ต้องชำระกับพวกสัตว์นรกนั่นก็ยิ่งเพิ่มพูนขึ้นเท่านั้น

เขายืนนิ่งหน้าเครียด ไม่พูดอะไรสักคำ แต่หมัดที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดบอกถึงพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ข้างใน
เวลาผ่านไปนาทีต่อนาที สมาชิกที่เหลือเริ่มมองหน้ากันด้วยความเครียดที่ทวีคูณ จนกระทั่งเสียงประตูห้องพิจารณาอาการเปิดออก หมอเจ้าของคนไข้เดินออกมาในสภาพเหนื่อยล้า พลางถอดผ้าปิดปากออก
กลุ่มชายชุดหนังเกือบสิบคนพุ่งตัวเข้าไปหาหมอทันทีจนหมอต้องผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แต่ Johnny ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อเป็นเกราะบังให้หมอ พร้อมส่งสายตาปรามลูกน้องให้ถอยออกไป
" ญาติคุณ Corky ใช่ไหมครับ? " หมอถามพลางเช็กชาร์ตในมือ
" ครับหมอ เพื่อนผมเป็นยังไงบ้าง? "
Johnny ถามด้วยเสียงทุ้มต่ำที่พยายามข่มความกังวล
หมอถอนหายใจยาว
" เพื่อนของคุณพ้นขีดอันตรายแล้วครับ... แต่ต้องยอมรับว่าสาหัสมาก เขาต้องพักรักษาตัวที่นี่อีกนานหลายวัน กระดูกตามร่างกายหักหลายจุด สภาพบอบชํ้าทั้งตัว... แต่ที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือมือข้างขวาครับ "
หมอเงยหน้าขึ้นสบตากับ Johnny ด้วยสีหน้าที่หนักใจ
"กระดูกที่มือแตกละเอียดหลายจุดจนแทบไม่เหลือชิ้นดี หมอกังวลว่าถ้าอาการไม่ดีขึ้น หรือเลือดไม่ไปเลี้ยง... เราอาจจำเป็นต้องตัดมือเขาข้างนั้นทิ้งครับ "
บรรยากาศหน้าห้องเงียบกริบเหมือนถูกสตัฟฟ์ไว้ ความเงียบนั้นน่ากลัวยิ่งกว่าเสียงระเบิด สมาชิกบางคนถึงกับเข่าอ่อนนั่งลงกับม้านั่ง พลางกุมขมับด้วยความไม่อยากเชื่อ
"ตัดมือเหรอหมอ..." Johnny ทวนคำเสียงแผ่ว แต่นัยน์ตาเขากลับวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้น
" เขาเป็นนักบิดนะหมอ มือข้างนั้นคือชีวิตของเขา "
"หมอจะทำอย่างเต็มที่ครับ ตอนนี้อนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมได้สั้นๆ แต่ขอความกรุณาอย่าส่งเสียงดังนะครับ"
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในห้อง กลิ่นยาฆ่าเชื้อปะทะจมูก Johnny เดินนำกลุ่มเพื่อนเข้าไปหยุดอยู่ที่ข้างเตียง สภาพของ Corky ที่เห็นทำให้ทุกคนถึงกับพูดไม่ออก... ใบหน้าบวมช้ำจนจำไม่ได้ ร่างถูกพันด้วยผ้ากอซขาวโพลน และมือข้างที่ถูกหมอ "คาดโทษ" ไว้ ถูกพันด้วยเฝือกหนาและโยงไว้เหนือตัว

Johnny ยืนนิ่งอยู่นานครู่ใหญ่ เขาจ้องมองเพื่อนรักที่นอนไม่ได้สติ แผ่นหลังที่ตั้งตรงของเขาเริ่มสั่นเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะแรงแค้นที่มันอัดแน่นจนแทบระเบิด
เขายืนนิ่งหน้าเครียด ไม่พูดอะไรสักคำ แต่หมัดที่กำแน่นจนเส้นเลือดปูดบอกถึงพายุที่กำลังก่อตัวอยู่ข้างใน เขาเดินกลับออกมาหา Benny ลูกน้องคนสนิท
"เราน่าจะมีปัญหาใหญ่แล้วละ..."
Johnny กระซิบเสียงต่ำ
" กำชับให้ทุกคนระวังตัว เตรียมตัวให้พร้อม พวกเวรนั่นมันจงใจเล่นถึงตาย มันไม่จบง่ายๆ แน่ "
ในจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของสมาชิก Vandals สองคนดังใกล้เข้ามา พวกเขาอยู่ในสภาพสะบักสะบอม เสื้อกั๊กหนังมีรอยฉีกขาดและคราบเลือดที่ยังไม่แห้งสนิท ทั้งคู่รีบตรงดิ่งมาหา Johnny ทันทีเพื่อแจ้งภารกิจที่ได้รับคำสั่งไว้เมื่อคืน
" หัวหน้า! เราตามพวกมันไปจนเจอแล้วครับ "
หนึ่งในนั้นรีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นปนหอบ
" เมื่อคืนหลังจากแยกกัน พวกเราเจ็ดคนอาวุธครบมือแอบใช้รถกระบะสะกดรอยตามพวกมันไปเงียบๆ "
Johnny ขยับตัวออกจากผนังช้าๆ ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่ลูกน้องคนนั้นจนอีกฝ่ายชะงักคำพูด เขาไม่รอให้เล่าอ้อมค้อม แต่พูดสวนกลับไปด้วยน้ำเสียงต่ำและเย็นจัด
" เล่ารายละเอียดมาให้หมด... ทุกอย่างที่พวกแกทำ "
ลูกน้องทั้งสองกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ก่อนจะเริ่มรายงานละเอียดยิบ
ภาพย้อนกลับไป (Flashback) ในคืนที่เกิดเหตุ...
ฉาก: บนถนนสายเปลี่ยว – ยามค่ำคืน (Flashback)
ท่ามกลางความมืดมิดบนถนนสายเปลี่ยว รถกระบะเก่าคันหนึ่งขับตามหลังรถกระบะของพวก วิกเตอร์ ไปอย่างเงียบๆ และทิ้งระยะห่างไว้พอสมควร
สมาชิก Vandals 7 คนนั่งเบียดกันอยู่ในกระบะหลัง พวกเขาต่างกำอาวุธในมือแน่นจนเส้นเลือดปูด แววตาแต่ละคนบอกว่าจะไม่ออมมือให้เเน่ๆ
เมื่อรถของพวกมันเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบาร์เเห่งหนึ่ง กลุ่ม Vandals ที่เเอบสะกดรอยตามมา พวกเขาได้จอดรถทิ้งระยะห่างไว้ในเงามืด รอจนพวกมันเดินเข้าไปข้างในและเริ่มส่งเสียงเฮฮาฉลองชัยชนะอย่างย่ามใจ
Vance: ( หันไปหา Duke พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล ) "เอาเลยไหม? แต่..."
เขาหยุดพูดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะมองไปยังป้าย "Bar & Grill" ที่สว่างไสว "เวรเอ้ย! นั่นมันบาร์ของเฟรดดี้นี่หว่า... ฉันรู้จักเขา!"
Duke: ( หันมามอง Vance ด้วยแววตาโกรธจัดและสบถออกมา ) "ช่างหัวเฟรดดี้ ช่างหัวเพื่อนมึงเถอะ! Vance! มึงไม่เห็นเพื่อนเราที่โดนพวกมันกระทืบปางตายเมื่อกี้เหรอวะ! มึงลืมไปแล้วเหรอว่าพวกมันทำอะไรกับเราไว้!"
Vance: "แต่เฟรดดี้เขาไม่เกี่ยว..."
Duke: "เกี่ยวหรือไม่เกี่ยว กูไม่สน! ใครก็ตามที่อยู่ข้างใน... มันต้องชดใช้! ไม่ต้องรอ... ลุยแม่งให้ยับ!"
Vance: ถึงกับอุทานด้วยความลําบากใจ เเม่ง เอ้ย!!
ทันทีที่สิ้นคำสั่ง ทั้ง 7 คนพุ่งทะยานออกจากรถกระบะเหมือนฝูงหมาป่าหิวโหย พวกเขาถีบประตูบาร์เข้าไปดัง
ปัง! โดยไม่มีการเตือนล่วงหน้า

เพล้ง!!
เหยื่อรายแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดยังไม่ทันจะได้วางแก้วเบียร์ลงด้วยซ้ำ สมาชิก Vandals คนหนึ่งก็คว้าขวดเบียร์บนโต๊ะฟาดเข้ากลางแสกหน้าจนขวดแตกกระจาย เลือดผสมน้ำเบียร์สาดกระจายเต็มโต๊ะ ก่อนจะใช้เศษแก้วปากฉลามในมือแทงซ้ำเข้าที่โหนกแก้วและลำคอจนล้มลงไปชักดิ้นชักงอ
"เห้ย! พวกมึงมาจากไหนวะ!! "
ยังไม่ทันจะได้พูดจบ โซ่เหล็กเส้นใหญ่ก็ฟาดเข้าที่ศีรษะของชายอีกคนดัง เคร้ง! เลือดอุ่นๆ กระเซ็นอาบหน้าเขาในทันที เสียงโซ่กระทบเนื้อและกระดูกดังสนั่นห้อง สลับกับเสียง แป๊บเหล็ก ที่หวดเข้าซี่โครงจนดัง กร๊อบ!
" เฮ้ย Duke! อย่าให้แม่งมีขาเดินได้! ทุบขาแม่งให้แหลก! "
สมาชิกคนหนึ่งตะโกนท่ามกลางเสียงชุลมุน
ภายในบาร์กลายเป็นนรกบนดิน ตะลุมบอนกันฝุ่นตลบ ไอ้พวกนั้นพยายามจะคว้าไม้สนุ๊กเกอร์ขึ้นมาสู้

" Vance " สมาชิกฝั่งเราพลาดท่าถูกไม้สนุ๊กเกอร์ฟาดเข้าที่หัวจนเลือดอาบหน้าไปครึ่งซีก แต่อะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านทำให้เขาไม่หยุด เขาพุ่งเข้าใส่ศัตรูแล้วใช้ สนับมือ ต่อยเข้ากลางหน้าจนดั้งหักยุบไปข้างหลัง
ในจังหวะที่นัวกันอยู่นั้น ไอ้ตัวลูกพี่ ที่เห็นท่าไม่ดีมันรีบคว้าตัวลูกน้องสองสามคนหนีหายไปทางหลังร้าน
" แม่งจะหนีแล้ว! ตามไป! "
สามคนในทีมวิ่งฝ่าวงล้อมตามไปที่ประตูหลัง แต่ในความมืดนั้นหนึ่งในพวกมันชักปืนสั้นขึ้นมา
ปัง! ปัง!
เสียงปืนดังกึกก้องสวนกลับมาสองนัดจนพวกเขาต้องกระโดดหลบเข้าข้างกำแพง ทันทีที่เสียงปืนเงียบลง
สมาชิก Vandals คนหนึ่งใจถึง พุ่งเข้าชาร์จใส่ไอ้คนยิงจนเสียหลัก เขาใช้แป๊บเหล็กในมือหวดเข้าที่ข้อมือมันดัง แก๊ก! จนปืนหลุดกระเด็น
“มึงอย่ามีขาไว้เดินอีกเลยไอ้สัด!! พร้อมกระทืบเข้าที่หัวเข่าและขาไปหลายที จนหักผิดรูป “
อ้าคคคคคคคคค!!
โอ๊ยยย พอแล้ว อึ๊ก อ้าคคคคค!! ขากูไอ้เหี้ยแม่งเอ๊ย!!
สภาพมันดูไม่ได้แต่ก็ยังไม่ตาย เขาจึงกระชากคอเสื้อมันขึ้นมา " มึงมานี่! "
ระหว่างนั้น สมาชิกอีกคนที่ตามไปถูกคนของมันลอบแทงเข้าที่หลังจนเลือดโชก เขาหันกลับมาซัดสวนจนมันร่วงไปกองกับพื้น พร้อมเตะสวนเข้ายอดหน้าไปอีก 1 ทีจนสลบ ก่อนจะช่วยกันลากคอไอ้คนที่เหลือรอดมาเพียงคนเดียวออกมานอกบาร์
" เก็บมันไว้หนึ่งคน! เอาไปให้หัวหน้าเค้นคอแม่ง! "
พวกเขาลากร่างโชกเลือดของตัวประกันที่ขาแหลกเหลวกลับไปที่รถกระบะ ทิ้งซากบาร์ที่พังยับเยินไว้เบื้องหลัง ก่อนที่ใครบางคนจะจุดระเบิดขวดปาเข้าใส่กองเหล้าจนไฟลุกพรึบขึ้นท่วมร้าน เป็นสัญญาณประกาศศึกที่เถื่อนที่สุดในประวัติศาสตร์ของเมืองนี้

การหลบหนีของหมาลอบกัด
แสงไฟจากหน้ารถกระบะที่กำลังพุ่งทะยานไปบนถนน สาดส่องผ่านความมืดและฝุ่นคลุ้งที่ลอยฟุ้งอยู่เบื้องหลัง ภายในห้องโดยสารที่อัดแน่นไปด้วยชายฉกรรจ์ 4 คน บรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ความตื่นตระหนก และกลิ่นไหม้ที่ติดมาจากบาร์ของ Freddy
( วิกเตอร์ ) นั่งอยู่เบื้องหลังพวงมาลัย มือที่สั่นเทาเล็กน้อยขยี้ลงบนพวงมาลัยด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวเมื่อนึกถึงวินาทีที่ร้านของเพื่อนถูกพังพินาศ
" เอาไงต่อดีลูกพี่? " สมาชิกคนหนึ่งที่นั่งเบาะข้างๆ ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงลนลานพลางมองกระจกหลังตลอดเวลา
" แม่ง... ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะตามมาเอาคืนเร็วขนาดนี้ แถมยังมาแบบเงียบกริบอีก "
" เอาไงล่ะ? ถามโง่ๆ! " วิกเตอร์ ตวาดสวนพลางเหยียบคันเร่งจนมิด
" หนีไปตั้งหลักก่อนสิแม่งเอ้ย! พวกมันเป็นใครกันวะ? มาจากรูไหนกันหมด เดี่ยวมึงเจอกูแน่ไอ้สัดเอ๊ย! "
" พวก Vandals ครับหัวหน้า..." ลูกน้องที่นั่งเบาะหลังพูดสวนขึ้นพลางกุมแผลที่หัว
" ไอ้พวกนี้ตัวอันตรายเลย ปกติมันอยู่กันเงียบๆ ในเขตของมัน มีสมาชิกน่าจะร้อยกว่าคน
แต่ละคนขึ้นชื่อเรื่องความบ้า ใจถึง ไม่กลัวตาย "
วิกเตอร์ เหยียบเบรกจนรถเสียหลักเล็กน้อยก่อนจะหักพวงมาลัยเข้าทางลัด มันหัวเราะในลำคออย่างบ้าคลั่ง
" บ้าใจถึงเหรอวะ? "
มันหันไปสบตาลูกน้องผ่านกระจกมองหลังด้วยแววตาเหี้ยมเกรียม
" แล้วมึงคิดว่ากูกับพวกมัน ใครจะบ้ากว่ากันวะไอ้เหี้ย! "
เขาสบถออกมาพลางทุบพวงมาลัยแรงๆ อีกครั้ง

" ตั้งแต่วันที่ฉันย้ายมาเมืองนี้ เพื่อตามหาอีนังแพศยานั่น... ฉันก็เพิ่งจะเคยได้ยินชื่อพวกมันนี่แหละ "
เขากัดฟันกรอดเมื่อนึกถึง 'แคธี่' ที่เขาคิดว่าเป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด ทั้งในความเป็นจริงเธอเองคือเหยื่อเเท้ๆ
" ถ้าพวกมันอยากลองดีกับกู ก็มาดูเถอะว่าใครจะลงนรกก่อนกัน! "
" ลูกพี่... ผมว่าพวกมันไม่ธรรมดาจริงๆ ว่ะ "
เขาสูดปากด้วยความเจ็บปวด
" พวกสมาชิก Vandals น่ะ จำนวนคนอาจจะไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ฉายาพวกมันคือ 'หมาบ้าที่กัดไม่ปล่อย' พวกผมก็พึ่งจะเคยบวกกับพวกมันครั้งแรกนี่แหละ... โถ่เอ๊ย แล้วเพื่อนๆ เราที่ทิ้งไว้ในบาร์จะเป็นยังไงกันบ้างเนี่ย ป่านนี้ไม่นอนจมกองตีนกันหมดเเล้วเหรอ "
คำพูดที่ดูเหมือนจะยอมแพ้นั่นทำให้ ลุกพี่ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาทันที มันตวัดหางตาที่แดงก่ำกลับไปมองลูกน้องด้วยความโกรธจัด
"มึงเงียบไปเลยไอ้เวร!"
เขาตะคอกใส่จนลูกน้องสะดุ้งสุดตัว
" ไอ้พวกนั้นถ้ามันโง่จนโดนสอยร่วงมันก็สมควรตายแล้ว!
ส่วนมึง... ถ้ายังจะพูดพล่ามยกย่องพวกเหี้ยนั่นให้กูฟังอีกครั้งเดียว กูจะถีบมึงลงกลางถนนตอนนี้แหละ! "
เขากระชากพวงมาลัยอย่างแรงจนรถเอียง สายตาของมันจ้องเขม็งไปที่ถนนข้างหน้าเหมือนจะมองหา
เหยื่อรายต่อไป
"กูสาบานเลย... ครั้งหน้าที่กูลงมือ กูจะจัดให้แก๊งเหี้ยนี่หายไปจากโลกนี้เอง! พวกมึงเตรียมตัวไว้ให้ดีเถอะ ใครหน้าไหนที่มันมายุ่งกับเรื่องของกู มันต้องจบไม่สวยทั้งนั้น! "

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ