The Bikeriders: No Mercy

8.3

เขียนโดย room666_

วันที่ วันนี้ เวลา 4 ชม.ที่แล้ว

  4 ตอน
  0 วิจารณ์
  32 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

2) "เถ้าถ่านและความเงียบ" (The Tragedy)"

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
 
บรรยากาศ: ภายในบาร์ Vandals (ช่วงหัวค่ำ)
ควันบุหรี่ลอยฟุ้ง ปะทะกับแสงจากโคมไฟ เสียงเพลงจากตู้เพลงถูกกลบด้วยเสียงกระแทกของลูกสนุ๊กเกอร์ที่มุมห้อง สภาพภายในบาร์วันนี้ดูวุ่นวายกว่าปกติ สมาชิกแก๊งหลายคนอยู่ในอาการมึนเมา ความตึงเครียดจากอากาศที่ร้อนอบอ้าวเริ่มทำให้คนคุมสติไม่อยู่
ที่โต๊ะสนุ๊กเกอร์ ลูกน้องสองคนเริ่มยืนประจันหน้ากัน มือข้างหนึ่งกำไม้คิวแน่น อีกข้างคว้าคอเสื้อกั๊กหนังของอีกฝ่ายจนตึงเปรี๊ยะ
 

 
"มึงโกงกูชัดๆ ไอ้เวร! มึงขยับลูกขาวตอนกูเผลอ ! "
 
หนึ่งในนั้นสบถเสียงดังจนคนทั้งบาร์หันไปมอง
" โกงพ่อมึงดิ! มึงกากเองแล้วพาลนี่หว่า"
 
อีกฝ่ายสวนกลับ พร้อมกับเงื้อหมัดขึ้นทำท่าจะชกใส่กัน บรรยากาศเริ่มเดือดพล่านเหมือนน้ำมันที่ใกล้ระเบิด
"พอได้แล้ว... ไอ้พวกเวร!"
 
เสียงแหบต่ำแต่ทรงพลังดังขึ้นมาจากมุมมืดของบาร์ ทำให้ทุกอย่างหยุดชะงักลงทันที
Johnny นั่งอยู่ที่เดิม แผ่นหลังกว้างพิงพนักเก้าอี้ไม้ แสงไฟสลัวส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิดและรอยแผลเป็นจางๆ
เขาวางแก้วเบียร์ลงบนโต๊ะเสียงดัง ปึก สายตาคมกริบมองผ่านความสลัวไปยังลูกน้องทั้งสองคน
" ถ้าอยากจะต่อยกันนัก ก็ไสหัวออกไปกัดกันข้างนอก อย่ามาทำให้บาร์ฉันสกปรก "
 
ความเงียบเข้าปกคลุมทันที ลูกน้องทั้งสองคนค่อยๆ ลดมือลงแล้วถอยห่างจากกันด้วยอาการขยาด พวกเขารู้ดีว่าเวลาที่ Johnny พูดนิ่มๆ แบบนี้ คือเวลาที่เขามีความอดทนต่ำที่สุด
 
Johnny พ่นลมหายใจออกมาอย่างช้าๆ เขาเหนื่อยล้าจากการขับรถบรรทุกมาทั้งวัน ในมือกำ ไฟแช็กสลักลาย ที่เธอให้ไว้ เขาใช้นิ้วโป้งลูบรอยสลักนั้นเบาๆ มันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกว่าในโลกสีเทานี้ยังมี "ความดี" หลงเหลืออยู่บ้าง เขาเพิ่งจะเริ่มจิบเบียร์แก้วแรกเพื่อหวังจะล้างความวุ่นวายในหัวออกไป
 
บนผนังเหนือเคาน์เตอร์บาร์ ทีวีเครื่องเก่ากะพริบภาพข่าวภาคค่ำที่ไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งหัวข้อข่าวด่วนปรากฏขึ้นพร้อมเสียงดนตรีประกอบที่เร่งเร้า
 
" ข่าวด่วนเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เกิดเหตุสะเทือนขวัญขึ้นที่บ้านพักแถบชานเมือง..."
Johnny ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองหน้าจอทีวีช้าๆ ภาพข่าวตัดไปที่ซากบ้านไม้ที่ไหม้เกรียมจนเหลือแต่เสาสีดำ เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าขาวออกมาจากกองเถ้าถ่าน
 

 
บนผนังเหนือเคาน์เตอร์บาร์ ทีวีเครื่องเก่ากะพริบภาพข่าวภาคค่ำที่ถูกเปิดทิ้งไว้โดยไม่มีใครสนใจ จนกระทั่ง...
" เมื่อเวลาประมาณตีสามที่ผ่านมา เกิดเหตุสลดขึ้นที่บ้านพักแถบชานเมือง..."
 
เสียงผู้ประกาศข่าวชายดึงความสนใจของทุกคนในบาร์ให้ค่อยๆ หันไปมอง
ภาพบนหน้าจอตัดไปที่ซากบ้านไม้ที่ไหม้เกรียมจนเหลือแต่เสาสีดำ เจ้าหน้าที่กำลังลำเลียงร่างที่ถูกคลุมด้วยผ้าสีขาวออกมา
 
"รายงานระบุว่า เหยื่อถูกคนร้ายดักรอขณะกลับจากข้างนอก ก่อนจะถูกจับมัดและใช้ 'น้ำมันราดเผาทั้งเป็น' จนเสียชีวิตในกองเพลิงอย่างน่าสยดสยอง..."
 

 
ทันทีที่รูปถ่ายของเหยื่อปรากฏขึ้นบนหน้าจอทีวี...
Johnny ถึงกับสะอึก แก้วเบียร์ในมือสั่นจนฟองหกกระเซ็นลงบนโต๊ะ ดวงตาของเขาเบิกกว้างจ้องมองใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มจางๆ ให้เขาเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้กลายเป็นเพียงภาพขาวดำที่แจ้งข่าวการจากไปอย่างโหดเหี้ยม
 
"นั่นมัน..." Benny อุทานออกมาเสียงหลง ไพ่ในมือร่วงลงพื้น สมาชิกคนอื่นๆ ในร้านต่างพากันลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามารวมกันที่หน้าทีวีด้วยความตกตะลึง
 
" นั่นผู้หญิงคนนั้นนี่นา คนที่ลูกพี่ช่วยไว้! "
 
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นทั่วบาร์ ทุกคนจำเธอได้แม่นยำ
Johnny นั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ร่างกายของเขาเย็นเฉียบขึ้นมาทันที คำพูดของเธอที่เคยเตือนเรื่อง
 
"น้ำมันแกลลอน " ดังวนเวียนอยู่ในหูเหมือนเสียงที่กําลังหลอกหลอน ความรู้สึกผิดกระแทกเข้าที่กลางอกอย่างจัง เขาช่วยเธอไว้เพื่อให้เธอไปตายอย่างทรมานยิ่งกว่าเดิมงั้นหรือ?
 
"... เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจพบร่องรอยของสารไวไฟกระจายอยู่ทั่วบริเวณที่เกิดเหตุ เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนสันนิษฐานว่า 'ไม่ใช่เหตุอุบัติเหตุ' แต่เป็นการฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน "
 
" ทางด้านตำรวจในพื้นที่  มุ่งประเด็นไปที่ 'ความแค้นส่วนตัว' เนื่องจากพฤติการณ์ของผู้ก่อเหตุมีความโหดเหี้ยมผิดมนุษย์ มีการพันธนาการเหยื่อก่อนจะใช้น้ำมันราดและจุดไฟเผาทั้งเป็น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเร่งนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างมากครับ..."
 
เสียงผู้ประกาศข่าวยังคงพูดต่อไป แต่ Johnny ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว มือที่หยาบกร้านของเขากำไฟแช็กในกระเป๋าแน่นจนรอยสลักบาดลึกเข้าไปในฝ่ามือ ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้นและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ
 
ความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วบาร์
 
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรกับ Johnny ในตอนนี้ พวกเขามองเห็นแผ่นหลังที่กว้างกำยำของประธานแก๊งกำลังสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะความโกรธแค้นที่กำลังเดือดพล่านจนใกล้จุดระเบิด
 
" เขาวางแก้วเบียร์ลงช้าๆ พลางลุกขึ้นยืน แสงไฟจากทีวีสะท้อนให้เห็นดวงตาที่วาวโรจน์ด้วยความแค้น...
เขาคงสะเทือนใจเกินกว่าจะอธิบาย เมื่อผู้หญิงไร้ทางสู้ที่พึ่งยื่นมือช่วยกลับต้องมาจบชีวิตลงด้วยน้ำมือของสัตว์นรกตัวนั้น "
 
"มันทำจริงๆ ..." Johnny พูดพร้อมกัดฟัน น้ำเสียงของเขาเบาแต่ได้ยินชัดไปทั้งบาร์
 
" มันทำอย่างที่มันขู่ไว้จริงๆ "
 
เขากดไฟแช็กในมือจนเปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นมา แสงไฟนั้นไม่ได้ดูอบอุ่นเหมือนวันวานอีกต่อไป แต่มันคือเชื้อไฟแห่งความแค้นที่กำลังจะเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า
 

 
หลังจากเห็นข่าวในทีวี
Johnny ไม่ได้สั่งเคลื่อนพลในทันที เขาต้องการยืนยันด้วยตาตัวเอง เขาเรียก Benny มาใกล้ๆ แล้วสั่งการด้วยเสียงกระซิบที่หนักแน่น
"ไปสืบมาว่าบ้านที่โดนเผาหลังนั้นอยู่ตรงไหน... และร่างของเธอถูกเก็บไว้ที่หน่วยกู้ภัยหรือโรงพยาบาลไหน "
 
ไม่นานนัก Benny กลับมาพร้อมข้อมูลที่ต้องการ Johnny ไม่รอช้า เขาคว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้วขับออกไปเพียงลำพัง ทิ้งความวุ่นวายในบาร์ไว้เบื้องหลัง ลมหนาวปะทะใบหน้าขณะที่เขาบิดคันเร่งฝ่าความมืดมิดของถนนชานเมืองมุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเหตุ
 
ซากปรักหักพังที่ไร้เสียง
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พื้นที่นั้นถูกปิดล้อมด้วยเทปพลาสติกสีเหลืองของตำรวจ กลิ่นไหม้ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ Johnny จอดรถห่างออกไปแล้วเดินเท้าเข้าไปเงียบๆ แสงจันทร์ส่องกระทบซากไม้สีดำที่เป็นตอไม้เกรียมๆ เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงจุดที่คาดว่าเป็นหน้าประตูบ้าน
เขาล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแจ็กเก็ต หยิบ ช่อดอกไม้ป่าเล็กๆ ที่เขาแวะซื้อจากร้านริมทางที่ยังเปิดอยู่ขึ้นมา เขามองมันครู่หนึ่งก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวลงวางดอกไม้เหล่านั้นลงบนกองเถ้าถ่านที่เปียกชื้น
 
"ฉันขอโทษ..." เขาพึมพำเบาๆ น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยซึ่งเป็นด้านที่เขาไม่เคยเผยให้ลูกน้องเห็น "ฉันคิดว่าฉันช่วยเธอได้... แต่ฉันกลับนำนรกมาให้เธอ "
 

 
เขานั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นครู่ใหญ่ ความทรงจำในวันที่เธอยื่นไฟแช็กให้พร้อมรอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นมาในหัว ทุกอย่างมันดูผิดเพี้ยนไปหมดในตอนนี้ ความเศร้าเสียใจค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาที่กัดกินหัวใจ เขารู้ดีว่าดอกไม้นี้ไม่ใช่แค่การล้าลึก แต่มันคือการ "บอกลาความเป็นคน" ของเขาเองด้วย เพราะหลังจากนี้เขาจะไม่มีที่ว่างให้ความปราณีอีกต่อไป
 
เขาลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นเขม่าออกจากเข่า แล้วหยิบไฟแช็กสลักลายอันเดิมออกมาจากกระเป๋า เขากดมันจนเปลวไฟสีส้มสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดสนิทของซากบ้านที่ไหม้เกรียม
 
" ไฟอันนี้... ฉันจะใช้มันเผาไอ้คนที่ทำกับเธอ"
 

 
เขาเก็บไฟแช็กเข้าที่เดิม แววตาที่เคยมองดอกไม้ด้วยความอาลัยเปลี่ยนเป็นความดุดันราวกับสัตว์ป่าที่กำลังแกะรอยเหยื่อ เขาหันหลังเดินกลับไปที่รถมอเตอร์ไซค์ สตาร์ทเครื่องยนต์เสียงดังสนั่นราวกับเสียงคำรามแห่งการเริ่มต้นการล้างแค้น
 
 
บรรยากาศ ถนนสายเปลี่ยวหลังบาร์ Vandals ( ช่วงดึก )
 
ความมืดมิดปกคลุมถนนที่ตัดผ่านทุ่งกว้าง มีเพียงแสงไฟหน้ารถมอเตอร์ไซค์ของ
Corky หนึ่งในสมาชิก Vandals ที่เพิ่งแยกตัวออกจากบาร์เพื่อขับกลับบ้าน เขากำลังฮัมเพลงเบาๆ ในลำคอ ท้าทายลมหนาว
ที่พัดผ่านแจ็กเก็ตหนัง  
 
แต่แล้ว... แสงไฟหน้ารถที่สาดส่องมาจากด้านหลังก็สว่างวาบขึ้น รถกระบะสีดำสองคันเร่งเครื่องแซงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหักพวงมาลัย ปาดหน้า จน Corky ต้องกำเบรกตัวโก่ง
 
เอี๊ยดดดด!
 
เสียงเบรกดังลากยาวจนแสบแก้วหู มอเตอร์ไซค์ของ Corky เสียหลักไถลไปกับพื้นถนนจนเกิดประกายไฟวาบไปตามทาง ร่างของเขาไถลไปตามพื้นยางมะตอยก่อนจะหยุดลงที่ไหล่ทาง
 
Corky กัดฟันข่มความเจ็บ ยันตัวลุกขึ้นมาอย่างทุลักทุเล เลือดซึมผ่านรอยถลอกที่แขนและหัวเข่าจนกางเกงยีนส์ขาดวิ่น เขาสะบัดหัวไล่ความมึนงงก่อนจะตะโกนด่าก้องถนน
" แม่ง! ไอ้เหี้ยเอ๊ย! พวกมึงเป็นใครวะ! อยากตายนักใช่มั้ย! "
 
ประตูรถกระบะเปิดออกช้าๆ ชายคนหนึ่งก้าวลงมา แสงไฟหน้ารถสาดส่องให้เห็นผ้าพันแผลที่ยังแปะหราอยู่บนจมูกที่เบี้ยวผิดรูป มันแสยะยิ้มจนเห็นฟันที่เลอะคราบบุหรี่
 
"กูเอง... ฮ่าๆๆ หวังว่ามึงคงไม่ลืมหน้ากูนะ"
 
เขาพูดพลางหัวเราะในลำคออย่างน่ารังเกียจ
" ก็วันนั้นไง... วันที่ลูกพี่มึงแจกส้นตีนให้กูจนอิ่ม กูเลยกะว่าจะเอาของอร่อยๆ มาคืนพวกมึงบ้าง! "
 
Corky จ้องหน้ามันด้วยสายตาเหยียดหยาม เขาไม่ได้กลัวแม้จะโดนล้อม เขาสวมสนับมือเหล็กเข้าที่มือขวาอย่างรวดเร็ว
 
ชายฉกรรจ์เกือบสิบคนกรูลงมาจากรถกระบะ ในมือถือไม้เบสบอลและท่อเหล็กครบมือ Corky กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บปวดจากการล้ม เขาไม่ได้หนีแต่กลับขยับตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋าแจ็กเก็ตคว้า
 
 "สนับมือเหล็ก" ขึ้นมาสวมไว้อย่างว่องไว
" เข้ามาดิไอ้หน้าตัวเมีย! "   Corky ตะโกนออกมาด้วยความโมโห!
 
เมื่อฝ่ายตรงข้ามพุ่งเข้ามา Corky โยกหลบไม้เบสบอลอย่างคล่องแคล่วก่อนจะสวนหมัดที่สวมสนับมือเข้าที่กรามของลูกน้องมันเต็มแรง      
 
พลั่ก!!
ฟันหักกระเด็นออกมาพร้อมเลือดที่สาดกระจาย เขาออกหมัดชุดที่สองและสามติดต่อกันเข้าที่เบ้าตาและดั้งจมูกจนอีกฝ่ายล้มลงไปนอนชักเกร็งที่พื้น
 
แต่ทว่า... จำนวนคนที่มากกว่าทำให้เขาเสียเปรียบ ในจังหวะที่เขากำลังจะซ้ำไอ้ตัวที่สี่ แรงกระแทกจากท่อเหล็กก็ฟาดเข้าที่ ท้ายทอย ของเขาอย่างจังจนโลกทั้งใบหมุนคว้าง
 
ตุบ! ร่างของ Corky ทรุดลงกับพื้นถนน
 

 
"รุมมัน! "
 
เสียงสั่งการเหี้ยมเกรียมดังขึ้นจาก “ วิกเตอร์ ”
 
ส้นตีนนับสิบคู่ รุมกระทืบลงบนร่างของ Corky เสียงรองเท้าบูทกระทบเนื้อและกระดูกดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของถนนสายเปลี่ยว Corky พยายามขดตัวปกป้องศีรษะ แต่แรงปะทะนั้นมหาศาลเกินกว่าจะต้านทานได้ สติของเขาเริ่มพร่าเลือน
 
วิกเตอร์ สั่งให้ลูกน้องหยุดครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินเข้าไปย่อตัวลงข้างๆ Corky ที่สภาพสะบักสะบอม มันคว้าหัวเขาขึ้นมาให้สบตา
" ไงพ่อนักบิด... รสชาติส้นตีนอร่อยดีไหม? ฮ่าๆๆ "
 
Corky  เขายิ้มมุมปาก ทั้งที่เต็มไปด้วยเลือดเขาจ้องหน้ามันกลับด้วยสายตาที่ไม่ยอมแพ้ ก่อนจะรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายพ่นคำพูดสวนขึ้นมา
"วันนั้น... มึงยังไม่อิ่มตีนอีกเหรอวะ? ถึงได้มาโหยหาตีนถึงที่แบบนี้ ไอ้ตุ๊ด !! "
 
พูดจบ Corky ก็ ถ่มน้ำลายปนเลือด พุ่งเข้าใส่กลางใบหน้าของมันเต็มแรง วิกเตอร์ หน้าสั่นด้วยความโกรธจัด เขาปัดคราบเลือดออกจากหน้าพลางสบถคำหยาบออกมา
 
"ไอ้เหี้ยนี่! มึงอยากตายนักใช่มั้ย! "
 
เขาหันไปคว้า ท่อนเหล็ก จากลูกน้องมา แล้วฟาดเข้าที่ มือขวา ของ Corky ที่สวมสนับมือเหล็กอยู่อย่างแรง
ผัวะ!
"อ้าคคคคค!"
 
เสียงท่อนเหล็กฟาดลงบนหลังมือขวาของ Corky เต็มแรงจนเกิดเสียงกระดูกแตกละเอียดดังชัดเจนในความเงียบ Corky กรีดร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด ร่างของเขาลงไปกุมมือนอนชักดิ้นอยู่บนพื้นถนน
 
ผัวะ! ผัวะ!
 " อ้ากคคคค! ไอ้เหี้ยยยยเอ๊ย! มือกู! มือกู!! "
 
เขาไม่หยุดแค่นั้น แต่กระหน่ำฟาดท่อนเหล็กซ้ำลงไปที่จุดเดิมจนสนับมือเหล็กบิดเบี้ยวฝังเข้าไปในเนื้อและกระดูกที่แหลกเหลว เลือดสีสดพุ่งกระเซ็นติดขากางเกงของพวกมัน Corky ดิ้นพล่านด้วยความเจ็บปวดที่เกินจะรับไหว ก่อนที่ไอ้จมูกหักจะปิดท้ายด้วยการใช้บูทหนังกระทืบซ้ำลงไปที่หน้าของเขา
 
" หมดท่าเลยนะมึง... พ่อนักเลงเสื้อหนัง "
 
มันสั่งให้ลูกน้องรุมกระทืบซ้ำที่ชายโครงและศีรษะจนเสียงร้องของ Corky เงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหายใจรวยรินและร่างกายที่แน่นิ่งไปในที่สุด
 
 
หน้าบาร์ Vandals
 
ภายในบาร์ Johnny และสมาชิกคนอื่นๆ กำลังนั่งปรึกษากันด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด ทันใดนั้น
เสียงเครื่องยนต์ดีเซลที่คำรามลั่น พร้อมกับเสียงโลหะครูดกับถนนดัง "ครืดดดดดดด!" สนั่นหวั่นไหว ประกายไฟสาดกระจายไปทั่วท้องถนนตามแรงลาก
Johnny และสมาชิกทุกคนพุ่งพรวดออกไปที่หน้าบาร์ ภาพที่เห็นทำเอาทุกคนถึงกับยืนนิ่งด้วยความช็อก รถกระบะสีดำคันหน้ามีสายสลิงเส้นใหญ่ล่ามโซ่เข้ากับ มอเตอร์ไซค์คู่ใจของ Corky มันลากรถคันนั้นมากับพื้นถนนด้วยความเร็วสูงจนชิ้นส่วนอะไหล่ เครื่องยนต์ และถังน้ำมันแตกกระจายเกลื่อนถนนเป็นทางยาว พังยับเยินจนจำเค้าเดิมไม่ได้
 
ตุบ! ทันทีที่รถจอดสนิท พลพรรคไอ้จมูกหักที่อยู่บนหลังรถกระบะคันที่สองก็ช่วยกันแบก ร่างของ Corky ที่โชกเลือดและสลบเหมือด โยนลงมากระแทกพื้นถนนต่อหน้าต่อตา Johnny เหมือนโยนซากสัตว์
 
"ไงพ่อนักบิด! รถพวกมึงนี่เหล็กมันดีจริงๆ ว่ะ ลากมาตั้งไกลยังไม่แหลกหมด!"  
 
วิกเตอร์ หัวเราะร่าพลางก้าวลงจากรถ ในมือมันถือแกลลอนน้ำมันเหล็กติดมือมาด้วย
มันเดินไปที่ซากรถของ Corky ที่นอนตะแคงพังยับเยินอยู่ แล้วราดน้ำมันลงไปบนตัวรถอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำมันฉุนกึกโชยเข้าจมูกทุกคน
 
"วันนั้นลูกพี่มึงเท่มากใช่ไหม? คืนนี้กูจะให้พวกมึงดูโชว์ไฟสวยๆ ก็แล้วกัน!"
 
พรึ่บ! มันจุดไฟเช็กแล้วโยนลงไปทันที เปลวไฟลุกท่วมซากมอเตอร์ไซค์ในพริบตา แสงสีส้มสว่างวาบสะท้อนเข้าไปในดวงตาด้วยความแค้นของ Johnny พร้อมความร้อนจากเปลวไฟปะทะเข้าหน้าสมาชิก Vandals ทุกคนที่ยืนมองดู
 
" ฮ่าๆๆๆ! ไปล่ะนะเว้ย! ไว้เจอกันใหม่ไอ้พวกขยะ! "
 
พวกมันกระโดดขึ้นรถแล้วเบิร์นยางจนควันขลุ้ง ขับหายไปในความมืดทิ้งไว้เพียงร่างของเพื่อนที่บาดเจ็บสาหัสและกองเพลิงที่สว่างโชติ
ทิ้งไว้เพียงเปลวไฟที่กำลังกัดกินรถมอเตอร์ไซค์และเกือบจะลามถึงร่างของ Corky
 
Johnny และบรรดาพักพวกพุ่งตัวเข้าไปกลางกองเพลิงโดยไม่สนความร้อน เขาใช้แจ็กเก็ตหนังของตัวเองตบดับไฟที่กำลังจะลามถึงตัวเพื่อน แล้วกระชากร่าง Corky ออกมาจากการเผาไหม้นั้นด้วยพละกำลังมหาศาล
 
เขานั่งลงกอดร่างที่หายใจรวยรินของเพื่อนไว้ท่ามกลางเขม่าควันสีดำที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า แววตาของเขากำลังบอกว่าพวกมัน
กำลังมาหาเรื่องผิดคนแล้ว...
 

 
" ปิดบาร์... แล้วเรียกพี่น้องเราทุกคนมาให้หมด!! "
 
Johnny พูดด้วยเสียงที่ต่ำลึกและสั่นเครือด้วยความแค้นที่ถูกกดทับไว้ ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างเย็นยะเยือกยิ่งกว่าลมหนาว
 
 ใครก็ได้ช่วยกันหาม Corky ไปโรงพยาบาลที เร็วเข้า!! อย่าให้เขาตายตรงนี้!" Johnny ตะโกนสั่งพลางชี้ไปที่เพื่อนร่วมแก๊งที่บาดเจ็บ "ส่วนที่เหลือ... ไปสตาร์ทรถกระบะเเล้วเตรียมอาวุธให้พร้อม !! รีบตามไอ้เหี้ยพวกนั้นไป อย่าให้พวกมันหนีหายไปได้ เล่นเเม่งให้ยับ !! 
 
เสียงเครื่องยนต์ V-Twin นับสิบคันระเบิดคำรามขึ้นพร้อมกันจนแผ่นดินสะเทือน 
 
บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม! บรึ้ม!  จังหวะหนักหน่วงอันเป็นเอกลักษณ์ดังสนั่นไปทั่วท้องถนน
 
"หลีกไปให้พ้นทาง!!" สมาชิกคนหนึ่งตะโกนก้องพลางบิดคันเร่งส่งเสียง แผดสนั่น เข้าใส่รถทุกคันที่ขวางหน้า
 
เพื่อเปิดทางด่วนที่สุด
ท่ามกลางแสงไฟหน้ารถที่สั่นไหวตามแรงสะเทือนของเครื่องยนต์ ร่างของ Corky กึ่งนั่งกึ่งฟุบพิงแผ่นหลังของเพื่อนสมาชิกที่ขี่มอเตอร์ไซค์อยู่เเถวหน้าสุด ใบหน้าของเขาซีดเผือด เลือดสีเข้มเปื้อนเสื้อหนังจนดำคล้ำ เขาพยายามกัดฟันข่มความเจ็บปวด ขณะที่เพื่อนที่ให้นั่งซ้อนท้ายคอยใช้มือหนึ่งข้างเอื้อมไปดึงแขน Corky ไว้แน่นเพื่อไม่ให้ร่วงหล่นลงจากเบาะรถ
 
"อดทนไว้ไอ้น้องชาย !!" เพื่อนร่วมแก๊งตะโกนกรอกหู
 
แสงไฟหน้าจากรถฮาเล่ย์ นับสิบดวงส่องสว่างแหวกความมืดมิดของยามค่ำคืน พวกเขาเร่งเครื่องเต็มสูบมุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่เครื่องยนต์ V-Twin จะทำได้ เพื่อยื้อชีวิตพี่น้องให้ทันท่วงที
 
ในขณะเดียวกัน ที่หน้าบาร์สมาชิกที่เหลือต่างไม่ได้นิ่งนอนใจ พวกเขากระชากอาวุธขึ้นมาเตรียมพร้อม ทั้งไม้เบสบอล โซ่เหล็ก และปืนพกที่เหน็บอยู่ที่เอว ทุกคนยืนคุมเชิงหันหน้าออกสู่ถนนใหญ่ สายตาสอดส่ายเข้าไปในความมืดที่เงียบสงัด
 
"เฝ้าที่นี่ไว้ให้ดี! ถ้าเห็นเงาหัวพวกมันโผล่มาแม้แต่คนเดียว... จัดการแม่งให้ราบ!" เขาหยุดหายใจครู่หนึ่งแล้วย้ำคำสั่งสุดท้าย "ฉันจะตามไปโรงพยาบาล ฝากที่เหลือด้วย! อย่าให้ใครบุกเข้ามาในเขตเราได้เด็ดขาด!"
 
พูดจบ Johnny ก็กระชากเกียร์ลงดัง กึก! ก่อนจะบิดคันเร่งจนท่อไอเสียแผดเสียง บรึ๊นนนนนน! สนั่นหวั่นไหว แรงบิดมหาศาลส่งรถพุ่งทะยานออกไป  เขามุ่งหน้าตามขบวนไฟท้ายสีแดงของเพื่อนร่วมแก๊งที่กำลังพา Corky ไปส่งโรงพยาบาลอย่างบ้าคลั่ง
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
7 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายฟิคชั่นเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา