{GOT7} Wolves ♡ เจ้ามนุษย์ สนใจหน่อยสิ (Markbam ft.Woogyu)

10.0

เขียนโดย techaa

วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 เวลา 19.26 น.

  5 ตอน
  1 วิจารณ์
  12.34K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 20.07 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

3) 03 เรียกร้องความสนใจครั้งที่หนึ่ง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

 

 

 

 

 

 

Bambam’s speaking

 

 

 

 

ครั้งที่เเล้วมันจบลงที่ว่าพี่ซองกยูจะเอาชุดให้อี้เอินใส่ใช่มั้ยครับ?..

 

 

 

ทำไมตอนนี้ผมต้องมานั่งเช็ดตัวให้เขาเเบบนี้ล่ะ.. -_______- ง่วงเเล้วอะพูดเลยยย ใกล้จะงอเเงเเล้วจริงจังงง ถ้าถามว่าตอนนี้อยู่ตรงไหน ก็ยังอยู่ที่ห้องทำงานพี่ซองกยูเหมือนเดิมครับ ผมยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ นี่มันจะตีสามเเล้วนะเฟร้ยยย ดีนะที่พรุ่งนี้เป็นวันเสาร์ ถ้ามีเรียนพี่ซองกยูคงไล่ผมไปนอนนานเเล้ว

 

 

 

“นี่.. จริงๆเเล้วข้าไม่น่าให้เจ้าเรียกว่าอี้เอินเลย เจ้าเรียกข้าว่ามาร์คได้ไหม ?”

 

 

 

ชายหัวเเดงตัวปัญหาพูดขึ้นด้วยใบหน้ายิ้มๆ เเหม.. ชื่อมาร์ค ปะกิดมาเชียยะ ทำไมมันต่างกับอี้เอินจังง

 

 

 

“เเล้วตกลงนายชื่ออะไรกันเเน่ หมาป่าเขามาชื่อเล่นชื่อจริงกันด้วยเหรอ ?”

 

 

 

ผมถามต่อ อี้เอินก็ยักไหล่น้อยๆ

 

 

 

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้”

 

 

 

ตอนนี้เขาใส่อยู่เเค่บอกเซอร์สั้นๆของพี่ซองกยูเท่านั้น เเล้วนอกนั้นก็เปลือยหมดอยู่ดี.. หน้าน่ะเอาออกไปไกลๆได้มั้ยย ใจนี่ก็เต้นจริง เฉยไว้ลูกเฉยไว้ เสียงดังเดียวเขาได้ยินเอาเเล้วไม่งามลูกกกกกกก

 

 

 

เเต่เหมือนใจมันจะไม่ค่อยฟังผมเท่าไหร่ ผมรู้ตัวว่าตาเขาจ้องอยู่ที่หน้าผมที่กำลังเช็ดเเขนเขาอยู่ เพราะเป็นต้นเเขน

ก็เลยต้องขยับเข้าไปใกล้หน่อยเท่านั้นเเหละ ไม่ได้ตั้งใจจะใกล้นะฟังไว้! เเต่เอาตรงๆครับ เเขนพี่เเกเเน่นมาก -//- น้องแบมเขินนน

 

 

 

“ร.. เรียกก็เรียกสิ ช่วยเลิกพูดข้าๆเจ้าๆได้มั้ย.. มันเเบบ จั๊กจี้อ้ะ”

 

 

 

รู้สึกเหมือนอยู่ในหนังย้อนยุคยังไงชอบกลมาขึ้นข้าขึ้นเจ้าเนี่ย ผมขยับออกมาทันทีที่เช็ดเเขนเสร็จ เหลือด่านสุดท้ายละ.. ลำตัว.. หรือก็คือตั้งเเต่คอยันท้องน้อย เช็ดยังไงดีครับ?เเค่เช็ดเเขนมาร์คยังเเกล้งผมขนาดนี้เลย เเล้วชิดเเบบนั้นจะเหลือเรอะ.. ให้ใจผมพักบ้างนะครับนะ..

 

 

 

 

“ข้.. เลิกพูดก็ได้ เเล้วก็ต้องเรียกว่า พี่มาร์ค ต่างหากล่ะ อายุน้อยกว่านี่”

 

 

 

 

ผมตวัดตามมองเขา.. จะเอาอะไรมากมายห้ะะะ พี่มาร์คๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฮึ่ยยยย! เเต่นี่แสดงว่าหน้าผมก็เด็กใช้ได้นะเนี่ย เเล้วพี่มาร์คกับน้องเเบมนี่ก็เข้ากันไม่หยอก.. เเบมเเบม!!!! อะไรรรร!!!!T^T

 

 

 

 

“อ่ะ.. พี่ลืมถามไป ชื่ออะไรเหรอ ?”

 

 

 

 

ถึงขั้นขนาดมานั่งเช็ดตัวให้เเล้วเพิ่งมาถามชื่อให้เนี่ย มันน่านักกกกกก วุ้ยยยยย คนเค้าอุตส่าห์ตั้งใจจับ เอ้ย! เช็ดด

 

 

 

“แบมแบม”

 

 

 

ผมกระเเทกเสียงใส่พี่มาร์คเล็กน้อยตามอารมณ์น้อยใจ ก่อนจะลุกขึ้นยืน เช็ดเองไปเลยก็เเล้วกัน

 

 

 

 

“หลังจากนี้พี่เช็ดเองนะครับ”

 

 

 

 

ผมยันตัวลุกขึ้นเเล้วเเกล้งโยนผ้าใส่อีกคน ผมไม่ทันได้มองหรอกว่าโยนไปตรงไหน เพราะฉะนั้น..

 

 

 

“โอ้ย!”

 

 

 

ผมหันกลับไปทันที ภาพที่เห็นคือมือขาวสองข้างที่กำลังกอดผ้าเข้าหาตัว มือสองมือทางอยู่ที่ตำแหน่งหัวใจ

 

 

 

 

เป็นโรคหัวใจเหรอ ?

 

 

 

 

ในตอนนั้นนั่นเป็นสิ่งเดียวที่อยู่ในหัว ผมจึงเดินกลับไปหาเขาอีกที เเต่ก็..

 

 

 

“โอ้ยย!”

 

 

 

เสียงเเหบทุ้มดังขึ้นอีกครั้งก่อนมือที่สองข้างที่ประสานกันกำเเน่น ใบหน้าคมฉายเเววเจ็บปวดทันที

 

 

 

“พี่มาร์ค! เป็นอะไร?!.. พี่ซองกยู!! มานี่เร็ว!!”

 

 

 

ผมรีบตะโกนบอกพี่ซองกยูทันที เเต่เหมือนว่าอีกคนจะไม่ได้ยิน ผมเลยกำลังจะวิ่งออกไปตาม เเต่มือหนาก็ดึงข้อมือผมไว้ซะก่อน

 

 

 

 

“ไม่.. ไม่ต้อง..”

 

 

 

 

พี่มาร์คดูจะผ่อนคลายขึ้น เเล้วก็ยิ้มหล่อออกมาซะงั้น ..

 

 

 

 

 

 

..

 

 

“หัวใจพี่ละลายอยู่ที่ตรงนั้น น้องเเบมเหยียบลงมามันเลยเจ็บน่ะครับ”

 

 

 

 

……………………

 

 

…………….

 

 

…….

 

 

..

 

 

.

 

 

ฉ่า..เสียงหน้าผมเองครับ

 

 

 

 

 

ไหนๆก็จะเปลี่ยนชุดแล้ว พี่ว่าแบมเช็ดตัวให้เขาหน่อยดีมั้ย?

 

 

ครับ.. ดีครับ เเบมเช็ดเองครับ.. พี่ซองกยู.. ทิ้งปลาย่างไว้กับเเมวน่ะเคยได้ยินไหม .. นี่พี่ทิ้งน้องไว้กับหมาป่าขี้เต๊าะได้ยังไง T_____T หัวใจผมพังไปใครรับผิดชอบบบบ?!

 

 

 

 

“บ้าเหรอ.. ”

 

 

 

 

ผมพูดเสียงเบาเเล้วเดินหนีมา ขนาดหันหลังยังรู้เลยว่าเเอบหัวเราะอยู่ ฝากไว้ก่อนเถอะะะ! ตอนออกจากห้องหางตาผมก็เห็นว่าเขาเช็ดตัวเองเเล้ว เช็ดเองก็ได้นี่ เฮอะะ เเล้วนี่พี่ซองกยูไปไหนนะ? ผมเลิกคิดเรื่องพี่มาร์คเเล้วเดินหาพี่ชายทันที

 

 

 

“พี่ซองกยูค้าบบบ อยู่ไหนอ่.. อ่อ.. หลับเเล้ว”

 

 

 

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนก็เจอพี่ซองกยูที่นอนหนุนเจ้านามูอยู่ ไหนว่าจะรอฟังเรื่องพี่มาร์คไง? หมาป่าสีขาวเทาก็ยอมให้เจ้านายที่รักนอนหนุนอย่างว่าง่าย หนอย.. ทิ้งผมมานอนนี่เอง พวกใจร้าย!

 

 

 

“น้องแบมครับ”

 

 

 

 

“เฮ้ย!”

 

 

 

 

ระหว่างที่ผมถ้ำมองพีชายที่นอนอืดไปเเล้ว ก็สะดุ้งกับเสียงที่มาจากข้างหลัง เสื้อยืดตัวโคร่งของพี่ซองกยู.. มันมีคนใส่ให้หล่อได้ก็วันนี้เเหละครับ ผมสีเพลิงยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อคอกว้างเผยช่วงต้นคอลงมาเกือบถึงหน้าอก พูดถึงใจผมก็เต้นตึกตักน้อยๆ.. หวั่นไหวง่ายไปรึเปล่าเเบมแบม?

 

 

 

 

“โกรธพี่เหรอ?”

 

 

 

 

เสียงต่ำถามด้วยเสียงเบาๆเพราะเห็นอีกสองชีวิตนอนอยู่บนเตียง ถ้าพี่มาร์คไม่พูดผมว่าผมน่าจะลืมไปเเล้วล่ะ เเกล้งกันดีนัก ผมเอาคืนซักนิดนึงละกันนะครับ

 

 

 

“น้องแบมครับ”

 

 

 

คิดได้เเบบนั้นผมเลยเดินออกมาเลยโดยไม่สนใจพี่มาร์คเเล้วตรงเข้าห้องตัวเองทันที กว่าจะหันไปปิดประตู อีกคนก็ตามเข้ามาเรียบร้อยเเล้ว เจ็บอยู่เเล้วทำไมถึงเดินเร็วได้แบมนั้นล่ะะ ทำไงล่ะทีนี้ คนตัวโตกว่ายังเรียกชื่่อผมไม่หยุด เเต่ผมก็ไม่ได้หันไปมองสักนิด

 

 

 

“ดอกไม้ครับ.. สนใจพี่หน่อยน้าาา พี่จะไม่เเกล้งเเล้วนะ ดีกันนะครับ น้าาา”

 

 

 

 

พี่มาร์คยกสองมือขึ้นมากำข้างเเก้มพร้อมปากล่างที่ยื่นออกมาอย่างน่ารัก ตัวก็ใหญ่มาง้อมุ้งมิ้งเเบบนี้ได้ยังงายยยยยยย น่ารักเกินไปเเบมหวั่นไหวววววตอนนี้หน้าผมคงจะเหวอน่าดู ดูจากที่พี่มาร์คเริ่มจะยิ้ม

 

 

 

“ไม่รู้ล่ะ!”

 

 

 

เเต่ก็ไม่วายงี่เง่าใส่ต่อไป ผมไม่ได้โกรธอะไรสักหน่อย.. ที่หนีหน้าไปน่ะเขินหรอก ที่เรียกว่าดอกไม้น่ะ คนมันเขินนน วู้! ผมเดินลงไปทิ้งตัวบนเตียงเหมือนไม่สนใจ เเต่หลับตาไปโดยที่เเอบดูอีกคนอยู่ ถ้าเขาคิดสักนิดก็น่าจะเดาได้ว่าผมคงยังไม่นอนเเน่ๆ ก็เเน่ล่ะ น้ำท่ายังไม่ได้อาบเลยครับคุณ.. ผมนอนตะเเคงมาฝั่งที่พี่มาร์คยืนอยู่ ร่างสูงยืนกอดอกพิงประตูอยู่ครู่นึง ก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ จนผมต้องหลับตาลงให้สนิด ร่างกายรู้สึกถึงเเรงยวบที่เตียง

 

 

“อ้ะ.. ”

 

 

 

 

สัมผัสเย็นๆบนมือข้างที่ผมวางอยู่บนเตียงทำให้ผมลืมตาขึ้น

 

 

 

 

“หายโกธรกันเถอะนะ ข้าผิดไปเเล้ว..”

 

 

 

จมูกของเย็นของเขากำลังถูไถไปมาที่มือขวาของผมเหมือนจะอ้อน สรรพนามถึงเปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิม ทำไมตอนนี้ผมถึงคิดว่าแบบนี้มันเหมาะกับเขามากกว่านะ เสียงทุ้มแบบนี้ฟังเเล้วรู้สึกดีชะมัด.. เวลาที่ทำผิดนามูก็ทำเเบบนี้กับพี่ซองกยูเหมือนกัน เเต่ตอนนี้พี่มาร์คเป็นคนนะไม่ใช่หมาป่า! หน้าร้อนมากครับพูดเลย ถึงมันจะดูเเปลกนิดหน่อย เเต่ผมคิดว่านี่มันน่ารักมาก คนอะไรเนี่ยยยย -//- เเล้วตอนนี้หน้าผมคงบูดๆเบี้ยวๆเพราะทั้งเขินทั้งยิ้มทั้งพยายามจะกลั้นยิ้ม

 

 

 

“หายเเล้วน่า.. พี่มาร์คไปนอนตรงนู้นนะครับ แบมจะไปอาบน้ำ เดี๋ยวออกมาเเล้วเเบมหยิบผ้าห่มให้”

 

 

 

ผมพูดบอกเสียงเบา ทำตัวไม่ถูกครับงานนี้.. เขาเลยหยุดเเล้วขึ้นมายิ้มหล่อให้ผมเเทน ผมชี้โบ้ยไปทางโซฟาตัวยาวที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะเดินไปทางห้องน้ำโดยที่ไม่มองหน้าพี่มาร์ค มองตอนนี้ก็เห็นว่าเขินเส้!

 

 

 

 

อาบน้ำเสร็จก็เห็นว่าพี่มาร์คหลับคาโซฟาตามที่ผมบอกไปเเล้ว ผมเดินไปหยิบผ้าห่มมาตามที่บอกเขาไว้ เสื้อบางๆกับบ๊อกเซอร์เเค่นี้คงจะหนาวแน่ๆ พอเดินกลับมาผมก็ห่มผ้าให้พี่มาร์คเเล้วดึงผ้าให้เเน่ใจว่าคลุมทุกส่วน ร่างสูงของเขาขยับเข้าหาผ้าห่มอย่างไม่รู้ตัว .. ผมก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าผมเผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัวเหมือนกันนะ

 

 

 

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับ”

 

 

 

 

กระซิบเบาๆเเล้วเดินไปปิดไฟ ก่อนจะมาล้มตัวลงนอนบ้าง ผมถอนหายใจเบาๆ เหลือบตามองนาฬิกาดิจิตอลที่แผดเเสงสีฟ้าอ่อนๆอยู่บนหัวเตียงก็เห็นว่ามันเกือบจะตีสี่อยู่เเล้ว ผมคิดทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นวันนี้ มันวุ่นวายนะ แปลกมากด้วย แปลกอยู่เเล้วที่มีหมาป่าเป็นสัตว์เลี้ยง เเต่ก็แปลกเข้าไปอีกที่มีพี่ชายของสัตว์เลี้ยงของผมโผล่มา เเล้วสุดท้ายดันเป็นคนได้ด้วย เเบบนี้มันนับเป็นมนุษย์หมาป่ารึเปล่านะ? ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงยอมรับได้เร็วขนาดนี้ เหมือนโลกนี้จะมีอะไรที่พวกเราไม่รู้อยู่อีกเยอะเลยล่ะครับ พี่มาร์คก็.. ดูๆตอนนี้ก็ไม่ได้จะมีท่าทางว่าจะมาร้าย เเถมยังมาเอ่อ.. จีบผมนู่นนี่อีก เเบบนั้นเขาเรียกจีบรึเปล่า.. คนชมผมน่ารักก็มีอยู่หรอก หรือเพราะตอนนี้เป็นหมาป่าชมผมก็เลยเขิน?

 

 

 

 

เเต่ก็นะ บอกตามตรงผมก็เหงานะครับ.. ใครๆก็อยากมีใครสักคนอยู่ข้างๆเนอะ นานเเล้วเหมือนกันที่ผมไม่ได้ชอบใคร วัยนี้จะรักใครชอบใครบ้างมันก็ไม่เเปลกหรอกครับ นี่ผมก็อายุสิบเจ็ด กำลังอยู่ในวัยว้าวุ่น คึคึ เเม่บอกว่า ใครพยายามทำให้แบมยิ้มในวันที่แบมอ่อนเเอ คนนั้นน่ะ แบมควรจะเก็บไว้พิจรณา พี่มาร์คจะอยู่ตรงนี้ถึงตอนที่ผมมีช่วงเวลาแบบนั้นรึเปล่านะ?

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ผมตื่นมาตอนประมาณเกือบจะเที่ยง ภาพเเรกที่เห็นคือพี่มาร์คที่ยังนอนอยู่ในผ้าห่มเหมือนเดิม ท่าเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ในขณะที่ผมตื่นมานี่หมอนผ้าห่มกระจุยกระจายไปหมด .. เเหม ดีนะผมตื่นก่อน ไม่งั้นอายเขาเเย่ ผมเดินไปดึงผ้าห่มคลุมตัวพี่มาร์คให้มิดชิดก่อนจะเดินออกไปล้างหน้าแปรงฟัน

 

 

 

 

“ตายล่ะ..”

 

 

 

ผมอดพูดออกมาเบาๆไม่ได้เนื่องจากว่า สภาพหน้าผ้มมมมม มายก็อดดดดด ถุงใต้ตานี่อย่างใหญ่ ดำาาาา ฮือออออ สภาพหน้าไม่ไหวจริงๆครับ นอนดึกบ่อยๆเเล้วเป็นเเบบนี้ตลอดเลย ฮึ่ยยยยยย! ไม่ได้ๆ ทาครีมครับทาครีมไหนๆมีอะไรทาๆไปให้หมดดด

 

 

 

 

ผมเดินออกจากห้องไปที่ห้องครัวหลังจากโปะทุกอย่างที่เห็นลงบนหน้า ก็เห็นพี่ซองกยูทำอะไรยุกยิกๆอยู่ที่กระทะ พอกลิ่นหอมเนยลอยมาเข้าโดนจมูกเท่านั้นเเหละ

 

 

 

โครกกกครากกกก

 

เอ๊ะเสียงอะไร.. ?

 

 

 

“พี่ซองกยูวววววววววววว”

 

 

 

ผมเดินไปกอดพี่ชายอย่างออดอ้อน ก่อนจะรู้สึกเหมือนมรอะไรมาดันๆที่ขา ..นามูนี่เอง ไอ่หมาหวงก้าง!!

 

 

 

“เพิ่งตื่นเหรอแบม? เเดดตรงหัวเเล้วเนี่ย”

 

 

 

พี่ซองกยูชอบพูดจาเหมือนคุณปู่ครับ เป็นอีกหนึ่งคาเเร็กเตอร์ของพี่เขา มือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบหัวผมเบาๆ เเล้วกลับลงไปง่วนกับขนมปังบนกระทะต่อ รู้จักมั้ยครับ ? ขนมปังชุบนมชุบไข่เเล้วทอดบนกระทะอะ เรียกให้ไฮโซก็เฟรนช์โทสท์ครับ(บวกระดับสำเนียงเเด๊ะเเด๋ตามใจชอบครับ คึคึ)

 

 

 

 

“แบม.. เเล้วตกลงเมื่อคืนมันยังไง หลังจากพี่เข้าห้องไป รู้ตัวอีกทีก็เช้าเเล้วว่ะ อี้เอินยังอยู่ที่นี่รึเปล่า​?”

 

 

 

 

เอ่อ.. ถามซะเช้า เหมือนสมองผมจะยังไม่ทำงานดี เลยคิดอะไรไม่ค่อยออก ผมพูดไปตอนนี้ผมคงพูดไม่ออกอะครับ รอเจ้าตัวตื่นเเล้วมาเล่าทีเดียวน่าจะดีกว่ากันเยอะ

 

 

 

“ผมว่าพี่รอเจ้าตัวตื่นดีกว่า ..ตอนนี้เขานอนอยู่ในห้องผม”

 

 

 

 

พี่ซองกยูเลิกคิ้ว

 

 

 

“แบมไปปลุกดิ พี่ว่านี่นอนกินไปครึ่งเมืองละ”

 

 

 

 

“..ครับๆ”

 

 

 

ผมมันก็ได้เเต่ก้มหน้ารับคำสั่งล่ะน้าาาาาาาาาาาา -_- เดินมาถึงผมก็เห็นพี่มาร์คนั่งหน้าง่วงอยู่บนโซฟาเเล้ว ก็ดีครับ จะได้ไม่ต้องเสียเเรงปลุก ว่าเเต่จะบอกยังไงดี

 

 

 

“พี่มาร์คครับ.. ออกมากินข้าวมั้ย? เเบบ.. พี่กินอาหารปกติได้รึเปล่าครับ?”

 

 

 

คนตัวสูงหันมามองผมด้วยตาปรือๆ เเล้วพยักหน้าให้ผม เขาเองก็ดูเพลียเหมือนกันนะ ไม่ใช่เเค่ผมคนเดียว ผมเห็นว่าเขาพยายามจะลุกขึ้น เลยเดินเขาไปใกล้อีกหน่อยเพื่อช่วยเขาลุกขึ้นมาดีๆ เดี๋ยวจะล้มไปซะก่อน ใบหน้าคมหันมายิ้มให้ผมน้อยๆ ก่อนจะจับมือที่ผมยื่นไปช่วยพยุงเเล้วดึงตัวเองขึ้นมายืนอย่างระวัง

 

 

 

 

“ขอบใจนะ”

 

 

 

 

 

..เหมือนหน้าร้อนนิดๆ นืดเดี๊ยว! ผมต้องพาเขาเดินไปเข้าห้องน้ำ (รอข้างนอกครับ คิดอะไรอะ?)เเล้วเดินมาที่ห้องครัว เข้ามาก็เห็นพี่ชายนั่งรออยู่ที่โต๊ะ พี่มาร์คหันมามองผมนิดๆ ผมก็เเค่กระพริบตากลับไป ไม่รู้จะพูดอะไรเหมือนกัน =_=

 

 

 

 

“มานั่งสิ”

 

 

 

 

จนพี่ซองกยูเรียกให้ไปนั่ง ผมก็พาเขาไปนั่งที่โต๊ะ เเล้วเดินพาตัวเองไปนั่งข้างพี่ซองกยูเเทน ผมไม่คิดว่าพี่ซองกยูจะโกรธหรือจะกลัวอะไรเเล้วล่ะตอนนี้ คงเเค่อยากรู้เฉยๆ

 

 

 

 

“กินก่อนเเล้วกัน นายคงหิว เเต่เสร็จเเล้วช่วยบอกด้วยว่าตกลงนายเป็นใครอะไรยังไง”

 

 

 

 

“ขอบคุณมาก”

 

 

 

 

พี่มาร์ครับจานที่พี่ซองกยูส่งให้ก่อนจะเริ่มลงมือกินทันที คงจะหิวจริงๆล่ะ นามูที่นั่งอยู่เดินมาอยู่ข้างๆพี่มาร์คเเทน พี่มาร์คหันไปมองนามูสักพักเเล้วค่อยหันมากินต่อ ผมว่าต้องคุยกันเเน่ๆ พี่ซองกยูนั่งทำหน้าจะหลับอยู่ตรงข้ามพี่มาร์ค หรือข้างๆผมนี่เอง ทำให้ผมดูไม่ออกว่าพี่เขามองคนผมเเดงที่กำลังส่งสายตากับหมาป่าตัวใหญ่นี่อยู่รึเปล่า เเต่นั่งรอเเบบนี้พี่เขาคงกดดันเหมือนกันเเฮะ

 

 

..คิดอีกทีก็คงไม่นะครับ เห็นว่าพี่อีกคนกินใกล้จะหมดเต็มที.. นี่กินหรือกรอกครับหื้ม ? เเต่คงไม่เเปลกครับ ร่างจริงตัวก็ไม่ใช่เล็กๆเลย ขนมปังสามสี่แผ่นนี่ผมยังสงสัยอยู่เลยว่าเขาจะอิ่มหรือเปล่า

 

 

 

 

“เสร็จเเล้วเหรอ?”

 

 

 

พี่ซองกยูนั่งเท้าคางมองคนฝั่งตรงข้าม โอเคครับ ลืมตาอยู่นะลืมตาอยู่ ฮึฮึ พี่มาร์คยิ้มรับก่อนจะวางส้อมกับมีดลง

 

 

 

“ข้าเล่าเเล้วไม่ต้องตกใจไปนะ”

 

 

 

ผมกับพี่ซองกยูก็พยักหน้ารับ เเล้วเตรียมตัวตั้งใจฟังเต็มที่ ทำเอาพี่มาร์คยิ้มออกมาบางๆ ตาคมมองมาที่ผม ผมก็มองกลับอย่างไม่ได้คิดอะไร

 

 

 

 

“ข้าชื่อต้วนอี้เอิน เเต่เรียกมาร์คคงจะง่ายกว่า ก็อย่างที่เห็น ข้าเป็นหมาป่า.. ฝูงของข้าอยู่ที่เทือกเขาต้าซิงอันในประเทศจีน กว่าจะมาถึงที่นี่ได้ก็ใช้เวลาร่วมสองเดือน ข้ามาที่นี่เพื่อตามหาพี่ชายต่างสายเลือดที่หายออกจากฝูงไปเมื่อหลายปีก่อน แต่ระหว่างทางดันมาโดนมนุษย์ทำร้ายเอาเสียก่อน เลยต้องมาลำบากพวกเจ้าเเบบนี้ อย่างที่พวกเจ้าเห็นว่าภาษาที่พวกเจ้าใช้ไม่ใช่ภาษาที่พวกข้าใช้กัน พวกเราเพียงเเค่รับรู้ภาษามนุษย์มาบ้างเท่านั้น ให้เอามาพูดมาจาพวกข้าคงทำไม่ได้ ถึงตอนนี้ที่ข้าพูดอยู่ มันอาจจะฟังเเล้วต่างกันเพียงสรรพนาม เเต่ถ้าเจ้าเอาสิ่งของที่ฝ่ายพวกเจ้ามีมาให้พวกข้าเรียกกันล่ะก็ คงจะต่างกันชัดกว่านี้”

 

 

 

 

ผมกับพี่ซองกยูหันมองหน้ากัน ถึงบางส่วนผมจะฟังมาเเล้วครั้งหนึ่ง เเต่ยังไงผมก็ยังเชื่อสนิทใจไม่ได้สักที เเล้วท่าทีของพี่มาร์คก็เปลี่ยนไปเป็นขรึมๆด้วย เมื่อคืนไม่ใช่เเบบนี้สักหน่อย.. ผมยอมรับว่าผมชอบเเบบเมื่อคืนมากกว่าอะ -//-

 

 

พี่ซองกยูเริ่มถามนู่นนี่่นั่นไปเรื่อย เช่นว่าพวกหมาป่าคุยกันได้รึเปล่า หรือหมาป่ามีร่างคนทุกตัวหรือเปล่า เหมือนพี่มาร์คจะพยายามเลี่ยงการพูดถึงพี่ชายตัวเอง โชคดีไปที่พี่ซองกยูไม่ได้ถามออกไปเหมือนกัน เราคุยกันอยู่พักนึง ก็ดูเหมือนพี่ซองกยูจะถูกชะตากับชายร่างสูงผมเเดงคนนี้ไม่ใช่เล่น ไม่งั้นเเล้ว ปกติพี่ซองกยูไม่ใช่คนพูดเยอะอะไรมากมายขนาดนี้ครับ นี่เล่นยิงคำถามไม่หยุดเลย ผมเริ่มเข้าใจที่พี่มาร์คพูดว่าภาษาที่เราใช้มันไม่เหมือนกันเเล้วล่ะครับ ผมคิดว่ามันเหมือนกันนะ เเต่พวกเขาใช้สรรพนามที่โบราณกว่า เเละที่บอกว่าอย่างอื่นต่างกัน มันเป็นเพราะพวกเขาไม่รู้จักมากกว่า

อย่างเวลาผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น พี่มาร์คก็จะมองเเล้วถามว่า

 

 

 

เจ้านั่นคืออะไรหรือ ? เหตุใดมันจึงปล่อยแสงออกมาเช่นนั้นล่ะ ?

 

 

ผมก็ต้องอธิบายยาวตั้งเเต่ปุ่มนี้ปุ่มนั้นเอาไว้ทำอะไรเเล้วโทรศัพท์มีแบบไหนบ้างทำอะไรได้บ้าง.. เหนื่อยใช้ได้นะครับกว่าจะเข้าใจแต่ละอย่างเนี่ยคุยไปคุยมา ผมก็เริ่มอยากจะรู้ว่าเเล้วเเบบนี้เขาไม่ไปไหนต่อเหรอ ? ถ้าเขาไม่บอกพี่ซองกยูว่าเจอพี่ชายของตัวเองเเล้ว หรือก็คือนามูที่นั่งตาใสอยู่ข้างๆนี่เอง จู่ๆพี่ซองกยูก็ถามพี่มาร์คออกไปซะอย่างนั้น

 

 

 

“นายจะอยู่ที่นี่ก่อนมั้ย? หรือว่าจะต้องออกไปตามหาพี่ชายต่อ?”

 

 

 

 

โป๊ะเชะ! ทีนี้ผมก็ไม่ต้องเสียฟอร์มถามเองเเล้วไง พี่มาร์คเงียบไปพักหนึ่ง เเต่ถ้าไม่อยู่ที่นี่ทั้งๆที่เจอพี่ชายเเล้ว เเล้วพี่มาร์คจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ?

 

 

 

“ให้ว่ากันตามตรง ข้าเองก็ไม่รู้จะไปไหนเช่นกัน เงินทองอะไรก็ไม่มีติดมา เพราะฉะนั้น ถ้าข้าจะขออยู่ที่นี่ไปก่อนได้หรือเปล่า?”

 

 

 

 

ผมกับพี่ซองกยูมองหน้ากันอีกครั้ง คิ้วเรียวชูขึ้นข้างหนึ่งเหมือนจะถามผมว่าจะเอายังไง

 

 

 

 

“แบมแล้วแต่พี่แหละครับ”

 

 

 

“..อืม”

 

 

 

 

พี่ซองกยูทำหน้าเครียดเล็กๆสังเกตุจากคิ้วสองข้างที่ขมวดเล็กๆ

 

 

 

 

“ก็ได้นะ.. เเต่นายต้องช่วยแบมทำงานบ้านด้วย ถือเป็นค่าเช่า”

 

 

 

 

 

 _______________________________________________________

 

ตรงนี้มีคนอ่านมั้ยเอ่ย -..- ขอโทษที่มาช้าค่ะ คือออออ มันฃ็อคอินไม่ได้อ่า เลยไม่ได้มาอัพเลย
วันนี้มาลองดันได้ เดี๋ยวอัพตอนสี่ตอนห้าให้เลยน้าาาา ถ้ามีคนรอก็ขอบคุณมากค่าาา :D

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้เป็นบทความเก่า ยังไม่ได้ทำการยืนยัน

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

อ่านนิยายฟิคชั่นเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา