The rebound paradin in crow paht
เขียนโดย พาวจาพัจส์
วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 เวลา 22.43 น.
แก้ไขเมื่อ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2563 11.58 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
1) Bloodlust
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ" วันเกิดของเธอวันไหนนะ "
...
" เดือนหน้างั้นเหรอ ฉันคงต้องรีบหาอะไรบางอย่างที่เธอน่าจะชอบให้ได้เร็วๆ แล้วสิ "
...
" ส่วนวันเกิดฉัน ก็ขอแค่ให้เธอ ... เปลื่ยน ... "
...
ดำดิงลงไปสู่ความว่างเปล่า ที่เป็นอนันต์
ยังมีแสงแพรวพราวเล็กน้อย ที่ล่องลอยไปมา
ใฝ่หาตนเอง หาความหมายของตน
ความหวาดกลัวแปล่งประกายขึ้น เขาลุกขึ้นมาจากผิวน้ำในน้ำพุของคนตาย
สำลักออกมาหากไม่รีบ ปอดของเจ้าอาจช่วยเจ้าได้อีก
หากเจ้าไม่มองไปรอบตัว เจ้าก็คงไม่ต้องเจอกับเหล่าร่างไร้วิญญาณ
เจ้ายังมีวิญญาณ
ราตรีเช่นนี้ เจ้าจะไม่สามารถเห็นพวกเขาเหล่านั้น ในขณะที่พวกเขามองมาด้วยความพยาบาท
เส้นด้ายของเจ้ายังไม่ได้ถูกผูกมัดหรอกนะ
โรงสุรา กรูลันเน่ ในยามตรี เป็นเวลาของเหล่าชายชาตรี ที่ได้ใช้ช่วงชีวิตในตอนนี้ดื่มด่ำกับสุรา
และนารี จนเป็นปัญหาแก่ตนในภายหลังในวันถัดไป สภาพภายในไม่ได้สวยงามหรือมีสิ่งที่น่า
จดจำมากนักเช่นเดียวกับตอนที่เข้ามาคนในนี้มีแต่เหล่าคนสวนคนงานที่เหน็ดเหนื่อยที่มาดื่มกัน
เป็นประจำ กลิ่นที่ของที่นี้ไม่ต่างจากโรงสุราที่อื่นมากนักเพียงแต่ราตรีนี้กลิ่นคาวช่าง
รุนแรงเหลือเกิน
“ เราได้ยินมาว่าที่โรงสุราแห่งนี้มีห้องพักให้เหล่านักเดินทาง ” เจ้าของโรงสุรา ยิ้มเจื่ยน
ให้แก่คู่อศวินชายหญิงทั้งสองข้างหน้าตน ชายหนุ่มดูมีรูปร่างกำยำแข็งแรงแม้จะอยู่ภายใต้ชุด
เกราะ พวกเขาไม่ได้สวมชุดเกราะปกปิดทั้งร่างจึงสามารถเห็นศีรษะกับใบหน้าได้ชัดเจน หน้าตา
ของชายระดับขุนนางและผิวพรรณของชายหนุ่มช่วยยืนยันเรื่องนั้น เช่นเดียวกับอัศวินหญิงที่ยืน
อยู่ด้านหลัง ที่ขยับสายตาไปมาคอยเผ้าระวัง เครื่องหมายบนชุดเกราะ ได้บอกให้รู้ว่า
พวกเขาเป็นใคร พวกเขาคอยดำเนินงานโดยมีเหล่าผู้ชี้ทางแห่งคำสอน เหล่า Dogma คือคำสอน
ของประเทศที่ทรงอำนาจที่ได้เผยแพร่เหล่า คำสอนไปทั่วอณาจักร แต่นั้นไม่ใช่หน้าที่ของ
อัศวิน
พวกเขาคงจะไม่มายัง Crow frost ถ้าไม่ใช่เรื่องสำคัญกับศาสนจักร
“ ได้เลยครับท่าน แต่ข้าขอถามหน่อยพวกท่านทั้งสองมาทำธุระอะไรที่นี่พอบอกข้าได้ไหม?
คงไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับข้าใช่ไหม ” ท่าทางเจ้าเล่ห์ของเจ้าของร้านทำให้ อัศวินหญิงไม่พอใจ
“ เจ้าไม่ได้ทำอะไรที่ผิดต่อศาสนจักรไว้ใช่ไหม? ” เจ้าของโรงสุรา หยิบสร้อยคอ ออกมา
ให้ทั้งสองเห็น
“ ข้าสวดมนต์ ของให้ครอบครัวข้า และร้านของข้าอยู่ตลอด และขอให้ศาสนจักร
ชนะสงคราม ”
“ สัญลักษร์ของที่นี่คือ คือ อีกา เหรอ ” สัญลักษณ์ที่พูดถึง คือความเชื่อของชาวบ้าน
แต่ละหมู่บ้านแต่ละเมือง ที่จะเคารพเทพประจำหมู่บ้านที่คอยปกปักรักษา เทพเหล่านี้ถูกเรียก
รวมว่า teismo เทพประจำเมือง เจ้าของโรงสุราเก็บสร้อยแขวนไว้ที่คอเช่นเดิม เขาขยับหน้า
เขามาอัศวินหนุ่ม
“ เรื่องแม่มดหรือครับท่าน ” เขากระซิบถามอัศวินหนุ่ม แต่ไม่ได้ตอบคำถามนั้นแต่ได้ถาม
กลับไปแทน
“ ท่านช่วยเหล่าเกี่ยวกับแม่มดนั้นหน่อยได้ไหม ”
เจ้าของโรงสุรา กำลังพยักหน้ายินดี เสียที่ว่าด้านข้างของพวกเขา มีชายผู้หนึ่งนั่งหน้าคว่ำลง
บนโต๊ะข้างๆ เขาคงดื่มหนัก คงไม่เป็นปัญหาแต่ที่ตัวของเขานั้นพกปัญหามาด้วยดาบติดไว้ที่เอว
ความยาวของดาบนั้นสั้นกว่าดาบทั่วไปแต่ความสั้นนั้นก็ไม่ได้ใกล้เคียงกับกริชสักเท่าไรนักบาง
อย่างกวนใจอัศวินหนุ่ม แผ่นหลังของชายผู้นี้มีสัญลักษณ์กากบาทตัวใหญ่ปลายกากบาทมี
วงกลม รวมทั้งหมดสี่วง สัญลักษณ์มันติดอยู่บนแผ่นเหล็กที่เหมือนจะถูกออกแบบมาเป็น
เกราะสำหรับผ้าคลุมตัวสีน้ำตาลของชายผู้นี้
อัศวินหนุ่มจับดาบที่มีด้ามจับสีทองและส่วนป้องกันที่ยื่นออกมามีลวดลายสวยงาม ดาบของ
อัศวินหญิงก็เป็นแบบเดียวกัน อศวินหนุ่มเดินเขาไปใก้ลพลางส่งเสียงเรียกให้ตื่น
ดาบในกำมือเขาจับไว้แน่นแล้วค่อยๆชักมันออกมาจากฝักอัศวินหญิงสังเกตได้ถึงความผิดปกติ
ในเสี้ยววินาทีดาบของอัศวินหนุ่มถูกปัดขึ้นไปบนอากาศในขณะที่มือยังคงกำด้ามจับไว้แน่น
ปลายคมดาบของชายที่มีสัญลักษณ์กากบาทบนแผ่นหลังเฉือนลงบนคอของอัศวินหนุ่มจากขวา
ไปซ้ายตัดผ่านลูกกระเดือกและหลอดลม ภายในเสียงของดาบที่แหวกอากาศอย่างรวดเร็วคือ
เสียงโลหะกับลมได้ส่งสียงความตายเข้ามาในหูของทุกคนในไม่กี่วินาทีปลายดาบออกจากคอ
ของอัศวินหนุ่มในนาทีนั้นเลือดค่อยๆ พุ่งออกมาตอนที่ร่างของอัศวินหันมาหาอัศวินหญิง
ด้วยท่าล่มคุกเข่าพลางเปรยคำพูดออกมา แต่ไร้ซึ่งเสียงที่ส่งถึงเธอ ร่างของเขาลงไปนอน
ทุรนทุรายบนพื้นจนกระทั้ง
เขาสิ้นใจ
“ หัวหน้า... ” อัศวินหญิง ดวงตาเบิกกว้าง เพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เลือดที่กระเซ็นมา
โดนแก้มเธอได้ส่งไออุ่นเตือนสติให้เธอชักดาบออกมา ในช่วงพริบตาเกราะเท้าของชายที่เธอ
เห็นเป็นศัตรูได้เกิดประกายไฟสีเหลืองสว่างไสว เลือดกระเซ็นออกมาจากด้านหน้าของเธอ
เลือดหยดลงบนพื้นนั้นคือเลือดของเธอ เสียงโลหะกระทบกันเกราะขากระแทก
เข้าช่วงหน้าท้อง อัศวินสาวล่มลงข้างกายอศวินหนุ่ม ศัตรู ผู้มีสัญลักษณ์กากบาทอยู่ข้างหลัง
มองดูร่างที่ล่มลงไป
“ ขออภัยมันคืองาน ” เขาหันไปมองเจ้าของที่แห่งนี้ที่กำลังหวาดกลัว “ เจ้าคงไม่ว่าอะไร
นะ ที่ทำให้ทุกคนที่นี่แตกตื่นแล้วร้านเละเทะ แต่ถ้าพวกเจ้ามีปัญหาสัญลักษณ์นี้ เมื่อมันอยู่ที่ใด
คงรู้ว่าต้องทำเช่นไร ”
เขาเก็บดาบที่ยังมีเลือดติดสีแดงสด ของเป็นกับคนตายเข้าฝัก ความรื่นเริงแสดงออกมาทางสีหน้า
ก่อนที่ชายผู้สัญลักษณ์กากบากบนหลังเริ่มเดินจากไปเหล่าผู้เห็นเหตุการณ์ในโรงสุราวิ่งมาดูร่างทั้งสอง
“ น่าสงสารเด็กคนนี้จริงๆ อายุแค่นี้ยังถูกจับมาเป็นอัศวิน และตายเยี่ยงอัศวิน ”
ชายผู้มีหลายรอยแผลเป็นบนหน้าตั้งแต่หน้าผากไปถึงลำคอ ก่มมาดูหญิงสาวในชุดอัศวิน
“ พวกเราน่าจะเตือนพวกเขา ”
“ ความคิดของแกจะพาปัญหามาให้พวกเราทุกคน ” หนึ่งในกลุ่มลูกค้ามีคนเดียวที่ใส่ผ้าคลุม
ปกปิดใบหน้ากำลังนั่งตัวสั่นพึมพำถึงเหตุการณ์ตรงหน้า
“ ฉันควรจะ- ”
“ เฮ้! ทุกคน ”
ที่นี่ถึงจะฟ้ามืดแล้ว แต่คนก็ยังเดินผ่านไปมาเยอะจัง.... อะไรกันคนพวกนี้ไม่เคยเห็นคนใส่ชุดคลุม
ปิดหน้าปิดตากันรึไงที่ใส่ก็เพราะไม่อยากถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด แต่เพราะใส่เลยถูกมองเป็น
ตัวประหลาด สายตาพวกนั้นชวนให้รู้สึกหงุดหงิดมากว่ากังวล ฉันอาจต้องใช้สิ่งนี้ เพื่อ หันเห
ความสนใจของตัวเอง... ไม่สิ ไม่... ฉันโตแล้วฉันต้องไม่แตะมัน
ไม่นานมานี้ฉันเริ่มเปลื่ยน เพราะโอกาสที่สองของฉันมันคุ้มยิ่งกว่าอันนี่
“ เฮ้ เจ้าหนูหยุดก่อน! ” เสียงตะโกนลอยมาจากตรงหน้าทำให้หยุด ความตกใจที่
แสดงออกมา ทำให้ดูสะดุดตาเพราะท่าทางที่พิลึก
“ หยุดแล้ว! ” เสียงฝีเท้าจากด้านหลังดังขึ้น มันตรงดิ่งมาที่เขา ชายน่าสงสัยชูมือขึ้น ชาย
คนหนึ่งโผ่ลมาจากด้านหลังแล้ววิ่งผ่านเขาไป และอีกสองคนตามหลังไปติดๆ ชายชุดคลุมลด
มือลง หันสายตาไปยังทางที่ชายเหล่านั้นกำลังมุ่งไป ผู้คนมากมายยืนล้อมรอบๆ ดูเหตุการณ์ที่เกิด
ขึ้นของหญิงที่กำลังก้าวเข้าสู่ความตาย มือที่อาบเลือดจากการเอาไปปิดแผลที่คอ ความทรมานจาก
บาดแผลนั้น ไม่มากพอที่จะหยุดร่างกายและแววตาอาฆาตที่ส่งออกมาให้ศัตรูพร้อมดาบที่จ่อตรง
ลำคอชายผู้นั้นไม่สทบสะท้านเขาแต่อย่างไร หากมีใครถือดาบจ่อคอของตน คงต้องร้องขอชีวิตหรือ
ทำบางอย่างให้พ่นสถานการณ์แบบนี้ เขาเลือกที่จะเมินดาบเล่มนั้นพร้อมกับผู้ถือ เขาใช้นิ้ว
สัมผัสแผลจากคมดาบบนแก้มที่หญิงสาวตรงหน้ามอบให้อย่างแผ่วเบา ชายผู้นี้มองเลือดบนนิ้ว
ของตนก่อนที่จะหันไปให้ความสนใจกับหญิงสาวในชุดเกราะสีหน้าใกล้จะตาย
และดาบที่เริ่มแกว่งไปมาทีละนิด
“ ฉันควรตัดลมหายใจของเจ้าสินะ ” ประกายไฟเกิดขึ้นอีกครั้งระหว่างที่เท้ากระทบลง
บนพื้นดิน ลำตัวของเขาเอนไปทางซ้าย พุ่งเข้ามาหาอัศวินอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกันกับดาบที่
ออกมาจากฝัก เสียงของดาบที่ปะทะกันทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดหวั่นไปตามๆกัน ดาบหลุดออกจาก
มือของเธอ ชายผู้มีสัญลักษณ์กากบาทบนแผ่นหลังยกขาซ้ายขึ้นแล้วได้ใช้ส่วนของหน้าแข่งที่มี
เกราะเหล็กกระแทกลงบนสะโพกของหญิงสาว เธอยังโชคดีที่ได้เกราะป้องกันที่ครอบคลุมถึง
ส่วนนั้น นั้นสามารถลดความเสียหายได้ แต่สำหรับเธอนั้นมันช่างหนักหนาเอาการ เสียงโลหะ
แตกหักเธอเสียงการทรงตัว ตัวอัศวินหญิงล่มลง
เสียงร้องจากความเจ็บปวด
เลือดได้ไหลและหยดลงสู่พื้น
ริมปากที่มีน้ำลายหยดออกมา พร้อมเลือดสีเข้ม
เธอคงไม่ลุกขึ้นมาแล้ว
...
น้ำเสียงหยาบกระด้างหนักแน่น
“ เฮ่ย! ไอ้หัวเกรียน หยุดเดียวนี้เลยนี้เลยนะ! ”
ชายผู้มีสัญลักษณ์กากบาท ชายผู้มีผมศรีษะด้านหลังสั้นจนสามารถเรียกได้ว่า ‘ เกรียน ’ หันมา
มองเหล่าผู้คนที่โอบล้อมอยู่ห่างๆ คำเปรยเมื่อครู่ทำให้คนโดยรอบหน้าซีดเผือก
เพราะไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนช่างกล้าหาเรื่องมาให้กลับพวกตน
“ ไม่ทราบว่ามันผู้ใดเป็นคนพูดประโยคนั้นออกมา ”
“ ชายผ้าคลุมคนนั้นครับ ” ไม่แปลกเลย ทุกคนโดยรอบต่างชี้มาที่ชายผ้าคลุม
“ เจ้างั้นรึ? ”
“ ไม่ใช่ฉันนะ ลุงนี่ตะหากล่ะ ” คำพูดนั้นเป็นนามเสียงของชายหนุ่มที่ไร้ซึ่งความหยาบ
กระด้าง ต่างจากเมื่อครู่ ชายผู้มีสัญลักษณ์กากบาทที่หลัง หันเหสายตาไปข้างๆ ชายผู้นี้
ไปยังชายแก่ร่างกายบึกบึน ร่างใหญ่
“ เจ้า!? ” คำพูดเปล่งออกมาเพียงหนึ่งคำ ไม่ใช่เพราะจะพูดเพียงแค่นั้นแต่อย่างใด แต่
นั้นเป็นเพราะบางอย่างเกิดขึ้นเกิดความคาดหมาย นั้นทำให้คำพูดหยุดลงที่หนึ่งคำ กำปั้นซ้าย
ของชายบึกบึนเหวี่ยงเข้าบนหน้าของชายสวมผ้าคลุมปกปิดใบหน้าและร่างกาย
“ ไม่ใช่ข้านะครับท่าน ไอ้เวรนี่ต่างหาก! ” ชายบึกบึนเตะเข้าที่ซี่โครงของชายที่ตนชกลง
ไปกองอยู่ที่พื้น
“ ไม่... ไม่ใช่ฉัน... ” ผู้คนมองลงไปที่ชายผู้นั้น พร้อมชี้ตัวแล้วได้กล่าวย้ำพร้อมกัน “ มันนี่เหละ! ”
แสดงอาการกับสีหน้าแล้วการกระทำเมื่อครู่ ของผู้คนเหล่านี้ทำให้ ชายที่นอนกองอยู่นั้นค่อยๆ ลุกขึ้น
“ ใช่ไม่ได้เลยนะคนพวกนี้... ไม่ช่วยทำมาหากินกันเลย ” ชายผู้นี้ใช้สายตาภายใต้ผ้าคลุม
มองผ่านบ่าของชายที่อยู่ตรงหน้าไปยัง ชายอีกคนซึ่งเป็นคนที่วิ่งผ่านหน้าเขาไปเมื่อครู่ตอนถูก
สั่งให้หยุด ชายผู้นี้กำลังช่วยอัศวินหญิงเขานั้นได้แบกเธอขึ้นหลังแล้วส่งสัญญาณด้วยมือให้ชาย
ผ้าคลุมปิดหน้า
ชายศรีษะเกรียนหันกลับไปมองที่อัศวินสาวอย่างไม่พอใจ
“ จงอย่าได้ทำเช่นนั้น เจ้าหนีไม่ได้หรอก ”
“ โอ้! ฉันว่าพวกเขาหนีพ้นแน่แต่หัวเกรียนๆ ของแกหลบมือฉันไม่พ้นหรอก ” ชายชุดคลุม
เหวี่ยงฝ่ามือซ้ายพุ่งตรงไปยังศรีษะเกรียนของชายตรงหน้า ด้วยความเหลืออดเหลือทนจากการ
กระทำของชายผู้นี้คู่กับ ศรีษะที่เชิญชวนให้นำฝ่ามือไปประกบให้เกิดเสียงซะเหลือเกิน
ด้วยความรู้สึกเช่นนั้น
มันหลบได้!
“ วิ่ง!! ”
เขาไม่แน่ใจว่าความเร็วของเขานั้นช้าเกินไป หรือชายศรีษะเกรียนเร็วกว่าเขา ที่สามารถไหวตัวทัน
เสียงซีกขาดดังมาจากชายชุดคลุม ปลายดาบพุ่งตรงไปยังหัวใจของศัตรูแล้วตวัดขึ้นหลังจากถึง
เป้าหมาย เสียงนั้นทำให้ชายผู้แบกอัศวินสาวผงะไปชั่วครู่ เขารู้ว่าตนเองควรออกวิ่งแต่ก็ปัด
ความคิดที่ว่าตนอาจหนีไม่พ้นออกจากหัวมิได้เลย เขาตั้งท่าเตรียมวิ่งออกวิ่งต่อ
“ … ”
“ วางฉันลง... ” คำพูดที่แผ่วเบาจากด้านหลังของคนที่เขาแบก ดวงตาสิ้นหวังหยาดน้ำตา
ค่อยๆไหลออกมา เธอนั้นปราศจากความกลัวที่จะตาย เพียงแต่นั้นไม่ใช่ผู้ที่แบกเธอที่จะมีความ
คิดแบบเดียวกัน ชายศรีษะเกรียนหันตัวกลับพุ่งตรงไปที่ผู้หลบหนี ใช้สองมือหงางดาบขึ้นเหนือหัว
หวังจะปิดชีวิตคนทั้งสองให้ได้ในคราวเดียว ซึ่งผลจากดาบเดียวจะสามารถปลิดชีวิตคนทั้งสองได้รึเปล่านั้น
เป็นคำถามที่ผู้ถือดาบหวังจะได้เห็นจากเบื้องหน้า ทว่าการเปลื่ยนท่าทาง การจับดาบของชายผู้จะปลิดชืพของคนทั้ง
สองนั้นได้เปลื่ยนทิศทางไป เพราะการพุ่งเข้ามาของชายที่ถูกดาบแทงหน้าอก ดาบถูถเหวียงไปปะทะ
บริเวณกลางอกในแนวเฉียงขึ้น ด้วยท่านั่งจากการเหวี่ยงตัวไปพร้อมๆ กับดาบ
แรงปะทะเหมือนกับก่อนหน้านี้
นั่นมันคงไม่ใช่โซ่ธรรมดา
ชายศรีษะเกรียนมองไปยังโซ่ภายใต้ที่ฉีกขาดและไร้ผ้าคลุมปกปิด ผ้าคลุมที่ชายผู้นี่พยายาม
ปกปิดตนเองนั้นกองอยู่ที่พื้นชายปริศนาผู้นี้ถูกแรงปะทะผลักถอยหลังกลับไปสองสามก้าวก่อนจะ
ดันตัวกลับมาตั้งหลักได้ ความคิดบางอย่างจากการกระทำของชายปริศนาทำให้ชายศรีษะเกรียน
คิดว่า ชายผู้นี้ต้องเป็นคนที่มีอะไรบางอย่างที่ไม่ธรรมดา หรือ ไม่ก็บ้า ไม่ก็โง่ที่พุ่งมาหาแบบไร้
อาวุธ
“ เจ้าเป็นใครกัน ที่โง่พอที่วิ่งเข้ามาหาข้าแบบไร้ซึ่งอาวุธใดๆ และไร้ซึ่งความก- ”
“ พูดมากจังเลยนะ! ”
ถีบตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว
ในมือของชายปริศนาได้กำบางอย่างไว้อย่างมิดชิด จนกระทั้งเขายื่นเข้าไปใกล้ดวงตาของอีก
ฝ่ายแบบไม่ทันตั้งตัวก่อนจะคลายมือออกมาเล็กน้อย เผยให้เห็นบางอย่างที่คล้ายกล่องขนาด
เล็ก
“ -กลัว? ” ในขณะที่เห็นการเคลื่อนไหวนั้นชายศรีษะเกรียนกำลังเหวียงดาบไปยังลำตัวของ
อีกฝ่ายก่อนจะหยุดซะงักหลังจากเห็นกล่องขนาดเล็กๆ ที่มีลวดลายและสัญลักษณ์มากมายที่
แปลกตาเขาเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงพริบตานิ้วจากมือของชายปริศนาที่ถือกล่องอยู่นั่นกดลงบนปุ่ม
ใบมีดเล็กสไลด์ออกมาจากปลายกล่องด้านที่ใกล้กลับดวงตา แทงเข้าไปในดวงตาของศัตรู
เขาดึงมีดออกมาจากดวงตาทันทีที่เห็นชัดว่ามีดนั้นได้อาบเลือด ด้วยความไม่อยากเชื่อในตนเอง
ที่ทำร้ายผู้อื่นอย่างจงใจ และอีกอย่างไม่เคยใช้มีดแทงใครจนต้องเลือดตกอย่างที่เห็นเบื้องหน้า
มือของชายปริศนาเริ่มสั่นขณะที่เลือดกำลังหยดลงพื้น พร้อมสะอิดสะเอื้ยน
“ ตอนนี้ฉันว่าแกโครตโง่เลยล่ะ ที่ถูกคนโง่อย่างฉันแทงตาได้ฮ่าๆ... ฮะ... ฮ่า... ”
สองคนนั้นหนีไปได้แล้ว ที่เหลือก็ตาเราหนีแล้ว แต่...
ใบหน้าที่อาบเลือดของชายศรีษะเกรียนตอนนี้กำลังบิดเบี้ยว เพราะความเจ็บปวดแต่ถึงจะแม้จะ
เป็นอย่างนั้น รอยยิ้มกับเลือดที่เด่นชัดบนใบหน้าก็ทำให้น่าขนลุกพอตัว ตอนนี้ชายปริศนาคิดว่า
ตนเมื่อตัวเอกที่ต้องผเชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิตที่หลุดออกมาจากหนังสยองขวัญ
“ ตอนนี้ข้าเริ่มรู้สึกสนุกกับการที่จะฆ่าเจ้าขึ้นมาแล้ว และเจ้าจะเป็นคนเดียวที่ข้าตัดเอาหัว
ไปประจานระหว่างทางแต่ถึงกระนั้นข้าอยากทราบชื่อเจ้าเพื่อเป็นเกียรติแก่วงศ์ตระกลูเจ้าที่
สามารถทำให้ลูกชายของ Deal Panther B. เสียดวงตาข้างหนึ่งของเขาได้ ”
“ บอกก็บ้าแล้ว ”
“ ใบหน้านั้นเจ้ากำลังหวาดกลัว ” ขาของเขาเริ่มสั่น
“ กลัวอะไรกัน ก็แค่ฉันไม่ค่อยออกกำลังกายร่างกายรู้สึกว่า ตอนนี้ทำงานเกินขีดจำกัด ”
การกระทืบเท้าของชายผู้นั้น ทำให้พื้นบริเวณนั้นสะเทือน แล้วยังส่งไปถึงขาของชายปริศนาจาก
เท้าถึงสันหลังขาที่สั่นอยู่นั้น ไม่ได้ช่วยให้ขยับตัวได้ง่ายนัก หน้าแข่งที่เป็นเกราะเหล็กของศัตรู
จ่อข้างหูอย่างรวดเร็ว
เขารู้สึกตัวช้าไป
‘ นี่มันต้องเจ็บแน่! ‘
ด้วยความเร็วแบบแทบไม่ให้เวลาหลบนั้น ทำให้ชายปริศนาคิดถึงสาเหตุของการเกิด
ความเร็วนี้แต่หน้าแข่งกระแทกเข้าศรีษะเขาอย่างรุนแรง จนตัวเขาลอยเหนือพื้นในเวลาสั้นๆ
ก่อนเท้าจะถึงพื้น ด้วยแรงกระแทกตรงส่วนศรีษะเขาไม่สามรถขยับเท้าหรือยันขายืนขึ้นตั้งหลัก
จากแรงเตะ แต่ถึงกระนั้นก็สายเกินไปที่จะตั้งตัว เพราะด้วยความเร็วที่ถูกเตะส่งมา ศรีษะได้เข้า
กระแทกกับเสาไม้หน้าโรงเหล้า การปะทะทำให้ใบหน้าชายปริศนาสั่นพร้อมกับเลือดที่ออก
ศรีษะที่ไหลลงค้าง ใบหน้าค้างอยู่ที่เสาไม้ชั่วครู่ก่อนที่แก้ม ที่เป็นส่วนสำคัญเข้ารับปะทะกับเสา
ไม้ค่อยๆ พาศรีษะไถลลงด้วยความที่สติยังคงอยู่เขาใช่มือคว้าเสาไว้แน่นพยายามดึงตัวเองลุก
ขึ้นยืน มืดพกหลุดมือ ตอนนี้เขาสนใจมืดเล่มนั้นเลย
ตอนนี้เขาคิดว่าขากรรไกรฉันหักไปแล้วแน่เลยสามารถรู้ได้เลยว่ากำลังอาปากอยู่รึเปล่าและ
ยังไม่สามารถรู้ได้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังขยับปากอยู่รึเปล่า ฉันพูดอยู่รึเปล่าเนี่ย? อะไรเนี่ยเลือด
ออกจมูกเหรอเนี่ย! มองไม่เห็นปากตัวเองเลยเฮะ...
นี่มันมากกว่าแผลพกซำแล้วนะ!
การโจมตีครั้งที่สองเกิดขึ้นระหว่างที่เขาพยายามหันไปมองศัตรู เขาสัมผัสได้ถึงดินโครนบน
ใบหน้าและโลหะ แรงถีบผลักศรีษะเขากลับไปกระแทกกับเสาไม้จนลงไปกระแทกกับพื้น
พร้อมกับเศษไม้ที่แตกออกมา
“...อ ”
เขาถูกดึงผมศรีษะขึ้นมานั่งคุกเข่า แรงดึงของศัตรูมากจนทำให้ร่างที่ดึงขึ้นมาลุกได้อย่างรวดเร็ว
อีกเหตุผลที่ลุกขึ้นเร็วคงเป็นความเจ็บจากเส้นผมที่ถูกดึงกระตุ้นให้ดันตัวเองลุกขึ้น คมมีดย้าย
เข้ามาใก้ลคอของเขา ชายศรีษะเกรียนเขามิได้มีความตื่นตระหนกใดๆตอนนี้แม้จะเสียตาไปหนึ่ง
ข้างก็ตาม ที่เป็นเช่นนั้นเพราะความผิดหวัง
“ ผิดหวังจริงๆ เจ้าเกือบทำให้ข้าได้สนุกช่างเป็นความหวังที่ลิบลี่ อย่างไรเสียเรื่องหัวของเจ้า
ยังคงไม่ทำให้ข้าผิดหวัง ทันทีที่หลุดออกจากบ่า ”
คมมีดแตะเข้าที่คอของชายปริศนาจนเกิดแผล เขาไม่สามารถขยับได้มากกว่านั้น ชั่วคณะหนึ่งได้
เกิดความเงียบจากโดยรอบ เสียงสายลมกำลังพัดแรงขึ้นเรื่อยๆ จนได้เกิดเสียงบางอย่างตามมา
และบางสิ่งที่ตามมากับสายลม
เสียงบางอย่างฉีกขาด หยดเลือดซาดลงบนพื้น อาวุธบางอย่างคล้ายกับดาบแต่ปลาย
จับกลับยาวเกินกว่าที่จะเป็นดาบ สิ่งนั่นมีรูปร่างบิดเบียวรูปแบบอาวุธนั้นคล้ายหอกที่มีด้ายกับ
เศษผ้าสีดำเทาพันรอบๆอาวุธ อาวุธนั้นคือสิ่งที่มาคู่กับสายลม มันได้ปักลงตรงพื้นดิน ส่วนที่เป็น
ดาบมันวาว มีรอยแตกหัก แต่มิได้มีร่องรอยสนิมเกาะเลย ปลายที่จับของหอกของนั้นยาวไปถึง
ผู้ใช้ ส่วนที่ใช้จับของหอกนั้นแยกออกจากกันแสดงให้เห็นกลไกลบางอย่างที่เชื่อมมันไว้ด้วยกัน
อาวุธมันพุ่งมาจากด้านหลังของพวกเขา ช่วงที่สังเกตดาบอยู่นั้น ได้มีเสียงโลหะกับอะไรบาง
อย่างตกลงพื้นในเวลาเดียวกัน ดาบของชายศรีษะเกรียนร่วงอยู่ข้างๆ ด้านหน้ามีรอยเลือดหยด
เป็นทางมันนำไปถึงแหล่งที่มาของเลือด แขนของศัตรูตกอยู่ที่พื้นไม่ไกลจากเจ้าของแขนมาก
นัก ชายปริศนาประหลาดใจกับสิ่งที่เห็นแต่ ไม่เท่ากับผู้ที่เสียแขนของต้น
ที่ใช้มือกดแขนอีกข้างเอาไว้ พร้อมกับร่างกายที่สั่นสะท้าน แต่มิได้ร้องตะโกน หรือคร่ำครวญ
ออกมาเป็นคำพูดแต่อย่างใด ลมหายใจที่แปรปรวญกับหยาดเหงื่อที่ย้อยให้เห็นบนใบหน้าทำ
แสดงให้รู้ว่าเขาต้องรู้เจ็บอยู่บ้างอย่างแน่นอนอาวุธที่คล้ายกับหอกนั้น ตรงส่วนด้ามจับต่างๆ
ถูกดึงมาให้ต่อกันเป็นหนึ่งก่อนจะเคลื่อนกลับไปหาผู้ใช้ของมัน การเคลื่อนไหวของมันทำให้ดู
คล้ายกับสิ่งมีชีวิตเช่น งูที่กำลังบิดไปมา
“ เจ้าควรหยุดแค่นั้น ข้ามิได้มีความชอบใดๆ จากการให้อาวุธของตนต้องมาเปื้อนเลือด
แบบไร้ค่า ถ้าเลือดของเจ้ายังร้อนอยู่ล่ะก็ ข้าก็จะไม่คิดที่จะรอช้า ที่จะตัดแขนเจ้าอีกข้างเผื่อ
เลือดที่ยังร้อนของเจ้าจะเย็นขึ้นมาบ้าง ”
ชายหนุ่มปริศนาที่ยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ ได้เห็นบางอย่าง เท้าของชายศรีษะเกรียนเปล่ง
ประกายไฟบางอย่างออกมา ‘ กลไกลที่เกราะเหล็กนี่เอง!’ เขามองไปยังเสียงของบุคคลที่สาม
แต่สายตาของเขาในตอนนี้ไม่ได้ช่วยให้มองเห็นบุคคลนั้นได้ชัดเจน สภาพแวดล้อมโดยรอบเริ่ม
มองเห็นได้ยากขึ้นเรื่อยๆ
“ ระวังด้วยมันเคลื่อนที่ได้ไวมาก ต้องตัดขา- ” ศัตรูพุ่งตรงไป ผู้ถือหอกอย่างรวดเร็ว
ดุจสายลมที่บ้าคลั่ง
เสียงโลหะกระทบกันแทรกด้วยเสียงของการสีกันจนเกิดเป็นเสียงที่แสบแก้วหูไปชั่วครู่
ชายผู้มีสัญลักษณ์อยู่ข้างหลังหนีไปได้ผู้ถือหอกไม่ได้ไล่ตามเขาไป
...ฉันยังไม่ตาย...ดีนะที่มีคนมาช่วย...
ชายหนุ่มล่มลงหน้ากระแทกลงพื้น
...โอ้ย!
เขาสลบไป ผู้ใช่หอกเดินมาที่ชายหนุ่ม มีอย่างที่ตกอยู่ที่พื้น มันทำให้ต้องหยุดเดินเพราะมันเป็น
สิ่งที่เคยเห็นมาก่อนและคุ้นตาเป็นอย่างดี มีดพกที่เปื้อนเลือดได้มีสัญลักษร์บางอย่างปรากฏได้
ให้เห็นอย่างชัดเจน
“ … ” รูปร่างไม่สามารถบอกได้แน่ชัด เพราะมีผ้าคลุมกับการปกปิดที่หน้าอย่างมิดชิด
จึงไม่สามารถอิบายลักษณะภายใต้ผ้าคลุมได้เลยมิใช่ในราตรีเช่นนี้
บทส่งท้าย
" น้องข้าเจ้ามาทำอะไรที่นี่? "
" สิ่งนี้พึ่งขาดไปเมื่อครู่ ข้ารู้ว่าไม่ควรมาอยู่ตรงนี้แต่... ข้ารู้ว่าท่านพี่จะทำอะไร? "
" หืม... เจ้าอยากข้าให้ข้าเปลื่ยนใจงั้นรึ ถ้าเป็นเช่นนั้นคงยากแล้วข้าได้ไตร่ตรองดีแล้ว "
" ข้าไม่คิดว่าท่านพี่ได้ไตร่ตรองดีแล้ว เพราะงั้นข้าอยากเพิ่มบางสิ่งให้เขา "
" บางสิ่ง? ที่ว่าคืออะไรกัน ข้าคิดว่าแค่นี้คงพอแล้ว เขาได้พันธะเป็นที่เรียบร้อย "
" ข้าอยากเล่นเกมเดิมพัน "
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ