อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง

8.9

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.

  59 ตอน
  18 วิจารณ์
  28.55K อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

56) คุณพ่อ 1

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

เมืองเอ-มง ในยามดึก บ้านเรือนเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟของเสาไฟที่ส่องสว่าง และคนจรจัดที่นอนตามมุมต่างๆของสวนสาธารณะ ท่ามกลางความเงียบ มีร่างๆหนึ่ง กำลังด้อมๆมองๆไปตามเหล่าคนจรจัดที่กำลังหลับใหล ท่ามกลางเสียงเห่าหอนของสุนัขทั้งที่มีเจ้าของและไม่มีเจ้าของ ที่หอนต่อกันเป็นทอดๆ

…ไม่ใช่ นี่ก็ไม่ใช่  ไม่ใช่ ไม่ใช่ …

…ใบหน้าของชั้นเป็นแบบไหนนะ…

...อ่า...ชั้นจำมันไม่ได้แล้ว...

…พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน…

...ป่านนี้ลูกจะเป็นยังไงบ้างนะ ยังสบายดีอยู่ใช่ไหม...

 

รุ่งเช้าวันต่อมา…

 

ในเมืองเอ-มง เกิดเหตุฆาตกรรมต่อเนื่องสุดสยองขึ้น โดยทุกศพจะโดนเฉือนใบหน้าออกไปทั้งหน้า เหยื่อนั้นเป็นเพียงคนจรไร้บ้านบ้าง หรือ คนที่กลับบ้านในตอนกลางคืนบ้าง และล่าสุดก็เจอที่สวนสาธารณะ เป็นคนจรไร้บ้าน เลือดนั้นสาดกระจายทั่วบริเวณ มีเหล่าอีการายล้อมศพ เป็นที่สยดสยองแก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก

ยามาโมโต้ ตำรวจหนุ่มที่รับผิดชอบคดีเฉือนหน้าคน ถึงกลับคอตกที่ไม่สามารถหาเบาะแสอะไรได้เลยนอกจาก  รู้แต่ว่าเหยื่อโดนดาบคมตัดใบหน้าไปทั้งหน้า ด้วยการฟันเพียงครั้งเดียว ตำรวจหนุ่มยืนมองสวนสาธารณะที่ตอนนี้ได้กั้นไม่ให้คนเข้า เพื่อไม่ให้หลักฐานเสียหาย

ตำรวจหนุ่มรีบขับรถไปยัง โรงเรียนเอ-มง ทันที

พอมาถึงเค้าก็มาหาอาจารย์คุโอมะ ที่เป็นที่ปรึกษาประจำชมรมเคนโด้ ในตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่บ้านพักอันแสนรกของอาจารย์ร่างใหญ่วัยใกล้เกษียน

“คือ ผมอยากมาสอบถามอะไรซักหน่อยน่ะครับมันเกี่ยวกับคดีฆ่าหั่นหน้า น่ะครับ”

“มันเกี่ยวอะไรกับผมรึครับ”

“ก็ไม่เชิงครับ พอดีว่า  ทุกศพโดนฟันหน้าออกไปทั้งหน้า ด้วยดาบเดียว ทางโรงพยาบาลออกความเห็นแล้วว่า ทุกรายเกิดจากการกระทำคนๆเดียวกัน และเป็นการจงใจทำ ผมก็เลยคิดว่า คุณพอที่จะรู้จักใครที่มีฝีมือด้านการฟันดาบบ้างไหมครับ”

“เยอะอยู่ อย่างเจ้าศิษย์ผมเนี่ย ฟันด้วยดาบจริงยังทำได้เลย “

ตำรวจหนุ่มคอตก “งั้น…ยูคุงกับโออิคุงล่ะครับ เค้าว่างไหม ผมอยากจะขอให้เค้าช่วยผมหน่อย”

“สองหน่อนั่นน่ะเหรอ กลับบ้านไปแล้ว เอาไว้มาพรุ่งนี้น่าจะดีกว่านะ”

“อ่า ครับ”ตำรวจหนุ่มนึกบางอย่างได้”ผมรู้มาว่า ที่โรงเรียนนี้ อนุญาตให้เด็กชมรมเคนโด้พกดาบจริงได้ เนี่ย จริงรึเปล่าครับ”

“ใช่ เพราะเมืองนี้มีความเชื่อเรื่องหนึ่งนะ จะอยู่ฟังไหมล่ะ มันยาวเหนื่อยนะ”

ตำรวจหนุ่มยิ้มรับ”ก็ดีครับ ผมอยู่เมืองนี้มาสองสามปีแล้ว ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับเมืองนี้เลย”

อาจารย์คุโอมะ หยิบเบียร์กระป๋องมาจิบแก้กระหายไปอึกหนึ่ง “ประเพณีของซามูไร เธอรู้จักไหม”

“พอรู้บ้าง อย่างบูชิโด อะไรแบบนี้”

“อืม คงจะรู้จักการลองดาบสินะ”

ตำรวจหนุ่มส่ายหน้า

“ปกติ การลองดาบของซามูไรน่ะ จะลองกับขอนไม้ หุ่นฟางน่ะนะ สมัยก่อนที่เมืองเอ-มง เป็นเมืองการค้า และแหล่งผลิตดาบชั้นดี แต่พอซามูไรส่วนใหญ่ได้ไป ก็ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนอะไร แต่บางคนนี่สิ”

“เดือดร้อนยังไง”

“ซามูไรพวกที่สร้างความเดือดร้อนนั้น มันฆ่าคนเพื่อทดสอบความคมของดาบ ในยามค่ำน่ะสิ”

ตำรวจหนุ่มชะงัก พูดอะไรไม่ออก จึงฟังต่อ

“เพราะว่าเหตุมันเกิดตอนกลางคืน จับมือใครดมก็ไม่ได้ ตอนนั้น ชาวเอ-มง ตายกันเป็นว่าเล่น ไม่ว่าจะเป็น ชายหญิง ผู้ใหญ่ เด็ก จับคนร้ายก็จับไม่ได้ เด็กเป็นกำพร้า หญิงกลายเป็นหม้าย ครอบครัวสูญเสียทายาทเจ้าเมืองเลยออกกฎ ขึ้นมาว่า ชาวเอ-มง ให้พกดาบทุก และหญิงต้องพกระฆังใบเล็กหนึ่งอัน ห้ามปล่อยเด็กออกมาในยามค่ำเด็ดขาด ”

“ระฆังใบเล็ก ทำไมล่ะครับ”

“เอาไว้เตือนภัยน่ะสิ หากได้ยินเสียงระฆังในยามดึก ชาวบ้านที่ระวังตัวอยู่แล้วก็จะออกมาช่วย ซามูไรเหล่านั้นโดนจับประหารไปหลายคน ทุกคนล้วนเป็นคนต่างถิ่น เหตุผลที่ฆ่า ก็แค่ต้องการลองดาบก็เท่านั้น จากนั้นเหตุการณ์ฟันคนตายก็ไม่เกิดขึ้นอีกเลย พอเจ้าเมืองท่านนั้นเสียชีวิต ชาวเมืองก็พร้อมใจสร้างรูปปั้นเค้าเอาไว้บูชาและยังมีการพกดาบพกระฆังใบเล็กอยู่  จากนั้นก็จะกลายเป็นว่า เด็กผู้ชายเมืองเอ-มง ก็พกดาบจริงไปไหนมาไหนตลอดเช่นเดียวกับเด็กผู้หญิงที่ต้องพกระฆังใบเล็ก แต่ก็นะ ยุคสมัยมันเปลี่ยน คนที่พกดาบจริงในยุคนี้ก็มีแต่พวกชมรมเคนโด้ชายของโรงเรียนเอ-มงเท่านั้นแหละ ส่วนการพกระฆังของเด็กผู้หญิงก็ไม่มีอีกเลยน่ะนะ”

 “โห้ สุดยอดไปเลยนะครับ “

“คร่อก ฟี้ ฟี้ๆ”

“อ้าว?”

อาจารย์เฒ่าก็นั่งหลับเพราะฤทธ์แอลกอฮอล์ไปซะแล้ว  ยามาโมโต้จำต้องพยุงร่างของอาจารย์เฒ่าให้นอนน่าที่สบาย

“ขี้เหล้าจริงๆ”

ตำรวจหนุ่มออกจากบ้านพักของอาจารย์คุโอมะ”ห้าทุ่มกว่าแล้วแฮะ”

ตำรวจหนุ่มเดินทางกลับบ้านอย่างไม่เร่งรีบอะไร รีบไปก็เหนื่อยเอาเปล่าๆ ในตอนนี้ใกล้เที่ยงคืน ถนนในเมืองไร้ซึ่งผู้คน ยามาโมโต้เองก็เริ่มรู้สึกหวิวๆแล้ว ยังดีที่มีแสงจากเสาไฟที่ส่องสว่าง ช่วยให้อุ่นใจขึ้นเยอะ

‘หน้าของคือชั้นคือแบบไหน’

ตำรวจหนุ่มสะดุ้ง หันซ้ายขวาและหลัง ก็ไม่พบใคร“สงสัยทำงานหนักล่ะมั๊ง”

ยามาโมโต้เดินไปเรื่อยๆก็เห็นว่าทางข้างหน้า เสาไฟมันเสียเป็นบางอัน ทำให้ทางข้างหน้ามันมืดตึ๊ดตื๋อบ้างจนเค้าเริ่มกลัวๆแล้วนะ  อากาศในตอนนี้ก็เริ่มหนาว เพราะยังอยู่ในหน้าหนาว ตำรวจหนุ่มเอามือซุกกระเป๋าเสื้อโค้ดสีดำของตนเพื่อคลายความหนาว

‘พ่อคิดถึงลูกเหลือเกิน’

ตำรวจหนุ่มสะดุ้งอีกครั้ง เค้าหันซ้ายขวาและหลังก็ไม่พบใคร  ขนแขนสแตนอัพโดยอัตโนมัติ  ขาทั้งสองเริ่มสั่นระริก “อีกแล้วเหรอวะ กลัวนะเว้ย” เหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้า

เบื้องหน้าของเค้านั้นเป็นร่างสูงของใครบางคน ที่เค้าคิดว่าน่าจะเป็นคนแถวนี้ แต่แล้ว ตำรวจหนุ่มสังเกต บุคคลตรงหน้าที่อยู่ไม่ไกลนั้น สวมชุดนายทหารเรือเต็มยศ

…ตาฝาดรึเปล่า…เค้าลองขยี้ตาของตัวเองอีกครั้ง

‘ไม่ใช่หน้าของชั้นนี่นา’ภาพเบื้องหน้าของยามาโมโต้คือชายสวมชุด ทหารเรือเต็มยศ แต่สิ่งที่น่าสะพรึงที่สุดคือ ใบหน้าของชายคนนั้นมันกลวงโบ๋ และแล้วสติของเค้าก็ดับวูบ…

‘เฮือก!’

ตำรวจหนุ่มสะดุ้ง ตื่นมาพบกับ เพดานสีขาวสะอาด

“ฟื้นแล้วรึ?”

“ทาโร่”

“หิวน้ำไหม”คุณหมอหนุ่มเอ่ยถามเพื่อนซี้

ตำรวจหนุ่มพยักหน้า ทาโร่จึงเป็นธุระ หยิบแก้วน้ำที่มีหลอดดูดส่งให้เพื่อน

“มีคนเจอนายสลบที่ข้างทาง เลยพานายมาส่งที่โรง’บาลดีนะที่ชั้นเข้าเวรพอดี เกิดอะไรขึ้น”

“จะว่ายังไงดีล่ะ”

ยังไม่ทันที่จะเอ่ยอะไรเสียงโทรศัพท์ของยามาโมโต้ที่วางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้น

“ครับ ยามาโมโต้พูด”

[หมวดครับตอนนี้ เกิดเหตุอีกรายแล้วครับ]

“จริงเหรอ ที่ไหน!?”

[ที่…]

เมื่อทราบที่เกิดเหตุยามาโมโต้ ก็รีบจะดึงสายน้ำเกลือออกแต่ก็โดนเพื่อนที่เป็นหมอ จับมือห้ามไว้

“เฮ้ย ให้น้ำเกลือหมดก่อนเว้ย! ไม่มีตำรวจอื่นเลยรึไงวะ เอะอะอะไรก็ให้แกลุยคนเดียวเนี่ย”

“มันเป็นคดีของชั้นน่า”

ทาโร่มองเพื่อนอย่างเอือมระอา”ตามใจนะ ชั้นจะทำเรื่องให้ นายติดหนี้ชั้นแล้วนะ” จบคำคุณหมอหนุ่มก็ออกจากห้องไป

“ขอบใจเพื่อน”

ตำรวจหนุ่มดึงสายน้ำเกลือออก ก่อนจะเปลี่ยนชุดเป็นชุดเดิมของตน

 

พอมาถึงที่เกิดเหตุ ในตอนนี้ ตำรวจนายอื่นต้องพยายามกันคนที่จะมุงดู ยามาโมโต้ รีบฝ่าฝูงชน พร้อมแสดงบัตรประจำตัวให้เจ้าหน้าที่ดู ก่อนจะเข้าไปดูที่เกิดเหตุ งานนี้ทำเอาเค้าแทบผงะ เอามือปิดปากปิดจมูกแทบไม่ทัน ภาพที่เค้าเห็น คือ ร่างของชายวัยกลางคนในชุดสูทสวมเสื้อโค้ดราคาแพงถูกฟันที่ใบหน้าออกไปทั้งแถบ เลือดนั้นสาดกระจายไปทั่วบริเวณ ใบหน้าของศพอยู่ข้างๆ สีหน้านั้นไร้ความเจ็บปวด หรือพูดง่ายๆ เหยื่อนั้นไม่รู้สึกตัวเลยว่าได้ตายไปแล้ว

 

ยามาโมโต้หันไปหาตำรวจอีกคน”โทคิ คนตายชื่ออะไร”

ตำรวจหนุ่มตอบเสียงสั่น”จะๆจากที่ดูในบัตรประชาชน คะ..คะๆคนตายชื่อ อุชิดะ  โมริยะ ครับ อายุน่าจะ สี่สิบห้าปี แล้วดูจากนามบัตรที่เจ้าตัวมีในกระเป๋าตังค์ เป็นหัวหน้าฝ่ายขายของบริษัทK ครับ”

“เวลาการตายล่ะ”

“เท่าที่ดูจากศพน่าจะเป็นช่วงเวลาระหว่างเที่ยงคืนถึงตีสามน่ะครับ”

…โชคดีที่มีพลเมืองดีช่วยตูไว้นะ แม่ง ห่างจากจุดที่ตูสลบไปแค่สิบโลเอง เสียวโคตร…

เมื่อคิดได้ ก็หันไปสั่งลูกน้อง “กันคนออก ให้หน่วยพิสูจน์หลักฐาน มาจัดการ และใครเป็นคนพบศพล่ะ”

ผู้เป็นลูกน้องตอบทันที”เป็นนักเรียนสองคนครับ คนแรก ชื่อ ชิเมรุ โออิ อีกคนหนึ่งชื่อ โอนิฮาระ ริน ทั้งคู่เป็นเด็กโรงเรียนเอ-มงครับ”

“สองคนนั้นอยู่ที่ไหนแล้ว"

"กำลังเดินทางไปให้ปากคำที่โรงพักครับ”

“ดี ชั้นจะไปที่โรงพักก่อน  อย่าให้คนภายนอกเข้ามาวุ่นวายตรงที่เกิดเหตุนะจนกว่าหน่วยพิสูจน์หลักฐานจะมาจัดการ”

“ครับผู้หมวด”

ยามาโมโต้ นั่งรถตำรวจ กลับ โรงพักทันที

 

ทางด้านโออิ ที่ตอนนี้ต้องมาที่โรงพักเพื่อให้ปากคำกับตำรวจ เรื่องเหตุการณ์เมื่อเช้าที่เค้ากับริน แฟนสาวที่กำลังเดินทางไปโรงเรียนด้วยกันนั้น ระหว่างทางดันมาเจอ ศพ ที่ถูกฟันหน้าออกไปทั้งแถบ เลือดสาดกระจายไปทั่วบริเวณ แฟนสาวเค้ากรี๊ดลั่นตัวเค้าในตอนนั้นต้องรีบตั้งสติ โทรแจ้งตำรวจ แต่นั่นทำให้เค้ากับแฟนต้องมาที่โรงพักเพื่อให้ปากคำ แทนการไปโรงเรียน แถมดาบของเค้าก็โดนยึดไปตรวจนี่สิ เค้าว่ามันชักจะ  แหม่งๆนะ  พอให้ปากคำเสร็จ เค้าจึงรีบพาแฟนสาวที่ขวัญเสีย กลับบ้านแทน ส่วนดาบนั้น เค้ารีบอ้างว่าจะพาแฟนกลับบ้านส่วนดาบ พรุ่งนี้ตนจะมารับคืน

พอจะออกจากโรงพัก ก็ต้องพบกับยามาโมโต้ที่เพิ่งมาถึงโรงพักพอดี

“โออิคุง พอดีเลย”ยามาโมโต้ดึงตัวโออิไปคุยด้วย

ทั้งสามเลือกร้านอาหาร ตรงโซนในร้านที่ไม่มีใครสนใจ ซึ่งโออิก็ยอมมาแต่โดยดี เพราะถึงยังไงวันนี้ก็ไม่ได้ไปเรียนอยู่ดีน่ะนะ

ยามาโมโต้จึงเล่าเรื่องที่ตนเผชิญมาเมื่อคืนให้โออิฟัง

"เธอคิดว่า มันจะเกี่ยวกับผีรึเปล่า"

หนุ่มหน้ามนส่ายหน้า"สอบเป็นตำรวจมาได้ไงเนี่ย มันคนละประเด็นเลยนะครับ ยามาโมโต้ซัง แบบนั้นน่ะ เห็นชัดว่าเป็นฝีมือของคนนะครับ ถ้าให้เดามันน่าจะเป็นฝีมือพวกโรคจิตซะมากกว่า"

"เธอช่วยสืบหน่อยได้มั้ยล่ะ โออิคุง ชั้นมีค่าเสียเวลาด้วยนะ"

รินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความโกรธ "ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องมาให้ รุ่นพี่โออิทำด้วยคะ คุณเป็นตำรวจนะ ถือว่ามีเงินแล้วจะทำอะไรก็ได้รึไง เอาเปรียบกันชัดๆ ถ้าแฟนหนูเกิดพลาดโดนฆ่าขึ้นมา คุณจะรับผิดชอบยังไงคะ"

โชคดีที่ไม่ค่อยมีใครอยู่ในร้าน และดูเหมือนว่าจะไม่สนใจเพวกเค้าเสียด้วย ทำให้โออิโล่งอกใจ ไม่งั้น ได้อายกันแน่ เค้าส่งสายตาดุๆไปให้แฟนสาว ก่อนจะหันไปหายามาโมโต้ที่ทำหน้าเจื่อนๆ และรู้สึกว่าโดนตบหน้า เพราะคำพูดของเด็กสาว

"ผมจะลองช่วย เท่าที่ช่วยได้นะครับ แต่คุณเองก็ต้องพยายามด้วย ส่วนเรื่องผีที่คุณเจอ ผมว่าคุณคงคิดไปเองนะครับ ผมว่ายูคุงเองก็ต้องคิดแบบนั้นเหมือนกัน ขอตัวก่อน ไปกันเถอะริน"

"ค่ะ"

สองหนุ่มสาวได้จูงมือออกจากร้านไป เหลือแต่ยามาโมโต้ กำลังกลุ้ม

ระหว่างทางกลับ โออิจึงหันมาดุริน "ริน ถึงจะไม่พอใจอะไร ก็ไม่ควรไปว่ายามาโมโต้ซัง แบบนั้นนะ เค้าเป็นผู้ใหญ่"

"หนูเห็นว่า เค้าเอาเปรียบรุ่นพี่นี่คะ ถ้าเป็นรุ่นพี่โควมิ ล่ะก็ คงจะว่าแรงกว่านี้แน่"

หนุ่มหน้ามนยิ้มรับ เพราะถ้ายามาโมโต้ไปขอร้องยู แล้วโควมิ รู้ล่ะก็ เธออาจจะด่าว่า ยามาโมโต้เลยก็ได้ และตัวของ ยู เองก็จะหูชา ไปหลายวันเลยทีเดียว แล้วตัวเค้าควรจะรับงานนี้ดีไหมนะ เห็นทีคงต้องแบบไปปรึกษากับเพื่อนซี้ โดยไม่ให้แฟนสาว รับรู้เสียแล้วสิ

 

ติดตามต่อในตอนหน้านะจ๊ะ

 

 

มาอัพแล้วจ้า นิกซ์ ปีสี่ แล้ว (ไวโคตร!) 555+ งานอาจจะเยอะจนไม่สามารถอัพได้บ่อยนะ แต่ช่วงที่ยังว่าง นิกซ์จะพยายามอัพนะคะ สำหรับอาถรรพ์โรงเรียนพิศวง ตอนนี้ ต้องขอบอกเลยว่า ในตอนแรก นิกซ์กะจะให้มันจบในตอนไปเลย แต่มัน ยาวมากอ่ะ เลยจบในตอนเดียวไม่ได้ ไม่งั้นไม่ได้อัพอีกนานแน่ สุดท้าย ถ้าคนอ่าน อ่านแล้ว ชอบ ก็ เม้น ไลท์ ให้คะแนน เป็นกำลังใจให้นิกซ์ด้วยนะคะ ขอบคุณค่า

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา