อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง
8.9
เขียนโดย
นิกซ์
วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.
59 ตอน
18 วิจารณ์
28.53K อ่าน
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
53) อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว 4
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความและแล้วคืนวันเก็บองุ่นก็มาถึง ในคืนนี้พระจันทร์เสี้ยวส่องสว่างอย่างเห็นได้ชัด เหล่าคนเก็บองุ่นทั้งไร่มารวมตัวกัน แต่สีหน้านั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงขนาดเอามือกุมสร้อยรูปไม้กางเขน เพราะเหตุฆาตกรรมชวนสยองที่เพิ่งเกิดไปหมาดๆ อองรีพยายามฝืนยิ้ม ชวนให้ทุกคนเก็บองุ่นกันอย่างแข็งขัน พอดนตรีเริ่มบรรเลง ความหวาดกลัวเริ่มจางหายความสนุกก็เข้ามาแทนที่ ทุกคนลืมความหวาดกลัว เก็บองุ่นอย่างสนุกสนานบางคนก็เต้นรำเข้ากับจังหวะเพลง บางคนก็ปรบมือตามจังหวะ บางคนที่เสียงดีก็ร้องเพลง จากบรรยากาศที่น่าอึดอัดก็แปรเปลี่ยนเป็นบรรยากาศแห่งความสนุกสนานเข้ามาแทนที่
ยูมองภาพที่ไร่องุ่นอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอามือกุมอกซ้ายที่มีหนังสือเล่มเล็กที่กัปตันแบล็คฮาร์ทสิงอยู่ โออิที่กำลังเอาปืนลูกโม่เหน็บเอวเอ่ยถาม
“คราวนี้ นายรู้อะไรมาอีกล่ะ”
หนุ่มผมชมพูยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ก็แค่…ได้รู้จักเพื่อนใหม่น่ะนะ”
“!?”
“โออิ ชั้นว่า เรามาทบทวนแผนก่อนดีกว่า อีกไม่นาน มันจะต้องลงมืออีกแน่”
“มันเล็งมาที่นายนะ ยูคุง นายต่างหากที่ควรจะระวังตัวน่ะ นี่ถ้าโควมิจังรู้ว่านายแอบมาสืบคดี นายไม่หัวปูด หูชารึ”
“อย่าให้รู้นั่นแหละดีแล้ว โควมิจะเป็นห่วงซะเปล่าๆ ชั้นไม่อยากให้เธอกังวล”
“นายนี่มัน…จริงๆเลย”
“พร้อมแล้วนะเพื่อน”
“อืม”
สองหนุ่มเพื่อนซี้ จึงแยกกันตรงหลังบ้าน ไปทำตามแผน
…
คิก คิก คิก ถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาแล้ว เค้าจะเป็นของชั้นแล้ว ของชั้น ของชั้น ของชั้นคนเดียว ของชั้นคนเดียวเท่านั้น เชือกนี่แหละ เชือกนี่แหละเหมาะสมกับเค้าที่สุด
ร่างหนึ่งถือเชือกเส้นหนา พลางแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าในยามค่ำ ที่ตอนนี้พระจันทร์เสี้ยวส่องสว่างปราศจากเมฆมาปดบัง
“รอก่อนเถอะ สุดที่รักของชั้น…”
…
ยูเดินมาหยุดอยู่ใต้ต้นโอ๊คใหญ่ ทำท่าราวกับคนขี้เกียจเต็มที เค้าหาวสองสามที แล้วล้มตัวนอนใต้ต้นโอ๊ค
ภาพที่คุจิยะ ยู เป็นเหยื่อล่อนั้นอยู่ในสายตาของโออิ ในตอนนี้ถึงจะเป็นตอนกลางคืนแต่แสงจันทร์ในคืนนี้ช่างส่องสว่าง เค้าใช้กล้องส่องทางไกลดูบริเวณรอบๆ เพื่อระวังภัยให้กับเพื่อน หากมีสิ่งผิดปกติจะได้ส่งสัญญาณไปให้ ผ่านวิทยุจิ๋วที่เค้ากับยูติดที่ปกเสื้อซึ่งดูเผินๆก็เป็นแค่เข็มกลัดธรรมดาๆเท่านั้น
“ยูคุง เหตุการณ์ปกตินะ”
ยูไม่ตอบ ทำเพียงแต่ขยับคอเสื้อเป็นสัญญาณเท่านั้น
โออิโล่งใจ เพราะการที่ยูขยับคอเสื้อก็แปลว่า สถานการณ์ยังปกติ แต่ถ้าเค้าขยับมือขวาอย่างเดียวก็แปลว่า มีบางอย่างกำลังมา นั่นคือสัญญาณที่ตกลงกันไว้
โออิเฝ้าดูอยู่นานร่วมชั่วโมงกว่าแต่ก็ไร้วี่แวว ของเป้าหมาย
…หรือว่ามันจะรู้ตัวแล้ว ไม่มีทาง…
ทางด้านยู เค้ารู้สึกว่า โออิเพื่อนของเค้าเริ่มจะกระวนกระวาย มันอาจจะเสียแผนได้ ยูนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืนวาน กัปตันแบล็คฮาร์ทได้มาหาเค้าในความฝัน
…
“สวัสดีครับ นึกไม่ถึงว่ากัปตันจะแวะที่ความฝันของผมนะครับ”
กัปตันปีศาจส่ายหน้า”แค่อยากจะมาสนทนาเล็กๆน้อยๆกับเธอก็เท่านั้น ว่าแต่ ความฝันของเธอดูอบอุ่นดีนะ”
ในความฝันของยูที่กัปตันแบล็คฮาร์ทได้เห็นคือ ยูในวัยเด็กที่พ่อกับแม่อยู่กันพร้อมหน้า กำลังจูบมือเดินเล่นกันในสวนสาธารณะ
“ผมว่า ผมเปลี่ยนสถานที่จะดีกว่า”เด็กหนุ่มหลับตาอยู่ครู่
ภาพวัยเยาว์อันแสนสุขก็มลายหายไป และกลายเป็นภาพร้านอาหารในยามค่ำที่มีดนตรีกำลังบรรเลง
“ผมว่าบรรยากาศแบบนี้คงจะเหมาะกว่านะครับ นี่เป็นความฝันของผม ผมจะทำอะไรก็ได้”เด็กหนุ่มผายมือเชิญให้กัปตันปีศาจนั่งลงบนเก้าอี้สุดหรู
กัปตันปีศาจนั่งลงตามคำเชิญ เด็กหนุ่มผมชมพูก็นั่งตรงข้าม
“พลังของเธอช่างวิเศษจริงๆ แบบนี้เธอน่าจะส่งกระแสจิตหาใครก็ได้นะ”
“จริงเหรอครับ ไอ้ผมเองก็เหมือนจะเคยทำนะ แต่จำไม่ค่อยได้”
“ไม่เป็นไรๆ ชั้นแค่อยากจะมาคุยกับเธอ เรื่องวันพรุ่งนี้ ก่อนที่ชั้นจะมา เพื่อความแน่ใจ ชั้นลองออกไปสำรวจรอบๆพื้นที่ดู…ก็พบว่าผนึกของเจ้าซีบัทมันหายไป”
“หาทั่วรึยัง”
“ทั่วแล้ว ผนึกคงจะเสื่อมแน่ เธอเตรียมแผนรับมือรึยังล่ะ”
“เตรียมไว้แล้วครับ ยิ่งกัปตันจะช่วยด้วย ผมค่อยอุ่นใจ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมยังข้องใจ”
“อะไรรึ”
“ทำไมเหยื่อแต่ล่ะคนถึงไม่มีการขัดขืนเลย ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องเลยน่ะสิครับ”
“อืม…”กัปตันปีศาจครุ่นคิด”ชั้นว่า เหยื่อไม่ได้กรีดร้องเลย ตั้งแต่แรกนะ เหยื่ออาจจะโดนมนต์สะกด เธอบอกเองนี่ว่า เจ้าฆาตกรมันเป็นผู้หญิง”
“ครับ กัปตัน ความจริงผมอยากจะจับเป็นนะ ผมไม่ชอบลงมือกับผู้หญิง”
“เป็นสุภาพบุรุษจริงๆเลยนะ ยังไงพวกเราก็ต้องการบ้าน เพราะลูกเมียและลูกน้อง ตอนนี้อึดอัดจะตายแล้ว อ้อ อีกอย่างชั้นไปเห็นบ้านที่เธอบอกแล้วนะ น่าอยู่ดี ถ้าได้ตกแต่งเสียหน่อย ก็ใช้ได้”
“ดีจัง ที่กัปตันชอบ ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับที่ช่วยผม ครั้งนี้ถือว่าอันตรายจริงๆ”
ดวงตาอันกรวงโบ๋ส่องแสงสีแดงกว่าเดิม” ชั้นว่า อย่างเธอต้องเจออะไรที่มัน อันตรายมากกว่านี้นะ หึ หึ หึ”
ยูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “นั่นสินะ”
…
ยูพยายามนึกถึงโออิ
…โออิ โออิ…
โออิหันซ้ายแลขวา พยายามหาคนที่มาเรียกเค้า
…ชั้นเองยู…
โออินิ่งเงียบ เค้านึกแปลกใจว่าตนเองหูแว่วรึเปล่า ตั้งสมาธิดี นั่นคือเสียงของเพื่อนซี้จริงๆ
เสียงนั้นยังคงเอ่ยต่อ…เจ้าฆาตกรต้องมาแน่ เป้าหมายของมันคือชั้น นายจับตาดูอยู่นิ่งๆเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็ส่งสัญญาณตามที่ตกลงกันไว้นะเพื่อน…
โออิ พิจารณาดู ไอ้น้ำเสียงแต่คำพูดแบบนี้น่าจะเป็นคำพูดของเพื่อนซี้เค้าแน่
…พัฒนาไปอีกขั้นแล้วสินะ ยูคุง…
ยูจึงส่งกระแสจิตตอบไป…คงงั้น เผอิญมีคนบอกชั้นมา เพื่อนใหม่ ที่ชั้นบอกตั้งแต่แรก เอาไว้เสร็จงานแล้วจะแนะนำให้รู้จักนะ โออิ…
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป…
โออิที่สังเกตพื้นที่โดยรวบด้วยกล้องส่องไกลเพื่อระวังภัยให้เพื่อนซี้ ที่ตอนนี้เอาตัวเป็นเหยื่อล่อเจ้าฆาตกรโรคจิต สำหรับเค้า การที่ยูกลัว เจ้าฆาตกรโรคจิตนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า เจ้าฆาตกร มันบ้า ไอ้ความบ้าเนี่ยแหละ ทำให้ไม่สามารถเดาได้เลยว่า มันจะทำอะไร โออิ กระชับปืนยาวในมือ ที่มียาสลบเตรียมพร้อมที่เค้า กับ ยู ขอให้ อองรี เตรียมให้เป็นการลับ พวกเค้าต้องการจับเป็นมากกว่า ความจริง พวกเค้าจะไปจับเจ้าฆาตกรนั้นเลยก็ได้ เพียงแต่ พวกเค้ากลัวมันจะไหวตัวและหนีไปซะก่อนนี่สิ และ อยากรู้ว่ามันใช้วิธีอะไร ที่ทำให้เหยื่อ แทบทั้งหมดที่เป็น คนหนุ่ม แข็งแรงไม่ขัดขืน ไม่มีร่องรอยของการโดนยาสลบเลยสักนิด ยิ่งยาพิษ ก็ไม่มีเลย
แต่แล้วโออิ ก็สัมผัสได้ถึง บางสิ่งที่ความคลุ้มครั่ง เค้ารู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมอย่างบอกไม่ถูก เหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้าและร่างกาย ทั้งๆที่อากาศออกจะเย็น โออิรีบถามเพื่อนทันที
“ยูคุงๆ เกิดอะไรขึ้น”
แต่เสียงตอบรับนั้นกลับเป็นเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ อันเป็นสัญญาณว่า อีกฝ่ายหลับสนิทแล้ว หนุ่มหน้ามน เอากล้อง ส่องทางไกล มองทั่วบริเวณ ก็พบว่า เจ้าฆาตกรตัวร้ายปรากฏตัวแล้ว ในมือเชือกเส้นหนา เตรียมพร้อมจะจัดการเหยื่อ
โออิเห็นว่า ท่าไม่ดีแล้ว เค้าจึงนำปืนยาวบรรจุกระสุนยาสลบมาเตรียมยิง
อีกด้าน
“มาแล้วๆ ที่รักของชั้น คุณช่างงดงามเหลือเกิน” ภาพตรงหน้านั้น คือ เด็กหนุ่มผมชมพูที่กำลังหลับสนิท สำหรับเธอ แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ มีสีผมเป็นสีชมพูหวาน แต่มันกลับเข้ากับใบหน้าคมคายของเค้าได้อย่างประหลาดเสียจริงๆ เค้าช่างหล่อเหลาและสง่างาม ราวกับเจ้าชายจากแดนไกล
นั่นล่ะ ทำให้เธอหลงใหล ไม่อาจหักใจทำให้ เค้ามีเลือดออก เพราะกลัวว่าใบหน้าที่หล่อเหลาจะเสียโฉม การรัดคอน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ใบหน้าอันหล่อเหลาจะไม่เสียหาย “แต่ ชั้นอยากจะ ปาดคอคุณจังเลย ที่รัก”มือบางที่หยาบกร้านลูบมีดทำครัวที่เหน็บว่ามา
ร่างนั้นเข้าไปลูบไล้ คนที่กำลังหลับอย่างหลงใหล “ทำไมชั้น ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งหลงใหล ยิ่งรักคุณมากกว่าเดิมล่ะคะ?”
เสียงปริศนาดังก้องในหัว “หลบเดี๋ยวนี้”
‘ฉึก!’
ร่างนั้นเอียงตัวหลบได้ทันการ กระสุนยาสลบเฉียดใบหน้าไปเพียงนิดเดียว
หญิงสาวันไปประจันหน้ากับโออิ พลางเค้นเสียงด้วยโทสะ“แก…”
แต่ภาษาที่หล่อนใช้ โออิฟังไม่ออก แต่ที่รู้ๆมันไม่ดีแน่ หล่อนจ้องมองเค้าอย่างอาฆาต ดึงมืดที่เหน็บข้างเอวออกมา
“วางปืนลงเดี๋ยวนี้!”
โออิงุนงง เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่หล่อนพูด
คนที่ถือมืดขู่อีกครั้ง”วางปืนลงเดี๋ยวนี้!!”
โออินิ่งเงียบไม่รู้จะทำยัง ดูจากกิริยาอาการของเจ้าหล่อนแล้ว เหมือนตัดเพ้อมากกว่าข่มขู่ เพราะเธอเริ่มร้องไห้ออกมา
คนถือมีดมองดูหนุ่มหน้ามนคนนี้แล้ว ท่าทางจะฟังไม่รู้เรื่อง…ถ้าแบบนี้จะรู้เรื่องมั้ย!!...หญิงสาวคุกเข่าข้างๆร่างที่หลับใหล แล้วเอามีดจ่อที่ทรวงอก
โออิยังยืนนิ่ง เค้ากำลังตกใจ ในสมองตีกันให้วุ่นไปหมด ชีวิตของเพื่อนซี้ของเค้ากำลังจะตาย มือที่ถือปืนสั่นเทา
หญิงสาวมองอีกฝ่ายอย่างขัดใจ…งั้นชั้นคงต้องทำให้เค้าเลือดออกสินะ!!!....เมื่อคิดได้ มืดที่ถือมีดก็เงื้อขึ้นสูง หมายจะปักอกของร่างที่หลับ
โออิตะโกนลั่น”หยุดนะ!!” พลางถลาเข้าไปห้าม
‘ฉึก!!’
ฉับพลัน ร่างที่คิดว่าหลับก็พลิกตัวหนีได้ทันการ ทำให้ มีดในมือของหญิงสาวปักดินแน่น โออิรีบใช้จังหวะที่เจ้าคนโรคจิตกำลังดึงมีดที่ปักดินแน่น ยิงปืนยาสลบ กระสุนยาสลบโดนเข้าที่แขน เธอรีบดึงมันออกมา และเข้ามาหาเด็กหนุ่มผมชมพู
‘พลัก/โครม!’
ร่างของฆาตกรโรคจิตกระเด็นไปกระแทกต้นโอ๊คใหญ่ ด้วยแรงเตะของยู สลบ
โออิแปลกใจทำไม ว่าเพื่อนของเค้าตื่นอยู่รึเปล่า ทำไมสีหน้าในตอนนี้เหมือนกับว่ากำลังหลับอยู่
“เจ้าหนู รีบจัดการมัดหล่อนก่อนเถอะ”
หนุ่มหน้ามนขมวดคิ้ว จากคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยกับเค้า มันไม่ใช่เพื่อนของเค้าเลย “คุณเป็นใครกัน!”
“เหอะน่า รีบจัดการมัด เจ้าฆาตกรก่อนเถอะ หรือต้องรอให้มันหนีไปก่อนล่ะ”
โออิรีบบนำเชือกที่เจ้าฆาตกรนำมา จัดการมัดเจ้าฆาตกรโรคจิตแบบชนิดไม่ให้กระดิกตัวได้ เพราะเท่าที่ดู เรี่ยวแรงท่าจะไม่น้อยเหมือนกับรูปร่างเลยซักนิด
พอมัดเสร็จ “คุณคือใคร”
หนุ่มผมชมพูยิ้ม”ชั้นคือ กัปตันแบล็คฮาร์ท เธอคงจะเป็นเพื่อนของเจ้าหนูนี้ใช่มั้ยล่ะ เอ้า ชั้นจะออกจากร่างของเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้ล่ะ”ว่าแล้ว ยูก็สลบลง โออิรีบเข้าไปพยุง แล้วพบว่าเพื่อนของตนกำลังหลับสนิทและยังมีลมหายใจ
“อ่า ครับ ตอนนี้เพื่อนของผมเป็นอะไรไปครับ”
วิญญาณกัปตันแบล็คฮาร์ทปรากฏตัวตัว ทำเอาโออิตกใจเล็กน้อยที่เห็นผีโจรสลัด ที่เป็นโครงกระดูก ตากรวงโบ๋ ส่องแสงสีแดงฉาน…
กัปตันสังเกตอาการของเด็กหนุ่มผมชมพู”อืม….น่าจะโดนผงนิทรา”
“ผงนิทรา...”หนุ่มหน้ามนเลิกคิ้วสงสัย
“ไม่ผิดแน่ ผงนิทราโดนเข้าไปทีเดียวหลับยาวเลย มันเป็นผงที่พวกแม่มดทำขึ้น เพียงแค่โรยผงไปตามลมคนที่สูดเข้าไปก็หลับเป็นตาย ผงนี้ไม่มี รส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี”
“แล้วเพื่อนผมเมื่อไหร่จะตื่นล่ะครับ”
“เท่าที่ดู ถ้าโดนน้อย สองสามชั่วโมงก็ตื่นแล้วล่ะ”
โออิ ไม่อยากแบกเพื่อนตัวดีเท่าไหร่นัก เพราะถ้าปล่อยยูไว้ตามลำพังกับยัยโรคจิต ยัยโรคจิตอาจจะดิ้นมาฆ่าเพื่อนเค้าก็ได้ หรือไม่ ผีกัปตันอาจจะยึดร่างเพื่อนเค้าไป เค้าไม่ค่อยไว้ใจวิญญาณตนนี้เลย
“โทษนะเพื่อน”ว่าแล้ว โออิก็ตบหน้าของเพื่อนซี้เต็มแรงจนหน้าหล่อคมหัน แก้มข้างที่โดนตบมีรอยแดง
โออิจึงตะโกนใส่หู”ตื่นได้แล้ว ไอ้บ้า!!!!!!!!!!!!!!”
เท่านั้นแหละ ยูลืมตาตื่นทันที พร้อมผลักเพื่อนเต็มแรง แต่มันกลับไม่แรงสำหรับโออิ เพราะรู้ว่า เพื่อนเพิ่งฟื้นจากยาสลบ ถ้าเป็นเวลาปกติล่ะก็ เค้าหงายท้องตึงไปแล้ว
“หนวกหูเฟ้ย!!”
“ตื่นมาก็ดีแล้ว จับเจ้าฆาตกรได้แล้ว”
“จริงดิ?”
“เออ ต้องขอบคุณกัปตันแบล็คฮาร์ทด้วยนะ ไม่งั้น นายกลับบ้านเก่าแน่เพื่อน”
ยูหันไปก็พบกับ กัปตันแบล็คฮาร์ทยืนอยู่ “ขอบคุณมากครับกัปตัน”
“ไม่เป็นไร”
“เอ่อ โออิ นี่กัปตันแบล็คฮาร์ท กัปตันนี่โออิ เพื่อนของผมครับ”
โออิโค้งเคารพ”ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ชื่อเธอแปลกดีนะ โออิ”
เจ้าของนามยิ้มรับ “นี่เหรอ เพื่อนนาย”
“อืม เผอิญเรามีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันน่ะ”
ยังไม่ทันที่ สองคน หนึ่งวิญญาณจะสนทนาต่อ ทั้งสามก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัว เปลี่ยนแปลง จากค่ำคืนที่ดูสงบ แต่ในตอนนี้มันกลับดูวังเวงจนน่าขนลุกขนพองอย่างประหลาด และพระจันทร์เสี้ยวที่ท่องสว่างก็หายไป ยูและโออิ นั่งนิ่ง ราวกับถูกสาป
กัปตันผีตะโกนลั่น“ระวัง!!!”
‘เคร้ง!เคร้ง!’
กัปตันแบล็คฮาร์ท ชักกระบี่ออกมากันดาบที่กำลังจะฟาดลงมาบนหัวของโออิ ยูรีบดึงตัวเพื่อนให้พ้นจากวิถีการต่อสู้ แต่ด้วยความที่เพิ่งฟื้นจากยาสลบมาหมาดๆ ทำให้ร่างกายดูอ่อนล้า จนโออิต้องเป็นฝ่ายดึงตัวเค้าหลบออกมาเอง
เมื่อสองหนุ่มหลบออกไปแล้ว ก็เห็นผู้ที่ถือดาบชัดเจน ร่างนั้นผอมแห้งราวกับไม้ที่ตายไป สวมชุดหมีเก่าๆ สองมือถือดาบกำลังปะทะกับกระบี่และดาบสั้นของกัปตันแบล็คฮาร์ทได้อย่างสูสี ยูกับโออิแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ศีรษะของมันคือ…พระจันทร์เสี้ยว ใช่ ศีรษะของมันคือพระจันทร์เสียวสีเหลืองซีด ดวงตาสีดำโปนแทบจะถลนออกมานอกเบ้าฉายแววกระหาย เลือด ชีวิต รอยยิ้มแบบแยกเขี้ยวฉีกกว้าง ลมหายใจฟืดฟาด รวมๆแล้ว เจ้าปีศาจนี่ อันตรายและชวนขนลุกที่สุด
สองปีศาจยันกำลังกันอยู่ครู่ ก็ถอยห่าง โดยกัปตันแบล็คฮาร์ทได้เอาตัวเข้ากันเด็กหนุ่มทั้งสองเอาไว้
กัปตันแบล็คฮาร์ทเอ่ยถามโดยไม่หันมา “ไง ไหนว่ามีแผนรับมือยังไงล่ะ เดี๋ยวก็ม่องซะหรอก”
“ระวัง!”สองหนุ่มร้องเตือนทันที ที่เจ้าปีศาจหน้าจันทร์เสี้ยวพุ่งเข้ามา
“เคร้ง!เคร้ง!”สองปีศาจปะทะกันอีกรอบ
โออิต้องพายูหลบไปอีกที่
สองปีศาจต่างฟาดฟันดาบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
โออิหันมาถามเพื่อนซี้ที่หมดแรง”เอาไงดี ยูคุง”
ยูคลำที่กระเป๋าเสื้อ “เอานี่ !” เค้าส่งพลุส่งสัญญาณขนาดเหมาะมือให้ “นายไปทางนั้น ชั้นจะไปอีกทาง พอชั้นให้สัญญาณ เอายิงใส่มันเลยนะ”
“นี่มันแค่พลุนะเพื่อน ทำอะไร ไอ้ปีศาจนั่นไม่ได้หรอกนะ!”
“เอาน่า ทำตามที่บอกเถอะ!”
ยูหันไปมองกัปตันแบล็คฮาร์ทที่ตอนนี้ทำท่าจะตกเป็นรองเจ้าปีศาจนั่นแล้ว เค้าจึงหันมาเร่ง”ไม่มีเวลาแล้ว ไปเร็ว!”
สองหนุ่มถือพลุวิ่งออกไปประจำตำแหน่ง ยูตะโกนลั่น”กัปตัน ถอยเร็ว!!”
กัปตันปีศาจรีบถอยออกมา ยูร้องสั่ง”ตอนนี้แหละ ยิงเลย!!”
“ตูม!!!!”
พลุส่งสัญญาณพุ่งเข้าใส่ ร่างของปีศาจพระจันทร์เสี้ยว จนเกิดแสงวูบวาบ สภาพรอบตัวกลับมาเป็นปกติ พระจันทร์กลับมาส่องสว่างบนท้องฟ้าตามเดิม
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงอย่างงุนงง
ยูเข่าอ่อนอย่างอ่อนล้า เพราะฤทธ์ยา โออิรีบเข้ามาหาเพื่อนที่เข่าอ่อนอย่างอ่อนล้า
โออิเอ่ยขึ้น “มันตายแล้วใช่มั้ย”
กัปตันปีศาจเป็นผู้ตอบคำถามเสียเอง “ซีบัทไม่มีวันตาย มันแค่หายไป”
“อย่างนั้นเหรอครับ”
กัปตันแบล็คฮาร์ทถามยู” เธอทำให้มันหายไปได้ยังไง”
“ผมลองเดาดูน่ะครับ กัปตันเคยเอาปืนที่เคยยิงมันมาให้ผมดู ปืนแบบนั้นยิงออกมา จะเกิดประกายไฟ มันเลยหายไปเพราะกลัวประกายไฟ ผมคิดว่าพลุส่งสัญญาณน่าจะจัดการมันได้ ถ้าไม่อย่างนั้น” เด็กหนุ่มผมชมพูชักปืนลูกโม่ออกมา “คงต้องใช้ปืนจริงจัดการมันน่ะครับ”
โออิพยักหน้า “ชั้นสงสัย พวกนายเจอกันตอนไหน”
“ก่อนที่พวกนายจะเจอชั้นตอนที่สลบยังไงล่ะ”
“ใช่แล้ว ชั้นเรียกเจ้าหนุ่มนี่เอง ตอนนี้ครอบครัวกำลังเดือดร้อนอยู่น่ะนะ”
‘แปะ แปะ’
เสียงปรบมือดังขึ้น
“เยี่ยมยอด…”
ทั้งหมดหันไป ก็พบกับชายชรา ชุดดำ สวมหมวกสีเดียวกันกำลังยิ้มให้ ที่สองหนุ่มเคยเจอมาแล้ว (ในตอนที่ 47 ตุ๊กตารัสเซียจอมเขมือบ)
สองหนุ่มเอ่ยพร้อมกัน”คุณลุง”
“หึหึหึ เจอกันอีกแล้วนะ เด็กน้อยของชั้น อ้อ ยินดีที่ได้พบนะ กัปตันแบล็คฮาร์ท หึหึหึ”
กัปตันแบล็คฮาร์ทเอ่ยถามสองหนุ่ม”พวกเธอเคยเจอ ด้วยรึ”
โออิยักไหล่ ”ครับ”
ยูตอบรับอย่างสบายๆ”ครับ “หันไปแล้วถามชายชุดดำ ”ครั้งนี้ คุณมาทำขายของเหรอครับ”
“ก็ไม่เชิงนะ มาเยี่ยมญาติด้วยน่ะ แหม นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะมาเจอพวกเธอที่นี่นะ นี่มันคือเรื่องบังเอิญรึยังไงกัน”
‘คิกๆๆ’เสียงหัวเราะอันแหลมและทุ้มสลับกัน ดังขึ้น “ช่างเป็น มนุษย์ที่น่าหลงใหล ยิ่งนัก”
ทั้งยูและโออิ หน้าซีดตัวแข็ง เมื่อมีใครมาโอบทั้งคู่จากทางด้านหลัง
ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ
“อย่าหยอกเค้าเลย ดูสิ ตัวแข็งเป็นหินแล้ว”
สองหนุ่มผงะ ถอยออกห่าง กัปตันแบล็คฮาร์ทเข้ามากันไว้
เจ้าของเสียงสองเพศนั้น คือ ร่างเพรียวระหง ในชุดดำยาว ผมหยักศกสีดำ ผิวขาวซีด ใบหน้างดงาม นัยน์ตาสีแดงฉานราวกับโลหิต รวมแล้วช่างเป็นความงามที่แฝงความอำมหิตไม่ใช่น้อย!
ร่างนั้นยิ้มแย้ม
“ก็นานๆทีจะเจอ มนุษย์ที่น่าหลงใหลนี่นา ท่าน คิกๆๆ ถึงจะเสียของเล่นแก้เบื่อไป”พลางปรายตาไปยังร่างของเจ้าฆาตกรโรคจิตที่โออิมัดไว้ที่ต้นโอ๊ค ” …ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ชั้นเจอของที่น่าสนใจยิ่งกว่าแล้ว คิกๆ ขอตัวก่อน อีกไม่นานคงได้เจอกันแน่ หนุ่มๆ ”ว่าจบร่างนั้นก็พลันหายไป
ชายชุดดำมองท้องฟ้า ที่ตอนนี้เอ่ยขึ้น “ตอนนี้ ธุระของชั้นก็เสร็จพอดี ช่วยได้มากเลยนะ ทั้งสองคน”
สองหนุ่มงุนงง
ชายชุดดำเฉลย” ก็ชั้นน่ะ จะมารับเจ้าซีบัทยังไงล่ะ แล้วพวกเธอก็ช่วยชั้นจัดการมัน เบาแรงชั้นได้มา และตอนนี้ ก็ลาก่อน เราต้องได้เจอกันอีกแน่”
ชายชุดดำเดินหายไปยังความมืด
ในตอนนี้ เหลือสองคนกับอีกหนึ่งวิญญาณ
ยูเอ่ยขึ้น”ที่เหลือก็เรียกตำรวจมาสินะ”
“คงงั้นแหละ”
กัปตันแบล็คฮาร์ทเสนอ ”พวกเธอไปด้วยกันนั่นแหละ เดี๋ยวชั้นจะเฝ้าเจ้า ฆาตกรให้เอง”
โออิโค้งศีรษะเล็กน้อย”ขอบคุณครับ แล้วเราจะรีบมา”ว่าจบหนุ่มหน้ามนก็ลุกขึ้นโดย พยุงเพื่อนซี้ผมชมพูให้เดินทางกลับไร่
พอกลับมาถึง โออิให้ยูนั่งพัก ส่วนตนนั้น นำทางอองรี คนงานและตำรวจให้ไปจับเจ้าฆาตกรโรคจิตที่ตอนนี้ยังคงโดนมัดที่ ต้นโอ๊คใหญ่ พอตำรวจให้เจ้าฆาตกรพาไปยังบ้านพัก ซึ่งเจ้าฆาตกรก็ยอมตามไปแต่โดยดี บ้านของเจ้าฆาตกรนี้ ไม่มีปล่องไฟ และ อยู่ท่ามกลางดงไม้หนาทึบ จนยากที่จะสังเกตเห็น ทางที่จะไปก็ซับซ้อนชวนงง งานนี้ทำเอาทุกคนที่ได้เห็นภายในบ้าน อ้วกแทบพุ่ง เพราะกลิ่นอันน่าขยะแขยงของเศษซาก ที่เจ้าฆาตกรสะสมไว้ มีทั้งลูกกะตา เศษลิ้น นิ้วมือ อุปกรณ์ในการฆ่า และข้อข้องใจที่ว่า ทำไมเหยื่อถึงไม่มีการขัดขืนทั้งๆที่ไม่ได้โดนโป๊ะยาสลบนั้น คือผงนิทรา ที่ใช้โรยให้กระแสลมพัดให้เหยื่อได้สูดผงนี้เข้าไป แค่นี้เหยื่อก็หลับเป็นตายได้เป็นวันๆ จะตรวจจับก็ไม่ได้ พอตำรวจนำตัวเจ้าฆาตกรไปฝากขังและสอบสวน ทำให้รู้ว่าเจ้าฆาตกร ชื่อ กรีนเดล มาร์ก เป็นสาวประเภทสอง ที่ยังไม่ได้แปลงเพศ อายุ 40 เป็นชาวรัสเซียที่อพยพมากับแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศส นับถือลัทธิซาตาน เจ้าหล่อนสารภาพว่า ที่ฆ่าคนนั้นเพราะมีปีศาจสั่งให้ทำ และตนเองก็หลงใหลคนในยามหลับ และอยากให้มาอยู่ด้วยกัน ศาลตัดสินใจประหารชีวิตในทันที เพราะนักโทษรายนี้ เท่าที่ศาลดูจากสภาพโดยรวมแล้ว สติน่าจะมีอยู่ และทางจิตแพทย์ได้มาตรวจดูแล้วไม่สามารถเยียวยาให้นักโทษรายนี้กลับมาเป็นปกติได้และสันนิฐานว่าเหตุที่นักโทษคนนี้เสียสติเหตุมาจากการเก็บกดจากการถูกรังแกดูถูก และ เหตุสะเทือนใจจากการที่ต้องสูญเสียคนรัก สำหรับโทษของเจ้าฆาตกรรายนี้ มันมากมายเสียเหลือเกิน เนื่องด้วย ฆ่าโดยเจตตา มีจัดการวางแผนไว้อย่างดี
ทั้งยูและโออิที่สามารถไขคดีและจับตัวเจ้าฆาตกร ขอให้ทางตำรวจปิดเรื่องที่พวกเค้าไขคดีได้ งานนี้อาจารย์เฒ่าคุโอมะหน้าบาน และภูมิใจที่เจ้าลูกศิษย์ สามารถหาตัวฆาตกรเจอ แต่ทางตำรวจเองก็เสียหน้าพอดู ที่ถูก เด็กหนุ่มชาวเอเชียสองคนไขคดีได้
สำหรับบ้านของเจ้าฆาตกร ยูกับกัปตันแบล็คฮาร์ทได้ทำการนัดแนะไว้ล่วงหน้า ถ้าบ้านหลังนั้นไม่มีเจ้าของ ให้กัปตันรีบปลอมโฉนด และอ้างสิทธิ์ทันที ก่อนที่ทางการจะยึด ซึ่งการคาดการณ์ของยูนั้นเป็นจริง บ้านของเจ้าฆาตกรไม่มีเจ้าของ ไม่มีโฉนด และทางการฝรั่งเศสจะทำการยึดแต่ กัปตันแบล็คฮาร์ทที่พลางตัวเป็นคน ได้นำโฉนด(ปลอม)มาอ้างสิทธิเจ้าของบ้าน โดยอ้างว่า ตนและครอบครัวสร้างบ้านหลังนี้ไว้ใช้สำหรับพักร้อนที่นานๆจะมา แต่เนื่องจากงานยุ่งไม่มีเวลามาดูแล เลยไม่รู้ว่าบ้านจะโดนทางการยึดเพิ่งมารู้เอาตอนที่ตนจะมาพักอยู่ที่นี่เป็นเวลายาวพร้อมครอบครัวในช่วงเวลานี้ ด้วยพลังของกัปตันแบล็คฮาร์ท ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกสะกดและเออออ ตามนั้น ทำให้เรื่องทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี กัปตันแบล็คฮาร์ทและเหล่าลูกน้อง(ที่พรางตัวเป็นคน)ได้ทำการขนของเข้าบ้าน สำหรับเศษซากของเหยื่อ ทางการได้จัดการนำไปทิ้งเรียบร้อย บ้านหลังนั้นจึงว่างเปล่า
กัปตันปีศาจได้ปั้นเรื่องว่า ตนนั้นทำงานที่ต้องเดินบ่อยๆไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่ต้องแปลกใจถ้าบ้านจะเงียบ
หลังจากเรื่องวุ่นวายจบลง เจ้าหน้าที่ไม่มายุ่งกับบ้านหลังน้อยในพงหญ้าแล้ว ยูรีบลบความทรงจำเกี่ยวกับบ้านของกัปตันแบล็คฮาร์ท และคนในไร่ทั้งหมดรวมถึงอาจารย์คุโอมะ เพื่อกันไม่ให้ใครไปวุ่นวาย โดยงานนี้ โออิต้องช่วยอีกแรง ทำเอาสองหนุ่มหมดแรงไปตามๆกัน
ตกค่ำ ก่อนที่จะกลับญี่ปุ่น
กัปตันแบล็คฮาร์ทได้เชิญสองหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัยให้มาที่บ้าน เหล่าอสูรกายต่าง ดื่มเหล้า และร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน
สองหนุ่ม ร่วมร้องเพลงและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานโดยที่โออิเต้นรำกับราเชลแวมไพรตัวน้อย ที่ดูเหมือนว่าในตอนนี้จะติดพี่ชายหน้ามน จากแดนอาทิตย์อุทัยเข้าเสียแล้ว
เลดี้เชลเทียร์ยิ้มละไม”ขอบคุณเธอกับเพื่อนของเธอด้วยนะ ที่ช่วยให้พวกเรามีบ้าน”
“ไม่หรอกครับ พวกคุณมีบ้านอยู่สบายผมก็ดีใจ ใช่มั้ย โออิ”
“จริงครับ น้องๆเค้าจะได้มีที่วิ่งเล่นด้วย”
ราเชลกระโดดกอดคอพี่ชายหน้ามนแน่น”จริงค่ะพี่ ที่นี่กว้างดี หนูกับแซกจะได้วิ่งเล่นกันท่ามกลางแสงจันทร์ซะที”
แวมไพรแซกยิ้มร่า”ใช่ๆ พวกเราอยากวิ่งเล่นใต้แสงจันทร์มานานแล้ว พ่อผมเก่งจังเลย จัดการเจ้าปีศาจร้ายนั่นได้อีกครั้ง”
ยูยิ้ม”ที่จริง พวกผมต้องขอบคุณกัปตันแบล็คฮาร์ทนะครับ ที่ช่วยชีวิตพวกผมไว้ และอีกอย่างกัปตันเท่จริงๆ”
คน?ถูกชมว่าเท่หัวเราะ”ฮ่าๆๆๆๆๆ!! เธอที่ก็พูดเกินไป”
ภายในบ้านจึงมีเสียงเพลง เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
อีกด้าน
ร่างของกรีนเดล มาร์ก นั่งคุดคู้อยู่ที่ห้องขังของเรือนจำฝรั่งเศส รอวันประหารที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้
เสียงชายสลับหญิงดังขึ้น “แย่จริงๆนะ มาเสียท่าเหยื่อแบบนี้”
สาวประเภทสองรีบถลาไปจับชายกระโปรงสีดำ พลางละล่ำถาม“ท่านมาช่วยชั้นใช่มั้ยค่ะ ใช่มั้ย”
“ปล่อย…”
มาร์ทปล่อยมือจากชายกระโปรงสีดำทันที แล้วมองร่างงามระหงของผู้เป็นนายอย่างมีความหวัง
ใบหน้างามยิ้มเหี้ยม “ที่ชั้นมาเพราะ แกทำให้ชั้นได้เจอสิ่งที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว…ส่วนแก…”
ร่างของสาวประเภทสองในชุดนักโทษ ก็ล้มตึง
“หมดประโยชน์แล้ว…แต่ชั้นก็เมตตา มาจัดการแกเองนะ…คิกคิกคิก ไปดีกว่า”…รอก่อนเถอะ เหล่าเด็กน้อยที่น่ารัก…รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนดวงหน้างาม จากนั้นร่างงามหายไป เหลือเพียงแต่ร่างอันไร้ชีวิตของนักโทษประหารที่อยู่กลางห้องขัง
วันกลับบ้าน
ที่สนามบินฝรั่งเศส…
สามหนุ่มสองวัยจากแดนอาทิตย์อุทัย ได้รับของตอนแทนจากอองรีเป็นไวท์ชั้นดี หลายขวด โดยที่ค่าภาษีนั้นอองรีได้จัดการจ่ายให้ และยังได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้สองหนุ่มเป็นสินน้ำใจอีกต่างหากเพราะเด็กหนุ่มทั้งสองได้ช่วยแก้วิกฤตของไร่องุ่น ทำให้ คนเริ่มที่จะ มาสมัครงานในไร่องุ่น บางคนที่เคยเป็นลูกจ้างที่ลาออกไปก็กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังจากที่รู้ว่า ตำนานปีศาจร้ายแท้จริงมันก็แค่ ฆาตกรโรคจิต ที่ตอนนี้ได้ลาจากโลกไปแล้ว ไร่องุ่นของอองรีในตอนนี้กลับมามีคนงาน มากขึ้นแม้จะไม่เท่ากับช่วงแรก แต่กิจการไร่องุ่นก็ไม่เจ๊งแล้ว และยังสามารถผลิตไวท์ให้ทันเทศกาลชิมไวท์ที่จะถึง อีกด้วย ซึ่งเงินที่เค้าให้นั้น ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ ก็ถือว่า เล็กน้อย
ยูกับโออิ นั้นรู้มาจากอองรีว่า เจ้าฆาตกรตอนนี้มันได้ตายคาคุกแล้ว สภาพศพ ดวงตากรวงโบ๋ทั้งสองข้าง โดยที่ลูกกะตานั้นอยู่ในอุ้งมือทั้งสอง และ คอถูกบิดจนผิดรูป ใบหน้าบิดเบี้ยวทำให้อัปลักษณ์มากกว่าเดิม และไม่สามารถหาคนกระทำผิดได้ เพราะไม่มีร่องรอยอะไรเลย ทางเรือนจำทำได้แต่บอกไปว่า นักโทษหัวใจวายตาย
ยูทำได้แต่ปลง เค้าพอรู้ล่ะว่า ใครคือฆาตกร ก็นะ สำหรับเจ้านั่นแล้ว คนๆนั้นก็แค่ของเล่นแก้เบื่อนี่นา อีกไม่นานหรอก เรื่องวุ่นวาย ที่อันตรายจะต้องตามเค้ากับโออิ มาแน่ อีกไม่นานหรอก แต่ตอนนี้เค้ามีพวกพ้องที่สามารถพึ่งได้ มาเพิ่มแล้วนี่นา ยู นึกถึงหนังสือเล่มเล็กที่เป็นสื่อกลางที่เค้า นำมาด้วยมันจะทำให้เค้ากับโออิไปยังบ้านของกัปตันแบล็คฮาร์ทได้ ตามที่ต้องการ
พอกลับถึงญี่ปุ่น ยูขอแยกมาหาแม่ที่โตเกียวก่อน
“ฝากลาเรียนให้ชั้นด้วยล่ะโออิ ชั้นว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปเรียนน่ะนะ”
“ได้เพื่อน แล้วเจอกันนะ”
“อืม ผมขอแยกตรงนะครับ อาจารย์”
อาจารย์เฒ่ายิ้มให้ “เออ ไปเถอะ เดินทางดีๆล่ะ”
“เช่นกันครับ”
หนุ่มผมชมพู แยกไป สองศิษย์อาจารย์ก็พากันนั่งรถไฟกลับเอ-มง
ระหว่างทาง
โออิ คิดไปคิดมา ก็นึกสงสารเจ้าฆาตกรนั่นอยู่นิดๆ ที่โดนกดดันอย่างหนักและสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปอีก จนกลายมาเป็นฆาตกรโรคจิตแบบนี้ บางที หากคุณกรีนเดล มาร์ก ไม่โดนกดดันจากสังคม เค้าอาจจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข และไม่โดนปีศาจร้ายมาครอบงำก็ได้ ในตอนนี้เค้ารู้สึกว่า ตัวเค้ากับเพื่อน อีกไม่นาน ต้องเจอกับเรื่องวุ่นวาย ที่อันตรายแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ มันมาแน่ ก็นะ พวกเค้าสองคนมันเนื้อหอมนี่นา
หนุ่มหน้ามนเอนหลังบนเก้าอี้บนรถไฟฟ้า อย่างอ่อนล้า แต่ในตอนนี้ เค้าอยากจะพักสักหน่อยเพราะตัวเค้าเจอเรื่องวุ่นวายมามากแล้ว มากแล้วจริงๆ
ณ ห้องพัก ซาคากิ
ซาคากิ ชิโยโกะ กลับจากที่ทำงาน ใช่ ในตอนนี้เธอทำงานแปลภาษาให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้เธอมารายได้พอที่จะเลี้ยงตัวเอง เธอเคยพยายามที่จะส่งเงินไปให้ลูกชายที่อยู่ที่เมืองเอ-มง แต่เจ้าตัวไม่รับ หญิงสาวปลดหนังยางที่รวบผมไว้ทำให้ผมสีชมพูนั้นยาวสยาย เข้าห้องมาก็พบว่ามีรองเท้าของใครบางคน? วางไว้อยู่ เธอไปที่ห้องนั่งเล่นก็พบว่า ลูกชายของเธอ กำลังนอนหลับบนโซฟาอย่างอ่อนล้า
หญิงสาวยิ้มด้วยความเอ็นดู “ของในตู้เย็นหมดพอดี”
เธอรีบคว้ากระเป๋าตังค์ไปที่ซุปเปอร์ฯที่อยู่ไม่ไกล
ยูลืมตาตื่นมาก็ได้กลิ่นหอมๆของกราแตง ครีมปู ของโปรด ของตน
“ตื่นแล้วเหรอลูก มากินกราแตงครีมปูเร็ว กำลังร้อนเชียว”เสียงหวานของผู้เป็นแม่ดังขึ้น
“ครับ”
กราแตงครีมปู ร้อนๆเสิร์ฟพร้อม ขนมปังฝรั่งเศส ซุปมะเขือเทศ สลัดผัก และน้ำส้มคั้น ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นของโปรดของคุจิยะ ยู
เด็กหนุ่มลงมือกินทันที
ผู้เป็นแม่มองลูกชายที่กำลังกินมื้อเย็นที่ตนลงมือทำให้อย่างสุดฝีมือ อย่างเอ็นดู นานๆที เค้าจะมาหาเอง
“ช่วงนี้ว่างแล้วเหรอจ๊ะ ลูก ถึงมาหาแม่ได้น่ะ”
ยูหยุดกินอาหาร”คือ ผมอาจารย์ชวนผมไปฝรั่งเศสมาน่ะครับ แล้วได้ไวท์เป็นของฝากผมเลยเอามาฝากแม่น่ะครับ”
“เหรอจ๊ะ เห็นยูสบายดี แม่ก็ดีใจแล้วล่ะนะ แล้ว กับโควมิจังล่ะ เป็นยังไงบ้าง ยังรักกันดีอยู่ใช่มั้ย”
“ครับแม่ เรายังรักกันดีครับ”
“ว่างๆก็พามาหาแม่บ้างสิ แม่อยากเจอ”
“ได้ครับ ถ้ามีโอกาส ผมจะพามา”
สองแม่ลูกรับประทานอาหารเย็นอยู่นาน ยูก็ขอเป็นฝ่ายล้างจานให้
ชิโยโกะจึงมานั่งที่ห้องนั่งเล่น “วันนี้ลูกจะค้างใช่มั้ยจ๊ะ”
“ครับ ตอนนี้ กว่าจะถึงเอ-มง ก็คงตีหนึ่งตีสองพอดี”
“ลูกรับงานสืบคดีอะไรรึเปล่าจ๊ะ”
ยูสะอึกไปทีหนึ่ง “แม่รู้ได้ยังไงครับ”
“พอดี โควมิจังโทรมาหาแม่ บ่อยๆน่ะสิ เค้าเป็นห่วงลูกมากเลยนะ”
“แล้วสำหรับแม่ แม่คิดว่า ยังไง”
“อืม…แม่คิดว่า ลูกน่ะเก่งนะ เอาตัวรอดได้ เพราะแม่เชื่อใจลูกนะ พ่อของลูกก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ถึงยังไง ลูกก็ควรที่จะห่วงตัวเองบ้าง ไม่ใช่แค่แม่เท่านั้นที่จะเสียใจ โควมิจังเองก็เหมือนกันนะ”
“ครับ ผมจะจำไว้”
จากนั้นสองแม่ลูก ก็สนทนากันต่อในหลายๆเรื่อง และวันต่อมา ยูก็ลาแม่กลับไปที่เมือง เอ-มง การที่เค้าได้กลับมาหาแม่แบบนี้ มันทำให้เค้ามีกำลังใจและ อย่างน้อยก็ทำให้เค้าสามารถลืมอาการเหนื่อยล้าจากการไปสืบคดีที่ฝรั่งเศสได้บ้าง ก็นะคดีนี้ มันก็หนักเอาเรื่อง ที่ต้องมาเป็นเหยื่อล่อเจ้าฆาตกร และคิดวิธีจัดการปีศาจอีก เด็กหนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟฟ้า พลางคิดว่า เหตุการณ์ที่เค้าไปเจอมาที่ฝรั่งเศสนั้น มันช่างวุ่นวาย วุ่นวายเสียจริงๆ…
จบ ตอน อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว
มาอัพแล้วจ้า ตามสัญญาค่ะ ต่อไปนิกซ์จะพยายามอัพตอนต่อไปต่อนะ ถึงยังไง ก็ขอฝาก เรื่องสั้นเรื่องใหม่ของ นิกซ์ด้วยนะคะ
เรื่อง วันๆของนิกซ์ก็ยังงี้แหละ ลิงค์ http://www.keedkean.com/story/KK0008731.html
เป็นเรื่องสั้น เรื่องล่าสุดที่ออกมาเลยนะคะ
สุดท้าย นิกซ์จะขอฝากข้อความเล็กๆน้อยๆนะคะ
"ระฆังดังเพราะคนตี นิยายดี เพราะมีคนอ่าน(และเม้น)นะคะ"
ขอบคุณค่าาาาาาา
รักคนอ่านทุกคนนนนนนนนนน
ยูมองภาพที่ไร่องุ่นอย่างพึงพอใจ ก่อนจะเอามือกุมอกซ้ายที่มีหนังสือเล่มเล็กที่กัปตันแบล็คฮาร์ทสิงอยู่ โออิที่กำลังเอาปืนลูกโม่เหน็บเอวเอ่ยถาม
“คราวนี้ นายรู้อะไรมาอีกล่ะ”
หนุ่มผมชมพูยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ“ก็แค่…ได้รู้จักเพื่อนใหม่น่ะนะ”
“!?”
“โออิ ชั้นว่า เรามาทบทวนแผนก่อนดีกว่า อีกไม่นาน มันจะต้องลงมืออีกแน่”
“มันเล็งมาที่นายนะ ยูคุง นายต่างหากที่ควรจะระวังตัวน่ะ นี่ถ้าโควมิจังรู้ว่านายแอบมาสืบคดี นายไม่หัวปูด หูชารึ”
“อย่าให้รู้นั่นแหละดีแล้ว โควมิจะเป็นห่วงซะเปล่าๆ ชั้นไม่อยากให้เธอกังวล”
“นายนี่มัน…จริงๆเลย”
“พร้อมแล้วนะเพื่อน”
“อืม”
สองหนุ่มเพื่อนซี้ จึงแยกกันตรงหลังบ้าน ไปทำตามแผน
…
คิก คิก คิก ถึงเวลาแล้ว ถึงเวลาแล้ว เค้าจะเป็นของชั้นแล้ว ของชั้น ของชั้น ของชั้นคนเดียว ของชั้นคนเดียวเท่านั้น เชือกนี่แหละ เชือกนี่แหละเหมาะสมกับเค้าที่สุด
ร่างหนึ่งถือเชือกเส้นหนา พลางแสยะยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าในยามค่ำ ที่ตอนนี้พระจันทร์เสี้ยวส่องสว่างปราศจากเมฆมาปดบัง
“รอก่อนเถอะ สุดที่รักของชั้น…”
…
ยูเดินมาหยุดอยู่ใต้ต้นโอ๊คใหญ่ ทำท่าราวกับคนขี้เกียจเต็มที เค้าหาวสองสามที แล้วล้มตัวนอนใต้ต้นโอ๊ค
ภาพที่คุจิยะ ยู เป็นเหยื่อล่อนั้นอยู่ในสายตาของโออิ ในตอนนี้ถึงจะเป็นตอนกลางคืนแต่แสงจันทร์ในคืนนี้ช่างส่องสว่าง เค้าใช้กล้องส่องทางไกลดูบริเวณรอบๆ เพื่อระวังภัยให้กับเพื่อน หากมีสิ่งผิดปกติจะได้ส่งสัญญาณไปให้ ผ่านวิทยุจิ๋วที่เค้ากับยูติดที่ปกเสื้อซึ่งดูเผินๆก็เป็นแค่เข็มกลัดธรรมดาๆเท่านั้น
“ยูคุง เหตุการณ์ปกตินะ”
ยูไม่ตอบ ทำเพียงแต่ขยับคอเสื้อเป็นสัญญาณเท่านั้น
โออิโล่งใจ เพราะการที่ยูขยับคอเสื้อก็แปลว่า สถานการณ์ยังปกติ แต่ถ้าเค้าขยับมือขวาอย่างเดียวก็แปลว่า มีบางอย่างกำลังมา นั่นคือสัญญาณที่ตกลงกันไว้
โออิเฝ้าดูอยู่นานร่วมชั่วโมงกว่าแต่ก็ไร้วี่แวว ของเป้าหมาย
…หรือว่ามันจะรู้ตัวแล้ว ไม่มีทาง…
ทางด้านยู เค้ารู้สึกว่า โออิเพื่อนของเค้าเริ่มจะกระวนกระวาย มันอาจจะเสียแผนได้ ยูนึกถึงบทสนทนาเมื่อคืนวาน กัปตันแบล็คฮาร์ทได้มาหาเค้าในความฝัน
…
“สวัสดีครับ นึกไม่ถึงว่ากัปตันจะแวะที่ความฝันของผมนะครับ”
กัปตันปีศาจส่ายหน้า”แค่อยากจะมาสนทนาเล็กๆน้อยๆกับเธอก็เท่านั้น ว่าแต่ ความฝันของเธอดูอบอุ่นดีนะ”
ในความฝันของยูที่กัปตันแบล็คฮาร์ทได้เห็นคือ ยูในวัยเด็กที่พ่อกับแม่อยู่กันพร้อมหน้า กำลังจูบมือเดินเล่นกันในสวนสาธารณะ
“ผมว่า ผมเปลี่ยนสถานที่จะดีกว่า”เด็กหนุ่มหลับตาอยู่ครู่
ภาพวัยเยาว์อันแสนสุขก็มลายหายไป และกลายเป็นภาพร้านอาหารในยามค่ำที่มีดนตรีกำลังบรรเลง
“ผมว่าบรรยากาศแบบนี้คงจะเหมาะกว่านะครับ นี่เป็นความฝันของผม ผมจะทำอะไรก็ได้”เด็กหนุ่มผายมือเชิญให้กัปตันปีศาจนั่งลงบนเก้าอี้สุดหรู
กัปตันปีศาจนั่งลงตามคำเชิญ เด็กหนุ่มผมชมพูก็นั่งตรงข้าม
“พลังของเธอช่างวิเศษจริงๆ แบบนี้เธอน่าจะส่งกระแสจิตหาใครก็ได้นะ”
“จริงเหรอครับ ไอ้ผมเองก็เหมือนจะเคยทำนะ แต่จำไม่ค่อยได้”
“ไม่เป็นไรๆ ชั้นแค่อยากจะมาคุยกับเธอ เรื่องวันพรุ่งนี้ ก่อนที่ชั้นจะมา เพื่อความแน่ใจ ชั้นลองออกไปสำรวจรอบๆพื้นที่ดู…ก็พบว่าผนึกของเจ้าซีบัทมันหายไป”
“หาทั่วรึยัง”
“ทั่วแล้ว ผนึกคงจะเสื่อมแน่ เธอเตรียมแผนรับมือรึยังล่ะ”
“เตรียมไว้แล้วครับ ยิ่งกัปตันจะช่วยด้วย ผมค่อยอุ่นใจ แต่ปัญหาอย่างหนึ่งที่ผมยังข้องใจ”
“อะไรรึ”
“ทำไมเหยื่อแต่ล่ะคนถึงไม่มีการขัดขืนเลย ไม่มีใครได้ยินเสียงร้องเลยน่ะสิครับ”
“อืม…”กัปตันปีศาจครุ่นคิด”ชั้นว่า เหยื่อไม่ได้กรีดร้องเลย ตั้งแต่แรกนะ เหยื่ออาจจะโดนมนต์สะกด เธอบอกเองนี่ว่า เจ้าฆาตกรมันเป็นผู้หญิง”
“ครับ กัปตัน ความจริงผมอยากจะจับเป็นนะ ผมไม่ชอบลงมือกับผู้หญิง”
“เป็นสุภาพบุรุษจริงๆเลยนะ ยังไงพวกเราก็ต้องการบ้าน เพราะลูกเมียและลูกน้อง ตอนนี้อึดอัดจะตายแล้ว อ้อ อีกอย่างชั้นไปเห็นบ้านที่เธอบอกแล้วนะ น่าอยู่ดี ถ้าได้ตกแต่งเสียหน่อย ก็ใช้ได้”
“ดีจัง ที่กัปตันชอบ ขอขอบคุณล่วงหน้าเลยนะครับที่ช่วยผม ครั้งนี้ถือว่าอันตรายจริงๆ”
ดวงตาอันกรวงโบ๋ส่องแสงสีแดงกว่าเดิม” ชั้นว่า อย่างเธอต้องเจออะไรที่มัน อันตรายมากกว่านี้นะ หึ หึ หึ”
ยูยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “นั่นสินะ”
…
ยูพยายามนึกถึงโออิ
…โออิ โออิ…
โออิหันซ้ายแลขวา พยายามหาคนที่มาเรียกเค้า
…ชั้นเองยู…
โออินิ่งเงียบ เค้านึกแปลกใจว่าตนเองหูแว่วรึเปล่า ตั้งสมาธิดี นั่นคือเสียงของเพื่อนซี้จริงๆ
เสียงนั้นยังคงเอ่ยต่อ…เจ้าฆาตกรต้องมาแน่ เป้าหมายของมันคือชั้น นายจับตาดูอยู่นิ่งๆเถอะ ถ้าเกิดอะไรขึ้น ก็ส่งสัญญาณตามที่ตกลงกันไว้นะเพื่อน…
โออิ พิจารณาดู ไอ้น้ำเสียงแต่คำพูดแบบนี้น่าจะเป็นคำพูดของเพื่อนซี้เค้าแน่
…พัฒนาไปอีกขั้นแล้วสินะ ยูคุง…
ยูจึงส่งกระแสจิตตอบไป…คงงั้น เผอิญมีคนบอกชั้นมา เพื่อนใหม่ ที่ชั้นบอกตั้งแต่แรก เอาไว้เสร็จงานแล้วจะแนะนำให้รู้จักนะ โออิ…
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป…
โออิที่สังเกตพื้นที่โดยรวบด้วยกล้องส่องไกลเพื่อระวังภัยให้เพื่อนซี้ ที่ตอนนี้เอาตัวเป็นเหยื่อล่อเจ้าฆาตกรโรคจิต สำหรับเค้า การที่ยูกลัว เจ้าฆาตกรโรคจิตนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า เจ้าฆาตกร มันบ้า ไอ้ความบ้าเนี่ยแหละ ทำให้ไม่สามารถเดาได้เลยว่า มันจะทำอะไร โออิ กระชับปืนยาวในมือ ที่มียาสลบเตรียมพร้อมที่เค้า กับ ยู ขอให้ อองรี เตรียมให้เป็นการลับ พวกเค้าต้องการจับเป็นมากกว่า ความจริง พวกเค้าจะไปจับเจ้าฆาตกรนั้นเลยก็ได้ เพียงแต่ พวกเค้ากลัวมันจะไหวตัวและหนีไปซะก่อนนี่สิ และ อยากรู้ว่ามันใช้วิธีอะไร ที่ทำให้เหยื่อ แทบทั้งหมดที่เป็น คนหนุ่ม แข็งแรงไม่ขัดขืน ไม่มีร่องรอยของการโดนยาสลบเลยสักนิด ยิ่งยาพิษ ก็ไม่มีเลย
แต่แล้วโออิ ก็สัมผัสได้ถึง บางสิ่งที่ความคลุ้มครั่ง เค้ารู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมอย่างบอกไม่ถูก เหงื่อเริ่มผุดตามใบหน้าและร่างกาย ทั้งๆที่อากาศออกจะเย็น โออิรีบถามเพื่อนทันที
“ยูคุงๆ เกิดอะไรขึ้น”
แต่เสียงตอบรับนั้นกลับเป็นเสียงลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ อันเป็นสัญญาณว่า อีกฝ่ายหลับสนิทแล้ว หนุ่มหน้ามน เอากล้อง ส่องทางไกล มองทั่วบริเวณ ก็พบว่า เจ้าฆาตกรตัวร้ายปรากฏตัวแล้ว ในมือเชือกเส้นหนา เตรียมพร้อมจะจัดการเหยื่อ
โออิเห็นว่า ท่าไม่ดีแล้ว เค้าจึงนำปืนยาวบรรจุกระสุนยาสลบมาเตรียมยิง
อีกด้าน
“มาแล้วๆ ที่รักของชั้น คุณช่างงดงามเหลือเกิน” ภาพตรงหน้านั้น คือ เด็กหนุ่มผมชมพูที่กำลังหลับสนิท สำหรับเธอ แม้ว่าเด็กหนุ่มคนนี้ มีสีผมเป็นสีชมพูหวาน แต่มันกลับเข้ากับใบหน้าคมคายของเค้าได้อย่างประหลาดเสียจริงๆ เค้าช่างหล่อเหลาและสง่างาม ราวกับเจ้าชายจากแดนไกล
นั่นล่ะ ทำให้เธอหลงใหล ไม่อาจหักใจทำให้ เค้ามีเลือดออก เพราะกลัวว่าใบหน้าที่หล่อเหลาจะเสียโฉม การรัดคอน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่ใบหน้าอันหล่อเหลาจะไม่เสียหาย “แต่ ชั้นอยากจะ ปาดคอคุณจังเลย ที่รัก”มือบางที่หยาบกร้านลูบมีดทำครัวที่เหน็บว่ามา
ร่างนั้นเข้าไปลูบไล้ คนที่กำลังหลับอย่างหลงใหล “ทำไมชั้น ยิ่งอยู่ใกล้ ยิ่งหลงใหล ยิ่งรักคุณมากกว่าเดิมล่ะคะ?”
เสียงปริศนาดังก้องในหัว “หลบเดี๋ยวนี้”
‘ฉึก!’
ร่างนั้นเอียงตัวหลบได้ทันการ กระสุนยาสลบเฉียดใบหน้าไปเพียงนิดเดียว
หญิงสาวันไปประจันหน้ากับโออิ พลางเค้นเสียงด้วยโทสะ“แก…”
แต่ภาษาที่หล่อนใช้ โออิฟังไม่ออก แต่ที่รู้ๆมันไม่ดีแน่ หล่อนจ้องมองเค้าอย่างอาฆาต ดึงมืดที่เหน็บข้างเอวออกมา
“วางปืนลงเดี๋ยวนี้!”
โออิงุนงง เค้าไม่เข้าใจในสิ่งที่หล่อนพูด
คนที่ถือมืดขู่อีกครั้ง”วางปืนลงเดี๋ยวนี้!!”
โออินิ่งเงียบไม่รู้จะทำยัง ดูจากกิริยาอาการของเจ้าหล่อนแล้ว เหมือนตัดเพ้อมากกว่าข่มขู่ เพราะเธอเริ่มร้องไห้ออกมา
คนถือมีดมองดูหนุ่มหน้ามนคนนี้แล้ว ท่าทางจะฟังไม่รู้เรื่อง…ถ้าแบบนี้จะรู้เรื่องมั้ย!!...หญิงสาวคุกเข่าข้างๆร่างที่หลับใหล แล้วเอามีดจ่อที่ทรวงอก
โออิยังยืนนิ่ง เค้ากำลังตกใจ ในสมองตีกันให้วุ่นไปหมด ชีวิตของเพื่อนซี้ของเค้ากำลังจะตาย มือที่ถือปืนสั่นเทา
หญิงสาวมองอีกฝ่ายอย่างขัดใจ…งั้นชั้นคงต้องทำให้เค้าเลือดออกสินะ!!!....เมื่อคิดได้ มืดที่ถือมีดก็เงื้อขึ้นสูง หมายจะปักอกของร่างที่หลับ
โออิตะโกนลั่น”หยุดนะ!!” พลางถลาเข้าไปห้าม
‘ฉึก!!’
ฉับพลัน ร่างที่คิดว่าหลับก็พลิกตัวหนีได้ทันการ ทำให้ มีดในมือของหญิงสาวปักดินแน่น โออิรีบใช้จังหวะที่เจ้าคนโรคจิตกำลังดึงมีดที่ปักดินแน่น ยิงปืนยาสลบ กระสุนยาสลบโดนเข้าที่แขน เธอรีบดึงมันออกมา และเข้ามาหาเด็กหนุ่มผมชมพู
‘พลัก/โครม!’
ร่างของฆาตกรโรคจิตกระเด็นไปกระแทกต้นโอ๊คใหญ่ ด้วยแรงเตะของยู สลบ
โออิแปลกใจทำไม ว่าเพื่อนของเค้าตื่นอยู่รึเปล่า ทำไมสีหน้าในตอนนี้เหมือนกับว่ากำลังหลับอยู่
“เจ้าหนู รีบจัดการมัดหล่อนก่อนเถอะ”
หนุ่มหน้ามนขมวดคิ้ว จากคำพูดที่อีกฝ่ายเอ่ยกับเค้า มันไม่ใช่เพื่อนของเค้าเลย “คุณเป็นใครกัน!”
“เหอะน่า รีบจัดการมัด เจ้าฆาตกรก่อนเถอะ หรือต้องรอให้มันหนีไปก่อนล่ะ”
โออิรีบบนำเชือกที่เจ้าฆาตกรนำมา จัดการมัดเจ้าฆาตกรโรคจิตแบบชนิดไม่ให้กระดิกตัวได้ เพราะเท่าที่ดู เรี่ยวแรงท่าจะไม่น้อยเหมือนกับรูปร่างเลยซักนิด
พอมัดเสร็จ “คุณคือใคร”
หนุ่มผมชมพูยิ้ม”ชั้นคือ กัปตันแบล็คฮาร์ท เธอคงจะเป็นเพื่อนของเจ้าหนูนี้ใช่มั้ยล่ะ เอ้า ชั้นจะออกจากร่างของเพื่อนเธอเดี๋ยวนี้ล่ะ”ว่าแล้ว ยูก็สลบลง โออิรีบเข้าไปพยุง แล้วพบว่าเพื่อนของตนกำลังหลับสนิทและยังมีลมหายใจ
“อ่า ครับ ตอนนี้เพื่อนของผมเป็นอะไรไปครับ”
วิญญาณกัปตันแบล็คฮาร์ทปรากฏตัวตัว ทำเอาโออิตกใจเล็กน้อยที่เห็นผีโจรสลัด ที่เป็นโครงกระดูก ตากรวงโบ๋ ส่องแสงสีแดงฉาน…
กัปตันสังเกตอาการของเด็กหนุ่มผมชมพู”อืม….น่าจะโดนผงนิทรา”
“ผงนิทรา...”หนุ่มหน้ามนเลิกคิ้วสงสัย
“ไม่ผิดแน่ ผงนิทราโดนเข้าไปทีเดียวหลับยาวเลย มันเป็นผงที่พวกแม่มดทำขึ้น เพียงแค่โรยผงไปตามลมคนที่สูดเข้าไปก็หลับเป็นตาย ผงนี้ไม่มี รส ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี”
“แล้วเพื่อนผมเมื่อไหร่จะตื่นล่ะครับ”
“เท่าที่ดู ถ้าโดนน้อย สองสามชั่วโมงก็ตื่นแล้วล่ะ”
โออิ ไม่อยากแบกเพื่อนตัวดีเท่าไหร่นัก เพราะถ้าปล่อยยูไว้ตามลำพังกับยัยโรคจิต ยัยโรคจิตอาจจะดิ้นมาฆ่าเพื่อนเค้าก็ได้ หรือไม่ ผีกัปตันอาจจะยึดร่างเพื่อนเค้าไป เค้าไม่ค่อยไว้ใจวิญญาณตนนี้เลย
“โทษนะเพื่อน”ว่าแล้ว โออิก็ตบหน้าของเพื่อนซี้เต็มแรงจนหน้าหล่อคมหัน แก้มข้างที่โดนตบมีรอยแดง
โออิจึงตะโกนใส่หู”ตื่นได้แล้ว ไอ้บ้า!!!!!!!!!!!!!!”
เท่านั้นแหละ ยูลืมตาตื่นทันที พร้อมผลักเพื่อนเต็มแรง แต่มันกลับไม่แรงสำหรับโออิ เพราะรู้ว่า เพื่อนเพิ่งฟื้นจากยาสลบ ถ้าเป็นเวลาปกติล่ะก็ เค้าหงายท้องตึงไปแล้ว
“หนวกหูเฟ้ย!!”
“ตื่นมาก็ดีแล้ว จับเจ้าฆาตกรได้แล้ว”
“จริงดิ?”
“เออ ต้องขอบคุณกัปตันแบล็คฮาร์ทด้วยนะ ไม่งั้น นายกลับบ้านเก่าแน่เพื่อน”
ยูหันไปก็พบกับ กัปตันแบล็คฮาร์ทยืนอยู่ “ขอบคุณมากครับกัปตัน”
“ไม่เป็นไร”
“เอ่อ โออิ นี่กัปตันแบล็คฮาร์ท กัปตันนี่โออิ เพื่อนของผมครับ”
โออิโค้งเคารพ”ยินดีที่ได้รู้จักครับ”
“ชื่อเธอแปลกดีนะ โออิ”
เจ้าของนามยิ้มรับ “นี่เหรอ เพื่อนนาย”
“อืม เผอิญเรามีข้อตกลงบางอย่างร่วมกันน่ะ”
ยังไม่ทันที่ สองคน หนึ่งวิญญาณจะสนทนาต่อ ทั้งสามก็รู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัว เปลี่ยนแปลง จากค่ำคืนที่ดูสงบ แต่ในตอนนี้มันกลับดูวังเวงจนน่าขนลุกขนพองอย่างประหลาด และพระจันทร์เสี้ยวที่ท่องสว่างก็หายไป ยูและโออิ นั่งนิ่ง ราวกับถูกสาป
กัปตันผีตะโกนลั่น“ระวัง!!!”
‘เคร้ง!เคร้ง!’
กัปตันแบล็คฮาร์ท ชักกระบี่ออกมากันดาบที่กำลังจะฟาดลงมาบนหัวของโออิ ยูรีบดึงตัวเพื่อนให้พ้นจากวิถีการต่อสู้ แต่ด้วยความที่เพิ่งฟื้นจากยาสลบมาหมาดๆ ทำให้ร่างกายดูอ่อนล้า จนโออิต้องเป็นฝ่ายดึงตัวเค้าหลบออกมาเอง
เมื่อสองหนุ่มหลบออกไปแล้ว ก็เห็นผู้ที่ถือดาบชัดเจน ร่างนั้นผอมแห้งราวกับไม้ที่ตายไป สวมชุดหมีเก่าๆ สองมือถือดาบกำลังปะทะกับกระบี่และดาบสั้นของกัปตันแบล็คฮาร์ทได้อย่างสูสี ยูกับโออิแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ศีรษะของมันคือ…พระจันทร์เสี้ยว ใช่ ศีรษะของมันคือพระจันทร์เสียวสีเหลืองซีด ดวงตาสีดำโปนแทบจะถลนออกมานอกเบ้าฉายแววกระหาย เลือด ชีวิต รอยยิ้มแบบแยกเขี้ยวฉีกกว้าง ลมหายใจฟืดฟาด รวมๆแล้ว เจ้าปีศาจนี่ อันตรายและชวนขนลุกที่สุด
สองปีศาจยันกำลังกันอยู่ครู่ ก็ถอยห่าง โดยกัปตันแบล็คฮาร์ทได้เอาตัวเข้ากันเด็กหนุ่มทั้งสองเอาไว้
กัปตันแบล็คฮาร์ทเอ่ยถามโดยไม่หันมา “ไง ไหนว่ามีแผนรับมือยังไงล่ะ เดี๋ยวก็ม่องซะหรอก”
“ระวัง!”สองหนุ่มร้องเตือนทันที ที่เจ้าปีศาจหน้าจันทร์เสี้ยวพุ่งเข้ามา
“เคร้ง!เคร้ง!”สองปีศาจปะทะกันอีกรอบ
โออิต้องพายูหลบไปอีกที่
สองปีศาจต่างฟาดฟันดาบกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
โออิหันมาถามเพื่อนซี้ที่หมดแรง”เอาไงดี ยูคุง”
ยูคลำที่กระเป๋าเสื้อ “เอานี่ !” เค้าส่งพลุส่งสัญญาณขนาดเหมาะมือให้ “นายไปทางนั้น ชั้นจะไปอีกทาง พอชั้นให้สัญญาณ เอายิงใส่มันเลยนะ”
“นี่มันแค่พลุนะเพื่อน ทำอะไร ไอ้ปีศาจนั่นไม่ได้หรอกนะ!”
“เอาน่า ทำตามที่บอกเถอะ!”
ยูหันไปมองกัปตันแบล็คฮาร์ทที่ตอนนี้ทำท่าจะตกเป็นรองเจ้าปีศาจนั่นแล้ว เค้าจึงหันมาเร่ง”ไม่มีเวลาแล้ว ไปเร็ว!”
สองหนุ่มถือพลุวิ่งออกไปประจำตำแหน่ง ยูตะโกนลั่น”กัปตัน ถอยเร็ว!!”
กัปตันปีศาจรีบถอยออกมา ยูร้องสั่ง”ตอนนี้แหละ ยิงเลย!!”
“ตูม!!!!”
พลุส่งสัญญาณพุ่งเข้าใส่ ร่างของปีศาจพระจันทร์เสี้ยว จนเกิดแสงวูบวาบ สภาพรอบตัวกลับมาเป็นปกติ พระจันทร์กลับมาส่องสว่างบนท้องฟ้าตามเดิม
ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงอย่างงุนงง
ยูเข่าอ่อนอย่างอ่อนล้า เพราะฤทธ์ยา โออิรีบเข้ามาหาเพื่อนที่เข่าอ่อนอย่างอ่อนล้า
โออิเอ่ยขึ้น “มันตายแล้วใช่มั้ย”
กัปตันปีศาจเป็นผู้ตอบคำถามเสียเอง “ซีบัทไม่มีวันตาย มันแค่หายไป”
“อย่างนั้นเหรอครับ”
กัปตันแบล็คฮาร์ทถามยู” เธอทำให้มันหายไปได้ยังไง”
“ผมลองเดาดูน่ะครับ กัปตันเคยเอาปืนที่เคยยิงมันมาให้ผมดู ปืนแบบนั้นยิงออกมา จะเกิดประกายไฟ มันเลยหายไปเพราะกลัวประกายไฟ ผมคิดว่าพลุส่งสัญญาณน่าจะจัดการมันได้ ถ้าไม่อย่างนั้น” เด็กหนุ่มผมชมพูชักปืนลูกโม่ออกมา “คงต้องใช้ปืนจริงจัดการมันน่ะครับ”
โออิพยักหน้า “ชั้นสงสัย พวกนายเจอกันตอนไหน”
“ก่อนที่พวกนายจะเจอชั้นตอนที่สลบยังไงล่ะ”
“ใช่แล้ว ชั้นเรียกเจ้าหนุ่มนี่เอง ตอนนี้ครอบครัวกำลังเดือดร้อนอยู่น่ะนะ”
‘แปะ แปะ’
เสียงปรบมือดังขึ้น
“เยี่ยมยอด…”
ทั้งหมดหันไป ก็พบกับชายชรา ชุดดำ สวมหมวกสีเดียวกันกำลังยิ้มให้ ที่สองหนุ่มเคยเจอมาแล้ว (ในตอนที่ 47 ตุ๊กตารัสเซียจอมเขมือบ)
สองหนุ่มเอ่ยพร้อมกัน”คุณลุง”
“หึหึหึ เจอกันอีกแล้วนะ เด็กน้อยของชั้น อ้อ ยินดีที่ได้พบนะ กัปตันแบล็คฮาร์ท หึหึหึ”
กัปตันแบล็คฮาร์ทเอ่ยถามสองหนุ่ม”พวกเธอเคยเจอ ด้วยรึ”
โออิยักไหล่ ”ครับ”
ยูตอบรับอย่างสบายๆ”ครับ “หันไปแล้วถามชายชุดดำ ”ครั้งนี้ คุณมาทำขายของเหรอครับ”
“ก็ไม่เชิงนะ มาเยี่ยมญาติด้วยน่ะ แหม นึกไม่ถึงเลยนะว่าจะมาเจอพวกเธอที่นี่นะ นี่มันคือเรื่องบังเอิญรึยังไงกัน”
‘คิกๆๆ’เสียงหัวเราะอันแหลมและทุ้มสลับกัน ดังขึ้น “ช่างเป็น มนุษย์ที่น่าหลงใหล ยิ่งนัก”
ทั้งยูและโออิ หน้าซีดตัวแข็ง เมื่อมีใครมาโอบทั้งคู่จากทางด้านหลัง
ชายชุดดำหัวเราะในลำคอ
“อย่าหยอกเค้าเลย ดูสิ ตัวแข็งเป็นหินแล้ว”
สองหนุ่มผงะ ถอยออกห่าง กัปตันแบล็คฮาร์ทเข้ามากันไว้
เจ้าของเสียงสองเพศนั้น คือ ร่างเพรียวระหง ในชุดดำยาว ผมหยักศกสีดำ ผิวขาวซีด ใบหน้างดงาม นัยน์ตาสีแดงฉานราวกับโลหิต รวมแล้วช่างเป็นความงามที่แฝงความอำมหิตไม่ใช่น้อย!
ร่างนั้นยิ้มแย้ม
“ก็นานๆทีจะเจอ มนุษย์ที่น่าหลงใหลนี่นา ท่าน คิกๆๆ ถึงจะเสียของเล่นแก้เบื่อไป”พลางปรายตาไปยังร่างของเจ้าฆาตกรโรคจิตที่โออิมัดไว้ที่ต้นโอ๊ค ” …ก็ไม่เป็นไร ตอนนี้ชั้นเจอของที่น่าสนใจยิ่งกว่าแล้ว คิกๆ ขอตัวก่อน อีกไม่นานคงได้เจอกันแน่ หนุ่มๆ ”ว่าจบร่างนั้นก็พลันหายไป
ชายชุดดำมองท้องฟ้า ที่ตอนนี้เอ่ยขึ้น “ตอนนี้ ธุระของชั้นก็เสร็จพอดี ช่วยได้มากเลยนะ ทั้งสองคน”
สองหนุ่มงุนงง
ชายชุดดำเฉลย” ก็ชั้นน่ะ จะมารับเจ้าซีบัทยังไงล่ะ แล้วพวกเธอก็ช่วยชั้นจัดการมัน เบาแรงชั้นได้มา และตอนนี้ ก็ลาก่อน เราต้องได้เจอกันอีกแน่”
ชายชุดดำเดินหายไปยังความมืด
ในตอนนี้ เหลือสองคนกับอีกหนึ่งวิญญาณ
ยูเอ่ยขึ้น”ที่เหลือก็เรียกตำรวจมาสินะ”
“คงงั้นแหละ”
กัปตันแบล็คฮาร์ทเสนอ ”พวกเธอไปด้วยกันนั่นแหละ เดี๋ยวชั้นจะเฝ้าเจ้า ฆาตกรให้เอง”
โออิโค้งศีรษะเล็กน้อย”ขอบคุณครับ แล้วเราจะรีบมา”ว่าจบหนุ่มหน้ามนก็ลุกขึ้นโดย พยุงเพื่อนซี้ผมชมพูให้เดินทางกลับไร่
พอกลับมาถึง โออิให้ยูนั่งพัก ส่วนตนนั้น นำทางอองรี คนงานและตำรวจให้ไปจับเจ้าฆาตกรโรคจิตที่ตอนนี้ยังคงโดนมัดที่ ต้นโอ๊คใหญ่ พอตำรวจให้เจ้าฆาตกรพาไปยังบ้านพัก ซึ่งเจ้าฆาตกรก็ยอมตามไปแต่โดยดี บ้านของเจ้าฆาตกรนี้ ไม่มีปล่องไฟ และ อยู่ท่ามกลางดงไม้หนาทึบ จนยากที่จะสังเกตเห็น ทางที่จะไปก็ซับซ้อนชวนงง งานนี้ทำเอาทุกคนที่ได้เห็นภายในบ้าน อ้วกแทบพุ่ง เพราะกลิ่นอันน่าขยะแขยงของเศษซาก ที่เจ้าฆาตกรสะสมไว้ มีทั้งลูกกะตา เศษลิ้น นิ้วมือ อุปกรณ์ในการฆ่า และข้อข้องใจที่ว่า ทำไมเหยื่อถึงไม่มีการขัดขืนทั้งๆที่ไม่ได้โดนโป๊ะยาสลบนั้น คือผงนิทรา ที่ใช้โรยให้กระแสลมพัดให้เหยื่อได้สูดผงนี้เข้าไป แค่นี้เหยื่อก็หลับเป็นตายได้เป็นวันๆ จะตรวจจับก็ไม่ได้ พอตำรวจนำตัวเจ้าฆาตกรไปฝากขังและสอบสวน ทำให้รู้ว่าเจ้าฆาตกร ชื่อ กรีนเดล มาร์ก เป็นสาวประเภทสอง ที่ยังไม่ได้แปลงเพศ อายุ 40 เป็นชาวรัสเซียที่อพยพมากับแฟนหนุ่มชาวฝรั่งเศส นับถือลัทธิซาตาน เจ้าหล่อนสารภาพว่า ที่ฆ่าคนนั้นเพราะมีปีศาจสั่งให้ทำ และตนเองก็หลงใหลคนในยามหลับ และอยากให้มาอยู่ด้วยกัน ศาลตัดสินใจประหารชีวิตในทันที เพราะนักโทษรายนี้ เท่าที่ศาลดูจากสภาพโดยรวมแล้ว สติน่าจะมีอยู่ และทางจิตแพทย์ได้มาตรวจดูแล้วไม่สามารถเยียวยาให้นักโทษรายนี้กลับมาเป็นปกติได้และสันนิฐานว่าเหตุที่นักโทษคนนี้เสียสติเหตุมาจากการเก็บกดจากการถูกรังแกดูถูก และ เหตุสะเทือนใจจากการที่ต้องสูญเสียคนรัก สำหรับโทษของเจ้าฆาตกรรายนี้ มันมากมายเสียเหลือเกิน เนื่องด้วย ฆ่าโดยเจตตา มีจัดการวางแผนไว้อย่างดี
ทั้งยูและโออิที่สามารถไขคดีและจับตัวเจ้าฆาตกร ขอให้ทางตำรวจปิดเรื่องที่พวกเค้าไขคดีได้ งานนี้อาจารย์เฒ่าคุโอมะหน้าบาน และภูมิใจที่เจ้าลูกศิษย์ สามารถหาตัวฆาตกรเจอ แต่ทางตำรวจเองก็เสียหน้าพอดู ที่ถูก เด็กหนุ่มชาวเอเชียสองคนไขคดีได้
สำหรับบ้านของเจ้าฆาตกร ยูกับกัปตันแบล็คฮาร์ทได้ทำการนัดแนะไว้ล่วงหน้า ถ้าบ้านหลังนั้นไม่มีเจ้าของ ให้กัปตันรีบปลอมโฉนด และอ้างสิทธิ์ทันที ก่อนที่ทางการจะยึด ซึ่งการคาดการณ์ของยูนั้นเป็นจริง บ้านของเจ้าฆาตกรไม่มีเจ้าของ ไม่มีโฉนด และทางการฝรั่งเศสจะทำการยึดแต่ กัปตันแบล็คฮาร์ทที่พลางตัวเป็นคน ได้นำโฉนด(ปลอม)มาอ้างสิทธิเจ้าของบ้าน โดยอ้างว่า ตนและครอบครัวสร้างบ้านหลังนี้ไว้ใช้สำหรับพักร้อนที่นานๆจะมา แต่เนื่องจากงานยุ่งไม่มีเวลามาดูแล เลยไม่รู้ว่าบ้านจะโดนทางการยึดเพิ่งมารู้เอาตอนที่ตนจะมาพักอยู่ที่นี่เป็นเวลายาวพร้อมครอบครัวในช่วงเวลานี้ ด้วยพลังของกัปตันแบล็คฮาร์ท ทำให้เจ้าหน้าที่ถูกสะกดและเออออ ตามนั้น ทำให้เรื่องทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี กัปตันแบล็คฮาร์ทและเหล่าลูกน้อง(ที่พรางตัวเป็นคน)ได้ทำการขนของเข้าบ้าน สำหรับเศษซากของเหยื่อ ทางการได้จัดการนำไปทิ้งเรียบร้อย บ้านหลังนั้นจึงว่างเปล่า
กัปตันปีศาจได้ปั้นเรื่องว่า ตนนั้นทำงานที่ต้องเดินบ่อยๆไม่ค่อยอยู่บ้าน ไม่ต้องแปลกใจถ้าบ้านจะเงียบ
หลังจากเรื่องวุ่นวายจบลง เจ้าหน้าที่ไม่มายุ่งกับบ้านหลังน้อยในพงหญ้าแล้ว ยูรีบลบความทรงจำเกี่ยวกับบ้านของกัปตันแบล็คฮาร์ท และคนในไร่ทั้งหมดรวมถึงอาจารย์คุโอมะ เพื่อกันไม่ให้ใครไปวุ่นวาย โดยงานนี้ โออิต้องช่วยอีกแรง ทำเอาสองหนุ่มหมดแรงไปตามๆกัน
ตกค่ำ ก่อนที่จะกลับญี่ปุ่น
กัปตันแบล็คฮาร์ทได้เชิญสองหนุ่มแดนอาทิตย์อุทัยให้มาที่บ้าน เหล่าอสูรกายต่าง ดื่มเหล้า และร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน
สองหนุ่ม ร่วมร้องเพลงและเต้นรำกันอย่างสนุกสนานโดยที่โออิเต้นรำกับราเชลแวมไพรตัวน้อย ที่ดูเหมือนว่าในตอนนี้จะติดพี่ชายหน้ามน จากแดนอาทิตย์อุทัยเข้าเสียแล้ว
เลดี้เชลเทียร์ยิ้มละไม”ขอบคุณเธอกับเพื่อนของเธอด้วยนะ ที่ช่วยให้พวกเรามีบ้าน”
“ไม่หรอกครับ พวกคุณมีบ้านอยู่สบายผมก็ดีใจ ใช่มั้ย โออิ”
“จริงครับ น้องๆเค้าจะได้มีที่วิ่งเล่นด้วย”
ราเชลกระโดดกอดคอพี่ชายหน้ามนแน่น”จริงค่ะพี่ ที่นี่กว้างดี หนูกับแซกจะได้วิ่งเล่นกันท่ามกลางแสงจันทร์ซะที”
แวมไพรแซกยิ้มร่า”ใช่ๆ พวกเราอยากวิ่งเล่นใต้แสงจันทร์มานานแล้ว พ่อผมเก่งจังเลย จัดการเจ้าปีศาจร้ายนั่นได้อีกครั้ง”
ยูยิ้ม”ที่จริง พวกผมต้องขอบคุณกัปตันแบล็คฮาร์ทนะครับ ที่ช่วยชีวิตพวกผมไว้ และอีกอย่างกัปตันเท่จริงๆ”
คน?ถูกชมว่าเท่หัวเราะ”ฮ่าๆๆๆๆๆ!! เธอที่ก็พูดเกินไป”
ภายในบ้านจึงมีเสียงเพลง เสียงหัวเราะอย่างมีความสุข
อีกด้าน
ร่างของกรีนเดล มาร์ก นั่งคุดคู้อยู่ที่ห้องขังของเรือนจำฝรั่งเศส รอวันประหารที่จะมาถึงในไม่กี่วันนี้
เสียงชายสลับหญิงดังขึ้น “แย่จริงๆนะ มาเสียท่าเหยื่อแบบนี้”
สาวประเภทสองรีบถลาไปจับชายกระโปรงสีดำ พลางละล่ำถาม“ท่านมาช่วยชั้นใช่มั้ยค่ะ ใช่มั้ย”
“ปล่อย…”
มาร์ทปล่อยมือจากชายกระโปรงสีดำทันที แล้วมองร่างงามระหงของผู้เป็นนายอย่างมีความหวัง
ใบหน้างามยิ้มเหี้ยม “ที่ชั้นมาเพราะ แกทำให้ชั้นได้เจอสิ่งที่น่าสนใจเข้าให้แล้ว…ส่วนแก…”
ร่างของสาวประเภทสองในชุดนักโทษ ก็ล้มตึง
“หมดประโยชน์แล้ว…แต่ชั้นก็เมตตา มาจัดการแกเองนะ…คิกคิกคิก ไปดีกว่า”…รอก่อนเถอะ เหล่าเด็กน้อยที่น่ารัก…รอยยิ้มหวานผุดขึ้นบนดวงหน้างาม จากนั้นร่างงามหายไป เหลือเพียงแต่ร่างอันไร้ชีวิตของนักโทษประหารที่อยู่กลางห้องขัง
วันกลับบ้าน
ที่สนามบินฝรั่งเศส…
สามหนุ่มสองวัยจากแดนอาทิตย์อุทัย ได้รับของตอนแทนจากอองรีเป็นไวท์ชั้นดี หลายขวด โดยที่ค่าภาษีนั้นอองรีได้จัดการจ่ายให้ และยังได้มอบเงินจำนวนหนึ่งให้สองหนุ่มเป็นสินน้ำใจอีกต่างหากเพราะเด็กหนุ่มทั้งสองได้ช่วยแก้วิกฤตของไร่องุ่น ทำให้ คนเริ่มที่จะ มาสมัครงานในไร่องุ่น บางคนที่เคยเป็นลูกจ้างที่ลาออกไปก็กลับมาทำงานอีกครั้ง หลังจากที่รู้ว่า ตำนานปีศาจร้ายแท้จริงมันก็แค่ ฆาตกรโรคจิต ที่ตอนนี้ได้ลาจากโลกไปแล้ว ไร่องุ่นของอองรีในตอนนี้กลับมามีคนงาน มากขึ้นแม้จะไม่เท่ากับช่วงแรก แต่กิจการไร่องุ่นก็ไม่เจ๊งแล้ว และยังสามารถผลิตไวท์ให้ทันเทศกาลชิมไวท์ที่จะถึง อีกด้วย ซึ่งเงินที่เค้าให้นั้น ถ้าเทียบกับสิ่งที่ได้ ก็ถือว่า เล็กน้อย
ยูกับโออิ นั้นรู้มาจากอองรีว่า เจ้าฆาตกรตอนนี้มันได้ตายคาคุกแล้ว สภาพศพ ดวงตากรวงโบ๋ทั้งสองข้าง โดยที่ลูกกะตานั้นอยู่ในอุ้งมือทั้งสอง และ คอถูกบิดจนผิดรูป ใบหน้าบิดเบี้ยวทำให้อัปลักษณ์มากกว่าเดิม และไม่สามารถหาคนกระทำผิดได้ เพราะไม่มีร่องรอยอะไรเลย ทางเรือนจำทำได้แต่บอกไปว่า นักโทษหัวใจวายตาย
ยูทำได้แต่ปลง เค้าพอรู้ล่ะว่า ใครคือฆาตกร ก็นะ สำหรับเจ้านั่นแล้ว คนๆนั้นก็แค่ของเล่นแก้เบื่อนี่นา อีกไม่นานหรอก เรื่องวุ่นวาย ที่อันตรายจะต้องตามเค้ากับโออิ มาแน่ อีกไม่นานหรอก แต่ตอนนี้เค้ามีพวกพ้องที่สามารถพึ่งได้ มาเพิ่มแล้วนี่นา ยู นึกถึงหนังสือเล่มเล็กที่เป็นสื่อกลางที่เค้า นำมาด้วยมันจะทำให้เค้ากับโออิไปยังบ้านของกัปตันแบล็คฮาร์ทได้ ตามที่ต้องการ
พอกลับถึงญี่ปุ่น ยูขอแยกมาหาแม่ที่โตเกียวก่อน
“ฝากลาเรียนให้ชั้นด้วยล่ะโออิ ชั้นว่าพรุ่งนี้จะไม่ไปเรียนน่ะนะ”
“ได้เพื่อน แล้วเจอกันนะ”
“อืม ผมขอแยกตรงนะครับ อาจารย์”
อาจารย์เฒ่ายิ้มให้ “เออ ไปเถอะ เดินทางดีๆล่ะ”
“เช่นกันครับ”
หนุ่มผมชมพู แยกไป สองศิษย์อาจารย์ก็พากันนั่งรถไฟกลับเอ-มง
ระหว่างทาง
โออิ คิดไปคิดมา ก็นึกสงสารเจ้าฆาตกรนั่นอยู่นิดๆ ที่โดนกดดันอย่างหนักและสูญเสียคนที่ตัวเองรักไปอีก จนกลายมาเป็นฆาตกรโรคจิตแบบนี้ บางที หากคุณกรีนเดล มาร์ก ไม่โดนกดดันจากสังคม เค้าอาจจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข และไม่โดนปีศาจร้ายมาครอบงำก็ได้ ในตอนนี้เค้ารู้สึกว่า ตัวเค้ากับเพื่อน อีกไม่นาน ต้องเจอกับเรื่องวุ่นวาย ที่อันตรายแน่ เพียงแต่ไม่รู้ว่า เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ มันมาแน่ ก็นะ พวกเค้าสองคนมันเนื้อหอมนี่นา
หนุ่มหน้ามนเอนหลังบนเก้าอี้บนรถไฟฟ้า อย่างอ่อนล้า แต่ในตอนนี้ เค้าอยากจะพักสักหน่อยเพราะตัวเค้าเจอเรื่องวุ่นวายมามากแล้ว มากแล้วจริงๆ
ณ ห้องพัก ซาคากิ
ซาคากิ ชิโยโกะ กลับจากที่ทำงาน ใช่ ในตอนนี้เธอทำงานแปลภาษาให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้เธอมารายได้พอที่จะเลี้ยงตัวเอง เธอเคยพยายามที่จะส่งเงินไปให้ลูกชายที่อยู่ที่เมืองเอ-มง แต่เจ้าตัวไม่รับ หญิงสาวปลดหนังยางที่รวบผมไว้ทำให้ผมสีชมพูนั้นยาวสยาย เข้าห้องมาก็พบว่ามีรองเท้าของใครบางคน? วางไว้อยู่ เธอไปที่ห้องนั่งเล่นก็พบว่า ลูกชายของเธอ กำลังนอนหลับบนโซฟาอย่างอ่อนล้า
หญิงสาวยิ้มด้วยความเอ็นดู “ของในตู้เย็นหมดพอดี”
เธอรีบคว้ากระเป๋าตังค์ไปที่ซุปเปอร์ฯที่อยู่ไม่ไกล
ยูลืมตาตื่นมาก็ได้กลิ่นหอมๆของกราแตง ครีมปู ของโปรด ของตน
“ตื่นแล้วเหรอลูก มากินกราแตงครีมปูเร็ว กำลังร้อนเชียว”เสียงหวานของผู้เป็นแม่ดังขึ้น
“ครับ”
กราแตงครีมปู ร้อนๆเสิร์ฟพร้อม ขนมปังฝรั่งเศส ซุปมะเขือเทศ สลัดผัก และน้ำส้มคั้น ซึ่งทุกอย่างล้วนเป็นของโปรดของคุจิยะ ยู
เด็กหนุ่มลงมือกินทันที
ผู้เป็นแม่มองลูกชายที่กำลังกินมื้อเย็นที่ตนลงมือทำให้อย่างสุดฝีมือ อย่างเอ็นดู นานๆที เค้าจะมาหาเอง
“ช่วงนี้ว่างแล้วเหรอจ๊ะ ลูก ถึงมาหาแม่ได้น่ะ”
ยูหยุดกินอาหาร”คือ ผมอาจารย์ชวนผมไปฝรั่งเศสมาน่ะครับ แล้วได้ไวท์เป็นของฝากผมเลยเอามาฝากแม่น่ะครับ”
“เหรอจ๊ะ เห็นยูสบายดี แม่ก็ดีใจแล้วล่ะนะ แล้ว กับโควมิจังล่ะ เป็นยังไงบ้าง ยังรักกันดีอยู่ใช่มั้ย”
“ครับแม่ เรายังรักกันดีครับ”
“ว่างๆก็พามาหาแม่บ้างสิ แม่อยากเจอ”
“ได้ครับ ถ้ามีโอกาส ผมจะพามา”
สองแม่ลูกรับประทานอาหารเย็นอยู่นาน ยูก็ขอเป็นฝ่ายล้างจานให้
ชิโยโกะจึงมานั่งที่ห้องนั่งเล่น “วันนี้ลูกจะค้างใช่มั้ยจ๊ะ”
“ครับ ตอนนี้ กว่าจะถึงเอ-มง ก็คงตีหนึ่งตีสองพอดี”
“ลูกรับงานสืบคดีอะไรรึเปล่าจ๊ะ”
ยูสะอึกไปทีหนึ่ง “แม่รู้ได้ยังไงครับ”
“พอดี โควมิจังโทรมาหาแม่ บ่อยๆน่ะสิ เค้าเป็นห่วงลูกมากเลยนะ”
“แล้วสำหรับแม่ แม่คิดว่า ยังไง”
“อืม…แม่คิดว่า ลูกน่ะเก่งนะ เอาตัวรอดได้ เพราะแม่เชื่อใจลูกนะ พ่อของลูกก็คงคิดแบบนี้เหมือนกัน แต่ถึงยังไง ลูกก็ควรที่จะห่วงตัวเองบ้าง ไม่ใช่แค่แม่เท่านั้นที่จะเสียใจ โควมิจังเองก็เหมือนกันนะ”
“ครับ ผมจะจำไว้”
จากนั้นสองแม่ลูก ก็สนทนากันต่อในหลายๆเรื่อง และวันต่อมา ยูก็ลาแม่กลับไปที่เมือง เอ-มง การที่เค้าได้กลับมาหาแม่แบบนี้ มันทำให้เค้ามีกำลังใจและ อย่างน้อยก็ทำให้เค้าสามารถลืมอาการเหนื่อยล้าจากการไปสืบคดีที่ฝรั่งเศสได้บ้าง ก็นะคดีนี้ มันก็หนักเอาเรื่อง ที่ต้องมาเป็นเหยื่อล่อเจ้าฆาตกร และคิดวิธีจัดการปีศาจอีก เด็กหนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมมองออกไปนอกหน้าต่างรถไฟฟ้า พลางคิดว่า เหตุการณ์ที่เค้าไปเจอมาที่ฝรั่งเศสนั้น มันช่างวุ่นวาย วุ่นวายเสียจริงๆ…
จบ ตอน อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว
มาอัพแล้วจ้า ตามสัญญาค่ะ ต่อไปนิกซ์จะพยายามอัพตอนต่อไปต่อนะ ถึงยังไง ก็ขอฝาก เรื่องสั้นเรื่องใหม่ของ นิกซ์ด้วยนะคะ
เรื่อง วันๆของนิกซ์ก็ยังงี้แหละ ลิงค์ http://www.keedkean.com/story/KK0008731.html
เป็นเรื่องสั้น เรื่องล่าสุดที่ออกมาเลยนะคะ
สุดท้าย นิกซ์จะขอฝากข้อความเล็กๆน้อยๆนะคะ
"ระฆังดังเพราะคนตี นิยายดี เพราะมีคนอ่าน(และเม้น)นะคะ"
ขอบคุณค่าาาาาาา
รักคนอ่านทุกคนนนนนนนนนน
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ