อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง

8.9

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.

  59 ตอน
  18 วิจารณ์
  28.56K อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

51) อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว 2

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

ยูทุบไหลตัวเองเบาๆเพื่อแก้เมื้อยขบ หลังจากที่เดินตรวจโรงเรียนแทนอาจารย์คุโอมะแล้ว เค้ากับโออิก็ขอนอนพักที่บ้านของอาจารย์เสียเลย “บ้าจริงวันหยุดแทนที่จะได้นอนสบายๆในบ้านนะครับ”

“หึหึหึ อยากไปเที่ยวต่างประเทศไหมล่ะ”

โออิทำหน้าเหม็นเบื่อทันที”มาอารมณ์ไหนเนี่ย อาจารย์”

“นี่…นี่อย่าทำหน้าบูดใส่ชั้นสิ เพื่อนชั้นที่ฝรั่งเศสส่งตั๋วมา ที่บ้านเพื่อนชั้นตอนนี้กำลังจะจัดเทศกาลไวท์ สนุกนะ”

โออิรีบปฏิเสธทันทีเพราะไม่เก่งภาษา”ขอบายล่ะครับ”

แต่ยูกลับกอดคอเพื่อนซี้”ไปเหอะน่า ไปกันสามคน อาจารย์ ชั้นและก็นาย ไม่ต้องไปบอกรินจังหรอก”แต่โออิ ยังคงปฏิเสธที่จะไป ยูจึงต้องหว่านล้อมนานมาก เมื่อโดนหว่านล้อมจากเพื่อนซี้ หนุ่มหน้ามนก็จำยอม

 

สองวันต่อมา…

สนามบินประเทศฝรั่งเศส

 

สามหนุ่มสองวัยถือกระเป๋า ลงจากเครื่องด้วยความอ่อนเพลีย เพราะการเดินทางครั้งนี้มันกะทันหันสุดๆ เนื่องจาก ชมรมเคนโด้ต้องจัดการไปแข่งเคนโด้ในจังหวัด ทำให้สองวันก่อนวุ่นไปหมด

โออิบ่นอุบ ”ครั้งหน้าไม่เอาแล้วนะครับ’จารย์ มาแบบนี้”

อาจารย์เฒ่าหัวเราะลั่น“บ่นแบบนี้ เดี๋ยวแฟนก็หนีหรอก”

“ปากเหรอนั่น อาจารย์!”หนุ่มหน้ามนจัดการล็อคคออาจารย์ที่เคารพ?

“ปล่อยชั้นๆ โอ๊ย”

ยูที่เงียบอยู่นานจึงห้าม”หยุดเถอะน่าโออิ อาจารย์ครับ เพื่อนของอาจารย์เค้าจะมารับรึยัง”

อาจารย์เฒ่าหลุดจากการล็อคคอของเจ้าศิษย์แสบ ก็ชะเง้อหาเพื่อนที่น่าจะชูป้ายต้อนรับพวกตน”ไหนน่า…โอ๊ะ! เจอแล้วๆ”

อาจารย์คุโอมะ ตรงไปหาชายหนุ่มท่าทางภูมิฐาน ผมสีดำ ผิวสีแทน ในชุดลำลองสบายๆ

เพื่อนต่างวัยต่างทักทายกันอย่างยินดี

อาจารย์หันมาแนะนำลูกศิษย์ทั้งสองให้กับเพื่อน “อองรี นี่ลูกศิษย์ชั้นเอง ชื่อ คุจิยะ ยู ส่วนนี่ ชิเมรุ โออิ”[ภาษาฝรั่งเศส]

สองหนุ่มโค้งเคารพ ยูเป็นฝ่ายทักทาย “ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณอองรี"[ภาษาฝรั่งเศส]

อองรีแปลกใจที่เด็กหนุ่มอีกคนไม่พูดจา ยูพอตัวความคิดของอีกฝ่ายออกจึงแก้ต่างให้เพื่อนซี้ “เพื่อนผมพูดภาษาฝรั่งเศสไม่ได้น่ะครับ”[ภาษาฝรั่งเศส]

“อ๋อ เหรอ แล้วภาษาอังกฤษล่ะ” [ภาษาฝรั่งเศส]

ยูหันไปถามเพื่อนซี้”นายพูดได้รึเปล่า ภาษาอังกฤษน่ะ”

“ได้แล้วยูคุง พี่ของผมมาสอนให้น่ะ”

ยูหันไปตอบ”ได้ครับ” [ภาษาฝรั่งเศส]

“ดี งั้นชั้นจะพูดกับพวกเธอเป็นภาษาอังกฤษนะ น่าจะเข้าใจกันได้ทุกคน”[ภาษาอังกฤษ]

ระหว่างนั่งรถไปที่ไร่องุ่น อองรีก็เล่าเหตุฆาตกรรมที่เกิดขึ้นให้สองหนุ่มฟัง (ใครไม่รู้ไปอ่านตอน อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว 1 นะค่ะ: นิกซ์)

“เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ พวกเธอสองคนพอจะช่วยสืบได้ไหม”[ภาษาอังกฤษ]

สองศิษย์มองอาจารย์เฒ่าตาเขียว ยูถอนใจ เค้านึกแล้วว่ามันต้องเป็นแบบนี้ “ตกลงครับ ผมจะลองดู”[ภาษาอังกฤษ]

พอมาถึงที่ไร่ อองรีได้นำสามหนุ่ม สองวัยมาที่ห้องพัก โดยห้องพักของทั้งสามเป็นห้องเดียวและติดกัน อยู่ในคฤหาสน์หลังใหญ่ของอองรี

หลังจากที่เอาสัมภาระมาเก็บ ทั้งสามก็ถูกเชิญไปร่วมทานอาหารเย็น สไตล์ฝรั่งเศส ที่มีของหรูทั้งฟัวกราส์ คาเวียร์ เห็ดทรัดเฟิ้ล

สามหนุ่มสองวัยกำลังรับประทานอาหารพลางจิบไวท์เลิศรสที่ทางไร่ทำเอง ไปพร้อมๆกับอองรี

หนุ่มผมชมพูสวมหมวกไหมพรมดำชมเป๊าะ “รสเยี่ยมจริงๆ นุ่มลิ้นมากครับ คุณอองรี” [ภาษาอังกฤษ]

“ใช่ไหมล่ะ มันเป็นเพราะ เราเก็บองุ่นในคืนพระจันทร์เสี้ยวยังไงล่ะ”[ภาษาอังกฤษ]

โออินึกสงสัย “แล้วถ้าเก็บในคืนอื่นล่ะครับ รสชาติขององุ่นจะเป็นยังไงครับ”[ภาษาอังกฤษ]

เจ้าของไร่ตอบตามประสาคนอารมณ์ดี“ไม่อร่อยน่ะสิ ที่นี่ จะเก็บองุ่นขาวในตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนที่นี่จะเก็บองุ่นแดงและดำ คืนที่จะเก็บองุ่นก็จะเก็บในคืนพระจันทร์เสี้ยว เพื่อให้ได้องุ่นรสเลิศ”[ภาษาอังกฤษ]

โออิถามต่อ”แล้วที่อื่นเค้า เก็บองุ่นในคืนพระจันทร์เสี้ยวบ้างไหมครับ”[ภาษาอังกฤษ]

“ก็มีนะ แต่องุ่นที่ได้ก็ไม่อร่อยเท่ากับที่นี่ นี่ชั้นไม่ได้โม้นะ”[ภาษาอังกฤษ]ว่าจบอองรีก็จิบไวท์ไปอึกใหญ่ แล้วหันไปสนทนากับเพื่อนซี้รุ่นเดอะ

“ลูกศิษย์ของคุณคนนี้ ช่างพูดมากนะครับ ส่วนอีกคน…”[ภาษาอังกฤษ]อองรีสังเกตเห็นว่าหนุ่มผมชมพูเอาแต่เงียบทำหน้าราวกับคุ้นคิดอะไรสักอย่างตั้งแต่เริ่มคิดข้าวแล้ว

อาจารย์คุโอมะที่หน้าเริ่มแดงเพราะฤทธิ์ไวท์ชั้นยอดเอ่ยขึ้น”เจ้ายูมันก็เป็นแบบนี้แหละ มาดื่มกันต่อเถอะ ฮ่าๆ” [ภาษาอังกฤษ]

อองรีพยักหน้ารับแล้วจิบไวท์พลางกินอาหารต่อ

สำหรับยูนึกแปลกใจ ว่าทำไมที่นี่ ถึงจะมีเหตุฆาตกรรมแต่เค้ากลับไม่สามารถมองเห็นวิญญาณได้เลย…พรุ่งนี้คงต้องไปดูที่เกิดเหตุสินะ…

หลังจากที่ร่วมกันทานอาหารเย็นแล้ว ทั้งสามก็แยกไปพักที่ห้องตน

วันต่อมา

เวลาสาย

หลังอาหารเช้า ยูได้ขอให้อองรีพาพวกเค้าไปยังที่เกิดเหตุ “ ผมกับโออิขอสำรวจแถวนี้ก่อนนะครับ อาจารย์กับคุณอองรีกลับไปก่อนเถอะครับ”[ภาษาอังกฤษ]

อองรีแย้ง“ทำไมล่ะ”[ภาษาอังกฤษ]

“ผมกับโออิต้องการสมาธิน่ะครับ ไม่ต้องห่วง เจ้าฆาตกรนั่นมันไม่ลงมือทำอะไรพวกผมหรอกครับ ตอนนี้มันเป็นตอนกลางวัน อีกอย่างผมกับโออิก็เป็นผู้ชายทั้งคู่ เจ้าฆาตกรนั่นคงจะไม่กล้าทำอะไรหรอกครับ”[ภาษาอังกฤษ]

คุโอมะจับบ่าของเพื่อนซี้ “เชื่อมือเด็กสองคนนี้ เถอะนะ”[ภาษาอังกฤษ]

“ก็ได้ครับ”[ภาษาอังกฤษ]

พอลับร่างของอาจารย์และอองรีแล้ว สองหนุ่มก็เริ่มสำรวจพื้นที่ท้ายไร้ พวกเค้าเริ่มไปยังที่ๆพบศพของเหยื่อรายล่าสุดที่ต้นโอ๊คใหญ่ที่ตอนนี้ยังเหลือคราบเลือดเอาไว้

หนุ่มหน้ามนหันไปถามเพื่อนซี้ “ยูคุงนายสัมผัสอะไรได้บ้าง”

“ไม่ นายลองเรียกวิญญาณดูสิ”ว่าจบยูก็ส่งรูปของฌอง ที่เค้าไปขอมาจากอองรีให้กับโออิ

โออิรับรูปมาดูก่อนจะเพ่งจิตเรียกฌอง อยู่นาน…

“ทำไมไม่มา ราวกับไม่มีวิญญาณอยู่ที่นี่”

ยูขมวดคิ้วก่อนจะเข้าไปสัมผัสที่รอยเลือดแล้วใช้พลัง เพ่งย้อนเวลา หากแต่มันไม่ได้ผล “มีบางอย่างผิดปกตินะเพื่อน”

“นายเองก็สัมผัสไม่ได้สินะ”

ในตอนนี้ยูนึกสนุก “เรามาลองงีบได้ต้นไม้นี่ดูดีไหมเพื่อน”เด็กหนุ่มก็ล้มตัวนอนที่ใต้ต้นโอ๊คที่เกิดเหตุล่าสุด

“นายท่าจะเพี้ยนแล้วนะ ยูคุง”

“เปล่า ชั้นแค่อยากจำลองเหตุการณ์ดูน่ะ  ถ้านายไม่ง่วง ก็เดินลำสำรวจแถวนี้ก่อนก็ได้เผื่อได้เบาะแสเพิ่มก็ได้”ว่าจบก็เอาหมวกไหมพรมสีดำมาปิดหน้า หลับทันที

“นายนี่มัน”หนุ่มหน้ามนตัดสินใจที่จะไปสำรวจเอง เพราะเค้ามั่นใจว่าไม่มีใครทำอันตรายเพื่อนซี้หัวชมพูคนนี้ได้หรอก  โออิถอนหายใจอย่างหน่ายๆเค้าตัดสินใจเดินสำรวจท้ายไร่ด้วยตัวคนเดียว

 

“คิกคิกคิก ว้าวๆ น่ารักจัง อยากได๊อยากได้ ทั้งหัว ทั้งตัว ช่างหล่อเหลาอะไรอย่างนี้ อยากได้ๆ แต่มันยังไม่ถึงเวลานี่สิ ทำไงดีอ่ะ เค้าจะมาที่นี่อีกมั้ย” หญิงสาวร่างผอมผมดำยาว ผิวขาวซีด ในชุดกระโปรงสีชมพูยาวคลุมเข่า กำลังเมียงมองไปยังร่างที่กำลังนอนใต้ต้นโอ๊คที่เปื้อนเลือดของเหยื่อรายล่าสุด

“งั้นลงมือเลยสิ คืนพรุ่งนี้ก็เกิดพระจันทร์เสี้ยวแล้ว เด็กนั่นต้องมาอีกแน่”เสียงปริศนากระซิบที่ข้างหูร่างบาง

“จริงเหรอ? จริงสินะ รอก่อนก็ได้ แต่ตอนนี้ ขอเฝ้ามองก่อนก็แล้วกัน”ร่างบางรำพึง เธอต้องยอมรับว่าเด็กหนุ่มที่กำลังนอนหลับอยู่นั้นช่างมีเสน่ห์ดึงดูด ช่างเป็นความงามที่น่าหลงใหลเสียเหลือเกิน

 

ทางด้านโออิ

ในตอนนี้เด็กหนุ่มหน้ามนที่เดินสำรวจท้ายไร่อยู่นั้น เค้ารู้สึกว่าตัวเองกำลังเดินมาไกลเหลือเกินแต่ถึงกระนั้นเค้ากลับไม่รู้สึกเหนื่อยเลยสักนิด เค้ารู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เค้าเดินเข้าไปยังหมู่แมกไม้อันหนาทึบ พอผ่านแมกไม้อันหนาทึบมาแล้ว ก็เห็นทุ่งหญ้าอันเขียวขจี มีกระท่อมเล็กๆดูน่ารักคล้ายบ้านขนมหวานในนิทานตั้งอยู่ ถึงแม้ว่าจะดูร่มรื่นย์และสวยงามแต่สำหรับหนุ่มหน้ามนกลับรู้สึกสะอิดสะเอียนและขยะแขยงในสถานที่แห่งนี้เสียเกิน

โออิรู้สึกว่าที่นี้ดูเงียบเกินไป เค้าค่อยๆเดินสำรวจบริเวณกระท่อมอย่างระมัดระวัง พอเดินมาท้ายกระท่อมก็พบกับขวานสอง หนึ่งขนาดใหญ่อันนี้สามารถสับร่างคนให้ขาดได้ด้วยการจามเพียงครั้งเดียว อีกอันคือขวานด้ามเล็กขนาดเหมาะมือ ที่ยังมีคราบเลือดที่แห้งกรังติดอยู่ หนุ่มหน้ามนถึงกับผวา แต่ก็รวบรวมสติกลับมา ลองลอบมองภายในกระท่อม สิ่งที่เค้าได้เห็นนั้น ทำเอาเค้าอยากจะสำรอกเอาของเก่าที่เพิ่งกินไปเมื่อเช้าออกมา เด็กหนุ่มต้องเอามือปิดปากไว้กันอ้วก ภายในกระท่อมนั้น มีเครื่องในของ และอวัยวะบางส่วนของมนุษย์เช่น ตาและลิ้น แขวนและวางอยู่มากมาย ทำไมเค้าถึงรู้ว่ามันคืออวัยวะของมนุษย์อย่างนั้นน่ะเหรอ? ก็เพราะว่า เค้าเห็นลูกกะตาสีต่างๆของมนุษย์ที่เพิ่งถูกควักมามากมายในโหลแก้วทีมีน้ำภายใน โออิเข้าไปใกล้กระท่อมเพื่อที่จะ สำรวจให้ชัดๆ เค้าเริ่มได้กลิ่นอันเน่าเหม็นเน่าของซากศพโชยมาจากภายใน เพราะกระท่อมหลังนี้แน่นหนา หน้าต่างทุกบานปิดสนิท จึงทำให้ไม่มีใครได้กลิ่นเหม็นเน่า หนุ่มหน้ามนสังหรณ์ใจไม่ดีเอาเสียแล้ว เค้าค่อยๆลอบออกจากบริเวณกระท่อมอย่างเงียบๆ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พ้นเขตกระท่อม หนุ่มหน้ามนก็รู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังมา เค้ารีบซ่อนตัวในพุ่มไม้อย่างระมัดระวัง คนที่เข้ามาคือ หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ หน้าตานั้นไม่ได้สวยงามซักเท่าไหร่ ผมดำยาวนั้นดูยุ่งเหยิง เธอเดินเข้าไปในกระท่อมอย่างเริงร่า โออิรู้สึกขยะแขยงผู้หญิงคนนี้เอามากๆ

เมื่อหญิงสาวเข้ากระท่อมไปแล้ว หนุ่มหน้ามนก็รีบออกจากพุ่มไม้ไปยังไร่

พอมาถึงต้นโอ๊ค ก็พบเพื่อนซี้ยืนรออยู่

ยูยิ้มเพราะรู้ว่าเพื่อนของเค้าพบหลักฐานแล้ว “เก่งดีนี่โออิ”

“นายรู้เหรอ”

“ชั้นรู้แค่ว่า ชั้นโดนเพ่งเล็งแล้ว คืนพรุ่งนี้”

“เหรอ งานนี้ทำเอาชั้น จะกระเดือกเครื่องในไม่ลงไปนานเลย”

ยูเข้าตบบ่าเพื่อน “เรากลับไปที่ไร่ก่อนเถอะ”

สำหรับยู ในตอนนี้ เค้าต้องกลับไปเตรียมแผนรับมือ เจ้าฆาตกรโรคจิต ที่มีบางอย่างที่หนุนหลังอยู่

 

 

ติดตามต่อในตอน อาถรรพ์คืนพระจันทร์เสี้ยว 3 นะค่ะ รักนะค่ะ คนอ่านทุกคน

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา