อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง

8.9

เขียนโดย นิกซ์

วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.

  59 ตอน
  18 วิจารณ์
  28.53K อ่าน

แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น

แชร์เรื่องสั้น Share Share Share

 

28) อ่านให้จบ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
"ในห้องสมุดของโรงเรียนเอ-มงนั้น ที่ชั้นในสุด ที่อยู่ ลึกที่สุด ชั้นบนสุด ริมซ้ายสุด...จะพบหนังสือเล่มบางๆสีแดง...มันแดงฉานดุจเลือด ว่ากันว่าหากใครได้อ่านมันจะได้พบความมหัศจรรย์ที่สุด ชนิดที่ใครไม่เคยได้อ่าน หากสามารถอ่านมันจบ สิ่งที่เราปรารถนาจะเป็นจริง... ถ้าหากมันมีตอนจบล่ะนะ..."เด็กสาวคนหนึ่งเล่าจบ ก็มีเสียงเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับเสียงที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ดังขึ้น
"ทำอะไรกัน! ผมแค่ไปทำธุระที่ชนรมเคนโด้แค่นี้ พวกเธอกลับคุยกัน ดูรุ่นพี่พวกคุณเป็นตัวอย่างสิ ไม่ทำสมาธิผมไม่ว่าแต่คุยกันแบบนี้มันรบกวนคนอื่นนะรู้ไหม!"หนุ่มหน้ามนดุใส่รุ่นน้องสองสาวที่อยู่ม.ต้น คือสึบากิ และริน ที่กำลังนั่งคุยกันอย่างสนุกปากในขณะที่สมาชิกชมรมคนอื่นทำสมาธิ
สวัสดีคะ ลืมชั้นกันรึยัง ชั้นโอนิฮาระ ริน ตอนนี้กำลังโดนรุ่นพี่โออิ ประธานชมรมเทศนาอยู่คะ โธ่ทำสมาธิอะไรกัน น่าเบื่อ:p
"ริน!เธอฟังอยู่รึเปล่า!"
"คะ..ค่า"
โออิพ่นลมหายใจอย่างไม่สบอารมณ์"ถ้าขืนยังเป็นยังงี้ต่อผมจะขอให้พวกเธอสองคนย้ายไปอยู่ชมรมอื่นซะแล้ว ผมไม่ง้อใครหรอกนะ แต่ผมไม่ชอบคนที่มารบกวนคนอื่น ถ้ายังมีเหตุการณ์แบบเดิมอีก ผมไล่ออกจากชมรมแน่!"
สองสาวที่โดนเทศนานั้นช็อค ปกติพวกเธอมักจะโดนโออิ ประธานชมรมดุเป็นประจำแต่ครั้งนี้ ดูเหมือนว่ารุ่นพี่โออิจะฟิวส์ขาด
รุ่นพี่สาว มิจิโยะจึงไกล่เกลี่ย"โออิคุง ไม่เห็นต้องดุเลยนี่นา"
"มิจิโยะซังผมจะไม่ดุขนาดนี้หรอกถ้ามันเพิ่งเกิดขึ้นแค่ครั้งสองสองครั้งแต่นี้มันเกิดขึ้นแทบทุกครั้งที่สองคนนี่เข้าชมรม"
มิจิโยะส่ายหน้าเธอรู้จักโออิพอสมควร ปกติหนุ่มหน้ามนจะอารมณ์ดีไม่ซีเรียสกับอะไรมากแต่เวลาโกรธทีนี่สิน่ากลัวจนเพื่อนซี้อย่างยูต้องถอยหนี เธอจึงหันไปบอกกับรุ่นน้องสองสาว"เอาเถอะคราวหน้าก็อย่าทำแบบนี้ล่ะนะ สึบากิ ริน โออิเป็นคนพูดจริงทำจริงนะ"
สองสาวพยักหน้ารับคำ
สำหรับรินนั้นที่เธอเข้ามาชมรมชงชาก็เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับคนที่เธอแอบชอบ ถึงแม้ว่าเธอจะได้ข่าวว่ายูมีแฟนแล้ว แต่เธอเชื่อว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ พักหลังๆเธอไม่ค่อยเห็นคนๆนั้นมาที่ห้องชมรมเลยมันทำให้เธอรู้สึกหวั่นใจ จะถามรุ่นพี่โออิก็รู้อยู่แล้วว่าเค้าจะไม่ตอบ...แอบตามไปดีกว่า...
หลังชมรมเลิก 
รินรู้ดีว่าโออิจะต้องไปที่ชมรมเคนโด้เป็นประจำ 
"ริน ตามรุ่นพี่โออิแบบนี้จะดีเหรอ"สึบากิเอ่ยถามเพื่อนสาวด้วยความหวาดกลัวเพราะตอนอยู่ในชมรมเพิ่งโดนรุ่นพี่คนนี้ดุมาหมาดๆ
"ไม่เป็นไรหรอกน่า อย่ากลัวเลย"
และแล้วภาพที่เธอเห็นที่ชมรมเคนโด้คือรุ่นพี่ที่เธอแอบชอบนั้นกำลังดื่มน้ำโดยมีรุ่นพี่ผู้หญิงอีกคนที่เธอจำได้ว่าชื่อโควมิกำลังซับเหงื่อให้
ทางด้านโออินั้นไม่รู้ตัวว่าถูกตาม เค้ามาที่ชมรมเคนโด้ตามปกติ ตอนนี้เห็นเพื่อนซี้ของเค้ากำลังให้แฟนสาวซับเหงื่อให้"รักกันจังนะ"
โควมิเอ็ดทันที"โออิคุงอย่าแซวสิ อายเค้า"
ยูยิ้มน้อยๆ"ไม่เห็นต้องอายเลย คนไม่เยอะ คนรู้จักกันทั้งนั้น เนาะรุ่นพี่"
รุ่นพี่หลายคนที่กำลังพักทั้งชายหญิงที่มีอยู่ไม่ถึงสิบคนยิ้มให้ ยูหันมาเอ่ยกับแฟนสาว"เห็นม่ะ โออิแกต้องมาเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวด้วยนะเฟ้ย"
"ได้ๆ เดี๋ยววันนั้นชั้นจะนำรูปที่แอบถ่ายพวกนาย ออกมาโชว์ให้แขกดูซะเลย"
หนุ่มหัวชมพูจะเข้าไปตบหัวเพื่อนซี้หหน้ามนหากแต่โออิไวกว่าเข้าไปหลบหลังโควมิ
โควมิบ่น"เล่นกันเป็นเด็กๆไปได้ ทั้งสองคน อย่างนี้โออิคุงจะมีแฟนไหมเนี่ย"
โออิยักไหล่"ไม่รู้สิ ผมยังไม่เจอคนที่ถูใจเลย"
ยูยิ้มเอ่ยขึ้น"เดี๋ยวแกก็เจอเองแหละ เพื่อนเอ๋ย ขนาดชั้นยังเจอเลย"ว่าจบก็เข้าไปโอบไหล่แฟนสาว
ภาพที่ยูโอบไหล่แฟนนั้นทำเอา โอนิฮาระ ริน เด็กสาววัยสิบสามใจสลาย...เธอวิ่งออกไปจากตรงนั้นในทันทีโดยมีสึบากิตั้งท่าจะตามไปหากแต่โดนกักตัวไว้
ใบหน้าของรินนั้นเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เธอนึกถึงเรื่องเล่าของเพื่อนสาว เธอจึงตัดสินใจไปที่ห้องสมุดทันที "ไปที่ชั้นในสุด ที่อยู่ลึกที่สุด ชั้นบนสุด ริมซ้ายสุดอ๊ะ เจอแล้วๆ”มือเล็กนั้นหยิบหนังสือเล่มบางๆที่มีสีแดงฉานราวกับเลือดออกมา”เท่านี้ชั้นก็สมหวังแล้ว”ว่าจบเธอก็เริ่มอ่าน
‘กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นี้คือเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ช้าไม่นานมานี้ มีเด็กสาวผู้น่ารักนามว่าริน เธอได้ไปดูงานแสดงดนตรี ที่นั่นทำให้เธอได้พบกับ…นักดนตรีหนุ่มรูปงาม ที่มีเสียงที่ไพเราะ ด้วยหน้าตาอันหล่อเหลา น้ำเสียงที่มีเสน่ห์ บุคลิกอันงามสง่าดุจเจ้าชาย ทำให้สาวน้อยผู้น่ารัก ริน ตกหลุมรักเค้าอย่างหมดหัวใจ หากแต่เธอกับ…’และแล้วความง่วงก็เข้ามาทักทายสาวน้อยที่กำลังอ่านหนังสือ…รินพยายามสะบัดหัวไล่ความง่วงออกไปแต่ไม่ได้ผลความง่วงยังคงก่อกวนเธอ สักพักเธอก็ยอมแพ้กับความง่วง เธอหลับคาหนังสือ
เด็กสาวมานั่งตรงโต๊ะข้างหลังสุดเพื่อไม่ใครสังเกตเห็น
ทางด้านสึบากิที่โดนกักตัวไว้นั้นเธอโดนกักตัวโดยโออิ
หนุ่มหน้ามนเอ่ยถาม”ตามผมมามีอะไรรึ”
“ปะ..เปล่าคะ”
“โกหก”คำว่าโกหกของหนุ่มหน้ามนทำเอาเด้กสาวสะดุ้ง
หนุ่มหน้ามนเอ่ยต่อ”รินมากับเธอด้วยสินะ”
ยูเอ่ยขัด”ชั้นจัดการเอง นายไปที่ห้องสมุดเถอะ ชั้นสังหรณ์ใจว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่”
“ชั้นขอตัวก่อนนะยูคุง”
หนุ่มหน้ามนรีบวิ่งไป ยูจึงใช้พลังของตนกับสึบากิ”ลืมเรื่องที่เห็นในตอนเย็นซะ แล้วกลับบ้านไป”
“คะ”เด็กสาวทำตามอย่างว่าง่าย โชคดีที่ตอนนี้ทั้งเค้าและแฟนสาวอยู่กันที่หน้าห้องชมรมที่ไม่มีใคร
ทางด้านโออิ
โออิได้เร่งฝีเท้าเข้าไปในห้องสมุด เค้ารู้สึกถึงอาถรรพ์บางอย่างที่รุนแรง เค้าตรงไปยังด้านหลังสุด ก็พบร่างของรินกำลังหลับคาหนังสือสีแดง เค้ารู้แล้วว่าทำไมถึงไม่มีใครอ่านนิทานเล่มนี้จบ มันเป็นเพราะปีศาจที่สิงอยู่ในหนังสือเล่มนี้ มันจะคอยให้เหยื่อมาอ่านแล้วทำให้เหยื่อหลับใหลจากนั้นก็ค่อยๆดึงเอาวิญญาณออกไป หนุ่มหน้ามนตัดสินใจหยิบหนังสือนิทานสีแดงมาอ่านต่อ อ่านต่อในแบบของเค้าเองเพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่ามันไม่มีตอนต่อน่ะสิ เค้าด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เค้าตัดสินใจเล่าต่อในแบบฉบับของตน”หากแต่เธอกลับไม่กล้าแม้แต่จะไปเจรจากับนักดนตรีหนุ่ม เธอมักจะคอยเฝ้ามองเค้าอยู่ห่างๆเท่านั้น โดยหารู้ไม่ว่านักดนตรีผู้นั้นมีหญิงสาวที่คบหากันอยู่แล้ว นักดนตรีหนุ่มกับหญิงสาวคนรักได้ทำการหมั้นหมายกันอย่างเงียบๆและเรียบง่าย สาวน้อยรินมารู้ความลับเธอใจสลายเธอ เธอถูกความรักทำร้ายเสียแล้ว…”
ทางด้านรินในตอนนี้จิตวิญญาณได้อยู่ในหนังสือโดยที่ไม่รู้ตัวเธอดำเนินเรื่องไปตามบทที่ถูกเล่าหากแต่ในใจนั้นคิด…เราโดนความรักทำร้ายเราอยู่เหรอ…เสียงใครน่ะ อ่อนโยนจังเลย…
“เธอพยายามใช้มนต์ดำจัดการกับหญิงคนรักของนักดนตรีหนุ่ม หญิงคนนั้นต้องคำสาปนิทรา นักดนตรีหนุ่มตัดสินใจจะฆ่าตัวตายหากแต่พ่อมดชราผู้เป็ฯอาจารย์สอนดนตรีให้กับเค้านั้นได้ห้ามไว้ พร้อมกับแนะนำว่าจงรออีกสามวัน คนรักของเจ้าจะพ้นคำสาป
รินนั้นรู้สึกสาแก่ใจยิ่งที่เห็นหญิงสาวผู้เป็นศัตรูหัวใจถูกกำจัดไป เธอพยายามใกล้ชิดสนิทสนมกับนักดนตรีหนุ่มแต่นักดนตรีหนุ่มนั้นยังมั่นคงในรักยิ่ง…ด้วยความหวังที่ว่าเธอคนนั้นจะลับมารักกับเค้าดั่งเดิม ถ้าไม่เค้าก็ขอตายเป็นเพื่อนเธอเอง เพราะชาตินี้ใจของเค้าคงไม่สามารถรักใครได้อีก…สามวันต่อมา หญิงคนรักของนักดนตรีก็ฟื้นขึ้นจากนิทรานักดนตรีหนุ่มโผ่เข้ากอดเธอด้วยความเสน่หา ทำให้รินเจ็บช้ำยิ่งนักและแล้วผลกรรมได้ตามสนอง ใบหน้าที่เคยผองใสราวกับดวงแก้วกลับเต็มไปด้วยจุดสีดำสร้างความอับอายแก่เธอเป็นอย่างยิ่ง…เธอหลีกหนีไปจากผู้คนเข้าไปในป่าจนกระทั่งได้เจอกับโบสถ์แห่งหนึ่งอันเป็ฯที่พำนักของนักบวชหนุ่มผู้หนึ่ง เค้าได้แนะนำให้เธอมาสารภาพบาป เธอทำตามคำแนะนำ จากนั้นนักบวชหนุ่มก็ชำระล้างบาปด้วยคำพูดประโยคหนึ่งว่า ‘ความรักมีได้มันไม่ผิด หากแต่อย่าให้มันมาทำร้ายคนเองและผู้อื่น’จิตใจของเด็กสาวรู้สึกดีและโล่งอก เหลือเกิน จากนั้นใบหน้าที่เต็มไปด้วยจุดสีดำก็พลันหายไปทำให้ดวงหน้าของรินกลับมาผองใสราวกับดวงแก้วตามเดิม จากนั้นรินก็ได้พบกับรักแท้กับนักบวชหนุ่ม ซึ่งเป็นนักบวชของนิกายโปรแตสแตนท์สามารถแต่งงานได้ ทั้งสองครองรักกันอย่างมีความสุขเช่นเดียวกับนักดนตรีหนุ่มและหญิงคนรัก  เรื่องราวทุกอย่างก็จบลงอย่างมีความสุข”ว่าจบโออิก็ปิดหนังสือแล้วเข้าไปกระซิบข้างหูของเด็กสาวที่ผลุบหลับ”หวังว่าคงจะทำให้เธอเข้าใจความหมายของคำว่ารักบ้างนะ ริน…”จากนั้นเด็กหนุ่มก็เดินออกจากห้องสมุดโดยมีหนังสือสีแดงติดมือไปด้วย พอเดินมาถึงหลังโรงเรียนเค้าทำการเผาหนังสือเล่มนี้ทันที”จะได้ไม่ไปทำร้ายใครอีก”
ทางด้านริน เธอตื่นขึ้นเพราะเสียงกระซิบอันอ่อนโยนเธอมองซ้ายแลขวาก็ไม่พบใครเห็นเพียงแต่เงาก็เท่านั้น เธอจำได้เค้าคนนั้นคือรุ่นพี่โออิ รุ่นพี่ที่ขี้บ่นสำหรับเธอ แต่ในตอนนี้เค้าช่างอ่อนโยนเหลือเกิน ฝันของเธอที่ได้เข้าไปในโลกนิทานนั้นทำให้เธอได้บทเรียน ความรักน่ะมีได้ไม่ผิดหากแต่อย่าให้ความรักมาทำร้ายก็พอแล้ว เด็กสาวเอ่ยเสียงแผ่วด้วยรอยยิ้ม”ขอบคุณนะค่ะ รุ่นพี่โออิ”…
 
คอมเม้นกันบ้างนะ  เค้าจะได้มีแรงใจแต่งต่อรักคนอ่านทุกคน

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา