อาถรรพ์โรงเรียนพิศวง
8.9
เขียนโดย
นิกซ์
วันที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 เวลา 23.14 น.
59 ตอน
18 วิจารณ์
28.53K อ่าน
แก้ไขเมื่อ เมื่อวาน 16.02 น. โดย เจ้าของเรื่องสั้น
18) อาถรรพ์รูปปั้นนางอัปสราเริงระบำ 1
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความสนามบินเสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา
สวัสดีครับผม คุจิยะ ยู ตอนนี้เดินทางมาที่เขมรครับ งานนี้มิจิอิ โควมิและชิเมรุ โออิได้ตามมาด้วย สาเหตุทำไมพวกผมสามคนต้องมาเขมร เพราะว่าอาจารย์คุโอมะได้หายตัวไปกับคณะสำรวจที่มาสำรวจปราสาทโบราณที่ชายแดนเสียมเรียบของเขมร เมื่อหลายวันก่อนมีจดหมายจากองค์กรเอกชนที่ออกทุนให้ทีมคณะสำรวจส่งมาหาท่านผ.อ.เอ-มงและท่านผ.อ.ก็เลยขอให้ผมไปช่วยตามหาอาจารย์คุโอมะด้วยเหตุผลที่ว่า อาจารย์คุโอมะสนิทกับผมมาก ท่านผ.อ.เลยออกงบให้ผมมาที่เขมรโดยงานนี้ผมได้ชวนโออิเพื่อนซี้มาด้วย ส่วนมิจิอิพอรู้ว่าผมกับโออิจะเดินทางมาที่เขมรคุณเธอเลยขอตามมาด้วย ผมเพิ่งมารู้นะเนี่ยว่าอาจารย์คุโอมะเองก็ทำงานเป็นนักโบราณคดีให้องค์กรเอกชน...ตอนนี้พวกผมก็ลงจากเครื่องบินแล้ว ก็มืดพอดี เหนื่อยชะมัดต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย
หนุ่มหน้ามนหันมาถามเพื่อนซี้หัวชมพู"ยูคุงเราจะไปพักที่ไหนเหรอ"
"เดี๋ยวคนจากองค์กร...จะมารับพวกเราแล้วแหละ"
"คนนั้นใช่รึเปล่า ยู"
เด็กหนุ่มหัวชมพูหันไปมองทางที่เพื่อนสาวชี้ก็พบชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆชูป้ายชื่อเค้าอยู่
ยูจึงเดินเข้าไปทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ"สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ เธอชื่อคุจิยะ ยูสินะ"
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะแนะนำเพื่อนอีกสองคน"ครับ นี่มิจิอิ โควมิ และนี่ชิเมรุ โออิทั้งสองคนคือเพื่อนของผม"
สองหนุ่มสาวที่ตามมาโค้งทักทาย"สวัสดีครับ/คะ"
เด็กสาวเอ่ยชม"พูดญี่ปุ่นคล่องจังเลยนะค่ะ"
"ขอบคุณครับ ผมชื่อจันทร์เป็นคนจากองค์กร... เดี๋ยวผมจะพาไปที่บ้านพักนะครับ ระหว่างขับรถผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง"
"ครับ"ทั้งสามเดินตามจันทร์ไปยังรถ
ระหว่างทาง
จันทร์ที่กำลังขับรถอยู่นั้นก็เล่ารายละเอียดให้ทั้งสามฟัง"อาจารย์คุโอมะและคณะสำรวจได้ไปสำรวจปราสาทหินโบราณ ตามที่องค์กรของเราตรวจพบจากทางดาวเทียม"
เด็กหนุ่มหัวชมพูเอ่ยขึ้น"ขอดูรูปได้ไหมครับ"
"ได้สิ ผมนำมาด้วย"จันทร์หยิบอัลบัมรูปส่งให้เด็กหนุ่มหัวชมพูที่นั่งข้างๆ
พอยูเปิดอัลบัมดูภาพแรกที่เห็นคือป่าดงดิบตรงใจกลางมีจุดดำอยู่ พอเปิดดูอีกรูปจุดดำนั้นคือรูปปั้นนางอัปสราที่เค้าเคยอ่านเจอในหนังสือ รูปปั้นนางอัปสรากำลังร่ายรำ
พอเปิดอีกรูปมันคือรูปที่ซูมให้เห็นได้ชัดพอสมควรว่านี่คือรูปปั้นนางอัปสราและปราสาทหินโบราณ
จันทร์จึงเล่าต่อ"คณะของอาจารย์คุโอมะได้ขาดการติดต่อกับทางเรามาสองอาทิตย์แล้วครับ"
โออิที่เงียบไปนานจึงถามบ้าง"คณะสำรวจที่ไปกันเนี่ยกี่คนครับ"
"ก็รวมอาจารย์คุโอมะด้วยก็สิบสองคนครับมีพรานนำทางหนึ่งคน นอกนั้นคือนักโบราณคดีขององค์กร"
ไม่นานจันทร์ก็ขับรถพาทั้งสามมาถึงบ้านพัก
บ้านพักที่จันทร์พามานั้นเป็นบ้านปูนสองชั้น ที่ไม่ใหญ่มากข้างมีโรงจอดรถและสวนเล็กๆอยู่
ทั้งยูและโออิต้องพักในห้องเดียวกันส่วนโควมินั้นแยกไปอีกห้อง
ในเวลานี่ก็สี่ทุ่มกว่าโออิเพื่อนซี้หน้ามนได้หลับลงแล้ว ส่วนหนุ่มหัวชมพูนั้นยังคงมองดูภาพถ่ายของรูปปั้นนางอัปสราที่กำลังร่ายรำ รูปปั้นนี้ดูราวกับมีชีวิตจริงๆงดงามจนเด็กหนุ่มไม่อาจจะละสายตาไปได้และแล้วภาพๆหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของคุจิยะ ยู
ภาพนั้นคือ...หญิงสาวหน้าตาสะสวยกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของเธอคือชายร่างสูงสง่าทั้งคู่อยู่ในชุดเขมรโบราณ ชายหนุ่มได้มอบกำไลทองคำฝังเพชรพร้อมสายสร้อยทับทิมให้หญิงสาว
'เก็บมันไว้ให้ดีนะ รัตนาวดี'
'เพคะ หม่อมฉันจะเก็บรักษามันเป็นอย่างดี'
น่าแปลกที่เค้าสามารถเข้าใจภาษาเขมรด้วย"ต้องมีอะไรสักอย่างแฮะ"เค้าบ่นกับตัวเอง
อีกด้าน
ที่ป่าตรงชายแดนเสียมเรียบมีกลุ่มชายฉกรรจ์ยี่สิบคนกำลังตั้งค่ายอยู่ สิบคนกำลังคุมไม่ให้คณะสำรวจขององค์กรเอกชนจำนวนสิบคนไม่ให้หนีหนึ่งในนั้นก็คือ อาจารย์ชาวญี่ปุ่นวัยใกล้เกษียณกำลังคิด...หวังว่าท่านผ.อ.คงจะส่งคุจิยะมาช่วยนะ...
ในการเดินทางมาที่เขมรนั้นพวกเค้าตั้งใจมาสำรวจปราสาทโบราณแต่พอเดินทางมาได้สามวันก็โดนจับตัวไว้โดยกลุ่มคนที่หวังสมบัติและหนึ่งในนั้นก็คือพวกที่มาสำรวจกับพวกเค้าในตอนนี้พวกตนก็พยายามถ่วงเวลารอคนมาช่วยอยู่โดยการเผาแผนที่ทิ้งโดยในตอนนี้พวกโจรก็ทำได้แต่ให้พวกตนนำทาง
หนึ่งในคณะสำรวจเข้ามากระซิบ"อาจารย์ครับเราจะทำยังไงดี"
อาจารย์คุโอมะกระซิบตอบ"คงต้องถ่วงเวลาไว้ก่อนพยายามทิ้งร่องรอยไว้ นอนเถอะ"
"ครับ"นักสำรวจคนนั้นก็ล้มตัวนอน เช่นเดียวกับอาจารย์คุโอมะที่ล้มตัวนอนเพื่อเอาแรงเช่นกัน
มาอัพแล้วค่าาาา ติชมกันได้นะค่ะ
สวัสดีครับผม คุจิยะ ยู ตอนนี้เดินทางมาที่เขมรครับ งานนี้มิจิอิ โควมิและชิเมรุ โออิได้ตามมาด้วย สาเหตุทำไมพวกผมสามคนต้องมาเขมร เพราะว่าอาจารย์คุโอมะได้หายตัวไปกับคณะสำรวจที่มาสำรวจปราสาทโบราณที่ชายแดนเสียมเรียบของเขมร เมื่อหลายวันก่อนมีจดหมายจากองค์กรเอกชนที่ออกทุนให้ทีมคณะสำรวจส่งมาหาท่านผ.อ.เอ-มงและท่านผ.อ.ก็เลยขอให้ผมไปช่วยตามหาอาจารย์คุโอมะด้วยเหตุผลที่ว่า อาจารย์คุโอมะสนิทกับผมมาก ท่านผ.อ.เลยออกงบให้ผมมาที่เขมรโดยงานนี้ผมได้ชวนโออิเพื่อนซี้มาด้วย ส่วนมิจิอิพอรู้ว่าผมกับโออิจะเดินทางมาที่เขมรคุณเธอเลยขอตามมาด้วย ผมเพิ่งมารู้นะเนี่ยว่าอาจารย์คุโอมะเองก็ทำงานเป็นนักโบราณคดีให้องค์กรเอกชน...ตอนนี้พวกผมก็ลงจากเครื่องบินแล้ว ก็มืดพอดี เหนื่อยชะมัดต้องเปลี่ยนเครื่องบ่อย
หนุ่มหน้ามนหันมาถามเพื่อนซี้หัวชมพู"ยูคุงเราจะไปพักที่ไหนเหรอ"
"เดี๋ยวคนจากองค์กร...จะมารับพวกเราแล้วแหละ"
"คนนั้นใช่รึเปล่า ยู"
เด็กหนุ่มหัวชมพูหันไปมองทางที่เพื่อนสาวชี้ก็พบชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆชูป้ายชื่อเค้าอยู่
ยูจึงเดินเข้าไปทักทายด้วยน้ำเสียงสุภาพ"สวัสดีครับ"
"สวัสดีครับ เธอชื่อคุจิยะ ยูสินะ"
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะแนะนำเพื่อนอีกสองคน"ครับ นี่มิจิอิ โควมิ และนี่ชิเมรุ โออิทั้งสองคนคือเพื่อนของผม"
สองหนุ่มสาวที่ตามมาโค้งทักทาย"สวัสดีครับ/คะ"
เด็กสาวเอ่ยชม"พูดญี่ปุ่นคล่องจังเลยนะค่ะ"
"ขอบคุณครับ ผมชื่อจันทร์เป็นคนจากองค์กร... เดี๋ยวผมจะพาไปที่บ้านพักนะครับ ระหว่างขับรถผมจะเล่ารายละเอียดให้ฟัง"
"ครับ"ทั้งสามเดินตามจันทร์ไปยังรถ
ระหว่างทาง
จันทร์ที่กำลังขับรถอยู่นั้นก็เล่ารายละเอียดให้ทั้งสามฟัง"อาจารย์คุโอมะและคณะสำรวจได้ไปสำรวจปราสาทหินโบราณ ตามที่องค์กรของเราตรวจพบจากทางดาวเทียม"
เด็กหนุ่มหัวชมพูเอ่ยขึ้น"ขอดูรูปได้ไหมครับ"
"ได้สิ ผมนำมาด้วย"จันทร์หยิบอัลบัมรูปส่งให้เด็กหนุ่มหัวชมพูที่นั่งข้างๆ
พอยูเปิดอัลบัมดูภาพแรกที่เห็นคือป่าดงดิบตรงใจกลางมีจุดดำอยู่ พอเปิดดูอีกรูปจุดดำนั้นคือรูปปั้นนางอัปสราที่เค้าเคยอ่านเจอในหนังสือ รูปปั้นนางอัปสรากำลังร่ายรำ
พอเปิดอีกรูปมันคือรูปที่ซูมให้เห็นได้ชัดพอสมควรว่านี่คือรูปปั้นนางอัปสราและปราสาทหินโบราณ
จันทร์จึงเล่าต่อ"คณะของอาจารย์คุโอมะได้ขาดการติดต่อกับทางเรามาสองอาทิตย์แล้วครับ"
โออิที่เงียบไปนานจึงถามบ้าง"คณะสำรวจที่ไปกันเนี่ยกี่คนครับ"
"ก็รวมอาจารย์คุโอมะด้วยก็สิบสองคนครับมีพรานนำทางหนึ่งคน นอกนั้นคือนักโบราณคดีขององค์กร"
ไม่นานจันทร์ก็ขับรถพาทั้งสามมาถึงบ้านพัก
บ้านพักที่จันทร์พามานั้นเป็นบ้านปูนสองชั้น ที่ไม่ใหญ่มากข้างมีโรงจอดรถและสวนเล็กๆอยู่
ทั้งยูและโออิต้องพักในห้องเดียวกันส่วนโควมินั้นแยกไปอีกห้อง
ในเวลานี่ก็สี่ทุ่มกว่าโออิเพื่อนซี้หน้ามนได้หลับลงแล้ว ส่วนหนุ่มหัวชมพูนั้นยังคงมองดูภาพถ่ายของรูปปั้นนางอัปสราที่กำลังร่ายรำ รูปปั้นนี้ดูราวกับมีชีวิตจริงๆงดงามจนเด็กหนุ่มไม่อาจจะละสายตาไปได้และแล้วภาพๆหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัวของคุจิยะ ยู
ภาพนั้นคือ...หญิงสาวหน้าตาสะสวยกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของเธอคือชายร่างสูงสง่าทั้งคู่อยู่ในชุดเขมรโบราณ ชายหนุ่มได้มอบกำไลทองคำฝังเพชรพร้อมสายสร้อยทับทิมให้หญิงสาว
'เก็บมันไว้ให้ดีนะ รัตนาวดี'
'เพคะ หม่อมฉันจะเก็บรักษามันเป็นอย่างดี'
น่าแปลกที่เค้าสามารถเข้าใจภาษาเขมรด้วย"ต้องมีอะไรสักอย่างแฮะ"เค้าบ่นกับตัวเอง
อีกด้าน
ที่ป่าตรงชายแดนเสียมเรียบมีกลุ่มชายฉกรรจ์ยี่สิบคนกำลังตั้งค่ายอยู่ สิบคนกำลังคุมไม่ให้คณะสำรวจขององค์กรเอกชนจำนวนสิบคนไม่ให้หนีหนึ่งในนั้นก็คือ อาจารย์ชาวญี่ปุ่นวัยใกล้เกษียณกำลังคิด...หวังว่าท่านผ.อ.คงจะส่งคุจิยะมาช่วยนะ...
ในการเดินทางมาที่เขมรนั้นพวกเค้าตั้งใจมาสำรวจปราสาทโบราณแต่พอเดินทางมาได้สามวันก็โดนจับตัวไว้โดยกลุ่มคนที่หวังสมบัติและหนึ่งในนั้นก็คือพวกที่มาสำรวจกับพวกเค้าในตอนนี้พวกตนก็พยายามถ่วงเวลารอคนมาช่วยอยู่โดยการเผาแผนที่ทิ้งโดยในตอนนี้พวกโจรก็ทำได้แต่ให้พวกตนนำทาง
หนึ่งในคณะสำรวจเข้ามากระซิบ"อาจารย์ครับเราจะทำยังไงดี"
อาจารย์คุโอมะกระซิบตอบ"คงต้องถ่วงเวลาไว้ก่อนพยายามทิ้งร่องรอยไว้ นอนเถอะ"
"ครับ"นักสำรวจคนนั้นก็ล้มตัวนอน เช่นเดียวกับอาจารย์คุโอมะที่ล้มตัวนอนเพื่อเอาแรงเช่นกัน
มาอัพแล้วค่าาาา ติชมกันได้นะค่ะ
คำยืนยันของเจ้าของเรื่องสั้น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.1 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8.4 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ