บ้านน้ำท่วมไหม? 7 วิธีเช็กก่อนซื้อ

-

เขียนโดย sunswyn

วันที่ วันนี้ เวลา 4 ชม.ที่แล้ว

  1 ตอน
  0 วิจารณ์
  24 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของเรื่องเล่า

แชร์เรื่องเล่า Share Share Share

 

1) บ้านน้ำท่วมไหม? 7 วิธีเช็กก่อนซื้อ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
การซื้อบ้านเป็นหนึ่งในการตัดสินใจครั้งสำคัญของชีวิต เพราะนอกจากจะต้องพิจารณาเรื่องทำเล ราคา และฟังก์ชันการใช้งานแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามคือ ความเสี่ยงจากน้ำท่วม โดยเฉพาะในประเทศไทยที่มีฝนตกหนักในหลายช่วงของปี และบางพื้นที่อาจประสบปัญหาน้ำท่วมขังหรือน้ำระบายไม่ทัน
หลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า “บ้านน้ำท่วมไหม?” หรือ “จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านที่กำลังจะซื้ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมหรือไม่?” เพราะแม้บ้านจะมีดีไซน์สวยงาม อยู่ในทำเลที่สะดวก และมีราคาที่เหมาะสม แต่หากตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำบ่อยครั้ง ก็อาจสร้างปัญหาในการอยู่อาศัยและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาวได้
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหรือเลือกโครงการที่อยู่อาศัย ควรตรวจสอบข้อมูลน้ำท่วมอย่างรอบด้าน บทความนี้รวบรวม 7 วิธีเช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนซื้อบ้าน ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการเลือกบ้านหลังใหม่
 
ทำไมต้องเช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมก่อนซื้อบ้าน?
ปัญหาน้ำท่วมไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะความสะดวกในการเดินทางเท่านั้น แต่ยังอาจสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างบางส่วนของบ้าน ระบบไฟฟ้า เฟอร์นิเจอร์ และทรัพย์สินภายในบ้านได้อีกด้วย
หากบ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วมซ้ำเป็นประจำ เจ้าของบ้านอาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ปรับปรุงระบบระบายน้ำ หรือยกระดับพื้นที่เพื่อป้องกันความเสียหาย
นอกจากนี้ ความเสี่ยงน้ำท่วมยังอาจส่งผลต่อความน่าสนใจของอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อต้องการขายต่อหรือปล่อยเช่า
การตรวจสอบประวัติน้ำท่วมก่อนซื้อบ้านจึงมีประโยชน์หลายด้าน ได้แก่


ลดความเสี่ยงต่อความเสียหายของบ้านและทรัพย์สิน


ช่วยประเมินค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาระยะยาว


เพิ่มความมั่นใจในการเลือกทำเลที่อยู่อาศัย


ช่วยประกอบการตัดสินใจเรื่องประกันภัยที่อยู่อาศัย


ลดโอกาสเผชิญปัญหาการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก


แม้จะไม่มีพื้นที่ใดสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดน้ำท่วมเลย แต่การตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่งจะช่วยให้ผู้ซื้อประเมินความเสี่ยงได้แม่นยำมากขึ้น
 
1. ตรวจสอบประวัติน้ำท่วมย้อนหลังของพื้นที่
วิธีแรกในการตอบคำถามว่าบ้านน้ำท่วมไหม คือการตรวจสอบประวัติการเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ย้อนหลัง โดยเฉพาะพื้นที่ที่เคยได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่หรือฝนตกหนักต่อเนื่อง
ควรตรวจสอบว่าพื้นที่นั้นเคยเกิดน้ำท่วมในปีใดบ้าง ระดับน้ำสูงประมาณเท่าไร และใช้เวลานานเพียงใดกว่าน้ำจะลดลง
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นภาพความเสี่ยงได้ดีกว่าการพิจารณาจากสภาพพื้นที่ในวันที่เข้าชมโครงการเพียงอย่างเดียว
วิธีตรวจสอบประวัติน้ำท่วม
สามารถค้นหาข้อมูลจากข่าวท้องถิ่น เว็บไซต์หน่วยงานราชการ หรือรายงานสถานการณ์น้ำท่วมย้อนหลัง รวมถึงสอบถามสำนักงานเขต เทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบลที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น
ควรให้ความสำคัญกับเหตุการณ์น้ำท่วมที่เกิดซ้ำหลายครั้ง เพราะอาจสะท้อนถึงข้อจำกัดของระบบระบายน้ำหรือสภาพภูมิประเทศในบริเวณดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่เคยน้ำท่วมในอดีตไม่ได้หมายความว่าจะเกิดน้ำท่วมในระดับเดิมทุกครั้ง เนื่องจากอาจมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำหรือโครงสร้างพื้นฐานเพิ่มเติมแล้ว
 
2. เช็กแผนที่น้ำท่วมและข้อมูลจากหน่วยงานราชการ
ปัจจุบันสามารถตรวจสอบข้อมูลพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมผ่านระบบออนไลน์ของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งช่วยให้ผู้ซื้อบ้านเข้าถึงข้อมูลได้สะดวกมากขึ้น
แหล่งข้อมูลที่น่าสนใจ ได้แก่
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)
เป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ โดยสามารถติดตามข้อมูลสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนจากระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์: https://www.onwr.go.th/
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)
ให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยพิบัติ การแจ้งเตือน และการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัย
เว็บไซต์: https://www.disaster.go.th/
กรมชลประทาน
มีข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำ ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ
เว็บไซต์: https://www.rid.go.th/
กรมทรัพยากรน้ำ
เป็นอีกแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์น้ำและการติดตามทรัพยากรน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ
เว็บไซต์: https://www.dwr.go.th/
ผู้ซื้อบ้านควรใช้ข้อมูลเหล่านี้ร่วมกับแผนที่ภูมิประเทศและข้อมูลท้องถิ่น เพราะข้อมูลสถานการณ์น้ำปัจจุบันไม่ได้เท่ากับแผนที่ความเสี่ยงน้ำท่วมระยะยาวเสมอไป
 
3. สำรวจระดับความสูงของพื้นที่และถนนโดยรอบ
ระดับความสูงของพื้นที่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความเสี่ยงน้ำท่วม โดยเฉพาะบ้านที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำหรือบริเวณที่น้ำไหลมารวมตัวกัน
ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน ควรสำรวจระดับพื้นดินของโครงการเมื่อเทียบกับถนนสาธารณะและพื้นที่โดยรอบ
สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่ ระดับถนนทางเข้าโครงการ ระดับพื้นชั้นล่างของบ้าน และลักษณะพื้นที่ใกล้เคียงว่ามีจุดต่ำที่อาจเกิดน้ำขังหรือไม่
ตัวอย่างเช่น หากถนนภายในโครงการอยู่สูงกว่าถนนสาธารณะ อาจช่วยลดโอกาสที่น้ำจากภายนอกจะไหลเข้าสู่โครงการได้ในบางสถานการณ์ แต่ต้องตรวจสอบด้วยว่าน้ำภายในโครงการสามารถระบายออกได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่
ในทางกลับกัน หากพื้นที่โครงการอยู่ต่ำกว่าถนนโดยรอบ อาจต้องพิจารณาระบบสูบน้ำและการระบายน้ำเพิ่มเติม
ข้อควรรู้: การถมดินให้สูงไม่ได้หมายความว่าบ้านจะปลอดภัยจากน้ำท่วมเสมอไป เพราะความเสี่ยงยังขึ้นอยู่กับปริมาณฝน ทางระบายน้ำ และระดับน้ำในพื้นที่โดยรอบ
 
4. ตรวจสอบระบบระบายน้ำภายในโครงการบ้าน
แม้บ้านจะตั้งอยู่ในทำเลที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมไม่สูง แต่หากระบบระบายน้ำภายในโครงการไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจเกิดปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฝนตกหนักได้
ดังนั้น การตรวจสอบระบบระบายน้ำจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน
สิ่งที่ควรสอบถามผู้พัฒนาโครงการ ได้แก่


โครงการมีระบบระบายน้ำฝนแยกจากระบบน้ำเสียหรือไม่


มีบ่อพักน้ำและท่อระบายน้ำขนาดเหมาะสมหรือไม่


มีบ่อหน่วงน้ำหรือพื้นที่รองรับน้ำฝนหรือไม่


มีเครื่องสูบน้ำในกรณีที่ระบายน้ำตามธรรมชาติไม่ได้หรือไม่


ระบบระบายน้ำเชื่อมต่อกับทางระบายน้ำสาธารณะอย่างไร


นอกจากนี้ ควรสอบถามเรื่องการดูแลรักษาระบบระบายน้ำ เช่น การล้างท่อ การตรวจสอบเครื่องสูบน้ำ และการกำจัดสิ่งอุดตันเป็นประจำ
สำหรับโครงการบ้านจัดสรรที่มีพื้นที่ส่วนกลาง ควรตรวจสอบด้วยว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบการบำรุงรักษาระบบดังกล่าวในระยะยาว
 
5. สอบถามคนในพื้นที่และเพื่อนบ้านใกล้เคียง
หนึ่งในวิธีตรวจสอบความเสี่ยงน้ำท่วมที่เรียบง่ายและมีประโยชน์ คือการสอบถามผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จริง
คนในชุมชนมักมีประสบการณ์เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมขังในช่วงฤดูฝน รวมถึงทราบว่าถนนเส้นใดเกิดน้ำท่วมบ่อย หรือพื้นที่ใดมีปัญหาการระบายน้ำ
คำถามที่ควรถาม เช่น


บริเวณนี้เคยเกิดน้ำท่วมในช่วง 5–10 ปีที่ผ่านมาหรือไม่


หากฝนตกหนัก น้ำจะท่วมขังบริเวณใดบ้าง


โดยทั่วไปน้ำใช้เวลานานเท่าไรจึงจะลดลง


ถนนทางเข้าออกหลักเคยถูกน้ำท่วมจนรถผ่านไม่ได้หรือไม่


หลังจากมีการปรับปรุงระบบระบายน้ำ ปัญหาดีขึ้นหรือไม่


ควรสอบถามจากหลายแหล่ง ทั้งผู้อยู่อาศัยเดิม ร้านค้า และผู้ที่ทำงานในพื้นที่ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้าน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการบอกเล่าควรนำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลจากหน่วยงานราชการด้วย เพราะประสบการณ์ของแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามตำแหน่งที่อยู่อาศัย
 
6. ลงพื้นที่สำรวจจริงในช่วงฝนตกหนัก
การเข้าชมบ้านในวันที่อากาศดีอาจทำให้มองไม่เห็นปัญหาบางอย่าง โดยเฉพาะเรื่องน้ำขังและการระบายน้ำ
หากมีโอกาส ควรเดินทางไปสำรวจโครงการและพื้นที่โดยรอบในช่วงฤดูฝน หรือหลังฝนตกหนัก โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสำคัญ
สิ่งที่ควรสังเกต ได้แก่
น้ำขังบนถนน: ตรวจสอบว่าถนนภายในและภายนอกโครงการมีน้ำขังมากน้อยเพียงใด
ระยะเวลาการระบายน้ำ: สังเกตว่าน้ำสามารถระบายออกได้รวดเร็วหรือมีน้ำขังต่อเนื่องหลายชั่วโมง
ทางเข้าออกโครงการ: ตรวจสอบว่ามีเส้นทางใดที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำท่วมจนไม่สามารถสัญจรได้
พื้นที่ต่ำรอบโครงการ: สังเกตพื้นที่ใกล้คลอง บึง หรือแหล่งน้ำที่อาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้น
หากไม่สามารถเดินทางไปสำรวจในช่วงฝนตกได้ อาจใช้ภาพถ่ายหรือวิดีโอจากผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ รวมถึงข้อมูลข่าวสารย้อนหลังเป็นข้อมูลประกอบ
การลงพื้นที่จริงช่วยให้เข้าใจสภาพแวดล้อมได้ชัดเจนขึ้น และอาจพบปัญหาที่ไม่ปรากฏในเอกสารประชาสัมพันธ์ของโครงการ
 
7. ตรวจสอบมาตรการป้องกันน้ำท่วมของโครงการบ้าน
สำหรับผู้ที่กำลังเลือกซื้อบ้านในโครงการจัดสรร ควรสอบถามมาตรการป้องกันและรับมือสถานการณ์น้ำท่วมจากผู้พัฒนาโครงการโดยตรง
โครงการที่มีการวางแผนระบบสาธารณูปโภคอย่างเหมาะสม อาจมีองค์ประกอบช่วยลดความเสี่ยงจากน้ำท่วม เช่น ระบบระบายน้ำที่ออกแบบตามหลักวิศวกรรม พื้นที่หน่วงน้ำ หรือระบบสูบน้ำสำรอง
นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระดับพื้นบ้าน การออกแบบทางเข้าออก และแนวทางบริหารจัดการน้ำภายในโครงการ
สำหรับผู้ที่กำลังมองหา ทาวน์โฮม พร้อมอยู่ ลำลูกกา หรือบ้านในทำเลปริมณฑลอื่น ๆ ควรตรวจสอบข้อมูลน้ำท่วมในระดับตำบล ถนน และตำแหน่งที่ตั้งโครงการจริง เนื่องจากพื้นที่ในอำเภอเดียวกันอาจมีระดับความเสี่ยงแตกต่างกันอย่างมาก
ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรขอข้อมูลหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับระบบระบายน้ำจากผู้พัฒนาโครงการ และสอบถามมาตรการดูแลรักษาหลังจากมีการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว
สิ่งสำคัญคือไม่ควรตัดสินความปลอดภัยจากน้ำท่วมจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว แต่ควรพิจารณาข้อมูลที่สามารถตรวจสอบได้ประกอบกัน
 
เช็กบ้านน้ำท่วมไหม? Checklist ก่อนตัดสินใจซื้อบ้าน
ก่อนวางเงินจองหรือทำสัญญาซื้อขายบ้าน สามารถใช้รายการตรวจสอบต่อไปนี้เพื่อช่วยประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น



รายการตรวจสอบ
สิ่งที่ควรพิจารณา


ประวัติน้ำท่วม
เคยท่วมหรือไม่ ระดับน้ำและระยะเวลาท่วม


แผนที่ความเสี่ยง
ข้อมูลจากหน่วยงานราชการ


ระดับพื้นที่
ความสูงของพื้นบ้านเทียบกับถนน


ระบบระบายน้ำ
ท่อระบายน้ำ บ่อพัก และเครื่องสูบน้ำ


ข้อมูลชุมชน
ประสบการณ์จากผู้อยู่อาศัยจริง


การสำรวจฤดูฝน
สภาพน้ำขังและการเดินทาง


มาตรการโครงการ
ระบบป้องกันและแผนรับมือเหตุฉุกเฉิน



การตรวจสอบครบทั้ง 7 ด้านจะช่วยให้ผู้ซื้อมีข้อมูลเพียงพอสำหรับเปรียบเทียบโครงการต่าง ๆ และลดโอกาสมองข้ามความเสี่ยงสำคัญ
 
บ้านเคยน้ำท่วมมาก่อน ยังควรซื้อหรือไม่?
บ้านที่เคยประสบปัญหาน้ำท่วมไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถซื้อหรืออยู่อาศัยได้ แต่ควรตรวจสอบสภาพบ้านและสาเหตุของน้ำท่วมอย่างละเอียด
หากเป็นบ้านมือสอง ควรตรวจสอบร่องรอยความชื้นบริเวณผนัง พื้น ประตู และวงกบ รวมถึงระบบไฟฟ้าและระบบสุขาภิบาลที่อาจได้รับผลกระทบจากน้ำ
นอกจากนี้ ควรสอบถามว่าหลังจากเกิดน้ำท่วมได้มีการซ่อมแซมหรือปรับปรุงส่วนใดบ้าง และมีเอกสารรับรองการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญหรือไม่
ในกรณีที่บ้านเคยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมรุนแรง ควรให้วิศวกรหรือผู้ตรวจสอบอาคารที่มีความเชี่ยวชาญประเมินสภาพก่อนตัดสินใจ
อีกหนึ่งเรื่องที่ควรพิจารณาคือการทำประกันภัยบ้าน โดยตรวจสอบว่ากรมธรรม์ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมหรือไม่ มีวงเงินคุ้มครองเท่าไร และมีข้อยกเว้นใดบ้าง
 
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเช็กน้ำท่วมก่อนซื้อบ้าน (FAQ)
1. จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม?
สามารถตรวจสอบจากประวัติน้ำท่วมย้อนหลัง แผนที่พื้นที่เสี่ยงจากหน่วยงานราชการ ระดับความสูงของพื้นที่ และการสอบถามผู้อยู่อาศัยในบริเวณใกล้เคียง โดยควรใช้ข้อมูลหลายแหล่งประกอบกัน
2. สามารถเช็กพื้นที่น้ำท่วมผ่านออนไลน์ได้หรือไม่?
สามารถตรวจสอบข้อมูลสถานการณ์น้ำและการแจ้งเตือนผ่านเว็บไซต์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ กรมชลประทาน และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ทั้งนี้ควรเลือกข้อมูลที่ตรงกับตำแหน่งและช่วงเวลาที่ต้องการตรวจสอบ
3. บ้านอยู่ใกล้คลองเสี่ยงน้ำท่วมทุกหลังหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะความเสี่ยงขึ้นอยู่กับระดับพื้นที่ ระดับน้ำในคลอง ระบบระบายน้ำ และมาตรการป้องกันของบริเวณนั้น บ้านที่อยู่ใกล้คลองบางแห่งอาจมีระบบบริหารจัดการน้ำที่เหมาะสม ขณะที่บางพื้นที่อาจมีความเสี่ยงสูงกว่า
4. บ้านในโครงการจัดสรรปลอดภัยจากน้ำท่วมกว่าบ้านทั่วไปหรือไม่?
ไม่สามารถสรุปได้ทุกกรณี เพราะขึ้นอยู่กับการออกแบบระบบระบายน้ำ ระดับพื้นที่ และการบริหารจัดการของแต่ละโครงการ ผู้ซื้อควรตรวจสอบข้อมูลจริงก่อนตัดสินใจ
5. บ้านที่ไม่เคยน้ำท่วม มีโอกาสน้ำท่วมในอนาคตหรือไม่?
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ เนื่องจากสภาพอากาศ ปริมาณฝน การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน และระบบระบายน้ำอาจเปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ดังนั้น ประวัติที่ไม่เคยน้ำท่วมจึงไม่ใช่หลักประกันว่าจะไม่มีน้ำท่วมในอนาคต
 
สรุป บ้านน้ำท่วมไหม? ตรวจสอบให้มั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ
การซื้อบ้านไม่ควรพิจารณาเฉพาะความสวยงาม ราคา หรือทำเลที่สะดวกเท่านั้น แต่ควรให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะปัญหาน้ำท่วมที่อาจส่งผลต่อการอยู่อาศัยในระยะยาว
ทั้ง 7 วิธี ได้แก่ การตรวจสอบประวัติน้ำท่วม การเช็กแผนที่ความเสี่ยง การสำรวจระดับพื้นที่ การตรวจสอบระบบระบายน้ำ การสอบถามคนในชุมชน การลงพื้นที่จริง และการตรวจสอบมาตรการของโครงการ ล้วนเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้ผู้ซื้อประเมินความเสี่ยงได้รอบด้านมากขึ้น
แม้จะไม่มีบ้านหลังใดสามารถรับประกันได้ว่าจะปลอดภัยจากน้ำท่วม 100% แต่การมีข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้จะช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจ
เพราะบ้านที่ดีไม่ใช่เพียงบ้านที่สวยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ แต่ต้องเป็นบ้านที่สามารถอยู่อาศัยได้อย่างมั่นใจในระยะยาว
ก่อนตัดสินใจซื้อบ้านหลังใหม่ อย่าลืมตรวจสอบความเสี่ยงน้ำท่วมให้ครบทุกด้าน เพื่อให้บ้านที่เลือกเป็นพื้นที่แห่งความสุขและความอุ่นใจสำหรับทุกคนในครอบครัว

 

คำยืนยันของเจ้าของเรื่องเล่า

✓ เรื่องนี้นำมาจากแหล่งอื่นและได้รับการอนุญาตจากเจ้าของแล้ว

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับเรื่องเล่าเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านเรื่องเล่าเรื่องอื่น