ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,447 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

18) วันที่หัวใจแตกเป็นเสี่ยง

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

นับจากวันที่ราห์ซูร์ย้อนเวลามาถึงอดีต… เวลาก็ผ่านไป สามเดือนเต็ม

สามเดือนสำหรับคนอื่นอาจดูสั้น แต่สำหรับเขา— สามเดือนเหมือนสามชาติ หนักหนาจนแทบลืมไปว่าเขากำลังหายใจเพราะอะไร

เป้าหมายที่เคยชัดเจนของเขาเริ่มเลือนราง เขาแทบไม่เห็นหน้าเอมิลี่เลยแม้แต่ครั้งเดียว ความหวังถูกกัดกินช้า ๆ เหลือเพียงความปวดร้าวที่ไม่จางลงแม้จะย้อนเวลามาแล้วก็ตาม

ความตาย… สิ่งที่ควรจะตามมาฆ่าเขาซ้ำ ๆ กลับเงียบหายไป เสียจนเขาเริ่มสงสัยว่า “มันกำลังรวบรวมพลังอยู่หรือเปล่า” ไม่มีใครตอบได้ — และเขาเองก็ไม่มีเรี่ยวแรงจะค้นหาคำตอบอีกแล้ว

สิ่งเดียวที่พอทำให้เขามีสติอยู่บ้าง คือการสนทนากับกราวด้า ที่ช่วงนี้เริ่มจดจ่อกับการศึกษาพลังเวทประหลาดของเขา และคำกวนตีนของแซร์ค ที่พยายามดึงเขาออกจากความหม่นหมองทุกวัน แต่ความจริงคือ… เขาใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว


วันนี้ ราห์ซูร์นั่งอยู่บนเตียงแข็งในห้องพักแคบ ๆ ใต้โรงนอนรวม ใบสมัครทหารราชองค์รักษ์ใบใหม่วางอยู่บนตัก — ใบที่ 15 ใต้เตียง… ยังมีกระดาษอีก 14 ใบ ถูกขยำแล้วทิ้งไว้เหมือนเศษซากความสิ้นหวัง เขากรอกมันทุกครั้ง แต่ไม่เคยส่งเลยสักครั้ง การสมัครเป็นทหารราชองค์รักษ์ไม่ใช่เรื่องยาก เขาแค่ส่งใบสมัคร ก็จะได้อยู่ใกล้เอมิลี่ทันทีในฐานะทหารประจำกำแพงชั้นใน แต่สิ่งที่รอเขาอยู่หลังการส่งใบสมัครนั้น…คือภาพบาดใจระหว่างเอมิลี่และคาเรน ภาพที่ฆ่าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาคงขาดใจตายก่อนถึงวันนั้นด้วยซ้ำ

แซร์คยืนพิงกำแพง มองเพื่อนที่นั่งก้มหน้าอยู่บนเตียง ถอนหายใจราวกับเห็นเหตุการณ์นี้มาเป็นสิบครั้งแล้ว — ซึ่งมันก็เกือบใช่

        “เฮ่ เพื่อน… ลืมเรื่องข้อตกลงบ้า ๆ นั่นได้หรือยัง?”

เขาพูดพร้อมเดินมานั่งข้างเตียง “เห็นสภาพนายแบบนี้ ฉันอยากพานายเข้าไปในวังชั้นในจริง ๆ นะ”

ข้อตกลงที่ว่าคือ…

ถ้าราห์ซูร์ได้คะแนนเยอะกว่า แซร์คจะพาเข้าเขตวังชั้นในเอง

แต่ผลในวันนั้น ราห์ซูร์ได้ 139 คะแนน  แซร์คได้ 140 คะแนน

แซร์คชนะ — อย่างเป็นทางการ แต่ทุกคนรู้ดีว่า หากคาเรนไม่เข้ามาขัดจังหวะ… ผลมันคงไม่ใช่แบบนั้น

ปัญหาคือ ราห์ซูร์เป็นคนที่ ยึดสัญญา มาก จนไม่ยอม “รับ” ความช่วยเหลือของแซร์คเลย ทั้งที่อีกฝ่ายยื่นมือให้ตลอด คราวนี้ ราห์ซูร์ก้มหน้าลง มือที่ถือปากกาค่อย ๆ คลายแรง สุดท้ายเขาพูดเบา ๆ ราวกับหมดพลังต่อสู้

        “ก็ได้… ตอนนี้ฉันแทบไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรแล้ว หากต้องรออีกสองปีฉันคงป่วยจิตไปก่อน…”

แซร์คเงียบ — ขมวดคิ้วนิด ๆ

        “สองปี? มีอะไรในอีกสองปี? นายเป็นนักพยากรหรือไง”

คำถามนั้นคมเหมือนมีด แทงตรงไปยังความลับที่ราห์ซูร์ไม่ควรพูดออกมา

ราห์ซูร์สะดุ้ง รีบหันหน้าหนี เขาไม่สามารถบอกได้ ว่าอีกสองปีข้างหน้า…เอมิลี่จะฆ่าคาเรนด้วยมือของเธอเอง
ถ้าปากเขาพลาด ทุกอย่างจะเปลี่ยนเป็นหายนะ

        “ก็… ก็สองปี หรือเร็วกว่านั้น ฉันเดาพวกเขาจะ… เลิกกัน… อะ… เอ่อ… ทะเลาะกันน่ะ ฉันเชื่อว่าจะเป็นอย่างนั้น มันเป็นเวลาที่คนมักเลิกกันใช่ไหมล่ะ” เขาพูดตะกุกตะกัก

        “ใช่… ฉันรอไม่ได้หรอก ฉันจะเข้าไป นายมีแผนอะไรไหม? ต้องทำยังไง?”

แซร์คมองหน้าเขานานจนราห์ซูร์แทบหายใจไม่ออก ก่อนจะยักไหล่แบบไม่ใส่ใจ — ทั้งที่ในหัวเริ่มวางแผนแล้ว

        “อะนะ… ก็ไม่ยากสำหรับฉันหรอก”

เขายิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย

        “มีเส้นสายนิดหน่อย กับแผนเล็ก ๆ ถ้าโชคดี… เราจะได้เข้าไปในวังชั้นในวันนี้ ตอนบ่ายเลยด้วยซ้ำ”

ราห์ซูร์เงยหน้าขึ้นทันที แววตาที่ดับไปนานสว่างวาบขึ้นในเสี้ยววินาที

        “จริงเหรอ!? งั้นไปเลย… ต้องทำอะไรบ้าง!?”

แซร์คยืนขึ้น ปัดฝุ่นออกจากกางเกง เหลือบมองเพื่อนที่กำลังตื่นเต้นจนลืมหายใจ แล้วพูดประโยคสั้น ๆ

        “ก็… ได้อยู่”

จากนั้นก็หันหลังเดินไปทางประตูห้อง

        “ตามฉันมา”

แซร์คเริ่มอธิบายแผนของเขาอย่างใจเย็น ทุกประโยคเหมือนถูกเตรียมไว้แล้วล่วงหน้า ราวกับเขาเคยทำแบบนี้มาเป็นสิบครั้ง

        “ฟังให้ดีนะเพื่อน” เขายกนิ้วขึ้นทีละข้อเหมือนสอนเด็กใหม่

        “หนึ่ง — ในวังมีเวรเก็บขยะประจำทุกวัน… โดยเฉพาะตอนบ่าย”

        “สอง — พวกนั้นเป็นพวกเก่าแก่ ทำงานมาเป็นสิบปี ไม่ค่อยมีคนสนใจตำแหน่งนี้เท่าไหร่”

เขาย่อตัวลง เอามือป้องปากกระซิบ ราวกับกำลังเล่าความลับระดับชาติ

        “สาม — ฉันมี ‘เส้นสาย’ กับเจ้าหน้าที่ดูแลเวรยามอยู่หลายคน… แถมมีเงินสินบนติดตัวพอดีด้วย”

ราห์ซูร์เลิกคิ้ว มองหน้าแซร์คเหมือนอยากถามว่า

นายเป็นทหารใหม่จริงหรือเปล่า…?

แต่ยังไม่ทันถาม แซร์คก็ยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ ท่าทางเหมือนหมาป่าที่กำลังอวดฟันคม ๆ ให้เหยื่อดู

        “ง่ายมากเลยเพื่อน แค่จ่ายเงินให้พวกเจ้าหน้าที่เวรยามประจำวันนี้… ให้พวกเขาลาป่วย”
เขาสะบัดนิ้ว

        “แล้วเราก็เขียนคำร้องเข้ามาเก็บขยะ ‘แทน’ พวกนั้น… จบ”

ราห์ซูร์อ้าปากค้าง

        “มันจะง่ายขนาดนั้นเลย?”

        “สำหรับ ฉัน น่ะ… ง่าย”

แซร์คพูดพร้อมดีดนิ้ว แต่ในใจ เขาไม่ได้เล่าถึง รหัสลับสายลับ ที่เขาใช้ในการผ่านด่านตรวจสอบภายในวัง
เขาไม่บอก — ไม่ใช่เพราะไม่ไว้ใจราห์ซูร์ แต่เพราะมันเป็น “อีกชีวิตหนึ่ง” ของเขาที่ไม่อยากให้ราห์ซูร์ต้องมาเกี่ยวข้อง


 

เข้าสู่เขตวังชั้นใน

แผนทั้งหมด… สำเร็จจนเกือบผิดคาดเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง ทั้งสองก็ผ่านประตูวังชั้นในได้อย่างง่ายดายเกินไป หารเวรยามเพียงเหลือบตามองพวกเขา เห็น ผ้ากันเปื้อนสีเขียว ที่คาดเอว กับ รถเข็นเหล็ก ที่มีถังเปล่าเรียงอยู่หกใบ ก็ปล่อยให้ผ่านไปเหมือนเป็นภาพชินตา

ทันทีที่ก้าวผ่านประตูบานสูงเข้ามา ราห์ซูร์รู้สึกเหมือนหัวใจตกลงไปอยู่ที่พื้น นี่คือ… “วังชั้นใน” แห่งวาเลเธียจริง ๆ สวนกว้างใหญ่ปูด้วยหินอ่อน มีน้ำพุแห่งแสงลอยกลางอากาศ สายลมพัดผ่านต้นไม้สีเงินที่สะท้อนแดดยามบ่าย

ทางด้านซ้ายคือที่พักของทหารชั้นสูง ด้านขวาเป็นหอพักจอมเวทย์ ลึกเข้าไปคือห้องปรุงยาหลวงและครัวหลวง
และเหนือสุด… คือ ตัวปราสาท ที่เอมิลี่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในช่วงกลางวัน ทั้งสองยืนมองแผนที่กระดาษเก่า ๆ ที่ได้มา
ภาพบนแผนที่ดูเหมือนเด็กวาด เส้นเขียนเบี้ยว ๆ และตัวหนังสือขยุกขยิกจนแทบอ่านไม่รู้เรื่อง

แซร์คยืนเกาหัว

        “ทำไมแผนที่เก็บขยะมันดูเหมือนวาดตอนเมาเหล้าวะ…”

ราห์ซูร์ไม่ตอบ เขาไม่ได้ยินด้วยซ้ำ

ดวงตาของเขากวาดไปทั่ว หวังว่าจะเห็นเงาของเอมิลี่ในทุกซอกมุม เสียงลมหายใจเขาเบาแต่สั่น สามเดือนแห่งการรอคอยแห่งการทรมาน สามเดือนแห่งความหวังที่ถูกกัดกร่อนทุกวัน วันนี้…เขาอาจจะได้เห็นเธออีกครั้ง

แซร์คกับราห์ซูร์ใช้เวลาทั้งบ่ายเดินเข็นรถขยะไปรอบวังชั้นใน ผ่านสวน ผ่านหลังครัว ผ่านโรงทหารระดับสูง
แม้แต่ลานพักของเหล่าทหารราชองครักษ์ก็เก็บจนหมดแล้ว แต่ก็ไม่พบเธอเลย — เธอที่เขาตามหามาตลอดหลังจากพบกันครั้งสุดท้ายก็ 2 เดือนที่แล้ว แดดบ่ายเริ่มโรย พื้นหินอ่อนเริ่มเย็น ประตูวังชั้นในก็ใกล้ถึงเวลาปิด ความหวังของราห์ซูร์ค่อย ๆ ดับลงเหมือนเทียนที่ลมพัด แซร์คถอนหายใจแรง เดินเข็นรถขยะออกจากทางหลัก เข้าไปหยุดในซอกทางลับที่ไม่มีคนผ่าน เขาวางมือบนไหล่ราห์ซูร์เหมือนเตรียมบอกข่าวร้ายที่สุดในชีวิตเพื่อน

        “เขตวังชั้นในมันใหญ่มากนะเพื่อน…” แซร์คพูดเสียงแผ่วลง

        “จะหาตัวสาวผมแดงของนาย… ไม่ง่ายเลย

แถมเราไม่มีสิทธิขึ้นไปถึงตัวปราสาทด้วยซ้ำ

ฉัน… ขอโทษนะ ฉันมาส่งนายได้แค่นี้จริง ๆ”

ประโยคสุดท้ายของเขานุ่มกว่าเดิม เหมือนพยายามประคองหัวใจเพื่อนที่เหลือเศษหวังอยู่นิดเดียว ราห์ซูร์ยิ้มจาง ๆ — จางจนแทบจะมองไม่เห็น ดวงตาเขาหม่นลง ราวกับยอมรับความจริงทั้งที่ยังไม่อยากยอม

        “ไม่เป็นไร…”

เขาก้มหน้า

        “บางทีฉันอาจยังไม่มีดวง… ในตอนนี้

แต่สักวัน… ต้องมีสักวันที่เธอจะหันมารักฉัน… ใช่ไหม?”

คำพูดนั้นบิดหัวใจของตัวเองมากกว่าของใครทั้งสิ้น แซร์คฟังแล้วขมคอ ไม่รู้จะตอบยังไงดี และในวินาทีนั้นเอง—เสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมา ไม่ใช่เสียงลม ไม่ใช่เสียงคนเดิน แต่เป็นเสียงที่ราห์ซูร์จำได้แม่นที่สุดในชีวิต 

เสียงของ เอมิลี่

ความจริงมันดังแค่พอให้ได้ยิน แต่ในหัวของราห์ซูร์ มันดังประหนึ่งฟ้าผ่า

        “ไม่นะ คาเรน… อย่าทำแบบนี้… ฉันขอโทษ!!!

อย่าเมินฉันแบบนี้!!!”

ราห์ซูร์แทบหยุดหายใจ หัวใจบีบรัดจนเจ็บ คำว่า คาเรน ทำเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบแตกหักในทันที เสียงร้องของเธอแหลมขึ้น ปนสะอื้น ปนเจ็บ ปนความสิ้นหวังแบบที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

        “อย่าทิ้งฉันไป… ฉันผิดไปแล้ว… โอ้ย!!!—”

เสียงหกล้มดัง ตุบ!

เหมือนฉีกบางอย่างในหัวใจเขาขาดออกจากกัน 

ไม่ต้องคิด

ไม่ต้องหายใจ

ไม่ต้องถามแซร์ค

ราห์ซูร์พุ่งออกจากซอกทางทันที เหมือนร่างจะเคลื่อนที่เองโดยไม่มีคำสั่งจากสมอง เขาวิ่งไปตามเสียง ผ่านพุ่มไม้ ผ่านซุ้มต้นไม้ จนในที่สุด— ภาพตรงหน้าก็หยุดเขาเหมือนแรงกระแทก

คาเรนยืนอยู่กลางศาลา หลังตรง สง่า มั่นคง เหมือนกำแพงทองที่ไม่มีอะไรทำลายได้ ที่พื้นเบื้องหน้าเขา…

เอมิลี่นอนล้มคว่ำ ไม่เป็นท่า

มือทั้งสองยันพื้น แต่ข้อมือสั่นจนไม่มีแรงลุก ผมแดงยาวกระจายไปทั่วพื้นหิน ไหล่ของเธอสั่นสะท้าน เสียงร้องปะทะกับลมบ่ายเหมือนมีดบาดใจ

ราห์ซูร์ยืนตัวแข็งทื่อ ร่างแทบไม่รับรู้สิ่งอื่นนอกจากภาพตรงหน้า ใจถูกบีบแน่นจนเจ็บถึงกระดูก ด้านหลังพุ่มไม้
แซร์คยืนอุดปากทั้งสองมือ ดวงตาเบิกกว้าง

เพราะเขารู้… แค่การพบกันแบบนี้ ก็แย่มากพออยู่แล้ว แต่สถานการณ์ตอนนี้— มันเลวร้ายเกินกว่าที่เขาจะคาดคิด

ภาพเอมิลี่ล้มลงกับพื้น ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนโลกทั้งใบพังถล่มลงทับตัวเธอ มันแทงหัวใจกว่าเสียงร้องไหน ๆ ที่ราห์ซูร์เคยได้ยินมา เขาชะงักไปชั่ววินาที—ก่อนสติจะขาดผึง

        “แกทำอะไรเอมิลี่… แกทำอะไร!!!!”

เสียงตะโกนของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง เวทย์ทำลายล้างสีดำพุ่งขึ้นจากพื้นอย่างป่าเถื่อน ราวกับของเหลวสีดำเดือดพล่านทะลักขึ้นฟ้า แต่ก่อนที่มันจะระเบิด— มือเล็ก ๆ ของเอมิลี่ก็ถึงหน้าอกเขาทันเวลา เธอผลักเขาออกเต็มแรง เหมือนระบายความโกรธใส่คนที่เธอไม่อยากเห็นที่สุดในโลก เวทสีดำสลายหายทันที เหลือเพียงเสียงตวาดของเธอที่แทงหัวใจเขาเหมือนมีด

        “อย่ามายุ่งนะ!! ไอ้ขยะ!!!”

ราห์ซูร์ผงะ เหมือนถูกฟาดด้วยของแข็ง นี่คือผู้หญิงที่เขารักจนย้อนเวลามาทั้งชีวิต…แต่ตอนนี้เธอมองเขาราวกับเป็นสิ่งสกปรก 

คาเรนยืนอยู่ด้านหลัง สีหน้าตกใจไปชั่ววินาที ก่อนรอยยิ้มเยาะค่อย ๆ ขึ้นตรงมุมปาก เขารู้ข้อมูลทุกอย่างจากกราวด้าแล้ว รู้ว่าราห์ซูร์ย้อนเวลามาเพราะความรักที่ฝังลึกจนผิดปกติ และรู้ดีว่า “ศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย” โดนเหยียบอยู่หน้าตัวเองแบบนี้… เจ็บยิ่งกว่าถูกแทงเสียอีก

เขายิ้มเหมือนชนะสงครามทั้งบท

        “โอ้ว… ดูสิว่าใครมา ตกสวรรค์กลายเป็นคนเก็บขยะสินะ?”

คำพูดนั้นเหมือนเอาน้ำกรดราดลงบนหัวใจของราห์ซูร์ แต่สิ่งที่เจ็บยิ่งกว่า—คือใบหน้าของเอมิลี่ เธอยืนขวางเขาไว้ ทั้งที่ยังมีน้ำตา เลอะเต็มแก้ม ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและความเกลียดชังปนกันจนเละเทะ

ราห์ซูร์กำหมัดแน่น แต่ทำอะไรไม่ได้เลย เขาทำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ

คาเรนยิ่งเห็นราห์ซูร์สั่น เขายิ่งกดดัน เสียงเย็นเฉียบของเขาแทงเข้าหูเหมือนเหล็กร้อน

        “เอมิลี่… ดูเหมือนเพื่อนกำพร้าของเธอมาตามกลับบ้านนะ

ไม่ไปกับเขาหน่อยหรือ?”

เอมิลี่หันกลับมาหาคาเรนทันที แทบคลานเข้าไปหาเขาอย่างสิ้นหวัง เธอจับชายกางเกงของเขาแน่น มือสั่นไม่หยุด

        “ไม่! ไม่ได้! ฉันไม่ไปกับเขา!”

เสียงเธอสั่นจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง

        “เขามันคนโง่ที่คอยตามตื้อฉัน… ฉันไม่สนใจเขาเลยสักนิด

ฉันรักคุณคนเดียว… อย่าทิ้งฉันนะคาเรน… ได้โปรด…”

ร่างทั้งร่างของเธอสั่นเหมือนจะล้มอีกครั้ง แต่ยังฝืนเกาะขาเขาไว้ไม่ปล่อย 

ราห์ซูร์แทบยืนไม่ไหว มือเขาชา ริมฝีปากสั่น เขาพยายามจะพูด… แต่ไม่มีเสียงออกมา

คาเรนมองภาพนั้นเหมือนกำลังดูละครที่ทำขึ้นมาเพื่อเขา เขาตัดสินใจปิดฉากมันด้วยประโยคเดียว— เขาจับผมสีแดงของเอมิลี่เต็มกำ กระชากขึ้นให้เธอเงยหน้าอย่างหมดทางขัดขืน

        “อยากให้ฉันยกโทษให้ใช่ไหม?”

เอมิลี่น้ำตาไหลพราก แต่พยักหน้า เพราะเขายังจับผมเธอไว้จนเจ็บแทบขาด คาเรนโน้มหน้าลง เสียงต่ำ ลึก เย็น
เต็มไปด้วยการครอบครอง

        “คืนนี้… ไปรอที่ห้องนอนฉัน

ฉันจะ ‘ลงโทษ’ เธอให้รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ”

ราห์ซูร์หยุดสั่น เหมือนถูกตีด้วยค้อนเหล็ก โลกทั้งใบพังลงในเสี้ยววินาที หายใจไม่ออก มองภาพตรงหน้าเหมือนฝันร้ายซ้ำรอบแล้วรอบเล่า จิตใต้สำนึกของเขายังไม่ตาย มันดิ้นรน… มันต้องช่วยเธอ มันต้องเปลี่ยนอนาคตให้ได้ มันต้องพูดอะไรสักอย่าง— เขากลั้นหายใจ พูดออกไปทั้งที่เสียงแทบไม่ออก

        “เอมิลี่…”

เธอหยุดหายใจชั่วครู่ แต่ไม่หันกลับมา เสียงของเขาเบาเหมือนคนใกล้ตาย

        “อย่างน้อย… ก็… คุมกำเนิดด้วยนะ…”

มันเป็นประโยคเดียวที่จิตใต้สำนึกผลักให้พูด ไม่ใช่เพื่อเธอ แต่เพื่อ “การเปลี่ยนอนาคต” คำเตือนที่ดิบที่สุด… ตรงที่สุด… และบ้าบิ่นที่สุด

เธอชะงัก ดวงตาเบิกกว้าง เหมือนถูกตบกลางหน้า ไม่ใช่เพราะเนื้อความ แต่เพราะ ความอับอายที่สุดในชีวิต ต่อหน้าคาเรน ต่อหน้าชายที่เธออยากให้รัก ต่อหน้าความลับที่ควรหายไปพร้อมอดีต เธอพุ่งเข้าไป— 

        เพี๊ยะ!!

ตบเต็มแรงจนหน้าเขาสะบัด แล้วเธอวิ่งหนีไป น้ำตาไหลเป็นสาย ทิ้งคาเรนและราห์ซูร์ไว้กลางสวนที่เงียบสนิท แม้แต่แซร์คที่แอบอยู่ในพุ่มไม้ยังเอามือปิดปากตัวเองหัวใจเขาแทบหยุดเต้น

        “คุมกำเนิด…?

คาเรนทวนคำพูดนั้นช้า ๆ ก่อนจะระเบิดหัวเราะราวกับสิ่งที่ราห์ซูร์พูดเป็นเรื่องขำขันที่สุดในโลก เสียงหัวเราะดังสะท้อนในศาลา สะท้อนในอกของราห์ซูร์ ดังจนเหมือนหัวใจเขาถูกเหยียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า

        “ฮ่า ฮ่า ฮ่า… ฉันเริ่มสงสารแกจริง ๆ แล้วสิ”

คาเรนใช้หลังมือปาดน้ำตาหัวเราะออก

        “แกมันโง่… โง่จนไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ”

แววตาเขาไม่ใช่แววตาเยาะ แต่เป็นแววที่มองคนที่ “ต่ำกว่า” อย่างชัดเจน เหมือนมองเด็กน้อยที่ยังไม่รู้ความจริงของโลกใบนี้

        “เชื่อฉันเถอะ”

เขาพูดพร้อมก้าวเข้าใกล้ราห์ซูร์ครึ่งก้าว เสียงเบาแต่เฉียบคม

        “ปล่อยให้ ผู้ชายที่จัดการกับเอมิลี่ได้ …ดูแลเธอเองจะดีกว่า”

เขายักหัวนิด ๆ เหมือนสั่งทหารชั้นล่าง

        “กลับไปที่พักของแกซะ… ไอ้ทหารเก็บขยะ”

คำว่า ทหารเก็บขยะ จงใจพูดช้า เพื่อให้มันจมลึกลงในใจของราห์ซูร์ ทันทีที่คาเรนหมุนตัว แซร์คก็พุ่งออกมาจากพุ่มไม้ เขาคว้าตัวราห์ซูร์ที่ยืนเหม่อลอยเหมือนคนวิญญาณหลุด แทบจะลากออกไปจากพื้นที่ทันที

        “ไป ๆ ๆ เพื่อน… ออกไปก่อน!”

เสียงแซร์คสั่นอย่างควบคุมไม่อยู่ เขาไม่เคยเห็นเพื่อนเจ็บขนาดนี้มาก่อน และเขาไม่รู้ว่าถ้าปล่อยไว้ ราห์ซูร์จะทำอะไรลงไปอีก ทั้งสองถูกกลืนหายไปในพุ่มไม้และเงาเขียวของสวนในวังชั้นใน จนเงาของพวกเขาลับไปจากสายตา—

คาเรนหยุดหายใจชั่วขณะ

เสียงลมในสวนเหมือนดับไปทันทีที่ทั้งสองพ้นสายตา เขายืนเงียบ ถอนหายใจออกมาแรง ๆ รอยยิ้มเยาะหายไป
แทนที่ด้วยแววตา… ที่หดหู่เกินจะซ่อน เพราะเมื่อความเงียบกลับมา เขากลับไปเผชิญหน้ากับ 

        “ความจริงของตัวเอง”

สองเดือนก่อน— เอมิลี่หายไปจากวังบ่อยครั้ง อ้างเรื่องหน้าที่บ้าง ภารกิจกะทันหันบ้าง แต่เขารู้ว่าเธอโกหก วันหนึ่งเขาตามเธอออกไป และพบว่าเธอกำลังพบกับ ลอร์ดเซเรส หลังจากนั้น ทั้งสองเริ่มนัดพบกันลับ ๆ ซ้ำ ๆ
มากขึ้นเรื่อย ๆ จนเขาทนไม่ไหวและสืบต่อเอง

สิ่งที่พบ…มันมากกว่าสิ่งที่เขารับไหว ไม่ใช่แค่ลอร์ดเซเรส แต่เหมือนเอมิลี่กำลังวิ่งเตลิดไปสู่เส้นทางอันตรายที่เขาตามไม่ทันอีกแล้ว

วันนี้…เขาเปิดโปงเธอ เพื่อเลิก เพื่อจบมันเสียที แต่เอมิลี่… กลับ ง้อเขา จนหมดสภาพ แตกสลายตรงหน้าเขา ร้องไห้ ขอร้อง ยอมแม้กระทั่งทำลายศักดิ์ศรีตัวเอง

แล้วราห์ซูร์— ดันโผล่มาตรงจังหวะนั้นพอดี ภาพทั้งหมดเลยกลายเป็นเรื่องวุ่นวายหนักกว่าเดิม

คาเรนสูดลมหายใจลึก มองเส้นทางที่ราห์ซูร์กับแซร์คหายไป

        “แกไม่รู้อะไรเลย……อย่ารู้เลยจะดีกว่า”

เพราะเขารู้ว่า… ถ้าราห์ซูร์รู้ความจริงทั้งหมด หัวใจของเขาอาจแตกละเอียดจนไม่มีวันซ่อมได้อีก

บางที… การทำให้ผู้ชายคนนั้น “ตัดใจจากเอมิลี่” อาจเป็นความหวังเดียว ไม่ใช่เพื่อช่วยราห์ซูร์ แต่เพื่อช่วย “เธอ”— ในแบบที่เขาทำได้

คาเรนหลับตาทิ้งท้ายในหัวอย่างเงียบงัน

        “บางที… ราห์ซูร์ถ้าแกตัดใจได้ แกก็จะพ้นจากนรกได้”

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

อ่านนิยายเรื่องอื่น

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา