ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย

-

เขียนโดย NoxTypeG

วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.

  70 บท
  1 วิจารณ์
  2,448 อ่าน

แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

16) ของใครของมัน (แต่ฉันไม่รู้!)

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

งานเลี้ยงเลิกรา เกือบ 3 ทุ่ม 

ราห์ซูร์และแซร์คที่ยืนอยู่ประตูทางเข้าวังชั้นใน มองรถม้าหลายคันที่กำลังเตรียมตัวรับเจ้านายของตน บ้างกำลังเคลื่อนตัวออก บ้างยังคงรอเรียกชื่อจากในงาน เสียงล้อไม้บดกับพื้นหินดังแผ่ว ๆ ไปทั่วลานวังยามค่ำ

        “ราห์ซูร์ ได้ยินไหม?”

เสียงกราวด้าดังขึ้นในหัวชัดเจน — ตรงเวลาเหมือนทุกวัน

        “ได้ยิน ดังจนหัวจะแตกแล้ว...” เขารีบตอบในใจ “ตอนนี้ยังไม่พร้อม ยืนยามกับแซร์คอยู่”

        “.....ทำไม?.... นายหาข้ออ้างไม่ให้ฉันเรียกตัวได้แล้วงั้นหรือ?”

น้ำเสียงของกราวด้าฟังดูหงุดหงิด และประชดประชันนิดหน่อย

        “วันนี้ฉันทำมัฟฟิน... ตั้งใจให้นายมาชิม... ก็ได้ ถ้าวันนี้ไม่มา ฉันจะเก็บไว้ให้นายกินพรุ่งนี้”

พูดจบ เธอก็ตัดการเชื่อมต่อ ราวกับแฟนสาวที่งอนหนักจนไม่อยากพูดต่อ

        “พรุ่งนี้... มันจะไม่เสียก่อนหรือไง?”

ราห์ซูร์เผลอพูดออกมา เพราะถูกตัดความเชื่อมต่อจิตไปแล้ว

แซร์คที่ยืนข้าง ๆ หันมาทำหน้าฉงน “ทำไมต้องพรุ่งนี้? เราเข้าไปกินอาหารที่เหลือคืนนี้เลยไม่ได้หรือไง?”

ราห์ซูร์ขมวดคิ้ว “ก็ได้ ไปกินกัน... แต่ฉันคิดว่า... บางทีฉันจะแวะไปหาคุณฮิวเดอร์หน่อย เธอดูเป็นคนดี และมีน้ำใจมาก ๆ”

แซร์คที่มองคนออก เหลือบตามองราห์ซูร์อย่างสิ้นหวัง เขารู้ดีว่าผู้หญิงอย่างฮิวเดอร์และเมล์ฟี่เป็นคนแบบไหน — แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันก็ดี เพราะอย่างน้อยเพื่อนเขาจะได้มี “ประสบการณ์กับผู้หญิง” มากขึ้น

เขาตบไหล่ราห์ซูร์ ยิ้มเจ้าเล่ห์ “สู้ ๆ นะเพื่อน... ให้ความรู้สึกและอารมณ์พาไป แล้วนายจะได้เข้าใจโลกของผู้หญิงมากขึ้น”

ลานวังค่อย ๆ เงียบลง เหลือเพียงเสียงพิณจาง ๆ จากเวทีที่ห่างออกไป แสงไฟตามแนวทางเดินค่อยดับทีละดวง เหลือเพียงแสงจันทร์สะท้อนบนผิวน้ำพุ

ฮิวเดอร์ยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดสีฟ้าอ่อนที่สะท้อนประกายเงินของจันทร์ ผมยาวสลวยพาดบนบ่า กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ลอยมาก่อนเสียงของเธอ

        “ฉันคิดว่าเธอจะไม่มาแล้ว เธอทำฉันเป็นห่วงนะรู้ไหม?”

ราห์ซูร์ชะงัก มือข้างหนึ่งยังจับด้ามดาบไว้ตามระเบียบ “ผม … ผมแค่— มาช้า”

เธอก้าวเข้ามาใกล้ รอยยิ้มบางบนริมฝีปากนั้นดูเหมือนแสงไฟที่ไหวระริก “บอกฉันได้ไหม? ระหว่างทำหน้าที่ แอบคิดถึงฉันบ้างไหม?” ระหว่างที่เธอพูดก็เอื้อมมือไปแตะที่ดอกไม้สีชมพูบนอกของราห์ซูร์

ราห์ซูร์นิ่ง เหมือนเครื่องจักรที่ถูกขัดจังหวะ “ผม…ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้น”

ฮิวเดอร์หัวเราะเบา เสียงนั้นเหมือนระฆังแก้ว “ไม่คิดอะไรแบบนั้น แต่หน้าแดงขนาดนี้หรือคะ?”
เธอเอื้อมมือแตะแก้มเขาเบา ๆ ปลายนิ้วเย็นแต่นุ่มจนเขาเผลอขยับหนีไม่เป็นจังหวะ

        “คุณไม่ชินกับสายตาผู้หญิง เลยสินะ”

        “ผม…เอ่อ ผมแค่ ไม่ค่อยคุยกับใคร”

เธอยิ้ม แล้วเอียงหน้าเข้าใกล้จนลมหายใจแตะขมับเขา “น่ารักจัง อยากรู้ไหมว่าส่วนไหนของฉันร้อนที่สุด”

ราห์ซูร์อึกอัก ไม่รู้จะมองตรงไหนดี “เอ๋…ฮิวเดอร์ คุณหมายถึงอะไรเหรอครับ?”

        “อย่าเสียเวลาเลย...เรามีเวลาทั้งคืนก็จริงแต่ฉันไม่อยากเสียเวลามากกว่านี้”

เธอพูดพลางหัวเราะนุ่ม เสียงหัวเราะนั้นทำให้คืนทั้งคืนดูเหมือนจะหลอมละลาย — แต่ก่อนที่เขาจะตอบอะไร แสงจันทร์วาบขึ้นบนวงเวทใต้เท้าเขา

รู้ตัวอีกที — แสงรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว ร่างของราห์ซูร์กับฮิวเดอร์หายจากสวนในพริบตา
ทั้งคู่ปรากฏขึ้นกลางห้องสว่างอบอุ่น กลิ่นดอกไม้จาง ๆ และกลิ่นไวน์ผสมเวทลอยคลุ้งในอากาศ

ฮิวเดอร์ยื่นมือรับร่างเขาที่เซจากแรงวาร์ป ประคองไว้เบา ๆ ก่อนจะพาร่างทั้งสองทรงตัวลงยืนอย่างนุ่มนวล
ต่างจากการเรียกตัวของกราวด้าโดยสิ้นเชิง — ไม่มีแรงกระชาก ไม่มีวงเวทบีบรัด มีเพียงสัมผัสอุ่นที่นุ่มราวอากาศ

ห้องของฮิวเดอร์ช่างแตกต่างจากห้องวิจัยของกราวด้าอย่างสุดขั้ว รอบผนังประดับด้วยคริสตัลเรืองแสงหลากสี เครื่องดนตรีเวทลอยเรียงรอบห้อง — พิณทองคำ หม้อเสียงแก้ว และกล่องดนตรีที่ขับท่วงทำนองเองราวกับมีชีวิต

โต๊ะเครื่องแป้งวางดอกไม้สดแทนคัมภีร์เวท ม่านบางไหวเบา ๆ ตามแรงลมเวทจากนอกหน้าต่าง
บรรยากาศทั้งหมดอบอวลด้วยความอบอุ่นและเสน่ห์ของหญิงสาวที่ใช้เวทเพื่อ ความงดงาม มากกว่าการทำลาย

ฮิวเดอร์ยิ้มอย่างพอใจ ดวงตาสีฟ้าครามสะท้อนแสงเทียนระยิบ

        “ยินดีต้อนรับสู่ห้องของฉัน... ราห์ซูร์”

เธอก้าวเข้ามาใกล้ เสียงส้นรองเท้าสะท้อนเบา ๆ ไปกับทำนองจากพิณที่ลอยอยู่ด้านหลัง

        “รับรองว่าคืนนี้คุณจะไม่ได้นอนอย่างสงบแน่”

        “ให้ฉันร้องเพลงกล่อมคุณทั้งคืนดีไหม?”

น้ำเสียงของเธออ่อนหวานราวเสียงสายลม แต่แฝงแรงสะกดจนราห์ซูร์รู้สึกได้ถึงพลังบางอย่างที่แทรกเข้ามาในจิต — เวทเพลงแห่งการลวงใจ (Siren’s Whisper)

เขาถอยหลังครึ่งก้าวอย่างประหม่า “นี่คุณ... ใช้เวทเพลงอยู่หรือเปล่า?”

ฮิวเดอร์หัวเราะเบา ๆ “เวทเหรอ? เปล่านะ... แค่เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยากให้คุณฟังเท่านั้นเอง”
เธอเอียงคอ ยิ้มหวาน แล้วปล่อยท่วงเสียงใสไหลออกมา — เสียงนั้นทั้งอบอุ่นและลึกล้ำจนหัวใจของราห์ซูร์เต้นไม่เป็นจังหวะ

ราห์ซูร์เริ่มเคลิ้มไปกับสิ่งที่ฮิวเดอร์มอบให้  “รู้สึกดีจริง ๆ... ผ่อนคลายจนไม่อยากทำอะไรเลย นี่คือเวทประเภทที่ทำให้เคลิบเคลิ้มหรือเปล่านะ... ฉันชอบจัง”

 ทั้งเสียงเพลง กลิ่นหอม และละอองเวทสีเงินบางที่ลอยรอบห้อง ทุกอย่างเหมือนออกแบบมาเพื่อ ปลดการป้องกันจิตใจของเหยื่อ

เขารู้ว่าควรตั้งสมาธิ แต่เสียงพิณกับกลิ่นหอมจากผมของเธอกลับดึงให้ความคิดจมลึกลงเรื่อย ๆ ร่างกายหนักเหมือนจมหิน เธอยื่นมือแตะไหล่เขาเบา ๆ แล้วผลักให้เอนลงบนเตียงนุ่ม

        “ไม่มีอะไรต้องกังวล.....ผ่อนคลายสิ... แค่นั้นเอง”

น้ำเสียงอ่อนหวานราวกล่อมเด็ก แต่ความเย็นในถ้อยคำกลับทำให้ขนที่ต้นคอเขาลุกซู่ ฮิวเดอร์เดินไปที่โต๊ะเครื่องดื่ม หยิบแก้วไวน์ใส ยกขึ้นจิบช้า ๆ รอยยิ้มพึงใจบนใบหน้าราวกับนักดนตรีที่กำลังควบคุมการแสดงของตน

ราห์ซูร์พยายามฝืนเปลือกตาที่หนักอึ้ง

        “ใช่....ผมจะผ่อนคลาย.........”

เธอยิ้มบาง ดวงตาสีฟ้าฉายแสงเวทวูบหนึ่ง

        “ไม่ต้องกลัว หลับตาซะ... ให้ฉันดูแลเธอในคืนนี้ หนุ่มน้อย”

เสียงหัวเราะใสนั้นเหมือนหยาดน้ำแข็งที่กลั่นออกมาจากรอยยิ้ม

เธอเดินกลับมา ยกมือแตะแนบอกเขาอย่างเบา “รู้ไหม... พลังในตัวเธอมันน่าทึ่งมาก ฉันสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่ไม่ใช่มนุษย์เสียทีเดียว....แต่นั้นไม่ใช่ทั้งหมดที่ฉันสนใจ”

เธอร่ายเวทอีกครั้ง คราวนี้ชุดของราห์ซูร์ถูกถอดออกหมด

ราห์ซูร์ยังคงนอนสบายอย่างไม่รู้ตัว

        “ว้าว... ดูมันสิน่ากินจัง!!!  ฉันจะค่อยๆ รีดเธอให้หมดตัวเลยหนุ่มน้อย.....”

เสียงแผ่วพร่าที่เต็มไปด้วยความเย้ายวนหลุดออกจากริมฝีปากของหญิงสาว  ทว่าทันใดนั้นสายตาของเธอกลับสะดุดเข้ากับอักขระเวทสีดำสนิทซึ่งปรากฏอยู่บริเวณต้นขาของ ราห์ซูร์ 

        “......เอ๋......แอบสักไว้ด้วยหรือ?....แอบร้ายนะเธอเนี้ย”   

ทันทีที่เธอเอื้อมมือไปเปิดดูให้ชัด ฮิวเดอร์หยุดชะงักหัวใจของเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น—ไม่ใช่เพราะการสัมผัสร่างกายเขา แต่เพราะลวดลายเวทนั้นมัน... แปลกตา ทว่าชัดเจนเกินกว่าจะเข้าใจผิด

ผู้ใช้เวททุกคนต่างรู้จักมันดี แม้มันจะเป็น “เวทต้องห้าม” ของวาเลเธีย—เวทแห่งพันธะจองจำระหว่างนายและทาส

        “คาถาจองจำทาส...”

แม้จะเป็นเวทต้องห้าม แต่เป็นที่รู้ดีว่าผู้มีอำนาจ คนรวย รวมถึงชนชั้นสูงบางคนยังคงแอบใช้กันอยู่อย่างลับๆ

เธอพึมพำเสียงสั่น แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ว่าหนุ่มซื่อ ๆ อย่างราห์ซูร์จะมีเจ้าของอยู่แล้ว

เธอขยับเข้าไปใกล้อีกนิด หัวใจเต้นระส่ำ ก่อนจะมองเห็น “ชื่อ” ที่ถูกสลักไว้ใต้รอยเวทนั้น — และแทบเป็นลมในวินาทีนั้น

         “กราวด้า...”

ว่าที่ราชครูแห่งวาเลเธีย... จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคนี้

        “โอ้ว—ตายแน่! ฉันตายแน่! งานนี้ไม่ใช่แค่แย่ แต่ แย่กว่าตาย!”

เธอร้องลั่นพลางถอยหลังกรูด เหมือนมีระเบิดลูกใหญ่วางอยู่ตรงหน้า

บทลงโทษของผู้ที่แย่งของของคนอื่น มักจบไม่สวย... ฮิวเดอร์เข้าใจผิดไปว่าราห์ซูร์เป็น “สมบัติของกราวด้า” — และตอนนี้เธอกำลังถือมันอยู่ในมือ

หัวใจของเธอเต้นรัวไม่เป็นจังหวะ ความคิดวิ่งพล่านไปต่าง ๆ นานา ว่าบางทีเธออาจถูกสาปให้กลายเป็นตัวอะไรสักอย่าง หรือถูกลงโทษด้วยเวทมนตร์อันน่าสยอง เพราะความหึงหวงนั้นไม่เข้าใครออกใคร

เธอพยายามตั้งสติ ทั้งที่มือยังสั่น ก่อนเอ่ยเสียงแผ่วรัวออกมา

        “ฉันขอโทษนะ... ราห์ซูร์... อย่าบอกท่านกราวด้าเลย ได้โปรดเถอะ! ฉันจะรีบคลายมนต์และพาเธอกลับไปเดี๋ยวนี้!”

ทันทีที่ปิดเพลงขับกล่อมและหยุดกลิ่นหอมจากเครื่องหอมในห้อง ฮิวเดอร์รีบใช้วงเวทติดต่อเมล์ฟี่ในทันที

        “เมล์ฟี่! เธออยู่ไหน—เรื่องใหญ่แล้ว!!!”

เสียงของฮิวเดอร์ตื่นตระหนกจนอีกฝ่ายถึงกับถอนหายใจ

        “อยู่กับแซร์คในงานเลี้ยงนั่นแหละ” เมล์ฟี่ตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย “เขากำลังกินอยู่—ตั้งแต่งานเลิกจนถึงตอนนี้ยังไม่หยุดเลย ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว”

        “ดีเลย อย่าเพิ่งไปไหนนะ รออยู่นั่นแหละ ฉันจะพาราห์ซูร์กลับไปเดี๋ยวนี้!” ฮิวเดอร์สั่งรวดเร็วโดยไม่เปิดโอกาสให้เพื่อนถามต่อ

        “ทำไมล่ะ?” เมล์ฟี่ถามกลับอย่างสงสัย—ไม่เคยเห็นฮิวเดอร์เสียท่าขนาดนี้มาก่อน

        “ราห์ซูร์... เป็น เด็ก ของกราวด้า!”

        (คำว่า เด็ก ในที่นี้คือศัพท์ลับในหมู่พ่อค้าทาส หมายถึง “ผู้ถูกผูกพันด้วยเวท”)

เมล์ฟี่ถึงกับหน้าถอดสี มองแซร์คที่ยังยิ้มแฉ่งกินอาหารไม่หยุด

        “ตายโหง! เอากลับมาเดี๋ยวนี้เลย!”

ไม่นาน ราห์ซูร์ที่ยังงัวเงียก็ถูกจับแต่งตัวเรียบร้อย และถูกเทเลพอร์ตกลับมายังลานวัง เขายืนยิ้มอย่างสบายใจ ราวกับไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ฮิวเดอร์รีบพูดเสียงลน

        “แซร์ค! เราขอโทษนะ เราพาเพื่อนของนายกลับมาแล้ว... และสาบานได้เลยว่า—พวกเรายังไม่ได้ทำอะไร!”

เมล์ฟี่เสริมตามทันที พลางยกมือขึ้นพนมไว้ที่หน้าอก

        “ขอร้อง อย่าบอกเรื่องนี้กับท่านกราวด้าเลยนะ!”

แซร์คมองทั้งคู่ด้วยแววตาสนุก เขาอาจไม่รู้รายละเอียดทั้งหมด แต่พอเดาได้ว่า พวกเธอคงไปพบอะไรบางอย่างที่โยงถึงกราวด้าแน่ ๆ

เขาจึงแกล้งพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่น

        “งั้นเหรอ... แย่หน่อยนะ เท่าที่ฉันรู้—กราวด้าเรียกตัวราห์ซูร์ทุกคืนเลยนี่นา แต่คืนนี้... เขาติดเวรยืนยามกับฉัน เธอเลยยังไม่เรียก”

ฮิวเดอร์กับเมล์ฟี่หน้าซีดเผือดทันที

        “เรียกตัว... ทุกคืนเหรอ?”

        “ตายแน่... ขอร้องจริง ๆ นะ อย่าบอกเธอเลย!”

แซร์คยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ

        “ก็ได้... ถ้าอยากให้ฉันปิดปากเงียบ ก็แค่หาของกินอร่อย ๆ มาฝากบ่อย ๆ ก็พอ”

ทั้งคู่พยักหน้ารัว ๆ ก่อนรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว


 

หลังจากคืนนั้น ฮิวเดอร์และเมล์ฟี่เริ่มไปที่ห้องครัวของวังหลวงบ่อยขึ้น เพื่อขอขนมจากแม่ครัวแนนซี่อยู่เสมอ
และจากการพูดคุยกันบ่อยครั้ง ทั้งสามก็ค่อย ๆ ต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันราวกับจิ๊กซอว์ที่เริ่มสมบูรณ์— เรื่องราวของ “ว่าที่ราชครูหญิงกราวด้า มอร์นไวน์” ผู้ลงมือทำขนมด้วยตัวเอง...และชายหนุ่มคนเดียวที่เธอตั้งใจทำให้—ราห์ซูร์

 

 

 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
0 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
0 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
0 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา