ในวันที่เวลาไม่ให้อภัย
เขียนโดย
NoxTypeG
วันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 เวลา 22.46 น.
แก้ไขเมื่อ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 14.53 น. โดย เจ้าของนิยาย
12) การคุยที่ไร้สาระ
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความเวลา สามทุ่มตรง — เสียงนาฬิกาเวทในห้องทหารเงียบลง เหมือนโลกทั้งใบหยุดนิ่งอยู่ชั่วขณะ
“ราห์ซูร์... ได้ยินไหม? ตอบด้วย”
เสียงของกราวด้าดังขึ้นในหัว — ชัดเจน ราวกับเธอยืนอยู่ข้างหู เขาเงยหน้าทันที หันซ้ายขวาโดยสัญชาตญาณ แต่ในห้องมีเพียงแสงตะเกียงเล็ก ๆ และความเงียบของยามค่ำ
“ได้ยิน...” เขาตอบเสียงเรียบ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อย “แต่ช่วยเคาะประตูก่อนเข้าหัวคนอื่นหน่อยได้ไหม? มันรู้สึกเหมือนโดนบุกห้องนอนโดยไม่ขออนุญาตเลยนะ”
“เชื่อเถอะ ถ้าเลือกได้ ฉันขอไปผ่ากบสิบตัวแทนจะดีกว่า”
น้ำเสียงของกราวด้าแผ่วแต่ชัด ราวกับเธอกำลังกลั้นใจให้พ้นหน้าที่ที่ไม่อยากทำ
“พร้อมไหม?”
“พร้อม...”
ทันทีที่เขาคิดตอบ โลกทั้งใบก็ บิดตัว — แรงดึงบางอย่างจากกลางอกฉุดร่างเขาจากเตียง จนต้องร้องออกมา
“เหวอ! โอ้ย!! อะไรเนี่ย!?”
พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็ล้มตึงลงบนพรมสีม่วงเข้มที่นุ่มจนแทบจมลงไปทั้งตัว กลิ่นลาเวนเดอร์ผสมกลิ่นสมุนไพรหอมจาง ๆ ลอยอบอวลอยู่รอบห้อง
กราวด้ายืนอยู่ตรงหน้า — ผมดำยาวถักเปียเดียวพาดไหล่ ดวงตาสีนิลสะท้อนแสงเทียนในห้อง เธอพ่นลมหายใจเบา ๆ
“มันเป็นแบบนี้เองสินะ... เพิ่งเคยใช้เวทนี้จริง ๆ”
“คาถาจองจำทาส สามารถเชื่อมจิต เรียกตัวทาส หรือจะไปหาทาสก็ได้... สะดวกดีใช่ไหมล่ะ?”
ราห์ซูร์พยุงตัวลุกขึ้นพลางบ่นพึมพำ
“สะดวกกับเจ้าของน่ะสิ สำหรับคนถูกเรียก... ไม่สนุกด้วยหรอก”
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ — ห้องของกราวด้าแตกต่างจากทุกสิ่งที่เขาเคยเห็นในค่ายทหาร ชั้นหนังสือสูงจรดเพดานเรียงเป็นระเบียบ โต๊ะไม้โอ๊กมีกระดาษคาถากองเป็นตั้ง และแสงเทียนจากตะเกียงคริสตัลให้สีทองอบอุ่นอย่างประหลาด
ในมุมห้อง มีโต๊ะน้ำชาขนาดเล็ก — กราวด้านั่งลงตรงนั้นอย่างสง่างาม เธอรินน้ำชาสีอำพันลงในถ้วยแก้วสองใบ ก่อนเลื่อนหนึ่งในนั้นมาทางเขา
“นั่งสิ”
ราห์ซูร์นิ่งไปครู่ ก่อนจะยอมทิ้งตัวนั่งลงตรงข้าม เก้าอี้ที่เขานั่งนุ่มจนเกือบลืมหายใจ ความแตกต่างระหว่างห้องทหารกับที่นี่ทำให้เขารู้สึกเหมือนหลุดมาอีกโลก
เธอยกถ้วยขึ้นจิบเบา ๆ ดวงตายังคงจับจ้องเขาไม่วาง แสงเทียนสะท้อนในดวงตานั้นเหมือนมีเวทวนหมุนอยู่ข้างใน
“เริ่มกันเลยดีไหม... นายรู้ใช่ไหมว่าทำไมฉันเรียกนายมา?”
“ได้สิ อยากรู้อะไรก็ถามมา”
ราห์ซูร์ยกถ้วยชาขึ้นจิบ พลางทำหน้าเบ้ทันที
“แหวะ... จืด ขม...”
กราวด้าไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ดวงตาสีดำของเธอจับจ้องเขาอย่างคมกริบ
“คำถามแรก — มาที่นี่ทำไม?”
ชายหนุ่มถอนหายใจยาว เขาเปิดปากเหมือนจะตอบ แต่กลับกลืนคำลงไปช้า ๆ ราวกับมีบางอย่างที่ไม่อาจพูดออกมาได้ แสงจากตะเกียงสั่นไหวในจังหวะเดียวกับลมหายใจของเขา
“อนาคตที่ทุกเมืองล่มสลายด้วยมือของเอมิลี่... ให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด...”
เสียงในใจแผ่วจนแทบไม่เป็นคำ ก่อนที่เขาจะยกตาขึ้นสบกับเธอ
“ฉันกลับมาตามหาความรัก”
กราวด้าสำลักน้ำชาทันที
เสียง แค่ก! ดังเบา ๆ ในห้องที่เงียบสนิท เธอรีบใช้ชายผ้าคลุมเช็ดริมฝีปาก แต่สายตายังจับอยู่ที่เขา
“ความ...รัก?” เธอทวนคำช้า ๆ เหมือนจะย้ำว่ามันไม่น่าเชื่อแค่ไหน
“คำตอบของนาย...ง่ายเกินไปสำหรับเรื่องที่เดิมพันคือโลกทั้งใบ”
“ก็เป็นไปได้...สำหรับคนโง่ที่เก่ง”
เธอพูดพลางวางถ้วยลงบนจานรองเสียงเบา “แล้วใครล่ะ ที่นายกลับมาเพื่อความรัก... คาเรน?”
คราวนี้เป็นราห์ซูร์ที่เกือบพ่นน้ำชาออกมา เขาไอแรงจนต้องยกมือป้องปาก
“ไม่ ไม่!! จะบ้าหรือ!?” เขารีบโบกมือ “คุณนี่...ไม่มีเซนส์เรื่องความรักเลยใช่ไหม”
กราวด้ายกคิ้ว ไม่ได้โต้กลับทันที เพียงหมุนถ้วยชาในมือช้า ๆ
“ใครจะไปรู้... ก็นายบอกเองว่าเขาเป็นเหตุผลที่นายกลับมา”
“ฉันแค่เดา — บางทีนายอาจโกรธที่เขาทิ้งนายไปรักคนอื่นก็ได้”
เธอพูดเรียบ ๆ แต่แววตาแฝงรอยขี้เล่นจาง ๆ อย่างคนที่อยากยั่วอีกฝ่าย ราห์ซูร์กลอกตา เหมือนจะเถียงแต่เหนื่อยเกินจะอธิบาย
“เธอชื่อเอมิลี่...” เขาตอบในที่สุด น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มและเศร้าจนต่างจากเมื่อครู่
“เธอเป็นคนรักของคาเรน... ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้พวกเขาเริ่มกันแล้วหรือยัง หรืออาจจะเป็นไปแล้ว”
เขาวางถ้วยชาลง ใช้ผ้าปูโต๊ะเช็ดมุมปากอย่างลืมตัว แววตาเหม่อมองไปที่แสงเทียนที่ไหวอยู่ไกล ๆ
“แต่ไม่ว่าผลมันจะเป็นยังไง... ฉันต้องเห็นมันด้วยตา”
กราวด้าเงียบไปครู่หนึ่ง เธอเห็นแววตาแบบนั้นมาหลายครั้งในห้องทดลอง — ดวงตาของคนที่ไม่กลัวตาย แต่กลัวเสีย “สิ่งสำคัญ” มากกว่า
เธอเอนหลังพิงเก้าอี้เบา ๆ สูดลมหายใจช้า
“นี่สินะ... สาเหตุที่คนเก่ง ๆ ชอบตายเพราะเรื่องโง่ ๆ”
“ฉันควรบอกคาเรนเรื่องนี้ดีไหมนะ?”
กราวด้าเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ มือข้างหนึ่งแตะริมถ้วยชาเบา ๆ แววตาเหม่อมองเพดานเหนือหัวที่ประดับด้วยคริสตัลเรืองแสงสีอำพัน
“ตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่านายย้อนเวลากลับมา... แค่ยังไม่รู้ว่ามาทำไมเท่านั้น”
เธอพูดช้า ๆ เหมือนคนกำลังคิดหลายชั้นในคราวเดียว “แต่สุดท้ายเขาก็ต้องรู้อยู่ดี ถ้านายยังพยายามเข้าใกล้สาวผมแดงคนนั้น”
“ใช่ แล้วแต่คุณเลย ฉันไม่สนใจเรื่องนั้น”
ราห์ซูร์วางถ้วยชาลงบนโต๊ะ เสียงกระทบเบา ๆ แต่ชัดเจนในห้องเงียบ
“ฉันสนแค่เอมิลี่”
ความมั่นใจในน้ำเสียงของเขาทำให้กราวด้าหลุบตาลง — รอยยิ้มบางแผ่วผ่านริมฝีปาก เหมือนระหว่างเวทปราชญ์กับความเป็น “หญิง” กำลังต่อสู้กันในใจ
“แล้ว...อนาคตเป็นยังไงบ้าง?”
คำถามนั้นฟังดูเรียบง่าย แต่ราห์ซูร์รู้ดีว่าไม่ใช่คำถามธรรมดา
เขาเงียบ — เสี้ยววินาทีนั้น แววตาที่เต็มไปด้วยรอยช้ำจากอดีตปรากฏขึ้น แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว
เขาเลือกจะ “โกหก”
“ก็ดี...” เขาเริ่มพูดช้า ๆ
“รุ่งเรืองดีด้วยซ้ำ เมืองวาเลเธียขยายเขตพาณิชย์ มีการค้าขายกับดินแดนรอบนอก เมืองมอร์ดานิสพยายามฉีกสัญญาสันติภาพ แต่ก็เป็นแค่เกมการเมืองเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า ไม่มีอะไรจริงจัง”
กราวด้าฟังเงียบ ๆ
เธอจิบชาอีกคำ ไม่ได้พูดแทรก แต่ปลายนิ้วเคาะแก้วเบา ๆ จังหวะสม่ำเสมอ — เสียงที่ราห์ซูร์รู้ดีว่าเธอกำลัง วิเคราะห์คำพูดของเขาทีละคำ
“ฟังดู...สมบูรณ์แบบไปหน่อยนะ”
เธอพูดเบา ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ทั้งที่นายเป็นคนที่มักเห็นแต่ด้านมืดของโลกนี้ตลอด ทำไมจู่ ๆ ถึงพูดถึงความรุ่งเรืองได้เหมือนนักการทูต?”
ราห์ซูร์ยกมือเกาหลังคอ เขาหลบสายตาเธอ
“บางที...ฉันก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นจริง ๆ น่ะ”
เขาพูดเบา ๆ แต่ในใจกลับวาบด้วยภาพของโลกที่พังทลาย — เมืองทั้งสามถูกเผาในเปลวเพลิงแห่งเวทมืด
เสียงร้องของผู้คน แสงสีแดงจากคาถาทำลายล้างของราชินีแห่งความมืด และร่างของกราวด้า... ที่ยืนอยู่บนกำแพงวาเลเธียเป็นคนสุดท้าย ก่อนจะถูกกลืนหายไปในแสงสีดำ
เขาก้มหน้าแน่นิ่ง — ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ
กราวด้ามองเห็นบางอย่างในท่าทางนั้น แม้จะไม่ได้อ่านจิตโดยตรง แต่ความเงียบที่หล่นลงในห้องบอกเธอว่า คำพูดของเขา “ไม่ทั้งหมดคือเรื่องจริง”
“งั้นเหรอ...” เธอตอบเรียบ ๆ “หวังว่าฉันจะได้เห็นอนาคตแบบนั้นด้วยตา”
เธอพูดพลางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังแสงไฟเมืองหลวงที่ค่อย ๆ มอดลงในความมืด
ลมหายใจเธอพ่นออกช้า ๆ เหมือนจะกลบความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อยากยอมรับ
กราวด้าหลุบตาลง หยุดเขียนเวทที่ลอยอยู่เหนือโต๊ะ เธอรู้ดีว่าถ้าจะเค้นต่อจากเขา...ก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีก
เธอเปลี่ยนเสียงเป็นนุ่มลง เหมือนจะยอมถอยจากสนามสอบ
“งั้นก็ช่างเถอะ...”
เธอเอนหลังพิงขอบหน้าต่าง มือหนึ่งยกถ้วยชาอีกครั้ง มองแสงไฟเมืองหลวงที่กระพริบอยู่ไกล ๆ
“แล้วฉันจะทำวิจัยเสร็จตอนไหนล่ะ?” เธอหันมามองเขา ดวงตาฉายแววเหนื่อยล้าแต่ยังอยากคุย
“บอกให้ฉันมีกำลังใจหน่อยสิ”
ราห์ซูร์หัวเราะเบา ๆ — ครั้งแรกในค่ำคืนนี้
“ไม่รู้สิ ผมไม่ใช่พยากรณ์”
เขาเอนตัวบนเก้าอี้ มือกุมถ้วยชาไว้
“ผมก็แค่บรรณารักษ์ในเมือง ในห้องสมุดเก่า ๆ จำได้ไหม? คนที่บังเอิญเจอหนังสือแปลก ๆ จากยุคก่อน... ที่พูดถึงเรื่องไร้สาระอย่างการย้อนเวลา”
เขายกไหล่ “ผมแค่คนโชคดีที่เชื่อมันมากพอจะลองดู”
กราวด้าหลุดหัวเราะในลำคอ — เบาแต่ฟังชัด
“ไร้ประโยชน์จริง ๆ...”
เธอพูดขณะนวดขมับอย่างเหนื่อยหน่าย “นายเป็นคนที่เก่งมากนะ แต่ก็ไร้ประโยชน์ต่อมนุษยชาติที่สุด”
ราห์ซูร์ยกคิ้ว
“โถ่... ท่านผู้วิเศษ”
เขาโน้มตัวไปข้างหน้า ยิ้มมุมปากแบบเจ้าเล่ห์
“คุณจำได้ไหมว่าวันนี้เมื่อสิบปีก่อน คุณร่ายเวทอะไรไปบ้าง? หรือกินอะไรตอนเช้า?”
“ผมเดาว่าคุณก็จำไม่ได้หรอก — แม่คุณคนฉลาด”
ทั้งคู่เงียบไปชั่วครู่ ไม่มีคำถาม ไม่มีคำตอบ — มีเพียงเสียงลมแผ่วผ่านหน้าต่าง กับแสงเทียนที่ไหวระริกบนโต๊ะไม้
ในที่สุด คนที่ขยับก่อนคือกราวด้า เธอลุกขึ้น เดินไปยังชั้นไม้ด้านหลังโต๊ะ หยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมาจากชั้นบนสุด แล้วเปิดฝา
ข้างในคือ ช็อกโกแลตหน้าตาประหลาด รูปทรงคล้ายแมวที่ถูกปั้นผิดสัดส่วน บางตัวหัวโต บางตัวขาเบี้ยว แต่ทุกตัวหอมกลิ่นโกโก้เข้มข้น
เธอเดินกลับมาหยุดตรงหน้าราห์ซูร์ แล้วยื่นกล่องให้
“กินไหม?”
ราห์ซูร์มองของในกล่องด้วยแววตาไม่ไว้ใจ
“ช็อกโกแลตเวทมนตร์หรือ?” เขาเลิกคิ้ว “กินแล้วจะพูดความจริงโดยไม่รู้ตัวใช่ไหม?”
กราวด้าหัวเราะจาง ๆ
“ไม่ ฉันทำเองต่างหาก”
เธอนั่งลงพลางวางกล่องบนโต๊ะ “พวกนักเรียนเวทเชิญฉันไปเปิดครัวใหม่ของสถาบัน ก็เลยต้องทำช็อกโกแลตเป็นพิธีน่ะ”
ราห์ซูร์หยิบหนึ่งชิ้นขึ้นมามอง พลิกไปมา “มันคือแมวเหรอ?”
“อืม... อย่างน้อยก็ตั้งใจให้เป็นแมว” เธอตอบเสียงเรียบ
เขาโยนเข้าปากโดยไม่ลังเล
“อื่ม...” เขาหรี่ตา เคี้ยวช้า ๆ “นึกว่าต้นกระบองเพรช...”
กลืนลงคอ ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
“แต่รสชาติดีกว่าน้ำชานะ”
กราวด้ายิ้มบาง ๆ — ยิ้มแบบที่ไม่บ่อยนักจะหลุดออกจากหญิงผู้เคร่งขรึมเช่นเธอ เธอกลับไปนั่งลงอีกครั้ง มือแตะขมับอย่างครุ่นคิด
“มีวิธีรับมือกับ ‘ความตาย’ หรือยัง?”
เสียงของเธอนุ่มแต่ทิ่มลึก ราห์ซูร์หยุดเคี้ยวไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบเรียบ ๆ
“มี อย่างน้อยภายในเจ็ดวัน... พลังเวทของฉันจะฟื้นพอจะสร้างร่างใหม่ที่แข็งแรงพอจะต่อต้านมันได้”
กราวด้าพยักหน้าช้า ๆ สายตาจับสังเกตทุกถ้อยคำ
“หลักการเดียวกับการสิงสู่ใช่ไหม?”
เธอถามอย่างนักวิทยาศาสตร์มากกว่าผู้วิเศษ “ย้ายจิตจากร่างหนึ่งไปสู่อีกร่าง... แต่คงสภาพไว้แบบถาวร”
ราห์ซูร์หยิบช็อกโกแลตอีกชิ้นเข้าปาก เคี้ยวต่ออย่างสบายใจ
“ใช่... ตอนกลับมาก็ใช้วิธีนั้น”
เสียงของเขาเริ่มแผ่วลง “ไม่มีร่างไหนทนได้หรอกตอนเคลื่อนผ่านหลุมดำแห่งเวลา... เว้นแต่ ‘ความตาย’ ”
กราวด้าเหลือบมองชายตรงหน้า ที่ตอนนี้กำลังเคี้ยวช็อกโกแลตแมวด้วยท่าทีเอร็ดอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
เธอเลิกคิ้ว แล้วอดไม่ได้ที่จะลองบ้าง — ยื่นมือไปหยิบขึ้นมา 1 ชิ้น
เธอเคี้ยวได้เพียงสองคำ ก่อนจะหน้าเบี้ยวแล้วคายออกแทบไม่ทัน
“อะ—อะไรเนี่ย!” เธอทำหน้าขมขื่น “แหยะ... นายกินของพวกนี้เข้าไปได้ยังไง!”
ราห์ซูร์หัวเราะเสียงดัง จนเสียงสะท้อนเบา ๆ ไปทั่วห้อง
“ฉันบอกแล้วว่ารสชาติดีกว่าน้ำชา”
กราวด้าเงยหน้ามองเขา ก่อนจะหลุดหัวเราะตามโดยไม่รู้ตัว เสียงหัวเราะของเธอนุ่ม เบา และเป็นธรรมชาติอย่างที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อน ในชั่วขณะนั้น บรรยากาศทั้งหมดในห้องดูเปลี่ยนไป — จากห้องของราชครูผู้ยิ่งใหญ่ กลายเป็นเพียงห้องของหญิงสาวธรรมดาคนหนึ่ง กับชายที่หลงเข้ามาในเวลาที่ไม่ควรเป็นของเขา
เธอส่ายหน้าเล็กน้อย
“เอาล่ะ... พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน”
เธอลุกขึ้น เก็บกล่องช็อกโกแลตกลับไปวางบนชั้น “พรุ่งนี้เวลาเดิม ฉันจะเรียกนายมาอีก”
ราห์ซูร์พยักหน้า แต่ยังไม่ลุก เขามองเธอเงียบ ๆ — แสงจากตะเกียงสะท้อนบนเส้นผมสีดำของเธอเป็นประกายอ่อน ๆ
“อะไร” กราวด้าหันมามอง “ทำไมมองแบบนั้น”
“ก็... ไม่รู้สิ” เขายิ้มบาง ๆ “คุณดูต่างไปนิดหน่อยจากตอนแรกที่เจอกัน”
“ตอนนี้คุณดูไม่เหมือน... จอมโหด ผู้เย่อหยิ่ง และดูถูกฉันแล้ว”
กราวด้าชะงัก — และยิ้ม
“ผู้หญิงไม่ชอบผู้ชายปากร้ายนะรู้ไหม?” เธอตั้งใจเหน็บเขาเรื่องท่าทีต่อผู้หญิง
ก่อนโบกมือส่งราห์ซูร์กลับไปยังที่นอนของเขา
“โว้ว!! กลับมาแล้ว? เตียงในโรงนอน เห้อ.....”
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ