CHESS:พลิกกระดานเทพ
10.0
เขียนโดย
TKFD
วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เวลา 01.14 น.
58 ตอน
4 วิจารณ์
26.49K อ่าน
แก้ไขเมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 01.16 น. โดย เจ้าของนิยาย
58) ตอนที่ 18.2 ปัญหาเล็กๆน้อยๆ
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ ทันทีที่ข้อความแจ้งเตือนนั้นปรากฏขึ้น อากิกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่ควรมีราวกับมี สายตาเดียว กำลังจับจ้องมาที่เขาโดยตรง เขาหันมองไปรอบๆ อย่างร้อนรน หัวใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้สาเหตุ อลิสที่สังเกตเห็นความผิดปกตินั้น เอ่ยถามขึ้นทันที
[อลิส:มีอะไรหรือเปล่าคะ ท่านอากิ]
"อากิ:ฉันสัมผัสได้ถึงสาย—"
"ครืด"
เสียงพลิกกระดาษดังขึ้น ช้า หนา และดูหนัก มันไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก อากิที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามอลิสด้วยสีหน้าตึงเครียด
"อากิ:เมื่อกี้…อลิสได้ยินเสียงเหมือนมีคนพลิกหน้ากระดาษไหม"
[อลิส:...]
ความเงียบนั้นไม่ใช่ความลังเล แต่เป็นความเงียบที่ เลือกจะไม่ตอบ
‘อากิ:ถ้าอลิสเงียบแบบนี้…แปลว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!’
ในอีกฟากหนึ่ง เหล่าเทพที่รับรู้ถึงเสียงเดียวกัน ต่างแสดงท่าทีแตกต่างกันออกไป
เทพีเฮคาทีที่เอนกายนอนอยู่ก่อนหน้า ลุกขึ้นมานั่งช้าๆ
สีหน้าที่เคยผ่อนคลายหายไป ดวงตาฉายแววครุ่นคิด
บีลเซบับยกมือลูบคาง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น ราวกับกำลังสนใจบางสิ่งที่ไม่ควรมีตัวตน
เทพโธธหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ลูกเต๋าและสมุดในมือถูกวางลงอย่างเงียบงัน
สายตาจับจ้องไปยังจุดหนึ่ง ราวกับกำลังฟังสิ่งที่ไร้เสียง
แม้แต่เบลเฟกอร์ ผู้ซึ่งมักไม่ใส่ใจสิ่งใด ก็ยังลุกขึ้นมานั่งชั่วครู่
ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วเอนตัวกลับไปนอน ไม่ใช่เพราะไม่รู้…แต่เพราะเลือกจะไม่ยุ่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบด้าน เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของตัวเอง
จนในที่สุด อลิสก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง
[อลิส:ท่านอากิ สนใจออกไปกินปลาย่างสักหน่อยไหมคะ]
"อากิ:หมายถึงปลาที่เธอเล่าให้ฟังใช่ไหม"
[อลิส:ใช่ค่ะ]
"อากิ:ฟังดูดีนะ…ตอนนี้ฉันหิวโคตรๆเลย"
อากิลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะค่อยๆ ปีนลงจากเตียงสองชั้นอย่างระมัดระวัง
ถึงแม้ร่างกายจะยังปวดระบม แต่ความหิวนั้นกลับกลบทุกอย่างไปจนหมด และอากิก็เลือกจะทำเหมือนว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
จาบารีที่เพิ่งออกจากการล้างถาด พอเห็นอากิก็รีบเดินเข้ามาหาทันที
"จาบารี:เฮ้ นายลงมาทำไมเนี่ย เจ็บอยู่ไม่ใช่หรือไง"
อากิหันไปมองเขา ก่อนจะตอบอย่างเรียบๆ
"อากิ:พอดีฉันหิว เลยจะลงมาหาอะไรกินหน่อย"
"จาบารี:นายบอกฉันก็ได้ ฉันจะหาอะไรให้กินเอง"
"อากิ:โอ้ ขอบคุณมากที่จะหาอะไรให้กิน แต่~ นายเป็นใคร"
จาบารีชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"จาบารี:นายหลับมาตลอดเลยนี่เนอะ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังระหว่างที่นายกินแล้วกัน"
พูดจบ เขาก็นำปลาย่างที่เตรียมไว้ออกมาให้อากิ อากิรับมาอย่างเต็มใจ
ก่อนจะนั่งลงกินปลาข้างกองไฟ ส่วนจาบารีก็นั่งย่างปลาเพิ่มไปพร้อมกัน พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
ถึงแม้อากิจะรู้อยู่แล้วทุกอย่าง แต่เขาก็ยังต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ และตั้งใจฟัง
จนกระทั่งอากิกินปลาหมดพอดี และจาบารีก็เล่าเรื่องทั้งหมดจบลงในเวลาไล่เลี่ยกัน
[อลิส:ท่านรับประทานเนื้อปลาเกราะ 400 กรัมให้ค่าความหิว 180 หน่วยและน้ำ 20 หน่วย
ท่านดื่มน้ำอีก 145 หน่วย
สกิลดูดซับทำงาน ท่านได้รับมานาจากการการกินปลาเกราะ 22 หน่วย ตึด!!! โบนัสทำงานท่านได้รับมานาเพิ่มเติมอีก 11 หน่วย]
"อากิ:ขอบคุณสำหรับอาหาร เป็นปลาที่อร่อยมาก"
อากิยกนิ้วโป้งให้จาบารีอย่างจริงใจ
"จาบารี:ดีใจที่นายชอบ"
หลังจากความหิวได้รับการบรรเทา อากิก็มองไปรอบๆก่อนจะเห็นว่าไม่มีคนอื่นๆนอกจากโจเซฟที่นอนอยู่ขอบห้อง เขาเลยพูดถามกับจาบารีไปว่า
"อากิ:แล้ว~ คนอื่นไปไหนหมด"
"จาบารี:ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะออกไปข้างนอกมั้ง"
"อากิ:อืม… คงออกไปออกกำลังกายกัน"
"จาบารี:แล้วนายจะออกไปด้วยไหม"
"อากิ:ไม่ดีกว่า ขอไปเข้าห้องน้ำแล้วนอนพักต่อดีกว่า ยังปวดตามตัวอยู่เลย"
พูดจบ อากิก็ลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำ
แต่ยังไม่ทันไร อีกด้านหนึ่งของห้อง โจเซฟก็ขยับตัวก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด
"โจเซฟ:อ่า… เหมือนจะเมาค้างเลยว่ะ"
เขากวาดตามองไปรอบๆ เห็นเพียงจาบารีอยู่ใกล้ๆ จึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหา
"โจเซฟ:คนอื่นๆ ไปไหนหมดแล้ว"
"จาบารี:น่าจะออกไปข้างนอกกันครับ"
"โจเซฟ:อืม… งั้นขอเข้าห้องน้ำก่อน แล้วค่อยออกไปหาละกัน"
จาบารีได้ยินแบบนั้นก็รีบพูดดักไว้
"จาบารี:คุณอากิเพิ่งเข้าไปครับ ถ้าจะเข้าก็คงต้องรอเขาออกมาก่อน"
"โจเซฟ:อากิตื่นแล้วเหรอ"
"จาบารี:ครับ"
"โจเซฟ:ถ้าอย่างนั้นก็คงได้แต่รอ"
"จาบารี:งั้นกินอะไรรอไหมครับ"
"โจเซฟ:ถ้าได้แบบนั้นจะดีมากเลย"
จาบารีจึงหยิบปลาย่างที่เตรียมไว้ส่งให้โจเซฟ
แต่ทันทีที่เขาหันกลับมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากอีกมุมของห้อง
"คามีญ:น้ำ… ขอน้ำหน่อย"
จาบารีรีบเข้าไปหา พร้อมยื่นน้ำดื่มให้ทันที
คามีญรับมาแล้วดื่มอย่างรวดเร็ว
"จาบารี:ค่อยๆ ดื่มครับ ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว"
คามีญชะลอการดื่มลง ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง
"คามีญ:เรามาถึงห้องเซฟแล้วใช่ไหม"
"จาบารี:ใช่ครับ"
เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะถามต่อ
"คามีญ:แล้วคนอื่นๆ ไปไหนหมด"
"จาบารี:น่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอก กับคนในปาร์ตี้ของคุณโจเซฟครับ"
คามีญขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าฉายแววสงสัย
"คามีญ:ใครนะ?"
"จาบารี:เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง แต่ขอแนะนำกันก่อนนี่คุณโจเซฟ… และนี่คามีญครับ"
จาบารีหันไปทางโจเซฟที่กำลังกินปลาย่างอยู่ โจเซฟเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
"โจเซฟ:ยินดีที่ได้รู้จัก"
"คามีญ:ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ"
หลังจากการแนะนำตัวสั้นๆ จบลง จาบารีก็เริ่มเล่าให้ฟังว่าพวกเขาได้พบกัน และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
"คามีญ:ถ้าเป็นฉันนะ เห็นแบบนั้นคงไม่ได้คุยด้วยหรอก ยิงเวทใส่ไปก่อนแน่นอน"
"จาบารี:ฮ่าฮ่าฮ่า"
จาบารีหัวเราะกลบเกลื่อนกับคำพูดนั้น แม้ในใจจะรู้ดีว่าคามีญไม่ได้พูดเล่นแม้แต่น้อย
"จาบารี:อะ… แล้วเธอจะกินอะไรก่อนไหม หลับไปนานขนาดนี้ น่าจะหิวแล้ว"
"คามีญ:ดีเลย เพราะฉันก็หิวเหมือนกัน"
พูดจบ จาบารีก็หยิบปลาย่างออกมาให้เธอทันที เธอรับปลานั้นไว้และเริ่มกิน ระหว่างที่คามีญกำลังกินอยู่นั้น คนอื่นๆที่ออกไปข้างนอกก็ทยอยกลับเข้ามา
คามีญเงยหน้ามองทุกคน ก่อนจะเงียบๆใช้สกิลตรวจสอบมานาของแต่ละคน
'คามีญ:มานาอยู่ในเกณฑ์ปกติ… ไม่มีจอมเวทย์เลยสินะ ถ้าเป็นแบบนี้ คงเอาตัวรอดได้ไม่นานหรอก'
โยเซฟที่เดินเข้ามาเห็นคามีญ ก็รีบตรงเข้ามาหาในทันที
"โยเซฟ:เป็นยังไงบ้าง ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอยู่ไหม"
"คามีญ:ก็ยังรู้สึกตัวร้อนอยู่บ้าง แต่ดีกว่าก่อนหน้านี้เยอะเลยค่ะ"
"โยเซฟ:ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจแล้วล่ะ"
คามีญเหลือบมองไปด้านหลังเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"คามีญ:แล้ว… จะไม่แนะนำคนข้างหลังหน่อยเหรอคะ"
"โยเซฟ:อ๋อ ได้เลย
หนุ่มน้อยคนนี้คือคริส เด็กสาวคนนี้คือลีน่า ส่วนคนนั้นคือเมิ่งซิน"
คามีญพยักหน้าให้ทุกคนตามมารยาท ก่อนจะหันไปพูดกับเมิ่งซิน
"คามีญ:ขอบคุณที่ช่วยดูอาการให้ก่อนหน้านี้นะคะ"
"เมิ่งซิน:ฉันไม่ได้ทำอะไรมากหรอก แค่ดูอาการแล้วก็แนะนำเฉยๆ"
'คามีญ:แค่พูดจาดีหน่อยก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้… ดูท่าทางสิ คิดว่าตัวเองดีเลิศรึไงกัน'
แม้จะเป็นเพียงความคิดในใจ
แต่เมิ่งซินกลับเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่างได้ เธอขยับตัวก่อนจะลุกเดินออกไปเงียบๆ
ลีน่าที่เห็นเข้าก็รีบเดินตามออกมา
"ลีน่า:ทำไมถึงเดินออกมาล่ะคะ"
"เมิ่งซิน:พี่ปวดท้องนิดหน่อย ประจำเดือนน่ะ เลยอยากขอนั่งพักสักหน่อย"
"ลีน่า:อ๋อ… โอเคค่ะ งั้นหนูไม่รบกวนแล้วนะคะ"
ลีน่าพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับไปหาคนอื่นๆ
"ฟลังโก้:อ้าว เมิ่งซินไปนั่งตรงนั้นทำไมล่ะ"
"ลีน่า:พี่เมิ่งซินปวดท้องเพราะประจำเดือนค่ะ เลยขอนั่งพักสักหน่อย"
คามีญที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที
"คามีญ:เดี๋ยวนะ… ประจำเดือนเหรอ แบบนี้ไม่อันตรายเหรอ คงต้องเตรียมรับมือกับอันตรายที่จะตามมาแล้วสิ"
"ลีน่า:ไม่ต้องห่วงค่ะ พวกเรามีพี่อากิอยู่แล้ว ไม่ว่าพวกมันจะมากันแค่ไหน ก็สู้ไม่ได้หรอกค่ะ"
คามีญหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงเรียบ แต่แฝงความกดดัน
"คามีญ:นี่… ถึงหนูจะไม่รู้ว่า ‘เรด’ มันอันตรายแค่ไหนก็เถอะ
แต่ฉันแนะนำให้เงียบๆ ไว้หน่อยจะดีกว่า เพราะการประมาทมันนำมาซึ่งการสูญเสีย และเด็กแบบเธอ… คงยังไม่เข้าใจ"
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา
โจเซฟกับคริสที่ได้ยินต่างก็แสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน
ส่วนลีน่านั้น หน้าซีดลงทันที ดวงตาก้มต่ำ ราวกับถูกคำพูดนั้นกดทับหัวใจ
ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง
จนกระทั่ง
แอ๊ด
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
อากิเดินออกมาจากห้องน้ำ และหยุดชะงักเมื่อเห็นทุกคนยืนรวมกันด้วยบรรยากาศอึมครึม
เขากวาดตามองไปรอบๆ อย่างงุนงง
ก่อนที่อลิสจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
[อลิส:ท่านอากิ ตรวจพบว่ามีผู้ใช้สกิลตรวจสอบมานาของท่านค่ะ]
"อากิ:ใคร"
[อลิส:ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นค่ะ]
อากิเหลือบมองไปทางคามีญ ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
"อากิ:ถ้าอยากดูมาก ก็ให้ดูไปเต็มที่เลย"
[อลิส:รับทราบค่ะ]
คามีญที่เห็นอากิชัดเจนแล้ว ก็ไม่รอช้า ใช้สกิลตรวจสอบทันที
[ระบบ:กำลังตรวจสอบ กรุณารอสักครู่…]
'คามีญ:ปกติสกิลไม่เคยช้าแบบนี้… เกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวนะ… หรือว่าเหตุการณ์แบบนั้น…'
ในอดีต คามีญเคยเจอสถานการณ์ที่สกิลทำงานล่าช้าเช่นนี้เพียงครั้งเดียว
และครั้งนั้น เธอก็ได้รู้ “สิ่งที่ไม่ควรรู้”
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
[ระบบ:ตรวจสอบเสร็จสิ้น
เป้าหมายมีมานา 15,700 หน่วย]
คามีญเบิกตากว้าง สีหน้าซีดเผือดในทันที
'คามีญ:มะ… มากกว่าฉันถึงสิบเท่า…'
อากิไม่สนใจปฏิกิริยานั้น เขามองไปรอบห้องอีกครั้ง
ก่อนจะเห็นลีน่าที่ยืนก้มหน้าอยู่เพียงลำพัง อากิที่เห็นก็เดินเข้าไปหาเธอทันที
"อากิ:เป็นอะไรหรือเปล่า คนเก่ง มีอะไร… บอกพี่ได้นะ"
ลีน่าไม่ตอบ เธอเพียงก้าวเข้ามากอดอากิอย่างเงียบๆ
อากิรับกอดนั้นไว้ ก่อนจะลูบศีรษะเธอเบาๆ จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้น มองไปทางคริส ราวกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น คริสลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางโจเซฟ
อากิเห็นเช่นนั้นก็หันไปมองโจเซฟแทน โจเซฟพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับจะเป็นฝ่ายอธิบายเอง
อากิเข้าใจทันที
เขาก้มลงพูดกับลีน่าอย่างนุ่มนวล
"อากิ:พี่มีอะไรต้องคุยกับโจเซฟนิดหน่อย ไปนั่งเป็นเพื่อนพี่เมิ่งซินก่อนได้ไหม"
ลีน่าไม่ตอบ แต่แรงกอดที่รัดเขาไว้ค่อยๆ คลายลง อากิที่รับรู้ได้ จึงค่อยๆพาเธอไปหาเมิ่งซิน ในตอนนี้เมิ่งซินกำลังนั่งพิงหลับตางีบพักอยู่ อากิสะกิดเธอเบาๆ เมิ่งซินลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก
"เมิ่งซิน:มีอะไรอีกเนี่ย ฉันบอกว่าจะพักไม่ใช่เหรอ"
เธอพูดพลางเงยหน้าขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่ร่างคุ้นตา ก่อนจะเลื่อนไปสบกับใบหน้าของอากิ
ใบหน้าที่เรียบนิ่ง และมีอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่ค่อยได้เห็น
เมิ่งซินชะงักไปเล็กน้อย
"อากิ:ฝากลีน่าหน่อยได้ไหม
ฉันมีธุระนิดหน่อย"
เมิ่งซินมองลีน่าที่กำลังกอดอากิอยู่ ก่อนจะยื่นมือออกไปหาเธอ
"เมิ่งซิน:มาอยู่กับพี่ก่อนนะ
พี่อากิเขามีอะไรต้องไปทำ"
ลีน่าค่อยๆ ปล่อยกอดจากอากิ แล้วเข้าไปกอดเมิ่งซินแทน
เมิ่งซินโอบกอดเธอไว้ พร้อมลูบหลังเบาๆ
'เมิ่งซิน:ฉันแค่งีบไปแป๊บเดียวเอง…เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย'
หลังจากฝากลีน่าไว้เรียบร้อย เขาก็เดินกลับไปหาโจเซฟทันที บรรยากาศรอบตัวดูเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับทุกคนกำลังรอคำอธิบายบางอย่าง
"อากิ:เกิดอะไรขึ้นกันแน่โจเซฟ"
สีหน้าของอากินิ่งสนิท ต่างจากภาพลักษณ์ใจดีและเป็นมิตรที่ทุกคนคุ้นเคย โจเซฟชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจแล้วเล่าทุกอย่างออกมาโดยไม่ปิดบัง
เมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบลง อากิก็พยักหน้าเบาๆ
"อากิ:เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"
เขาหันไปทางกลุ่มของคามีญ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
"อากิ:ไหนๆเราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว มาเปิดอกคุยกันดีกว่าไหม"
"ฟลังโก้:เอาสิ"
อากิขยับท่าทางเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
"อากิ:งั้นผมขอพูดก่อนแล้วกัน เพราะพวกคุณอาจไม่รู้ว่าลีน่านั้นมีแผลทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเหตุที่ตอนเข้ามาที่นี้ ดั้งนั้นผมเลยอยากให้พวกคุณหลีกเลี่ยงการพูดจาแรงๆกับเธอหรือไม่ก็เป็นการกระตุนเธอ ผมไม่ได้อยากให้พวกคุณปรับตัวเข้าหาเธอ เพราะถ้าไม่ชอบก็แค่ไม่ยุ่ง..."
คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้ทุกคนพยักหน้าตามโดยไม่ลังเล ไม่มีใครรู้สึกถูกตำหนิ มีเพียงความเข้าใจที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น
"อากิ:โอเค ผมจะถือว่าทุกคนเข้าใจกันครบแล้วผมขอพูดอะไรกับคุณผู้หญิงตรงนั้นหน่อย"
ยังไม่ทันที่อากิจะพูดต่อ โยเซฟก็แทรกขึ้นมา
"โยเซฟ:ถือว่าก่อนหน้านี้จบแล้วไม่ได้เหรอ ถือว่าเราไม่รู้"
"อากิ:โอ้ๆ เหมือนคุณจะเข้าใจผิดไปแล้วนะ สิ่งที่ผมจะพูดคือคนละเรื่องกัน"
"โยเซฟ:คนละเรื่อง?"
อากิหันไปทางคามีญโดยตรง
"อากิ:คุณผู้หญิง ผมจะไม่ห้ามเรื่องการใช้สกิลตรวจสอบมานาคนอื่นหรอกนะ แต่ผมขอเตือนไว้หน่อยก็ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งที่ดี แต่บ้างครั้งการไม่รู้บ้างครั้งก็ดีกว่า เพราะมันจะนำภัยมาสู่ตัวได้"
ฟลังโก้ที่ได้ยินก็เข้าใจความหมายในทันที ส่วนคามีญนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม
"คามีญ:ฉันจะระวังเรื่องนั้นให้มากขึ้น"
"อากิ:งั้นมีอะไรจะคุยกันอีกไหมครับ"
"..."
"อากิ:ถ้าไม่มีผมขอไปคุยกับลีน่าก่อนแล้วกันนะครับ เชิญคุยได้ตามสบาย"
พูดจบ อากิก็เดินจากไป คริสเองก็เดินตามออกไปเช่นกัน เหลือเพียงโจเซฟที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น
ฟลังโก้ถอนหายใจยาวก่อนหันไปหาคามีญ
"ฟลังโก้:เฮ้อ~ พวกเราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอเรื่องสกิลตรวจสอบมานานั้นน่ะ"
"คามีญ:ก็ฉันไม่คิดว่าจะเจอคนที่มีมานานเยอะกว่าฉันนิ"
"ฟลังโก้:ก็นั้นละที่คุยกันไว้ ว่าต้องระวัง แล้วเป็นไงละไปเห็นอะไรเข้าถึงเงียบขนาดนี้ ไม่สมกับเป็นเธอเลย"
คามีญเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ
"คามีญ:เขามีมานามากกว่าฉัน 10 เท่า"
ฟลังโก้ถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง
"ฟลังโก้:เป็นเรื่องแล้วไหมละ"
โจเซฟที่ยืนฟังอยู่ตลอดก็เอ่ยถามขึ้น
"โจเซฟ:ขอถามอะไรหน่อยสิ คามีญมีมานาเท่าไหร่"
"ฟลังโก้:เธอมีมานาอยู่ประมาณ 1500 ซึ่งเป็นท็อปๆในแคมเราเลย แต่อากิ...เขามีมากกว่าเธอ 10 เท่ามัน...เหลือจะเชื่อเลย"
'โจเซฟ:ก็คิดไว้ตลลอดว่าอากินั้นพิเศษ แต่ไม่เคยคิดว่าจะขนาดนี้...ฉันไปเจออะไรมาวะเนี่ย'
"อาซิม:แล้วเราจะเอาไงกันดี เพราะตอนนี้เหมือนการคุยกันครั้งแรกจะแย่ไปหน่อยน่ะ"
"จาบารี:ก็คงให้เวลาเป็นคนจัดการนั่นแหละ"
"โยเซฟ:ก็อยากให้เป็นแบบนั้นอยู่นะ แต่เราไม่รู้นิสิว่าปกติเขาเป็นคนยังไง"
ทั้งกลุ่มเงียบลงอีกครั้ง ความกังวลปกคลุมโดยไม่ต้องมีใครพูดออกมาตรงๆ
"โจเซฟ:ฉันคงบอกได้ว่าเข้าไปคุยตรงๆกับเขาเลยดีกว่า เพราะปกติเขาเป็นคนมีเหตุผล ไม่จะสถานการณ์ไหนเขาก็รับฟังพวกฉันตลอด ดังนั้นฉันเลยอยากบอกว่าเขาเป็นคนมีเหตุและผลมากพอ แต่จังหวะนี้มัน..."
"ฟลังโก้:ฉันเข้าใจ ไม่ต้องว่าต่อหรอก...ถ้าเป็นอย่างที่นายว่า ฉันก็จะลองไปคุยกับเขาดู"
ทางด้านอากิ หลังจากเดินออกมา เขาก็มาหาลีน่าที่นั่งซึมอยู่
"อากิ:ว่าไง คนเก่ง"
ลีน่าที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ เงยหน้าขึ้นมามองเขาช้าๆ
"อากิ:พอดีพี่เพิ่งตื่น แล้วอยากออกกำลังกายหน่อย ช่วยมาสอนพี่ยิงธนูอีกได้ไหม"
หลังจากเงียบอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ยอมพูดขึ้นอีกครั้ง
"ลีน่า:ค่ะ"
"อากิ:งั้นไปข้างนอกกัน"
อากิยื่นมือไปหาเด็กสาวตรงหน้า ลีน่ามองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาจับไว้ อากิดึงเธอลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา ใบหน้าของเขากลับมามีรอยยิ้มเหมือนเดิม
เมิ่งซินที่เห็นภาพนั้นก็โล่งใจ ก่อนจะหลับตานอนต่อ ส่วนอากิ ลีน่า และคริส ก็ออกมาด้านนอกด้วยกัน
"อากิ:เอาล่ะ เริ่มจากอะไรดี"
"ลีน่า:..."
คริสที่เห็นลีน่าเงียบ ก็เลยพูดขึ้นมา
"คริส:งั้นเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ไหมครับ"
"อากิ:ก็จริงนะ"
อากิหยิบธนูขึ้นมา ก่อนจะสะพายซองลูกศรไว้ที่หลัง
ในจังหวะนั้น คริสที่สังเกตเห็นก็เดินไปหาลีน่า
"คริส:นี่ ลีน่า ฉันว่าพี่อากิทำต่างจากเธอนะ ดูสิ พี่เขาสะพายซองลูกศรไว้ที่หลัง แต่ของเธอคาดไว้ที่เอวด้านหลังนี่"
ลีน่ามองตาม ก่อนจะเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วเดินเข้าไปหาอากิ
"ลีน่า:หนูว่าเอาซองลูกศรไว้แบบนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ"
"อากิ:เอ๊ะ เหรอ แล้วควรทำยังไงดีล่ะ"
"ลีน่า:พี่ต้องทำแบบนี้ค่ะ"
ลีน่าถอดซองลูกศรของตัวเองออกมา แล้วขยับไปไว้บริเวณเอวด้านหลัง อากิมองตาม ก่อนจะถอดของตัวเองและทำตามเธอ
หลังจากจัดเสร็จ เขาก็ถามขึ้น
"อากิ:แล้วการไว้ที่หลังกับที่เอว มันต่างกันยังไงเหรอ"
"ลีน่า:มันส่งผลกับความต่อเนื่องในการยิงค่ะ พี่ลองทำท่าหยิบลูกศรจากด้านหลังก่อนสิคะ"
อากิทำท่าอย่างที่เคยทำ เขายกแขนขึ้นไปด้านหลัง หยิบลูกศร ก่อนจะดึงแขนสุดแล้วค่อยเล็ง
"ลีน่า:ทีนี้ลองแบบที่อยู่เอวดูค่ะ"
อากิยื่นมือไปด้านหลังตรงตำแหน่งเอว ดึงลูกศรออกมา ก่อนจะหมุนข้อมือและเข้าคันธนูได้ทันที เขาลองทำทั้งสองแบบซ้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"อากิ:ไม่เคยสังเกตเลย"
"ลีน่า:จังหวะมันเปลี่ยนใช่ไหมคะ จาก ยกแขน–จับ–ดึง–แนบ เป็น ขยับ–จับ–แนบ"
"อากิ:ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ยิงได้เร็วขึ้นสินะ"
"ลีน่า:ใช่ค่ะ"
"อากิ:ลีน่าเก่งมากเลยนะ ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้ที่สอนเรื่องท่าจับ ท่ายืน แล้วตอนนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้อีก"
"ลีน่า:ยังไม่หมดนะคะ"
ลีน่าหยิบธนูขึ้นมา ก่อนจะโชว์สิ่งที่เธอฝึกกับอาซิมก่อนหน้านี้ให้ดู นั่นคือการยิงต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว อากิที่เห็นถึงกับอุทานออกมา
"อากิ:ว้าว! สุดยอด! ทำยังไง สอนพี่หน่อยสิ"
"ลีน่า:หึหึ มา เดี๋ยวหนูสอนพี่เอง"
ลีน่ากลับมาสดใสเหมือนเดิม เธอสอนอากิอย่างตั้งใจ อากิทำตามคำแนะนำ แม้จะยังทุลักทุเลอยู่บ้างเพราะไม่คุ้น แต่ลีน่าก็ยืนอยู่ข้างๆคอยแนะนำตลอด
"ลีน่า:ตอนง้าง พี่ไม่ต้องดึงให้แน่นขนาดนั้นค่ะ ถ้าดึงแรงไป ลูกศรที่ถืออยู่อาจหลุดได้ แถมการยิงแบบนี้ต้องการความรวดเร็ว เพราะงั้นไม่ต้องง้างแรงก็ได้"
"อากิ:โอเค"
"ลีน่า:ส่วนการแกว่งมือ พี่ไม่จำเป็นต้องมองทุกครั้งก็ได้ค่ะ แต่พี่ต้องจำจังหวะเอาไว้ ลองทำแบบไม่มองดูนะคะ"
"อากิ:พี่จะพยายาม"
ระหว่างที่ลีน่ากำลังเคี่ยวเข็ญอากิอยู่ ฟลังโก้และคนอื่น ๆ ก็เดินออกมาตามมา และเห็นลีน่าที่กำลังสอนอากิใช้ธนูอยู่
"ฟลังโก้:นี่ โจเซฟ ปกติอากิเขาใช้ธนูเป็นหลักเหรอ"
"โจเซฟ:ไม่"
"ฟลังโก้:อ้าว แล้วเขาใช้อาวุธอะไรเป็นหลักล่ะ"
"โจเซฟ:จะว่าไงดีล่ะ เขาไม่มีอาวุธหลักนะ ใช้ไปตามสถานการณ์ ทั้งธนู ดาบโล่ ดาบยาว กริช ขว้างกริช แล้วก็เวทมนตร์ อ้อ… ใช้หมัดนิดหน่อยด้วย"
"ฟลังโก้:ถ้าอย่างนั้น เขาคงไปไม่สุดสักทางสินะ แบบสเตตัสก็คงกระจายไปทั่ว"
"โจเซฟ:เรื่องสเตตัสฉันก็ไม่รู้หรอก เพราะไม่เคยถาม แต่ที่ฉันรู้คือ เขามีแรงเยอะกว่าฉัน ความเร็วไม่แพ้เมิ่งซินก็พอๆกัน ความแม่นยำเกือบเท่าลีน่า แถมจากเมื่อกี้ มานาเขาก็เยอะโคตรๆด้วย"
ฟลังโก้ที่ได้ยินก็ถึงกับนิ่งไป เพราะสิ่งที่เพิ่งได้ฟังมันเหมือนกับว่า อากิเป็นได้แทบทุกอย่าง และยังไปได้สุดในทางนั้น จนแทบเรียกได้ว่าเป็นคนที่ “ครบ” อยู่คนเดียว
ระหว่างนั้น อากิก็เริ่มคล่องแคล่วขึ้น จนเกือบยิงได้ต่อเนื่องแบบไม่ติดขัดแล้ว แม้จะยังไม่ไหลลื่นเท่าลีน่า
"ลีน่า:หนูว่าไม่มีอะไรต้องแนะนำพี่แล้วค่ะ"
"อากิ:งั้นพี่ไว้ฝึกอีกหน่อย แล้วค่อยมาท้าหนูแข่งดีกว่า"
"ลีน่า:ฮึฮึ บอกไว้ก่อนเลย พี่ชนะหนูไม่ได้หรอก"
ลีน่าพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ อากิที่เห็นแบบนั้นก็ลูบหัวเธอเบาๆก่อนจะพูดขึ้น
"อากิ:ไว้คอยดูเถอะ พี่จะชนะให้ดู"
จากผู้แต่ง
ที่ลงช้าเำราะติด mlbb ขอประทานอภัยคัฟ (30 ดาวกำลังไป 50 ดาว)
[อลิส:มีอะไรหรือเปล่าคะ ท่านอากิ]
"อากิ:ฉันสัมผัสได้ถึงสาย—"
"ครืด"
เสียงพลิกกระดาษดังขึ้น ช้า หนา และดูหนัก มันไม่ดังนัก แต่ชัดเจนพอจะทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก อากิที่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปถามอลิสด้วยสีหน้าตึงเครียด
"อากิ:เมื่อกี้…อลิสได้ยินเสียงเหมือนมีคนพลิกหน้ากระดาษไหม"
[อลิส:...]
ความเงียบนั้นไม่ใช่ความลังเล แต่เป็นความเงียบที่ เลือกจะไม่ตอบ
‘อากิ:ถ้าอลิสเงียบแบบนี้…แปลว่าไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย!’
ในอีกฟากหนึ่ง เหล่าเทพที่รับรู้ถึงเสียงเดียวกัน ต่างแสดงท่าทีแตกต่างกันออกไป
เทพีเฮคาทีที่เอนกายนอนอยู่ก่อนหน้า ลุกขึ้นมานั่งช้าๆ
สีหน้าที่เคยผ่อนคลายหายไป ดวงตาฉายแววครุ่นคิด
บีลเซบับยกมือลูบคาง รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้น ราวกับกำลังสนใจบางสิ่งที่ไม่ควรมีตัวตน
เทพโธธหยุดการเคลื่อนไหวทั้งหมด ลูกเต๋าและสมุดในมือถูกวางลงอย่างเงียบงัน
สายตาจับจ้องไปยังจุดหนึ่ง ราวกับกำลังฟังสิ่งที่ไร้เสียง
แม้แต่เบลเฟกอร์ ผู้ซึ่งมักไม่ใส่ใจสิ่งใด ก็ยังลุกขึ้นมานั่งชั่วครู่
ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ แล้วเอนตัวกลับไปนอน ไม่ใช่เพราะไม่รู้…แต่เพราะเลือกจะไม่ยุ่ง
ความเงียบเข้าปกคลุมรอบด้าน เงียบเสียจนได้ยินแม้กระทั่งเสียงหายใจของตัวเอง
จนในที่สุด อลิสก็เป็นฝ่ายทำลายความเงียบนั้นลง
[อลิส:ท่านอากิ สนใจออกไปกินปลาย่างสักหน่อยไหมคะ]
"อากิ:หมายถึงปลาที่เธอเล่าให้ฟังใช่ไหม"
[อลิส:ใช่ค่ะ]
"อากิ:ฟังดูดีนะ…ตอนนี้ฉันหิวโคตรๆเลย"
อากิลุกขึ้นจากเตียง ก่อนจะค่อยๆ ปีนลงจากเตียงสองชั้นอย่างระมัดระวัง
ถึงแม้ร่างกายจะยังปวดระบม แต่ความหิวนั้นกลับกลบทุกอย่างไปจนหมด และอากิก็เลือกจะทำเหมือนว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น
จาบารีที่เพิ่งออกจากการล้างถาด พอเห็นอากิก็รีบเดินเข้ามาหาทันที
"จาบารี:เฮ้ นายลงมาทำไมเนี่ย เจ็บอยู่ไม่ใช่หรือไง"
อากิหันไปมองเขา ก่อนจะตอบอย่างเรียบๆ
"อากิ:พอดีฉันหิว เลยจะลงมาหาอะไรกินหน่อย"
"จาบารี:นายบอกฉันก็ได้ ฉันจะหาอะไรให้กินเอง"
"อากิ:โอ้ ขอบคุณมากที่จะหาอะไรให้กิน แต่~ นายเป็นใคร"
จาบารีชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะเบาๆ
"จาบารี:นายหลับมาตลอดเลยนี่เนอะ เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังระหว่างที่นายกินแล้วกัน"
พูดจบ เขาก็นำปลาย่างที่เตรียมไว้ออกมาให้อากิ อากิรับมาอย่างเต็มใจ
ก่อนจะนั่งลงกินปลาข้างกองไฟ ส่วนจาบารีก็นั่งย่างปลาเพิ่มไปพร้อมกัน พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง
ถึงแม้อากิจะรู้อยู่แล้วทุกอย่าง แต่เขาก็ยังต้องแกล้งทำเป็นไม่รู้ และตั้งใจฟัง
จนกระทั่งอากิกินปลาหมดพอดี และจาบารีก็เล่าเรื่องทั้งหมดจบลงในเวลาไล่เลี่ยกัน
[อลิส:ท่านรับประทานเนื้อปลาเกราะ 400 กรัมให้ค่าความหิว 180 หน่วยและน้ำ 20 หน่วย
ท่านดื่มน้ำอีก 145 หน่วย
สกิลดูดซับทำงาน ท่านได้รับมานาจากการการกินปลาเกราะ 22 หน่วย ตึด!!! โบนัสทำงานท่านได้รับมานาเพิ่มเติมอีก 11 หน่วย]
"อากิ:ขอบคุณสำหรับอาหาร เป็นปลาที่อร่อยมาก"
อากิยกนิ้วโป้งให้จาบารีอย่างจริงใจ
"จาบารี:ดีใจที่นายชอบ"
หลังจากความหิวได้รับการบรรเทา อากิก็มองไปรอบๆก่อนจะเห็นว่าไม่มีคนอื่นๆนอกจากโจเซฟที่นอนอยู่ขอบห้อง เขาเลยพูดถามกับจาบารีไปว่า
"อากิ:แล้ว~ คนอื่นไปไหนหมด"
"จาบารี:ไม่แน่ใจเหมือนกัน น่าจะออกไปข้างนอกมั้ง"
"อากิ:อืม… คงออกไปออกกำลังกายกัน"
"จาบารี:แล้วนายจะออกไปด้วยไหม"
"อากิ:ไม่ดีกว่า ขอไปเข้าห้องน้ำแล้วนอนพักต่อดีกว่า ยังปวดตามตัวอยู่เลย"
พูดจบ อากิก็ลุกขึ้นเดินไปทางห้องน้ำ
แต่ยังไม่ทันไร อีกด้านหนึ่งของห้อง โจเซฟก็ขยับตัวก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นในที่สุด
"โจเซฟ:อ่า… เหมือนจะเมาค้างเลยว่ะ"
เขากวาดตามองไปรอบๆ เห็นเพียงจาบารีอยู่ใกล้ๆ จึงลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหา
"โจเซฟ:คนอื่นๆ ไปไหนหมดแล้ว"
"จาบารี:น่าจะออกไปข้างนอกกันครับ"
"โจเซฟ:อืม… งั้นขอเข้าห้องน้ำก่อน แล้วค่อยออกไปหาละกัน"
จาบารีได้ยินแบบนั้นก็รีบพูดดักไว้
"จาบารี:คุณอากิเพิ่งเข้าไปครับ ถ้าจะเข้าก็คงต้องรอเขาออกมาก่อน"
"โจเซฟ:อากิตื่นแล้วเหรอ"
"จาบารี:ครับ"
"โจเซฟ:ถ้าอย่างนั้นก็คงได้แต่รอ"
"จาบารี:งั้นกินอะไรรอไหมครับ"
"โจเซฟ:ถ้าได้แบบนั้นจะดีมากเลย"
จาบารีจึงหยิบปลาย่างที่เตรียมไว้ส่งให้โจเซฟ
แต่ทันทีที่เขาหันกลับมา เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากอีกมุมของห้อง
"คามีญ:น้ำ… ขอน้ำหน่อย"
จาบารีรีบเข้าไปหา พร้อมยื่นน้ำดื่มให้ทันที
คามีญรับมาแล้วดื่มอย่างรวดเร็ว
"จาบารี:ค่อยๆ ดื่มครับ ตอนนี้เราปลอดภัยแล้ว"
คามีญชะลอการดื่มลง ก่อนจะมองไปรอบๆห้อง
"คามีญ:เรามาถึงห้องเซฟแล้วใช่ไหม"
"จาบารี:ใช่ครับ"
เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนจะถามต่อ
"คามีญ:แล้วคนอื่นๆ ไปไหนหมด"
"จาบารี:น่าจะออกไปเดินเล่นข้างนอก กับคนในปาร์ตี้ของคุณโจเซฟครับ"
คามีญขมวดคิ้วเล็กน้อย สีหน้าฉายแววสงสัย
"คามีญ:ใครนะ?"
"จาบารี:เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟัง แต่ขอแนะนำกันก่อนนี่คุณโจเซฟ… และนี่คามีญครับ"
จาบารีหันไปทางโจเซฟที่กำลังกินปลาย่างอยู่ โจเซฟเงยหน้าขึ้น ก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย
"โจเซฟ:ยินดีที่ได้รู้จัก"
"คามีญ:ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ"
หลังจากการแนะนำตัวสั้นๆ จบลง จาบารีก็เริ่มเล่าให้ฟังว่าพวกเขาได้พบกัน และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
"คามีญ:ถ้าเป็นฉันนะ เห็นแบบนั้นคงไม่ได้คุยด้วยหรอก ยิงเวทใส่ไปก่อนแน่นอน"
"จาบารี:ฮ่าฮ่าฮ่า"
จาบารีหัวเราะกลบเกลื่อนกับคำพูดนั้น แม้ในใจจะรู้ดีว่าคามีญไม่ได้พูดเล่นแม้แต่น้อย
"จาบารี:อะ… แล้วเธอจะกินอะไรก่อนไหม หลับไปนานขนาดนี้ น่าจะหิวแล้ว"
"คามีญ:ดีเลย เพราะฉันก็หิวเหมือนกัน"
พูดจบ จาบารีก็หยิบปลาย่างออกมาให้เธอทันที เธอรับปลานั้นไว้และเริ่มกิน ระหว่างที่คามีญกำลังกินอยู่นั้น คนอื่นๆที่ออกไปข้างนอกก็ทยอยกลับเข้ามา
คามีญเงยหน้ามองทุกคน ก่อนจะเงียบๆใช้สกิลตรวจสอบมานาของแต่ละคน
'คามีญ:มานาอยู่ในเกณฑ์ปกติ… ไม่มีจอมเวทย์เลยสินะ ถ้าเป็นแบบนี้ คงเอาตัวรอดได้ไม่นานหรอก'
โยเซฟที่เดินเข้ามาเห็นคามีญ ก็รีบตรงเข้ามาหาในทันที
"โยเซฟ:เป็นยังไงบ้าง ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนอยู่ไหม"
"คามีญ:ก็ยังรู้สึกตัวร้อนอยู่บ้าง แต่ดีกว่าก่อนหน้านี้เยอะเลยค่ะ"
"โยเซฟ:ได้ยินแบบนั้นก็โล่งใจแล้วล่ะ"
คามีญเหลือบมองไปด้านหลังเขา ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"คามีญ:แล้ว… จะไม่แนะนำคนข้างหลังหน่อยเหรอคะ"
"โยเซฟ:อ๋อ ได้เลย
หนุ่มน้อยคนนี้คือคริส เด็กสาวคนนี้คือลีน่า ส่วนคนนั้นคือเมิ่งซิน"
คามีญพยักหน้าให้ทุกคนตามมารยาท ก่อนจะหันไปพูดกับเมิ่งซิน
"คามีญ:ขอบคุณที่ช่วยดูอาการให้ก่อนหน้านี้นะคะ"
"เมิ่งซิน:ฉันไม่ได้ทำอะไรมากหรอก แค่ดูอาการแล้วก็แนะนำเฉยๆ"
'คามีญ:แค่พูดจาดีหน่อยก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้… ดูท่าทางสิ คิดว่าตัวเองดีเลิศรึไงกัน'
แม้จะเป็นเพียงความคิดในใจ
แต่เมิ่งซินกลับเหมือนจะรู้สึกอะไรบางอย่างได้ เธอขยับตัวก่อนจะลุกเดินออกไปเงียบๆ
ลีน่าที่เห็นเข้าก็รีบเดินตามออกมา
"ลีน่า:ทำไมถึงเดินออกมาล่ะคะ"
"เมิ่งซิน:พี่ปวดท้องนิดหน่อย ประจำเดือนน่ะ เลยอยากขอนั่งพักสักหน่อย"
"ลีน่า:อ๋อ… โอเคค่ะ งั้นหนูไม่รบกวนแล้วนะคะ"
ลีน่าพยักหน้า ก่อนจะเดินกลับไปหาคนอื่นๆ
"ฟลังโก้:อ้าว เมิ่งซินไปนั่งตรงนั้นทำไมล่ะ"
"ลีน่า:พี่เมิ่งซินปวดท้องเพราะประจำเดือนค่ะ เลยขอนั่งพักสักหน่อย"
คามีญที่ได้ยินก็แสดงสีหน้าตกใจขึ้นมาทันที
"คามีญ:เดี๋ยวนะ… ประจำเดือนเหรอ แบบนี้ไม่อันตรายเหรอ คงต้องเตรียมรับมือกับอันตรายที่จะตามมาแล้วสิ"
"ลีน่า:ไม่ต้องห่วงค่ะ พวกเรามีพี่อากิอยู่แล้ว ไม่ว่าพวกมันจะมากันแค่ไหน ก็สู้ไม่ได้หรอกค่ะ"
คามีญหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพูดเสียงเรียบ แต่แฝงความกดดัน
"คามีญ:นี่… ถึงหนูจะไม่รู้ว่า ‘เรด’ มันอันตรายแค่ไหนก็เถอะ
แต่ฉันแนะนำให้เงียบๆ ไว้หน่อยจะดีกว่า เพราะการประมาทมันนำมาซึ่งการสูญเสีย และเด็กแบบเธอ… คงยังไม่เข้าใจ"
ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา
โจเซฟกับคริสที่ได้ยินต่างก็แสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างชัดเจน
ส่วนลีน่านั้น หน้าซีดลงทันที ดวงตาก้มต่ำ ราวกับถูกคำพูดนั้นกดทับหัวใจ
ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งห้อง
จนกระทั่ง
แอ๊ด
เสียงเปิดประตูดังขึ้น
อากิเดินออกมาจากห้องน้ำ และหยุดชะงักเมื่อเห็นทุกคนยืนรวมกันด้วยบรรยากาศอึมครึม
เขากวาดตามองไปรอบๆ อย่างงุนงง
ก่อนที่อลิสจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นทางการ
[อลิส:ท่านอากิ ตรวจพบว่ามีผู้ใช้สกิลตรวจสอบมานาของท่านค่ะ]
"อากิ:ใคร"
[อลิส:ผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงนั้นค่ะ]
อากิเหลือบมองไปทางคามีญ ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่ใส่ใจนัก
"อากิ:ถ้าอยากดูมาก ก็ให้ดูไปเต็มที่เลย"
[อลิส:รับทราบค่ะ]
คามีญที่เห็นอากิชัดเจนแล้ว ก็ไม่รอช้า ใช้สกิลตรวจสอบทันที
[ระบบ:กำลังตรวจสอบ กรุณารอสักครู่…]
'คามีญ:ปกติสกิลไม่เคยช้าแบบนี้… เกิดอะไรขึ้น เดี๋ยวนะ… หรือว่าเหตุการณ์แบบนั้น…'
ในอดีต คามีญเคยเจอสถานการณ์ที่สกิลทำงานล่าช้าเช่นนี้เพียงครั้งเดียว
และครั้งนั้น เธอก็ได้รู้ “สิ่งที่ไม่ควรรู้”
ครั้งนี้ก็เช่นกัน
[ระบบ:ตรวจสอบเสร็จสิ้น
เป้าหมายมีมานา 15,700 หน่วย]
คามีญเบิกตากว้าง สีหน้าซีดเผือดในทันที
'คามีญ:มะ… มากกว่าฉันถึงสิบเท่า…'
อากิไม่สนใจปฏิกิริยานั้น เขามองไปรอบห้องอีกครั้ง
ก่อนจะเห็นลีน่าที่ยืนก้มหน้าอยู่เพียงลำพัง อากิที่เห็นก็เดินเข้าไปหาเธอทันที
"อากิ:เป็นอะไรหรือเปล่า คนเก่ง มีอะไร… บอกพี่ได้นะ"
ลีน่าไม่ตอบ เธอเพียงก้าวเข้ามากอดอากิอย่างเงียบๆ
อากิรับกอดนั้นไว้ ก่อนจะลูบศีรษะเธอเบาๆ จากนั้นเขาเงยหน้าขึ้น มองไปทางคริส ราวกับถามว่าเกิดอะไรขึ้น คริสลังเลเล็กน้อย ก่อนจะหันไปทางโจเซฟ
อากิเห็นเช่นนั้นก็หันไปมองโจเซฟแทน โจเซฟพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับจะเป็นฝ่ายอธิบายเอง
อากิเข้าใจทันที
เขาก้มลงพูดกับลีน่าอย่างนุ่มนวล
"อากิ:พี่มีอะไรต้องคุยกับโจเซฟนิดหน่อย ไปนั่งเป็นเพื่อนพี่เมิ่งซินก่อนได้ไหม"
ลีน่าไม่ตอบ แต่แรงกอดที่รัดเขาไว้ค่อยๆ คลายลง อากิที่รับรู้ได้ จึงค่อยๆพาเธอไปหาเมิ่งซิน ในตอนนี้เมิ่งซินกำลังนั่งพิงหลับตางีบพักอยู่ อากิสะกิดเธอเบาๆ เมิ่งซินลืมตาขึ้นด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก
"เมิ่งซิน:มีอะไรอีกเนี่ย ฉันบอกว่าจะพักไม่ใช่เหรอ"
เธอพูดพลางเงยหน้าขึ้น สายตาหยุดอยู่ที่ร่างคุ้นตา ก่อนจะเลื่อนไปสบกับใบหน้าของอากิ
ใบหน้าที่เรียบนิ่ง และมีอารมณ์บางอย่างที่เธอไม่ค่อยได้เห็น
เมิ่งซินชะงักไปเล็กน้อย
"อากิ:ฝากลีน่าหน่อยได้ไหม
ฉันมีธุระนิดหน่อย"
เมิ่งซินมองลีน่าที่กำลังกอดอากิอยู่ ก่อนจะยื่นมือออกไปหาเธอ
"เมิ่งซิน:มาอยู่กับพี่ก่อนนะ
พี่อากิเขามีอะไรต้องไปทำ"
ลีน่าค่อยๆ ปล่อยกอดจากอากิ แล้วเข้าไปกอดเมิ่งซินแทน
เมิ่งซินโอบกอดเธอไว้ พร้อมลูบหลังเบาๆ
'เมิ่งซิน:ฉันแค่งีบไปแป๊บเดียวเอง…เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย'
หลังจากฝากลีน่าไว้เรียบร้อย เขาก็เดินกลับไปหาโจเซฟทันที บรรยากาศรอบตัวดูเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด ราวกับทุกคนกำลังรอคำอธิบายบางอย่าง
"อากิ:เกิดอะไรขึ้นกันแน่โจเซฟ"
สีหน้าของอากินิ่งสนิท ต่างจากภาพลักษณ์ใจดีและเป็นมิตรที่ทุกคนคุ้นเคย โจเซฟชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะสูดลมหายใจแล้วเล่าทุกอย่างออกมาโดยไม่ปิดบัง
เมื่อเรื่องราวทั้งหมดจบลง อากิก็พยักหน้าเบาๆ
"อากิ:เอาล่ะ ฉันเข้าใจแล้ว"
เขาหันไปทางกลุ่มของคามีญ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่หนักแน่น
"อากิ:ไหนๆเราก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว มาเปิดอกคุยกันดีกว่าไหม"
"ฟลังโก้:เอาสิ"
อากิขยับท่าทางเล็กน้อยก่อนพูดต่อ
"อากิ:งั้นผมขอพูดก่อนแล้วกัน เพราะพวกคุณอาจไม่รู้ว่าลีน่านั้นมีแผลทางจิตใจอย่างรุนแรงจากเหตุที่ตอนเข้ามาที่นี้ ดั้งนั้นผมเลยอยากให้พวกคุณหลีกเลี่ยงการพูดจาแรงๆกับเธอหรือไม่ก็เป็นการกระตุนเธอ ผมไม่ได้อยากให้พวกคุณปรับตัวเข้าหาเธอ เพราะถ้าไม่ชอบก็แค่ไม่ยุ่ง..."
คำพูดตรงไปตรงมานั้นทำให้ทุกคนพยักหน้าตามโดยไม่ลังเล ไม่มีใครรู้สึกถูกตำหนิ มีเพียงความเข้าใจที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น
"อากิ:โอเค ผมจะถือว่าทุกคนเข้าใจกันครบแล้วผมขอพูดอะไรกับคุณผู้หญิงตรงนั้นหน่อย"
ยังไม่ทันที่อากิจะพูดต่อ โยเซฟก็แทรกขึ้นมา
"โยเซฟ:ถือว่าก่อนหน้านี้จบแล้วไม่ได้เหรอ ถือว่าเราไม่รู้"
"อากิ:โอ้ๆ เหมือนคุณจะเข้าใจผิดไปแล้วนะ สิ่งที่ผมจะพูดคือคนละเรื่องกัน"
"โยเซฟ:คนละเรื่อง?"
อากิหันไปทางคามีญโดยตรง
"อากิ:คุณผู้หญิง ผมจะไม่ห้ามเรื่องการใช้สกิลตรวจสอบมานาคนอื่นหรอกนะ แต่ผมขอเตือนไว้หน่อยก็ดีว่าความอยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งที่ดี แต่บ้างครั้งการไม่รู้บ้างครั้งก็ดีกว่า เพราะมันจะนำภัยมาสู่ตัวได้"
ฟลังโก้ที่ได้ยินก็เข้าใจความหมายในทันที ส่วนคามีญนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม
"คามีญ:ฉันจะระวังเรื่องนั้นให้มากขึ้น"
"อากิ:งั้นมีอะไรจะคุยกันอีกไหมครับ"
"..."
"อากิ:ถ้าไม่มีผมขอไปคุยกับลีน่าก่อนแล้วกันนะครับ เชิญคุยได้ตามสบาย"
พูดจบ อากิก็เดินจากไป คริสเองก็เดินตามออกไปเช่นกัน เหลือเพียงโจเซฟที่ยังยืนอยู่ตรงนั้น
ฟลังโก้ถอนหายใจยาวก่อนหันไปหาคามีญ
"ฟลังโก้:เฮ้อ~ พวกเราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอเรื่องสกิลตรวจสอบมานานั้นน่ะ"
"คามีญ:ก็ฉันไม่คิดว่าจะเจอคนที่มีมานานเยอะกว่าฉันนิ"
"ฟลังโก้:ก็นั้นละที่คุยกันไว้ ว่าต้องระวัง แล้วเป็นไงละไปเห็นอะไรเข้าถึงเงียบขนาดนี้ ไม่สมกับเป็นเธอเลย"
คามีญเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาช้าๆ
"คามีญ:เขามีมานามากกว่าฉัน 10 เท่า"
ฟลังโก้ถึงกับยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเอง
"ฟลังโก้:เป็นเรื่องแล้วไหมละ"
โจเซฟที่ยืนฟังอยู่ตลอดก็เอ่ยถามขึ้น
"โจเซฟ:ขอถามอะไรหน่อยสิ คามีญมีมานาเท่าไหร่"
"ฟลังโก้:เธอมีมานาอยู่ประมาณ 1500 ซึ่งเป็นท็อปๆในแคมเราเลย แต่อากิ...เขามีมากกว่าเธอ 10 เท่ามัน...เหลือจะเชื่อเลย"
'โจเซฟ:ก็คิดไว้ตลลอดว่าอากินั้นพิเศษ แต่ไม่เคยคิดว่าจะขนาดนี้...ฉันไปเจออะไรมาวะเนี่ย'
"อาซิม:แล้วเราจะเอาไงกันดี เพราะตอนนี้เหมือนการคุยกันครั้งแรกจะแย่ไปหน่อยน่ะ"
"จาบารี:ก็คงให้เวลาเป็นคนจัดการนั่นแหละ"
"โยเซฟ:ก็อยากให้เป็นแบบนั้นอยู่นะ แต่เราไม่รู้นิสิว่าปกติเขาเป็นคนยังไง"
ทั้งกลุ่มเงียบลงอีกครั้ง ความกังวลปกคลุมโดยไม่ต้องมีใครพูดออกมาตรงๆ
"โจเซฟ:ฉันคงบอกได้ว่าเข้าไปคุยตรงๆกับเขาเลยดีกว่า เพราะปกติเขาเป็นคนมีเหตุผล ไม่จะสถานการณ์ไหนเขาก็รับฟังพวกฉันตลอด ดังนั้นฉันเลยอยากบอกว่าเขาเป็นคนมีเหตุและผลมากพอ แต่จังหวะนี้มัน..."
"ฟลังโก้:ฉันเข้าใจ ไม่ต้องว่าต่อหรอก...ถ้าเป็นอย่างที่นายว่า ฉันก็จะลองไปคุยกับเขาดู"
ทางด้านอากิ หลังจากเดินออกมา เขาก็มาหาลีน่าที่นั่งซึมอยู่
"อากิ:ว่าไง คนเก่ง"
ลีน่าที่กำลังนั่งก้มหน้าอยู่ เงยหน้าขึ้นมามองเขาช้าๆ
"อากิ:พอดีพี่เพิ่งตื่น แล้วอยากออกกำลังกายหน่อย ช่วยมาสอนพี่ยิงธนูอีกได้ไหม"
หลังจากเงียบอยู่นาน ในที่สุดเธอก็ยอมพูดขึ้นอีกครั้ง
"ลีน่า:ค่ะ"
"อากิ:งั้นไปข้างนอกกัน"
อากิยื่นมือไปหาเด็กสาวตรงหน้า ลีน่ามองมือนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาจับไว้ อากิดึงเธอลุกขึ้นอย่างแผ่วเบา ใบหน้าของเขากลับมามีรอยยิ้มเหมือนเดิม
เมิ่งซินที่เห็นภาพนั้นก็โล่งใจ ก่อนจะหลับตานอนต่อ ส่วนอากิ ลีน่า และคริส ก็ออกมาด้านนอกด้วยกัน
"อากิ:เอาล่ะ เริ่มจากอะไรดี"
"ลีน่า:..."
คริสที่เห็นลีน่าเงียบ ก็เลยพูดขึ้นมา
"คริส:งั้นเริ่มจากการเตรียมอุปกรณ์ไหมครับ"
"อากิ:ก็จริงนะ"
อากิหยิบธนูขึ้นมา ก่อนจะสะพายซองลูกศรไว้ที่หลัง
ในจังหวะนั้น คริสที่สังเกตเห็นก็เดินไปหาลีน่า
"คริส:นี่ ลีน่า ฉันว่าพี่อากิทำต่างจากเธอนะ ดูสิ พี่เขาสะพายซองลูกศรไว้ที่หลัง แต่ของเธอคาดไว้ที่เอวด้านหลังนี่"
ลีน่ามองตาม ก่อนจะเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง แล้วเดินเข้าไปหาอากิ
"ลีน่า:หนูว่าเอาซองลูกศรไว้แบบนั้นไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะคะ"
"อากิ:เอ๊ะ เหรอ แล้วควรทำยังไงดีล่ะ"
"ลีน่า:พี่ต้องทำแบบนี้ค่ะ"
ลีน่าถอดซองลูกศรของตัวเองออกมา แล้วขยับไปไว้บริเวณเอวด้านหลัง อากิมองตาม ก่อนจะถอดของตัวเองและทำตามเธอ
หลังจากจัดเสร็จ เขาก็ถามขึ้น
"อากิ:แล้วการไว้ที่หลังกับที่เอว มันต่างกันยังไงเหรอ"
"ลีน่า:มันส่งผลกับความต่อเนื่องในการยิงค่ะ พี่ลองทำท่าหยิบลูกศรจากด้านหลังก่อนสิคะ"
อากิทำท่าอย่างที่เคยทำ เขายกแขนขึ้นไปด้านหลัง หยิบลูกศร ก่อนจะดึงแขนสุดแล้วค่อยเล็ง
"ลีน่า:ทีนี้ลองแบบที่อยู่เอวดูค่ะ"
อากิยื่นมือไปด้านหลังตรงตำแหน่งเอว ดึงลูกศรออกมา ก่อนจะหมุนข้อมือและเข้าคันธนูได้ทันที เขาลองทำทั้งสองแบบซ้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
"อากิ:ไม่เคยสังเกตเลย"
"ลีน่า:จังหวะมันเปลี่ยนใช่ไหมคะ จาก ยกแขน–จับ–ดึง–แนบ เป็น ขยับ–จับ–แนบ"
"อากิ:ถ้าเป็นแบบนี้ ก็ยิงได้เร็วขึ้นสินะ"
"ลีน่า:ใช่ค่ะ"
"อากิ:ลีน่าเก่งมากเลยนะ ไม่ว่าจะก่อนหน้านี้ที่สอนเรื่องท่าจับ ท่ายืน แล้วตอนนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้อีก"
"ลีน่า:ยังไม่หมดนะคะ"
ลีน่าหยิบธนูขึ้นมา ก่อนจะโชว์สิ่งที่เธอฝึกกับอาซิมก่อนหน้านี้ให้ดู นั่นคือการยิงต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว อากิที่เห็นถึงกับอุทานออกมา
"อากิ:ว้าว! สุดยอด! ทำยังไง สอนพี่หน่อยสิ"
"ลีน่า:หึหึ มา เดี๋ยวหนูสอนพี่เอง"
ลีน่ากลับมาสดใสเหมือนเดิม เธอสอนอากิอย่างตั้งใจ อากิทำตามคำแนะนำ แม้จะยังทุลักทุเลอยู่บ้างเพราะไม่คุ้น แต่ลีน่าก็ยืนอยู่ข้างๆคอยแนะนำตลอด
"ลีน่า:ตอนง้าง พี่ไม่ต้องดึงให้แน่นขนาดนั้นค่ะ ถ้าดึงแรงไป ลูกศรที่ถืออยู่อาจหลุดได้ แถมการยิงแบบนี้ต้องการความรวดเร็ว เพราะงั้นไม่ต้องง้างแรงก็ได้"
"อากิ:โอเค"
"ลีน่า:ส่วนการแกว่งมือ พี่ไม่จำเป็นต้องมองทุกครั้งก็ได้ค่ะ แต่พี่ต้องจำจังหวะเอาไว้ ลองทำแบบไม่มองดูนะคะ"
"อากิ:พี่จะพยายาม"
ระหว่างที่ลีน่ากำลังเคี่ยวเข็ญอากิอยู่ ฟลังโก้และคนอื่น ๆ ก็เดินออกมาตามมา และเห็นลีน่าที่กำลังสอนอากิใช้ธนูอยู่
"ฟลังโก้:นี่ โจเซฟ ปกติอากิเขาใช้ธนูเป็นหลักเหรอ"
"โจเซฟ:ไม่"
"ฟลังโก้:อ้าว แล้วเขาใช้อาวุธอะไรเป็นหลักล่ะ"
"โจเซฟ:จะว่าไงดีล่ะ เขาไม่มีอาวุธหลักนะ ใช้ไปตามสถานการณ์ ทั้งธนู ดาบโล่ ดาบยาว กริช ขว้างกริช แล้วก็เวทมนตร์ อ้อ… ใช้หมัดนิดหน่อยด้วย"
"ฟลังโก้:ถ้าอย่างนั้น เขาคงไปไม่สุดสักทางสินะ แบบสเตตัสก็คงกระจายไปทั่ว"
"โจเซฟ:เรื่องสเตตัสฉันก็ไม่รู้หรอก เพราะไม่เคยถาม แต่ที่ฉันรู้คือ เขามีแรงเยอะกว่าฉัน ความเร็วไม่แพ้เมิ่งซินก็พอๆกัน ความแม่นยำเกือบเท่าลีน่า แถมจากเมื่อกี้ มานาเขาก็เยอะโคตรๆด้วย"
ฟลังโก้ที่ได้ยินก็ถึงกับนิ่งไป เพราะสิ่งที่เพิ่งได้ฟังมันเหมือนกับว่า อากิเป็นได้แทบทุกอย่าง และยังไปได้สุดในทางนั้น จนแทบเรียกได้ว่าเป็นคนที่ “ครบ” อยู่คนเดียว
ระหว่างนั้น อากิก็เริ่มคล่องแคล่วขึ้น จนเกือบยิงได้ต่อเนื่องแบบไม่ติดขัดแล้ว แม้จะยังไม่ไหลลื่นเท่าลีน่า
"ลีน่า:หนูว่าไม่มีอะไรต้องแนะนำพี่แล้วค่ะ"
"อากิ:งั้นพี่ไว้ฝึกอีกหน่อย แล้วค่อยมาท้าหนูแข่งดีกว่า"
"ลีน่า:ฮึฮึ บอกไว้ก่อนเลย พี่ชนะหนูไม่ได้หรอก"
ลีน่าพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ อากิที่เห็นแบบนั้นก็ลูบหัวเธอเบาๆก่อนจะพูดขึ้น
"อากิ:ไว้คอยดูเถอะ พี่จะชนะให้ดู"
จากผู้แต่ง
ที่ลงช้าเำราะติด mlbb ขอประทานอภัยคัฟ (30 ดาวกำลังไป 50 ดาว)
คำยืนยันของเจ้าของนิยาย
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ