CHESS:พลิกกระดานเทพ

10.0

เขียนโดย TKFD

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เวลา 01.14 น.

  57 ตอน
  4 วิจารณ์
  24.55K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 01.16 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

57) ตอนที่ 18.1 หมากตัวแรกได้เดินแล้ว

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ

    ทันทีที่ทั้งคู่กลับไปประจำตำแหน่งเดิม เสียงนับก็ดังขึ้นจากด้านหลังของเมิ่งซิน

 

    "ลีน่า:3! 2!"

 

    เสียงนั้นเป็นของลีน่า ผู้ทำหน้าที่เป็นคนเริ่มการประลอง ทำให้ทั้งสองฝ่ายตั้งท่ารอจังหวะสุดท้าย

 

    "ลีน่า:1! เริ่มได้!"

 

    สิ้นเสียง ฟลังโก้ก็พุ่งเข้าไปทันที ร่างที่ดูตุ้ยนุ้ยกับเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วผิดกับรูปร่าง โล่ถูกยกขึ้นนำหน้าโดยอัตโนมัติ

 

    'ฟลังโก้:เธอใช้กริช ฉันควรเข้าเล่นระยะใกล้เพราะมีโล่'

 

    เขาเร่งฝีเท้าเข้าใส่ตรงๆ ขณะที่เมิ่งซินยังคงยืนอยู่กับที่ รอจังหวะอย่างใจเย็น จนเมื่อฟลังโก้เข้ามาใกล้พอ เมิ่งซินก็ขว้างกริชออกไปทันที เล็งตรงไปที่ใบหน้า ฟลังโก้ยกโล่ขึ้นกันโดยสัญชาตญาณ กริชกระแทกโล่เสียงดัง

 

    "ตึก!"

 

    แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ปิดบังสายตาของเขาไปชั่วขณะ และจังหวะนั้นเอง เมิ่งซินไม่รอช้า ขว้างกริชอีกเล่มตามมา เล็งไปที่ต้นขาซ้าย แรงขว้างไม่ได้รุนแรงนัก แต่คมกริชก็พุ่งกระแทกเข้าใส่เป้าหมายอย่างแม่นยำ

 

    "เมิ่งซิน:ตอนนี้ขานายเจ็บแล้ว"

 

    "ฟลังโก้:ไม่คิดเลยว่าจะโดนแบบนี้"

 

    "เมิ่งซิน:ปกติมอนสเตอร์มันไม่ค่อยทำใช่ไหมล่ะ"

 

    "ฟลังโก้:ใช่ มันไม่ทำเลย"

 

    เมิ่งซินยกยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดต่อ

 

    "เมิ่งซิน:งั้นตอนนี้ก็นายว่าได้รู้แล้วนะว่ามนุษย์นั้นชอบเล่นสกปรก!"

 

    พูดจบ เธอก็ขว้างกริชมาอีกครั้ง เล็งไปที่หน้าเช่นเดิม แต่คราวนี้ฟลังโก้เรียนรู้แล้ว เขายกโล่ขึ้นกัน แต่เว้นช่องให้สายตามองผ่าน ไม่ปิดมุมมองทั้งหมด และในช่องว่างนั้นเอง เขาเห็นร่างของเมิ่งซินพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว

 

    "ฟลังโก้:ย้าาาา!!!"

 

เสียงคำรามดังสนั่น ดีบัฟลดค่าสถานะกระจายออกมา เมิ่งซินรู้สึกได้ถึงแรงกดดัน ความเร็วของเธอลดลงเล็กน้อย แต่ไม่มากพอจะหยุดเธอได้ เธอพุ่งเข้าไปต่อ มือขวาถือกริชแทงเข้าใส่ด้านซ้ายของฟลังโก้ ซึ่งเป้าหมายก็คือขาที่บาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ฟลังโก้ที่เห็นก็รีบขยับโล่มากันได้ทัน

 

     "ตึก!!"

 

    แต่ความเร็วของเมิ่งซินยังไม่จบแค่นั้น มือซ้ายของเธอเคลื่อนไหวต่อเนื่อง กริชอีกเล่มแทงพุ่งขึ้น เล็งตรงไปที่ลำคอของฟลังโก้ ดวงตาของฟลังโก้เบิกกว้าง เขาปล่อยดาบในมือทันที เอื้อมคว้าจับแขนของเมิ่งซินไว้ก่อนคมกริชจะถึงเป้าหมาย แรงปะทะหยุดลงในเสี้ยววิก่อนจะถึงคอของเขา

 

    "ฟลังโก้:จับได้แล้ว"

 

    ทันทีที่แขนของเธอถูกคว้าไว้ เมิ่งซินก็ไม่ตื่นตระหนก นิ้วของเธอขยับอย่างชำนาญ กริชในมือหมุนพลิกอย่างแนบเนียน ใบมีดที่เคยหันขึ้น ถูกสลับลงด้านล่าง ก่อนที่ข้อมือจะบิดเล็กน้อย ปลายคมเปลี่ยนทิศ เล็งตรงไปที่แขนของฟลังโก้ ฟลังโก้เห็นการเคลื่อนไหวนั้นชัดเจน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะพูดออกมา

  

    "ฟลังโก้:ฉันไม่ปล่อยให้ทำแบบนั้นหรอกน่า"

 

    เขาออกแรงบีบแขนของเมิ่งซินแน่นขึ้น แต่การกระทำนั้นกลับกลายเป็นสิ่งที่เปิดช่องให้เธอ ในเสี้ยววินาทีที่แรงบีบรัดแน่นขึ้น เมิ่งซินยกเท้าขึ้น ก่อนจะวางมันลงที่ลำตัวของฟลังโก้อย่างแม่นยำ

 

    "เมิ่งซิน:ตอนนี้แขนของนายเจ็บแล้ว"

 

    "ฟลังโก้:..."

 

    เสียงนั้นไม่ได้ดัง แต่ความหมายกลับชัดเจน ฟลังโก้ชะงักไปทันที ความคิดไหลผ่านอย่างรวดเร็ว และจากจุดยืนนั้น เขาก็ได้ข้อสรุปก่อนจะพูดว่า

 

    "ฟลังโก้:ไม่คิดเลยว่าจะโดนแบบนี้"

 

    มือที่บีบอยู่คลายออก ฟลังโก้ปล่อยแขนของเมิ่งซิน เธอถอยออกมาอย่างสงบ รักษาระยะห่างทันที ทางด้านลีน่าที่มองอยู่ด้านหลังถึงกับเอียงคออย่างงุนงง

 

    "ลีน่า:เอะ! ทำไมลุงฟลังโก้ปล่อยพี่เมิ่งซินล่ะ"

 

    คริสที่มองเหตุการณ์อย่างตั้งใจพูดขึ้น

 

    "คริส:ถ้าตามที่ฉันคิดนะ เมื่อกี้พี่เมิ่งซินสลับกริชในมือให้คมมันลงมาด้านล่าง เพื่อจะเล็งไปที่แขนของลุงฟลังโก้ ก่อนจะใช้เท้าถีบลุงฟลังโก้เพื่อให้กริชในมือแทงแขนลุงฟลังโก้"

 

    "ลีน่า:แปลว่าตอนนี้แขนของลุงฟลังโก้โดนแทงแล้วใช่ไหม"

 

    "คริส:ถ้าตามที่ฉันคิด คงเป็นแบบนั้น"

 

    เมิ่งซินหันไปมองฟลังโก้โดยไม่ลดการ์ด ก่อนจะถามตรงๆ

 

    "เมิ่งซิน:ยังจะสู้อยู่ไหม"

 

    "ฟลังโก้:..."

 

    'ฟลังโก้:ตอนนี้ขาซ้ายก็เจ็บ แถมแขนก็โดนแทงด้วย คงมาได้เท่านี้สินะ'

 

    เขาสูดลมหายใจลึก ก่อนจะยอมรับความจริง

 

    "ฟลังโก้:คงต้องยอมแพ้สินะ"

 

   หลังจากนั้น ทั้งคู่เดินเข้ามาหากัน และจับมือกันอย่างจริงใจ

 

    "ฟลังโก้:เป็นการต่อสู้ที่ดีมาก ฉันได้ข้อที่ควรระวังหลายอย่างเลย ถ้าต้องสู้กับอาวุธประเภทมีด"

 

    "เมิ่งซิน:ฉันจะรอการต่อสู้ครั้งต่อไป"

 

    ยังไม่ทันที่บรรยากาศจะสงบ ลีน่าก็พุ่งเข้ามากอดเมิ่งซินจากด้านหลัง

 

    "ลีน่า:พี่คะ พี่หายตัวได้ยังไง หนูไม่เคยเห็นเลย"

 

    "เมิ่งซิน:พี่เพิ่งได้หลังจากเลเวลอัพนะ พี่ใช้ครั้งแรกเลย"

 

    คริสพยักหน้าอย่างทึ่ง

 

    "คริส:เป็นการหายไปที่สมบูรณ์มากเลยนะครับ แถบจะมองไม่เห็นและก็ไม่ได้ยินเสียงด้วย"

 

    เมิ่งซินเลิกคิ้วเล็กน้อย

 

    "เมิ่งซิน:มันหายไปเลยเหรอ"

 

    อาซิมตอบทันที

 

    "อาซิม:ใช่ เธอหายไปเลย ไม่มีเงา ไม่ได้ยินเสียง"

 

    "เมิ่งซิน:อืม~"

 

    น้ำเสียงนั้นเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง คริสสังเกตได้ จึงเอ่ยถาม

 

    "คริส:มีอะไรเหรอครับ"

 

    เมิ่งซินเงียบไปชั่วครู่ ดวงตาหรี่ลงเหมือนกำลังทบทวนความรู้สึกของตัวเอง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

 

    "เมิ่งซิน:ฉันเห็นต่างจากพวกนายน่ะ ฉันตัวเองใสขึ้น แต่ยังเห็นรางๆ ส่วนเสียง…ยังมีปกติน่ะ"

 

    ฟลังโก้ขมวดคิ้วทันที

 

    "ฟลังโก้:เสียงเหรอ ฉันไม่เห็นได้ยินอะไรเลย"

 

    เมิ่งซินพยักหน้าเล็กน้อย ราวกับคาดคำตอบนั้นไว้แล้ว

 

    "เมิ่งซิน:หลังจากใช้ ฉันวิ่งอยู่ใช่ไหม แต่ระหว่างที่กำลังวิ่ง ฉันก็ได้ยินเสียงเท้าตัวเอง ฉันเลยหยุด แล้วเดินแบบเบาเท้าเพื่อเข้าหานาย จนสังเกตว่านายไม่เห็นฉันจริงๆ ฉันเลยอ้อมไปด้านหลังและเอากริชจี้คอนายได้"

 

    ฟลังโก้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า

 

    "ฟลังโก้:ฉันไม่ค่อยมั่นใจเรื่องนี้เลย งั้นลองดูกันไหม"

 

    "เมิ่งซิน:อีก 7–8 นาทีเลยกว่าจะใช้ได้"

 

    "ฟลังโก้:คูลดาวน์ 10 นาทีเหรอ"

 

    "เมิ่งซิน:ประมาณนั้น"

 

    ลีน่าที่ฟังอยู่ก็ยกมือขึ้นเล็กน้อย สีหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้

 

    "ลีน่า:แล้วพี่จะรู้ยังไงเหรอ ว่าเราได้ยินเสียงไหม"

 

    เมิ่งซินเงียบไปอีกครั้ง สายตาเลื่อนมองทุกคนเหมือนกำลังคิดวิธีทดสอบ

 

    "เมิ่งซิน:..."

 

    คริสที่เห็นจังหวะนั้นก็เสนอขึ้นมา

 

    "คริส:งั้นหลังจากที่หายตัว พี่ก็สุ่มเดินไปรอบพวกเราแล้วตบมือไหมครับ ถ้ามีเสียงพวกเราคงหันไปเอง"

 

     โยเซฟหัวเราะเบาๆ พร้อมพยักหน้าให้

 

    "โยเซฟ:ฮ่าฮ่า เป็นความคิดที่ดีเลย เก่งมากเจ้าหนู"

 

    คริสยิ้มรับคำชมอย่างเขินๆ

ทางด้านอาซิมที่ยืนกอดอกอยู่ก็หันไปมองฟลังโก้

 

    "อาซิม:อ้อ ใช่ ฟลังโก้ ทำไมนายถึงยอมแพ้ล่ะ ที่ฉันเห็นก่อนหน้านี้นายจับเธอได้แล้วนี่"

 

    "โยเซฟ:ฉันก็สงสัยเหมือนกัน"

 

    ฟลังโก้ถอนหายใจยาวก่อนจะตอบ

 

    "ฟลังโก้:พวกนายดูจากด้านหลังนี่เนอะ งั้นจะเล่าให้ฟังเอง"

 

    จากนั้นเขาก็อธิบายถึงจังหวะที่เมิ่งซินพลิกกริช เปลี่ยนมุมคม และสิ่งที่อาจเกิดขึ้น หากเธอออกแรงถีบในตอนนั้น รายละเอียดที่ทั้งสองคนไม่ได้เห็นด้วยตา อาซิมฟังจบก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

    "อาซิม:แปลว่าถ้าเมิ่งซินออกแรงถีบตอนนั้น จะเกิดแรงกระชากจากที่เธอถีบตัวเองออก ซึ่งมีสองอย่างที่อาจเกิดขึ้นได้ คือกริชแทงเข้าไปในแขน หรือไม่ก็บาดจนแผลแหวะใช่ไหม"

 

    "โยเซฟ:ถ้าเป็นแบบนั้น แขนที่ถืออาวุธก็บาดเจ็บ แถมขาก็เจ็บด้วย ถ้าสู้ต่อก็มีโอกาสแพ้สูงสินะ…หืม"

 

     ฟลังโก้พยักหน้าช้าๆ

 

    "ฟลังโก้:เรื่องนี้ฉันพลาดเอง ฉันไม่น่าปล่อยดาบแล้วไปจับแขนเธอไว้เลย"

 

    "อาซิม:นายประมาทมากเลยนะเนี่ย"

 

    "ฟลังโก้:ตอนนั้นก็ยอมรับเลยว่าใช่ เพราะฉันคิดว่าถ้าจับเมิ่งซินที่เป็นสายความเร็วได้แล้ว จะจบเลย"

 

    เมิ่งซินที่ฟังอยู่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นเล็กน้อย

 

    "เมิ่งซิน:ฉันว่าความคิดที่นายมี น่าจะเป็นอิทธิพลจากชีวิตก่อนหน้าของเรามากกว่า"

 

    ฟลังโก้ชะงัก ก่อนจะถามกลับ

 

    "ฟลังโก้:…ยังไง?"

 

    เมิ่งซินอธิบายช้าๆ เหมือนอยากให้ทุกคนคิดตาม

 

    "เมิ่งซิน:ลองคิดดูนะ ในชีวิตประจำวันก่อนหน้านี้ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น ผู้ชายสามารถหยุดผู้หญิงได้แค่จับมือ เพราะผู้หญิงแรงน้อยกว่า แต่ที่นี่…เราไม่สามารถประเมินอะไรจากรูปร่างหรือสายตาได้ อย่างผู้หญิงรูปร่างแบบฉัน ถ้านายไปจับแบบไม่ระวัง นายอาจแพ้แรงฉันก็ได้ เพราะถึงแม้ร่างจะเล็กกว่า แต่เราไม่รู้ว่าฉันอัป STR มาเท่าไหร่ นายพอคิดตามได้ใช่ไหม"

 

   โยเซฟพยักหน้า

 

    "โยเซฟ:ที่พูดมาก็ใช่"

 

    "อาซิม:ไม่มีข้อโต้แย้งเลยแฮะ"

 

    ฟลังโก้มองมือตัวเองชั่วครู่ ก่อนจะพูดช้าๆ

 

    "ฟลังโก้:…หลังจากฟังเธอ ฉันคงต้องคิดหลายๆอย่างใหม่สินะ"

 

    หลังจากนั้น ทั้งสามคนก็พูดคุยแลกเปลี่ยนกันต่อ ทั้งเรื่องข้อควรระวังใหม่ๆและวิธีประเมินศัตรูในที่แห่งนี้ จนเวลาผ่านไปพักใหญ่ สกิลของเมิ่งซินก็คูลดาวน์เสร็จ

 

    "เมิ่งซิน:เอาละ ทุกคนมายืนรวมกันหน่อย"

 

    เมื่อทุกคนรวมตัวกันเรียบร้อย เมิ่งซินก็สูดหายใจเข้าเบาๆ

 

    "เมิ่งซิน:เอาละนะ"

 

    สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่เธอ ร่างของเมิ่งซินที่ค่อยๆ จางลงจนหายไป ความเงียบเข้าปกคลุม ทุกคนตั้งใจฟังอย่างไม่กระพริบตา

ทางด้านเมิ่งซิน หลังจากหายตัว เธอเดินไปทางซ้ายด้วยก้าวที่เบาที่สุด แต่เมื่อเห็นว่าทุกคนยังจ้องไปที่จุดเดิม เธอก็จงใจวิ่งเสียงดัง

 

    "ตึก ตึก ตึก"

 

    เสียงฝีเท้าทำให้ทุกคนหันไปทางซ้ายพร้อมกัน เสียงนั้นวนไปมา ก่อนจะกลับมาที่จุดเดิม

 

    ‘เมิ่งซิน:เหมือนจะได้ยินเสียงเท้านะ…ลองตบมือดีกว่า’

 

    เธอเดินไปทางขวา ก่อนจะตบมือเบาๆ

 

    "แปะ"

 

    ทุกคนหันไปทันที เมิ่งซินจึงมั่นใจว่าพวกเขายังได้ยินเสียงอยู่

 

   ‘เมิ่งซิน:งั้นมาลองอย่างสุดท้ายกัน’

 

    "เมิ่งซิน:พวกนายได้ยินฉันพูดไหม"

 

    "ลีน่า:ได้ยินชัดแจ๋วเลยค่ะ"

 

    "เมิ่งซิน:งั้นช่วยทดสอบอะไรหน่อยนะ"

 

    "ลีน่า:ได้ค่ะ"

 

    เมิ่งซินเดินเข้าไปใกล้ลีน่า จนระยะห่างแทบเป็นศูนย์

 

    "เมิ่งซิน:ดมหน่อย ได้กลิ่นไหม"

 

    ลีน่าก้มหน้าลงเล็กน้อย ใบหน้าชนกับบางสิ่งที่มองไม่เห็น ก่อนจะสูดจมูก

 

    "ลีน่า:ฟิดๆ…ยังได้กลิ่นพี่นะคะ"

 

    เมื่อได้คำตอบ เมิ่งซินก็ยกเลิกสกิล ร่างค่อยๆปรากฏขึ้นอีกครั้ง

 

    "เมิ่งซิน:ฉันเข้าใจการทำงานมันแล้วละ มันแค่ทำให้ล่องหน ไม่ได้กลบกลิ่นหรือเสียง แค่ตัวฉันหายไป"

 

    ฟลังโก้หัวเราะเบาๆ อย่างโล่งใจ

 

    "ฟลังโก้:ฮ่า ฉันมองว่ายังไงมันก็ดีอยู่นะ ถึงจะยังไงเสียงกับกลิ่นเราก็ยังพอควบคุมได้"

 

    อาซิมพยักหน้าเห็นด้วย

 

    "อาซิม:ข้อดีมันมากพอจะกลบข้อเสียได้ แถมเหมาะกับการสอดแนมมากๆด้วย"

 

    ฟลังโก้พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา

 

    "ฟลังโก้:งั้นขอถามอะไรเพิ่มหน่อยได้ไหม"

 

    "เมิ่งซิน:ได้สิ"

 

    "ฟลังโก้:ถ้าเธอไม่โผล่ออกมาเอง มันหายตัวได้นานแค่ไหน"

 

    "เมิ่งซิน:ห้านาที มันบอกแบบนั้น"

 

    "ฟลังโก้:ก็ไม่สั้น แต่ก็ไม่ยาวเกินไป ถ้าความชำนาญเพิ่มก็คงนานกว่านี้"

 

    "เมิ่งซิน:ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน"

 

    ทั้งสองยังคุยกันต่อถึงการต่อสู้เมื่อครู่ จนกระทั่งโยเซฟเดินแยกออกไปหาคริส

 

    "โยเซฟ:ไอ้หนู มาซ้อมต่อสู้กันหน่อยไหม"

 

    "คริส:สู้แบบเมื่อกี้เหรอครับ"

 

    "โยเซฟ:ไม่ถึงขั้นนั้นหรอก แค่ฝึกเฉยๆ"

 

    "คริส:ถ้าแบบนั้นก็ได้ครับ"

ทั้งคู่แยกออกไปอีกทาง เหลือเพียงลีน่ากับอาซิมที่ยืนมองอยู่

 

   "อาซิม:แล้วหนูอยากฝึกด้วยไหมล่ะ"

 

    "ลีน่า:อยากนะคะ แต่ว่าหนูใช้ธนูเป็นหลัก คงฝึกแบบนั้นไม่เหมาะ"

 

    อาซิมนิ่งคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

 

    "อาซิม:งั้นแบบนี้ไหม ให้หนูยิงธนูใส่น้าที่เดินเข้าหาหนู"

 

    "ลีน่า:แบบนั้นจะไม่อันตรายเหรอคะ"

 

    "อาซิม:ไม่หรอก น้ามีลูกศรที่ไม่มีหัว แถมน้าเองก็อยากฝึกการป้องกันด้วย"

 

    "ลีน่า:งั้นตกลงค่ะ"

 

    อาซิมยื่นลูกศรไร้หัวให้ลีน่า ก่อนที่ทั้งคู่จะถอยออกจากกันเพื่อเว้นระยะ

 

    "อาซิม:พร้อมรึยัง~!"

 

    "ลีน่า:เข้ามาได้เลยค่า!"

 

    อาซิมยกโล่ขึ้น เดินเข้าหาด้วยท่าทีมั่นคง ลีน่าง้างธนู เล็งไปที่หัวไหล่ซ้าย ลูกศรถูกกันไว้ได้อย่างง่ายดาย เธอไม่หยุดเพียงเท่านั้น ลีน่าถือลูกศรสองดอก ยิงต่อเนื่อง

ดอกแรกยังคงเล็งไปที่ไหล่ อีกดอกเปลี่ยนเป้าไปที่ต้นขาซ้าย

อาซิมกันดอกแรกได้ แต่ดอกที่สองเฉียดไปอย่างหวุดหวิด

 

    ‘ลีน่า:เกือบกันไม่ทัน… ถ้าเพิ่มอีกดอกล่ะ?’

 

    ลีน่าหยิบลูกศรสามดอกถือไว้ ก่อนจะยิงออกไปอย่างต่อเนื่อง

    ดอกแรก—ต้นขา

    ดอกที่สอง—ศีรษะ

   ดอกสุดท้าย—ลำตัว

    อาซิมกันดอกแรกไว้ได้ ก่อนรีบยกโล่ขึ้นบังศีรษะ แต่การเคลื่อนไหวนั้นกลับบดบังมุมมอง ลูกศรดอกที่สามกระแทกเข้าที่ท้องของเขาเต็มๆ ลีน่าที่เห็นก็พูดขึ้นว่า

 

    "ลีน่า:หนูขอยอมแพ้ค่ะ ลูกศรมันหมดแล้ว"

 

    อาซิมลดโล่ลง ก่อนจะเดินเข้ามาพร้อมหัวเราะเบาๆ

 

    "อาซิม:ฮ่าฮ่า ไม่คิดเลยว่าจะยิงต่อเนื่องแบบนั้นได้ สุดยอดจริงๆ"

 

    "ลีน่า:ฮิฮิ ขอบคุณค่ะ"

 

    "อาซิม:ถามได้ไหม ใครเป็นคนสอน หรือหนูชอบยิงธนูมาก่อน"

 

    "ลีน่า:ท่านเทพแห่งคันศรเป็นคนสอนค่ะ"

 

    อาซิมเบิกตากว้างเล็กน้อย

 

    "อาซิม:หนูมีผู้ชมด้วยเหรอ"

 

    "ลีน่า:ใช่ค่ะ แล้วน้าล่ะคะ"

 

    "อาซิม:น้าแค่คนธรรมดา ไม่มีหรอก มีแค่คามีญกับฟลังโก้นั่นแหละ"

 

    "ลีน่า:งั้นก็มีหนู พี่อากิ พี่คามีญ แล้วก็ลุงฟลังโก้สินะคะ"

 

    "อาซิม:อากิ… คนที่นอนอยู่นั่นเหรอ"

 

    "ลีน่า:ใช่ค่ะ แถมเขาบอกว่ามีคนดูหลายคนด้วย"

 

    อาซิมเงียบไปครู่หนึ่ง

 

    *"อาซิม:หลายคนเลยเหรอ…"*

 

    "ลีน่า:จะฝึกต่อไหมคะ หนูยังไม่ค่อยชินกับการยิงต่อเนื่องแบบนั้น"

 

    "อาซิม:แน่นอน มาต่อกัน"

 

    อีกด้านหนึ่ง คริสกำลังฝึกกับโยเซฟ ทั้งสองสลับกันรุกและรับ

คริสฟันเข้าที่ด้านข้าง โยเซฟยกโล่รับ ก่อนจะผลักดาบกลับและสวนด้วยการฟันเฉียง คริสพยายามกัน แต่เสียหลักล้มลง โยเซฟหยุดทันที ยื่นมือให้ คริสจับมือเขา ก่อนจะถูกดึงลุกขึ้น

 

    "โยเซฟ:รู้ไหม ทำไมเมื่อกี้เธอถึงล้ม"

 

    "คริส:ผมโดนผลัก แล้วตั้งหลักไม่ได้ แถมยังต้องกันดาบ เลยล้มครับ"

 

    "โยเซฟ:ในเมื่อรู้แล้ว เธอคิดว่าต้องทำยังไงถึงจะไม่ล้ม"

 

    "คริส:เอ่อ… ผมไม่รู้ครับ"

 

    "โยเซฟ:การไม่รู้ไม่ผิด แต่ถ้าไม่รู้ ต้องถาม"

 

    คริสเข้าใจในทันที

 

    "คริส:ผมต้องทำยังไงถึงจะไม่ล้มครับ"

 

    โยเซฟพยักหน้าอย่างพอใจ

 

    ‘โยเซฟ:เด็กคนนี้ยังไม่เคยฝึกจริงจัง แต่เรียนรู้เร็วดี’

 

    "โยเซฟ:เอาละ ตั้งท่าสู้กับฉันอีกครั้ง"

 

    "คริส:ครับ"

 

    โยเซฟยืนข้างเขา

 

    "โยเซฟ:ดูสิ ฉันกับเธอต่างกันตรงไหน"

 

    คริสสังเกตเท้าซ้ายของโยเซฟยื่นนำ อีกข้างยันไว้ด้านหลัง

ลำตัวโน้มต่ำ แขนอยู่ใกล้ลำตัวพร้อมรับแรง แขนที่ถือดาบยืดตรง เตรียมฟัน เขาหันกลับมามองตัวเอง ขาทั้งสองยืนเสมอกัน แขนถือโล่ตึงเกินไป ดาบหย่อน คริสเริ่มปรับท่าตาม

 

    "คริส:แบบนี้หรือเปล่าครับ"

 

    "โยเซฟ:ดี มาลองจริงกัน"

 

    โยเซฟก้าวมาข้างหน้าก่อนที่จะฟันเข้ามา คริสใช้โล่รับดาบนั้นได้อย่างง่ายดาย เนื่องจากแรงปะทะถูกซับได้ดีกว่าครั้งก่อน

 

    "โยเซฟ:ทีนี้ ลองผลักกลับมา"

 

    คริสใช้แขนที่งอไว้ ผลักดาบกลับได้อย่างมั่นคง

 

    "คริส:มันง่ายขึ้นมากเลยครับ"

 

   โยเซฟที่เห็นก็ยิ้ม

 

    "โยเซฟ:ในเมื่อผลักได้แล้ว สิ่งที่ควรทำต่อคือ"

 

    คริสฟันสวนทันที เร็วกว่าเดิม หนักกว่าเดิม โยเซฟรับด้วยโล่ ผลักกลับ และฟันสวน คริสรับดาบโดยที่ไม่เสียหลัก เพราะขาที่ตั้งไว้รับแรงได้ดี ก่อนที่จะผลักดาบที่กันไว้ได้อย่างมั่นคง

 

    "คริส:ผมไม่ล้มแล้ว"

 

    ‘โยเซฟ:หัวไวจริง…’

 

    "โยเซฟ:งั้นรอบนี้สู้ยาวๆ เอาให้ร่างกายจำท่านี้ไว้"

 

    "คริส:ครับ!"

 

    ภายในห้องขณะนี้

  

   "อากิ:โอ้ย… ปวดไปทั้งตัวเลย"

 

    อากิตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงโอดครวญ ความปวดแล่นไปทั่วร่างจนแทบไม่อยากขยับ

 

    [อลิส:เปิดใช้งานสกิลต้านทานความเจ็บปวด]

 

    ทันทีที่อลิสรับรู้ว่าเขาฟื้น เธอก็เปิดใช้สกิลเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดให้ทันที

 

    "อากิ:ขอบคุณมาก… ช่วยได้เยอะจริงๆ"

 

    [อลิส:ยินดีค่ะ]

 

    "อากิ:แล้วหลังจากฉันสลบไป เกิดอะไรขึ้นบ้าง"

 

    [อลิส:หลังจากท่านสลบไป ผ่านมาแล้วประมาณ 21 ชั่วโมง 59 นาทีค่ะ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นคือ]

 

    อลิสเล่าเหตุการณ์ทั้งหมด ตั้งแต่ตอนที่เขาถูกแบกออกจากสนาม ต่อด้วยการพบกับฟลังโก้และกลุ่มของเขา จนถึงสถานการณ์ปัจจุบัน

 

    "อากิ:แปลว่าตอนนี้… เราอยู่กับคนรู้จักของโจเซฟแล้วสินะ"

 

    [อลิส:ใช่ค่ะ]

 

    อากิถอนหายใจยาว รู้สึกโล่งอกเล็กน้อย

 

    "อากิ:โอเค… งั้นฉันคงนอนต่อได้แล้วล่ะ"

 

    {/บีลเซบับ/:เฮ้ยๆ จะรีบนอนอีกแล้วเหรอ ตื่นก่อนสิ}

 

    หน้าต่างข้อความสีทองเด้งขึ้นตรงหน้า อากิที่เห็นถึงกับสะดุ้ง พร้อมกับตื่นตัวขึ้นมาทันที

 

    "อากิ:มีอะไรหรือเปล่าครับท่าน ถ้ามีให้ทำ… ผมคงทำไม่ได้ ตอนนี้แค่ยกแขนยังลำบากเลย"

 

    อากิพยายามยกแขนขึ้นให้ดู แขนยกขึ้นมาได้เพียงครู่เดียวก่อนจะสั่นและตกลงมาอีกครั้ง

 

    {/บีลเซบับ/:โอ้ไม่ๆ ข้าไม่ได้จะให้เจ้าทำอะไรหรอก แค่มีข้อเสนอเล็กน้อย}

 

    {\เฮคาที:ไม่ใช่ข้า แต่เป็น “เรา”}

 

    {/บีลเซบับ/:มันก็เหมือนกันนั่นแหละ}

 

    {\เฮคาที:ไม่เหมือน และเจ้าเองก็น่าจะจำได้ ว่าพวกเรานั่นคุยกันไว้เช่นไร}

    

    {/บีลเซบับ/:เออๆ ก็ได้… เราก็เรา}

 

    หลังจากเห็นทั้งสองถกเถียงกันจบ อากิก็เอ่ยถามอย่างระมัดระวัง

 

    "อากิ:ข้อเสนอที่ว่าคืออะไรครับ"

 

    {\เฮคาที:พวกเราจะเสนอให้เจ้า… มาเป็นสาวกร่วมของพวกเรา}

 

    อากิชะงักไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปถามอลิสด้วยน้ำเสียงเบาลง

 

    *"อากิ:อลิส… สาวกที่ว่านี่หมายความว่ายังไง"*

 

    [อลิส:สาวก คือผู้แทนของเทพหรือปีศาจ ทำหน้าที่ตามประสงค์ของพวกเขาค่ะ การเป็นสาวกต้องได้รับคำเชิญโดยตรง และจะได้รับพลัง อำนาจ หรือพรตามแต่ผู้ที่เราเป็นสาวกให้คะ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องแลกมาคือการถูกผูกมัดค่ะ]

 

    'อากิ:ฟังดูน่าสนใจ… แต่คำว่า “ผูกมัด” นี่แหละที่น่ากลัว'

 

   เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามต่อ

 

    *"อากิ:แล้วสาวกร่วมคืออะไร"*

 

    [อลิส:สาวกร่วม คือการเป็นสาวกให้กับเทพหรือปีศาจหลายตนพร้อมกันค่ะ ข้อดีคือสามารถได้รับพรหรือสกิลที่หลากหลาย

ข้อเสียคือจำนวนศัตรูจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนผู้ที่ท่านเป็นสาวกให้ค่ะ]

 

   หลังจากเข้าใจทั้งหมดแล้วความคิดหนึ่งก็วิ่งเข้ามา

 

    'อากิ:ไม่รู้ว่าพวกเขาจะยอมไหม… แต่ลองดู'

 

    อากิสูดหายใจลึก ก่อนจะพูดออกไป

 

    "อากิ:ผมจะรับข้อเสนอ แต่ผมมีเงื่อนไข ขอเสนอให้พวกท่านพิจารณาได้ไหมครับ"

 

    {\เฮคาที:ลองกล่าวมาดู}

 

    {/บีลเซบับ/:พูดมาสิ}

 

    "อากิ:ผมขอเป็นสาวกในรูปแบบของ “สัญญา” ในหนึ่งสัญญา ผมจะทำตามคำขอของพวกท่าน 3 ครั้ง แลกกับ 1 พร หรือ 1 สกิล หรือความช่วยเหลือใดๆ ก็ได้ เมื่อครบ 3 ครั้ง พวกท่านมีสิทธิเลือกว่าจะต่อสัญญาหรือไม่

และผมเองก็มีสิทธิยกเลิกการเป็นสาวกได้ตลอดเวลา แต่ถ้าผมเป็นฝ่ายยกเลิกก่อนทำครบ 3 ครั้ง

ผมจะไม่ได้รับอะไรเลย และสุดท้าย… ผมมีสิทธิ์ปฏิเสธคำขอ หากเป็นคำขอที่บังคับให้ผมฆ่าตัวตาย หรือคนที่ผมห่วงใย"

 

    หลังคำพูดนั้น ความเงียบก็เข้าปกคลุม

 

   {\เฮคาที:แล้วถ้ามีคำขอให้ฆ่าผู้อื่น เพื่อปกป้องสาวกของเรา… เจ้าจะทำหรือไม่}

 

    "อากิ:ผมไม่รับประกันว่าจะฆ่า

แต่ผมรับประกันว่าจะปกป้องสาวกของท่านจนถึงที่สุด"

 

    เฮคาทีเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะตอบกลับ

 

    {\เฮคาที:ดี อย่าลืมคำพูดนี้

เพราะคำพูด… มีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวมัน}

 

    ทันใดนั้น กระดาษสีทองพร้อมปากกาขนนกก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอากิ เนื้อหาในสัญญาตรงกับสิ่งที่เขาพูดไว้ทุกประการ อากิอ่านอย่างละเอียด ก่อนจะยื่นให้อลิสตรวจสอบ

 

    [อลิส:ไม่มีข้อผิดพลาดค่ะ]

 

    เมื่อได้รับการยืนยัน อากิก็เซ็นชื่อของตนลงไป กระดาษม้วนตัวเอง ก่อนจะแยกออกเป็นสองม้วน

ม้วนหนึ่งลอยมาหาอากิและทะลุเข้าไปในตัวเขา ส่วนอีกม้วนสลายหายไปในอากาศ ทันทีนั้น การแจ้งเตือนก็ดังขึ้น

 

    [อลิส:ท่านได้ทำสัญญาเป็นสาวกชั่วคราวของ เทพีเฮคาที

    ติ๊ด! ไม่รับพลังหรืออำนาจใดๆ เนื่องจากเป็นสาวกชั่วคราว

จำนวนคำขอที่ต้องทำ: 3/3]

 

 

 

 

 

 

 

                จากผู้แต่ง

    ผ่านไป 1 ตอนเต็มๆกว่าตัวดำเนินเรื่องจะตื่น มารอดูกันว่าต่อจากนี้จะมีอะไรเพิ่มหรือป่าว

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา