CHESS:พลิกกระดานเทพ

10.0

เขียนโดย TKFD

วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เวลา 01.14 น.

  57 ตอน
  4 วิจารณ์
  24.55K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2567 01.16 น. โดย เจ้าของนิยาย

แชร์นิยาย Share Share Share

 

56) ตอนที่ 17.3 ทำความรู้จักกันให้มากขึ้น

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
    ในระหว่างที่บรรยากาศกำลังเงียบงัน จาบารีก็เดินเข้ามาพร้อมถาดปลาย่างในมือ เขาวางมันลงตรงกลางอย่างเงียบๆ แจกจ่ายให้ทุกคนที่ยังไม่ได้กิน ก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายราวกับเป็นเรื่องปกติ
 
    "จาบารี:จะทำสีหน้าแบบนั้นกันทำไม เขาไม่ใช่พวกพ้องของเราหรอกหรือไง"
 
    เพียงคำพูดประโยคเดียว ก็เหมือนบางอย่างถูกกระตุกขึ้นในใจของทุกคน
 
    ความเงียบไม่ได้หายไปทันที แต่ความตึงเครียดที่กดทับอยู่ก่อนหน้านั้น…ค่อยๆคลายลง
 
    'เมิ่งซิน:ใช่…ฉันจะสงสัยในตัวเขาทำไม ก่อนหน้านี้เขาก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วนี่ ทำไมฉันถึงคิดแบบนั้นกัน…'
 
    'ลีน่า:ความคิดบ้า ๆ นี้มาจากไหนกัน พี่อากิเป็นพี่ชายที่แสนดีจะตาย ทำไมฉันถึงรู้สึกกลัวเขาล่ะ…'
 
    'คริส:พี่อากิคือสิ่งที่เราอยากจะเป็นให้ได้ แล้วทำไมถึงคิดกังขาเขาแบบนี้ เกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่…'
 
    ไม่นาน สีหน้าของทุกคนก็ค่อยๆ กลับมาเป็นปกติราวกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เสียงไฟแตกเบาๆกับกลิ่นปลาย่างที่หอมลอยอบอวลอยู่รอบตัว
 
    "เมิ่งซิน:อืม! ฝีมือนายสุดยอดไปเลย จาบารี ฝีมือแบบนี้อยู่ร้านอาหารติดดาวได้เลยนะ"
 
    ปลาย่างตรงหน้าถูกจัดการไปอย่างรวดเร็ว ฝีมือของจาบารีนั้นเรียกได้ว่ายอดเยี่ยมจนแม้แต่เมิ่งซิน ผู้ที่เดินทางไปมาหลายที่ในโลก ยังเอ่ยปากชมอย่างไม่ลังเล
 
    "จาบารี:ขอบคุณสำหรับคำติชม"
 
    เขาตอบกลับสั้นๆก่อนจะมีเสียงพูดอู้อี้ดังมาจากทางข้างๆ
 
    "คริส:คุญจาบารีทำอาร่อยอย่างที่พูดไว้จริงๆด้วยครับ"
 
   คริสพูดทั้งที่เนื้อปลาเต็มปาก จนคำพูดฟังแทบไม่รู้เรื่อง
 
    "เมิ่งซิน:เฮ้อ จะรีบกินไปไหน ปลามันไม่ได้หนีไปไหนหรอก"
 
คริสกลืนปลาที่อยู่ในปากลง ก่อนจะยิ้มเขินๆแล้วพูดขึ้น
 
    "คริส:ขอโทษครับ พอดีไม่ได้กินอะไรอร่อยๆมานานแล้ว"
 
    ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกมา เมิ่งซินก็สวนขึ้นแทบจะทันที
 
    "เมิ่งซิน:พูดแบบนั้น แปลว่าที่ลีน่าทำไม่อร่อยหรือไง"
 
    ลีน่าที่ได้ยินก็เงยหน้ามองคริส ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เจือความน้อยใจ
 
    "ลีน่า:จริงเหรอ คริส…"
 
    "คริส:ไม่ๆๆ ของลีน่าก็อร่อยอยู่แล้วแค่นานๆ ได้กินของใหม่ ฝๆ เลยรู้สึกอร่อยกว่าปกตินิดหน่อยเอง"
 
    แต่คำอธิบายนั้นกลับยิ่งทำให้สีหน้าของลีน่าหม่นลง เธอกัดริมฝีปากแน่น ราวกับพยายามกลั้นบางอย่างเอาไว้
 
    "ลีน่า:นายพูดแล้วว่าอร่อยกว่า… ฉันจะไม่ทำอาหารอีกแล้ว!"
 
    "คริส:ไม่ใช่แบบนั้น คือว่า—"
 
    ยังไม่ทันพูดจบ ลีน่าก็ยกมือขึ้นอุดหู หันหน้าหนีไปอีกทาง คริสได้แต่ขยับตัวเข้าไปใกล้ พยายามอธิบายอย่างร้อนรน
 
    ส่วนทางด้านเมิ่งซิน อาซิม และจาบารี ยังคงนั่งกินปลากันต่ออย่างเพลิดเพลิน ปล่อยให้ความวุ่นวายเล็ก ๆ ตรงหน้าไหลไปตามจังหวะของมัน ท่ามกลางเสียงไฟแตกเบาๆ และกลิ่นอาหารที่ยังไม่จางหาย
 
    "อาซิม:ฮึ เข้าใจแกล้งดีนี่"
 
    "เมิ่งซิน:ฉันไม่ได้แกล้ง แค่เพิ่มความสัมพันธ์ให้พวกเขาแค่นั้นเอง"
 
    "อาซิม:อ้าฮา แบบนี้นี่เอง เข้าใจทำนะเนี่ย"
 
    "จาบารี:ร้ายกาจไม่ใช่เลยนะคุณเนี่ย"
 
    "เมิ่งซิน:หึ!"
 
    ทั้งสามกินปลาพร้อมรอยยิ้มเล็กๆ โดยไม่จำเป็นต้องพูดอะไรไปมากกว่านี้ ก็สัมผัสได้ว่าบางสิ่งบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นเงียบ 
ๆ ระหว่างคนตรงหน้า
ในจังหวะนั้นเอง ฟลังโก้ก็ขยับตัวตื่นขึ้นมา
 
    "ฟลังโก้:โอ้ย~ ไม่น่าซัดไปเยอะเลย"
 
    เขาขยี้หัวตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะหันมองไปรอบ ๆ และเห็นทั้งสามคนนั่งล้อมวงกินปลาอยู่ จึงลุกเดินเข้าไปหา
 
    "ฟลังโก้:นั่งทำอะไรกันล่ะนั่น"
 
    "เมิ่งซิน:ชู!"
 
    เมิ่งซินส่งเสียงเบาๆ ให้เขาเงียบ ก่อนจะชี้ไปทางคริสกับลีน่า
 
    "ฟลังโก้:ฮะ เข้าใจล่ะ หาอะไรดูนี่เอง มีปลาเหลือให้ฉันบ้างเปล่า"
"จาบารี:แน่นอนว่ามี"
 
    จาบารีเปิดช่องเก็บของ หยิบปลาย่างออกมายื่นให้ฟลังโก้
 
    "ฟลังโก้:โอ้ ขอบใจ"
 
    เขานั่งลง รับปลามากินอย่างสบายใจ ก่อนจะเริ่มบทสนทนาขึ้น
 
    "ฟลังโก้:ว่าแต่…เธอมีอาชีพอะไรเหรอ ตอนนั้นฉันเห็นเธอใช้กริชคู่อ้อ ลืมไป อยากตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้นะ เรื่องอาชีพมันเป็นเรื่องส่วนตัว"
 
    "เมิ่งซิน:ฉันมีอาชีพโจร"
 
    "ฟลังโก้:ไม่เคยเจอเลย ปกติจะเจอแต่เรนเจอร์"
 
    "เมิ่งซิน:ฉันเองก็ไม่เคยเจอคนมีอาชีพโจรเหมือนกัน เรียกได้ว่า…อาจจะหายากล่ะมั้ง"
 
    "ฟลังโก้:ถ้าไม่เป็นการล่วงเกิน ฉันขอรู้ความสามารถของเธอได้ไหม"
 
    "เมิ่งซิน:..."
 
     เมิ่งซินเหลือบมองเขา ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย ฟลังโก้ที่เห็นท่าทางนั้นก็รีบยกมือขึ้นพูดทันที
 
    "ฟลังโก้:โอ้วๆ ใจเย็นๆ ฉันไม่ได้มีเจตนาไม่ดีนะ แค่อยากรู้ไว้เป็นข้อมูลประดับตัวเฉยๆ เพราะเธอก็รู้ใช่ไหมว่า…ไม่ใช่ทุกคนที่เราจะเชื่อใจได้"
 
    "เมิ่งซิน:...อืม ฟังดูมีเหตุผล แต่ฉันว่าเรามาแลกเปลี่ยนกันดีกว่าไหม เรื่องอาชีพของคุณด้วย"
 
    "ฟลังโก้:ได้แน่นอน แล้วใครจะพูดก่อนดีล่ะ"
 
    "เมิ่งซิน:ฉันก็ได้"
 
    เธอหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงเรียบ
 
    "เมิ่งซิน:อาชีพโจรของฉันมีสกิลเร่งความเร็ว มันจะเพิ่มความเร็วทั้งหมดขึ้น 1.25 เท่า และอีกอันคือเร่งความเร็ว 2 เท่า ก็ตามชื่อ—เร่งทุกอย่างขึ้น 2 เท่า"
 
    เธอพูดต่ออย่างไม่เร่งรีบ
 
    "เมิ่งซิน:มีสกิลเพิ่มมูฟเมนต์ ช่วยให้ควบคุมตัวเองตอนเร่งความเร็วได้ง่ายขึ้น กับเพิ่มการตอบสนอง ทำให้ฉันตอบสนองต่อทุกอย่างได้ดีขึ้น"
 
    "เมิ่งซิน:สกิลปลดล็อก ปลดกับดัก และตรวจจับกับดักก็มี แต่เลเวลยังไม่ถึงเลยยังใช้ไม่ได้"
 
    "เมิ่งซิน:อีกสกิลคือ ตรวจสอบจุดอ่อน มันช่วยให้ฉันมองเห็นจุดที่การป้องกันน้อยที่สุด และสกิลสุดท้ายคือ รับรู้อันตราย เมื่อเปิดใช้ฉันจะรู้สึกถึงอันตรายรอบตัวได้มากขึ้น"
 
    เธอหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอธิบายเพิ่ม
 
    "เมิ่งซิน:เช่น…ถ้าฉันหันหลังให้คุณ แล้วคุณคิดจะแทงจากด้านหลัง ฉันจะรู้ตัวก่อน และมีโอกาสหลบได้ โดยไม่จำเป็นต้องหันไปมอง"
 
    "เมิ่งซิน:ก็ประมาณนี้ ส่วนที่เหลือก็เป็นสกิลที่ได้มาจากการทำสิ่งต่างๆ"
 
    'เมิ่งซิน:ฉันไม่จำเป็นต้องบอกหมดดีกว่า'
 
    "ฟลังโก้:ฟังดูเป็นอาชีพที่ต้องระวังจริงๆ"
 
    "เมิ่งซิน:ฝั่งของฉันจบแล้ว ถึงตานายแล้ว"
 
    ฟลังโก้ยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบายด้วยน้ำเสียงสบายๆ แต่แฝงความมั่นใจ
 
    "ฟลังโก้:ของฉันคือบาบาเรียน มีสกิลติดอาชีพคือ กระเพราะเหล็ก ทำให้ฉันกินของดิบได้โดยไม่ติดพยาธิหรือท้องเสีย อีกสกิลคือ พลีชีพ ถ้า HP ต่ำกว่า 10% ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 250% แต่แลกกับการสูญเสียการควบคุมตัวเอง จนแยกมิตรศัตรูไม่ออก"
 
    เขาหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
 
    "ฟลังโก้:แล้วก็ นักรบแห่งวาฮาร่า ถ้าฉันใช้อาวุธโดยไม่ถือโล่ พลังโจมตีจะเพิ่มขึ้น 2 เท่า แต่ถ้าถือโล่ การโจมตีจะลดลง 1.25 เท่าแทน ทว่าโล่จะทนทานขึ้น และความเร็วในการควบคุมอาวุธกับโล่จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า ส่วนกรณีไม่ใส่เกราะ ค่า STR กับ AGI จะเพิ่มขึ้น 2 เท่า"
 
    เมิ่งซินเงียบไปเล็กน้อย สายตามองกวาดชุดเกราะหนาหนักที่ฟลังโก้สวมอยู่ ราวกับกำลังประเมินสิ่งที่ได้ยินกับภาพตรงหน้า
 
    "ฟลังโก้:ฮ่าฮ่าฮ่า อย่าเพิ่งมองแบบนั้นสิ ฟังให้จบก่อน ยังมีอีก"
เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะอธิบายต่อ
 
    "ฟลังโก้:ถ้าฉันใส่เกราะแทน ค่า STR กับ AGI จะลดลง 1.25 เท่า แต่จะได้ VIT, HP และค่าเกราะเพิ่มขึ้น 2 เท่าแทน"
 
    เมิ่งซินทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
 
    "เมิ่งซิน:เป็นอาชีพที่…ยืดหยุ่นดีนะ จะเป็นแทงค์หรือเป็นตัวทำดาเมจก็ได้ แล้วแต่ผู้ถือครองจริงๆ"
"ฟลังโก้:ใช่ไหมล่ะ ถึงฉันจะเลือกเป็นแทงค์อย่างเดียวก็เถอะ"
  
    "เมิ่งซิน:แล้วสกิลใช้งานล่ะ"
 
    "ฟลังโก้:มีไม่เยอะ ส่วนใหญ่จะเป็นบัฟ อย่าง กู่ร้อง ฉันจะตะโกนเพื่อเพิ่มค่าสถานะของตัวเองและพวกพ้องขึ้น 1.25 เท่า พร้อมลดของฝ่ายตรงข้ามลง 1.25 เท่า"
 
    เขานับนิ้วไปพร้อมกับอธิบายต่อ
 
     "ฟลังโก้:อีกสกิลคือ บ้าบิ่น ยิ่งรับดาเมจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งตีแรงขึ้น แต่ก็จะรับดาเมจหนักขึ้นด้วย แลกเลือด ยิ่งเลือดน้อยยิ่งตีแรง แต่ผลข้างเคียงคือจะหิวเร็วขึ้น"
 
    น้ำเสียงเขาแผ่วลงเล็กน้อยตอนพูดถึงสกิลถัดไป
 
    "ฟลังโก้:บ้าเลือด ยิ่ง HP ต่ำ ค่าสถานะทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น แต่สติก็จะลดลง เลยไม่ค่อยได้ใช้"
 
    เขาสรุปด้วยรอยยิ้มบางๆ
 
    "ฟลังโก้:ส่วนสกิลสุดท้ายคือ เอาชีรอด เปิดใช้แล้วอะไรก็ตามที่กินเข้าไปจะฟื้น HP ได้ ขอแค่เป็นของที่กินได้ ถึงจะเป็นเนื้อเน่าก็ตาม"
 
    "เมิ่งซิน:ฟังดูเป็นอาชีพที่เหมาะกับการอยู่คนเดียวเลยนะ"
ฟลังโก้ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ
 
    "ฟลังโก้:ก่อนหน้านี้ฉันก็เคยคิดแบบนั้นนะ แต่ยังไงมนุษย์เราก็อยู่คนเดียวนานๆ ไม่ได้หรอก ใช่ไหมล่ะ"
 
    "เมิ่งซิน:อืม…ก็จริง"
 
เมิ่งซินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองอีกสองคนที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ตั้งแต่ต้น
 
    "เมิ่งซิน:แล้วนายสองคนล่ะ"
เมิ่งซินเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองทั้งคู่
 
    "อาซิม:ฉันก็นักรบ อาชีพที่พบได้ทั่วไป ไม่มีอะไรพิเศษ และเธอก็น่าจะรู้จักอยู่แล้วใช่ไหมล่ะ"
 
    "เมิ่งซิน:โจเซฟก็บอกมาแล้ว ขอบคุณที่บอกแล้วกัน"
 
    "อาซิม:ยินดี"
 
    จาบารีที่นั่งอยู่ข้างๆ ขยับตัวเล็กน้อย ก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
 
    "จาบารี:ส่วนฉันก็เป็นผู้ช่วยเซฟ มีสกิลทำอาหาร กับสกิลประเมินวัตถุดิบว่ากินได้ไหม และควรทำยังไง"
 
    ทันทีที่ได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเมิ่งซินก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แววตาฉายความสนใจขึ้นมาทันที
 
    "เมิ่งซิน:ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย ขอฟังแบบละเอียดได้ไหม"
 
    "จาบารี:ฉันบอกได้นะ แต่อยากรู้ไปทำไม มันแค่ช่วยในการทำอาหาร ไม่ได้ช่วยในการต่อสู้เลยน่ะ"
 
    "เมิ่งซิน:ฉันไม่ได้สนหรอกว่ามีสกิลต่อสู้หรือเปล่า ฉันสนใจว่ามันช่วยอะไรต่างหาก ตั้งแต่มาที่นี่ ฉันเจออาชีพที่ไม่มีสกิลต่อสู้น้อยมาก เลยอยากเข้าใจว่ามันต่างจากสายต่อสู้ยังไง"
 
    จาบารีพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะเริ่มอธิบายอย่างจริงจัง
 
    "จาบารี:อาชีพผู้ช่วยเซฟ มีสกิลติดตัวสองสกิล สกิลแรกคือ ทำอาหาร ช่วยเพิ่มความเร็วในการเตรียมวัตถุดิบ 25% และทำให้อาหารสุกหรือเสร็จเร็วขึ้นอีก 25%"
 
    เขาหยุดหายใจนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ
 
    "จาบารี:อีกสกิลติดตัวคือ คัดสรร ช่วยให้ฉันประเมินวัตถุดิบได้ว่ากินได้ไหม หรือควรเอาไปทำอะไร"
 
    "จาบารี:ส่วนสกิลที่ใช้งานได้มีสามสกิล หนึ่ง ผู้ชำนาญการใช้มีด ก็ตามชื่อ ไม่มีอะไรมาก สอง ชำแหละ เมื่อเปิดใช้ ฉันจะมองเห็นว่าควรชำแหละสิ่งต่างๆ ยังไง และสาม บันทึกของเซฟ ฉันสามารถทำอาหารและบันทึกสูตรนั้นไว้ได้ จากนั้นก็สามารถทำอาหารนั้นได้ทันทีโดยไม่ต้องลงมือ ขอแค่มีวัตถุดิบอยู่"
 
    เมิ่งซินฟังทั้งหมดด้วยสีหน้าครุ่นคิด ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเหมือนติดใจบางอย่าง
 
    "เมิ่งซิน:สกิลอื่นพอเข้าใจ แต่ไอ้บันทึกของเซฟนี่คือยังไง ช่วยอธิบายมากกว่านี้ได้ไหม"
 
    จาบารีหัวเราะเบาๆพลางเกาหลังศีรษะ
 
    "จาบารี:จะว่าไงดีล่ะ มันคงเป็นสกิลที่โกงที่สุดของฉันแล้วมั้ง ส่วนวิธีทำงาน…คงต้องให้ดูจะเข้าใจง่ายกว่า"
 
    พูดจบ เขาก็หยิบปลาที่ย่างสุกแล้วออกมาจากช่องเก็บของ ก่อนจะทำบางอย่างกับหน้าต่างระบบ ไม่นานนัก ปลาย่างก็หายไป
เมิ่งซินมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าสงสัย ก่อนที่จาบารีจะหยิบปลาสดตัวหนึ่งออกมาวางไว้ตรงหน้า แล้วพูดขึ้นชัดๆ
 
    "จาบารี:บันทึกที่หนึ่ง ปลาย่าง"
 
    ทันทีที่คำพูดจบลง แสงสว่างก็โอบล้อมตัวปลาไว้ชั่วขณะ ก่อนที่แสงนั้นจะหายไป พร้อมกับปลาที่ถูกย่างจนสุกเหมือนกับตัวก่อนหน้าไม่มีผิด
 
    เมิ่งซินที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าถึงกับอุทานออกมาทันที
 
    "เมิ่งซิน:ว้าว! อย่างกับมายากล แล้วทำไมนายไม่ใช้มันตลอดล่ะ กลับไปย่างเองทำไม"
 
    "จาบารี:ปัญหาคือมันใช้มานาไปหนึ่งในสี่ของฉันต่อครั้งเลยนะ เลยไม่ค่อยได้ใช้ โดยเฉพาะเวลาคนเยอะๆแบบนี้"
 
    "เมิ่งซิน:แบบนี้นี่เอง… เป็นสกิลที่สุดยอดจริงๆ"
 
    "จาบารี:..."
 
    คำพูดนั้นทำให้จาบารีเงียบไปชั่วครู่ ราวกับกำลังชั่งใจบางอย่าง ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
 
    "จาบารี:มันไม่ดีอย่างที่คิดหรอก..."
 
    เมิ่งซินที่ได้ยินแบบนั้นก็เปลี่ยนสีหน้าทันที ความผ่อนคลายก่อนหน้าหายไป เขาหันมานั่งตรงข้ามจาบารี จ้องมองอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
 
    "เมิ่งซิน:ทำไมคิดงั้นล่ะ"
 
    "จาบารี:ก็..."
 
     "เมิ่งซิน:ก็?"
 
    จาบารีสูดลมหายใจเข้า ก่อนจะพูดออกมาราวกับกลั้นมันไว้นาน
 
    "จาบารี:ก็…ว่ากันตรงๆ ใครจะรับไปอยู่ด้วยล่ะ ถ้าไม่มีสกิลต่อสู้ มันแทบทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ยืนดูคนอื่นสู้กัน ใครจะอยากได้ไปกันล่ะ"
 
    คำพูดนั้นหลุดออกมาเหมือนสิ่งที่ถูกกดทับไว้เนิ่นนานเกินจะเก็บต่อได้อีก
 
    'เมิ่งซิน:หลังจากเดินทางไปหลายที่ในโลกนี้ ฉันเจอคนแบบเขาไม่น้อยเลย คนที่คิดว่าตัวเองไม่จำเป็น ไม่สำคัญ ทั้งที่สิ่งที่พวกเขาโหยหามันอยู่ตรงหน้า…ดูเหมือนฉันจะต้องช่วยสักหน่อยแล้วล่ะ'
 
    เมิ่งซินลุกขึ้นยืน ก่อนจะก้าวไปหยุดตรงหน้าจาบารี น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นอย่างชัดเจน
 
    "เมิ่งซิน:เฮ้ ก่อนจะพูดแบบนั้น หันมามองหน้าฉันสิ"
 
    จาบารีเงยหน้าขึ้นมองอย่างลังเล
 
    "เมิ่งซิน:นายเห็นอะไร"
 
    จาบารีทำหน้างงกับคำถามนั้น เมิ่งซินจึงย้ำอีกครั้ง ช้าและชัด
 
    "เมิ่งซิน:นาย…เห็น…อะไร"
 
    "จาบารี:ก็…ก็เธอไง"
 
    "เมิ่งซิน:ดี งั้นมองไปทางซ้าย แล้วบอกฉันว่าเห็นอะไร"
 
    จาบารีหันไปตามที่บอก สายตาไปหยุดอยู่ที่อาซิมซึ่งกำลังกินปลาที่เขาทำด้วยสีหน้ามีความสุขอย่างไม่ปิดบัง
 
    "เมิ่งซิน:แล้วตอนนี้ มองไปทางขวาของนาย"
 
    เขาหันไปอีกด้าน เห็นฟลังโก้กำลังกินปลาด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยไม่แพ้กัน
 
    "เมิ่งซิน:ตอนนี้…มองกลับมาที่ฉัน"
 
    จาบารีหันกลับมาอย่างเงียบงัน เมิ่งซินขยับตัวหลบออกเล็กน้อย เปิดมุมมองให้เขาเห็นลีน่าที่กำลังป้อนอาหารให้คริส ทั้งสองคนยิ้มให้กันอย่างมีความสุข จากนั้นเมิ่งซินก็มานั่งลงข้างๆ เขาแล้วพูดขึ้น
 
    "เมิ่งซิน:ในขณะที่นายคิดว่าตัวเองเป็นภาระ คนอื่นๆ กำลังมีความสุขกับสิ่งที่นายคิดว่ามันไม่มีประโยชน์"
 
    "จาบารี:..."
 
    "เมิ่งซิน:ฉันไม่รู้หรอกนะว่าก่อนหน้านี้นายไปเจออะไรมาบ้าง แต่ฉันอยากให้นายอยู่ตรงนี้ อยู่กับช่วงเวลานี้ และจดจำไว้ว่านายมีค่าแค่ไหนในตอนนี้"
 
    หลังจากนั้น ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาจากจาบารีอีก มีเพียงเสียงของช่วงเวลาแห่งการกิน เสียงพูดคุยเบาๆ และความสุขจากอาหารที่เขาเป็นคนทำ
ไม่นานนัก โยเซฟก็ขยับตัว ก่อนจะลืมตาขึ้น
 
    "โยเซฟ:อื้อ! ฮ่า~~ หลับเต็มอิ่มเลยเว้ย"
 
    เขาลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสาย ก่อนที่จาบารีจะเดินเข้ามาพร้อมปลาหนึ่งชิ้น
 
    "จาบารี:นี่ ปลาของนาย"
 
    โยเซฟรับมันไป ก่อนจะยิ้มแล้วพูดขึ้น
 
    "โยเซฟ:ขอบใจสหาย"
 
    "จาบารี:ยินดีเสมอ"
 
    จากนั้นจาบารีก็เก็บถาดของคนอื่นๆ ไปยังห้องน้ำเพื่อล้าง ทันทีที่เขาเดินเข้าไป ฟลังโก้ก็เดินเข้ามาหาเมิ่งซิน
 
    "ฟลังโก้:ขอบใจสำหรับเรื่องเมื่อกี้มากนะ"
 
    "เมิ่งซิน:ไม่เป็นไร ฉันเจอคนแบบเขามาพอสมควรแล้ว คนที่เก็บกดทุกอย่างไว้ด้วยความเงียบและความไม่มั่นใจ"
 
    "ฟลังโก้:เธอมองคนได้ขาดดีนะ ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่นาน"
 
    "เมิ่งซิน:ฉัน…เที่ยวคนเดียวบ่อยๆ ดังนั้นการมองคนให้ออกมันเลยจำเป็น ไม่งั้นก็คงนำภัยมาสู่ตัวเอง"
 
    น้ำเสียงของเธอเย็นชาลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อพูดถึงเรื่องนั้น
 
    'ฟลังโก้:น้ำเสียงแบบนี้…คงเคยมีเรื่องแย่ๆเกิดขึ้น ฉันควรเปลี่ยนเรื่องดีกว่า'
 
    "ฟลังโก้:กินอิ่มแล้ว ออกกำลังกายกันหน่อยไหม"
 
    เมิ่งซินหันมองเขา ก่อนจะตอบอย่างไม่ลังเล
 
    "เมิ่งซิน:แน่นอน ออกไปข้างนอกกัน"
 
    ทั้งคู่เดินออกไปด้านนอก ลีน่าและคริสที่ได้ยินบทสนทนาก็ตามออกไปดูเช่นกัน
 
    ทางด้านอาซิม เขาเดินเข้าไปหาโยเซฟก่อนจะพูดขึ้น
 
    "อาซิม:โยเซฟ ฉันว่านายมีอะไรให้ดูระหว่างกินแล้วล่ะ ไปไหม"
 
    "โยเซฟ:แน่นอน"
 
    ทั้งสองคนจึงตามออกไป กลุ่มคนดูแยกออกเป็นสองฝั่ง คริสกับลีน่ายืนอยู่ด้านหลังเมิ่งซิน ส่วนอาซิมกับโยเซฟยืนอยู่ด้านหลังฟลังโก้
 
    เมื่อทั้งสองฝ่ายเว้นระยะกันเรียบร้อย เมิ่งซินและฟลังโก้ก็เริ่มเตรียมตัว ยืดเส้นยืดสาย สวมอุปกรณ์ จนแน่ใจว่าอีกฝ่ายพร้อมแล้ว
 
    "เมิ่งซิน:พร้อมรึยัง"
 
    "ฟลังโก้:พร้อมแล้ว"
 
    "เมิ่งซิน:งั้นฉันจะนับแล้วเริ่มกันเลยนะ… 3 2 1 เริ่ม!"
 
    ทันทีที่เสียงนับจบ ฟลังโก้ตั้งท่ามั่นคง โล่และดาบอยู่ในตำแหน่งพร้อมรับมือ
 
    ในขณะเดียวกัน เมิ่งซินก็พุ่งเข้าหาเขาทันที พร้อมเปิดใช้งานสกิล
 
    "เมิ่งซิน:เปิดใช้งานเร่งความเร็ว เร่งความเร็ว 2 เท่า เพิ่มมูฟเมนต์ เพิ่มการตอบสนอง ควบคุมลมหายใจ"
 
    'เมิ่งซิน:แล้วก็…สกิลใหม่ที่เพิ่งได้มา'
 
    "เมิ่งซิน:หายตัว"
 
    ร่างของเมิ่งซินเลือนหายไปต่อหน้าต่อตา ฟลังโก้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ
 
    'ฟลังโก้:หะ หายไปไหน…ไม่ใช่สิ เธอกำลังเข้ามา ต้องระวัง!'
 
    เขาตั้งสติ ใช้สายตามองกวาดไปรอบๆอย่างระมัดระวัง
 
    ทางด้านผู้ชมก็แตกตื่นไม่แพ้กัน
 
    "คริส:หะ หายไปแล้ว"
 
"ลีน่า:คริส คริส พี่เมิ่งซินหายไปแล้ว แบบหายไปเลย มันเกิดอะไรขึ้น"
 
    "คริส:มะไม่รู้เหมือนกัน อาจเป็นสกิลใหม่ก็ได้"
 
    "ลีน่า:ว้าว สุดยอดไปเลย"
 
    อีกฝั่งหนึ่ง
 
    "อาซิม:เห้ยๆ หายไปแล้วว่ะ เพิ่งเคยเห็นเลยนะเนี่ย"
 
    "โยเซฟ:อาชีพอะไรล่ะนั่น เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน"
 
    "อาซิม:เธอบอกว่าเป็นโจรนะ"
"โยเซฟ:น่าสนใจ"
 
    ตัดกลับมาที่การต่อสู้ ฟลังโก้ยังคงกวาดสายตามองรอบตัวอย่างตั้งใจ แต่ไม่พบความผิดปกติใดๆ จนกระทั่ง เขารู้สึกถึงบางอย่างที่จ่ออยู่ตรงลำคอ
ฟลังโก้เข้าใจในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น เขาค่อยๆปล่อยโล่และดาบลงกับพื้นอย่างช้าๆ ผู้ชมที่เห็นภาพนั้นต่างงุนงง ก่อนจะได้คำตอบ เมื่อร่างของเมิ่งซินค่อยๆปรากฏขึ้น กริชของเธอจ่ออยู่ที่คอของฟลังโก้อย่างมั่นคง
 
    "เมิ่งซิน:รอบแรกนี้ ฉันขอชนะแล้วกันนะ"
 
    "ฟลังโก้:ฉันคงได้แต่ยอมรับสินะ"
 
    เมิ่งซินลดกริชลง ก่อนจะถอยออกไปยืนอีกฝั่งหนึ่ง
 
    "เมิ่งซิน:เอาล่ะ มาสู้กันจริงๆดีกว่า"
 
    "ฟลังโก้:แล้วรอบนี้ ฉันไม่แพ้แน่นอน"
 
    "ลีน่า:เอ๊ะ! ยังไม่จบเหรอ"
 
    "คริส:คงจะสู้กันอีกรอบน่ะ เมื่อกี้จบเร็วไปหน่อย"
 
    ทางด้านอีกฝั่ง
 
    "อาซิม:มีต่อๆ นึกว่าจะจบซะแล้ว"
 
    "โยเซฟ:ดูเหมือนว่ารอบนี้จะไม่จบง่ายๆละสิ"
 
 
 
 
 
 
 
                  จากผู้แต่ง
    ช่วงนี้ลงช้าหน่อยนะ เพราะไม่ได้แต่งทุกวันแต่เป็นแต่งตอนว่าง อาจจะช้าหน่อย แต่ไม่ทิ้งแน่นอน

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยาย

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
10 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
10 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

คุณคิดยังไงกับนิยายเรื่องนี้

* สามารถกรอกแบบสำรวจโดยไม่ต้องเป็นสมาชิกก็ได้ครับ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา