The Bikeriders: No Mercy
8.3
เขียนโดย
room666_
วันที่ วันนี้ เวลา 4 ชม.ที่แล้ว
4 ตอน
0 วิจารณ์
32 อ่าน
แก้ไขเมื่อ 4 ชม.ที่แล้ว โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น
1) "รอยยิ้มใต้เงาแจ็กเก็ต" (The Hope)"
อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ"บนถนนที่กฎหมายไปไม่ถึง... ความยุติธรรมจะถูกตัดสินด้วยเสียงคำรามของเครื่องยนต์"
ในโลกสีเทาของชิคาโก ยุคที่ควันจากท่อไอเสียและกลิ่นน้ำมันเครื่องเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจ Johnny ชายร่างกำยำในเสื้อกั๊กหนังประดับ สัญลักษณ์ Vandals พยายามรักษาความสงบในชีวิตไว้อย่าง เยือกเย็น ด้านหนึ่งเขาคือพ่อและสามีที่ขับรถบรรทุกส่งของเพื่อเลี้ยงชีพ แต่อีกด้านเขาคือ 'ประธาน' ผู้กุมบังเหียนพี่น้องร่วมอุดมการณ์ที่สังคมตราหน้าว่าเป็นพวกนอกคอก
เรื่องราวตอนพิเศษนี้จะพาคุณไปสำรวจจิตใจของชายที่ชื่อ Johnny ในมุมที่ลึกที่สุด เมื่อเหตุการณ์ไม่คาดฝันดึงเขาเข้าไปพัวพันกับโศกนาฏกรรมของชีวิตหนึ่งที่เดินเข้ามาขอความช่วยเหลือเพียงชั่วข้ามคืน ความปรารถนาดีเล็กๆ ที่เขาหยิบยื่นให้ กลับกลายเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความแค้นที่ฝังรากลึก
"มันไม่ใช่แค่เรื่องของคนแปลกหน้า แต่มันคือการท้าทาย 'อำนาจมืด' ที่กฎหมายมองไม่เห็น"
เมื่อศัตรูในครั้งนี้ไม่ใช่แค่กุ๊ยข้างถนน แต่คือระบบที่หนุนหลังด้วย 'เส้นสาย' และความอยุติธรรมที่พร้อมจะเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของคนที่ตายไปแล้วให้จมธรณี Johnny จึงต้องเผชิญหน้ากับคำถามสำคัญที่สั่นคลอนตัวตนของเขา ในโลกที่คนชั่วลอยนวลเพราะมีเกราะกำบัง เราจะหยุดยั้งมันด้วยมือเปล่า หรือจะกลายเป็นปีศาจที่โหดเหี้ยมยิ่งกว่าเพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้นจริง?
ร่วมเดินทางไปกับ Johnny ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยวเหงา ความโกรธแค้นที่เยือกเย็น และการตัดสินใจที่ไม่มีวันหวนกลับ
บรรยากาศ: ด้านในบาร์ Vandals (ค่ำคืนที่เงียบเหงา)
อากาศภายในบาร์อบอวลด้วยกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ มันคือส่วนผสมของเบียร์เก่าที่หกเรี่ยราด ควันบุหรี่ที่ลอยฟุ้งจนแสบตา และกลิ่นเหงื่อไคลที่ฝังแน่นอยู่ในแจ็กเก็ตหนัง เสียงเพลงร็อกแอนด์โรลจากตู้เพลงเก่าๆ ดังคลอไปกับเสียงแก้วเหล้ากระทบกันและเสียงหัวเราะดิบๆ ของเหล่าชายฉกรรจ์
ที่มุมมืดประจำ มีแผ่นหลังกว้างๆ ของ Johnny (ทอม ฮาร์ดี้) พิงพนักเก้าอี้ไม้เก่าๆ เขาพึ่งเลิกงานจากการขับรถบรรทุกทางไกล ร่างกายยังคงล้าและตึงเครียดจากระยะทางนับร้อยกิโลเมตรบนถนนหลวง แจ็กเก็ตหนังปักตรา Vandals MC ถูกสวมทับเสื้อยืดสีขาวที่เปื้อนคราบน้ำมันเล็กน้อย
หนวดเคราที่เริ่มรกและรอยยิ้มที่หายไปจากใบหน้า ทำให้ยิ่งดูน่าเกรงขาม เขาจ้องมองฟองเบียร์ในแก้วอย่างใช้ความคิด ในหัวกำลังประมวลผลเรื่องราวต่างๆ ทั้งภาระหน้าที่ในฐานะ ‘ประธานคลับ’ และปัญหาปากท้องของครอบครัวที่บ้าน ความเงียบในมุมนี้คืออาวุธที่เขามักใช้เพื่อหนีจากความวุ่นวาย
ที่โต๊ะกลางบาร์ Benny (ออสติน บัตเลอร์) กำลังหัวเราะเสียงดังปนเสียงสบถ ขณะเล่นพนันไพ่กับสมาชิกคนอื่นๆ ผมสีบลอนด์ของเขาดูยุ่งเหยิงแต่กลับรับกับใบหน้าที่หล่อเหลาแบบดิบๆ แจ็กเก็ตหนังของเขาดูเก่าและมีร่องรอยการใช้งานมากกว่าใครๆ Benny คือมือขวาที่ Johnny รักเหมือนน้องชายแท้ๆ และเป็นคนที่ Johnny ไว้ใจที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งหมด
ใกล้ๆ กัน Zipco (ไมเคิล แชนนอน) นั่งซึมอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ สายตาเหม่อลอยจ้องมองแก้ววิสกี้ Zipco มักจะดูเงียบขรึมและมีโลกส่วนตัวสูง แต่ทุกคนในแก๊งรู้ดีว่าเขามีความจงรักภาระดีต่อ Vandals อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แผลเป็นที่หน้าผากเป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายที่เขาเคยเผชิญมา
บรรยากาศโดยรวมดูเหมือนค่ำคืนปกติ... จนกระทั่งเสียงเบรกลากล้อดังสนั่นหวั่นไหวมาจากถนนด้านหน้าบาร์ ตามมาด้วยเสียงประตูรถที่กระแทกปิดอย่างแรง
Johnny ชะงักแก้วเบียร์ที่กำลังจะยกขึ้นดื่ม Benny และคนอื่นๆ หยุดเล่นไพ่ สายตาทุกคู่จับจ้องไปที่ประตูบาร์
เสียงกรีดร้อง ที่แหลมเล็กและเปี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวจนสุดขีด
กรี้ดดดด!!
สมาชิกเเกงค์หลายคนถึงกับผงะ!
Zipco แย้มประตูไม้ออกไปดู สิ่งที่เห็นคือภาพที่ทำให้บรรยากาศในบาร์เงียบลง หญิงสาวคนหนึ่งวิ่งถลาลงจากรถในสภาพเลือดกลบปาก ดวงตาบวมเป่งจนปิดสนิท เธอวิ่งล้มลุกคลุกคลานไม่คิดชีวิตมาทางประตูบาร์ ราวกับว่านี่คือปราการด่านสุดท้ายของชีวิต
แต่ยังไม่ทันถึงมือจับประตู ชายคนหนึ่งที่วิ่งตามมาก็คว้าเส้นผมของเธอไว้แล้วจิกกระชากจนศีรษะเธอหงายหลัง
"ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย! เขาจะฆ่าฉัน... เขาฉุดฉันขึ้นรถมา... เราเลิกกันไปนานแล้ว!"
เธอหวีดร้องตะเกียกตะกาย พยายามจะมุดเข้ามาในร้าน ขณะที่ฝ่ายชายสบถคำหยาบคายออกมาไม่หยุด
"เออ! แล้วไงวะ? เรื่องผัวเมียโว้ย ไอ้พวกเวร อย่ามาเสือก!"
มันตะโกนใส่กลุ่มคนในแจ็กเก็ตหนังที่ยืนมอง พร้อมกับจิกผมเธอแน่นขึ้นแล้วสะบัดฝ่ามือตบเข้าที่หน้าเธอซ้ำๆ จนเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังฉาดใหญ่
กฎเหล็กศักดิ์สิทธิ์บนหลังอาน
ความจริงอีกหนึ่งอย่าง สัญลักษณ์ของสิงห์นักบิด: ไม่ว่าคุณจะอยู่ในเงามืดของเมืองใหญ่ หรือบนถนนสายเปลี่ยวที่ไหนในโลกใบนี้ สิ่งหนึ่งที่แก๊งนักบิดที่มีเกียรติยึดถือยิ่งกว่าชีวิตคือ "จรรยาบรรณแห่งท้องถนน" พวกเขาอาจดูห่าม ถ่อย หรือเป็นเดนคนในสายตาสังคม แต่สำหรับคนไร้ทางสู้ โดยเฉพาะเด็กและผู้หญิง คือเขตหวงห้ามที่ใครก็ห้ามแตะต้อง หากสมาชิกคนไหนข้ามเส้นนี้ไป มันจะไม่มีวันได้รับการยกย่องว่าเป็น "พี่น้อง" และบทลงโทษเดียวที่มีคือการถูกขับไล่ออกไปอย่างหมาหัวเน่า หรือไม่ก็ต้องจ่ายคืนด้วยเลือด
สมาชิก Vandals บางคนขยับจะเข้าไปห้าม แต่ทันใดนั้น Johnny ก้าวเดินออกมาจากความมืดอย่างเงียบเชียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เขาไม่ได้วิ่งเข้าไปตะโกนใส่ แต่ท่วงท่าที่เขาก้าวเดินมันกดดันจนอากาศรอบข้างเหมือนจะหยุดนิ่ง
มีลูกน้องคนหนึ่งพยายามจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนแทน แต่ Johnny ยกมือขึ้นเบาๆ เป็นสัญญาณสั่งให้หยุด
เขายืนประจันหน้ากับมัน ห่างเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของ Johnny ยังคงสม่ำเสมอ เขาไม่ได้แสดงความโกรธทางสีหน้า แต่นัยน์ตาเขามันดำมืดจนน่าขนลุก
" เรื่องผัวเมีย... ใช่ "
Johnny พูดด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ นิ่งสนิทเหมือนผิวน้ำก่อนพายุจะเข้า
" แต่ที่ฉันเห็น คือไอ้หน้าตัวเมียที่กำลังกระทำกับผู้หญิงไม่มีทางสู้..."
เขาลดสายตามองมือที่จิกผมเธออยู่ ก่อนจะเงยหน้าสบตาไอ้กุ๊ยนั่นตรงๆ
" พอได้แล้ว... ถอยออกไปจากเธอซะ ถ้าแกยังไม่หยุด ฉันจะหักแขนแกซะตอนนี้ "
ฝ่ายชายหัวเราะร่าด้วยความยโส มันมองไม่เห็นภัยที่อยู่ตรงหน้าเพราะคิดว่าตัวเองมีดีกว่า
" งั้นเหรอ? พวกมึงเป็นใครวะ? กูไม่เห็นรู้จักเว้ย ไอ้พวกกุ๊ยใส่เสื้อหนัง เมืองนี้ใครๆ ก็รู้จักกูทั้งนั้น ฮ่าๆ! "
สิ้นเสียงหัวเราะ มัน ถ่มน้ำลาย ใส่หน้าของ Johnny ต่อหน้าสมาชิก Vandals ทุกคน!!
Johnny ไม่ได้ปัดน้ำลายออกด้วยมือ เขาแค่กะพริบตาเพียงครั้งเดียว แล้วในชั่วพริบตาก่อนที่ชายคนนั้นจะพูดยั่วยวนต่อ
เสียงดัง โครม! ก็ดังขึ้น
Johnny โขกหัวของตัวเองเข้าที่สันจมูกของมันอย่างแรงจนเสียงกระดูกหักดังกร๊อบเลือดสาดกระเซ็น
มันหงายหลังล้มตึง Johnny ไม่ปล่อยให้มันตั้งตัว เขาตามเข้าไปอัดซ้ำด้วยหมัดที่หนักเหมือนเหล็ก ลูกน้องที่เหลือเมื่อเห็นสัญญาณพิพากษา ก็กรูเข้ามารุมกระทืบยับจนสิ้นสภาพ
" พอแล้ว" Johnny สั่งสั้นๆ
Johnny กระชากคอเสื้อที่ชุ่มไปด้วยเลือดและฝุ่นของมันขึ้นมา แรงมหาศาลจากแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อลากร่างที่ไร้ทางสู้ไปตามพื้นดินจนถึงขอบถนน เขาเหวี่ยงมันลงไปกองกับพื้นเหมือนโยนถุงขยะ
ชายคนนั้นสำลักเลือด พยายามยันตัวขึ้นอย่างทุลักทุเล ใบหน้าที่เคยยโสบัดนี้บิดเบี้ยวดูไม่ได้ มันถ่มเลือดลงพื้นแล้วเงยหน้าตะโกนด่าด้วยเสียงแหบพร่า
"ไอ้เวรเอ๊ย! มึงมีสิทธิ์อะไรมาทำกับกูแบบนี้ ไอ้เหี้ย... มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร?
มันจะไม่จบง่ายๆ แบบนี้แน่ กูจะกลับมาเอาคืนพวกมึงทุกคน! "
Johnny ที่กำลังจะหันหลังกลับชะงักฝีเท้า เขาสูดลมหายใจเข้าช้าๆ ก่อนจะหันกลับมาด้วยแววตาที่เย็นเยียบกว่าเดิม เขาเดินเข้าไปหามันอีกครั้ง แรงกดดันมหาศาลทำให้ชายคนนั้นถึงกับผงะถอยหลังทั้งที่ยังนั่งกองอยู่กับพื้น
พลั่ก!
เท้าหนักๆ ของ Johnny เตะเข้าที่ชายโครงของมันจนร่างปลิวไปหมอบราบกับพื้นถนน เสียงร้องโหยหวนดังลั่นไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด
"แล้วมันยังไงวะ?"
Johnny พูดสวนขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิทแต่น่าขนลุก
" มึงจะใหญ่มาจากไหน หรือจะไปฟ้องแม่มึงเรื่องโดนพวกกูตื้บ มันก็เรื่องของมึง... แต่จำใส่หัวไว้ว่าที่นี่ไม่มีที่ว่างให้หน้าตัวเมียอย่างมึง "
เขาก้มลงไปจ้องตามันใกล้ๆ จนเห็นเงาความกลัวสั่นระริกในดวงตาของไอ้คนผิด
" ไสหัวไปซะ... ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจกระทืบมึงจนขี้เยี่ยวราด”
ชายคนนั้นรีบตะเกียกตะกายขึ้นรถด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เสียงล้อรถบดกับถนนดังสนั่นขณะที่มันรีบขับหนีไปในความมืดมิด ทิ้งไว้เพียงฝุ่นควันและความเงียบที่น่าอึดอัด
Johnny ยืนนิ่งมองตามไฟท้ายรถคันนั้นจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยังคงนั่งตัวสั่นสะอื้นอยู่ที่พื้นหน้าบาร์ สมาชิก Vandals คนอื่นๆ ต่างแยกย้ายกันไปคุมเชิงอยู่ห่างๆ ทิ้งพื้นที่ให้หัวหน้าของพวกเขาจัดการ
เขาย่อตัวลงข้างเธอช้าๆ แววตาที่เพิ่งพิฆาตคนไปเมื่อครู่ดูอ่อนโยนลงเพียงชั่ววูบ Johnny ยื่นมือหนาที่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ที่สันหมัดส่งให้เธอ
เธอมองมือนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความซับซ้อนทั้งหวาดกลัวและขอบคุณก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปวางบนฝ่ามือที่หยาบกร้านของเขา เขาออกแรงดึงเธอให้ลุกขึ้นอย่างนุ่มนวล
เขายื่นมือหนาที่มีคราบเลือดติดอยู่ที่สันหมัดส่งให้เธอ เธอมองมือนั้นด้วยสายตาที่ซับซ้อน—ทั้งหวาดกลัวและขอบคุณ—ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมืออันสั่นเทาไปวางบนฝ่ามือที่หยาบกร้านของเขา เขาออกแรงดึงเธอให้ลุกขึ้นอย่างนุ่มนวล
"เอาละ... เธอปลอดภัยแล้ว"
Johnny พูดด้วยน้ำเสียงแหบต่ำแต่หนักแน่น
"ผม Johnny... "
หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่ฝืนเต็มที
" ฉัน... แคธี่ค่ะ ขอบคุณนะคะ Johnny ที่เข้ามาช่วยฉันไว้ "
เขามองรอยช้ำบนใบหน้าเธอครู่หนึ่งก่อนจะถามต่อด้วยความนิ่ง
" ไอ้หมอนั่นมันใครกัน? แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้น? "
เธอปาดเลือดที่มุมปากพลางสะอื้นเบาๆ
" เขาคือแฟนเก่าที่เลิกกันไปได้ 6 เดือนแล้วค่ะ เขาพยายามตามง้อฉันมาระยะหนึ่งแล้วก็หายไป จนกระทั่งวันนี้เขามาดักรอฉันที่ทำงานแล้วฉุดฉันขึ้นรถ... เขาพยายามทำร้ายฉันหลายครั้งจนฉันต้องหาจังหวะกระโดดลงรถมาตอนเขาชะลอรถหน้าบาร์นี่แหละค่ะ"
เธอเงยหน้ามอง Johnny และสมาชิก Vandals คนอื่นๆ ที่ยืนคุมเชิงอยู่รอบๆ
" ฉันต้องขอบคุณพวกคุณมากๆ นะคะ ไม่งั้นฉันคงแย่แน่ๆ "
ท่ามกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ในแจ็กเก็ตหนัง
(โจดี้ โคเมอร์)
ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้หญิงที่คลุกคลีอยู่ในบาร์และมีความเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ผู้ชาย เดินฝ่าวงล้อมออกมาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล เธอเข้ามาประคองหญิงสาวอย่างเบามือ
"มานี่มาแม่สาวน้อย ให้ฉันดูแผลหน่อย"
Kathy พูดพลางใช้สำลีเช็ดคราบเลือดที่หน้าให้เธอ "ต้องการให้ไปส่งโรงพยาบาลไหม? แผลที่มุมปากเธอค่อนข้างลึกนะ"
หญิงสาวส่ายหน้าเบาๆ
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่อยากให้เรื่องมันใหญ่โตกว่านี้ "
Johnny พยักหน้าเข้าใจ เขาหันไปมองลูกน้องในแก๊งคนหนึ่งที่จอดรถยนต์ไว้ด้านข้างบาร์
"เฮ้ ไปสตาร์ทรถ แล้วไปส่งเธอให้ถึงหน้าบ้าน... ดูให้แน่ใจด้วยว่าไม่มีใครสะกดรอยตาม"
ก่อนที่เธอจะก้าวขึ้นรถ Johnny เดินเข้าไปใกล้และทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
" ฟังนะ ต่อไปนี้เธอต้องระวังตัวให้มากขึ้น ไอ้เวรนั่นมันอาจจะไม่ยอมราวีเธอง่ายๆ หรืออาจจะกลับมาหาเรื่องอีก... ฉันช่วยเธอได้แค่เท่าที่เห็นตอนนี้ หลังจากนี้เธอต้องดูแลตัวเองให้ดี "
เธอมองหน้าเขาเป็นครั้งสุดท้ายด้วยสายตาที่ซึ้งในน้ำใจ ก่อนจะพยักหน้าและก้าวขึ้นรถไป Johnny ยืนมองท้ายรถยนต์ที่ขับออกไปช้าๆ เขารู้ดีว่าโลกที่เขายืนอยู่นั้นอันตราย และบางครั้งความเมตตาก็อาจจะดึงสิ่งที่เขาไม่อยากเจอตามมา
(วันต่อมา ในช่วงคํ่า )
บรรยากาศในบาร์ของกลุ่ม Vandals ดูจะเงียบเหงากว่าปกติเพียงเล็กน้อย ควันบุหรี่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ใต้แสงไฟสลัวที่ส่องกระทบขวดเหล้าบนชั้นวาง
ในช่วงหัวคํ่า ประตูบาร์ถูกผลักออกช้าๆ ทุกสายตาหันไปมองเป็นจุดเดียว ร่างของหญิงสาวคนเดิมเดินกลับเข้ามาอีกครั้ง แต่สภาพของเธอทำให้เสียงพูดคุยในบาร์เงียบกริบลงทันที บนใบหน้าซีกหนึ่งของเธอมี ผ้าสำลีปิดแผล แปะอยู่ รอบดวงตามีรอยเขียวช้ำบวมปูดที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสี
เหลืองจางๆ เธอดูมีท่าทางเหนื่อยล้า แต่แววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นบางอย่าง
เธอกางของออกมาวางบนโต๊ะไม้ที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วน มันคือเหล้าวิสกี้มียี่ห้อราคาสูง ซิการ์อย่างดีหนึ่งกล่อง และสิ่งสุดท้ายที่เธอวางลงอย่างเบามือคือ ไฟแช็กโลหะสลักลาย ที่สะท้อนแสงไฟสลัวในบาร์
Kathy : "ฉันไม่รู้จะตอบแทนคุณยังไงให้คุ้มกับที่พวกคุณช่วยฉันไว้... นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยค่ะ"
เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยล้า
Johnny มองของพวกนั้นแล้วเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขายังคงนิ่งสงบแต่ดูออกว่าเขากำลังรับฟัง
"เธอไม่จำเป็นต้องทำขนาดนี้ "
เธอถอนหายใจยาว ก่อนจะลดเสียงลงจนเกือบเป็นกระซิบ
Kathy : " ความจริง... ฉันมาเพื่อบอกลาด้วยค่ะ ฉันคิดว่าฉันต้องย้ายเมืองไปซ่อนตัวสักพัก ตอนนี้ฉันรู้สึกไม่ปลอดภัยเลย
"ตอนเจอกันใหม่ๆ ฉันคิดว่าเขาเป็นคนดี แต่พอคบกันได้ไม่นาน เขาก็เริ่มเผยธาตุแท้ออกมา "
เธอใช้นิ้วลูบผ่านผ้าสำลีที่ปิดแผลบนหน้าอย่างแผ่วเบา
Kathy : " เขามักจะตบตีฉันประจำเพราะความหึงหวง หลายครั้งเขามักจะระแวงไปเอง คิดไปเองว่าฉันมีคนอื่น ทั้งที่ในชีวิตฉันไม่มีใครเลยนอกจากเขา... ฉันพยายามจะเลิก พยายามจะหนี แต่มันก็กลายเป็นแบบที่เห็น "
คำพูดนั้นทำให้ Johnny ขมวดคิ้วเล็กน้อย
" หลังจากวันนั้นมันยังกลับมารังควานเธออีกไหม? "
Kathy : " เขาไม่ได้มาปรากฏตัวค่ะ แต่ส่งข้อความมาข่มขู่... เพราะเมื่อเช้านี้มีคนเอาถังแกลลอนน้ำมันมาวางทิ้งไว้หน้าประตูบ้านฉัน พร้อมโน้ตที่เขียนว่ามันจะใช้สิ่งนี้ราดแล้วเผาฉันทั้งเป็น "
Butch: (ที่ยืนฟังอยู่ใกล้ๆ ถึงกับสะดุ้งและสบถออกมาอย่างเดือดดาล)
" ไอ้เวรเอ๊ย! นี่มันไม่ใช่แค่ขู่อย่างเดียวแล้วนะ แต่มันกะเอาถึงตายเลยนะนั่น! ไอ้ระยำนี่มันบ้าไปแล้ว! "
เธอพูดด้วยเสียงสั่นเครือ
" ฉันรู้ดีว่าตำรวจคงช่วยอะไรไม่ได้ ไอ้หมอนั่นมันมีเส้นสายค่อนข้างใหญ่ มันคงไม่เลิกราวีฉันง่ายๆ "
เธอกุมมือตัวเองแน่นขึ้น
"อีกอย่าง... ฉันเป็นห่วงพวกคุณ ฉันไม่อยากให้พวกคุณต้องมาพัวพันกับเรื่องบ้าๆ นี่ ฉันกลัวว่ามันจะเอาปัญหามาให้พวกคุณเพราะฉัน ฉันต้องขอโทษจริงๆ ค่ะที่ดึงพวกคุณเข้ามา"
Johnny นิ่งไปครู่ใหญ่ เขาหยิบไฟแช็กอันนั้นขึ้นมา พลิกดูรอยสลักในมือก่อนจะกำมันไว้แน่น
" ไม่ต้องขอโทษ... ที่นี่ไม่มีใครกลัวปัญหา "
Johnny พูดน้ำเสียงเด็ดขาดแต่ทว่านุ่มนวลอย่างประหลาด
"ถ้าเธอคิดว่าการหนีคือทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ... ก็ไปซะ ไปให้ไกลจากที่นี่ อย่าให้มันตามเจอ"
เขาลุกขึ้นยืน...
พร้อมกดไฟแช็กสว่างวาบขึ้น แสงไฟสีส้มส่องสว่างท่ามกลางความมืดมิดของมุมบาร์ เขาและเธอมองหน้ากันเป็นครั้งสุดท้าย แสงไฟนั้นดูเหมือนจะเป็นเครื่องนำทางและความหวังเดียวที่เหลืออยู่
" ขอให้เธอโชคดีนะ ขอบคุณมากๆ สําหรับของฝาก "
"เขามองตามแผ่นหลังของเธอที่เดินออกจากบาร์ไป... และลึกๆ เขาก็คิดว่ามันควรจะจบลงแบบนี้เสียที เพราะลำพังแค่เรื่องในกลุ่มเขาก็แบกไว้มากพอแล้ว เขาไม่ได้อยากเอาชีวิตลูกน้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือแบกรับปัญหาของคนอื่นที่เขาไม่ได้เป็นคนก่อ
แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป... นี่เป็นครั้งแรกที่มีคนเดินเข้ามาหาเขา ไม่ใช่เพื่อท้าทายหรือหาเรื่อง แต่เพื่อขอร้องให้เขาช่วย และเป็นครั้งแรกเช่นกันที่คนอย่าง Johnny รู้สึกรุ่มร้อนใจจนอยู่ไม่สุข เมื่อนึกถึงภาพแกลลอนน้ำมันและคำขู่ฆ่าที่ไอ้ระยำนั่นทิ้งไว้ให้เธอ"
ฉากในบาร์: หลังหญิงสาวเดินพ้นประตูไป
ความเงียบปกคลุมบาร์อยู่ครู่หนึ่ง Johnny นั่งมองประตูที่เพิ่งปิดลง ในมือยังคงหมุน ไฟแช็กโลหะสลักลาย เล่นไปมา ความร้อนจากซิการ์ที่เธอให้ไว้ยังกรุ่นอยู่ในอากาศ ก่อนที่ Butch จะพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วโพล่งขึ้นด้วยน้ำเสียงเครียดๆ
Butch:
" เฮีย... ผมพอนึกออกแล้วว่าทำไมผมถึงคุ้นหน้าไอ้เวรนั่น "
(Johnny ขยับสายตามามองนิ่งๆ แววตาว่างเปล่าแต่กดดันจน Butch ต้องรีบพูดต่อ)
Butch:
"ชื่อมันคือ วิกเตอร์... ลูกชายคนเดียวของนักการเมืองใหญ่แถวเขต 4 ไอ้พวกนี้อิทธิพลมันล้นมือ ไม่แปลกใจเลยที่พ่อมันจะเลี้ยงลูกออกมาได้ 'สถุน' ขนาดนี้ วีรกรรมมันนี่ห่วยแตกเกินคน ผมเคยได้ยินมาว่ามันชอบ 'เช็กบิล' ทุกคนที่ทำให้มันเสียหน้า... แบบไม่เหลือซาก"
Johnny:
" ถ้ามันใหญ่ขนาดนั้น... ทำไมฉันถึงไม่เคยได้ยินชื่อมัน "
Butch:
" ก็มันเข้าออกคุกเป็นว่าเล่นไงเฮีย เหมือนบ้านหลังที่สองของมันเลย พอเรื่องเริ่มแดง พ่อมันก็ใช้อิทธิพลย้ายมันไปกบดานที่เมืองอื่น รอให้เรื่องวีกรรมเลวๆ ของมันเงียบหายไปก่อน แล้วค่อยดึงตัวกลับมา มันเพิ่งถูกปล่อยตัวออกมาแล้วกลับมาซ่าในเขตเราได้ไม่นานนี้เองครับ... ผมถึงบอกไงว่าแม่สาวน้อยคนนั้นไม่น่าไปหลงคบหากับคนแบบมันเลย ผมล่ะเห็นใจเธอจริงๆ "
ลูกน้องอีกคน (เสริม) :
"ผมก็เคยได้ยินชื่อมันมาเหมือนกันเเต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มาเจอมันมาหยามถึงถิ่นเรา เเถมยังลงมือกับผู้หญิงอีก เเม่ง ไอ้ตุ๊ดเอ๊ย! คนเขาเล่ากันว่าใครที่ขวางหูขวางตามัน มันจะตามไปรังควานจนสิ้นเนื้อประดาตัว บางรายก็หายสาบสูญไปเฉยๆ โดยที่ตำรวจไม่เคยขยับตัวทำอะไรเลย เพราะบารมีพ่อมันคลุมหัวอยู่ "
Butch:
(สบถออกมาอย่างเดือดดาล) " ไอ้เวรนี่มันนึกว่าเมืองนี้เป็นสนามเด็กเล่นของมัน มันคิดว่ามันจะทำระยำกับใครก็ได้ แล้วเอาเงินพ่อมันมาฟาดหัวปิดปาก... แต่มันคงลืมไปว่าที่นี่คือถิ่นของ Vandals "
Johnny:
(พูดเสียงต่ำและเย็นเฉียบ พลางดับซิการ์ลงกับถาดเขม่าแก้ว) " อิทธิพลของมันเอาไว้ขู่พวกที่กลัวตาย... แต่กับพวกเรา มันก็แค่ไอ้ขี้ขลาดที่ซ่อนตัวอยู่หลังกระโปรงเเม่มัน "
(Johnny ลุกขึ้นยืนช้าๆ)
" ฟังฉันให้ดี... ในเมื่อมันเป็นคนระยำขนาดนี้ ฉันคิดว่ามันคงไม่ยอมจบง่ายๆ แน่ หลังจากที่มันกินส้นตีนพวกเราจนอิ่มไปเมื่อวาน ต่อจากนี้ทุกคนต้องระวังตัวไว้ด้วย อย่าประมาทเด็ดขาด สายตาต้องไว หูต้องกว้าง ใครเห็นอะไรผิดปกติรอบถิ่นเรา ให้รายงานฉันทันที..."
(เขากำไฟแช็กสลักลายที่หญิงสาวให้มาแน่น)
Johnny:
" ถ้ามันคิดว่าอิทธิพลของพ่อมันจะช่วยให้มันมาลองดีกับพวกเราได้... มันจะได้รู้ว่านรกของจริงมันไม่ได้อยู่ในสภา แต่มันอยู่บนถนนเส้นนี้ และ Vandals ไม่เคยปล่อยให้ใครหน้าไหนมาแหยมถึงถิ่น แล้วเดินลอยนวลกลับไปได้ง่ายๆ! "
หลายวันต่อมา: (คำบอกลาที่ไม่มีเสียง)
บรรยากาศภายในบาร์ Vandals ยังคงหนาแน่นด้วยพี่น้องร่วมแก๊ง แต่ความตึงเครียดบางอย่างเริ่มปกคลุมโดยไม่มีใครรู้สาเหตุ
Johnny นั่งอยู่ที่เดิม บนโต๊ะไม้ตัวเดิม สิ่งที่เพิ่มมาคือเหล้าวิสกี้ชั้นดีและซิการ์ที่หญิงสาวคนนั้นนำมาให้เพื่อขอบคุณที่เขาช่วยชีวิตเธอไว้ในวันก่อน และที่ขาดไม่ได้คือ ไฟแช็กโลหะสลักลาย ที่เขามักจะหยิบขึ้นมาหมุนเล่นในมือราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายไปแล้ว
เขากดไฟแช็กสว่างวาบขึ้นมาท่ามกลางความมืดมิดของมุมโต๊ะ สายตาจ้องมองเปลวไฟนั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ่นควันซิการ์ออกมาอย่างช้าๆ
" เธอส่งข่าวมาบ้างไหม? "
Benny เดินเข้ามานั่งข้างๆ พลางรินเหล้าใส่แก้ว แสงไฟจากเคาน์เตอร์บาร์สะท้อนหยดเหล้าสีอำพัน
" ไม่" Johnny ตอบเรียบๆ "เธอคงไปตามทางของเธอแล้ว... ย้ายไปซ่อนตัวจากไอ้เวรนั่น ตามที่เธอบอก "
" ก็ดีแล้ว" Benny พยักหน้าเบาๆ พลางยกแก้วขึ้นจิบ "เรื่องนี้จะได้จบๆ ไปสักที "
Johnny ไม่ตอบอะไร เขาเพียงแค่ปิดฝาไฟแช็กดัง แก๊ง! ความเงียบเข้าปกคลุมโต๊ะของเขาทันที มันเป็นความรู้สึกสงบที่ชวนให้กระอักกระอ่วน เหมือนกับท้องฟ้าที่นิ่งสนิทก่อนที่พายุทอร์นาโดจะพัดถล่มเมือง
เขามองดูขวดวิสกี้ที่เธอให้มา ร่องรอยรอยช้ำบนหน้าของเธอในวันนั้นยังติดตาเขาอยู่ลึกๆ ในใจเขาหวังเพียงว่าการ
"หนี" ของเธอในครั้งนี้ จะไกลพอที่จะทำให้ไอ้ปีศาจอย่างวิกเตอร์เอื้อมมือไปไม่ถึง
แต่ในโลกความเป็นจริง... คำบอกลามักจะไม่มีเสียงเตือนล่วงหน้าเสมอ
แต่ในขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน... ที่ด้านนอกบาร์
ท่ามกลางแสงไฟสลัวจากป้ายไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ รถกระบะสีดำทะมึนสองคันค่อยๆ เคลื่อนตัวมาจอดนิ่งสนิทอยู่อีกฝั่งของถนน เครื่องยนต์ถูกดับลงเพื่อไม่ให้ส่งเสียงให้คนในบาร์รู้ตัว
ภายในรถคันแรก... กระจกฟิล์มมืดค่อยๆ ลดลงเพียงเล็กน้อย เลนส์กล้องถ่ายรูปขนาดใหญ่โผล่ออกมาจับภาพไปที่ป้ายชื่อบาร์ ก่อนจะซูมเข้าไปที่หน้าต่างกระจกที่มีเงาของ Johnny และสมาชิกคนอื่นๆ ชัดเจน
แชะ! แชะ!
เสียงชัตเตอร์ถูกกลบด้วยเสียงเพลงที่ดังมาจากในบาร์ ชายคนหนึ่งที่นั่งเบาะหลังรถกระบะคือ " วิกเตอร์ " คนเดิม ใบหน้ามันยังคงเขียวช้ำและมีผ้าพันแผลปิดทับ พร้อมสายตาอันเคียดเเค้น...
"จำหน้าพวกมันไว้ให้ครบทุกคน" มันกระซิบบอกลูกน้องที่ถือกล้อง "โดยเฉพาะไอ้ตัวที่ใส่แจ็กเก็ตประธาน... กูอยากรู้ว่าถ้าบาร์นี้หายไปในกองเพลิง หน้ามันจะยังนิ่งอยู่ได้ไหม "
ลูกน้องอีกคนส่งแฟ้มเอกสารบางอย่างให้มัน ในนั้นมีรูปถ่ายบ้านพักชั่วคราวของหญิงสาวคนนั้นที่ถูกขีดกากบาทสีแดงไว้ พร้อมกับรูปแกลลอนน้ำมันที่เพิ่งซื้อมาใหม่ๆ
"จะให้จัดการเลยไหมครับ?"
มันยิ้มเหี้ยมออกมาจนแผลที่มุมปากปริ
"ยังก่อน... ให้พวกมันเสพสุขกับความภูมิใจที่ได้ช่วยผู้หญิงนั่นไปก่อน อีกไม่นาน... พวกมันจะได้รู้ว่า นรกที่แท้จริงมันร้อนแค่ไหน"
รถกระบะทั้งสองคันสตาร์ทเครื่องยนต์เงียบๆ และขับเคลื่อนหายไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงกลิ่นควันไอเสียที่จางหายไปในอากาศ
ภายในบาร์ Johnny ยังคงกดไฟแช็กเล่นอยู่ แสงสีส้มเล็กๆ นั้นดูอบอุ่นและให้ความหวัง... โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นอกเขตแสงไฟนั้นมีดวงตาของปีศาจนับสิบคู่กำลังจ้องมองเขาอยู่เพื่อรอเวลาปิดบัญชี
คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น
✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง
✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา
คำวิจารณ์
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้

รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
โหวต
เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
10 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
8 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
7 /10
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้
แบบสำรวจ