ตราบาปสีขาว

9.6

เขียนโดย Chapond

วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2561 เวลา 14.10 น.

  28 ตอน
  115 วิจารณ์
  64.62K อ่าน

แก้ไขเมื่อ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561 10.52 น. โดย เจ้าของนิยายฟิคชั่น

แชร์นิยายฟิคชั่น Share Share Share

 

20) 20 เกลียดเธอ

อ่านบทความตามต้นฉบับ อ่านบทความเฉพาะข้อความ
ขนาดตัวอักษร เล็ก กลาง ใหญ่ ใหญ่มาก
 
 
 
 
 
“แค่กๆ/ไหวมั้ยเฟย์ ทำไมจู่ๆถึงตัวร้อนแบบนี้ล่ะ แล้วนี่มีถ่ายงาน จะไหวมั้ยเนี่ย”เฟย์เดินไอเข้ามาในสตูดิโอถ่ายงานวันต่อมาทำให้ลีที่เช็คกล้องอยู่เดิน
เข้ามาถามไถ่พลางเอามือแตะที่หน้าผากด้วยความเป็นห่วง
 
 
 
“ไม่เป็นไรหรอกลี ทำงานต่อเถอะ”เฟย์ฝืนร่างกายแล้วพูดขึ้นแล้วกำมือแน่นเมื่อคิดถึงเมื่อวานที่เขื่อนลากเธอไปที่คอนโดของเขาก่อนที่จะจัดการ
ข่มเหงเธออีกครั้งโดยไม่สนใจว่าเธอจะร้องไห้ออกมาจนเสียงแหบแห้งแค่ไหนก็ตาม
 
 
"เลิกคิดถึงคนใจร้ายสักทีเฟย์"เฟย์ไล่ความคิดนั้นทิ้งก่อนที่จะเดินมาที่หน้าห้องเก็บอุปกรณ์
 
 
 
ตุบ
 
 
 
 
เฟย์ที่สะบัดหัวไล่ความปวดหัวทำให้เซไปชนกับเขื่อนเข้า เขื่อนที่อยู่ในชุดสูทที่กลับจากประชุมกำลังมาดูงานถ่ายแล้วเจอเฟย์จะล้มเข้าก็รีบเข้ามาประคองกอดเธอไว้ไม่ให้ล้ม
 
 
 
 
“ไม่ยักจะรู้ว่าลุกไหวด้วยทั้งที่เมื่อคืนชั้นก็จัดการลงโทษเธอจนเกือบเช้าแบบนั้น”เขื่อนยิ้มเยาะก่อนที่จะว่าทำให้เฟย์โมโหลุกขึ้นสะบัดตัวออกห่างชายหนุ่มทันที
 
 
 
 
“คนอย่างคุณนี่มันเลวเกินบรรยาย แค้นกันมากงั้นก็ฆ่าชั้นให้ตายเลยสิถึงจะสาแก่ใจของคุณ”เฟย์พูดก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมา แล้วรีบเดินหนีเข้าไปในห้องเก็บของ
เขื่อนชะงักเมื่อสบสายตากลมโตที่ร้องไห้เมื่อกี้นี้ทำให้เขารู้สึกปวดหนึบที่ใจแปลกๆ
 
"ก็สมกับสิ่วที่ทำกับขิมแล้วนิ"เขื่อนทำทีไม่สนใจก่อนจะไล่ความคิดนั้นออกไปแล้วหมายจะเดินเข้าไปในสตูดิโอ
 
 
 
โครม
 
 
 
 
แต่แล้วเสียงดังจากในห้องเก็บของดังขึ้นเขื่อนรีบวิ่งกลับเข้าไปข้างในพบว่าเฟย์เป็นลมล้มลงไปกองกับพื้นโดยเผลอดึงของชั้นบนล้มมาทับที่ขา
 
 
 
 
“เฟย์ ฟื้นสิเฟย์ ตัวร้อนจี๋เลยนิ”เขื่อนพยายามเรียกเฟย์พบว่าเธอตัวร้อนจี๋จึงตัดสินใจอุ้มเฟย์ออกไปหาหมอทันที
 
 
 
 
 
“นี่เป็นอะไรทำไมไม่เช็ดพื้นให้เสร็จ”แก้วสังเกตเห็นโทโมะยืนเหม่อถือไม้ถูพื้นไม่ยอมถูพื้นก็เดินเข้ามาเรียกชายหนุ่ม ชายหนุ่มตกใจก่อนที่จะรีบทำ
เป็นถูพื้นทันทีแต่ก็ซุ่มซ่ามเผลอทำถังน้ำหก จนต้องถูพื้นใหม่อีกรอบ
 
 
 
 
“นี่ เป็นอะไร เห็นเหม่อตั้งแต่ตอนกินข้าวแล้ว บอกชั้นได้นะ”แก้วรั้งไม้ถูเอาไว้ไม่ให้โทโมะถูกพื้นต่อแล้วถามขึ้นเพราะเธอสังเกตโทโมะมาตั้งแต่เช้า
แล้วที่นั่งกินข้าวแล้วเอาแต่เหม่อ
 
 
 
“พี่แค่แปลกใจที่ผู้หญิงคนนั้นมาทักพี่เมื่อวานเหมือนคนรู้จักกันแล้วบอกว่าพี่เป็นเพื่อนสนิทคู่หมั้นเค้า รึว่าพี่จะไปหาเค้าดีล่ะแก้ว เผื่อความจำอาจจะ
กลับมา”โทโมะพูดไปตามตรงทำให้แก้วตกใจหน้าถอดสีทันที
 
 
 
 
“ไม่ได้นะ เอ่อ ชั้นหมายถึงในอดีตนายเคยโกหกชั้นไปหาสาวๆตั้งมากมาย อ้างว่าน้องบ้าง เพื่อนบ้าง คราวนี้บอกเป็นคู่หมั้นเพื่อนอีก จะให้ชั้นเชื่อใน
นายได้ยังไงว่านายจะไม่กลับไปทำนิสัยเสียแบบเดิมอีกแล้วล่ะ”แก้วรีบพูดกอนที่จะอึกอักแล้วรีบแก้ตัว
 
 
 
 
 
 
”โธ่ นึกว่าเรื่องอะไรอดีตพี่คงจะเคยทำให้แก้วเจ็บปวดมากสินะ แก้วเลยยังฝังใจไม่เชื่อพี่ งั้นเพื่อความสบายใจของแก้ว ถ้าไม่อยากให้พี่ไปพี่ก็จะไม่
ไป”โทโมะยิ้มก่อนที่จะวางไม้ถูพื้นมาแล้วกุมมือร่างบางเอาไว้แล้วพูดขึ้น
 
 
 "ปล่อยมือได้แล้ว"แก้วใจเต้นเมื่อสบสายตาของโทโมะ
 
 
"เชื่อพี่นะว่าพี่ ไม่ได้มีใครจริงๆ พี่มีแค่แก้สคนเดียวนะ"โทโมะพูดอีกครั้ง
 
 
 "อื้อ"แก้วพยักหย้าแล้วเงยหน้ายิ้มให่กับโทโมะ ทำให้เขารู้สึกดีอย่างประหลาดเมื่อเห็นรอยยิ้มหวานของแก้วที่ส่งมาให้เขา 
 
 
 
 
“แม่แก้วๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”ในขณะที่โทโมะและแก้วสบตากันก่อนที่ชายหนุ่มจะโน้มหน้าเข้าหาแก้ว น้ำหนึ่งก็รีบวิ่งงกระหืดกระหอบเข้ามาหาทั้งคู่ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้ามาในบ้าน
 
 
 
 
 
 
“ตายแล้ว ทำไมพี่รัศมีแขถึงเป็นแบบนี้”แก้วตกใจเมื่อเห็นสภาพรัศมีแขก็รีบถามพ่อที่กำลังสั่งให้นักมวยอีก2คนหามรัศมีแขขึ้นมา
 
 
 
 
 
 
 
“เสาร์นี้ที่จะลงแข่งมันทำให้พี่ตื่นเต้นไปหน่อยเลยโหมซ้อมหนักจนผิดท่า”รัศมีแขพูดพลางร้องโอดโอยก่อนที่ทุกคนจะช่วยกันหามพอรัศมีแขไปส่ง
โรงพยาบาลทันที
 
 
 
 
 
 
 
“หมอบอกกระดูกแขนหักต้องใส่เฝือกดามไว้2เดือน ตายแล้วแบบนี้ใครจะแข่งแทน นักมวยที่มีอยู่ก็อายุไม่ถึงเกณฑ์บ้าง ไม่ก็ฝีมือไม่ถึง ถ้าเราพลาด
แข่งรอบนี้ไป รอบหน้าคงจะไม่มีอีกแล้วด้วยสิ”พ่อแก้วเครียดหนักเมื่อคิดถึงเรื่องการแข่งขันกับต่างชาติที่เพื่อนของเขาแนะนำให้ลงแข่งเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับค่ายมวย
 
 
 
 
“งั้น ผมขอลงแข่งแทนรัศมีแขเองครับ”โทโมะเห็นแก้วและทุกคนเครียดก็ตัดสินพูดขึ้นท่ามกลางความตกใจของทุกคน
 
 
 
 
“นายจะบ้าหรอ นั่นคือการลงแข่งนะไม่ใช่การซ้อมเล่นๆแบบในยิม”แก้วตกใจก่อนจะรีบว่าเตือนชายหนุ่ม
 
 
 
 
 
“อะไรที่พี่พอจะช่วยทุกคนที่นี่ได้พี่ก็จะทำ ทุกคนที่นี่จะได้ไม่ต้องเดือดร้อน ถือว่ามันคือการชดใช้ความผิดที่พี่เคยทำร้ายแก้วในอดีตก็ได้นะพี่ไม่เป็นไรหรอก”โทโมะพูดแล้วยิ้มออกมา
 
 
 
 
 
“จะเอาแบบนั้นก็ตามใจ นี่ถือว่าชั้นเตือนแล้วนะ งั้นเย็นนี้ไปก็ต้องรีบซ้อมแล้วล่ะ ชนะไม่ชนะช่างมัน”แก้วพูดพางถอนหายใจ แต่ในใจนึกหวั่นกลัวชาย
หนุ่มจะเป็นอะไรไป
 
 
 
 
 
 
 
“น้ำหนึ่งมีอะไรรึเปล่าลูก”โทโมะแปลกใจเมื่อเขาซ้อมชกมวยเสร็จกำลังเดินออกมาจากห้องอาบน้ำแล้วเจอลูกชายเข้า
 
 
 
 
 
 
“แม่แก้วให้เอามาให้บอกว่าเดี๋ยวคืนนี้ไปลุงจะต้องเจ็บไปทั้งตัว ร้องโอดโอยแน่ๆ”น้ำหนึ่งพูดพลางทำท่าทางเจ็บปวดทำให้โทโมะอดหัวเราะออกมาไม่
ได้
 
 
 
 
 
 
“งั้นขอบคุณครับที่่เอามาให้ เอ่อ พ่อซ้อมวันนี้มาทั้งวันเหนื่อยมากเลย น้ำหนึ่งอยากให้พ่อมีแรงที่จะซ้อมวันพรุ่งนี้มั้ยครับ ถ้าอยาก ช่วยเรียกพ่อว่าพ่อ
โทโมะหน่อยจะได้มั้ย เดี๋ยวพ่อเลี้ยงไอติมก็ได้”โทโมะพูดพางนังคุกเข่าอ้อนลูกชาย
 
 
 
 
 
“นี่เดี๋ยวนี้อยากให้ลูกเรียกว่าพ่อต้องถึงขั้นติดสินบนด้วยไอติมแล้วหรอห้ะ”แก้วเดินมาได้ยินเข้าก็รีบว่าก่อนที่จะบอกให้ลูกชายกลับเข้าไปหาพ่อของ
เธอในบ้าน
 
 
 
 
 
“อย่างน้อยพี่จะได้มีกำลังใจที่จะฮึดเอาถ้วยรางวัลมาให้แก้วยังไงล่ะ”โทโมะยิ้มแป้นก่อนที่จะเอามืออีกข้างบีบตามต้นคอและตามตัว แก้วเห็นดังนั้นจึง
ดึงชายหนุ่มมานั่งลงแล้วจัดการทายานวดให้โทโมะ ชายหนุ่มน่าแดงเมื่อถูกมือเรียวบีบนวดให้ตามตัวแล้วใจเต้นรัว
 
 
 
 
 
 
“จริงๆแล้ว นายไม่ต้องทำขนาดนี้เพื่อคนที่นี่ก็ได้นะ ลำพังนายช่วยเหลืองานที่นี่มาตลอดอยู่แล้ว”แก้วพูดตามตรง
 
 
 
 
 
“ที่นี่คือบ้านของแก้วกับพ่อแก้ว ทุกคนที่นี่ก็ใจดีคอยช่วยเหลือพี่มาตลอดที่พี่มาอยู่ที่นี่ ถึงแม้พี่จะจำอดีตไม่ได้แต่พี่อยากช่วยทุกคนที่นี่นะ แล้วพี่ก็
อยากช่วยแก้ว”โทโมะหันกลับมาสบตาร่างบางก่อนที่จะพูดขึ้นแล้วกุมมือของแก้วที่เอื้อมมือมาจับที่แก้มของเขา ก่อนที่จะค่อยๆโน้มหน้าลงจุมพิศร่างบางอย่างอ่อนโยน
 
 
 
 
 
“ถ้าชนะกลับมา ชั้น เอ่อ แก้วจะยอมให้น้ำหนึ่งเรียกพี่ว่าพ่อ”แก้วถอนจูบออกมาแล้วเอาหน้าซบลงที่อกกว้างของโทโมะด้วยความเขินอายพูดขึ้นพลางหน้าแดงจัดไม่ยอมสบตาโทโมะ แต่แค่นั้นก็ทำให้เขา
ดีใจจนหัวใจเต้นพองออกมาก่อนที่จะกอดแก้วแน่นแล้วบรรจงจูบแก้วอีกครั้งโดยที่ร่างบางก็ตวัดวงแขนโอบรอบลำคอจูบเขากลับเช่นกัน
 
 
 
 
“โอ๊ยพี่แขจะปิดตาหนึ่งทำไม แม่แก้วกับลุงรักกันก็เลยจูบกันแค่นี้หนึ่งรู้น่า หนึ่งยังเคยจุ๊บกับน้องแอนนาที่โรงเรียนเลย”น้ำหนึ่งรีบพูดขณะที่แอบดู
เหตุการณ์ทุกอย่างกับรัศมีแขและพ่อของแก้ว
 
 
 
 
 
“อายุแค่นี้แก่แดดแก่ลมนะเรา นี่มันเรื่องของผู้ใหญ่เข้าไปกินข้าวได้แล้ว จะได้กินยา”พ่อของแก้วรีบพูดก่อนที่จะสั่งให้รัศมแขพาน้ำหนึ่งไปทานข้าวต่อ
แล้วมองไปยังภาพของโทโมะและแก้วแล้วนิ่งเงียบไม่พูดอะไร
 
 
 
 
 
 
 
 
 
“ป๊อป นี่จะเมาหัวราน้ำแบบนี้ไปถึงไหน รีบจัดการตัวเองแล้วไปง้อหนูแคทกับแม่”แม่ป๊อปปี้กลับมาในบ้านช่วงบ่ายถอนหายใจเมื่อเห็นลูกชาหัวแก้วหัว
แหวนนังดื่มเหล้าตั้งแต่หัววันก็อดที่จะบ่นไม่ได้
 
 
 
 
 
“ไปทำไมอีก2-3วันที่ไปหาทุกวัน โดนสาดน้ำไล่อย่าหมูอย่างหมา ไม่ก็เอายามในหมู่บ้านมาไล่ ตอนนี้แคทกับครอบครัวเค้าหนีพวกเราไปอังกฤษ
แล้ว”ป๊อปปี้พูดอย่างหมดอาลัยตายอยาก เมื่อคิดถึงอาทิตย์ก่อนที่เขาพยายามไปง้อแคท ทั้งที่บ้าน และไปหาตอนอยู่กับเพื่อน แต่แคทไม่สนใจแถมยัง
ถูกพ่อแม่ของเธอไล่ไปอย่างไม่ไยดี ก่อนที่เพื่อนๆของแคทตอนนี้ไม่มีใครยอมให้การช่วยเหลือเขาในการง้อแคทอีกเลย
 
 
 
 
 
“ถ้าจะไม่ตามไปง้อก็ไม่ต้องง้อ ตอนนี้เราต้องไปออกงานกับแม่ไปให้สัมภาษณ์นักข่าวกับแม่เกี่ยวกับเรื่องรูปเรื่องราวบ้าๆที่งานหมั้นของเราอีก แบบนี้มันมีแต่เสียกับเสียเครดิท ไหนหน้าตาชื่อเสียงแม่่อีก พ่อเราก็อีกคน ตั้งแต่มีข่าวก็หายหน้าหายตาไปอีกไม่คิดจะมาช่วยเหลือกันบ้างเลย อย่าให้รู้ว่า
ไปขลุกอยู่กับนังเมียน้อยที่ไหนอีกนะจะไล่ไปจัดการเก็บไม่เหลือซากเลย”แม่ป๊อปปี้บ่นยาวเหยียดทำให้ป๊อปปี้ที่เอาแต่ดื่มเหล้าหยุดชะงัก จริงสิ เขา
มัวแต่สนใจแคท เรื่องภาพในงานหมั้นของเขา เรื่องของฟาง
 
 
 
 
 
“ที่แม่จัดการบรรดาเมียน้อยทุกคนของพ่อมาตลอด รวมถึงจัดการฟางด้วยรึเปล่า”ป๊อปปี้พูดขึ้นพลางวางแก้วเหล้าลงแล้วหันไปมองแม่ตนเองที่ยืนนื่ง
 
 
 
 
“แกจะมาขุดเอาเรื่องเก่าๆมาอีกทำไม นังนั่นมันตายไปนานแล้วนะ”แม่ป๊อปปี้โวยวายเสียงดังกลบกลื่น
 
 
 
 
 
 
“แล้วแม่จะโวยวายใส่ผมทำไม รึว่าแม่ทำให้ฟางต้องตาย”ป๊อปปี้รีบถามกลับ
 
“ตอนมันตกหน้าผาตายไปชั้นไม่ได้ผลักมันลงไปสักหน่อย เพื่อนแกเป็นคนทำทั้งนั้นเลิกมาใส่ร้ายแม่ได้แล้ว”แม่ป๊อปปี้หงุดหงิดแล้วเดินหนี แต่ป๊อปปี้ไม่รอช้ารีบเดินตามไปดักแม่ได้ทันที
 
 
 
 
 
“เลิกมาเซ้าซี้สักทีได้มั้ยป๊อป อย่ามาขุดคุ้ยเรื่องไร้สาระนี้สักที เรื่องมันก็ผ่านมาตั้ง5ปีแล้วแกควรจะอยู่กับปัจจุบันสิ นังเด็กนั่นมันก็แค่ผู้หญิงใจง่ายที่กะ
จะมาหลอกจับแก แกเองก็ไม่ได้รักนังนั่น นังนั่นมันจะตายไปรึฆ่าตัวตายก็เรื่องของมันไม่จำเป็นต้องใส่ใจ เพราะถ้ามันไม่ตายตอนนั้นแม่ก็จะกำจัดมัน
ให้หายไปจากป๊อปเองเหมือนกับนังพวกใจง่ายที่มาเรียกร้องขอคาเลี้ยงดูจากพ่อเรานั่นล่ะ หึ นังเด็กใจง่าย”แม่ป๊อปปี้กล่าวว่าถึงฟางออกมาอย่าง
ร้ายกาจทำให้ป๊อปปี้อึ้งไมคิดว่าแม่ของเขาจะมีจิตใจอำมหิตแบบนี้
 
 
"นั่นแกจะไปไหน ไปง้อหนูแคทหรอ"แม่เจาตะโกนถามเมื่อเห็นป๊อบปี้เดินออกมาจากบ้าน
 
 
"ผมอยากอยู่คนเดียวสักพักแม่ไม่ต้องตามผมมา"ป๊อปปี้ส่ายหน้าช้าๆแล้วตอบก่อนที่จะเดินหนีออกไปจากตรงนั้นไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
“นั่นเค้าจะออกไปไหนของเค้านะ”ฟางที่แอบมาสังเกตการณ์ที่บ้านของป๊อปปี้เพราะหลังจากมีเรื่องเขาก็หมกตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ยอมไปทำงานที่บริษัทเลยเป็นอาทิตย์
 
 
 
"ทำไมขับรถเร็วแบบนี้เดี๋ยวก็รถชนพอดี"ฟางแปลกใจที่เห็นรถของชายหนุ่มขับออกมาจากบ้านด้วยความเร็วก็อดไม่
ได้ที่จะขับรถตามก่อนที่รถจะมาจอดที่หน้าบ้านริมทะเล ภาพในอดีตที่ฟางและป๊อปปี้เคยอยู่ด้วยกันที่นี่ก็ฉายเข้ามาในหัว การหลอกลวงที่เขามอบให้ เหมือนกับยาพิษที่ใสในน้ำหวาน
 
 
"มันก็แค่เรื่องหลอกลวงของคนเลวๆเท่านั้นล่ะฟาง เลิกคิกถึงมันได้แล้ว"ภาพที่เธอเคยมีความสุขกับเขาที่นี่ผุดเข้ามาในหัว ก่อนที่ฟางจะเปิดเพลงในรถพยายามไม่นึกถึงมันและเอนเบาะเพื่อล้มตัวนอน
 
 
ครืน
 
 
 
 
ซ่า
 
 
 
 
 
เสียงฟ้าร้องและฝนตกปลุกให้ฟางตื่นขึ้นจากการงีบหลับในรถ ก่อนสายตาฟางจะเห็นรถจักรยานของนาราที่ปั่นลุยฝนซื้อของเข้ามาฟางไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาทันที
 
 
 
"พี่ฟาง เอ่อ คุณเฟียซ.."นาราร้องทัก
 
 
“ทำไมซื้อมามีแต่เหล้าแบบนี้ล่ะ”ฟางเห็นของที่อยู่ในมือนาราก็พูดขึ้นพลางนึกตำหนิป๊อบปี้ที่ใช้นาราไปซื้อเหล้า
 
 
 
 
 
“จะมาหาพี่ป๊อปใช่มั้ยคะงั้นดีเลยหนูฝากด้วยนะคะ เดี๋ยวต้องไปหาแม่พอดีจะต้องพาแกไปหาหมอที่คลินิกนัดไว้อ่ะค่ะ นี่ลุงข้างบ้านก็รอไปส่งนานแล้ว หนูไปล่ะ”นาราพูดจบฝากถุงเครื่องดื่มในมือฟาง
ก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่บ้านของแม่เธอ ฟางถอนหายใจก่อนที่จำเป็นเดินเข้าไปในบ้านอย่างเลี่ยงไม่ได้
 
 
 
"ทำไมบ้านมืดแบบนี้นะ หายไปไหนของเค้า"ฟางบ่นอุบ
 
 
 
เพล้ง
 
 
 
 
ฟางที่วางถุงใส่ของลงที่โต๊ะก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปตามเสียงของหล่นบนบ้าน แล้วต้องตกใจเมื่อป๊อปปี้จะล้มลงตกลงไปที่หน้าต่างก็รีบเข้าไปประคองกอดชายหนุ่มเอาไว้
 
 
 
 
“ฟาง ฟาง ยังอยู่ พี่ขอโทษ”ป๊อปปี้ปรือตาคนตัวเล็กที่กอดเขาเอาไว้ก็เพ้อหาฟางทันที
 
 
 
 
“ปล่อยเลยนะ จะบ้าหรอเมาแล้วยังจะไปยืนริมหน้าต่างอีกถ้าตกลงไปจะเป็นยังไง”ฟางประคองป๊อปปี้มานั่งลงที่เตียงในห้องก่อนที่จะมองไปรอบๆพบว่ามีแต่ขวดเหล้า
 
 
"อี๋ มีแต่เหล้า ชั้นไปล่ะ ว้ายย"ร่างบางถอนหายใจก่อนที่จะเดินออกไปหมายจะกลับแต่ป๊อปปี้ดึงร่างบางมาไว้ทำให้ฟางล้มลงไปนั่งที่ตักของเขา
 
 
 
 
 
“นี่คุณเมามากแล้วนะปล่อยชั้น”ฟางดิ้นขัดขืนชายหนุ่มแต่กลับยิ่งทำให้เขากอดรัดฟางแน่นกว่าเดิม
 
 
 
 
 
“พี่ขอโทษฟาง พี่ขอโทษ ทุกอย่างมันเป็นเพราะพี่”ป๊อปปี้กอดฟางเอาไว้แล้วพร่ำบอกขอโทษเธอทำให้ฟางชะงัก แล้วหันมาสบตาชายหนุ่มที่กอดเธอไว้ ภาพในอดีต ชายที่เธอเคยรักมาก หนุ่มเพอเฟคของมหาลัยที่มีแต่สาวๆรุมล้อมตอนนี้กลับกลายเป็นไอ้ขี้เมาล้มเหลวกับชีวิตแถมยังถูกแฟนทิ้ง
 
 
 
 
 
“สิ่งที่เกิดกับพี่่มันคือกรรมที่พี่เคยทำร้ายฟางยังไงล่ะ ถ้าพี่ไม่หลอกฟางเรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนี้หรอก”ฟางพูดเสียงแข็งก่อนที่จะจะหันหน้าไปมองหน้าป๊อปปี้
 
 
 
 
 
“ฟางพี่ขอโทษ เพราะพี่ มันเป็นเพราะพี่”ป๊อปปี้พูออกมาอีกครั้งพลางสบตาร่างบาง
 
 
"ใช่ทุกอย่างมันเป็นเพราะคุณ ชั้นเกลียดคุณ ฮือๆ ฟางเกลียดพี่"ฟางเมื่อสบสายตาคมของชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้งน้ำตามันก็ไหลออกมาด้วยความเสียใจ ภาพที่ครใจร้ายหลอกให้เธอรักในอดีตก็วนเวียนเข้ามาในหัว
 
 
 
 
“พี่ขอโทษ อย่าร้องไห้เลยนะ”ป๊อปปี้เอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้ฟางก่อนที่จะค่อยๆเลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้แล้วจุมพิศฟางอย่างอ่อนโยนโดยที่ฟางก็ยอมรับสัมผัส
 
 
"อ๊ะ พี่ป๊อบ"ฟางที่ถูกป๊อบปี้ดันลงไปนอนที่เตียงร้องออกมาเมื่อถูกชายหนุ่มซุกไซร้ตามตัวแล้วใช้มือประกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนกุดที่สวม ก่อนที่เขาจะบดจูบเธออีกครั้ง ฟางที่ถูกป๊อบปี้เล้าโลมนั้นก็เคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสที่เขาปรนเปรอให้เหมือนกับอดีต กว่าเอจะรู้สึกตัว ฟางและป๊อบปี้ก็อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าทั้งคู่
 
"อื้มม"ฟางที่เริ่มรู้สึกอายและคิดว่ามันเลยเถิดมามากแล้วพยายามลุกแต่ถูกป๊อบปี้ทาบทับและบดจูบเธออีกครั้ง
 
"พี่คิดถึงฟางนะ"ป๊อบปี้ซุกไซร้ตามตัวฟางอีกครั้งก่อนที่จะใช้นิ้วสอดเข้าไปในกลีบกุหลาบสีหวานของเธอและเนิ่มดันนิ้วเข้าออกจนมีน้ำหวานไหลออกมา
 
"อ๊ะ"ฟางที่หอบหายใจต้องร้องเมื่อ ป๊อบปี้เปลี่ยนจากนิ้วเป็นร่ของเขาเข้ามาแทน แท่งร้อนที่สอดใส่เข้ามาในร่างบางทราห่างเหินเรื่องอย่างว่ามานาน ทำให้ฟางกระตุกเกร็งและหายใจไม่ออกผวากอดป๊อบปี้แน่นเมื่อชายหนุ่มสอดใส่เข้ามาจนมิดด้าม
 
"อ๊ะ ฟาง"ป๊อบปี้เริ่มขยับเข้าออกเร็วขึ้น ทำให้ฟางเคลิบเคลิ้มไปกับมัน และเผลอเด้งสะโพกตอบรับชายหนุ่ม
 
 
"พี่ป๊อบ อ๊ะ"ฟางร้องครางออกมาเมื่อชายหนุ่มขยับสะโพกเร็วขึ้นทั้งคู่เริ่มร้องครางออกมาแข่งกับเสียงสายฝนและฟ้าร้องด้านนอกบ้านตลอดทั้งคืน
ก่อนที่ทั้งคู่จะปล่อยไปตามความต้องการจากก้นบึ้งหัวใจทั้งสองที่เคยถูกปิดตายเอาไว้กลับถูกเปิดออกมาอีกครั้ง
 
 
 
 
 
 
 
 
“อืมม”เช้าวันต่อมาป๊อปปี้ที่เริ่มรู้สึกตัวค่อยๆลืมตามองไปรอบๆห้องด้วยอาการปวดหัวเมาค้างก่อนจะรู้สึกตัวว่าไม่ได้สวมใส่อะไรเลยก็ตกใจรีบหันไป
มองที่ข้างๆกายก็พบฟางนอนหลับและหันหลังให้กับเขาชายหนุ่มตกใจมาก
 
 
"ทำไมคุณเฟียซถึงอยู่ที่นี่"ป๊อปปี้พึมพำพยายามคิดหาคำตอบ เพราะเมื่อคืน เขาจำได้ลางๆว่าฟางมาหาเขา เขานึกว่ามันเป็นเพียงฝันไปแต่ทำไมเฟียซถึงนอนอยู่กับเขาที่นี่ก่อนแวบหนึ่งที่ผ่านเข้ามาในหัวถึงความทรงจำเมื่อคืน ทำให้เขานิ่งคิดก่อนตัดสินใจเลิกผ้าห่มที่คลุมตัวของฟางลงมา
 
 
 
 
 
“ไม่จริงน่า”ทันทีที่มองผ่านแผ่นหลังมาสะดุดที่ตรงเอวของฟางทำให้ป๊อปปี้อึ้งเพราะรอยแผลเป็นที่อยู่บริเวณเดียวกับรอยแผลที่ครั้งหนึ่งเขาเคยทำ
แผลให้ฟางเองกับมือที่นี่ ที่บ้านหลังนี้!
 
 
 
 
คนนึงรู้ความจริงแล้ว แบบนี้จะเป็นไงต่อต้องติดตาม
 
 
ขอโทษที่มาอัพช้ามากกกก เพราะเห็นคนไม่ค่อยอ่านแล้วเลยไม่ได้อัพอ่าาา
 
 
                 
 
 
 

 

คำยืนยันของเจ้าของนิยายฟิคชั่น

✓ เรื่องนี้ฉันแต่งขึ้นเอง

✓ เรื่องนี้ไม่มีเจตนาทำให้บุคคลที่อ้างถึงเสียชื่อเสียง และฉันจะยอมรับผิดเมื่อบุคคลนั้นตำหนิหรือเตื่อนมา

คำวิจารณ์

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเขียนวิจารณ์ได้


รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
คำวิจารณ์เพิ่มเติม...

โหวต

เนื้อเรื่องมีความน่าสนใจ
9.7 /10
ความถูกต้องในการใช้ภาษา
9.7 /10
ภาษาที่ใช้น่าอ่าน
9.3 /10

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถโหวดได้


แบบสำรวจ

 

ไม่มีแบบสำรวจ

 

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา