จะ "รีไฟแนนซ์รถยนต์" ทั้งทีต้องตั้งเป้าให้ชัด! อยาก "ลดดอกเบี้ย" หรือ "ได้เงินก้อน" เลือกแบบไหนคุ้มกว่า?
ในปัจจุบันการรีไฟแนนซ์รถยนต์ (Car Refinance) กลายเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับคนผ่อนรถที่ต้องการบริหารจัดการภาระหนี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่การจะเดินเข้าไปหาผู้ให้บริการสินเชื่อโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน อาจทำให้สูญเสียโอกาสที่จะได้รับผลประโยชน์สูงสุด บทความนี้จะช่วยให้ข้อมูลเพื่อการวางแผนก่อนยื่นกู้ เพื่อให้รู้ว่าสถานการณ์การเงินแบบใดเหมาะกับทางเลือกไหนที่สุด

ระหว่างอยาก "ลดดอกเบี้ย" หรือ "ได้เงินก้อน" เลือกรีไฟแนนซ์แบบไหนคุ้ม
เป้าหมายหลักของการรีไฟแนนซ์รถ มักจะแบ่งออกเป็นสองแนวทางตามความจำเป็นส่วนบุคคล
เป้าหมายที่ 1: รีไฟแนนซ์เพื่อ "ลดค่างวด/ลดดอกเบี้ย"
แนวทางนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เริ่มรู้สึกว่าค่างวดเดิมหนักเกินไปจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือผู้ที่ต้องการเพิ่มเงินเหลือเก็บในแต่ละเดือน กลไกคือการนำหนี้เก่าไปปิดด้วยเงินกู้ก้อนใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยถูกลง หรือการยืดระยะเวลาผ่อนชำระให้นานขึ้นเพื่อให้ยอดจ่ายต่อเดือนลดลง ซึ่งจะช่วยเพิ่มสภาพคล่องรายเดือนได้ทันที อย่างไรก็ตาม ควรคำนวณดอกเบี้ยรวมตลอดอายุสัญญาใหม่เปรียบเทียบกับของเดิมเสมอ
เป้าหมายที่ 2: รีไฟแนนซ์เพื่อ "ดึงเงินก้อนส่วนต่าง"
สำหรับผู้ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อต่อยอดธุรกิจ ปิดหนี้บัตรเครดิตที่ดอกเบี้ยสูง หรือเตรียมไว้เป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน การทำ รีไฟแนนซ์รถยนต์ เพื่อดึงส่วนต่างออกมาคือคำตอบ
วิธีคำนวณวงเงินเบื้องต้น: (ยอดประเมินราคาตัวรถในปัจจุบัน - ยอดหนี้คงเหลือที่เก่า) = เงินสดส่วนต่างที่ได้รับ
หากรถยังมีราคาประเมินสูงแต่หนี้เหลือน้อย ยอดส่วนต่างที่จะได้รับก็จะสูงขึ้น ซึ่งอัตราดอกเบี้ยรถยนต์มักจะต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลหรือหนี้นอกระบบอย่างมาก
เปรียบเทียบความคุ้มค่า: สิ่งที่ต้องแลกเมื่อทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์
ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ จำเป็นต้องนำค่าธรรมเนียมและภาระที่เพิ่มขึ้นมาชั่งน้ำหนักความคุ้มค่า
ค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องรู้
การย้ายที่ผ่อนใหม่มักจะมีค่าใช้จ่ายตามมา เช่น ค่าประเมินราคา ค่าโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ ค่าอากรแสตมป์ และในหลายกรณีอาจต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์เล่มใหม่ตามเงื่อนไขของผู้ให้สินเชื่อรายใหม่ด้วย ดังนั้นจึงต้องนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาหักลบกับส่วนต่างหรือดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ว่ายังคงคุ้มค่าในเชิงเม็ดเงินหรือไม่
ระยะเวลาเป็นหนี้ที่นานขึ้น คุ้มกับสภาพคล่องที่ได้มาหรือไม่?
การรีไฟแนนซ์คือการเริ่มต้นสัญญาใหม่ ซึ่งอาจทำให้ระยะเวลาการเป็นหนี้ยาวออกไป หากเป้าหมายคือการเพิ่มสภาพคล่องเพื่อนำเงินก้อนไปลงทุนให้งอกเงย หรือปิดหนี้ที่ดอกเบี้ยโหดกว่า การยืดเวลาออกไปก็ถือเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาด เพราะช่วยลดภาระหนักในปัจจุบันให้กลายเป็นความผ่อนคลายที่จัดการได้
บทสรุป
การทำรีไฟแนนซ์รถยนต์ ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือการมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเลือกผู้ให้บริการที่มั่นใจได้ การศึกษาข้อมูลและเปรียบเทียบเงื่อนไขอย่างรอบคอบจะช่วยให้การจัดการหนี้รถคันเดิม กลายเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสทางการเงินใหม่ๆ ที่ยั่งยืน
สำหรับใครที่ต้องการกู้สินเชื่อ สินเชื่อรถแลกเงินเป็นหนึ่งในคำตอบและวิธีการที่ดีที่สุดของคุณ กับเงินให้ใจที่มีความน่าเชื่อถือจากบริษัท เงินให้ใจ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันลูกค้าสามารถขอใช้บริการได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย ทุกสาขา และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม คำนวณวงเงินสินเชื่อและสมัครสินเชื่อได้ทันทีที่ https://www.ngernhaijai.com/
“กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี สินเชื่อจำนำเล่มทะเบียนรถ 12.82% - 24.00% สินเชื่อโอนเล่มทะเบียนรถ แบ่งเป็นกรณีบุคคลธรรมดามีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการส่วนตัว 6.08% - 15.00% และกรณีบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลมีวัตถุประสงค์ใช้รถเพื่อการพาณิชย์ 6.08% - 26.62%”
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Website : https://www.ngernhaijai.com/
Line : https://bit.ly/3zDd5Kz
เงินให้ใจ โทร : 02 078 8899
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้
