หลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็ก สัญญาณเตือนที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

wawacalyn

เริ่มเข้าขีดเขียน (24)
เด็กใหม่ (0)
เด็กใหม่ (0)
POST:17
เมื่อ 22 มกราคม พ.ศ. 2568 13.58 น.

หลอดเลือดโมยาโมย่า (Moyamoya Disease) เป็นโรคทางหลอดเลือดสมองที่พบได้ยากแต่มีความเสี่ยงสูงในเด็ก โดยเฉพาะเด็กในแถบเอเชียตะวันออก เช่น ญี่ปุ่นและเกาหลี โรคนี้เกิดจากการตีบหรืออุดตันของหลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปยังสมอง ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองได้ไม่เพียงพอ อาจนำไปสู่ภาวะเส้นเลือดสมองแตกหรือสมองขาดเลือด ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจโรคโมยาโมยาในเด็ก สัญญาณเตือนที่ต้องสังเกต และแนวทางการรักษาที่ควรรู้

 

หลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็ก คืออะไร?

หลอดเลือดโมยาโมย่า(Moyamoya Disease) เป็นโรคหลอดเลือดสมองที่ทำให้หลอดเลือดแดงที่ส่งเลือดไปยังสมองตีบและอุดตัน โดยเฉพาะหลอดเลือดที่บริเวณฐานสมอง เมื่อหลอดเลือดเหล่านี้ตีบลง ร่างกายจะสร้างหลอดเลือดเสริมที่ดูคล้ายควันบุหรี่ (ภาษาญี่ปุ่นคำว่า "โมยาโมยา" แปลว่า "ควัน") เพื่อส่งเลือดไปยังสมอง อย่างไรก็ตาม หลอดเลือดเสริมนี้มีความเปราะบาง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเลือดออกในสมองได้ โรคนี้มักพบในเด็กอายุตั้งแต่ 5 ถึง 10 ปี และพบในผู้ใหญ่บางกรณี แต่ในเด็กการเกิดโรคนี้อาจส่งผลร้ายแรง เนื่องจากส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของสมองอย่างมาก

 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่มีการคาดการณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม เนื่องจากพบว่ามีการถ่ายทอดในบางครอบครัว โดยเฉพาะครอบครัวในแถบเอเชีย โรคนี้ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาเพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดภาวะอุดตันเพิ่มเติมสามารถช่วยให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สัญญาณเตือนหลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็กที่คุณพ่อคุณแม่ต้องรู้

สัญญาณที่บ่งบอกว่าเด็กอาจมีอาการของหลอดเลือดโมยาโมย่า ได้แก่

 

1. อาการปวดศีรษะบ่อยและรุนแรง 

หลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็กอาจมีอาการปวดศีรษะเป็นประจำ บางครั้งปวดจนถึงขั้นร้องไห้หรือแสดงอาการไม่สบายใจอย่างชัดเจน อาการปวดศีรษะนี้เกิดจากการไหลเวียนของเลือดไปยังสมองไม่เพียงพอ

 

2. อาการชักหรือสั่น 

อาการชักเป็นสัญญาณที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในเด็กเล็ก เนื่องจากหลอดเลือดที่ส่งเลือดไปยังสมองทำงานได้ไม่ดี ทำให้สมองขาดออกซิเจนและส่งผลให้อาการชักเกิดขึ้น

 

3. อ่อนแรงหรือสูญเสียการเคลื่อนไหวบางส่วนของร่างกาย 

เด็กอาจมีอาการอ่อนแรงที่แขนหรือขา ข้างหนึ่งข้างหรือทั้งสองข้าง ซึ่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นเนื่องจากเลือดไม่สามารถไหลเวียนไปยังบริเวณสมองที่ควบคุมการเคลื่อนไหวได้เพียงพอ

 

4. พูดไม่ชัดหรือสูญเสียการพูดชั่วคราว 

บางครั้งเด็กอาจมีอาการพูดไม่ชัดหรือไม่สามารถพูดได้ชั่วคราว เนื่องจากสมองไม่ได้รับออกซิเจนและสารอาหารเพียงพอ

 

5. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้ลดลง 

หลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็กอาจมีการเรียนรู้และพัฒนาการที่ช้าลง หรือแสดงพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง เช่น หงุดหงิดง่าย หรือไม่สนใจในกิจกรรมที่เคยสนใจ

 

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นสัญญาณเหล่านี้ควรพาเด็กเข้ารับการตรวจร่างกายและการวินิจฉัยจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที เนื่องจากการวินิจฉัยที่รวดเร็วช่วยเพิ่มโอกาสในการรักษาและควบคุมโรค

แนวทางการรักษาหลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็ก

แม้ว่าหลอดเลือดโมยาโมย่าจะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่การรักษาทางการแพทย์สามารถช่วยลดอาการและป้องกันภาวะแทรกซ้อน การรักษาสำหรับหลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็กมีหลายวิธี ได้แก่

 

1. การใช้ยา

แพทย์อาจให้ยาเช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (anticoagulants) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด หรือยาคลายหลอดเลือดเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองได้ดีขึ้น

 

2. การผ่าตัด

การผ่าตัดเป็นวิธีที่สำคัญและเป็นที่นิยมในการรักษาหลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็ก โดยมีการผ่าตัดหลายรูปแบบที่ช่วยในการเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังสมอง เช่น

  • การผ่าตัดเสริมหลอดเลือด (Direct Bypass Surgery) เป็นการผ่าตัดเสริมหลอดเลือดโดยตรงระหว่างหลอดเลือดนอกสมองและในสมอง เพื่อให้เลือดไหลเข้าสู่สมองได้ทันที
  • การผ่าตัดเสริมหลอดเลือดทางอ้อม (Indirect Bypass Surgery) เป็นการผ่าตัดที่ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองโดยใช้หลอดเลือดใหม่ที่สร้างขึ้น เพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ สร้างหลอดเลือดเพิ่มขึ้นตามธรรมชาติ

 

3. การบำบัดและฟื้นฟูสมอง 

การฟื้นฟูสมองและการทำกายภาพบำบัดช่วยให้เด็กกลับมามีการเคลื่อนไหวและการทำงานของสมองที่ดีขึ้น นอกจากนี้ การสนับสนุนด้านจิตใจและอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญสำหรับเด็กที่ต้องผ่านการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

การรักษาหลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็กจำเป็นต้องใช้ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และในบางกรณีการรักษาอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา

 

หลอดเลือดโมยาโมย่าในเด็กเป็นโรคที่ส่งผลต่อระบบหลอดเลือดสมอง ทำให้เลือดไหลเวียนไปยังสมองได้ไม่เพียงพอ และอาจส่งผลให้เกิดอาการที่อันตราย เช่น การชัก การอ่อนแรง และการสูญเสียการพูดชั่วคราว การสังเกตสัญญาณเตือนในระยะเริ่มต้นเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการวินิจฉัยที่รวดเร็วจะช่วยให้การรักษามีโอกาสประสบความสำเร็จสูงสุด การรักษาโรคโมยาโมยาในเด็กต้องใช้วิธีที่หลากหลายเพื่อควบคุมโรคและให้เด็กสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ ความรู้ความเข้าใจและการดูแลจากผู้ปกครองจึงมีความสำคัญในการช่วยให้เด็กเติบโตได้อย่างมีคุณภาพชีวิต

 

สัมผัสประสบการณ์ Blumed 

บลู เมดิแคร์ เจเเปน (Blue Medicare Japan) หรือ BluMed ดำเนินการโดย บริษัท บลู แอสซิสแท็นซ จำกัด ก่อตั้งขึ้นภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินการจัดการท่องเที่ยวเพื่อมุ่งเน้นในการป้องกันการดูแลสุขภาพ ชะลอการเจ็บป่วย รวมไปถึงการรักษาโรคแก่ผู้รับบริการทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

BluMed ได้ร่วมมือกับคลินิกทางการแพทย์ที่ญี่ปุ่น ในการให้คำปรึกษาและจัดการความเจ็บปวดอย่างเหมาะสม ตามอาการของแต่ละบุคคล สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่

 

เบอร์โทรศัพท์ : 02-661-7686

Website : blumedth.com

Line official : @blumed

 

แก้ไขครั้งที่ 4 โดย wawacalyn เมื่อ24 มกราคม พ.ศ. 2568 19.31 น.

โพสตอบ

* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้

 
รอสักครู่กำลังโหลดข้อมูล
ข้อความ : เลือกเล่นเสียง
สนทนา