ทำไมต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์? ความสำคัญที่ผู้ขับขี่ทุกคนควรรู้!
ขับรถทุกวัน แต่ไม่เคยรู้ว่าพ.ร.บ. รถยนต์ สำคัญแค่ไหน? คำถามนี้สะท้อนให้เห็นว่าหลายคนยังไม่เข้าใจถึงความสำคัญของพ.ร.บ. รถยนต์ จริง ๆ พ.ร.บ. ไม่ใช่แค่เอกสารใบเล็ก ๆ ต้องมีติดรถ แต่เป็นเหมือน "หมวกกันน็อคทางการเงิน" คอยปกป้องตัวเราและคนที่เรารักจากเหตุการณ์ไม่คาดคิด เช่น อุบัติเหตุ ซึ่งอาจก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายสูงลิ่ว การมีพ.ร.บ. จึงเป็นเรื่องจำเป็นทั้งในแง่ของกฎหมายและความปลอดภัย
บทความนี้จะพาไปไขข้อข้องใจเกี่ยวกับพ.ร.บ. รถยนต์ ตั้งแต่ความหมายแท้จริง ประโยชน์ที่ได้รับ และวิธีต่อพ.ร.บ. รถยนต์ เพื่อให้ขับรถได้สบายใจ และมั่นใจว่าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุด พร้อมหรือยังที่จะเรียนรู้ทุกสิ่งเกี่ยวกับพ.ร.บ. รถยนต์ไปด้วยกัน?
พ.ร.บ. รถยนต์คืออะไร ทำไมถึงสำคัญและทุกคันต้องมี?
พ.ร.บ. รถยนต์ ย่อมาจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นกฎหมายที่บังคับให้เจ้าของรถทุกคันต้องทำประกันภัย เพื่อคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุเกิดจากการใช้รถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก
ทำไมรถยนต์ทุกคันต้องมี พ.ร.บ. รถยนต์?
- ความคุ้มครองขั้นพื้นฐาน: พ.ร.บ. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าเสียหายทุพพลภาพ และค่าเสียหายจากการเสียชีวิตของผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด
- ปฏิบัติตามกฎหมาย: ไม่ทำพ.ร.บ. รถยนต์ ถือเป็นการกระทำผิดกฎหมาย มีโทษปรับและอาจถูกยึดรถได้
- ความอุ่นใจ: เมื่อเกิดอุบัติเหตุ ผู้ประสบภัยจะได้รับการดูแลรักษาพยาบาลอย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
- ความรับผิดชอบต่อสังคม: ทำพ.ร.บ. คือการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็จะมีคนคอยรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น
พ.ร.บ. รถยนต์คุ้มครองอะไรบ้าง? ข้อมูลสำคัญที่ควรรู้
พ.ร.บ. รถยนต์ หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ เป็นประกันภัยภาคบังคับให้ผู้ครอบครองรถยนต์ทุกคันต้องทำ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถ ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร หรือบุคคลภายนอก
คุ้มครองค่าชดเชยเบื้องต้น
ค่าชดเชยเบื้องต้น ในพ.ร.บ. รถยนต์ หมายถึง เงินชดเชยที่ผู้เอาประกันจะได้รับทันทีเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิดของคู่กรณี ซึ่งเป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้นให้กับผู้ประสบภัย แบ่งได้ดังนี้
- กรณีมีผู้บาดเจ็บ เคลมค่ารักษาพยาบาลได้ตามจริง วงเงินสูงสุด 30,000 บาทต่อคน
- กรณีบาดเจ็บถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ เคลมได้สูงสุด 35,000 บาทต่อคน
- กรณีมีผู้เสียชีวิต ทายาทสามารถเคลมค่าใช้จ่ายในการปลงศพและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับงานศพ วงเงิน 35,000 บาทต่อคน
ค่าสินไหมทดแทน หากพิสูจน์แล้วว่าเป็นฝ่ายถูก
หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ และมีการทำประกันพ.ร.บ. รถยนต์ไว้จะได้รับค่าสินไหมทดแทน เพิ่มเติมจากค่าชดเชยเบื้องต้นที่ได้รับไปแล้ว โดยค่าสินไหมทดแทนจะครอบคลุมค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจริงจากอุบัติเหตุ โดยมีวงเงินความคุ้มครองสูงกว่าค่าชดเชยเบื้องต้น ดังนี้
กรณีพิสูจน์ได้ว่าเป็นฝ่ายถูก
- กรณีบาดเจ็บ สามารถเคลมค่ารักษาพยาบาลเพิ่มจากค่าเสียหายเบื้องต้น โดยนับรวมทั้งสองส่วนไม่เกิน 80,000 บาทต่อคน
- กรณีร่างกายสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร ได้รับเงินทดแทน 200,000-500,000 บาทต่อคนขึ้นอยู่กับอวัยวะ วงเงินนี้นับรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นในข้อแรกแล้ว
- กรณีเสียชีวิต หรือทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง ผู้เป็นทายาทสามารถเคลมเงินชดเชยเพิ่มโดยนับรวมกับค่าเสียหายเบื้องต้นในข้อแรกแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท
- กรณีต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลสามารถเคลมค่าชดเชยได้วันละ 200 บาท รวมไม่เกิน 20 วัน
พ.ร.บ. รถยนต์ต้องต่ออายุทุกปีหรือไม่?
พ.ร.บ. รถยนต์มีอายุความคุ้มครอง 1 ปี และต้องต่ออายุทุกปี เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ได้รับความเสียหายจากอุบัติเหตุที่เกิดจากการใช้รถ เช่นเดียวกับภาษีรถยนต์ การไม่ทำพ.ร.บ. หรือปล่อยให้หมดอายุมีโทษปรับสูงถึง 10,000 บาท และจะไม่สามารถยื่นต่อภาษีรถยนต์ได้ หากจะไปต่อภาษีจะต้องเสียค่าปรับชำระภาษีรถยนต์ย้อนหลังเดือนละ 1% และหากไม่ได้ต่อพ.ร.บ. รถยนต์เกินกว่า 3 ปี ทะเบียนรถอาจถูกระงับได้
เอกสารจำเป็นสำหรับการต่อพ.ร.บ. รถยนต์
การต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ เป็นเรื่องจำเป็นต้องทำทุกปี เพื่อให้รถยังคงมีประกันภัยที่ครอบคลุม โดยทั่วไปแล้ว เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- บัตรประจำตัวประชาชนของเจ้าของรถ ใช้ยืนยันตัวตนของผู้ทำประกัน
- สมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริงหรือสำเนา เป็นเอกสารสำคัญแสดงข้อมูลเกี่ยวกับรถ เช่น ยี่ห้อ รุ่น ปีผลิต และหมายเลขทะเบียน
- เอกสารพ.ร.บ. รถยนต์ ที่ยังไม่หมดอายุ
- ใบรับรองการตรวจสภาพรถ กรณีรถมีอายุเกิน 7 ปีขึ้นไป เป็นเอกสารออกให้โดยสถานตรวจสภาพรถ เพื่อยืนยันว่ารถอยู่ในสภาพปลอดภัยและพร้อมใช้งาน
พ.ร.บ. รถยนต์หรือการต่อภาษี พ.ร.บ. รถยนต์มีราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประเภทของรถยนต์, น้ำหนักของรถ, บริษัทประกันภัย หรือความคุ้มครองเพิ่มเติมที่เจ้าของรถเลือกไว้
ไขข้อสงสัย ซื้อพ.ร.บ. รถยนต์ล่วงหน้าทำได้ไหม?
ซื้อพ.ร.บ. รถยนต์ ล่วงหน้าได้ไหม? สามารถทำได้ โดยไม่ควรรอเช็คพ.ร.บ. รถยนต์หมดอายุก่อน ปกติแล้ว พ.ร.บ.รถยนต์ สามารถต่ออายุล่วงหน้าได้ถึง 90 วัน หรือ 3 เดือน ก่อนวันหมดอายุของพ.ร.บ. เดิม
ทำไมต้องซื้อพ.ร.บ. รถล่วงหน้า?
- ลดความเสี่ยงในการลืมต่อ: การต่ออายุล่วงหน้าจะช่วยให้ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมต่อพ.ร.บ. ในช่วงเวลาใกล้จะหมดอายุ
- สะดวก รวดเร็ว: สามารถทำเรื่องต่ออายุได้ล่วงหน้า โดยไม่ต้องรีบเร่งในช่วงใกล้จะหมดอายุ โดยสามารถต่อพ.ร.บ. รถยนต์ออนไลน์ได้ทันที
- ต่อภาษีรถยนต์ได้ทันที: เมื่อ พ.ร.บ. หมดอายุ สามารถนำ พ.ร.บ. ฉบับใหม่ไปต่อภาษีรถยนต์ได้ทันที
- หลีกเลี่ยงค่าปรับ: หากต่ออายุ พ.ร.บ. รถยนต์ไม่ทัน จะถูกปรับตามกฎหมาย
วิธีซื้อพ.ร.บ. รถยนต์ล่วงหน้า
- ช่องทางออนไลน์: ซื้อพ.ร.บ. ออนไลน์ สะดวก รวดเร็ว และง่ายที่สุด สามารถทำได้ผ่านเว็บไซต์ของบริษัทประกันภัย หรือแอปพลิเคชันบนมือถือ
- ที่ทำการไปรษณีย์: ไปติดต่อที่ทำการไปรษณีย์ใกล้บ้าน
- ธนาคาร: บางธนาคารมีบริการต่ออายุพ.ร.บ. รถยนต์
- อู่รถ: อู่รถบางแห่งมีบริการต่อพ.ร.บ. รถยนต์ ให้ลูกค้า
- สำนักงานประกันภัย: ติดต่อสำนักงานประกันภัยโดยตรง
พ.ร.บ. รถยนต์ ความคุ้มครองและประโยชน์ที่ต้องรู้
พ.ร.บ. รถยนต์คือสิ่งที่เจ้าของรถทุกคันต้องทำ เพื่อคุ้มครองผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น พ.ร.บ. เปรียบเสมือนเป็นประกันชีวิตให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน หากเกิดอุบัติเหตุได้รับความเสียหายจะได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลหรือค่าเสียหายอื่น ๆ ตามกฎหมายกำหนด การต่อพ.ร.บ. รถยนต์ทุกปีจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้แน่ใจว่าได้ความคุ้มครองตลอดเวลา และเป็นการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องด้วย
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้