ไม้กอล์ฟ เลือกอย่างไรให้เหมาะกับการเล่น เสริมประสิทธิภาพการตี
กีฬากอล์ฟเป็นกีฬาที่ต้องใช้ทั้งพละกำลัง ความแม่นยำ และความเข้าใจในกฎเกณฑ์ การเลือกไม้กอล์ฟที่เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกอล์ฟมือใหม่หรือมืออาชีพ มาดูกันว่ามีปัจจัยอะไรบ้างที่ควรพิจารณาในการเลือกไม้กอล์ฟ
ไม้กอล์ฟอุปกรณ์สำคัญของนักเล่นกอล์ฟ
ไม้กอล์ฟเป็นอุปกรณ์หลักที่นักกอล์ฟทุกคนต้องมี โดยแต่ละประเภทของไม้กอล์ฟนั้นถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการตีลูกในสถานการณ์ที่แตกต่างกันออกไป การเลือกไม้ตีกอล์ฟที่เหมาะสมกับสไตล์การเล่นและสรีระของแต่ละบุคคลจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งไม้กอล์ฟนั้นประกอบไปด้วยส่วนสำคัญ 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
- หัวไม้กอล์ฟ (Head) เป็นส่วนที่สัมผัสกับลูกกอล์ฟโดยตรง มีหลากหลายรูปทรงและขนาด เพื่อให้เหมาะกับการตีในสถานการณ์ต่างๆ เช่น หัวไม้ไดรเวอร์ หัวไม้แฟร์เวย์ หัวเหล็ก และพัตเตอร์ หัวไม้ทำจากวัสดุหลากหลายชนิด เช่น โลหะผสม ไทเทเนียม และคาร์บอนไฟเบอร์
- ก้านไม้กอล์ฟ (Shaft) เป็นส่วนที่เชื่อมต่อระหว่างหัวไม้กอล์ฟกับกริป มีหน้าที่ในการถ่ายทอดแรงสวิงจากมือของนักกอล์ฟไปยังหัวไม้ ก้านไม้กอล์ฟมีหลายความยาว หลายความแข็ง และทำจากวัสดุที่แตกต่างกัน เช่น เหล็กและกราไฟต์
- กริปไม้กอล์ฟ (Grip) เป็นส่วนที่นักกอล์ฟจับเพื่อควบคุมไม้กอล์ฟ กริปทำจากวัสดุที่ให้ความรู้สึกสบายมือ เช่น ยางหรือซิลิโคน และมีหลายขนาดและรูปแบบให้เลือก
รู้จักประเภทไม้กอล์ฟพื้นฐาน
ประเภทของไม้กอล์ฟ อุปกรณ์กอล์ฟที่สำคัญของนักกอล์ฟ ไม้กอล์ฟแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับการตีลูกในสถานการณ์ที่แตกต่างกัน การเลือกไม้ตีกอล์ฟที่เหมาะสมจะช่วยให้นักกอล์ฟสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น มาทำความรู้จักกันว่าไม้กอล์ฟ มีกี่แบบกันบ้าง
1. หัวไม้ (Woods) หัวไม้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ระยะทางในการตีที่ไกล โดยทั่วไปจะใช้สำหรับตีลูกจากทีออฟหรือจากแฟร์เวย์กว้าง ๆ
- ไม้ไดรเวอร์ (Driver): มีหัวไม้ขนาดใหญ่ที่สุด ใช้สำหรับตีลูกออกจากทีออฟ เพื่อให้ได้ระยะทางที่ไกลที่สุด
- ไม้แฟร์เวย์วูด (Fairway Wood): มีหัวไม้ขนาดเล็กกว่าไดรเวอร์ ใช้สำหรับตีลูกจากแฟร์เวย์ หรือในกรณีที่ต้องการความแม่นยำมากกว่าระยะทาง
- ไฮบริด (Hybrid): เป็นไม้ผสมระหว่างไม้เหล็กและไม้แฟร์เวย์วูด มีความหลากหลายในเรื่องขององศาและการใช้งาน สามารถใช้แทนไม้เหล็กยาวได้
2. เหล็ก (Irons)
- เหล็กถูกออกแบบมาสำหรับการตีลูกในระยะต่าง ๆ โดยมีการแบ่งเลขเพื่อบอกถึงองศาไม้กอล์ฟ ซึ่งจะส่งผลต่อระยะทางและความสูงของลูก
- ชุดเหล็ก (Iron Set): ประกอบด้วยเหล็กตั้งแต่เลข 3 - 9 และเวดจ์ต่าง ๆ ใช้สำหรับตีลูกในระยะกลางและระยะใกล้
- เวดจ์ (Wedge): มีองศาหน้าไม้หรือองศาไม้กอล์ฟสูง ใช้สำหรับตีลูกในระยะใกล้ เช่น ตีจากทราย หรือรอบ ๆ กรีน
3. พัตเตอร์ (Putter) พัตเตอร์เป็นไม้กอล์ฟที่ใช้สำหรับตีลูกบนกรีน เพื่อให้ลูกเข้าหลุม มีหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกตามความถนัดของแต่ละบุคคล
เลือกซื้อไม้กอล์ฟอย่างไรให้เหมาะสม
การเลือกซื้อไม้กอล์ฟให้เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะส่งผลต่อประสิทธิภาพในการเล่นกอล์ฟของคุณโดยตรง มีปัจจัยหลายอย่างที่คุณควรพิจารณาในการเลือกซื้อ เช่น ระดับทักษะ สรีระ และงบประมาณ โดยปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อไม้กอล์ฟ ประกอบด้วย ระดับทักษะ สรีระ สไตล์การเล่น และงบประมาณ
1. ระดับทักษะ
- มือใหม่ควรเลือกชุดไม้กอล์ฟสำหรับผู้เริ่มต้นที่มีน้ำหนักเบา และง่ายต่อการควบคุม
- มือกลางสามารถเลือกไม้กอล์ฟที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เหมาะกับสไตล์การเล่นและระยะทางที่ต้องการ
- มืออาชีพ มักจะเลือกไม้กอล์ฟที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะตัว เช่น ไม้กอล์ฟที่ปรับแต่งตามสเปคส่วนบุคคล
2. สรีระ
- ส่วนสูง ผู้ที่สูงจะเหมาะกับก้านที่ยาวกว่า ผู้ที่เตี้ยจะเหมาะกับก้านที่สั้นกว่า
- ความแข็งแรง ความแข็งของก้านจะส่งผลต่อความเร็วและระยะทางของลูกกอล์ฟ ผู้ที่มีแรงสวิงมากควรเลือกก้านไม้กอล์ฟที่แข็ง ผู้ที่มีแรงสวิงน้อยควรเลือกก้านที่อ่อน
- เพศ ไม้กอล์ฟ ผู้หญิงมักจะมีน้ำหนักเบากว่าและมีหัวไม้ที่เล็กกว่า
ไม้กอล์ฟเด็กที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับสรีระและพัฒนาการของเด็กโดยเฉพาะ ช่วยให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้กีฬากอล์ฟอย่างสนุกสนานและปลอดภัย พร้อมทั้งพัฒนาทักษะทางกายและจิตใจไปในตัว
3. สไตล์การเล่น
- เน้นระยะทางเลือกไม้ไดรเวอร์ที่มีขนาดหัวใหญ่ และไม้แฟร์เวย์วูดที่มีเลขน้อย
- เน้นความแม่นยำเลือกไม้ที่มีความทนทานต่อการตีพลาด และมีโซลที่กว้าง
- เน้นการหมุนเลือกไม้ที่มีลักษณะเฉพาะที่ช่วยให้เกิดการหมุนของลูกกอล์ฟตามต้องการ
4. งบประมาณ
- ไม้กอล์ฟ ราคาแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับยี่ห้อไม้กอล์ฟ วัสดุ และเทคโนโลยีที่ใช้ ควรตั้งงบประมาณที่เหมาะสมกับตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อ และควรเช็คราคาไม้กอล์ฟจากร้านกอล์ฟที่น่าเชื่อถือเพื่อให้ได้รับราคาที่เป็นธรรมและไม้ตีกอล์ฟที่มีมาตรฐานสากล เช่น ไม้กอล์ฟ callaway
วิธีดูแลรักษาไม้กอล์ฟให้ใช้ได้นาน
การดูแลรักษาไม้กอล์ฟเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะช่วยยืดอายุการใช้งานและรักษาประสิทธิภาพของไม้กอล์ฟของคุณให้คงอยู่ได้นาน วิธีดูแลรักษาไม้กอล์ฟให้ใช้ได้นานมีดังนี้
1. ทำความสะอาดหลังการใช้งานทุกครั้ง
- เช็ดให้แห้งหลังจากเล่นกอล์ฟเสร็จ ควรเช็ดไม้กอล์ฟให้แห้งโดยเฉพาะบริเวณที่สัมผัสกับน้ำหรือทราย ความชื้นเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ไม้กอล์ฟเกิดสนิมและเสียหาย
- ขจัดคราบสกปรกใช้ผ้าชุบน้ำสบู่อ่อนๆ เช็ดทำความสะอาดคราบสกปรกต่างๆ ที่ติดอยู่ตามหัวไม้และก้านไม้
- หลีกเลี่ยงสารเคมี อย่าใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนในการทำความสะอาดไม้กอล์ฟ เพราะอาจทำให้ไม้เสียหายได้
2. เก็บรักษาอย่างถูกวิธี
- ใส่ถุงไม้กอล์ฟ หลังจากทำความสะอาดแล้ว ควรเก็บไม้กอล์ฟใส่ในถุงไม้กอล์ฟ เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและฝุ่นละออง
- ใช้ที่คลุมหัวไม้ควรใช้ที่คลุมหัวไม้เพื่อป้องกันรอยขีดข่วนและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับหัวไม้
- เก็บในที่แห้ง หลีกเลี่ยงการเก็บไม้กอล์ฟไว้ในที่ชื้นหรือที่มีอุณหภูมิสูง ความชื้นจะทำให้เกิดสนิมและความร้อนจะทำให้วัสดุของไม้เสื่อมสภาพได้
3. ตรวจสอบสภาพของไม้กอล์ฟเป็นประจำ
- ตรวจสอบกริป ตรวจสอบว่ากริปยังแน่นอยู่หรือไม่ หากกริปหลวมหรือสึกหรอ ควรเปลี่ยนใหม่
- ตรวจสอบก้าน ตรวจสอบว่าก้านมีรอยร้าวหรือบิ่นหรือไม่ หากพบความเสียหายควรซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่
- ตรวจสอบหัวไม้ ตรวจสอบว่าหัวไม้มีรอยบุบหรือรอยแตกหรือไม่ หากพบความเสียหายควรปรึกษาช่างซ่อมไม้กอล์ฟ
4. หลีกเลี่ยงการกระแทก
- ระวังการกระแทก ควรระวังไม่ให้ไม้กอล์ฟกระแทกกับวัตถุแข็ง เพราะอาจทำให้ไม้เสียหายได้
- ขนย้ายอย่างระมัดระวัง เมื่อขนย้ายไม้กอล์ฟ ควรใช้ถุงไม้กอล์ฟที่มีความแข็งแรงและใส่ใจในการขนย้าย
5. ปรับตั้งไม้กอล์ฟเป็นประจำ โดยตรวจสอบ loft และ lie ควรนำไม้กอล์ฟไปตรวจสอบและปรับตั้ง loft และ lie เป็นประจำ เพื่อให้มั่นใจว่าไม้กอล์ฟอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน
สรุปความสำคัญของการเลือกไม้กอล์ฟ
ไม้กอล์ฟเปรียบเสมือนอาวุธสำคัญของนักกอล์ฟ การเลือกไม้กอล์ฟที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง หากคุณต้องการพัฒนาฝีมือในการเล่นกอล์ฟ การลงทุนกับไม้กอล์ฟที่ดีและเหมาะสมกับตัวคุณเอง เป็นสิ่งที่คุ้มค่าอย่างแน่นอน
โพสตอบ
* ต้องล็อกอินก่อนครับ ถึงสามารถเโพสตอบได้